ตอน 1

“อาบิดาห์ เจ้าจะไปไม่ได้นะ แม่ไม่ยอม...”

เชคก้านูรียาห์ชายาคนแรกของชีคทาซิม เบน ราชิด อัลคาบุซ ร้องค้านเสียงดัง ยืนนิ่งขึงตะลึงมองธิดาสาวสวยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเครื่องสำอางราคาแพงจัดเรียงใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น

“ลูกต้องไปเพคะ ท่านแม่ก็รู้ว่าลูกรักโปลี ไม่ได้รักฟารีส" อาบิดาห์ปิดกระเป๋าเครื่องสำอางที่เพิ่งจัดเสร็จนำไปวางรวมกับกองกระเป๋าเดินทางหลายใบที่เตรียมไว้

“แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงพิธี ลูกจะทิ้งพิธีหมั้นตัวเองไปรึ”

นางมองตามธิดาที่เดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่หมุนตัวสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่สวมใส่ ซึ่งวันนี้เธอใส่ชุดเดินทางทันสมัยเป็นเสื้อสูทสีเทาเกือบดำกระดุมสองแถวตัวยาวลงมาเหมือนกระโปรงสั้นสวมทับเสื้อยืดคอกว้างสีชมพูบานเย็นกับกางเกงรัดรูปทันสมัยขายาวสีเดียวกับเสื้อสูทและรองเท้าคัทชูส้นแหลมสูง ที่ช่วยส่งให้รูปร่างผู้ส่วมใส่ดูสูงโปร่งระเหิดระหงงามสง่า

“แน่นอนเพคะ... โธ่...ท่านแม่เพคะ...ก็แค่พิธีหมั้นเล็กๆ ทำเป็นการภายใน ไม่ได้เอิกเกริกอะไร ล้มเลิกไปก็คงไม่เสียหายอะไรนักหนา ฟารีสอาจจะเสียหน้านิดๆหน่อยๆ แต่ลูกก็เชื่อว่า เขาคงไม่เดือดร้อนหรอกเพคะ เพราะการหมั้นหมายนี่เป็นเพียงความเห็นชอบของผู้ใหญ่ เราไม่ได้รักกัน หมั้นหรือแต่งงานไปทำไมล่ะเพคะ ตอนนี้ลูกรักโปลี ต้องการแต่งงานกับเขา เราจะไปแต่งงานกันที่ฝรั่งเศสเพคะ”

ผู้พูดยืนหมุนซ้ายขวาขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างไม่รู้สึกรู้สากับใบหน้าขึ้งเคียดของมารดาเลี้ยงที่ยืนมองอยู่อย่างทุกข์ร้อนใจ เพราะถูกตามใจจนเคยตัว

“แล้วทางนี้ล่ะ จะทำยังไง งานพิธีอะไรก็เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าท่านพ่อรู้คงไม่ยอมหรอกนะ" ทรงกล่าวอ้างถึงท่านชีคทาซิมสวามีที่คิดว่าธิดาน่าจะมีความเกรงใจอยู่บ้าง

“ท่านแม่ ถ้าท่านแม่รักลูกก็อย่าบอกท่านพ่อนะเพคะ อย่างน้อยก็รอจนกว่าลูกกับโปลีออกจากประเทศนี้ไปก่อน...นะเพคะ...เพคะ...ท่านแม่ของลูก...”

ผู้ออดอ้อนโผเข้าสวมกอดพระมารดา บีบน้ำตาออกมาคลอเจียนจะหยาดหยด ลดเสียงลงต่ำเครือเหมือนจะร้องไห้ เพราะเป็นวิธีออดอ้อนพระมารดาเลี้ยงให้ใจอ่อนมาได้เกือบจะทุกครั้งทุกครา

“เจ้าทำให้แม่ลำบากใจ แล้วทำไมไม่ปฏิเสธการหมั้นเสียแต่ทีแรกปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้” ทรงรับสั่งต่อว่าไม่จริงจังจากความใจอ่อนแพ้ลูกอ้อนของธิดาที่เลี้ยงดูมาเหมือนกับลูกของตัวเอง

“ตอนนั้นลูกยังไม่แน่ใจนี่เพคะว่าโปลีเขาจะรักลูกจริง แต่เมื่อวานเขามาขอลูกแต่งงาน นี่ไงเพคะแหวนหมั้นที่เขาสวมให้ตอนมาคุกเข่าขอแต่งงานกับลูก และให้สัญญาว่าจะรักและดูแลลูกตลอดไป ที่สำคัญ คือ ลูกรักเขา ท่านแม่โปรดเห็นใจลูกเถอะเพคะ”

