เธอสะดุดสายตากับเขาตั้งแต่แรกเห็น ความมีเสน่ห์ของเรือนกายแข็งแกร่งชวนให้ใจสาวสั่นไหว เขาเป็นบุรุษเพศที่น่าดึงดูดที่สุดเท่าที่เคยพานพบมา รูปร่างสูงสง่า ผิวขาวจัด ดวงตาคมเข้มสีนิล รับกับขนตาดกหนาที่เรียงกันสวยงามแม้แต่สตรีเพศยังต้องอิจฉา
จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกได้รูป คางเรียว คิ้วคมเข้ม รูปร่างกำยำหาชายใดเปรียบ ภาพทุกอย่างจับไปทั่วเรือนร่างของเขาชัดเจน เหมือนเธอได้ยืนมองดูเขาอยู่ตรงหน้า แต่เหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ทำให้หัวใจสาวสะท้านแล้ว ความรู้สึกพิเศษที่ไม่เคยเกิดกับชายใดมาก่อน ก็ทำให้เธออยากมอบกายใจให้เขาเพียงผู้เดียว
ขณะอยู่บนเวทีเธอส่งใจถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก รับรู้ว่าเขากำลังส่งใจถึงเธอทุกห้วงคำนึงด้วยเช่นกัน เขาคือคนที่ใช่สำหรับเธอ แต่เธอไม่มีสิทธิ์เพราะเป็นแค่นางรำคนหนึ่ง จะมองตรงๆ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนของท้องพระโรงเพราะมันมืดมิดมาก ได้แต่ตั้งใจเต้นให้เต็มที่ หวังลึกๆ ให้เขาถูกใจเพียงเท่านั้น
การแสดงจบลงแล้ว สุลต่านหนุ่มยังมองเรือนร่างที่ลับหายไปไม่วาง เมื่อความสว่างไหวเข้ามาแทนที่ความมืดที่ปกคลุมบนเวทีและทั่วท้องพระโรง
หญิงสาวหายไปเสียแล้ว อีซาลดกล้องลงวางบนโต๊ะด้านหน้าด้วยความเสียดาย
“ท่านถอนใจยาวเชียวนะ” รอฮิมล้อเพื่อนอย่างรู้ใจ
“อยากเจอเธอไหมล่ะ” รอฮิมแกล้งหยั่งเชิงถาม
“เรานึกว่าท่านจองตัวเธอไปแล้วเสียอีก”
อีซาหยั่งถามเพื่อนไม่แตกต่างกัน เสียงหัวเราะถูกใจเปล่งออกมาจากสหายรัก
“ไม่ต้องจอง เดี๋ยวเราจะจัดให้ท่านเอง”
“เราอยากเชิญเธอมาทานอาหารสักมื้อ”
“แค่อาหารมื้อเดียวเองเหรอ”
รอฮิมกระเซ้าเพื่อน อีซาหัวเราะถูกใจเมื่อเพื่อนรู้ทัน
เมื่อมาเลย์น่าลงจากเวที การิมซึ่งเป็นคนสนิทของสุลต่านรอฮิมรีบเชิญให้หญิงสาวไปรับของกำนัลต่อหน้าพระที่นั่ง มาเลย์น่าใจเต้นแรง หากไม่ใช่เพราะจะได้รับของกำนัลจากเจ้าของงาน แต่เพราะคนที่นั่งอยู่เคียงข้างเจ้าของงานมีอิทธิพลทำให้ใจสาวสั่นไหวยิ่งนัก
สายตาคมกริบมองเรือนร่างงามที่เดินตามการิมมาทางเบื้องหลัง สุลต่านหนุ่มใจเต้นแรงจนผิดจังหวะ เขานั่งรอจนเกือบจะหมดความอดทนแม้เพียงไม่กี่นาทีแต่กลับนานนักในความรู้สึก
มาเลย์น่ายอบกายถวายความเคารพ ดวงหน้างามมิกล้าเงยหน้ามองตรงๆ จนเมื่อการิมบอกให้หญิงสาวรับของจากสุลต่านรอฮิม เธอจึงได้ก้าวไปรับด้วยความประหม่า หากประหม่าต่อสายตาอีกคนที่เธอรับรู้ว่าเขามองอยู่ ดวงตาคมหวานเหลือบมองเพียงน้อย สบกับดวงตาคมเข้มสีนิล เหมือนประกายไฟสีเงินกระทบร่างทั้งสองให้ตะลึงงัน ความคุ้นเคยและบางอย่างในหัวใจเรียกร้องให้อยากชิดใกล้กันและกัน
อีซาอยากดึงร่างงามมาสวมกอดเพื่อรับขวัญ มาเลย์น่าก็อยากเข้าสู่อ้อมกอดของเขา อ้อมกอดที่เธอรอคอยมานานแสนนาน แต่ทั้งสองเพียงแค่คิดเท่านั้น
เมื่อรับของกำนัลเสร็จ มาเลย์น่าจึงตามการิมกลับไปยังห้องพักที่จัดเอาไว้ให้ อีซายังมองตามร่างงามไปจนสุดตา
“อีกไม่นานเกินรอ”
รอฮิมบอกเพื่อนอีกครั้ง อีซาเพียงแต่ยิ้มรับ ไม่พูดอันใดออกมา
ในที่สุดงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านรอฮิมสิ้นสุดลง แขกเกียรติยศที่มาร่วมแสดงความยินดีต่างเข้าพักยังตำหนักรับรอง เหล่าข้าราชบริพารรวมถึงพสกนิกรต่างถวายพระพรให้จงทรงพระเจริญทั่วราชอาณาจักร
หลังจบงาน มาเลย์น่าได้รับการทาบทามให้ไปสัมภาษณ์ออกทีวี เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ซึ่งหญิงสาวไม่ขัดข้อง
หลังจากส่งมาเลย์น่าเข้าห้องพักแล้ว การิจึงมาเข้าเฝ้าสุลต่านทั้งสองที่ตำหนัก เขาเล่าเรื่องมาเลย์น่าให้ทั้งสองพระองค์ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบัง คิดว่าโซฟียะห์เพื่อนรักคงไม่ว่าอะไรหากหลานสาวจะได้ถวายตัวให้สุลต่านผู้สูงศักดิ์แห่งประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยแร่ทองคำเช่นนี้
การิมเล่าว่า มาเลย์น่า มีชื่อเล่นว่าฮันนี่ เป็นหลานสาวของเพื่อนสนิท ได้รับการคัดเลือกให้มาเต้นหน้าพระที่นั่ง เนื่องจากเขาเป็นคนส่งสาส์นไปบอกโซฟียะห์ผู้เป็นเพื่อน พร้อมกับนางได้ส่งหลานสาวเข้ามาแข่งขันในครั้งนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง มาเลย์น่าสามารถทำได้ดี ได้รับคะแนนเป็นเอกฉันท์จากกรรมการที่เขาแต่งตั้งให้คัดสรรหญิงสาวแต่ละคน ที่จะได้มีโอกาสมาเต้นรำหน้าที่ประทับในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้
มาเลย์น่าใจเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อลุงการิมเพื่อนของยายมาเชิญให้เธอไปรับประทานอาหารว่างกับสุลต่านอีซาที่ตำหนักรับรอง
องค์สุลต่านเป็นถึงประมุขครองประเทศผู้สูงศักดิ์ ทรงให้เกียรติเชิญเธอเช่นนี้ถือว่าเป็นบุญยิ่งนัก
หญิงสาวคัดเลือกชุดที่คิดว่าสวยที่สุด ดวงหน้าหวานยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสถึงไออุ่นแห่งเสน่หาของคนที่กำลังรอคอยเธออยู่ ร่างระหงกลมกลึงตามการิมไปยังตำหนักรับรองขององค์สุลต่านอีซา เพียงไม่ถึงสิบนาที ก็มาถึงตำหนักงดงามที่ประดับตกแต่งหรูหราอลังการ หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียวเมื่ออยู่ในตำหนักใหญ่โตเช่นนี้
มาเลย์น่าถวายความเคารพสุลต่านอีซาด้วยความนอบน้อม การิมที่เดินมาส่งขอตัวทันทีที่หมดหน้าที่ของตัวเอง ทั้งห้องจึงมีแค่เธอและเขาเท่านั้น
