ตอน 2

เจินเยี่ยร้อนใจเรื่องหรูเจี่ยที่ไม่ยอมกินอาหารจนล้มป่วยมาก….พอรุ่งเช้าของวันต่อมาก็เลยรีบไปที่โรงเตี้ยมฝั่งตรงข้ามในทันที เมื่อมาถึงก็ได้พบกับ อาเปา เจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมนึ่งซาลาเปาอยู่ อาเปาแท้จริงแล้วชื่อว่า ปอเหวิน แต่เขาเป็นบุรุษที่มีรูปร่างอ้วนพีคล้ายซาลาเปาที่ตัวเองขาย จึงทำให้ผู้อื่นชอบเรียกเขาว่าอาเปา

“เถ้าแก่”

“อ่า….สวัสดีครับ จะมาซื้อซาลาเปาเหรอ ตอนนี้พึ่งกำลังจะลงหม้อนึ่งไปเองครับ คุณพี่นั่งรอสักครู่ได้ไหมครับ” ปอเหวินตอบกลับอย่างยิ้มแย้มโอภาปราศรัยกัน ตามประสาเถ้าแก่ที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าเป็นประจำ

“ฉันไม่ได้มาซื้อซาลาเปาหรอก ฉันจะมาขอร้องให้นายทำอาหารส่งให้คนคนหนึ่งที่อยู่ในโรงน้ำชาของฉันกินทุกวันจะได้ไหม” เจินเยี่ยไม่อ้อมค้อม เจรจาอย่างออกหน้าก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ให้สำหรับลูกค้าใจกลางร้าน แล้วหยิบเงินหยวนจากกระเป๋าถือมาวางลงไว้กลางโต๊ะหนึ่งปึก

ปอเหวินที่ยังฟังไม่เข้าใจก็รีบปิดฝาหม้อนึ่งใบใหญ่ลงก่อนจะเดินมานั่งลงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเจินเยี่ยพร้อมกับถือชุดน้ำชามาบริการแขกด้วย แล้วเอ่ยถามสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัย “คนคนหนึ่งนี่คือใครเหรอครับพี่สาว ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”

เจินเยี่ยเทน้ำชาใส่ถ้วยชาแล้วยกขึ้นจิบให้คล่องคอก่อนจะกล่าวต่อ “เฮ้อ!...คนคนนั้นเป็นผู้หญิง ชื่อว่าหรูเจี่ย”

“ระ หรูเจี่ย! ดาวดวงใหม่ของโรงน้ำชาคนนั้นน่ะเหรอครับ” ปอเหวินตกใจจนตาค้าง ตื่นเต้นและตกใจจนหัวใจแทบกระดอนออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น

“ใช่แล้วล่ะ” เจินเยี่ยที่ตอนนี้กำลังนั่งเท้าคางอย่างเบื่อ ๆ ไม่ได้ใส่ใจท่าทางของปอเหวินท่ี่แสดงออกมานัก เพราะไม่ว่าชายใดในตอนนี้ เมื่อได้ยินชื่อหรูเจี่ยต่างก็มีอาการประหม่ากันเกือบทุกคน

“ธะ เธอเป็นอะไรเหรอครับ”

“ตอนนี้เธอป่วย ไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว จนล้มป่วยนั่นแหละ แต่เมื่อคืนอยู่ดี ๆ หล่อนก็อยากกินซาลาเปาของนายขึ้นมา ฉันก็เลยสั่งให้เด็กที่ร้านมาเหมาไปให้หมดเลย แต่ก็เช่นเคย….หล่อนกินไปได้แค่ไม่กี่คำก็หยุดกิน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ยอมกินบ้าง จากที่ไม่ยอมกินอะไรเลยก็ยังดี วันนี้ฉันเลยมาหานายแต่เช้า อยากให้นายทำอาหารให้หรูเจี่ยกินนี่แหละ” เจินเยี่ยเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาความชื่นบานหายไปในน้ำเสียง แววตามีความหวั่นวิตก