“แต่แม่เป็นห่วงเจ้า แน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกผู้ชายคนนั้น ทั้งฐานะทั้งเกียรติยศของเขาเทียบชีคฟารีสไม่ได้เลยนะ“

“โปลีเขาเป็นทายาทเจ้าของบริษัทผลิตนิตยสารดังนับสิบในฝรั่งเศสและยุโรปเพคะ ฐานะอยู่ในระดับเศรษฐีหมื่นล้าน เพียงแต่ไม่มีคำนำหน้าเป็นชีคหรือเจ้าชายอย่างฟารีสเท่านั้น“

“นั่นแหละ ที่แม่เป็นห่วง ไม่มีฐานนันดรศักดิ์ก็ไม่ต้องระมัดระวังชื่อเสียงเกียรติยศจะเสื่อมเสีย เห็นว่าเป็นหนุ่มเนื้อหอมในหมู่ดารานางแบบ”

“โธ่ ท่านแม่ นางแบบสามัญชนพวกนั้นจะมาสู้อะไรกับลูกที่มีคำนำหน้าว่าพริ้นซ์เซสล่ะเพคะ”

“แล้วนี่เขาจะจัดพิธีแต่งงานให้ลูกเมื่อไร“

“คงอีกสองหรือสามเดือนค่ะ เขาต้องรอเคลียร์งานให้เสร็จก่อน”

“นี่ยังไม่มีกำหนดแน่นอนหรอกรึ“

“ท่านแม่เพคะ อย่าเพิ่งคาดคั้นพวกเราสิเพคะ”

“อาบิดาห์ แม่รักลูกเป็นห่วงลูก ต้องการให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ลูกก็...ดูเถอะ มาทำแบบนี้ แม่..." พระมารดาผู้รักห่วงใยรับสั่งไม่ออก ได้แต่กอดธิดาน้ำตาคลอ เพราะนางไม่มั่นใจในความรักหวือหวาที่เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกจากการหึงหวงของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายชายที่มีอาชีพเป็นช่างภาพนิตยสารแฟชั่น งานของเขาต้องพบปะกับนางแบบสาวสวยมากหน้าจึงได้ชื่อว่าเจ้าชู้นัก เธอจึงกลัวใจว่าเขาจะรักอาบิดาห์ได้ไม่นาน

“...ท่านแม่...อย่าห่วงไปเลย เราสองคนรักกัน จะมีพิธีแต่งงานหรือไม่มีก็ไม่สำคัญหรอกเพคะ" อาบิดาห์กอดหอมเอาใจขณะกล่าวปลุกปลอบที่คิดว่าจะช่วยให้มารดาเลี้ยงสบายใจ

“แต่การแต่งงานหรืองานพิธีก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ยั่งยืนของการครองคู่นะลูกนะ"

“ยุคสมัยนี้ไม่จำเป็นแล้วเพคะ คนรักกัน แค่ได้อยู่ด้วยกันก็มีความสุขแล้ว และ สิ่งที่สำคัญของการครองคู่ของยุคสมัยนี้ต้องมีความพึงพอใจหรือความรักของทั้งสองฝ่าย หม่อมฉันไม่ได้รักท่านพี่ฟารีส เราสองคนไม่ได้รักกัน แต่งงานไปก็ไม่มีความสุขหรอกค่ะ ลูกถือว่าการครองคู่ คือ การเข้ากันได้ดีทางความคิดจิตใจและร่างกายท่านแม่อย่าห่วงเลยเพคะ”

“ถ้าเป็นความสุขของลูกแม่ก็ยอม ขอให้เจ้ามีความสุขในความรักนะลูกนะ”

เชคก้านูรียาห์กระชับอ้อมกอดกล่าวอวยพรก่อนจากลา เดินตามไปส่งธิดาสุดรักสุดหวงขึ้นรถออกไปสนามบินด้วยจิตใจสั่นหวั่นไหว แล้วต้องกลับมานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจในการสรรหาคำแก้ตัวให้คนที่ตนยอมสนับสนุนการหนีพิธีหมั้นไป เพื่อจะโน้มน้าวใจท่านชีคทาซิมสวามีที่รู้ว่าเขาจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไม่ให้ทำอะไรรุนแรงกับธิดาสาวและหนุ่มคนรักชาวฝรั่งเศส

ตอน 2

“ฝ่าบาท นางไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ซาอิดกราบทูลเสียงแผ่วราวกับไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะเดินอิดเอื้อนไปหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งใกล้ตั่งใหญ่ที่ท่านชีคฟารีสเจ้านายเหนือหัวของตนกำลังนอนเอนกายพักผ่อนอยู่

“...อะไร...ใครไปไหน...หึม...ซาอิด...”

คนฟังเงยหน้าจากตารางงานบนเครื่องไอแพดรุ่นล่าสุดที่กำลังดูอยู่ขยับตัวยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ เห็นสีหน้าซีดเจื่อนของคนรายงานก็ยิ่งแปลกใจ

“เอ้อ...เชคก้าอาบิดาห์พ่ะย่ะค่ะ นางหายตัวไป”

ชายหนุ่มคิดคำนึงว่าทำไมต้องเป็นเขาที่ต้องนำเรื่องนี้มากราบทูล เพราะคนกราบทูลน่าจะเป็นคนในครอบครัวของนางมากกว่า แต่ท่านชีคคาลีฟะห์ทรงเรียกให้เขาเข้าเฝ้าและรับสั่งให้นำเรื่องมากราบทูลพระโอรส

“อ้าว!...อาบิดาห์หายตัวรึ...ไปไหนล่ะ”

คนรับสั่งถามหันกลับไปสนใจกับงานตรงหน้า พลางรู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ไม่รู้สึกตื่นเต้นตกใจอะไรที่ว่าที่พระคู่หมั้นหายตัวไปก่อนเวลาเข้าพิธีหมั้นที่จะถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

“คาดว่าจะไปฝรั่งเศสพ่ะย่ะค่ะ" เสียงของคนกราบทูลจะยังสั่นเล็กน้อยจากอาการตื่นเต้นตกใจ นึกไม่ถึงว่า เชคก้าอาบิดาห์จะหนีการหมั้นไปก่อนพิธีไม่กี่ชั่วโมง เพราะงานนี้ได้จัดเตรียมกันมานานนับเดือน

“ไปกับใครล่ะ" รับสั่งถามทั้งที่รู้และมั่นใจว่านางคงไปกับหนุ่มคู่รักคนหนึ่ง

“เอ้อ เห็นว่าตามคู่รักไปพ่ะย่ะค่ะ" กราบทูลหน้าเครียด รู้สึกขัดใจที่เห็นแค่การพยักหน้ารับรู้ของเจ้านาย

“ ท่านพ่อกับท่านน้าทาซิมว่าไงหรือ" รับสั่งโดยไม่ยอมละสายตาจากหน้าจอไอแพด

“ท่านชีคองค์ประมุขไม่ได้รับสั่งอะไรพ่ะย่ะคะ แต่ท่านชีคทาซิมท่าทางจะโกรธมาก เข้ากราบทูลแล้วก็ขอตัวไปตามพระธิดาที่สนามบิน”

“จะไปตามทำไม เสียเวลาเปล่า" น้ำเสียงเจือหัวเราะอย่างเห็นขัน

“ท่านชีคทาซิมคาดว่าจะทันเที่ยวบินที่นางไป“

แต่คนรับฟังไม่นึกขำด้วย เพราะเขาอุตส่าห์เอาใจช่วยท่านชีคทาซิมให้ได้พบเจอธิดาและนำตัวนางกลับมาเข้าพิธีที่เตรียมการเอาไว้เพียบพร้อมแล้ว

“แล้วทันไหมล่ะ" เสียงรับสั่งเยาะ และยังมีเสียงหึเป็นเสียงหัวเราะลอดจากลำคอตามออกมาอีก

“เอ้อ...ไม่ทันพ่ะย่ะค่ะ นางไม่ได้ขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสโดยตรง เครื่องบินออกไปก่อนหลายชั่วโมง”

คนกราบทูลสบตาคนฟังที่เงยหน้าขึ้นมอง พระเนตรทั้งสองส่องประกายพราวระยับเหมือนกับจะบอกเขาว่า ...เห็นไหมล่ะฉันว่าแล้ว...