อีซามองร่างงามด้วยความเสน่หา เขาไม่เคยสนใจหญิงสาวคนใดเท่านี้มาก่อน แม้ว่าจะมีนางในฮาเร็มที่เป็นบรรณาการจากข้าราชบริพารและกษัตริย์ต่างเมืองมากมายเพียงใดก็ตาม
ดวงตาคมกล้าสีนิลเปล่งประกายระยับ มองไล้ไปทั่วเรือนร่างงามด้วยความชื่นชม มาเลย์น่ารู้สึกใจสั่นจนถึงกับประหม่า ร่างงามสวมชุดสีเขียวตองอ่อน มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าบางเบา ดวงตาทั้งคู่สบกันเนิ่นนาน เหมือนต่างรอคอยกันและกันมาแสนนาน หญิงสาวหลบตาเหลียวมองรอบกายด้วยความขัดเขิน เธอพบว่าในตำหนักกลับไม่มีใครสักคนเดียว มีเพียงแค่เธอกับเขาเท่านั้น และหาได้มีอาหารอย่างที่บอกไม่
มาเลย์น่ายอมรับว่าตอนที่เต้นโชว์หน้าที่พระทับ เธอตั้งใจเต้นให้เขาดูเพียงคนเดียว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ยังเห็นเขามองนิ่งๆ ไม่เปล่งวาจาอันใดออกมา เธอเห็นเขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดสบายๆ โดยใส่เสื้อคลุมทับด้านใน มีลักษณะเป็นเสื้อคลุมสั้นแค่เข่า และมีผ้าพาดไหล่สีทองอีกผืนที่มองแล้วสวยงามแปลกตาเพียงเท่านั้น แต่บนศีรษะหาได้โพกผ้าเหมือนครั้งอยู่ในท้องพระโรง ทำให้มองเห็นเส้นผมดำสนิทเหมือนดวงตาคมเข้มสีนิลคู่นั้น
“มาหาเราสิ”
มาเลย์น่าตื่นจากภวังค์ เมื่อเขาพูดออกมาเป็นประโยคแรก หลังจากที่มองเธออยู่นาน เสียงทุ้มนุ่มหูแม้จะแสดงถึงอำนาจน่าเกรงขามแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นทุ้มลึกตราตรึงในหัวใจ
“พระองค์ต้องการให้หม่อมฉันมาทานอาหารว่างเป็นเพื่อนหรือเพคะ”
มาเลย์น่ายังไม่เดินไปหาเขาตามคำเรียกขาน แต่กลับถามเสียงสั่นด้วยความประหม่าแทน เธอขาสั่นเพราะดวงตาคมกล้าสีนิลที่เปล่งประกายกล้าอยู่เบื้องหน้า
อีซาเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นมองหญิงสาวเบื้องหน้านิ่งๆ คิดว่าเธอน่าจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร ถึงได้เชิญตัวมาเช่นนี้ หากแม้เธอจะเป็นหญิงสาวที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษเพียงใด แต่ด้วยอาชีพของเธอแล้ว หญิงสาวน่าจะรู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใดในเวลานี้
มาเลย์น่ายืนนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด เมื่อร่างสูงเหยียดยืนขึ้นจากแท่นที่ประทับ เดินลงมาหาร่างงามด้วยฝีเท้ามั่นคง ร่างระหงเหมือนรอคอยอ้อมแขนอบอุ่นกำยำนั้น มือใหญ่รวบร่างกลมกลึงเอาไว้อย่างรวดเร็ว
ดวงตาสวยหวานเหมือนกวางน้อยที่ตื่นกลัว ทำให้อีซาแย้มยิ้มอารมณ์ดีกว่าเดิมนัก มือของเขาเชยคางมนให้สบสายตาตรงๆ ดวงตาคมหวานสบกับดวงตาคมเข้มนิ่งนาน หัวใจสองดวงเต้นเร้ากระหน่ำแทบปะทุออกมานอกอก
“ที่พูดเมื่อสักครู่ ไม่รู้จริงๆ หรือ.. แกล้งยั่วเรากันแน่”
อีซาเลิกคิ้วคมเข้มถามด้วยดวงตาเป็นประกายกล้ามีแววล้อเลียนชัดเจน มาเลย์น่าสบตาเขาไม่ยอมหลบ แฝงเอาไว้ด้วยความไม่เข้าใจ แววตาท้าทายหวานล้ำของคนตรงหน้า ทำให้อีซาหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ
“ฝ่าบาททรงหมายถึงอะไรหรือเพคะ”
หญิงสาวถามเสียงหวาน
เขาไม่ตอบคำถาม แต่ไล้ฝ่ามือไปตามใบหน้าสวยหวานเบาๆ สายตาคมกวาดไล้ไปทั่ว ระเรื่อยไปยังเรือนร่างกลมกลึงสมส่วน มาเลย์น่ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขาสั่นจนแทบทรุดแต่ยังพยุงกายอยู่ได้เพราะอ้อมแขนที่รัดไปรอบร่างอวบอิ่ม
“ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้”
อีซาถามย้ำอีกครั้ง เขารุ่มร้อนแทบจะทันทีที่ได้สัมผัสร่างนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขน ตอนมองเธอในท้องพระโรง เขาหัวใจหวั่นไหวมากมาย แต่เมื่อได้สัมผัสแนบชิดมากกว่ามอง กลับทำให้สั่นไหวซ่านไปทั่วอกมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
มาเลย์น่าเผยอริมฝีปากน้อยๆ เหมือนชวนเชิญ แต่เธอทำด้วยความเผลอไผล ไม่รู้จะตอบคำถามเขาเช่นไรดี อีซาไม่อยากรับฟังอันใดอีกแล้ว ริมฝีปากหยักหนาร้อนรุ่มกดจุมพิตประทับกลีบปากอิ่มหวาน เมื่อสิ้นสุดการรอคอย ร่างระหงผวาสะท้าน ประกายไฟแล่นไปทั่วเรือนร่าง สัมผัสเช่นนี้ช่างคุ้นเคยอบอุ่นหวามในอก เหมือนเป็นสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน
ลำแขนแกร่งโอบกอดรัดรึงแนบแน่น ปลายลิ้นอุ่นตวัดไล้เลียไปทั่วกลีบปากสีสดเพื่อเชยชิมความหอมหวาน มือใหญ่ลากไล้นวดคลึงไปทั่วเรือนร่าง
ร่างงามอ่อนระทวยต่อสัมผัสของบุรุษเพศ ยิ่งมือแกร่งนวดคลึงหนักหน่วงขึ้น ริมฝีปากรุ่มร้อนดูดเม้มรุกเร้ากลีบปากหวานฉ่ำไม่แพ้กัน อารมณ์หวามก่อเกิดไหลวนไปทั่วเรือนร่างโดยไม่สามารถห้ามความต้องการทางธรรมชาติได้
ร่างเพรียวเผยอกลีบปากคราง เมื่อโดนเคล้นคลึงหนักมือขึ้น ลิ้นอุ่นร้อนที่รอจังหวะดูดกลืนความหวานในโพรงปากจึงมีโอกาสสอดแทรกชิวหาเชยชิมมากขึ้น
ริมฝีปากหยักหนาบดคลึงจุมพิตร้อนแรง ร่างระหงสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นอุ่นหนาเก็บกวาดดูดกลืนความฉ่ำหวานในโพรงปากด้วยความหิวโหย ยิ่งดื่มด่ำความหอมหวานมากขึ้นเพียงไร ยิ่งเพิ่มความต้องการมากขึ้นจนแทบสำลัก ลิ้นเล็กสอดประสานไร้เดียงสา จึงโดนดูดกลืนกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ความต้องการแห่งบุรุษเพศพุ่งสูงขึ้นจนเกินหักห้ามกายใจได้
