ตอน 1

1

มือแข็งแรงของบุรุษรูปงามขยำกระดาษในมือเป็นกลมก้อน ก่อนจะปามันทิ้งไปลงบนพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ หลังจากที่อ่านประวัติของนารถวลัยว่าที่ภรรยาใหม่ของกำธรผู้เป็นบิดา และเป็นว่าที่แม่เลี้ยงของตนเอง ความเกลียดชังที่มีต่อนารถวลัยไม่ได้ลดหย่อนลงเลยแม้แต่นิดเดียว แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหนึ่งปีหลังจากที่มารดาของเขาเสียชีวิต มันกลับทวีคูณมากขึ้นทุกวัน

วันนั้นเขายังจำได้ดี บิดาของเขามีความสุขอยู่กับนารถวลัยในต่างประเทศ ปล่อยให้มารดาต้องจบชีวิตลงตามลำพังอย่างเดียวดาย ไร้บิดาอยู่เคียงข้างอย่างที่สมควรจะเป็น และยิ่งความจริงที่เขารับรู้มาจากมารตรีผู้เป็นป้าว่า พ่อบังเกิดเกล้าได้คบหากับนารถวลัยอย่างเปิดเผยในขณะที่มารศรีมารดาของเขาเจ็บหนัก และอาการป่วยทรุดลงเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอาการตรอมใจที่สามีมีหญิงอื่นไม่มาดูดำดูดีคู่ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ความเกลียดชังที่มีต่อนารถวลัยเพิ่มพูน อัดแน่นอยู่ในจิตใจของเขาจนอยากจะลบเลือน แล้วความรู้สึกนั้นก็เผื่อแผ่มายังอัลลิยา ลูกสาวของนางอีกด้วย

“เธอกับลูกจะต้องเจ็บปวดกว่าแม่ของฉัน...เจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน”

กล้าตะวัน วรพิมุข ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปี เจ้าของดวงตาสีนิลเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างร้ายเหลือ เคราที่ขึ้นบางเบาช่วยทำให้ใบหน้าของเขาโดดเด่นมากยิ่งขึ้น จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปหยักสวย เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนประกายทอง ส่วนสูงที่เกินมาตรฐานชายไทย ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ ได้อย่างไม่ยาก

น้ำเสียงของชายสง่างามเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกในจิตใจ มีทางเดียวที่จะทำให้รากแห่งความแค้นหลุดออกไปคือเห็นต้นเหตุของความรู้สึกที่ได้รับเจ็บปวดอย่างทรมานทั้งกายและใจ แล้ววิธีการชำระแค้นของเขาก็ไม่เหมือนใคร รับรองได้ว่า สองแม่ลูกจะต้องเจ็บและจำไปจนวันตาย

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

รถตู้คันใหญ่โก้หรูแล่นมาหน้าประตูบ้านวรพิมุข กำธรเจ้าของรถและเจ้าของบ้านก้าวลงมาจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยนารถวลัยภรรยาใหม่ คนสุดท้ายที่ลงมาคือหญิงสาววัยสะพรั่งนามว่าอัลลิยาที่เดินลงมาเป็นคนสุดท้าย

หญิงสาววัยยี่สิบสองปีมองบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความตื่นตาตื่นใจ บ้านหลังนี้ใหญ่มากมีเนื้อที่กว่าห้าไร่ ตัวบ้านปลูกกินเนื้อที่กว่าครึ่ง ส่วนอีกครึ่งล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามเป็นระเบียบ

อัลลิยากวาดสายตาไปทั่ว จนกระทั่งมองเห็นบุรุษที่เดินออกมาจากตัวบ้าน หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ ระส่ำจนเธออยากจะเอามือล้วงเข้าไปในร่างกาย เพื่อไปจับหัวใจไม่ให้มันเต้นแรง ความหล่อของเขาโดดเด่นมาก อาจจะพูดได้ว่าหล่อกว่าพระเอกบางคนที่กำลังโด่งดังในขณะนี้เสียอีก เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายบึกบึน เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่แม้จะเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาเลยเมื่ออยู่บนร่างกายของชายตรงหน้า