“แล้วท่านพ่อบอกหรือเปล่าว่าจะให้ทำยังไง"

“ทรงให้กระหม่อมมากราบทูลฝ่าบาท และให้ฝ่าบาทตัดสินพระทัยเอง พ่ะย่ะค่ะ"

“อืม...ฉันก็ไม่ต้องไปเข้าพิธีแล้วสินะ" ทรงวางเครื่องไอแพดลุกจากที่ประทับนั่งไปยืนมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด

“เอางี้...นายช่วยไปบอกคุณแม่นมฮาลีมะห์กับหัวหน้าพิธีการให้จัดหาพระญาติมาเข้าพิธีหมั้นแทนฉันที ดูเหมือนจะมีสองสามคู่ที่กำลังจะจัดพิธีแต่งงาน ให้มาทำพิธีหมั้นก่อน ส่วนเรื่องสินสอดของหมั้นก็เอาส่วนของฉันจัดแบ่งกระจายให้กันไปจะได้ไม่เสียงาน” ฟารีสรับสั่งโดยไม่หันกลับมามองเลขาคนสนิทที่กำลังกดคีย์บอร์ดบนไอแพดระรัว

“ฝ่าบาท...จะไม่...ไม่ตามนางกลับมาหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซาอิดอดทูลถามไม่ได้ เพราะปกติเจ้าชายฟารีส ไม่เคยยอมเสียพระพักตร์หรือต้องเสียอะไรให้ใครง่ายๆ และเขาก็รอรับคำบัญชาที่จะให้ออกติดตามหานาง

“จะตามกลับมาทำไมล่ะ การกระทำของนางก็บอกแล้วว่า ไม่ต้องการเข้าพิธีหมั้นกับฉัน แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ นายรีบไปบอกสองคนนั่นให้ช่วยแก้ปัญหาเสียก่อนเถอะ อีกห้าหกชั่วโมงก็จะถึงกำหนดเวลาแล้วไม่ใช่รึ แล้วรีบกลับมานะ มาช่วยกันเตรียมเอกสารสักสองสามอย่าง เราจะเดินทางไปต่างประเทศกันบ่ายนี้เลย ฉันอยากจะไปดูงานที่สิงคโปร์สักหน่อย”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปรีบมา”

ฟารีสยืนมองลงไปยังอุทยานอันสวยงามของตำหนักสวนกุหลาบที่พำนักอยู่ดูเหมือนวันนี้กุหลาบทุกดอกในสวนจะสวยสดใสมากกว่าทุกวันที่เคยเห็นมา เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความรู้สึกเบาอกเบาใจเป็นอย่างไร ข่าวการหายตัวไปของอาบิดาห์ว่าที่พระคู่หมั้นไม่ได้ทำให้เขาเป็นทุกข์เดือดร้อนใจอะไรเลย แต่ควรจะเรียกได้ว่าเบาใจเสียด้วยซ้ำ

ถ้าจะถามว่าเขารู้สึกเสียดายนางไหม อาจจะพูดได้ว่าเสียดาย แต่ก็นิดหน่อย เพราะอาบิดาห์เป็นหญิงสาวสวยเซ็กซี่ที่งดงามบาดตาคนหนึ่ง ซึ่งเขาต้องยอมรับว่าชื่นชอบความสวยงามของใบหน้าและรูปร่างอวบอิ่มชวนถวิลหาของนาง แต่ไม่เคยประทับใจอะไรในตัวนางจนสามารถเรียกว่า ความรัก ได้ เขาจึงไม่ได้กระตือรือร้นจะเข้าพิธีหมั้นหมายกับนาง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

ส่วนตัวอาบิดาห์เองก็ดูเหมือนนางจะไม่ได้สนใจใยดีในตัวเขานัก เพราะมีข่าวการคบหาควงคู่กับหนุ่มต่างชาติมาให้ได้ยินอยู่เป็นบางครั้งบางคราว ที่บางแหล่งข่าวก็พอจะเชื่อถือได้ แต่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวของนางนัก จนบางครั้งซาอิดที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งองครักษ์และเลขาคนสนิทถามเขาตรงๆว่า...จะไม่ทำอะไรบ้างหรือ...ซึ่งเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะขำกับอาการหงุดหงิดของซาอิดที่เดือดเนื้อร้อนใจราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

การหนีพิธีหมั้นไปอย่างกระทันหันของอาบิดาห์ เป็นการยืนยันกระแสข่าวลือที่ว่านางมีคู่รักอยู่แล้วเป็นจริง และหญิงสาวคงจะรักคู่รักคนนี้มากจึงได้ตัดสินใจหนีไปแบบนี้ เขาจึงไม่มีความรู้สึกโกรธเคืองนาง ถ้าจะมีสิ่งใดที่เขาจะไม่พอใจก็น่าจะเป็นนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เห็นอกเห็นใจคนอื่น เพราะมีคนได้รับผลกระทบต่อการกระทำของนางในครั้งนี้หลายคน โดยเฉพาะพระบิดาพระมารดาที่เลี้ยงดูนางมาด้วยความรักและความปรารถนาดี และที่อาบิดาห์ไม่ยอมปฏิเสธเสียแต่ทีแรกว่าไม่ต้องการหมั้นหมาย หากนางปฏิเสธเสียแต่แรกก็จะได้ไม่มีพิธีหมั้นในวันนี้

ตอน 3

หญิงสาวสวยในชุดราตรีสีชมพูเหลือบเงินวาววามตามแสงไฟส่องกระทบทุกก้าวที่ย่างเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงโอ่อ่ามาตามทางเดินเข้าลิฟต์ที่เกือบจะร้างผู้คน เธอเข้าลิฟต์กดลงลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรมแรมหรูย่านเพลินจิต แล้วยกข้อมือข้างขวามองนาฬิกาอันจิ๋วฝังตัวเรือนอยู่ในกำไลทองคำตกแต่งลายริ้วด้วยทองคำขาวและเพชรเม็ดเล็กๆสวยสะดุดตา เข็มสั้น-ยาวบนหน้าปัดบอกเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีจะตีหนึ่ง ซึ่งผ่านเวลางานเลี้ยงเลิกมาเกือบสองชั่วโมง แต่ที่เธอต้องกลับลงมาช้าเพราะต้องคอยรอส่งแขกสำคัญกลุ่มสุดท้าย คือ ครอบครัวเจ้านายผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และแขกสูงศักดิ์ระดับท่านชีคมกุฎราชกุมารในราชวงศ์โมห์ดาบีผู้เป็นหุ้นส่วนใหญ่และประธานใหญ่ของโรงแรมที่จะต้องเดินทางกลับต่างประเทศในคืนนี้

วารดาห์ ( อัลคาบุซ ) สิรีวงศ์ ลูกครึ่งไทย-อาหรับ เข้าทำงานเป็นพนักงานประชาสัมพันธ์โรงแรมในเครือ อิสเทิร์น เอมิเรตส์ ( Eastern Emirates ) ที่สิงคโปร์ได้เพียงหกเดือนกว่าก็ได้รับเลือกให้มาเป็นเลขาผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์สาขาใหม่ที่เพิ่งมาเปิดในเมืองไทย ซึ่งเธอสุดจะดีใจที่ได้กลับมาอยู่บ้านกับมารดา และช่วงเวลากว่าสามเดือนที่ต้องเตรียมงานเปิดโรงแรมเอมิเรตส์-ไทยที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยได้ยุติลงเสียที พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เธอจะได้พักผ่อนอยู่ในบ้านอันแสนอบอุ่นด้วยความสบายใจ

เมื่อลิฟต์ลงมาหยุดชั้นที่จอดรถไว้ หญิงสาวก้าวเดินออกมาอย่างเร่งรีบ ผลักบานประตูเปิดออกลานจอดเดินข้ามไปยังรถของตนที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ทันมองรถตู้คันใหญ่ที่วิ่งเงียบเข้ามาจอดเทียบให้หนุ่มฉกรรจ์สองคนลงมาคว้าอุ้มร่างบางยกลอยเข้ารถปิดประตูแล่นออกไป

“ว้าย! ...นี่อะไรกัน”

เสียงร้องตกใจของคนถูกจับดังได้แค่นั้น ก็มีผ้ากลิ่นหอมฉุนโป๊ะลงมาบนจมูกและปาก หญิงสาวดิ้นอึกอึกได้ไม่ถึงห้าวินาทีก็อ่อนแรงง่วงซึมหมดสติไป

“โทรบอกนักบินเตรียมออกเครื่องในครึ่งชั่วโมง“ เป็นคำสั่งห้วนทุ้มลึกจากเสียงของชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มเกือบดำที่นั่งอยู่บนเบาะฝั่งตรงข้ามร่างแน่งน้อยที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ

เขาพิศมองดวงหน้าสวยหวานอันประกอบด้วยหน้าฝากโหนกนูนเกลี้ยงเกลา คิ้วเรียวยาวกันแต่งเพียงเล็กน้อย แพขนตางอนยาวสีดำดกหนาทาบทับอยู่บนผิวแก้มผ่องเนียนใส จมูกโด่งเล็กได้รูปรับกับปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่ลงลิปส์มันวาวไว้ชุ่มฉ่ำชวนลิ้มรสจนคนมองแทบจะอดใจไม่ไหว ถัดลงไปเป็นคางเรียวและสันกรามบอบบางที่ช่วยเสริมใบหน้าคล้ายรูปหัวใจให้สวยอ่อนหวาน

เขามองผ่านลำคอระหงลงเรื่อยตามลาดไหล่นวลเนียนเวียนไปจนตลอดร่าง ความรู้สึกบางอย่างสะกิดใจให้มองอ้อยอิ่งอยู่นาน เขายอมรับกับตัวเองว่าพึงพอใจผู้หญิงคนนี้ สายตาคมปราบมองละจากสะโพกผายโค้งกลมกลึงกับสะเอวคอดเล็กวกกลับมาหยุดมองนิ่งอยู่บนเนินอกอูมอิ่มที่ล้นคอเสื้อร่นต่ำลงมาดึงดูดสายตาพาให้นึกเห็นภาพบัวงามกลมกลึงอวบขาวแต่งแต้มด้วยป้านสีเข้มน่าเชยชมหยอกล้อให้เจ้าของส่งเสียงครวญชวนเชิญด้วยใจเต้นระทึกจนตัวเองรู้สึกรุมร้อนอึดอัดจากการขยายเหยียดของร่างกายตรงหน้าตัก จึงถอดเสื้อสูทตัวนอกของตนห่มคลุมร่างยวนยั่วราคะปิดไว้ให้ถึงปลายคาง

“ทางนักบินเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หนุ่มไว้เคราทึบรอบคางร่างสูงโย่งหนึ่งในสองผู้ที่ลงไปอุ้มพาหญิงสาวสวยมาขึ้นรถกราบทูลกระซิบเสียงเบาราวกับกลัวคนนอนหลับตาพริ้มเพราเพราะฤทธิ์ยาสลบจะได้ยิน

“อึม...ให้รถไปจอดใกล้เครื่องที่สุดนะ เดี๋ยวฉันจะอุ้มลงไปขึ้นเครื่องเอง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ผู้ฟังตอบรับแล้วกดสวิตช์อินเตอร์คอมติดต่อภายในรถถ่ายทอดคำสั่งให้คนขับรถทันที เพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีรถตู้คันหรูก็วิ่งเข้าไปจอดเทียบใกล้ทางขึ้นเครื่องบินส่วนตัวติดตราสัญลักษณ์ราชวงศ์อัลโมห์ดาบี และบริษัท อิสเทิร์นเอมิเรตส์(Eastern Emirates a Company)ที่กัปตันเครื่องติดเครื่องรออยู่ในสนามบินกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

ชีคฟารีส เบน คาลิฟะห์ อัล-โมห์ดาบี อุ้มร่างบางเบาที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อสูทของเขาเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ตรงส่วนกลางของตัวเครื่องวางลงอย่างนุ่มนวลด้วยท่านอนสบาย คาดรัดสายนิรภัยเซฟความปลอดภัยระมัดระวังให้อย่างดี โดยมีกระแสพิศวาสดึงดูดให้เขาต้องก้มลงจุมพิตบนปากอิ่มแดงระเรื่ออย่างห้ามใจไม่อยู่ จึงรับรู้ถึงความอ่อนนุ่มอบอุ่นหอมหวานชวนสัมผัสซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าของหญิงสาวสวยตรงหน้า เขาอ้อยอิ่งจูบขบย้ำเนื้ออ่อนอุ่นดูดเบาๆก่อนจะผละออกห่าง ลุกขึ้นทอดถอนใจอย่างเสียดาย เดินออกมาจากห้องเข้านั่งประจำที่ และส่งสัญญาณให้นักบินนำเครื่องขึ้นทันที เมื่อเครื่องทรงตัวดีก็เอ่ยถามความคืบหน้าของงานที่สั่งไว้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED