ภาพปกนิยาย ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

8.1 / 10.0
เซี่ยงไฮ้ในยุค 70 ท่ามกลางบรรยากาศการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น หรูเจี่ย นักร้องกลางคืนสาวต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอกำลังจะถูกขายให้แก่นายพลญี่ปุ่น ในนาทีที่ต้องดิ้นรนหาทางรอด กลิ่นหอมเย้ายวนของซาลาเปาจากร้านฝั่งตรงข้ามได้จุดประกายแผนการบางอย่าง เธอตัดสินใจแสร้งป่วยและปฏิเสธอาหารทุกชนิดเพื่อบีบให้เถ้าแก่ร่างอ้วนเจ้าของร้านอาหารเป็นคนมาส่งของกินให้เธอด้วยตัวเอง แม้ความหิวโหยจะทำให้เธออยากลิ้มรสอาหารเลิศรสใจแทบขาด แต่เพื่อความแนบเนียนของแผนการหลบหนี เธอจึงจำใจกินได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น ชะตากรรมของนักร้องสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป และเถ้าแก่ผู้นี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือนายพลได้หรือไม่
เรื่องย่อ ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70
เซี่ยงไฮ้ในยุค 70 ท่ามกลางบรรยากาศการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น หรูเจี่ย นักร้องกลางคืนสาวต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอกำลังจะถูกขายให้แก่นายพลญี่ปุ่น ในนาทีที่ต้องดิ้นรนหาทางรอด กลิ่นหอมเย้ายวนของซาลาเปาจากร้านฝั่งตรงข้ามได้จุดประกายแผนการบางอย่าง เธอตัดสินใจแสร้งป่วยและปฏิเสธอาหารทุกชนิดเพื่อบีบให้เถ้าแก่ร่างอ้วนเจ้าของร้านอาหารเป็นคนมาส่งของกินให้เธอด้วยตัวเอง แม้ความหิวโหยจะทำให้เธออยากลิ้มรสอาหารเลิศรสใจแทบขาด แต่เพื่อความแนบเนียนของแผนการหลบหนี เธอจึงจำใจกินได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น ชะตากรรมของนักร้องสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป และเถ้าแก่ผู้นี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือนายพลได้หรือไม่
อ่านเพิ่มเติม

ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70 ตอนที่ 1

บรรยากาศยามค่ำคืน ครึกครื้นยามราตรี เหล่าบรรดานักท่องราตรีทั้งหลายต่างกำลังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองช่างไห่หรือที่คนต่่างชาติมักจะเรียกว่านครเซี่ยงไฮ้ สถานเริงรมย์แห่งนี้ชาวจีนมักนิยมเรียกว่าโรงน้ำชา โรงน้ำชาเปรียบเป็นดั่งวิมานของชาวมังกร หรือจะเปรียบเป็นสวรรค์ของคนรักในการดื่มด่ำเสียงดนตรีและการเต้นรำก็ว่าได้

ยามวิกาลนี้ข้างบนเวทีมีหญิงสาวใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือ คิ้ววาดคล้ายจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาหงส์ เนินแก้มอ่อนช้อย นับเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาสู่ดินผู้หนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งเธอกำลังร้องเพลงและโยกร่างกายเบา ๆ ไปตามเสียงลำนำดนตรีของจีนสมัยนิยมในยุคนี้ นอกจากใบหน้าของเธอจะงดงามชดช้อยแล้วน้ำเสียงของเธอยังไพเราะเพราะพริ้งยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบอีกด้วย ทำให้เธอมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเซี่ยงไฮ้ ต่างเป็นที่หมายปองของชายในเมืองนี้

โรงน้ำชาแห่งนี้มีสาวใหญ่นามว่า เจินเยี่ย รับหน้าที่เป็นผู้จัดการ โดยคนทั่วไปมักจะเรียกเธอว่าเหลาป่าว คอยบริการแขกเหรื่ออยู่ด้านล่างเวที ด้วยนิสัยที่ปากจัดปากร้ายจึงทำให้ควบคุมดูแลที่นี่ได้ทุกอย่าง และยังคอยจัดเด็กสาว ๆ ต้อนรับแขกในแต่ละวันอีกด้วย