กล้าตะวันเองก็เช่นกัน สาวน้อยที่อยู่ในสายตาของเขา เธอสวยใสกว่าในรูปมาก ผิวพรรณของเธอขาวนวลเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล น่าลูบไล้ ใบหน้าสวยหวานมันทำให้เขาเคลิ้มเมื่อได้เห็น ดวงตาใสซื่ออ่อนโยนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงไม่แพ้กัน จะดีไม่น้อยหากผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูกสาวของคนที่ทำให้มารดาของเขาต้องจบชีวิตลง ฉะนั้นเธอจะเป็นเพียงอากาศธาตุในสายตาของเขาเท่านั้น แม้ว่าจะสวยจับจิตมากแค่ไหนก็ตาม

“กล้า...พ่อจะแนะนำให้รู้จักกับน้าวลัยกับหนูยา ทั้งสองคนจะมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้”

กำธรแนะนำให้ลูกชายรู้จักกับนารถวลัยและอัลลิยาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เมื่อคืนเขาเปิดใจกับลูกชายเรื่องนี้ บอกจุดประสงค์ที่เขาต้องการให้กล้าตะวันฟังทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องที่เขากับนารถวลัยจะจดทะเบียนสมรสกันในวันมะรืนนี้ด้วย

ครั้นบอกเล่าเรื่องให้กล้าตะวันฟังจบ แทนที่เขาจะได้รับคำตอบหรือวาจาใดๆ จากปากของลูกชาย กำธรกลับได้เพียงความเงียบเท่านั้น กำธรจึงถือว่าความเงียบที่กล้าตะวันมีให้คือคำตอบตกลงที่จะให้ทั้งสองเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้

แต่ในความเงียบของกล้าตะวัน คือชนวนระเบิดที่เริ่มจุด

“สวัสดีค่ะ พี่กล้า”

อัลลิยาพนมมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนอบน้อม รู้สึกประหม่าและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันกับสายตาของกล้าตะวัน แล้วเธอยังสามารถสัมผัสกับรังสีบางอย่างที่อยู่รายล้อมร่างหนานี้ มันเป็นรังสีที่ร้อนวูบวาบ น่ากลัว

กล้าตะวันไม่มีปฏิกิริยาใดๆ โต้ตอบ ไม่ทัก ไม่รับไหว้ เขาเดินผ่านไปราวกับว่าไม่เห็นบุคคลทั้งสอง ทำให้สองแม่ลูกอึ้งเล็กน้อยกับท่าทีเฉยชาของกล้าตะวัน

“กล้า น้องทักไม่ทักน้องตอบสักหน่อยหรือลูก”

กำธรเอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างของลูกชายจะเดินเลยผ่านตนไป กล้าตะวันหันมามองหน้าบิดาก่อนจะตอบคำถามที่ทำให้คนฟังถึงกับสะอึก พูดไม่ออก

“ในสายตาของผมตอนนี้ไม่เห็นมีใครยืนอยู่ตรงนี้นอกจากคุณพ่อ และผมก็ไม่มีน้องด้วยแค่นี้ใช่ไหมครับที่คุณพ่อจะพูดกับผม ถ้ามีแค่นี้ผมขอตัวนะครับ” เขาโต้บิดาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่เรียกเขาว่า พี่กล้า “อ้อ...แล้วเธอก็อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ เพราะฉันไม่ใช่พี่ของเธอและไม่มีวันใช่ด้วย”

กล้าตะวันพูดจบก็เดินตรงไปยังโรงรถทันที ไม่สนใจว่าคำพูดของตนจะทำร้ายจิตใจใครบ้าง เขาถือว่าเวลานี้กำธรทำร้ายจิตใจตนอย่างหนัก ฉะนั้นชายหนุ่มจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจใครเช่นกัน

ตอน 2

2

อัลลิยาถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่ากล้าตะวันจะเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา แล้วน้ำเสียงที่ได้ยินก็แสดงถึงความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน จนเธอคิดว่า การอยู่บ้านหลังนี้คงไม่ง่ายตามที่คาดคิดไว้

“อดทนหน่อยนะวลัย กล้าเป็นคนหัวแข็งและรักแม่มาก คงทำใจไม่ได้ที่จะมีใครมาแทนแม่ของตัวเอง”

กำธรพูดปลอบโยนภรรยา นารถวลัยรู้อยู่แล้วว่ากล้าตะวันต้องไม่พอใจที่นางมาอยู่บ้านหลังนี้ แม้จะเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว แต่เมื่อมาเจอกับเหตุการณ์จริงๆ มันไม่ง่ายอย่างที่นางคิดเลย ยิ่งท่าทางเย็นชาของลูกเลี้ยงคนนี้แล้ว ทำให้นางรู้ว่าต่อไปนี้หัวใจของนางต้องท่องคำว่าอดทนไว้ตลอดเวลา

“ค่ะ วลัยเข้าใจค่ะ”

นารถวลัยตอบเสียงค่อนข้างเบา กำธรยิ้มให้กับนางก่อนจะกุมมือภรรยา พาเดินเข้าไปภายในบ้าน โดยมีสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้นของกล้าตะวันจ้องมองสองแม่ลูกผ่านกระจกรถยนต์ติดฟิล์มกรองแสงสีดำอย่างกินเลือดกินเนื้อ

เจ้าของบ้านนำพาสมาชิกใหม่เข้ามาภายในบ้านที่ตกแต่งอย่างสมฐานะ ดูโอ่อ่า กว้างขวางและมีรสนิยม อัลลิยามองดูความสวยงามอย่างตื่นตาตื่นใจตามประสาคนไม่เคยเห็นจะพูดว่าเธอไม่ตื่นเต้นก็คงไม่ได้ และไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พำนักในบ้านใหญ่โตด้วย ในขณะที่สายตากวาดมอง เท้าเล็กก็ก้าวเดินตามร่างของพ่อเลี้ยงและมารดาขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

“ยาอยู่ห้องนี้นะลูก ห้องนี้อยู่ติดกับห้องของกล้า”

กำธรเอ่ยบอกเมื่อพาลูกเลี้ยงมาส่งที่ห้องส่วนตัวที่ตระเตรียมไว้ให้ หญิงสาวยิ้มร่าเดินเข้าไปภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูสดใส เตียงขนาดห้าฟุตตั้งเด่นอยู่กลางห้อง เครื่องอำนวยความสะดวกมีอย่างครบครัน ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องนอนของเธอที่บ้านหลังเก่าหลายเท่านัก

“สวยน่าอยู่มากๆ เลยค่ะคุณลุง ขอบคุณคุณลุงมากนะคะที่จัดห้องให้ยาซะสวยเชียวค่ะ” อัลลิยาหันมาไหว้ขอบคุณพ่อเลี้ยงด้วยรอยยิ้ม “แต่เอ...คุณลุงคะประตูบานนี้เป็นประตูอะไรคะ”

เสียงหวานใสเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นบานประตูบานหนึ่งอยู่ตรงฝาผนังห้องนอน

“เดิมทีห้องนี้เคยเป็นห้องพี่เลี้ยงของกล้าตอนกล้ายังเด็ก เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงดูกล้าลุงก็เลยทำประตูเชื่อมน่ะ พี่เลี้ยงเด็กจะได้ไม่ต้องเดินอ้อมไปอ้อมมาให้เสียเวลา แต่หนูยาสบายใจได้นะไม่มีใครเปิดประตูห้องนี้ได้นอกจากหนู เพราะมันถูกล็อกจากห้องนี้”

กำธรตอบคำถามที่ลูกเลี้ยงต้องการรู้

“ยาขอบคุณคุณลุงอีกครั้งนะคะสำหรับทุกอย่าง”

“เป็นหน้าที่ของลุงที่จะต้องทำให้ลูกสาวของคนที่ลุงรักมีความสุข” กำธรตอบด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีเมตตา “ลุงว่า ยาพักผ่อนเถอะลูก พรุ่งนี้เจอกันตอนเช้านะ”

“ค่ะคุณลุง” เมื่อกำธรและมารดาเดินออกไปจากห้อง อัลลิยาลงมือนำเสื้อผ้าในกระเป๋าจัดเข้าตู้เป็นอันดับแรก แล้วเสร็จจึงอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนลายน่ารักและผักผ่อนในเวลาต่อมา