ใบหน้าคมเข้มถอดถอนออกด้วยดวงตาพร่างพราย มาเลย์น่ากะพริบตาด้วยความงุนงงสงสัย ดวงตาคมหวานปรือหยาดเยิ้มมองหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความเสน่หาไม่ต่างกัน อีซาหัวเราะเสียงทุ้มแหบพร่า ลำแขนกำยำตวัดอุ้มกวางน้อยแสนหวานขึ้นในอ้อมแขน เพียงไม่กี่ก้าว ถึงแท่นบรรทมเบื้องหน้า
“รู้ไหมว่ามองแบบนี้ เป็นการเชิญชวนขนาดไหน”
น้ำเสียงทุ้มหวานแหบพร่าระคนเอ็นดู ดวงตาคมเข้มไล้มองร่างระหงที่นอนระทดระทวยเย้ายวนบนเตียงกว้างด้วยความพึงพอใจ
“ฝ่าบาท”
เสียงสั่นน้อยๆ แต่เซ็กซี่เป็นสุดในความคิดคำนึงของเขา เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากใบหน้าหล่อเหลาต่อเนื่อง
“ทำเสียงแบบนี้น่ารักจังฮันนี่ อยากรู้ว่าเธอจะมีวิธีการเช่นไรมัดใจผู้ชายให้หลงใหล ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ให้ฉันได้ดูความงดงามของเธอหน่อย”
อีซาพูดเสียงแหบห้าว มือใหญ่รั้งมือเรียวสวยขึ้นจากเตียงกว้างให้เธอลงไปยืนหน้าเตียง เรือนร่างสูงขึ้นไปนั่งบนเตียงแทนเพื่อมองหญิงสาวได้ถนัด
มาเลย์น่าสั่นสะท้านจากสายตาคมที่กำลังมองลามเลียไปทั่วเรือนร่าง
“ฝ่าบาท”
มาเลย์น่าถอนเท้าหนี แต่ถูกรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หนีเขาไปได้
“ยั่วให้ฉันต้องการเธอมากขึ้นเรอะ”
คิ้วเข้มดกหนาเลิกขึ้นเมื่อเห็นเธอคิดหนี คิดว่าเธอยั่วให้เขาต้องการเธอมากเป็นทวีคูณ แต่นั่นทำให้ตื่นเต้นมากกว่าหญิงสาวที่เคยพานพบมา หญิงสาวพวกนั้นคอยจะปรนนิบัติไม่กล้าขัดใจเขา จนน่าเบื่อหน่ายมากกว่าน่าอภิรมย์ในความคิดของเขา
มือใหญ่เอื้อมไปปลดชุดสวยเนื้อผ้าบางเบาแนบกายรัดรึงออกด้วยความใจร้อน ทำให้เสื้อผ้าหลุดจากเรือนร่างในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับปลิวไปตกรอบกายโดยที่เขาหาสนใจไม่
มาเลย์น่าอุทาน ยกมือปกปิดเรือนร่างด้วยความตระหนก
“ฝ่าบาทอย่าเพคะ”
หญิงสาวห้ามปรามเสียงสั่น นึกหวั่นใจในความใจร้อนของเขา
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแย้มยิ้มด้วยดวงตาเป็นประกายแต่หาได้โกรธกริ้วไม่
ร่างระหงเปลือยเปล่าถูกรั้งให้นอนบนเตียงกว้างอีกครั้ง หญิงสาวหลับตาด้วยความอับอายขัดเขินยิ่งขึ้น ที่ต้องเปลือยกายต่อหน้าบุรุษเพศเช่นนี้ ใบหน้านวลแดงระเรื่อจนลามไปทั่วตัว
ดวงตาคมเข้มสีนิลมองไล้ร่างเปลือยอย่างพึงพอใจ ร่างเพรียวระหงกลมกลึง ทุกสัดส่วนอวบอิ่มน่าสัมผัส ผิวสีน้ำผึ้งเนียนนุ่มดุจแพรไหม ยามมือแกร่งลูบไล้ก็สั่นสะท้านหวามไหวเรียกร้องให้อยากคลุกเคล้ามากยิ่งขึ้น
ริมฝีปากร้อนรุ่มกดจุมพิตกลีบปากแสนหวานที่ทำให้เขาติดใจในรสชาติ มือใหญ่กอบกุมอกอวบอิ่มทั้งสองข้างพร้อมกับขยำเคล้นคลึงหนักๆ
ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเพื่อครางเสียงกระเส่า เรือนร่างร้อนรุ่มดุจดั่งไฟกองใหญ่ที่ลามเลียไปทั่วเรือนกาย เขาผละออกเพียงไม่กี่อึดใจเพื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ออก แล้วกลับมาคลุกเคล้าเล้าโลมดังเดิม
มาเลย์น่าเบิกตามองร่างเปลือยที่สวยงามแกร่งกล้าของเขา เธอไม่เคยเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของบุรุษเพศเช่นนี้มาก่อน
เรือนร่างชายงดงามกำยำอุดมไปด้วยมัดกล้ามชวนคลั่งไคล้ไหลหลง ดวงตาคมหวานไหววูบ เริ่มใจสั่นเกินบรรยาย ยิ่งเห็นความองอาจแกร่งกล้าอยู่เบื้องหน้า ยิ่งอยากหลับตาหนี แต่ทำไม่สำเร็จ กลับจ้องมองเหมือนต้องมนตร์สะกด
อีซาเลิกคิ้วคมเข้มมองใบหน้าสาวน้อยที่กำลังแดงก่ำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มาเลย์น่าอายจนหน้าแดง หลบใบหน้าหันหนีไปทางอื่นทันที มือใหญ่รั้งคางเรียวสวยให้หันกลับมาสบในตาสีนิลด้วยอำนาจที่มีอยู่เปี่ยมล้น รวมถึงความเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน
ดวงตาคมหวานสบกับเขาด้วยความตระหนก ริมฝีปากหยักหนากดจุมพิตหนักหน่วง ร่างสูงทาบทับแทรกระหว่างเรือนร่างเย้ายวน มือทั้งสองข้างจับเรียวขาเพรียวให้แยกออกจากกัน มาเลย์น่าอุทานอีกครั้ง ตกใจในท่วงท่าน่าอายเสียเปรียบเช่นนี้ ลิ้นอุ่นหนาคลุกเคล้าเชยชิมความหวานในโพรงปากอุ่น มือแกร่งเลื่อนไปนวดคลึงสะโพกผายไล้วนขึ้นไปตามสีข้างเพื่อเกาะกุมปทุมถันอวบอิ่มแล้วขยำเคล้นคลึงความนุ่มนิ่มนั้น
ลิ้นเรียวเล็กโดนดูดดึงระรัวไม่อาจห้ามปรามได้ ความแข็งแกร่งที่ผงาดกล้ากำลังถูไถกับกลีบดอกไม้งามเบื้องล่างจนคนใต้ร่างแทบขาดใจจากความเสียวซ่านกระสันที่แล่นไปจับทั่วร่าง
กลีบปากฉ่ำหวานสีสดช้ำสุดแสนเมื่อริมฝีปากหยักหนาละออก มือใหญ่เลื่อนไปลูบไล้ริมฝีปากของคนใต้ร่างอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากน้อยเผยอหอบหายใจสะท้านเสียงกระเส่า
“รู้ไหมว่าหอบกระเส่าแบบนี้คือการยั่ว”
อีซาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูปะปนกับลมหายใจหอบแรงไม่ต่างกับคนใต้ร่าง เขาต้องการเรือนร่างงามบรรเจิดเบื้องหน้าอย่างที่สุด
“ฝ่าบาท” มาเลย์น่าเรียกเขาเสียงหวานสะท้านเครือ
“กอดฉันเดี๋ยวนี้”
เสียงแหบทุ้มหวานสั่งข้างใบหูนุ่มนิ่มหอมกรุ่น อ้อมแขนของหญิงสาวโอบรอบเรือนกายแข็งแกร่งด้วยความมึนเมาในรสเสน่หา
ใบหน้าคมเข้มก้มลงเชยชิมลำคอระหงโดยการดูดเม้มด้วยความกระหายไม่คลาย เสียงหอบหายใจที่รุนแรงกำลังทำให้เธอไม่มีสติที่จะคิดอันใด
“เปิดทางให้ฉันเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มสั่นพร่ายังสั่งคุกคามตามติด
มาเลย์น่าแหงนเงยใบหน้าไปด้านบนให้เขาซุกไซ้ได้เต็มที่ สร้างความพอใจให้เขาเป็นอันมาก มือใหญ่ทั้งสองยังนวดคลึงยอดถันสีสด เพื่อรอคอยให้ริมฝีปากหยักหนาลงไปเชยชิมเป็นสิ่งต่อไป