ภาพปกนิยาย ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70

ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70

9.2 / 10.0
แป้งร่ำ หญิงเก่งวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มตระหนักได้ว่าความสำเร็จเหล่านั้นกลับแลกมาด้วยความโดดเดี่ยว เมื่อไร้คนเคียงข้างเธอจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแบบที่ต้องการ ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่กลับเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกส่งเธอทะลุมิติไปอยู่ในร่างของแม่ม่ายที่ต้องดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเธอให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม เส้นทางชีวิตใหม่ในอดีตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายนี้จะจบลงอย่างไร
เรื่องย่อ ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
แป้งร่ำ หญิงเก่งวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเริ่มตระหนักได้ว่าความสำเร็จเหล่านั้นกลับแลกมาด้วยความโดดเดี่ยว เมื่อไร้คนเคียงข้างเธอจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแบบที่ต้องการ ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่กลับเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกส่งเธอทะลุมิติไปอยู่ในร่างของแม่ม่ายที่ต้องดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเธอให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม เส้นทางชีวิตใหม่ในอดีตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายนี้จะจบลงอย่างไร
อ่านเพิ่มเติม

ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70 ตอนที่ 1

ถิงถิงจำได้ว่าเธอเพิ่งจะนอนหลังอ่านนิยายเรื่อง ‘ฝากรักไว้กับรักแรกของแฟนเก่า’ จบไปตอนบ่ายสามของวัน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักน้ำเน่าที่ถิงถิงชอบมาก และมันยังเป็นนิยายของนักเขียนที่เธอติดตาม เนื่องจากนักเขียนได้ส่งนิยายที่สั่งพิมพ์ให้กับนักอ่านที่สั่งซื้อมาถึง ถิงถิงที่ว่างจึงรีบอ่านนิยายเกือบห้าร้อยหน้าโดยที่ไม่ยอมพักจนจบโดยใช้เวลาเพียงสิบชั่วโมงในการอ่าน จากนั้นจึงหันไปหยิบหูฟังมาสวมพร้อมกับผ้าปิดตาที่ใช้ตลอดเพราะเดี๋ยวแดดจะแยงตาตอนเช้า

แต่แล้วถิงถิงที่นอนอย่างสบายใจก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ข้างหู ถิงถิงขมวดคิ้วระหว่างรู้สึกตัว

ตั้งแต่จำความได้เธอก็โตมากับคุณยายสองคนที่บ้านนอกและเสียไปเมื่อห้าปีก่อน หลังเรียนจบมัธยมปลายจึงย้ายเข้ามาเรียนในมหาลัยรัฐบาลที่มีทุนเรียนฟรี นอกจากยายแล้วเธอก็ไม่ได้มีญาติคนอื่นอีก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็กร้องในห้อง เพราะที่พักของเธอนั้นเป็นหอพักสำหรับนักศึกษา เด็กที่ต่ำกว่าสิบสองขวบถูกห้ามเข้ามาอยู่เพราะเจ้าของหอกลัวจะรบกวนเหล่านักศึกษาในมหาลัยที่ต้องตื่นไปเรียนเช้าและกลับดึกบางคณะ

ถิงถิงบิดขี้เกียจพร้อมกับใช้มือขยี้ดวงตาที่กำลังจะปิดลงอีกครั้งหากไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูอีกรอบ

“พะ...พี่สะใหญ่” เสียงแหบแห้งอยู่ด้านนอกประตูดังเล็ดรอดมาให้ถิงถิงได้ยิน “เสี่ยวลู่คงจะหิวแล้ว เอามาให้ฉันป้อนน้ำข้าวให้หล่อนก่อนเถอะค่ะ”

‘ดะ...เดี๋ยวนะ!! พะ...พี่...สะใภ้ใหญ่งั้นหรือ’

ถิงถิงที่ดวงตากำลังจะปิดเบิกโพลงขึ้นมาอีกรอบ และยิ่งทำให้เธอตกใจกว่าเดิมเพราะสถานที่ไม่คุ้นชินพร้อมกับกลิ่นอับชื้นภายในห้องที่กำลังนอนอยู่ อีกทัังมีเด็กทารกวัยเดือนเศษที่กำลังนอนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เธอ

“อะ...โอ๊ยย” ถิงถิงยกมือขึ้นกุมขมับและหลับตาลงเพราะมันรู้สึกปวดหัว

“พะ...พี่สะใภ้ใหญ่! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” คงจะเพราะได้ยินเสียงร้องจากภายในห้อง คนด้านนอกที่มีน้ำเสียงแหบจึงร้องถามด้วยความแตกตื่น

“มะ...ไม่มีอะไรแล้ว เธอไปพักเถอะ!” ถิงถิงในคราบกัวเหม่ยอิงตะโกนตอบ

ใช่แล้ว! เธอที่กำลังนอนพักผ่อนหลังอ่านนิยายจบ กลับทะลุมิติเข้ามาในยุค70 ที่ในยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เจ้าของร่างที่เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่มีนามว่า ‘กัวเหม่ยอิง’ กัวเหม่ยอิงเป็นบุตรสาวคนเล็กของครอบครัวกัว มีพี่ชายกับพี่สาวอีกสี่คน

ครอบครัวสกุลกัวเป็นครอบครัวที่เล็กที่สุดในหมู่บ้าน และเป็นครอบครัวที่จนมากเพราะส่งลูกสาวคนเล็กเข้าเรียนมัธยมปลายในอำเภอ ในตอนนี้ทั้งพี่ชายและพี่สาวของกัวเหม่ยอิงจึงไม่มีใครได้แต่งงานสักคนเพราะครอบครัวยากจนเกินไป

แต่เพราะกัวเหม่ยอิงเป็นถึงนักเรียนที่เรียนจบมัธยมปลายในอำเภอ บ้านสามสกุลหานจึงมาสู่ขอกัวเหม่ยอิงไปเป็นสะใภ้ใหญ่ที่มีสามีเป็นทหาร สร้างความไม่พอใจให้กับบ้านใหญ่สกุลหานเป็นอย่างมาก กัวเหม่ยอิงถูกบ้านใหญ่สกุลหานมาทาบทามไปเป็นสะใภ้หลายครั้งแต่ถูกปฎิเสธ

เพราะบ้านกัวให้เหตุผลว่าบ้านใหญ่สกุลหานมีสมาชิกมากเกินไป หากให้นับแล้วบ้านใหญ่สกุลอยู่รวมกันสี่รุ่นแล้ว แต่ไม่ยอมแยกบ้านออกมาอยู่ข้างนอก ยกเว้นบ้านสาม ที่พ่อสามีเห็นว่าบ้านตัวเองทำงานหนักกว่าบ้านอื่น ๆ จึงหาทางแยกบ้านออกมาจนสำเร็จ แต่ก็ไม่วายถูกมายืมเงินและจับฉวยของไปทุกครั้งที่มีโอกาส

กัวเหม่ยอิงแต่งเข้าสกุลหานเมื่อห้าปีก่อน ในวัยยี่สิบปี แต่เพิ่งจะคลอดหลานสาวให้บ้านสามสกุลหานได้ไม่กี่เดือนก็เจอข่าวร้าย สามีของเธอที่ถูกคัดเลือกไปเป็นทหารตั้งแต่อายุยังไม่เข้าเลขสองจนตอนนี้อายุสามสิบ ไปทำภารกิจด่วนแต่ล้มเหลวจนเกิดการบาดเจ็บหลายคนและหนึ่งในนั้นมีน้องชายคนกลางของสามีด้วย สามีของกัวเหม่ยอิงที่เข้าช่วยเหลือน้องชายจึงไม่สามารถรักษาชีวิตตัวเองได้

กัวเหม่ยอิงลงแปลงนามาตลอดระยะที่แต่งเข้าสกุลหาน แต่ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่เคยได้รับความยากลำบากแบบนี้มาก่อนจึงเกิดการล้มป่วยและมีร่างกายอ่อนแอ ในเวลาที่เกิดการตั้งครรภ์เธอบำรุงร่างกายก็จริงแต่ก็ยังลงแปลงนาอยู่ตลอด

และเมื่อคลอดลูกสาวจากที่ร่างกายไม่ค่อยดีอยู่แล้วร่างกายก็อ่อนแอลง ยิ่งสัปดาห์ก่อนได้ข่าวว่าสามีเสียชีวิตแล้วอาการที่ไม่ดีก็ทรุดลงไปอีกรอบ

จนกระทั่งเมื่อคืนเธอได้เสียชีวิตข้าง ๆ ลูกสาววัยเดือนเศษ โดยที่ไม่มีใครรู้ และถิงถิงก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้ด้วยความมึนงง

แต่ก่อนอื่นถิงถิงหรือตอนนี้ก็คือกัวเหม่ยอิงไม่มีเวลาคิดอะไร เธออุ้มเด็กทารกที่น่าจะชื่อว่าเสี่ยวลู่ขึ้นมากินนมบนเต้าอย่างกระอักกระอ่วน เธอไม่เคยมีลูกมาก่อนแต่เหมือนร่างกายนี้จะเคยชินเธอจึงสามารถอุ้มลูกได้อย่างถนัดมือ

คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้วแท้ ๆ ไม่รู้ว่าเคราะห์กรรมอะไรที่ทำให้เธอได้มาอยู่ที่นี่

‘กัวเหม่ยอิงเธอไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้ฉันจะดูแลลูกสาวของเธอเอง’

‘หานหรงเจ๋อ ฉันจะดูแลครอบครัวของคุณแทนคุณเอง

กัวเหม่ยอิงให้นมลูกสาวเสร็จก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าวันใหม่ที่สะใภ้รองเข้ามาเคาะประตู

“พี่สะใภ้จ๊ะ”

“ฉันตื่นแล้ว!” กัวเหม่ยอิงร้องตอบกลับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

กัวเหม่ยอิงเดินไปปลดล็อกกลอนประตูให้คนข้างนอกเข้ามาเอาลูกสาวออกไป ด้วยความที่กัวเหม่ยอิงมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน้ำนมจึงไม่มากพอที่จะให้เด็กดื่ม ถางเจียลี่หรือสะใภ้รองจึงเป็นคนรับหน้าที่เอาน้ำต้มข้าวป้อนเด็ก

หลังจากที่สะใภ้รองอุ้มหานเมิ่งลู่ออกไป กัวเหม่ยอิงก็เดินไปเปิดหน้าต่างให้ระบายกลิ่นอับชื้นในห้องจางลง พอเปิดหน้าต่างออกก็ทำให้เธอได้เห็นภายในห้อง ห้องนี้เล็กกว่าห้องพักนักศึกษาของเธอเป็นเท่าตัว

ไม่รู้ว่าที่นี่อยู่กันได้ยังไง อีกอย่างภายในห้องก็มีเพียงเตียงเตาและตู้เล็ก ๆ แค่นั้น

จากความทรงจำกัวเหม่ยอิงคนก่อนแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านดินทั้งหลังมีเพียงสี่ห้องนอน หนึ่งห้องครัวและหนึ่งห้องโถงเท่านั้น บ้านสามสกุลหานหากไม่ให้เงินบ้านใหญ่หยิบยืมไปตอนนี้คงจะมีเงินมากพอสมควร

พ่อสามี สามีของกัวเหม่ยอิงและน้องชายคนรองของบ้านเป็นทหารได้หลายปีแล้ว แต่ตอนนี้ที่บ้านเหลือเพียงสตรีที่อาศัยอยู่

น้องชายรองที่บาดเจ็บพวกเธอไม่ได้รู้ข่าวอะไรอีกเลยหลังจากที่มีการแจ้งว่าสามีเสียชีวิต และไม่สามารถกู้ร่างได้ ส่วนลูกชายคนเล็กของบ้านตอนนี้กำลังเรียนมัธยมปลายในอำเภอ ที่บ้านจึงเหลือเพียงแม่สามีที่พิการ สะใภ้ใหญ่แม่ลูกอ่อนอย่างเธอ และสะใภ้รองที่ร้องไห้มาหลายวันเมื่อได้ยินข่าวของสามีที่ได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ก็คงดีกว่ากัวเหม่ยอิงที่สามีเสียชีวิต

กัวเหม่ยอิงนำฟูกที่แทบจะเหลือแค่ผ้าออกจากห้องนอนแล้วนำมาตากแดดที่หลังบ้านเพื่อไล่กลิ่นอับ ไม่รู้ว่าพ่อสามีคิดไว้แล้วหรือเพราะที่ดินพื้นนี้ถูกที่สุดจึงปลูกบ้านห่างจากบ้านคนอื่นหลายจั้ง ไม่เชิงว่าห่างมาก แต่ก็ห่างกว่าบ้านอื่นที่อยู่ติดกันเกือบห้าเมตร โดยที่บ้านถูกล้อมด้วยรั้วไม้เพื่อป้องกันไก่หรือสัตว์อื่น ๆ เข้าบ้าน สำหรับถิงถิงที่มาจากอนาคตแล้วเธออยากจะร้องไห้เป็นรอบที่ร้อยของเช้าวันนี้

ที่บ้านมีแต่คนชรา เด็กแล้วก็ผู้หญิงก็ว่าอันตรายแล้ว บ้านยังไม่สามารถป้องกันอันตรายจากอะไรได้อีก

“เสี่ยวลู่หลับแล้วค่ะ พี่สะใภ้กินข้าวมื้อเช้าก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปซักผ้าที่เหลือให้” สะใภ้รองที่ไม่รู้ว่าออกมาตอนไหนเอ่ยบอกกับกัวเหม่ยอิงที่ยืนเหม่อมองบ้านอยู่

สะใภ้รองของบ้านในยามนี้ทำแทบจะทุกอย่างภายในบ้าน อาหารในแต่ละมื้อ ป้อนข้าวผู้เป็นแม่สามี ดูแลหลานสาว ทำความสะอาดภายในบ้านทุกอย่าง

อันที่จริงแล้วหน้าที่ดูแลแม่สามีแต่ก่อนและซักผ้านั้นเป็นหน้าที่ของกัวเหม่ยอิง แต่หลังจากคลอดลูกแล้วร่างกายของเธอไม่ดี สะใภ้รองจึงอาสาทำเอง

นับว่าสวรรค์ยังเมตตาเธออยู่บ้างที่มีน้องสะใภ้เป็นคนดี ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าสะใภ้รองเป็นแบบคนอื่นในนิยายที่เคยอ่านผ่าน ๆ มา ตอนนี้เธอจะเป็นยังไง

ข้าวที่ว่ามันเป็นเพียงน้ำต้มข้าวก้นหม้อเท่านั้น เรียกว่าข้าวไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่กัวเหม่ยอิงก็กลั้นใจฝืนกิน ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรให้กินแล้ว รอให้เธอปรับตัวกับที่นี่ให้ได้ก่อนเถอะ เธอไม่ยอมกินแบบนี้ไปตลอดแน่ ๆ

กินข้าวเสร็จก็เดินสำรวจในบ้านต่อ โดยเฉพาะอย่างแรกก็คือห้องครัว เครื่องปรุงมีเพียงเกลือที่เหลืออยู่หยิบเดียวกับน้ำมันที่เหลืออยู่ก้นไห นอกจากนั้นก็ไม่มีเครื่องปรุงอะไรอีก หันไปเปิดไหที่มีผ้าปิดไว้กัวเหม่ยอิงก็อยากจะร้องไห้ ข้าวเหลือไม่ถึงชั่งจะให้พวกเธอทำยังไง! คงจะมีเพียงธัญพืชที่ยังจะพอมีบ้าง

กัวเหม่ยอิงไม่เห็นลูกสาวในห้อง สะใภ้รองคงจะให้หลานสาวนอนในห้องตัวเองเพราะห้องนี้เธอเพิ่งจะเอาฟูกไปตาก

“โอ้!” กัวเหม่ยอิงอุทานในลำคอ

เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร จะนอนก็ไม่กล้าพอที่จะนอนบนเตียงเตาแข็ง ๆ อย่างสุดท้ายจึงมีเพียงเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้อง แต่มันก็ทำให้เธอต้องอุทานขึ้นมา

ภายในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยข้าวสารและธัญพืชหลายชั่ง โดยมีผ้าอีกหลายผืนห่อหุ้มเอาไว้ ข้างล่างยังมีกล่องเล็ก ๆ อีกต่างหาก

“มีอะไรกัน” กัวเหม่ยอิงพลิกกล่องสี่เหลี่ยมในมือไปมา ข้างในมันมีเสียงตีกันของอะไรบางยังดังขึ้นต่อเนื่องเมื่อถูกเขย่า

“อู้วว!!”

คราวนี้มันทำให้กัวเหม่ยอิงต้องตาโตขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเปิดกล่องแล้วข้างในเต็มไปด้วยคูปอง ธนบัตร

และเหรียญเต็มกล่อง จากที่ตกใจจำนวนเงินในกล่องกัวเหม่ยอิงก็รีบวิ่งไปปิดหน้าต่างลงให้มีเพียงแสงเข้าเท่านั้น

หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง บ้านของพวกเธอห่างกับคนอื่นก็จริงแต่ก็ไม่ได้ห่างมาก และหากเหลียวมองก็สามารถมองเห็นได้ง่าย ๆ

กัวเหม่ยอิงนำเงินทั้งหมดออกมานับพร้อมกับคิดถึงเงินพวกนี้ แต่ในความทรงจำของเธอแล้ว เงินพวกนี้ไม่เคยอยู่ในความทรงจำของกัวเหม่ยอิงเลย และเป็นไปได้ว่าไม่ใช่กัวเหม่ยอิงแน่ ๆ ที่เป็นคนเก็บซ่อนมันเอาไว้จากทุกคน

หากเป็นกัวเหม่ยอิงซ่อนไว้ เงินทุกหยวนคงจะถูกส่งไปให้บ้านใหญ่สกุลหานทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเธออยากจะให้ แต่เธอไม่อยากมีปัญหากับบ้านใหญ่ของสามีที่มีกันหลายสิบคน หากไม่ให้พวกเธอก็ต้องถูกด่าว่าอกตัญญู และบางทีถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

และยิ่งบ้านกัวของเธอก็มีจำนวนน้อยหากจะเข้าช่วยก็จะถูกคาดโทษไปด้วย อีกอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของสกุลหานจึงไม่มีใครเข้ามาช่วย

“สามพันเจ็ดสิบห้า”

“สามพันหกร้อย”

“สามพันหกร้อยเก้า”

“สามพันแปดร้อยห้าสิบสาม”

“สามพันเก้าร้อยสอง”

“สี่พันหนึ่งร้อย”

“สี่พันหนึ่งร้อยเจ็ด”

“สี่พันเก้าร้อยสิบหก”

“ห้าพัน”

“ห้าพันสามร้อยเจ็ดสิบเก้าหยวน!”

เงินทั้งหมดที่อยู่ในกล่องมีมากถึงห้าพันหยวน! เงินจำนวนมากในยุคแบบนี้สามารถใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้มากกว่าสิบคนหลายสิบรุ่นเลยก็ว่าได้ แต่ทำไมบ้านสามสกุลหานของพวกเธอถึงมีมันได้? อีกอย่างทำไมมันถึงรอดจากเอื้อมมือของบ้านใหญ่สกุลหานมาได้เยอะขนาดนี้

อ่านต่อ

สารบัญของ ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปถูกปิยธิดาคนรักเก่าทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นแรงแค้น เขาจึงเลือกปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่อดีตแฟนสาวเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือประชดรัก โดยการเข้าพิธีวิวาห์อย่างรวดเร็วเพื่อหยามหน้าอีกฝ่าย แม้พลาธิปจะตั้งแง่รังเกียจว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจรักเธอเข้าอย่างจัง ทว่าด้วยทิฐิหนาและนิสัยปากแข็งทำให้เขาไม่กล้าเผยความรู้สึก ขณะที่ปราณปริยาวดีเองก็บอบช้ำจากการถูกตราหน้าและไม่ยอมมอบหัวใจให้เขาง่ายๆ ท่ามกลางความขัดแย้งและไฟริษยา บทสรุปความรักที่เริ่มต้นจากการแก้แค้นของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในวงการการเงินระดับประเทศ ใช้เวลานานนับทศวรรษเพื่อตามหาเด็กหญิงฝาแฝดอย่าง ดาหลา และ กาสะลอง โดยหวังเพียงจะชดเชยความผิดบาปที่เขาเคยก่อไว้กับครอบครัวของพวกเธอในอดีต ทว่าสำหรับสองพี่น้องนั้น โชคชะตาที่พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืนจนทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคือบาดแผลที่ไม่มีวันเยียวยา แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานกว่าสิบปี แต่เปลวไฟแห่งความแค้นกลับยิ่งสุมทรวงและไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ จากดอกไม้ที่เคยแสนบอบบางและไร้เดียงสา บัดนี้พวกเธอพร้อมจะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยการเคลือบยาพิษร้ายแรงไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่งดงาม เพื่อทำลายล้างซาตานที่เคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิต
ภาพปกนิยาย จอมใจอสูร
8.5
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รวิษาต้องเผชิญกับถ้อยคำดูแคลนจากอัครา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน แต่บัดนี้เขากลับประกาศก้องว่ามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพยายามหลบหนี รวิษากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า อัคราจงใจใช้ท่าทีคุกคามและวาจาเยาะเย้ยเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตอย่างไม่ใยดี ในวันที่คนรักใหม่ของเขาไม่อยู่ เขากลับฉวยโอกาสกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่บีบคั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างก่อนจะถูกรุกรานด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับยิ่งใช้กำลังบังคับให้เธอต้องจำนนต่อสัมผัสอันรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์ในเกมที่เขาเป็นผู้คุมทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย รักลับของเรา
9.0
ที่เมืองหยุนเฉิง เฉียวเมียนเมียนบังเอิญมีสัมพันธ์ชั่วคืนกับเหมาเยซือ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล นำไปสู่ข้อตกลงวิวาห์ที่ยากจะปฏิเสธ เขาเสนอสิทธิพิเศษมหาศาลเพื่อแลกกับตำแหน่งภรรยา การเป็นคุณนายตระกูลเหมาทำให้เธอได้ครอบครองอำนาจและทุกสิ่งที่ปรารถนา ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือการดูแลที่มากเกินพอดีของเขา แม้แต่ยามที่เธอป่วยและดื้อรั้นไม่ยอมทานยา เขายังตระกองกอดเธอไว้อย่างหวงแหนและคอยออดอ้อนให้รักษาตัว สัญญาแต่งงานครั้งนี้จึงอบอวลไปด้วยความห่วงใยที่แสนหวานจนยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยาย น้ำตาคนรัก
7.1
งานวิวาห์ที่ถูกต้องตามประเพณีไม่อาจปกป้องศักดิ์ศรีของเธอได้ เมื่อสามีผู้เย่อหยิ่งมองเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เขาปาธนบัตรใส่หน้าพร้อมคำพูดถากถางอย่างไร้เยื่อใย การกระทำอันไร้หัวใจนี้บดขยี้ความอดทนของเธอจนหมดสิ้น เมื่อความเจ็บปวดเกินจะแบกรับ หญิงสาวจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติสถานะภรรยาอันไร้ค่าและหนีไปให้ไกล ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกร้าย ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นจากขุมนรก เธอกลับพบว่าตนเองกำลังอุ้มท้องลูกของชายใจร้ายผู้สร้างบาดแผลลึกในชีวิตเธอ
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.