ภายใต้ความมืดมิดของราตรีกาล อัลลิยานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ศีรษะของเธอสะบัดไปมาอยู่บนหมอนหนุนหัว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและใบหน้า มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น ก่อนที่เธอจะดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตาทั้งสองข้างตื่นตระหนกและเบิกโพรง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงกับความฝันที่เปรียบเสมือนจริง

ในนิมิตฝันของอัลลิยา เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุ ร่างกายแสบร้อนจากการถูกเปลวเพลิงลามเลียไปทั่วร่างกาย ระหว่างที่ตนเองกำลังร้อนเร่ากับกองไฟเผาผลาญ สายตาของเธอมองเห็นร่างของมารดายืนยิ้มอยู่อีกฝั่งหนึ่งของพายุเพลิง แล้วห่างออกไปไม่มากนักก็ปรากฏร่างของกล้าตะวันที่ยืนแสยะยิ้ม รอยยิ้มของกล้าตะวันที่อัลลิยาเห็น บอกให้รู้ว่า เขากำลังยิ้มเยาะอย่างไม่เป็นมิตร

และเมื่อเธอกระพริบตาและลืมขึ้น ภาพของมารดาที่ยืนยิ้มก็แปรเปลี่ยนเป็นร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย น่าแปลกคือพอหญิงสาวกระพริบตาอีกครั้ง ภาพของมารดาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้น ภาพที่เธอเห็นสลับกันไปมาตลอดเวลาในทุกครั้งที่กระพริบตา

ดวงตาของอัลลิยาขยายกว้าง เมื่อร่างของกล้าตะวันกลายร่างเป็นปีศาจร้าย พุ่งทะยานมายังร่างของเธอ แล้วพ่นไฟออกจากปาก ส่งผลให้ไฟบรรลัยกัลป์อาบไปทั่วร่างสาว อัลลิยาร้องด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน ร้องขอความเมตตาจากปีศาจกล้าตะวัน แต่สิ่งที่เธอได้รับคือ เสียงหัวเราะอันแผดก้องที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสะใจ

โอ้...ช่างเป็นความฝันที่น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจับจิตจับใจ อัลลิยาไม่เคยฝันแบบนี้มาก่อนเลย มาอยู่บ้านหลังใหม่เป็นวันแรกก็พบกับฝันร้าย หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า การที่เธออยู่บ้านหลังนี้ ไม่ได้สุขสบายเหมือนกับที่คิดไว้

ในความฝันอัลลิยาตกอยู่ในกองเพลิงอันแสนร้อน พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเธอรู้สึกลำคอแห้งผากราวกับขาดน้ำมานานแสนนาน กระหายน้ำเป็นที่สุด หญิงสาวจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังประตูห้อง หวังจะลงไปหาน้ำดื่มดับกระหายในห้องครัวชั้นล่าง

กล้าตะวันนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ท่ามกลางความมืดสลัว เขาแกว่งแก้ววิสกี้เบาๆ ราวกับว่ากำลังใช้ความคิด ระหว่างนั้นเองสายตาคมเข้มก็มองเห็นร่างของใครบางคนก้าวเดินลงมาจากบันได ก่อนที่ใครคนนั้นจะหันซ้ายหันขวาคล้ายกับว่ามองหาอะไรสักอย่าง จากนั้นก็เดินเลี้ยวไปทางซ้ายมือที่มีแสงไฟหน้าห้องน้ำเปิดให้มองเห็นทาง

เขากระตุกยิ้มพร้อมกับความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง แก้ววิสกี้ถูกวางลงบนพื้นไม้เนื้อดีบนเคาน์เตอร์ ร่างหนาหยัดยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปยังทิศทางเดียวกันกับที่อัลลิยาเดินไป

กว่าที่อัลลิยาจะเดินหาห้องครัวได้ก็ใช้เวลาไปร่วมนาที เป็นเพราะเธอยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่พักพิงแห่งใหม่สักเท่าไหร่ มาถึงกำธรก็พาเธอขึ้นไปพักบนห้อง ไม่ได้เดินสำรวจบ้านแต่อย่างใด พอพบห้องครัวหญิงสาวก็ตรงไปยังตู้เย็น หยิบน้ำดื่มมาแก้กระหายทีเดียวหมดแก้ว

ขณะที่ดื่มน้ำ อัลลิยาก็หวนนึกถึงความฝันแสนน่ากลัว ดวงตาของกล้าตะวันที่อยู่ในความฝันนั้นยังคงติดตาติดใจเธอไม่หาย หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นเร็วกว่าปกติ น้ำเย็นที่ดื่มไปดับความโหยหิวน้ำได้เป็นอย่างดี แต่ไม่อาจดับฝันร้ายของเธอได้เลยแม้แต่น้อย

เมื่อดื่มน้ำเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินไปยังอ่างล้างจาน ทำความสะอาดแก้วน้ำก่อนจะนำมาคว่ำในที่ของมัน ร่างเล็กหมุนตัวเพื่อเดินกลับขึ้นไปบนห้อง หากแต่ร่างของเธอต้องเซเล็กน้อยเมื่อชนกับบางสิ่งที่แข็งแกร่งราวกับหน้าผา

“คุณกล้า” เธออุทานเสียงเบา อัลลิยาผงะเมื่อรู้ว่ากำแพงหนาที่เธอชนนั้นคือสิ่งใด

ดวงตาคู่หวานตื่นตระหนกมองไปยังนัยน์ตาคมเข้มนิ่งงัน ใจสาวเต้นระรัวถี่แรง ความหวาดกลัวแน่นขนัดในความรู้สึก ดวงตาคู่นี้ของกล้าตะวันช่างเหมือนกับดวงตาร้อนแรงในความฝันไม่มีผิด มันเต็มไปด้วยความแค้นชิงชัง จาบจ้วง อัลลิยาขนลุกขึ้นมาทันใด

ตอน 3

3

ร่างกายของอัลลิยาแข็งราวกับถูกสาบ อยากจะวิ่งหนีให้ไกลห่าง หากแต่ขาทั้งสองข้างยืนนิ่งไม่ไหวติง ร่างของเธอแข็งทื่อมากกว่าเดิม เมื่อลำแขนหนารัดร่างเล็กไว้แน่น เขาโน้มใบหน้าก้มลงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่มาพร้อมกับกลิ่นของวิสกี้ปะทะกับพวงแก้มของหญิงสาว อัลลิยาร้อนวาบไปทั้งตัว ใจสั่นไหว หัวใจเต้นระส่ำ ทำอะไรไม่ถูกดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงของเธอสูญหายไปในพริบตา แม้ว่าจะพยายามรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีแล้วก็ตาม

“ปล่อย...ปล่อยค่ะคุณกล้า” เธอร้องออกมาในที่สุด หลังจากที่ดึงสติกลับมาและเริ่มดิ้นรนออกจากวงแขนที่รัดรึงเธออยู่

“ไม่ปล่อยมีอะไรไหม” เขาไม่พูดเปล่าหลุบสายตาโลมเลียไปทั่วดวงหน้าหวาน ต่ำลงถึงลำคอระหง เนินอกคู่สวยที่โผล่ล้นออกมากจากคอเสื้อชุดนอน มันเคลื่อนไปมาตามแรงจังหวะการหายใจของหญิงสาวที่เร็วและแรง ความร้อนรุ่มแผ่กระจายพร้อมกับความตื่นตระหนกตกใจ เมื่อปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนวลแผ่วเบา ไล้ไปมาโดยไม่ทิ้งน้ำหนัก อัลลิยาหลบปลายจมูกโด่งเป็นพัลวัน มือนุ่มนิ่มเริ่มมีเรี่ยวแรงดันแผงอกแกร่ง หวังจะให้ร่างสูงออกห่างกายตน แต่ดูเหมือนว่าร่างสูงจะไม่ขยับออกห่าง ยิ่งรัดแน่นมากยิ่งขึ้น

“คุณกล้า ปล่อยยาเถอะคะ คุณกล้าเมาแล้วนะคะ”

เธอพยายามเตือนสติของเขา กลิ่นวิสกี้ที่เธอสูดดมเข้าไป แปลความหมายได้ไม่ยากว่า ตอนนี้เขากำลังเมาไม่ได้สติ หญิงสาวจึงเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา

“ฉันดื่มวิสกี้ไปแค่สองสามแก้ว ไม่ทำให้ฉันเมาหรอก และที่ทำอยู่นี่สติของฉันครบถ้วนทุกอย่าง” กล้าตะวันพูดถูก สติของเขายังครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีอาการเมาอย่างที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าคุณกล้ารู้ตัว ปล่อยยานะคะ ยาจะขึ้นไปนอนแล้ว”

เธอพูดเสียงสั่น ตอนนี้เธอเริ่มหวาดกลัวเขาเป็นเท่าตัว เมื่อได้ยินคำพูดของเขา คนขาดสติมักทำอะไรที่ไม่รู้ตัว คนเราไม่อาจถือโทษโกรธได้ แต่นี่เขาทำเพราะความตั้งใจ ความน่ากลัวจึงโอบล้อมอยู่รอบกายเธอ สัญชาตญาณของอัลลิยาบอกว่า ตนเองกำลังได้รับอันตราย

“ปล่อยเหรอ ปล่อยแน่แต่หลังจากนี้”

มนต์สะกดที่มีอานุภาพมากล้น สะกดให้อัลลิยายืนนิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือและขาทั้งสองข้างของเธอสั่น หัวใจดวงน้อยนั่นเล่า เต้นแรงและดังโครมครามมากที่สุดที่เธอเคยรู้สึกได้ เมื่อริมฝีปากหยักสวยได้รูปของกล้าตะวันประกบทับเรียวปากบางอย่างจาบจ้วง เอาแต่ใจ

อาการสั่นสะท้านราวกับนกน้อยต้องน้ำฝน ทำให้กล้าตะวันลอบยิ้มอย่างสะใจ เขาเพิ่มแรงบดเบียดปากมากขึ้น ใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่า ทำให้ปากเล็กที่อยู่ในอาการตกใจเผยอปากรับเรียวลิ้นใหญ่ที่แทรกเข้าไปในโพรงปากสาวอย่างรวดเร็ว ปลายลิ้นหนาลุกล้ำเข้าไปสัมผัสลิ้นนุ่มที่ระริกสั่นอย่างเร่าร้อน รัดเกี่ยวและดื่มด่ำความหวานจากช่องปากที่อุดมไปด้วยความหอมและหวาน เปรียบประดุจเขาตกลงไปในถังไวน์ ชิมรสชาติอันแสนซาบซ่านล้ำเลิศอย่างที่ไม่เคยได้รับจากหญิงสาวคนใดมาก่อน

อัลลิยาตัวสั่นขึ้นทุกขณะ รู้สึกทั้งกลัวและหวามไหวที่วิ่งเข้าควบคู่อยู่ภายใต้อ้อมแขนแข็งแรงรัดแน่นจนเธอดิ้นรนให้หลุดพ้นไม่ได้ อ้อมกอดของเขาอาบไปด้วยความร้อนของเปลวไฟ ยิ่งอยู่ใกล้ร่างกายของเธอแทบจะละลาย ผสมกับจูบของกล้าตะวันที่ร้อนไม่ต่างกับแสงของดวงอาทิตย์ และนั่นยิ่งทำให้ร่างกายทุกสัดส่วนของอัลลิยาร้อนตามไปด้วย

ร้อนไม่ต่างกับที่เธอเผชิญในความฝัน

ปลายลิ้นใหญ่สากระคายยังคงเพียรหาความฉ่ำหวานไปทั่วช่องปากของเธออย่างต่อเนื่อง กล้าตะวันตระหนักแน่นในจิตใจว่า เขารังเกียจสาวน้อยในอ้อมแขนนี้มากเพียงใด แต่เหตุใดร่างกายของเขาจึงไม่รังเกียจตาม ปรารถนาจะกอดและจูบเธอต่อไป หัวใจของคนที่จูบเบิกบาน ความเคียดแค้นที่สะสมในใจมลายหายไปเมื่อได้จูบลูกสาวของศัตรู

มือแข็งแรงเริ่มสำรวจไปตามร่างกายของอัลลิยาไม่เลือกที่ ลากมือตามแผ่นหลัง ข้างลำตัว เอวเล็กที่รับกับสะโพกผาย ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนบั้นท้ายงามงอน เขาบีบเบาๆ และใช้ฝ่ามือวนเป็นวงกลมอย่างนุ่มนวล สร้างกระแสความซาบซ่านให้กับหญิงสาวที่อ่อนประสบการณ์ทางด้านนี้ได้เป็นอย่างดี

เสียงดังมาจากทางด้านนอก ทำให้สติของอัลลิยาถูกดึงกลับมา หญิงสาวดิ้นรนหนีอ้อมแขนของเขา ส่ายหน้าเพื่อที่จะให้ริมฝีปากของเธอหลุดพ้นจากปากของเขา หากแต่มือแกร่งจับมั่นตรงท้ายทอยบังคับให้เธอรับจูบที่แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรง บดขยี้จนอัลลิยารู้สึกร้าวไปทั้งปาก

ความเจ็บปวดทำให้น้ำตาสาวรินไหล ซึ่งเขาเองก็สัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นร้อนที่กระทบกับผิวแก้ม แต่ก็ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มที่หัวใจเต็มไปด้วยความแค้นหยุดการกระทำอันป่าเถื่อนของตน เขาบดเบียดปากกระแทกกระทั้นเรียวปากสาวต่อไปอีกชั่วครู่ จึงถอนริมฝีปากออกพร้อมกับพูดข่มขู่น้องสาวนอกสายเลือด

“ถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ครั้งหน้าฉันจะทำมากกว่าจูบ จำใส่หัวเอาไว้”

มือแกร่งคลายออกจากท้ายทอยที่ถูกบีบจนเจ็บร้าว และผลักร่างบางไปปะทะกับตู้เย็นอย่างไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็เดินออกไปทางประตูด้านหลังเพื่อเลี่ยงกับเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านนอก

อัลลิยาใช้ฝ่ามือเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ เดินตรงไปยังอ่างล้างจาน เปิดก๊อกน้ำใช้น้ำใสสะอาดที่ไหลออกมาชำระล้างใบหน้า เน้นที่ริมฝีปากขัดคราบสัมผัสแสนรัญจวนจากชายใจร้ายให้หลุดออกไป แต่น่าแปลกยิ่งขัดมากเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ก็ยังคงอยู่ไม่สร่างซา

“คุณยามาทำอะไรในห้องครัวคะ”

นกน้อยสาวใช้ประจำบ้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเวลานี้เกือบตีสองทุกคนที่อยู่ภายในบ้านต่างหลับใหลกันหมด ยกเว้นเธอที่รู้สึกปวดท้องเนื่องจากประจำเดือนมา จึงออกมาจากห้องยามวิกาลเพื่อมาหายาทาน

“ยาหิวน้ำค่ะ ก็เลยลงมาหาน้ำดื่ม” เธอตอบตามความเป็นจริงถึงสาเหตุที่ต้องลงมาที่นี่กลางดึก

“คุณยาเป็นอะไรคะ ตาแดงๆ เหมือนร้องไห้เลย” เป็นอีกคำถามที่บัวเผื่อนสงสัย

“พอดียาคิดถึงพ่อที่เสียไปก็เลยร้องไห้”

“อ๋อ! นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้เรื่องนี้เอง อย่าคิดมากเลยค่ะ ท่านไปสบายแล้ว”

สาวใช้พูดเมื่อหยิบยาออกมาจากตู้ยาประจำบ้าน ก่อนจะทานยาเพื่อบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ เมื่อทานยาเสร็จสาวใช้ร่างเล็กก็เดินออกไปจากห้องครัว โดยมีร่างสวยของเจ้านายคนใหม่เดินตามไป

กล้าตะวันไม่ได้เดินไปไหนไกล เขาแอบยืนอยู่ด้านหลังประตู มองอัลลิยาผ่านกระจกของหน้าต่างห้องครัว สายตาของเขาลุกโชนไม่ต่างกับเพลิงไฟที่แทบจะเผาไหม้ร่างสาวให้กลายเป็นจุณ

“นี่แค่เริ่มต้น เธอกับแม่เธอต้องเจอหนักกว่านี้อีก”

เขาพูดอย่างหมายมั่น มองตามร่างบางไปจนสุดสายตา มารดาเขาเจ็บอย่างไร นารถวลัยต้องเจ็บยิ่งกว่า เจ็บเมื่อเห็นคนที่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ถูกลูกเลี้ยงหนุ่มปู้ยี้ปู้ยำอย่างไม่มีชิ้นดี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED