แพทย์หญิงพุฒตาลกำลังนั่งเอนหลัง พร้อมทั้งพักสายตาที่อ่อนล้า อยู่ในห้องพักแพทย์ หลังจากที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัด ความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความรู้ของเธอไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อหมอพุฒตาลตั้งใจที่จะสละเวลาที่มีทั้งหมดอุทิศตนเพื่อส่วนรวม เมื่อเธอเคยสูญเสียบิดาไป หมอสาวจึงเข้าใจหัวอกของคนไข้ ซึ่งฝากความหวังไว้ทั้งหมดกับหมอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! แกร๊ก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูดังตามมาติดๆก่อนที่ร่างของหญิงวัยกลางคนจะโผล่เข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆหมอสาว
“เหนื่อยไหมลูก” คำถามของมารดาดังขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวนั่งหลับตาเหมือนกับอดหลับอดนอนมาทั้งคืน
“นิดหน่อยค่ะแม่” หมอสาวตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ
"แม่มีธุระสำคัญจะคุยกับหมอสะดวกไหม”
"ตาลพอมีเวลาอีกประมาณสามสิบนาทีค่ะ แม่มีอะไรก็ว่ามาได้เลยค่ะ" หมอสาวพูดพร้อมกับหยิบผลไม้ที่แม่เตรียมมาให้เข้าปาก
“ถ้าแม่จะขออะไรจากหมอเรื่องหนึ่งจะได้ไหม” ผู้เป็นแม่พูดอย่างหยั่งเชิงลูกสาวเพราะสิ่งที่จะให้หมอพุฒตาลทำนั้นสำหรับแม่แล้วก็ลำบากใจอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือก
“อะไรหรอคะแม่ว่ามาเลยค่ะ"หมอสาวพูดทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวผลไม้ตุ้ย ๆ อยู่เต็มปาก
“แม่จะขอให้หมอแต่งงานกับลูกชายเพื่อนแม่จะได้ไหม”
“ฮ๋า! แม่ว่าอะไรนะคะ” หมอสาวตกใจจนวางผลไม้ในมือลง อยู่ ๆ แม่จะให้แต่งงานมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวเธอเลย
“พ่อเสียที่บ้านเราก็มีปัญหาเรื่องการเงิน แม่เลยไปหยิบยืมเขามาจ่ายค่าบ้าน แล้วก็ส่งเสียให้หมอเรียน ทั้งต้นทั้งดอกตอนนี้ก็เกือบยี่สิบล้านแล้ว”
“ฮ๋าา!... เขาคิดดอกรายวันเหรอคะแม่ ถึงได้เยอะแยะขนาดนั้น”เงินเกือบยี่สิบล้านเธอจะมีปัญญาไปหามาจากไหน งานก็เพิ่งทำได้เพียง lสองปี
“แม่กู้เขามาเกือบสิบปีแล้วนะ ถ้าเป็นคนอื่นดอกเบี้ยคงบานกว่านี้ นี่ถือว่าเป็นเพื่อนกัน” ผู้เป็นมารดาชี้แจงออกไป ให้ลูกสาวฟังถึงสาเหตุของการเป็นหนี้ก้อนโต
“แม่เป็นคนเสนอเงื่อนไขนี้ให้กับเขา หรือว่าทางโน้นเขาเสนอมาคะแม่” หมอสาวถามออกไปด้วยความสงสัย เธอจะทำยังไง หากการแต่งงานครั้งนี้ มันกระทบงานของเธอ แน่นอนหมอพุฒตาลรักอาชีพหมอมาก เธอสามารถอุทิศตนให้อาชีพนี้ได้ แล้วคนในครอบครัวของเขา ผู้ชายคนนั้น ที่ชื่อว่าสามี เขาจะเข้าใจเธอไหม หากเธอกลับบ้านไม่ตรงเวลา งานที่มีกะเช้ากะเย็นไหนจะเข้าเวรดึกๆ อีก
“เพื่อนของแม่เขาเป็นคนเสนอมา ตอนเล็ก ๆ แม่เคยเจอเตชิน เพราะแม่เขาพามาเล่นที่บ้านเราประจำ เขามีพี่ชายชื่อเตชิตตอนนั้นหนูยังไม่เกิดก็เลยไม่เจอกัน” ผู้เป็นมารดาอธิบายให้ลูกสาวฟัง เพราะเตชินน่าจะอายุห่างจากเธอประมาณปีสองปีได้
“เขามีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่าคะแม่” ในโลกใบนี้คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหน ใจเย็นเท่าหมอพุฒตาลอีกแล้ว นั่นคือเหตุผลที่มารดาของเตชินต้องการได้เธอไปเป็นลูกสะใภ้ เพื่อกำราบนิสัยของเตชิน ความใจเย็นของหมอพุฒตาลจะทำให้คนใจร้อนขวางโลกอย่างเตชินนั้น สงบลงได้ในความคิดของผู้เป็นมารดา
“หนี้สินทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์ หากลูกแต่งงานกับเตชิน”
“แล้วถ้าตาลไม่แต่งล่ะคะแม่” หมอสาวลุ้นคำตอบจากผู้เป็นมารดา ถ้าเธอไม่แต่งแล้วเขายืดระยะเวลาชำระหนี้ได้ เธอก็ยินดีจะหาเงินมาให้เขา ไม่ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหนก็ตาม
“บ้านที่เราอยู่ก็จะถูกยึดไปทันที แม่ก็จะไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน หนี้ทั้งหมดเขาจะฟ้องเรา และจะต้องไปขึ้นศาล เพื่อไกล่เกลี่ย ซึ่งแม่ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาสู้คดี เพราะสู้ยังไงก็แพ้เขาอยู่ดี”
คำพูดของผู้เป็นมารดาชั่งเป็นทางเลือกที่ดีให้เธอเหลือเกิน เพราะนั่นหมายถึงมันมีทางเดียว คือเธอต้องแต่งงานกับเขา ไม่อย่างนั้นมารดาของเธอก็ต้องย้ายบ้าน หาที่อยู่ใหม่ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งเธอก็อยากรักษาสมบัติชิ้นเดียว ที่บิดามีไว้ให้กับความผูกพัน ของคำว่าครอบครัว ที่อยู่ในบ้านหลังนั้นตั้งแต่เล็กจนโตเอาไว้
“ตกลงค่ะแม่ ตาลจะแต่งงานกับเขา”
“จริงหรอลูก ขอบใจมากนะ ขอบใจที่ช่วยแม่” ผู้เป็นมารดาโอบลูกเข้าไปในอ้อมกอด นางจะรู้ไหมว่าหมอพุฒตาล ต้องฝืนความรู้สึกตัวเองแค่ไหน กับการแต่งงานครั้งนี้
เมื่อผู้เป็นมารดาออกจากห้องไป หมอพุฒตาลเอนหลังลงกับโซฟาอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆ นึกถึงเหตุการณ์ในอนาคต ที่กำลังจะเกิดขึ้น กับอิสรภาพที่เคยมีกำลังจะจบสิ้นลง
ขณะที่เตชินกำลังจะออกจากบ้าน ก็เจอกับผู้เป็นมารดาที่ดักรออยู่ก่อนหน้าแล้ว วันนี้ฤกษ์ไม่ดีแน่ ถ้ามารดาดักรอแบบนี้ แต่เขาก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นมารดาแล้วนั่งลงไปโอบกอดอย่างออดอ้อนเหมือนเด็กๆ วันนี้เตชินได้นัดกับเพื่อนๆ เอาไว้มีปาร์ตี้ที่ริมสระครบเครื่องด้วยสุราและนารี มันคือสิ่งที่เขาหลงรักเป็นชีวิตจิตใจ จนลืมไปว่าเขามีพี่ชายที่ต้องแบกรับภาระทุกอย่างเอาไว้เพียงผู้เดียว หลังจากที่พ่อเสียไป
“แกจะออกไปไหนค่ำมืดป่านนี้ อยู่ติดบ้านติดเรือนบ้างจะเป็นไร งานการก็ไม่ทำ อะไรก็ไม่สนใจ เที่ยวเตร่ไปวันๆ ฉันขอถามแกจริงๆ เถอะแกจะไม่ช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ชายเลยใช่ไหมเตชิน” คำบ่นของผู้เป็นมารดายาวเป็นหางว่าว ถามว่าเขาสะทกสะท้านไหม ก็ขอตอบเลยว่าไม่ เตชินไม่เคยยินดียินร้ายกับคำพูดเหล่านั้นเลยสักนิดเขายังคงทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ไม่สนใจการงานเหมือนดั่งเคย
“วันนี้ฉันจะขอยื่นคำขาดกับแก ถ้าแกยังเห็นฉันเป็นแม่ก็หยุดอยู่บ้านแล้วฟัง” คำพูดที่ดูจริงจังของมารดาวันนี้ ทำให้เขาถึงกับหน้าเสียไปนิดหนึ่ง
“แม่มีอะไรจะบ่นผมอีกครับว่ามาเลย ผมนัดกับเพื่อนเอาไว้วันนี้ยังไงก็ต้องออกจากบ้าน”
“ได้! แกเตรียมตัวแต่งงานได้แล้ว มันหมดเวลาที่แกจะมาเที่ยวเตร่ไปวันๆ ถึงเวลาที่แกจะสร้างครอบครัวได้แล้วเตชิน”
เขายังตลกกับคำพูดของผู้เป็นมารดาอยู่ๆ จะให้แต่งงานกับใครไม่มีทาง เขาไม่มีวันจะแต่ง เมื่อชีวิตโสดแบบนี้มันคุ้มค่ามากกว่าการมีพันธะกับใครสักคน แล้วต้องยึดติดกับคำว่าความถูกต้อง ซึ่งเขาไม่ชอบเอาเสียเลย
“แม่ครับ! แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบการผูกมัดกับใคร ผมไม่มีทางที่จะแต่งงานกับใครเป็นอันขาด” เขายื่นคำขาดกับผู้เป็นมารดาเช่นกัน เพราะยังไงเขาก็ไม่แต่ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มารดาหามาให้
“ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหนูพุฒตาล!” ผู้เป็นมารดายื่นคำขาดออกมาอีกครั้ง ถ้าเตชินไม่แต่งเขาก็จะไม่เหลืออะไรเลย ดูซิว่าจะยอมไหม นั่นคือสิ่งที่มารดากำลังนึกคิดในใจ
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เตชินหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินชื่อหมอพุฒตาล
“ผมถามจริงๆ เถอะครับ แม่ไปคว้าผู้หญิงคนนี้มาจากไหน แค่ชื่อก็เธอเชยชะมัด คนอะไรชื่อพุฒตาล ผมไม่มีทางแต่งงานกับยัยเฉิ่มของแม่เป็นอันขาด”
“แม่ให้แกเลือกระหว่างแต่งงานกับหนูพุฒตาล กับโดนริบบัตรเครดิต และรถสปอร์ตของแก รวมทั้งเงินเดือนทั้งหมดที่แกจะได้รับ แกจะเลือกแบบไหนตอบมา”
“โธ่แม่! แม่มีช้อยให้เลือกแค่สองช้อยเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับมัดมือชก ทำไมแม่ไม่นำทางเลือกที่สามมาให้ผมล่ะ”
“อะไรคือทางเลือกที่สามไหนแกลองว่ามาซิ”
“ให้ออกจากบ้านได้ไม่รีบบัตรเครดิต ยังใช้รถสปอร์ต แค่เข้าออกบ้านเป็นเวลา จากที่เคยกลับตีสองตีสาม ก็จะกลับตีหนึ่ง เห็นไหมครับผมย่นระยะเวลาเข้าบ้านตั้งเป็นชั่วโมง แค่นี้เองโอเคนะครับแม่”
ผู้เป็นแม่ฟังถึงกับส่ายหัว สิ่งที่เตชินพูดมามันไม่ได้ส่งผลให้เขาดีขึ้นเลย ดีไม่ดีมันแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ
“มันคือทางเลือกที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้มาก ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหนูพุฒตาล แม่เตรียมงานเอาไว้แล้ว แถมแกอาจจะได้รถคันใหม่อีกสักคันก็ได้ เป็นของขวัญในวันแต่งงาน” เตชินกำลังใช้ความคิดและเหตุผล ถึงสิ่งที่แม่กำลังพูดยายนั่นคงไม่มีอะไรมากมาย หากต้องโดนริบบัตรเครดิตและรถสปอร์ตแล้วล่ะก็ เขาคงอยู่ไม่ได้จะเอาเงินที่ไหนไปเปย์สาวๆ พวกนั้น ซึ่งเขามีในสต๊อกนับไม่ถ้วน
“ที่สำคัญตอนนี้งานที่บริษัทเตชิตทำไม่ไหวคนเดียว แกจะเที่ยวยังไงฉันไม่ว่าอะไร ถือว่าแม่ขอเถอะนะเตชินไปช่วยงานพี่เขาหน่อย”
“สรุปแม่จะให้ผมแต่งงานแล้วยังจะต้องเข้าบริษัทอีกเหรอครับ โอ้มายโกสต์ นี่มันหายนะชัดๆ”
“ตกลงตามนี้ แกเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวไว้เลย สำหรับวันนี้แกจะไปเที่ยวไหนก็เชิญตามสบาย เริ่มจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้แกไปช่วยงานบริษัทเตชิตแล้วฉันจะเพิ่มวงเงินในบัตรให้"”
“ขอบคุณครับนายแม่ผมขอตัวนะครับจุ๊บ!” เตชินขับรถสปอร์ตคันหรูออกจากบ้านหลังใหญ่ ตรงไปยังจุดหมายที่นัดกับเพื่อนเอาไว้ ถือว่าวันนี้เป็นการฉลองสละโสด แบบมัดมือชกก็แล้วกัน ยายเฉิ่มพุฒตาลกล้าดียังไง ถึงได้เข้ามาล้วงคองูเห่า เธอจะได้รับสิ่งตอบแทนที่สาสมอย่างแน่นอน เมื่อเธอทำให้เขาต้องโดนบังคับให้แต่งงาน ผู้ชายอย่างเตชินไม่ยอมลำบากแน่ ผู้เป็นมารดาจึงยกเอาเรื่องบัตรเครดิตมาเป็นข้ออ้าง เพราะนางรู้จักลูกชายดี เตชินใช้เงินอย่างกับเศษกระดาษ เขาไม่รู้คุณค่าของมันด้วยซ้ำ เมื่อเขาเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านจิรายุพาณิชย์
ท่ามกลางเสียงดังของเพลงที่เปิด เตชินกลับปลีกตัวมานั่งที่ม้าหินอ่อน ซึ่งห่างจากกลุ่มเพื่อนหลายเมตร ชายหนุ่มค่อยๆ กระดกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มอย่างใช้ความคิด เมื่อชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไป อิสรภาพที่เขามีกำลังจะสิ้นสุดลง แม้ว่าเขาจะเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ
เมื่อแต่งงานมีทะเบียนสมรสค้ำคอ การที่เขาจะทำอะไรตามอำเภอใจเหมือนก่อน มันก็จะไม่สะดวกสบายอย่างที่เคยทำ คนเราแม้จะทำตัวแย่ใครจะมองว่าเป็นคนไม่ดีแต่ลึกๆ แล้วทุกคนล้วนมีจิตสำนึกด้วยกันทั้งสิ้น แม้แต่เตชินก็มีอยู่บ้างแม้จะเป็นแค่เพียงส่วนน้อยนิดก็ตาม “ทำไมแอบมานั่งตรงนี้คนเดียวค่ะคุณเตชิน” เธอชื่อมินนี่เป็นคู่ขาอีกคนของเตชินอที่เขาควงบ่อยที่สุดเพราะลีลาของเธอนั้นเด็ดถึงใจ
“ไม่มีอะไรก็แค่อยากมานั่งใช้ความคิดเฉยๆ”
พอพูดจบเขาก็ดึงมินนี่ลงมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะโน้มใบหน้าของเธอลงมากดจูบอย่างดูดดื่ม สายเดี่ยวของมินนี่ถูกปลดลงต่ำมือของเขาบีบคลำไปที่อกตูมสองเต้าของหญิงสาวอย่างเมามัน จากนั้นชายหนุ่มก็จับมินนี่ผลักลงไปนอนราบกับสนามหญ้า ก่อนจะปลดตะขอบราของเธอออกแล้วดึงขึ้น ทำให้มองเห็นเต้าทั้งสองที่ตั้งชูชันพร้อมที่จะให้เขาได้ตักตวงอย่างหนำใจ ไฟที่สลัวมันพอมองเห็นได้ชัดถึงอกผ่องขาวอวบ
ทุกคนต่างก็มีสุราและนารีไว้ข้างกาย พวกเขาทำแบบนี้เป็นประจำ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เตชินจะเอากับนารีผู้นี้ตรงสนามหญ้า หรือตรงไหนก็ได้ที่เขาต้องการ เตชินถกกระโปรงมินนี่ขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวกางเกงในตัวจิ๋วออก ทำให้มองเห็นเนื้อนูนอวบอูมชัดเจน อารมณ์ของความเป็นชาย บวกกับแอลกอฮอล์ที่เพิ่งดื่มไป มันได้เริ่มระอุขึ้น
เตชินบีบคลึงสองเต้า พร้อมกับดูดดื่มสลับไปมาอย่างเมามัน ผู้หญิงทุกคนต่างก็พร้อมที่จะปรนเปรอบำเรอเขาเต็มที่ เพราะชายหนุ่มคือเจ้าพ่อสายเปย์ กระเป๋าหนักคุ้มค่าสำหรับการบริการ
ริมฝีปากของเขาได้ทาบลงไปที่เรียวปากแดงของมินนี่อีกครั้ง ลิ้นหนาได้สำรวจไปทั่วทั้งโพรงปาก มือของเขาค่อยๆ ปลดเข็มขัดราคาแพงออก ก่อนจะรูดซิปกางเกงแล้วดึงท่อนเอ็นลำเขื่องออกมา เขาไม่ลืมที่จะหยิบถุงยางจากกระเป๋าเสื้อ ที่พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ก่อนจะฉีกออกแล้วสวมมาที่ท่อนเอ็น พร้อมยัดมันเข้าไปที่ร่องสวาทของมินนี่
พรึ่บ!
“อืม~อ้า เสียวจังเลยค่ะคุณเตชิน” เสียงหวานของมินนี่เล็ดลอดออกมา เมื่อเตชินเริ่มปฏิบัติการซอยสะโพกสอบเข้าออกถี่ขึ้น น้ำเสียงของคนทั้งสองร้องครางออกมาแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกึกก้อง
“อืม~อ้า~โอ้วว!..” เตชินจับมินนี่ยืนขึ้น ก่อนจะวางเธอนอนราบกับม้าหินอ่อนตัวยาว แล้วเขาก็ขึ้นไปยืนคร่อมเธอเอาไว้ เท้าทั้งสองของชายหนุ่มเหยียบยันที่พื้นดินเอาไว้ แล้วสอดท่อนเอ็นร่อนเข้าไปที่ร่องสวาทของเธออีกครั้ง เอวของเขาก็ยังทำงานอย่างช่ำชองเหมือนเคย
“อ้า~อ๊ะ..เร็วกว่านี้หน่อยค่ะคุณเตชิน” สะโพกของเขาได้สอบเร็วและถี่ขึ้น ตามความต้องการของมินนี่ เพราะเวลานี้หญิงสาว พร้อมที่จะออกไปแตะขอบฟ้าเต็มทีแล้ว
“อืม~อ้า มินนี่เสียว อื้ม” ร่างอรชรเริ่มบิดเกร็งไปทั้งตัว เมื่อเธอสุขสมในอารมณ์ที่ได้รับ เตชินดึงถุงยางที่สวมท่อนเอ็นลำเขื่องออกก่อนจะยัดมันเข้าไปที่ปากเล็กของมินนี่หญิงสาวอ้ารับพร้อมกับอมแล้วดูด
ก่อนจะผงกหัวขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะแทบหายใจไม่ทั่วท้องเธอโลมเลียมัน ราวกับไอศกรีมแท่งโตที่มีรสชาติอร่อยเหลือล้น ลิ้นเล็กเลียเล็มแตะกระหวัดลงไปที่ส่วนปลาย มันจึงสร้างความเสียวซ่านให้กับเตชินเป็นทวีคูณ
“โอ้วว~ซี้ด..มินนี่เสียวจัง” เสียงของเตชินสบถออกมา เมื่อมินนี่ใช้ปากจัดการกับท่อนเอ็นอย่างช่ำชอง ซึ่งเธอนั้นเคยผ่านสนามศึกสวาทกับเตชินมาแล้วนับไม่ถ้วน หล่อนรู้หมดแบบไหนที่เตชินชอบ ปากเล็กอมแล้วดูด มือเรียวก็คอยจับประคองไว้ที่ส่วนโคน ผงกหัวเข้าออกเร็วและถี่ขึ้น ไม่นานน้ำสีขาวขุ่นๆ ก็พวยพุ่งเข้ามาเต็มปากของมินนี่
“อ้า~ซี้ด กลืนมันลงไปมินนี่!..”
เสียงของเตชินสั่งมินนี่ เมื่อเขาสุขสมดั่งอารมณ์หมายแล้ว เธอเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย เตชินจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปยังกลุ่มเพื่อนๆ ปล่อยมินนี่ทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วแต่เธอจะจัดการเสื้อผ้าของตัวเอง เขามีหน้าที่ถอดเวลาสวมใส่มันคือหน้าที่ของเธอ
เดือนหน้าก็จะถึงวันงานแล้ว แต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังไม่เคยพบเจอกันเลยสักครั้ง เมื่อหมอพุฒตาลเองก็ไม่ได้สนใจ ที่จะไปเจอว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเช่นกัน ทั้งสองทำเหมือนราวกับว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่น ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง และผู้หญิงทุกคนก็คงต้องการที่จะให้มันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต
ในเวลานี้สิ่งที่หมอพุฒตาลให้ความสำคัญ คือคนไข้และตำราแพทย์ หมอสาวไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาความรู้ เธอค้นคว้าทั้งในอินเทอร์เน็ต และในตำราไม่ว่าจะเป็นที่บ้านในห้องนอน ห้องนั่งเล่นห้องพักแพทย์ ทุกที่ที่มีหมอพุฒตาล ที่นั่นก็จะมีหนังสือตำราเต็มไปหมด
“หมอตาลคืนนี้ว่างไหม ผมอยากชวนคุณไปปาร์ตี้ที่บ้านผม” หมอต้นหมออีกคนที่สนใจในตัวหมอพุฒตาลมานาน ทั้งคู่เข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกัน มีความสนิทในระดับหนึ่ง แต่หมอพุฒตาลก็ไม่สามารถทำให้มันพัฒนาไปมากกว่าความเป็นเพื่อนได้
“ปาร์ตี้อะไรค่ะ หมอต้น” หมอพุฒตาลเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องผ่าตัด และกำลังจะตรงไปที่ห้องพักแพทย์
“น้อยใจจังหมอตาลจำไม่ได้จริงๆ เหรอครับ” หมอต้นพูดออกมาอย่างน้อยใจ เมื่อหมอสาวที่เขาแอบชอบลืมวันเกิดของเขา ทั้งที่ปีที่แล้ว เธอก็ไปสังสรรค์กับหมอหนุ่มที่บ้าน ครั้งหนึ่งมาแล้ว
“ขอโทษจริงๆ ค่ะหมอต้นตาลจำไม่ได้ สรุปแล้วปาร์ตี้เนื่องในโอกาสอะไรคะ”
“วันเกิดผมครับ แต่ถ้าหมอตาลไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะครับ” เขาพูดเชิงน้อยใจ เมื่อหมอสาวที่เขาตามจีบมาเป็นแรมปี แต่เธอก็ไม่เคยใจอ่อนสักที
“ได้สิคะ แต่ตาลขอชวนหมอสากับหมอเจนไปด้วยนะคะ”
หมอพุฒตาลมักจะพาเพื่อนทั้งสองไปด้วยทุกครั้ง ที่หมอต้นชวน แม้แต่ทานข้าว เธอก็ไม่เคยไปกับเขาสองต่อสอง เมื่อไม่ได้คิดอะไรกับหมอต้นเธอก็แสดงออกด้วยการขอไปที เพื่อให้เขาตัดใจจากเธอ
“ได้ครับ ผมชวนหมอเจน กับหมอสาเรียบร้อยแล้ว” ยังไงหมอพุฒตาลก็ต้องชวนสองคนนั่นไปอยู่แล้ว หมอหนุ่มเลยจัดการชวนก่อนซะเลย และเขาก็เช็คตารางงานหมอพุฒตาลไว้เรียบร้อย คืนนี้หมอสาวเธอไม่ได้เข้าเวร ความจริงวันเกิดของเขาอีกตั้งสองวันแต่ เมื่อเขาดูตารางเวรของหมอพุฒตาลแล้วเธอไม่ว่างเขาจึงเลือกเอาวันนี้
“ถ้าอย่างนั้นเจอกันเย็นนี้นะคะ ตาลขอตัวก่อน”
“โอเคครับเจอกันเย็นนี้” หมอทั้งสองต่างแยกย้ายกันไป จากนั้นหมอพุฒตาลก็เดินเข้ามาในห้องพัก ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม พร้อมทั้งเอนหลังแล้วหลับตาลงช้าๆ ด้วยความอ่อนล้า จากการผ่าตัดมาอีกเคส เมื่อสมองได้พักกลับทำให้ หมอสาวนึกถึงคำบอกกล่าวของผู้เป็นมารดา
หลังจากแต่งงานแล้วเธอต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของสามี ตามเจตนารมณ์ของเพื่อนมารดา ถ้าผู้ชายคนนั้นเขารู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดจากหนี้สิน ที่มารดาของเธอหยิบยืมมา เขาจะมองเธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกัน
Rrrrrr!! เสียงโทรศัพท์ของหมอสาวดังขึ้น เมื่อหยิบมาดูปรากฏว่าเป็นสายของมารดาที่โทรเข้ามา
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะแม่”
“หมอเมื่อไหร่จะมาลองชุด ทางร้านเขาโทรมาหลายครั้งแล้ว งานก็จะจัดขึ้นเดือนหน้านี้เอง ถ้าใส่ไม่ได้ทางร้านเขาจะได้แก้ไขให้” ผู้เป็นมารดาพูดอย่างร้อนใจ เมื่อลูกสาวไม่กระตือรือร้นเลยสักนิด
“เดี๋ยวตาลจะเข้าไปค่ะแม่ ช่วงนี้ยังไม่ว่างเลย ไซซ์ของตาลก็เหมือนเดิมแหละค่ะ ไม่อ้วนไปกว่านี้แล้ว” หมอสาวพูดตัดผู้เป็นมารดาออกไป ความจริงแล้วเธอไม่อยากไปต่างหาก การแต่งงานที่เกิดจากข้อตกลงหนี้เป็นศูนย์ มันช่างเป็นการแต่งงานที่แปลกจริง
“ยังไงหมอก็เข้าไปที่ร้านหน่อยแล้วกัน แค่นี้นะดูแลตัวเองด้วย”
“ค่ะแม่ สวัสดีค่ะ รักนะคะ” เมื่อวางสายจากมารดาไปแล้ว หมอสาวได้หลับตาลงช้าๆ อีกครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆเต็มปอด นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เมื่องานแต่งจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า วันเวลายิ่งผ่านไปเร็ว การเตรียมใจที่จะเป็นภรรยาของใครสักคน ในเวลานี้มันช่างยากเย็นสำหรับหมอพุฒตาลเหลือเกิน
มือเล็กเรียวที่เคยช่วยชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่เวลานี้กลับทำอะไรไม่ได้เลยกับชีวิตของตัวเอง ที่กำลังจะเดินเข้าไปสู่พันธะผูกมัดกับชายแปลกหน้า ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ถ้าเขาดีกับเธอก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเขาเป็นผู้ชายใจร้ายก็ถือซะว่าเธอเกิดมาโชคร้ายก็แล้วกัน เมื่อหมอพุฒตาลคิดได้ดังนั้นก็รีบลุกขึ้น ถือกระเป๋าเดินออกจากห้องไปทันที