ซึ่งในตอนนี้โรงน้ำชาแห่งนี้มีสินค้าอันล้ำค่าอยู่หนึ่งชิ้น ที่บรรดาคุณชายกระเป๋าตุงพยายามจะซื้อตัวอยู่ทุกค่ำคืน บางคนถึงขั้นขอซื้อตัวเอาไปเลี้ยงดูด้วยเงินหลักหมื่นหลักแสนหยวนก็มีมาแล้ว และบุปผางามนางนี้นั้นก็มีนามว่า หรูเจี่ย นักร้องสาวสวยที่กำลังร้องรำทำเพลงอยู่บนเวทีนั่นเอง และรัตติกาลนี้ก็เป็นอีกคืนที่บรรดาแขกเหรื่อแย่งชิงหรูเจี่ยมาบริการตนที่ด้านล่าง

“ฉันให้ 500 หยวน ถ้าสาวสวยบนเวทียอมมานั่งบริการฉันข้างล่าง” คุณชายตระกูลเฉินกล่าวขึ้นนำเป็นคนแรก หลังจากนี้ก็มีคุณชายอีกตระกูลกล่าวตามมาติด ๆ

“ฉันให้ 1,000 หยวน! แต่ถ้าหากมาบริการฉันเป็นการส่วนตัวสองต่อสอง ฉันทุ่มให้อีกไม่อั้น หมดกระเป๋าก็ยอม!” บุรุษมีอายุกระเป๋าหนักเอ่ยบอกกับเจินเยี่ยน้ำเสียงหนักแน่น หมายให้คู่แข่งคนอื่นถอยไป และหยุดคิดที่จะมาแย่งสาวงามที่สุดของโรงน้ำชาแห่งนี้ไปจากเขา

ส่วนเจินเยี่ยถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ถูกแย่งตัว แต่ก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เพราะเงินอันมากมายนั่นก็จะตกถึงมือของเธอด้วยเช่นกัน นอกจากหรูเจี่ยจะเป็นสินค้าอันล้ำค่าของโรงน้ำชาแห่งนี้แล้ว เธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วย ตั้งแต่ถูกนำตัวมาไว้ที่นี่ก็ยังไม่เคยรับแขกเลยสักคน ทำเพียงแค่แต่งตัวสวยขึ้นร้องเพลงบนเวทีเท่านั้น เพื่อให้แขกเหรื่อยลโฉมความงามของเธอไปก่อนจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเซี่ยงไฮ้ จึงสามารถเรียกค่าตัวได้มากกว่าใครในตอนนี้

เจินเยี่ยพยายามปฏิเสธ หวังเรียกเงินได้มากกว่านี้ในอนาคตอันใกล้ และอยากเก็บหรูเจี่ยไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญของโรงน้ำชาก่อนอีกด้วย เพราะแขกคนสำคัญคนนี้กระเป๋าหนักยิ่งกว่าหนัก “ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณชายทั้งหลาย ตอนนี้น้องหรูเจี่ยยังไม่ถึงเวลารับแขก ถ้าน้องพร้อมเมื่อไรเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งให้แขกผู้เกียรติทุกท่านทราบโดยทั่วกันอย่างแน่นอน”

“ไอหยา….ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้วนะ เธอยังไม่พร้อมอีกหรือไง” คุณชายกู้ที่กระเป๋าหนักตบหน้าขาของตัวเองด้วยความหงุดหงิด

“อย่าพึ่งเสียอารมณ์ไปเลยนะคะคุณชายกู้ ดื่มเหล้าหมักอย่างดีอีกสักจอกให้อารมณ์เย็น ๆ ก่อนนะคะ” เจินเยี่ยพูดพร้อมกับรินเหล้าหมักใส่จอกให้คุณชายกู้อย่างเอาใจ

อึก! ปึก! “อ่าส์….ถ้าหรูเจี่ยพร้อมเมื่อไรเธอต้องบอกฉันเป็นคนแรกเลยนะ”

“ได้เลยค่ะคุณชายกู้ แต่ว่าตอนนี้คุณชายกู้สามารถตบรางวัลให้น้องหรูเจี่ยก่อนได้ที่หน้าเวทีเลยนะคะ ให้เยอะ ๆ น้องจะได้จำหน้าอันหล่อเหลาของคุณชายกู้ได้เป็นคนแรก”

“ดี ๆ ความคิดดี” ปึก! “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับความคิดดี ๆ ของเธอ แต่ถ้าวันไหนหรูเจี่ยพร้อมรับแขกเมื่อไร แล้วเธอสามารถให้ฉันเป็นแขกคนแรกของหรูเจี่ยได้ ฉันจะตอบแทนเธอหนักกว่านี้อย่างแน่นอน”

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณชายกู้” เจินเยี่ยรับเงินหยวนมาหนึ่งปึกก่อนจะไหว้แนบอกคุณชายกู้อย่างรู้งานมาก

เมื่อหรูเจี่ยร้องเพลงจนจบ ได้รับเงินมากมาย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่งดงามทำให้ทุกคนที่ได้เห็นเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้อย่างง่ายดาย แต่พอเธอลงจากเวที แล้วเดินกลับเข้าไปด้านหลังได้เธอก็หุบยิ้มในทันที ใบหน้าที่เคยเปื้อนความสุขแปรเปลี่ยนเป็นเฉยเมยไร้ความรู้สึก ราวกับว่าไม่เคยรู้สึกมีความสุขมาก่อน

ตรงหน้าของเธอมีอาหารมากมายที่เจินเยี่ยสั่งเด็กในโรงน้ำชาให้เตรียมและจัดวางไว้ให้หรูเจี่ยโดยเฉพาะ แต่เธอไม่ยอมแตะมันเลยสักนิด เพราะเธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเป็นอย่างมาก กินอะไรไม่ลง

“ไม่ยอมกินอีกแล้วเหรอ” เจินเยี่ยเดินเข้ามาดูหรูเจี่ยหลังจากที่เธอลงมาจากเวทีแล้ว สิ่งที่เธอเห็นคือใบหน้าอันเย็นชา ไร้อารมณ์ใด ๆ ของอีกฝ่าย ทั้งยังมองเมินราวกับไม่เห็นเจินเยี่ยยืนอยู่ตรงนี้ เรียกอารมณ์หงุดหงิดจากเธอได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว “จะเป็นให้ได้เลยใช่ไหมราชินีแห่งหิมะเนี่ย!” เจินเยี่ยพูดขนาดนี้หรูเจี่ยก็ยังไม่มีท่าทีจะสนใจ ยังคงนิ่งเงียบรักษามาดเย่อหยิ่งเอาไว้อย่างนั้น

“ทำไมไม่ยอมกินอาหารที่ฉันให้คนเตรียมไว้ให้” เจินเยี่ยพยายามระงับโทสะของตัวเอง แล้วพูดจาดี ๆ กับอีกฝ่าย เพราะอย่างไรหรูเจี่ยก็เป็นตัวทำเงินให้กับโรงน้ำชาแห่งนี้ ถ้าหากว่าเธอบอบช้ำทั้งภายในและภายนอกร่างกาย คงจะไม่เป็นการดีแน่

“ฉันไม่หิวค่ะ” ถ้อยคำเย็นชาดุจน้ำแข็งเอื้อนเอ่ยออกมา ปกติหรูเจี่ยจะเป็นคนพูดจาน้อยคำและสงวนท่าทีอยู่แล้ว แต่เจินเยี่ยก็ยังอดรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ได้ ส่ายศีรษะด้วยความเอือมระอาใจ พ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาวอย่างเซ็ง ๆ

“จะไม่หิวได้ยังไง เธอไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว นี่ฉันอุตส่าห์ไปสรรหาของดีทั่วเมืองมาประเคนให้เธอเลยนะ แต่ดูเธอสิ ไม่เหลียวแลมันเลยสักนิด อย่างน้อยกินสักคำสองคำก็ยังดี เธออย่าดื้อด้านให้มันมากนักได้ไหม!” เจินเยี่ยบ่นชุดใหญ่ ก่อนจะใช้ช้อนตักอาหารมาหนึ่งอย่างแล้วพยายามจะยัดใส่ปากของหรูเจี่ย แต่เธอก็ขัดขืนอย่างสุดฤทธิ์ ความหงุดหงิดที่ถูกขัดขืนยิ่งทำให้เจินเยี่ยหนักมืออย่างลืมตัว บีบคางให้หรูเจี่ยยอมอ้าปาก สุดท้ายก็ยัดอาหารเข้าไปในปากได้ แต่หรูเจี่ยกลับสำลักมันออกมาจนหมด “อัก ๆ อัก ๆ”

ท่าทางหายใจติดขัดและไอไม่หยุดของหรูเจี่ย ทำให้เจินเยี่ยได้สติว่าตัวเองเผลอทำเกินกว่าเหตุไป จึงรีบวิ่งไปบอกให้เด็กตามหมอมาดูอาการของหรูเจี่ยโดยเร็วที่สุด

….ตอนนี้หมอได้มาดูอาการของหรูเจี่ยที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนของโรงน้ำชาเรียบร้อยแล้ว และหมอก็กำลังตรวจอาการของเธออยู่ หรูเจี่ยไม่ได้แค่สำลักอาหารเท่านั้น แต่เธอมีอาการอิดโรยเพราะขาดสารอาหารจากการอดอาหารมาหลายวันอีกด้วย ทำให้เจินเยี่ยรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะอีกไม่กี่วัน แขกคนสำคัญก็จะมาชมการแสดงของหรูเจี่ยแล้วด้วย “อาการของหรูเจี่ยเป็นอย่างไรบ้างหมอ”

“อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะเนี่ย”

“น่าเป็นห่วง? หรูเจี่ยเป็นอะไรกันแน่”

“อาการลำสักอาหารนั้นไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง แต่ไอ้ที่น่าเป็นห่วงก็คือโรคใจ จากที่ได้ตรวจอาการ เหมือนมีไอร้อนในลมหายใจแสดงว่ามีไฟในตับ พอจับชีพจรดูก็พบว่าชีพจรมีจังหวะเต้นถี่ แต่กลับขึ้นลง ๆ หมายความว่าจิตใจไม่สงบ เครียดมาก เป็นทุกข์มาก เหมือนนังหนูนี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“ว่าไงนะ?! โรคใจ….ไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร มีวิธีรักษาหรือไม่” เจินเยี่ยเมื่อได้ฟังก็มีท่าทีลนลาน น้ำเสียงตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ

“ลองให้นังหนูได้พักผ่อนดูก่อน แล้วหมอจะเจียดยาผงที่มีส่วนผสมของลูกพลับแห้งให้ไว้ต้มผสมกับน้ำผึ้งดื่มร้อน ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานจะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องพยายามให้นังหนูนี่กินอาหารเยอะ ๆ อย่าปล่อยให้อดอาหารหลายวันจนขาดสายอาหารแบบนี้อีก”

ประโยคสุดท้ายที่หมอพูด เจินเยี่ยฟังพร้อมกับชำเลืองมองหรูเจี่ยอย่างเคือง ๆ เพราะเธอดื้อไม่ยอมกินอาหารเลยเป็นแบบนี้ “ค่ะหมอ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เจินเยี่ยรับคำก่อนทั้งสองจะแลกเปลี่ยนกันก่อนจาก โดยเจินเยี่ยหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้หมอ เมื่อหมอได้รับเงินแล้วก็ส่งห่อกระดาษที่มีผงยาอยู่ข้างในส่งให้เจินเยี่ย

หลังจากที่หมอกับเจินเยี่ยออกไปจากห้องแล้ว หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเพื่อเดินไปล็อคกลอนประตูห้อง ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ติดกับหน้าต่่าง แล้วทอดมองออกไปข้างนอก ข้างในใจของหรูเจี่ยในตอนนี้มีเพียงอารมณ์เบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองที่กำลังเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอยู่ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาที่เธอต้องรับแขกแล้ว

แต่ระหว่างที่หรูเจี่ยกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ก็ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ จากโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามลอยมาแตะจมูก โครก! โครก! เสียงท้องของเธอก็ร้องดังขึ้นมาในทันที หรูเจี่ยจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเรียกเด็กในโรงน้ำชาขึ้นมาหาแล้วสั่งให้ไปซื้อซาลาเปาที่หอมมาถึงตรงนี้ให้หน่อย

‘ใครจะคิดว่าซาลาเปาไส้หมูธรรมดา จะทำให้ฉันอยากกินอาหารขึ้นมาได้’ หรูเจี่ยนึกในใจ ก้มมองตัวเองอย่างสมเพชในโชคชะตาอยู่ไม่น้อย คงจะจริงกับคำพูดที่เคยได้ยินมาว่าคนที่มีลมหายใจเท่านั้นที่จะยังมีความหวังได้ ถ้าเรายังรู้สึกหิว ก็แปลว่าเรายังมีลมหายใจ

เด็กในร้านเมื่อได้รับคำสั่งจากหรูเจี่ยก็รีบวิ่งไปทันที แต่ระหว่างทางได้เจอกับเจินเยี่ยจึงต้องหยุดวิ่งก่อน “กำลังจะไปไหน”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ”

“ว่าไงนะ!”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ” เด็กน้อยไร้เดียงสาพูดย้ำประโยคเดิม

“นี่เธอยอมกินอะไรแล้วเหรอ หรือว่าจะกลัวตายขึ้นมา หึ! รู้จักกลัวบ้างก็ดี จะได้รักษาชีวิตของตัวเองไว้ เอาล่ะ….รีบ ๆ ไปซื้อเข้า เดี๋ยวพี่หรูเจี่ยของแกจะเปลี่ยนใจเอาได้ มีเท่าไรก็เหมามาให้หมดเลยนะ เอาเงินนี่ไป” เจินเยี่ยพูดก่อนจะหยิบเงินหยวนแบงค์ใหญ่ส่งให้เด็ก

“ได้ครับเหลาป่าว” เด็กชายก้มหน้ารับคำสั่ง เมื่อได้เงินแล้วก็รีบวิ่งไปโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามในทันที

เพียงไม่นานซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ จากโรงเตี๊ยมตรงข้ามโรงน้ำชาก็ได้มาเรียบร้อย เด็กชายรีบวิ่งขึ้นเอาไปให้หรูเจี่ยชั้นบน เมื่อหรูเจี่ยได้รับก็รู้สึกดีใจมาก สูดดมกลิ่นหอม ๆ จากซาลาเปาอยู่อย่างนั้น แต่พอกินเข้าจริงก็กินได้แค่ไม่กี่คำก็กินไม่ลง

เจินเยี่ยที่เข้ามาดูทีหลังเห็นว่าหรูเจี่ยกินซาลาเปาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น และตอนนี้หรูเจี่ยก็กำลังนอนหันหลังให้กับเธออยู่ เจินเยี่ยเลยไม่อยากรบกวน แต่ความกังวลยังมีอยู่มากล้น และคิดหาวิธีที่จะทำให้หรูเจี่ยยอมกินอะไรให้ได้ และวิธีเดียวที่คิดออกในตอนนี้ก็คือ….การไปขอร้องให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามทำอาหารให้หรูเจี่ยกินทุกวัน เพราะอย่างน้อยซาลาเปาของเถ้าแก่นั่นก็ทำให้หรูเจี่ยอยากอาหารขึ้นมาได้

อ่านต่อ

สารบัญของ ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในวันที่มหาอุทกภัยพัดพรากทุกสิ่ง ลิซ่ากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เมื่อพี่ชายและสามีเลือกที่จะปกป้องอลิซ คุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมา มากกว่าเธอที่ขาหักจากอุบัติเหตุ อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว คำโกหกนั้นทำให้ชายทั้งสองที่เธอเคยรักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พวกเขาตราหน้าว่าเธอใจคอโหดเหี้ยมและตัดสินใจลงทัณฑ์เธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบขาของเธอซ้ำเพื่อให้จดจำความผิดที่ไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความหวาดกลัวและใบหน้าที่เย็นชาของคนในครอบครัว ลิซ่าจึงสาบานกับตัวเองว่าจะต้องหนีไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้ ความรักที่เคยมีพังทลายลงพร้อมกับความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เพียงขวัญไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อหลอกลวง แต่กรพักตร์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว การกลับมาของเขาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้มานาน ความรักและความแค้นของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด เมื่อเขาจับเธอโยนลงสระน้ำ กอดรัดเย้ยหยันถึงเรื่องผู้ชายคนอื่น แต่เพียงขวัญก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอตบเขา แล้วเขาก็จูบเธอตอบแทนด้วยความแค้นที่แฝงด้วยแรงปรารถนา คำถามที่เขาย้ำถามถึงลีลาความรักของเธอ กลายเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจ
ภาพปกนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เมื่อเพชรหอมตัดสินใจบอกข่าวเรื่องการตั้งครรภ์กับราซิเอลโล่ ชายผู้เป็นรักแท้ที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างให้ กลับต้องเผชิญกับความเย็นชาและคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ เขาปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างรัดกุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของเธออย่างเลือดเย็น คำยืนยันที่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาทำให้เพชรหอมต้องหอบเอาความบอบช้ำและหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดกลับสู่เมืองไทยเพียงลำพัง โดยที่ชายหนุ่มผู้ทระนงในความรอบคอบของตนไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ความผิดพลาดที่เขาเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็นพันธะผูกพันที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต
ภาพปกนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาเล่นตลกให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับขู่เข็ญ เขาเป็นฝ่ายกำชัยชนะในบทแรกด้วยการพรากความบริสุทธิ์ของเธอมาครอง ทว่าเกมหัวใจในครั้งนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อสาวธรรมดาที่เขาเคยมองข้ามกลับมีความพยศและไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจมืดใดๆ ความแข็งกร้าวของเธอสั่นคลอนหัวใจมาเฟียผู้เย็นชาจนเขาต้องปราชัยให้แก่ความรักเป็นครั้งแรก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความรุนแรงกลับถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่พิสูจน์ว่ารักแรกพบและพรหมลิขิตในนิยายนั้นมีอยู่จริง เคลวินต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยเธอไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าดวงใจกลับคืนมา
ภาพปกนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน เพลย์บอยหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสวัย 35 ปี ผู้มีชีวิตเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ ต้องมาเผชิญหน้ากับสายป่าน สาวน้อยวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแสบซ่าและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แอลตันจะหวงความโสดและมีอดีตฝังใจจนไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แต่ความดื้อรั้นและใจเด็ดของสายป่านกลับทำให้เสือร้ายที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาทุกวงการต้องปั่นป่วน งานนี้ความสัมพันธ์สุดชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อสาวแสบพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสยบเขี้ยวเล็บหนุ่มเจ้าสำราญให้กลายเป็นหมาหงอย เรื่องราวความรักฉบับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบจะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
เซี่ยหลิง หญิงสาวที่เคยทุ่มเททุกอย่างเพื่อชายที่รัก ต้องพบกับการหักหลังอันโหดร้ายจากสามีและเพื่อนสนิท จนเธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่คนทรยศกลับใช้ชีวิตอย่างสบายใจ แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมา โลกก็เปลี่ยนไป เธอกลับมาพร้อมตัวตนที่ซ่อนเร้น ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำ หรือยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจใต้ดิน เธอจะจัดการกับทุกคนที่ทำร้ายเธอ และทวงความยุติธรรมกลับคืน รวมถึงเปิดใจให้กับเฟิงเส้าถิง ชายที่รอคอยเธอมานานกว่าสิบปี
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.