ภาพปกนิยาย จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

9.7 / 10.0
หลินเจียอี หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาด ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กสาววัย 14 ปีที่มีชื่อเดียวกันในยุคโบราณ เธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมมีชีวิตที่อาภัพอย่างยิ่ง เมื่อบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงสมบัติและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องพาร่างที่บอบช้ำจากการถูกทุบตีระหกระเหินเดินทางกลับบ้านเดิมที่ยากจนข้นแค้นและทุรกันดาร ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนที่แต่งตัวแปลกตา หลินเจียอีต้องเผชิญกับชะตากรรมใหม่ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการต่อสู้ดิ้นรนในดินแดนที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในครอบครัวที่เหลือเพียงแม่ลูก
เรื่องย่อ จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
หลินเจียอี หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาด ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กสาววัย 14 ปีที่มีชื่อเดียวกันในยุคโบราณ เธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมมีชีวิตที่อาภัพอย่างยิ่ง เมื่อบิดาจากไป มารดาก็ถูกโกงสมบัติและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องพาร่างที่บอบช้ำจากการถูกทุบตีระหกระเหินเดินทางกลับบ้านเดิมที่ยากจนข้นแค้นและทุรกันดาร ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนที่แต่งตัวแปลกตา หลินเจียอีต้องเผชิญกับชะตากรรมใหม่ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการต่อสู้ดิ้นรนในดินแดนที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในครอบครัวที่เหลือเพียงแม่ลูก
อ่านเพิ่มเติม

จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ ตอนที่ 1

1. ขับไล่ออกจากตระกูล

“ไสหัวออกไปซะ หญิงกาลกิณีดาวไม้กวาด!”

เสียงเอะอะโวยวายของคนจำนวนหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นออกมายืนมุงดูด้วยความสงสัย ลู่เสียนสะใภ้รองของตระกูลหลินพร้อมกับลูกสาวและลูกชายถูกโยนออกมานอกรั้วบ้าน ตามมาด้วยข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และของกระจุกจุกจิกอีกไม่มากลอยตามมา ลู่เสียนมีบุตรสองคน คนพี่ชื่อหลินเจียอีเป็นหญิงอายุ 14 หนาว หน้าตาน่ารัก ผิวขาวดุจไข่มุก เรือนผมหยักลอนสีน้าตาลเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกาย คนน้องชื่อหลินอันฉีเป็นเด็กชายอายุ 7 หนาว หน้าตาน่ารักน่าชังช่างพูดช่างเจรจา ลูกทั้งสองของนางเป็นเด็กดีกตัญญูว่านอนสอนง่าย

งานศพของหลินฮุ่ยหมิงผู้เป็นสามีเพิ่งผ่านพ้นไปได้แค่หนึ่งวัน เมียและลูกทั้งสองกลับถูกไล่ออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา สาเหตุเนื่องจากหลินฮุ่ยเฟินผู้เป็นพี่ชายของฮุ่ยหมิงฉวยโอกาส หลังจากฮุ่ยหมิงลาจากโลกนี้ไปยึดเอาสมบัติมาเป็นของตน แล้วยังใส่ความหาว่าหวังลู่เสียนเป็นสตรีมีดวงกาลกิณี ตัวอัปมงคล

“ได้ ข้ากับลูกจะไปจากที่นี่ก็ได้ แต่ข้าขอสินเดิมของข้าคืนและหนังสือตัดขาดจากตระกูลหลิน จากนี้ไปข้ากับลูกทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลหลินอีก”

“นี่ เอาไปหนังสือตัดขาด แต่สินเดิมนั้นอย่าหวังว่าจะได้”

“หากข้าไม่ได้สินเดิม เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งทางการ ให้มันรู้ไป”

“หึ อย่าให้นางไปแจ้งทางการได้ ตีขานางให้หัก”

หลินฮุ่ยเฟินได้ฟังก็โกรธจัด สั่งให้ภรรยาและลูกรุมทุบตีลู่เสียน เพื่อไม่ให้นางไปแจ้งทางการได้ เจียอีและอันฉีเห็นแม่ถูกรุมทุบตีก็ตรงไปเข้าช่วย แต่เรี่ยวแรงของเด็กน้อยไม่สามารถปกป้องแม่ได้ จึงถูกลุงและป้าสะใภ้ทุบตีไปด้วยอย่างไร้ซึ่งความปราณี ใช้ทั้งไม้ทุบตีและเท้าเตะถีบทำเหมือนสามแม่ลูกไม่ใช่คน สามแม่ลูกร่างกายเขียวช้ำร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด ลู่เสียนเห็นลูกทั้งสองถูกทุบตีก็คลานเข้าไปโอบกอดลูกเอาไว้ในอ้อมอก กระทั่งลุงและป้าสะใภ้ทุบตีจนพอใจจึงโยนสินเดิมของนางมาให้นิดหน่อย

“ฮื่อ ท่านแม่ ท่านแม่เจ็บมากไหม”

“แม่ไม่เจ็บ แม่ไม่เจ็บ เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

“ข้าเจ็บ ฮื่อ ฮื่อ”

อันฉีร้องไห้ซุกหน้ากับอกมารดา ในขณะที่พี่สาวสลบไม่ได้สติคาอ้อมกอดลู่เสียน นางปลุกลูกสาวให้ตื่นลืมตา เด็กสาวได้ยินเสียงแม่ลืมตาขึ้นมองเพียงครู่ก็สลบไปใหม่

“ได้สินเดิมแล้วก็ไสหัวไปซะ”

ฮุ่ยเฟินพูดจบก็พาลูกเมียเข้าบ้าน ปิดประตูรั้วใส่หน้าสามแม่ลูก ลู่เสียนเห็นว่าทำอะไรไม่ได้แล้วจึงแบกเจียอีขึ้นหลัง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็มองสามแม่ลูกด้วยความเห็นใจ แต่เข้าไปยุ่มยามเรื่องของตระกูลหลินไม่ได้ เพราะถือว่าแต่ละครัวเรือนนั้นต่างคนต่างอยู่ ลู่เสียนแบกลูกสาวเดินเท้าเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อจ้างรถม้า โดยมีลูกชายที่สะอื้นไห้เงียบ ๆ เดินเคียงกันมา นางฝืนเดินแม้ร่างกายจะเจ็บปวดจากการถูกทุบตี ตั้งใจว่าจะพาลูกกลับไปที่บ้านเดิม ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไกลเกือบสองร้อยลี้ เมื่อมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านรถม้าก็หยุดวิ่ง คนขับรถม้ามองดูเส้นทางที่ขรุขระแล้วเอ่ยขึ้น

“เส้นทางจากนี้ไปพวกเจ้าไปกันเองก็แล้วกัน ข้ามาส่งได้เท่านี้”

“ไปอีกหน่อยไม่ได้หรือพี่ชาย ลูกสาวข้าก็ยังไม่ฟื้น”

“ไม่ได้ ทางเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดนี้ขืนข้าเอารถม้าเข้าไป หากรถม้าข้าเสียหายเจ้ามีปัญญาชดใช้ให้ข้าได้หรือ”

คนขับรถม้าบอกปัดในทันที เมื่อไม่ได้รับความเห็นใจลู่เสียนจำต้องแบกร่างที่ไร้สติขึ้นบนหลังอีกรอบ นางใช้ผ้ามัดตัวลูกสาวผูกติดกับเอวตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เจียอีหงายหลัง ส่วนสัมภาระก็ห่อใส่ผ้าผืนใหญ่แล้วมัดเอาไว้ทางด้านหน้า ข้าวของอีกส่วนหนึ่งอันฉีช่วยนางถืออย่างไม่อิดออด

“ท่านแม่ เมื่อไหร่ท่านพี่จะตื่น”

“อีกเดี๋ยวพี่เจ้าก็ตื่นแล้ว”

ลู่เสียนบอกลูกชายน้ำเสียงอ่อนโยน แววตามองตรงไปยังหนทางข้างหน้า ระยะทางจากจุดนี้ไปถึงหมู่บ้านเดิมยังห่างมาก ลู่เสียนเดินผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อด้วยความอยากลำบาก บางครั้งก็เผลอยกมือขึ้นปาดน้ำตาไม่ให้อันฉีเห็น

“ท่านแม่ข้าเหนื่อย”

“เช่นนั้นเรานั่งพักสักหน่อยเถิด”

“ขอรับ”

อันฉีเดินนำหน้าเข้าไปพักที่ร่มไม้ข้างทาง ลู่เสียนแกะผ้าที่ผูกเอวออกปล่อยเจียอีนอนราบกับพื้น นางใช้มือรองน้ำที่พกมาด้วยลูบหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วง หวังว่าลูกสาวจะฟื้นคืนสติอีกไม่นาน ทว่าเจียอีก็ไม่ลืมตาขึ้นมา

“ท่านแม่ ท่านพี่หลับไปนานเหลือเกิน เหตุใดท่านพี่ไม่ตื่นเสียทีท่านแม่”

เด็กชายตัวน้อยจับมือพี่สาวมากุมไว้ ลู่เสียนเวทนาลูกทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง หากฮุ่ยหมิงไม่ตายไปแล้วนางพอมีกำลังพอปกป้องลูกได้ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้ ตระกูลหลินจงเกลียดจงชังนางตั้งแต่แต่งเข้าเป็นสะใภ้ เพราะฐานะทางบ้านลู่เสียนนั้นยากจน หลายปีที่ผ่านมาฮุ่ยเฟินและภรรยาก็มักจะหาเรื่องใส่ความนางมาตลอด แต่ลู่เสียนก็ได้ฮุ่ยหมิงสามีปกป้องทุกครั้ง เมื่อขาดฮุ่ยหมิงแล้วชีวิตของลู่เสียนกับลูกจึงไม่ต่างจากเรือลำน้อยที่ลอยแคว้งคว้างกลางทะเลใหญ่ เสาหลักที่เคยยึดเหนี่ยวไม่อยู่แล้ว เป็นเรื่องง่ายที่คนตระกูลหลินจะไล่ส่งเหมือนหมูเหมือนหมา

“ฉีเอ๋อร์เราเดินต่อกันเถอะ แม่เป็นห่วงพี่สาวเจ้าเหลือเกิน หากถึงบ้านท่านยายเจ้าแล้วจะได้รีบตามหมอมาดูอาการ”

พักหายเหนื่อยได้สักครู่หนึ่ง ลู่เสียนก็พาอันฉีเดินเท้าต่อ พอเดินมาจนถึงหน้าบ้านเดิมก็ร้องเรียกหวังจื่อรั่วผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ”

หวังจื่อรั่ว แม่เฒ่าวัย 68 หนาว ได้ยินเสียงก็เดินออกมาดู เห็นลูกสาวยืนอยู่หน้าบ้านสภาพเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมแบกลูกสาวไว้บนหลัง ข้างกันนั้นคือหลานชายที่สภาพไม่ต่างกัน นางหวังได้เห็นอย่างนั้นก็ตกใจ รีบเข้าไปรับหลานสาวที่หลับไร้สติ นางประคองเจียอีไว้แล้วช่วยกันพาเจียอีเข้าไปในบ้าน จากนั้นนางหวังก็ไปตามหมอประจำหมู่บ้านมาเพื่อดูอาการ เมื่อหมอมาถึงก็ได้ตรวจชีพจรเจียอีพบว่าเด็กสาวไม่มีสัญญาณชีพจรเสียแล้ว

“เสียใจด้วยข้าไม่สามารถยื้อชีวิตนางไว้ได้ ลูกสาวเจ้าสิ้นใจแล้ว”

“ไม่จริง ลูกข้ายังไม่ตาย เจียเอ๋อร์ยังไม่ตายใช่ไหมท่านหมอ ฮื่อ ช่วยลูกข้าด้วยเถอะ นางจะตายไม่ได้ ฮื่อ ฮื่อ เจียเอ๋อร์นางยังเด็กนักนางจะตายได้อย่างไร”

“...ลูกสาวเจ้านางตายแล้ว”

บอกเพียงเท่านั้นหมอก็ลุกเดินจากไป ลู่เสียนร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อที่หมอบอก นางหวังผู้เป็นแม่เห็นอย่างนั้นจึงเข้ามากอดลูกสาวไว้ด้วยความสงสาร ทั้งสงสารหลานที่สิ้นใจไป แล้วยังสงสารลูกสาวที่มาสูญเสียลูกและสามีในคราวเดียวกัน เมื่อไม่กี่วันมานี้ลู่เสียนเพิ่งจะให้คนมาส่งข่าวการตายของสามี แต่นางหวังซึ่งร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจึงไม่สามารถเดินทางไกลไปเข้าร่วมพิธีศพลูกเขยได้ จึงฝากถ้อยคำไปบอกลูกสาวด้วยความเป็นห่วง ไม่คิดว่าสามวันให้หลังลูกสาวจะแบกหลานสาวที่สิ้นใจกลับบ้านเกิดมาทั้งน้ำตา นางหวังจึงถามลู่เสียนด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเจียเอ๋อร์ถึงเป็นแบบนี้”

นางหวังถามขึ้นในขณะที่ฝ่ามืออุ่นยังลูบแผ่นหลังของลูกสาวด้วยความเป็นห่วง นางเองก็ร่ำไห้ด้วยความเสียใจไม่ต่างจากลู่เสียน คว้าตัวอันฉีหลานชายเข้ามากอด

“ท่านแม่ บ้านหลินไล่ข้าออกมาแล้ว พวกเขาทุบตีข้ากับลูกจน ฮึก...จนเจียเอ๋อร์เป็นแบบนี้ แล้วยังยึดเอาทั้งบ้านและร้านขายผ้าไหมที่ข้ากับสามีช่วยกันก่อร่างสร้างตัว พวกคนตระกูลหลินจิตใจเหี้ยมโหดมากเลยท่านแม่”

ลู่เสียนนางพูดไม่ออก ได้แต่ร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดเต็มอกออกมาอีกรอบ เล่ามาเพียงเท่านี้นางหวังก็พอเข้าใจเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี พอรู้กิตติศัพท์ของบ้านหลินมามากในระดับหนึ่ง ตระกูลนี้ละโมบโลภมาก เห็นแก่ตัว งานการไม่ค่อยจะทำ สอนลูกให้ขี้เกียจ แล้วยังอยากได้ของที่ไม่ใช่ของตนมาครอบครอง ดีหน่อยก็แต่หลินอุ่ยหมิงลูกเขยที่เพิ่งจากโลกนี้ไป นอกนั้นหาใครดีมีคุณธรรมไม่ได้สักคน

"โอ้ย ปวดหัว"

ในขณะที่ลู่เสียน นางหวังและหลานชายกอดกันร่ำไห้อยู่นั้น เจียอีก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สายตาทั้งสามคู่จึงมองมาที่นางเป็นตาเดียวกัน พอลู่เสียนตั้งสติได้ก็ปรี่เข้าหาเจียอีด้วยความดีใจ นางจับแขนลูกสาวพลิกตัวไปมาก่อนจะโผลเข้ากอด

“เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วยเจียเอ๋อร์ แม่ดีใจยิ่งนัก เจ้ายังไม่ตาย”

“...แม่?”

แม่อย่างนั้นหรือ...ไม่สิ...หลินเจียอีมองลู่เสียนด้วยความสับสนมึนงง เมื่อไม่นานมานี้เธอเพิ่งจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพราะติดโรคระบาดโควิด 19 ต่อมาอาการของเธอก็ทรุดลงเรื่อย ๆ เหตุใดฟื้นขึ้นมาแล้วถึงมาโผล่ที่บ้านไม้ทรงโบราณ ผู้คนรอบตัวแต่งกายประหลาด แม้กระทั้งการพูดจาก็ดูล้าสมัยเหมือนที่เธอเคยดูในซีรี่ส์ย้อนยุค หลินเจียอีค่อย ๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดหญิงแปลกหน้า จากนั้นก้มลงมองการแต่งกายของตนเองก่อนจะใช้มือลูบคลำร่างกายสะเปะสะปะจนมาหยุดอยู่ที่หน้าอก

“หายไปไหน! ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนี้ บะ แบนราบ”

หน้าอกคัพซีลดลงมาแบนเกือบจะราบเรียบ เจียอีแหกปากร้องลั่นดวงตากลมเบิกโตด้วยความตกใจ มองหน้าคนทั้งสามที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาด้วยแววตาสับสนมึนงง อะไรกันนี่...ที่นี่ที่ไหน คงไม่ใช่กำลังฝันอยู่หรอกหรือ พอคิดได้นางก็ใช้มือตบที่แก้มตนเองจนหน้าหัน ปรากฎว่าเจ็บจนต้องร้องโอดโอยออกมา

“โอ้ย เจ็บ ๆ”

“เจียเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไร”

ลู่เสียนเฉยคางลูกสาวตรวจสอบดูรอยช้ำที่แก้ม ทางด้านนางหวังก็มองหลานสาวด้วยแววตาตกตะลึง หลังจากเจียอีตื่นขึ้นมาก็มีอาการประหลาดยิ่งนัก หรือเป็นเพราะถูกทุบตีเจียอีได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจนความจำเสื่อมไปเสียแล้ว นางหวังจึงเรียกชื่อเต็ม ๆ ของหลานสาวอีกครั้ง

“หลินเจียอี”

ถูกต้องแล้ว นี่คือชื่อของนางไม่ผิดเพี้ยน หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่ 21 มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท ทำงานตำแหน่งพนักงานบัญชีที่โกดังเก็บสินค้าใกล้ ๆ ท่าเรือ งานอดิเรกคือ F สินค้าออนไลน์ ชีวิตความเป็นอยู่สุดแสนธรรมดา การงานไม่ก้าวหน้าเพราะประจบนายไม่เก่ง รายได้ไม่พอรายจ่ายเพราะ CF เก่ง สถานะภาพโสดสนิทแบบไม่เคยมีใครมาจีบจนอายุก้าวเข้าวัย 25 หนาว เติบโตมาในชนบทมีพ่อแม่เป็นเกษตรกร

ครุ่นคิดได้ไม่นานเจียอีก็หงายหลังลงไปนอนตามเดิม นางรู้สึกเวียนศีรษะเหมือนบ้านหมุน อีกทั้งร่างกายก็เจ็บระบมไปทั่วร่างจึงหลับต่ออย่างอ่อนเพลีย นางฟื้นขึ้นมาอีกทีในวันถัดไป สภาพร่างกายเริ่มดีขึ้นมากแล้ว เป็นเพราะระหว่างที่นอนซมลู่เสียนได้ป้อนยาให้นางจนเกือบจะหายดี พอฟื้นขึ้นมาได้เจียอีก็เดินสำรวจไปทั่วบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่า ๆ สภาพผุพังมากแล้ว มองออกไปนอกบ้านเป็นป่าเขียวชอุ่มอยู่ไม่ไกลมาก ไกลออกไปอีกคือภูเขาหลายลูกสลับสับหว่างมองเห็นได้จากระยะไกลเป็นชั้น ๆ นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นอ่างหินตั้งอยู่หน้าบ้านจึงรีบวิ่งเข้าไปชะโงกหน้าดูให้หายคลางแคลงสงสัย เงาในน้ำคือเด็กสาวแรกรุ่น อายุไม่เกิน 15 หนาว หน้าตาผิวพรรณสะอาดสะอ้านงดงาม หุ่นทรงร่างเล็กบอบบาง ผมยาวเป็นสลวยโดยธรรมชาติโดดเด่นซึ่งแปลกจากหญิงสาวในยุคสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ดูไปแล้วคล้ายตุ๊กตาเสียยิ่งกว่าคนที่มีชีวิต นางเอียงซ้ายเอียงขวาชื่นชมแต่ภายในใจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

อ่านต่อ

สารบัญของ จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เพียงขวัญไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อหลอกลวง แต่กรพักตร์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว การกลับมาของเขาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้มานาน ความรักและความแค้นของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด เมื่อเขาจับเธอโยนลงสระน้ำ กอดรัดเย้ยหยันถึงเรื่องผู้ชายคนอื่น แต่เพียงขวัญก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอตบเขา แล้วเขาก็จูบเธอตอบแทนด้วยความแค้นที่แฝงด้วยแรงปรารถนา คำถามที่เขาย้ำถามถึงลีลาความรักของเธอ กลายเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจ
ภาพปกนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการที่มากกว่าความรักทั่วไป เรื่องราวโรแมนติกสมัยใหม่ที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจึงเกิดขึ้น เมื่อหัวใจไม่ได้โหยหาเพียงแค่อาหารมื้อธรรมดา แต่กลับกระหายในตัวตนของหนุ่มไอทีผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ความรู้สึกรุนแรงนี้ไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความปรารถนาที่จะครอบครองและลิ้มลองรสชาติของความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การไล่ล่าความหวานล้ำที่ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
ภาพปกนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านต้องเผชิญกับเรื่องช็อกเมื่ออาเฟื่องรัตน์เรียกตัวเธอกลับไทยเพื่อเข้าพิธีหมั้นสายฟ้าแลบกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความน้อยใจและสับสน เธอไม่รู้เลยว่าอาสาวกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและเกรงว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงตัดสินใจฝากฝังหลานสาวไว้กับชายที่ไว้ใจที่สุดให้ทำหน้าที่เป็นสามีเฉพาะกิจเพื่อคอยปกป้องเธอจากแผนการร้ายของอาชัยนันท์ ลูกนอกสมรสของคุณปู่ที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล แม้ธราเทพจะยืนยันว่าเขารักและพร้อมเป็นผู้พิทักษ์ให้ปอป่านด้วยความเต็มใจ แต่หญิงสาวกลับสร้างกำแพงปิดกั้นหัวใจตนเอง เขาจึงต้องพิสูจน์รักแท้เพื่อทลายอคติและเอาชนะใจเธอให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
โชคชะตาเล่นตลกส่งให้ฟ้ารดาสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับสู่กรุงอโยธยาแบบไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีรูปร่างกำยำและใบหน้าหล่อเหลาจนยากจะถอนสายตา เมื่อหนทางกลับบ้านมืดมน แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่สุดกร้าวใจจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่ากิริยาของเธอแปลกประหลาดประหนึ่งคนวิปลาส แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่ ทว่าอุปสรรคความรักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาของชายหนุ่ม แต่ยังมีคุณพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิตคอยขัดขวางไม่ให้ออกเรือน ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเก่า ฟ้ารดาจะใช้เสน่ห์ที่มีมัดใจนายช่างใหญ่ให้ยอมสยบต่อความรักที่แสนแตกต่างครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าชายที่พลอยฟ้ารักหมดหัวใจกลับซ่อนความหลอกลวงไว้เบื้องหลัง ปราบเปลี่ยนจากคนรักที่แสนดีกลายเป็นผู้ชายเย็นชาที่มองว่าความใส่ใจของเธอคือความน่ารำคาญ แม้เขาจะยืนยันว่ารักและแต่งงานกับเธอ แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาแทรกกลาง พลอยฟ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อปราบแสดงธาตุแท้ออกมาว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายที่ไร้ค่าและจืดชืด ในวันที่เขาเลือกแก้วอัปสรและบีบคั้นหัวใจเธอจนถึงขีดสุด พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนทรมานนี้ด้วยการขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้จะต้องกลายเป็นหม้ายและแบกรับความบอบช้ำ แต่เธอก็เลือกที่จะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับมามองรักแรกที่ใจร้ายที่สุดคนนี้อีกเลย
ภาพปกนิยาย รักลับของเรา
9.0
ที่เมืองหยุนเฉิง เฉียวเมียนเมียนบังเอิญมีสัมพันธ์ชั่วคืนกับเหมาเยซือ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล นำไปสู่ข้อตกลงวิวาห์ที่ยากจะปฏิเสธ เขาเสนอสิทธิพิเศษมหาศาลเพื่อแลกกับตำแหน่งภรรยา การเป็นคุณนายตระกูลเหมาทำให้เธอได้ครอบครองอำนาจและทุกสิ่งที่ปรารถนา ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือการดูแลที่มากเกินพอดีของเขา แม้แต่ยามที่เธอป่วยและดื้อรั้นไม่ยอมทานยา เขายังตระกองกอดเธอไว้อย่างหวงแหนและคอยออดอ้อนให้รักษาตัว สัญญาแต่งงานครั้งนี้จึงอบอวลไปด้วยความห่วงใยที่แสนหวานจนยากจะถอนตัว
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.