ส่วนปอเหวินเมื่อได้ฟังเจินเยี่ยพูดจนจบก็ตอบตกลงในทันทีอย่างไม่ต้องคิดหนัก “ได้เลยครับพี่สาว ผมจะเริ่มทำให้เช้านี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” หรูเจี่ยเป็นผู้หญิงในดวงใจของปอเหวินอยู่แล้ว ถึงแม้จะได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้งแต่เขาก็ยังจดจำใบหน้าที่งดงามของเธอได้ รอยยิ้มที่เจิดจ้าราวกับดวงตะวันนั่น แค่เพียงเขานึกถึงใบหน้าของเธอหน้าของเขาก็แดงซ่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

สำหรับเจินเยี่ยเมื่อได้ยินคำตอบตกลงจากปอเหวิน แววตาหวั่นวิตกก็แปรเปลี่ยนเป็นประกายวาวอย่างฉับพลัน ก่อนจะรีบเอ่ยขอบใจปอเหวินเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะเปลี่ยนใจขึ้นมาพร้อมกับดันก้อนเงินไปไว้ตรงหน้าของอีกฝ่าย “ขอบใจมากนะปอเหวิน เงินนี่ถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ฉันจ่ายให้นายก็แล้วกัน นายจะได้มีเงินเอาไว้ซื้อวัตถุดิบทำอาหารให้หรูเจี่ยด้วย”

“ได้เลยครับพี่สาว” ปอเหวินกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้หรูเจี่ยอย่างนอบน้อมด้วยความเคารพ

เมื่อเจินเยี่ยเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว ปอเหวินก็รีบกุลีกุจอทำอาหาร แต่เช้านี้ไม่มีเวลาเตรียมการอะไรมาก แต่ตัวเองทำแป้งซาลาเปาได้อยู่แล้ว จึงคิดทำ เปาบัน หรือ ซาลาเปาไต้หวัน แป้งนุ่ม ๆ ไส้เห็ดหอม และผักกรอบ ๆ รวมกับหมูตงพอตุ๋นรสชาติหอมหวาน โรยด้วยถั่วป่น เมื่อได้กินพร้อมกันแล้วเข้ากันมาก ไม่ได้หยุดแค่หนึ่งชิ้นอย่างแน่นอน

เริ่มจากการทำแป้ง โดยการใส่แป้งสาลีและน้ำตาลลงในชามผสมขนาดใหญ่ ตามด้วยน้ำมันและน้ำคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วใช้มือนวด นวดจนแป้งไม่ติดภาชนะ นำออกจากภาชนะได้ก็นำเอามานวดบนโต๊ะประมาณ 5 - 10 นาที หรือจนแป้งเนียน นำเอาแป้งใส่ภาชนะอีกครั้งเพื่อพักแป้งในที่อบอุ่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าแป้งจะเพิ่มขนาดเป็นสองเท่า

เมื่อครบเวลาตีไล่อากาศออกจากแป้งให้หมด หรือจนกว่าแป้งจะไม่ติดภาชนะ แล้วนำแป้งออกมานวดต่อบนโต๊ะอีกเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นรีดแป้งให้หนาประมาณหนึ่ง ใช้นิ้วจุ่มในน้ำมันพืชและกระจายน้ำมันบาง ๆ ทั่วพื้นผิวของแป้ง จากนั้นใช้ถ้วยวงกลมกดตัวแป้งให้เป็นวงกลมแล้วคลึงแป้งเป็นรูปวงรี จัดรูปทรงด้วยมือให้สวยงาม ทาน้ำมันบาง ๆ ลงบนตัวแป้งอีกรอบเพื่อเวลานึ่งแป้งจะได้ไม่ติดกัน แล้วพับครึ่ง วางบนกระดาษรองสำหรับนึ่ง พักแป้งอีก 30 - 45 นาที เมื่อครบกำหนดการพักแป้งแล้ว นำไปนึ่งในหม้อนึ่งอันใหญ่ให้พอน้ำเดือด ปุด! ปุด! ประมาณ 10 นาที แล้วก็ยกหม้อนึ่งออกจากเตาฟืนแต่ยังคงปิดฝาหม้อเอาไว้เพื่อพักไว้ไม่ให้หน้าแป้งยุบ

ขั้นตอนต่อไปคือการทำไส้หมูตงพอ เอาหมูสามชั้นไปล้างแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วนำไปต้มในน้ำที่ใส่ขิงแก่ ต้นหอมทั้งต้น และเหล้าจีน ต้มประมาณ 10 - 15 นาที ตักหมูนำขึ้นพักไว้ แล้วนำเอาต้นหอมและขิงทิ้งไป นำหมูที่พักไว้ลงไปผัดให้หมูเหลืองนิดหน่อย นำกระทะใบใหม่มาตั้งไฟ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ใส่น้ำตาลกรวดลงไป ละลายน้ำตาลกรวดจนกลายเป็นสีน้ำตาล จึงใส่หมูลงไปคลุก จากนั้นปรุงรสชาติด้วยน้ำปรุงรส เหล้าจีน เกลือ พริกไทย โป๊ยกั๊ก ขิงแก่ ต้นหอม ผัดจนกระทั่งมีกลิ่นหอม เติมน้ำเปล่าจนท่วมหมู ตุ๋นไป 1 ชั่วโมง ก่อนจะนำขึ้นมาใส่น้ำมันงา

ต่อด้วยตั้งกระทะใบใหม่อีกใบบนเตาฟืนเพื่อผัดไส้เห็ดหอม ใส่น้ำมันให้ร้อนตามด้วยเห็ดหอม ซ่าส์~ ผัดเห็ดหอมจนหอม จากนั้นก็ประกอบเปาบัน โดยการนำเอาแป้งที่นึ่งไว้มาใส่ไส้เห็ดหอมผัด หมูตงพอหั่นชิ้นเล็ก ๆ และผัดสด แล้วราดด้วยซอสพริก ต่อด้วยโรยถั่วคั่วที่ตำพอละเอียดก็เป็นเสร็จเรียบร้อย

เมื่อทำเสร็จ….ปอเหวินก็จัดใส่เข่งติ่มซำปิดฝาอย่างดีแล้วนำเอาไปส่งให้คนที่โรงน้ำชาในทันที โดยบอกว่านี่คืออาหารที่เจินเยี่ยสั่งให้เขาทำมาให้หรูเจี่ยเท่านั้น เด็กที่โรงน้ำชาก็รับปากว่าจะนำอาหารนี้ไปส่งให้ถึงมือของหรูเจี่ยอย่างแน่นอน

ก๊อก! ก๊อก! “พี่หรูเจี่ย ผมเอาอาหารเช้ามาให้ครับ” หรูเจี่ยที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่ไม่ได้หลับ สมองของเธอยังคงตื่นอยู่ตลอด เพราะเอาแต่คิดมาก “ฉันยังไม่หิว” หรูเจี่ยตะโกนตอบกลับไป

“แต่ว่า….อันนี้เหลาป่าวสั่งให้ปอเหวิน เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามทำมาให้พี่เลยนะ พี่ลองกินสักหน่อยเถอะ” เมื่อได้ยินชื่อปอเหวิน หรูเจี่ยก็ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงในทันที แล้วรีบเดินไปเปิดประตูเพื่อรับอาหาร

“อืม….ฉันจะกิน แต่ครั้งต่อไปให้เขามาส่งอาหารให้ฉันด้วยตัวเองนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่กินแล้ว” หรูเจี่ยรับเข่งติ่มซำมาถือไว้ในมือ แล้วเอ่ยบอกน้ำคำเรียบเฉยพร้อมกับตรึงสายตาเย็นชาไว้ที่อีกฝ่ายจนต้องรีบรับปาก “ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมบอกเถ้าแก่ให้”

“อืม….อีก 10 นาทีมาเอาเข่งนี่กลับไปด้วย”

“ได้ครับ”

10 นาทีผ่านไป หรูเจี่ยนำเอาเข่งไปวางไว้ที่หน้าห้อง รอให้เด็กในโรงน้ำชามาเอาไปคืนปอเหวิน เมื่อครบเวลาเด็กในโรงน้ำชาก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

เจินเยี่ยที่ขึ้นมาดูอาการของหรูเจี่ยพอดี เมื่อเห็นเด็กของที่นี่คนหนึ่งกำลังมาเก็บเข่งไป เธอจึงเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง หล่อนยอมกินบ้างหรือไม่”

“กินไปแค่ไม่กี่คำเองครับ”

“เฮ้อ!” เจินเยี่ยพ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาว รู้สึกท้อแท้ใจขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วพี่หรูเจี่ยบอกว่าถ้าต่อไปไม่ให้เถ้าแก่ปอเหวินมาส่งอาหารเองจะไม่ยอมกินอีกด้วยครับ”

“ทำไมหล่อนเรื่องเยอะแบบนี้นะ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เป็นดาวเด่น ทำรายได้ให้กับโรงน้ำชาแห่งนี้มากมาย ฉันคงไม่มาเสียเวลามาเอาอกเอาใจหล่อนแบบนี้หรอก เฮ้อ….ช่างเถอะ ๆ เอาเป็นว่านายทำตามที่หรูเจี่ยบอกนั่นแหละ”

“ได้ครับ”

“ทำไมเหลือเต็มเลยล่ะ” ปอเหวินที่เมื่อได้รับเข่งกลับมาก็รีบเปิดดูผลตอบรับ แต่เมื่อเห็นว่าเปาบันที่ตัวเองทำ หรูเจี่ยกัดกินไปแค่ไม่กี่คำเท่านั้นก็ทำให้ปอเหวินสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อยเหมือนกัน “ไม่ได้การ ๆ เอาไว้มื้อเที่ยงนายมาเอาใหม่นะ ครั้งนี้ฉันจะตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือมากขึ้นกว่าเดิม”

“แต่เถ้าแก่….ผมมีอะไรจะบอกเถ้าแก่อีกเรื่องหนึ่ง”

“ว่าไง ๆ” ปอเหวินตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะในหัวกำลังใช้ความคิด

“พี่หรูเจี่ยบอกว่าอยากให้เถ้าแก่เอาอาหารไปให้เธอเองถึงจะยอมกิน”

“ว่าไงนะ?” ปอเหวินถามซ้ำเพื่อความแน่ใจว่าหูของตัวเองไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไป

“พี่หรูเจี่ยบอกว่าอยากให้เถ้าแก่เอาอาหารไปให้เธอเองถึงจะยอมกินครับ”

“จริงเหรอ?”

“จริงครับ”

“ดะ ได้เลย ฉันยินดีมาก” ปอเหวินรีบตกลงอย่างไม่ต้องคิด มีท่าทางดีใจอย่างออกนอกหน้า ความฝันที่จะได้ใกล้ชิดกับสตรีสาวที่เขาหลงใหลมาตลอดเป็นความจริงแล้ว

จากนั้นปอเหวินก็มานั่งคิดว่าจะทำอาหารอะไรดี แต่ระหว่างที่กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่นั้น ก็มีคุณลุงเดินหาบปลาสดมาขาย “ปลาไหลไหมจ๊ะ ปลาไหล พึ่งตกมาสด ๆ เลยจ้า” ความคิดดี ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวของปอเหวินในทันที “ลุงครับ ๆ ผมเอาหนึ่งตัว”

“ได้เลยพ่อหนุ่ม เดี๋ยวลุงชั่งให้ สองจินลุงขายให้พ่อหนุ่มแค่ห้าหยวน”

“ได้ครับลุง ผมเอาหนึ่งตัว”

หลังจากได้ปลาไหลมาแล้ว ปอเหวินก็จัดการนำเอาปลาไหลไปทำความสะอาด และแร่เอามาเฉพาะเนื้อหั่นเป็นเส้นเล็กแนวยาวแต่พอดีคำ หลังจากนั้นก็ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไปตามด้วยปลาไหล ซ่าส์~ ผัดปลาไหลเส้นในน้ำมันอย่างรวดเร็วจนสุก จากนั้นโรยด้วยต้นหอมซอยและกระเทียมสับ ปรุงรสด้วยน้ำหมักถั่วเหลือง เกลือเล็กน้อย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่จานราดด้วยน้ำมันร้อน ๆ หนึ่งช้อน ทำให้กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลขึ้นมา ชวนให้น่ารับประทาน โรยพริกไทยเล็กน้อย ก็จะยิ่งหอมอร่อยมากขึ้น ได้เป็นเฉ่าซ่านหู อาหารท้องถิ่นประจำเซี่ยงไฮ้

ตอน 3

ปอเหวินนำเอาอาหารที่พึ่งทำเสร็จร้อน ๆ ไปให้หรูเจี่ยด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตื่นเต้นมาก เมื่อเดินมาถึงโรงน้ำชา เด็กที่ทำงานอยู่ที่นี่ก็ได้พาปอเหวินไปที่ห้องของหรูเจี่ย “พี่หรูเจี่ยอยู่ในห้องนี้แหละครับเถ้าแก่” ปอเหวินพยักหน้ารับอย่างเป็นมิตร เมื่อตรงนี้เหลือเพียงปอเหวินยืนอยู่คนเดียวแล้ว เขาก็ตัดสินใจเคาะประตูห้องด้วยตัวเอง มือของเขาสั่นเบา ๆ ด้วยอาการประหม่า ก๊อก! ก๊อก! “….ผะ ผมเอาอาหารมาส่งให้ครับ” สุ่มเสียงก็สั่นไปด้วย

“….นายใช่เจ้าของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามหรือเปล่า” เสียงหวานจากข้างในห้องตะโกนถามออกมา เมื่อปอเหวินได้ยินก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นระส่ำควบคุมไม่อยู่จนพูดละล่ำละลั่กไม่เป็นคำ “ชะ ใช่ครับ”

หลังจากนั้นก็รอไม่ถึงเสี้ยวนาทีประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างหมดจด รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาแรกแย้ม ที่ทำให้บุรุษชายเกือบทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้คลั่งไคล้ ปอเหวินที่ได้ใกล้ชิดสาวในดวงใจครั้งแรกก็ถึงกับขาสั่นพั่บ ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกวินาที

“เข้ามาสิ”

“คะ ครับ”

“นายชื่ออาเปาใช่ไหม” เมื่อเข้ามาในห้องหรูเจี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามอีกฝ่ายก่อน เหมือนว่าเธอต้องการความมั่นใจ แต่หรูเจี่ยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอาเปามีชื่อจริง ๆ ว่าปอเหวิน แต่เรียกตามที่คนอื่นทั่วไปเรียกกัน

“ความจริงแล้วผมชื่อว่าปอเหวินครับ แต่คนที่นี่ชอบเรียกว่าอาเปา เพราะว่าผมมีรูปร่างเหมือนซาลาเปา ตะ แต่ว่าคุณสามารถเรียกได้ตามถนัดได้เลยนะครับ ชื่อไหนก็เรียกได้เหมือนกันผมไม่ถือสาครับ” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยอย่างตะกุกตะกักด้วยความขวยเขิน ทั้งยังเสตาหลุกหลิกทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองใบหน้าอันงดงามโดยตรง

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกนายว่าปอเหวินก็แล้วกัน ส่วนฉันชื่อว่าหรูเจี่ยนะ” หรูเจี่ยพูดอย่างไว้ตัวตามนิสัยของเธอพร้อมกับยิ้มสุภาพพอเป็นมารยาท แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปอเหวินต้องยกมือลูบต้นคอของตัวเองหลายครั้งเพื่อแก้เก้อเขิน แต่หรูเจี่ยหาสนใจอาการเหล่านั้นของปอเหวินไม่ เธอยังคงมีท่าทีเฉยชาจากนิสัยที่ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ เนื่องจากชีวิตของเธอเคยเจอเรื่องอันเลวร้ายมาไม่น้อย “มื้อนี้นายทำอะไรมาให้ฉันกินเหรอ” หรูเจี่ยเปลี่ยนเรื่องคุยพลางมองไปที่ปิ่นโตไม้ในมือของปอเหวิน

“อะ อ๋อ….ผมทำเฉ่าซ่านหูมาให้ครับ พอดีมีลุงหาบปลาไหลสด ๆ มาขาย ก็เลยคิดได้ว่าทำเฉ่าซ่านหูให้คุณกินน่าจะดี” ปอเหวินตอบคำถามหรูเจี่ยพร้อมกับยื่นปิ่นโตอาหารในมือให้กับเธอ หรูเจี่ยรับไว้ก่อนจะเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วเปิดดูหน้าตาของอาหารข้างในทันที “อืม….น่ากินดีนะ”

เมื่อได้รับคำชม ปอเหวินก็หัวใจพองโต รีบกล่าวคำขอบคุณกลับไป “ขอบคุณครับ”

“นายก็มานั่งด้วยกันสิ” หรูเจี่ยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับเพยิดหน้าไปที่เก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามของเธอ

ปอเหวินดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ท่าทางและใบหน้าที่น่าขบขันของปอเหวินทำเอาหรูเจี่ยอดกลั้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้ พลางคิดในใจว่าบุรุษอ้วนพีผู้นี้ใสซื่อเสียจริง

เสียงหัวเราะเบา ๆ ของหรูเจี่ยทำให้ปอเหวินดึงสติกลับมาได้ “อะ เอ่อ….ให้ผมนั่งร่วมโต๊ะกับคุณเหรอครับ”

“อืม….หรือว่านายรังเกียจ”

“ปะ ป่าวนะครับ” ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธ แล้วดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงในทันที ทำเอาหรูเจี่ยหลุดขำออกมาจนได้ ‘นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้หัวเราะออกมาแบบนี้’ หรูเจี่ยคิดในใจ

หลังจากนี้ปอเหวินก็นั่งมองสตรีตรงหน้าใช้ตะเกียบคีบอาหารที่เขาทำเข้าปากด้วยสายตาที่หวานเยิ้มหลงใหลตั้งแต่เธอคีบคำแรก แต่ทว่า….เธอกลับกินไปแค่ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงแล้ว ปอเหวินที่ได้เห็นก็หุบยิ้มลงในทันที ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “อิ่มแล้วเหรอครับ”

“ฉันกินได้แค่นี้แหละ แต่ไม่ใช่ว่าอาหารที่นายทำมันไม่อร่อยนะ ฝีมือของนายดีมาก แต่ฉันกินอะไรไม่ค่อยลงจริง ๆ เข้าใจฉันนะ”

“อะ อ๋อ….ผมเข้าใจคุณครับ” ปอเหวินเข้าใจว่าหรูเจี่ยป่วย ก็เลยกินอะไรได้น้อย นัยน์ตาที่มีความกังวลและเป็นห่วงคละเคล้ากันของปอเหวินนั้น ทำให้หรูเจี่ยที่ได้เห็นถึงกับรับรู้ถึงความจริงใจของชายผู้นี้ได้ทันที

“ขอบใจนายมากนะ” หรูเจี่ยกล่าวคำขอบคุณปอเหวินพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาอยู่ดี ทำให้ปอเหวินที่ได้เห็นก็มีความตั้งใจในทันทีว่าเขาจะทำให้เธอผู้นี้มีความสุขและยิ้มกว้าง ๆ ให้ได้

….เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ปอเหวินหรืออาเปาตื่นขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเขามีงานเพิ่มมาอีกหนึ่งงานนั่นก็คือทำอาหารให้กับหรูเจี่ย และก็ต้องทำซาลาเปาขายอีกด้วย เลยต้องขยันขึ้นอีกหน่อย มื้อเช้านี้ปอเหวินเลือกทำ เยียนตู่เซียน ให้กับหรูเจี่ย เยียนตู่เซียนมีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ซุปหมูตุ๋นกับหน่อไม้ตากแห้ง

ปอเหวินนำเอาหม้อดินใบเล็กมาใส่น้ำตั้งเตาฟืนที่มีไฟความร้อนอ่อน ๆ เมื่อน้ำเดือดก็นำเอาหน่อไม้แห้ง เนื้อดอง และเนื้อหมูสดมาตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ ปิดฝาหม้อแล้วตุ๋นต่อไปเรื่อย ๆ จนตะวันเริ่มจับขอบฟ้า ปอเหวินเน้นให้เยียนตู่เซียนที่เขาทำมีรสชาติดั้งเดิม ไม่ปรุงแต่งรสเพิ่ม เป็นรสเค็มสด น้ำซุปขาวข้น คุณภาพเนื้อกรอบมัน หน่อไม้หอมกรอบนุ่ม สดใหม่กลมกล่อม

เมื่อทำเสร็จ ปอเหวินก็รีบยกหม้อดินใส่ตะกร้าพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเดินไปที่โรงน้ำชา….ตอนนี้เปาเหวินสามารถเข้าออกโรงน้ำชาได้อย่างตามใจแล้ว เมื่อเข้าไปข้างในก็เดินขึ้นไปชั้นสองที่มีห้องนอนของหรูเจี่ยในทันที ก๊อก! ก๊อก!

“ใคร” น้ำเสียงเย็นชากล่าวขานออกมาจากในห้อง

“ผมเอง….ปอเหวิน”

“วันนี้นายมาแต่เช้าดีนะ” หรูเจี่ยกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่สดใสขึ้นเล็กน้อยทันทีที่เปิดประตูห้อง ส่วนปอเหวินก็ยิ้มกว้างตามวิสัยของตน “เข้ามาก่อนสิ” หรูเจี่ยกล่าวชวน

“ขอบคุณครับ” ปอเหวินตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องตามคำเชิญ ปอเหวินยังคงมีความถ่อมตัวต่อหน้าหรูเจี่ย ถึงแม้จะไม่เคอะเขินเหมือนวันแรก แต่หัวใจของเขาก็ยังสั่นอยู่ไม่น้อย

“วันนี้ผมทำเยียนตู่เซียนมาให้ครับ มื้อเช้ากินของร้อน ๆ จะได้สดชื่น ผมใช้เวลาเคี่ยวมันเกือบสองชั่วโมงเลยนะ” ปอเหวินบรรยายกรรมวิธีและคุณประโยชน์ของอาหารที่เขาตั้งใจทำให้กับสตรีตรงหน้าพร้อมกับเปิดฝาหม้อดินออก แล้วตักเยียนตู่เซียนใส่ถ้วยน้ำแกงให้กับเธอ ตามด้วยข้าวสวยถ้วยเล็กและตะเกียบที่ปอเหวินเตรียมมาอย่างเข้าชุด

หรูเจี่ยก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมจากอาหารก่อนจะเอ่ยชมออกมา “อืม….หอมดีนะ” ตามด้วยยกถ้วยน้ำแกงขึ้นเป่าให้หายร้อนก่อนจะซดชิมรสชาติ “รสชาติก็ดีมาก”

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ เลยนะครับ”

หรูเจี่ยยิ้มจาง ๆ ให้กับปอเหวินก่อนที่เธอจะบรรจงใช้ตะเกียบคีบเนื้อและหน่อไม้มาใส่ถ้วยข้าวแล้วคีบทั้งหมดพร้อมกันเข้าปาก เริ่มต้นขบเคี้ยวอย่างละเอียดแล้วกลืนลงคอช้า ๆ ทำแบบนี้อยู่สองสามครั้งก็วางตะเกียบลง

“ฉันกินแค่นี้แหละ”

“คุณกินน้อยอีกแล้ว” ความห่วงใยเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจของปอเหวินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหรูเจี่ยยังคงกินน้อย ความเศร้ายังปรากฏอยู่ในนัยน์ตาของเธอ

“เคยบอกไปแล้วว่าไม่ใช่ฝีมือของนายไม่อร่อย แต่ว่าฉันกินได้แค่นี้จริง ๆ” พอพูดจบ หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักบนหัวเตียงก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วเดินกลับมาหาปอเหวิน “นายช่วยทำอาหารมาให้ฉันเพิ่มอีกได้ไหม ฉันจะให้เงินก้อนนี้เป็นค่าตอบแทน” หรูเจี่ยยื่นเงินหยวนจำนวนหนึ่งให้กับปอเหวิน ปอเหวินรีบโบกมือปฏิเสธในทันที “ไม่เป็นไร ๆ ผมได้ค่าจ้างจากพี่เจินเยี่ยมาแล้วครับ”

“รับไปเถอะนะ ถือว่าฉันขอร้อง แต่ฉันขออะไรอย่างหนึ่งจะได้ไหม….ห้ามบอกเรื่องนี้กับเจินเยี่ยเด็ดขาด” หรูเจี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาวอนขอ พร้อมกับดึงมือของปอเหวินมาแล้วยัดเงินใส่มือของเขาไป ตอนนี้ปอเหวินจึงปฏิเสธไม่ลง “ดะ ได้ครับ”

ปอเหวินกลับโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาของตัวเองด้วยความแปลกใจว่าทำไมหรูเจี่ยต้องอยากให้เขารับเงินของเธอมาด้วย ทั้งยังไม่ให้บอกกับเจินเยี่ยอีก ถึงแม้จะยังค้นหาคำตอบไม่ได้ แต่ปอเหวินก็เก็บเงินจำนวนนั้นแยกไว้ต่างหากเป็นอย่างดี เพราะคิดว่าจะไม่ใช้เงินก้อนนั้นอย่างเด็ดขาด

และเช่นเคย….เมื่อเวลาของอาหารมื้อต่อไปใกล้มาถึง ปอเหวินก็คิดทำอาหารที่กินง่าย ๆ กลิ่นหอมทำให้อยากอาหาร และมีรสชาติถูกปาก ปอเหวินจึงคิดทำ ไก่แม่ทัพโซ ต้นกำเนิดมาจากมณฑลหูหนาน โดยแต่ก่อนนั้นในมณฑลหูหนาน จะมีอาหารที่ทำด้วยไก่ผัดพริกแห้ง แล้วปรุงรสน้ำปรุงรสหมักถั่วเหลืองและน้ำส้มสายชูเท่านั้น แต่ตอนนี้เครื่องปรุงและรสชาติได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสถานที่

ไก่แม่ทัพโซ ด้วยเนื้อไก่ที่กรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำไปด้วยเครื่องปรุงรสที่มีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ทานคู่กันกับข้าวสวยร้อน ๆ ปอเหวินมั่นใจว่าหรูเจี่ยต้องไม่กินแค่สองสามคำอย่างแน่นอน

เริ่มจากการเอาเนื้อไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นหมักง่าย ๆ ด้วยไข่ขาวและแป้งข้าวโพด คลุกให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้สักพักให้เนื้อไก่นุ่ม จากนั้นก็เอาไก่มาคลุกกับแป้งข้าวโพดให้ทั่ว ๆ อีกครั้ง ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำเอาไก่ที่คลุกแป้งข้าวโพดไว้ลงไปทอดจนสุกเหลือง ซู่ว~ ทอดเสร็จก็เอามาพักสะเด็ดน้ำมันไว้ก่อน

ระหว่างนี้ปอเหวินก็เริ่มทำน้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง เหล้าจีน และฮอยซินคนให้เข้ากัน จากนั้นก็หยิบกระทะมาอีกหนึ่งใบแล้วตั้งไฟให้ร้อน ก่อนจะใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ลงไป ซ่าส์~ ผัดให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วก็เทน้ำละลายแป้งมันเทศลงไป คนจนน้ำเริ่มงวดข้น หลังจากนั้นก็เทไก่ที่ทอดเตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้าให้เครื่องปรุงรสเข้าเนื้อไก่ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อีกเช่นเคย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED