ตอนที่ 2
“ถอยไปนะคนบ้า รัดมาได้...อึดอัดจะตาย” หญิงสาวพูดเสียงแข็งกลบเกลื่อนความอายและบางสิ่งที่เกิดขึ้นในใจอย่างปัจจุบันทันด่วน อย่างที่หักห้ามไว้ไม่ได้ สองมือเล็กผลักดันร่างยักษ์ให้ถอยห่างไปอย่างเร็วไว
“เอ่อ...ฉันขอโทษ” อันเดซาอีเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด พร้อมหัวใจที่กระตุกไหวยามได้ยลความงามของแม่สาวร่างบอบบางเบื้องหน้า ดวงหน้าเรียวรูปไข่นวลลออผ่องพรรณ ยามลุกขึ้นพากายไปยืนห่างๆ มองมือบางปัดไล่ความสกปรกออกจากกาย ใบหน้าคมคร้ามก็เปื้อนรอยยิ้มอย่างเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว
แม่แมวขโมยหน้าตาใสซื่อ กลีบปากรูปกระจับสีชมพูเข้ม ทำให้ต้องรีบเมินหนีด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวใจ ทว่าหัวใจกลับเรียกร้องให้ต้องมองซ้ำ แก้มใสซับสีเลือดป่องออกจนเขาอยากกดจมูกไปดมดอมความหอม
“คิดยังไงถึงได้มาทำตัวเป็นขโมยหือ...รู้ไหมถ้าถูกจับได้ จะเจอกับอะไรบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเอ็นดู ด้วยเท่าที่คาดคะเนได้ อายุอานามเธอน่าจะน้อยกว่าเขาสักห้าหกปี อีกทั้งท่าทางตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งทำงานครั้งแรกด้วย
“เปล่านะ...ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆ ฉันแค่หนีพ่อกับแม่มาเที่ยว แล้วก็เจอคุณนั่นแหละ...ไม่แค่กล่าวหากันอย่างไม่ฟังเหตุผล ยังทำให้เจ็บตัวลงไปนอนคลุกฝุ่นอีก” หญิงสาวโต้กลับเสียงใส ก่อนรีบก้มหน้าร้อนผ่าวงุดด้วยเขินอาย จนไม่กล้าสบสายตาวามวาวที่มีผลกับหัวใจอย่างรุนแรง!
“ฮึ” รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนา “เชื่อได้หรือไง ปกติแล้วคนทำผิดที่ถูกจับได้ มักแก้ตัวด้วยกันอย่างนี้ทั้งนั้นนะ”
“จริงๆ นะคะ” ไอซาย่ายืนยันเสียงหวานใส “ถึงครอบครัวฉันจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีอันจะกิน ฉันไม่จำเป็นต้องมาขโมยเงินคุณหรอก ดูการแต่งตัวฉันสิ เสื้อผ้า เครื่อง แต่งกายอื่นๆ ราคาไม่น้อยเลยสักชิ้น” หญิงสาวยื่นมือส่งไปให้ดูเลยถูกเขาจับ...ทันทีที่สายลมโบกโบยพัด หัวใจละลิ่วเล่นกับท่วงทำนองแห่งเพลงรักที่ดังกระหึ่มก้องทรวง จนสองแก้มร้อนผ่าวในทันที
“นั่นสิ...ฉันคงเข้าใจผิดไปจริงๆ นั่นแหละ คนน่ารักอย่างเธอ คงไม่ทำเรื่องไม่ดีหรอก...ใช่ไหม” ชายหนุ่มทอดเสียงนุ่มทุ้ม ปลายนิ้วลูบไล้หลังมือนุ่มนิ่ม
“เอ่อ...คุณเชื่อแล้วสิ ว่าฉันไม่ได้เป็นขโมย ตอนนี้ปล่อยมือฉันได้แล้วใช่ไหมคะ”
“เชื่อ แต่...ไม่อยากปล่อย” ชายหนุ่มยอมปล่อยมือนุ่ม เพื่อจะได้มองการแต่งกายของอีกฝ่ายให้ชัดเจน
นิ้วยาวลูบไล้ปลายคางสากระคายหลังจากพินิจมองอีกฝ่ายอย่างละเอียดถ้วนถี่ ผิวพรรณเธอเปล่งปลั่งนวลเนียนลออ เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นของดีจริงๆ จึงทำให้ค่อนข้างจะเชื่อคำพูดเธอ
“นึกยังไงถึงหนีพ่อกับแม่มาเที่ยวอย่างนี้ รู้ไหมมันอันตรายแค่ไหนที่เดินอยู่คนเดียวแบบนี้น่ะ”
ใบหน้านวลผุดผาดบูดบึ้งตึง จมูกโด่งยู่ย่นเล็กน้อย บิดากับพี่ชายก็พูดเช่นนี้ ถึงได้มีมาตรการเอาไว้ หากเธออยากไปข้างนอกก็ต้องมีคนไปอยู่เป็นเพื่อน เมื่อคนเราขาดอิสระในการติดสินใจ ก็เป็นเหตุให้เธอมีความพยายามที่จะหนีออกมา...เพียงลำพัง!
“ถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า ในใจโหยหาอย่างหาสาเหตุไม่เจอ
“ทำไมล่ะ” อันเดซาอีเอ่ยถามด้วยใจหาย ด้วยเพียงแค่แรกพบสบตา หัวใจก็บอกว่าใช่! เธอคือคนที่เขาตามหามาแสนนาน ที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้หลุดมือไป ยังไงต้องตามสานความสัมพันธ์ทางใจให้ถึงที่สุด
“ครอบครัวฉันเป็นพ่อค้าวานิช เดินทางรอนแรมทำการค้าขายไปเรื่อย ความจริงเราต้องกลับบ้านแล้ว แต่เมื่อเดินทางผ่านเส้นทางนี้ พ่อบอกว่าที่นี่พ่อมีเพื่อนเก่าไม่เจอกันนานแล้ว อยากแวะเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางกลับ” หญิงสาวบอกออกไปเสียงหวานแต่แผ่วเบา
“หือ...” ชายหนุ่มขานรับในลำคอ นัยน์ตากระจ่างสดใสพานทำให้ใบหน้าเข้มอ่อนละมุนและเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จนไอซาย่าเผลอมองตาปรอย ที่เมื่อรู้สึกตัวก็อายจนสองแก้มก็ร้อนผ่าว
คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนใบหน้าคร้ามแกร่งจะมีรอยยิ้ม สองสามวันนี้บิดาเปิดบ้านรับแขกซึ่งเป็นเพื่อนเก่าจากต่างเมือง ที่เขาพอจะมองถึงวัตถุประสงค์ของชายและหญิงวัยกลางคนที่เค้าหน้ามิเพี้ยนไปจากสาวน้อยตรงหน้า
เมื่อพอจะเดาความสัมพันธ์ของสาวน้อยที่ทำให้หัวใจสะดุดได้ ว่าเธอเป็นใคร...ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มหวาน นัยน์ตาพราวระยับ แรกเริ่มที่รู้วัตถุประสงค์ของบิดาและผู้เป็นเพื่อนที่อยากให้สองครอบครัวสนิทแน่นแฟ้น ด้วยการให้เขาได้สมรัก...สมรสกับใครก็ไม่รู้ได้ เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างสูง ทว่าเมื่อได้พบเจอกับคนที่ถูกหมายตัวไว้เข้าจริงๆ หัวใจก็สั่งการเลย ห้ามปล่อยให้เธอหลุดมือไป!
“ตอนนี้ยังอยากเที่ยวอยู่อีกไหม สนใจจะรับผมไปเป็นบอดี้การ์ดชั่วคราวพ่วงด้วยตำแหน่งไกด์กิตติมศักดิ์สักคนไหม” ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปจนปลายจมูกโด่งแทบแนบชิดใบหน้านวลซับสีเลือด
“ได้ยังไงล่ะคะ เรายังไม่รู้จักกันเลยนะ” หญิงสาวตอบพลับพร้อมกับก้มหน้างุดด้วยไม่หาญกล้าสบสายตาเข้มที่ทำให้รับมือไม่ถูก ไม่รู้ควรจะทำตัวเช่นไรดี
“เราพูดคุยกัน…แสดงว่ามีวาสนาต่อกัน ฉันอันเดซาอี ซีกัลป์ โอซาอิดนี่”
“อ๋อ เป็นคุณน่ะเอง” หญิงสาวร้องอ๋อในลำคอ เพราะอย่างนี้เองสินะ ชายหนุ่มถึงได้ยิ้มกว้าง นัยน์ตาพราวระยับ กล้าเสนอหน้าพาเธอเที่ยวโดยไม่คิดถึงเหตุร้ายที่จะตามมา หากพี่ชายหรือบิดาพาคนมาตามพบเจอ แต่...ถึงเป็นบุตรชายของเพื่อน แล้วจะมั่นใจได้ยังไงกันล่ะ ว่าบิดาและพี่ชายจะให้การยอมรับน่ะ
“ไม่กลัวหรือคะ พ่อฉันขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกสาวนะ”
“ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือแสนสวยนาม...”
“ไอย่า...ไอซาย่า เซราเดยาค่ะ” ไอซาย่าแนะนำตัวด้วยหัวใจโป่งพอง เธอหลุบสายตามองร่างแกร่งกำยำอย่างชายชาตรี ที่ไม่ต้องบอกกล่าวสิ่งใดมาก เธอก็รับรู้ถึงความห้าวหาญและกล้าแกร่ง เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ
“ไอย่าคงให้เกียรติเดินเที่ยวกับฉันได้ไหม และคงไม่รังเกียจถ้าฉันจะตามไปสานสัมพันธ์...ใจด้วยถึงบ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม พลางส่งสายตาวาววับจ้องสาวน้อยตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
เจอกันครั้งแรกเธอก็ถูกเขาเกี้ยวพาราสีด้วยวาจาไพเราะเสนาะหวานหู สำทับด้วยนัยน์ตาเข้มล้อมกรอบด้วยขนตายาวไม่แพ้อิสตรี ทอดมองอย่างกับจะกลืนกิน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนาหยักส่งยิ้มละลายหัวใจสาวน้อยไอซาย่าจนแทบไม่กล้าหายใจ เผลอพยักหน้าสีกุหลาบโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนก้มลงมองสองมือบางที่เกี่ยวปลายนิ้วไขว้กันด้วยความเขินอายจากสายตาคมเข้ม
“ไม่รู้บิดาไอย่าจะว่ายังไงบ้าง ถ้าหากฉันจะเชิญไอย่าไปเป็นแขกที่บ้าน”
มีคำถามมากมายในดวงตากลมโตใสแจ๋ว ที่อันเดซาอีอยากยื่นมือไปทาบบนสองแก้มซับสีเลือด แล้วกดปากลงบนหน้าผากนวลไล่ลงมาถึงดวงตา สิ้นสุดบนกลีบปากสีชมพูสด
“ไม่อยากปล่อยให้ไอย่าเดินคนเดียว กลัวใครดักพาดวงใจหนีหายไป”
“ขี้ตู่ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ” หญิงสาวตวัดค้อนใส่อันเดซาอีวงโต แต่ก็ปล่อยให้มือเล็กตกอยู่ในอุ้งมืออุ่น ฟังเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเล่าเรื่องราวสานสายใยบางๆ ให้กับหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวเร็ว ใบหน้าสองคนเปี่ยมล้นด้วยความสุขกับรักแรกเจอ!
ตอนที่ 3
“แต่งงาน! ความสุขหรือเศร้า...สูญเสียและร้องไห้!”
ความหวานจางหายจากคู่บ่าวสาว เสียงหัวเราะแห่งความสุข ใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสหยุดชะงักลง เมื่อมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ!
สายตาทุกคู่ของแขกในงานไปโฟกัสอยู่ที่จุดเดียว...ชายร่างผอมกะหร่องกะแหร่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่หาสีเก่าไม่เจอ ด้วยตอนนี้เหลือเพียงสีกระด่างกระดำและขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้ามอมแมมรกครึ้มไปด้วยหนวดเครา จนเห็นเพียงแค่ลูกตาที่เลื่อนลอยและสติไม่อยู่กับตัว
“ดูแลกันยังไง ถึงได้ปล่อยให้ตาแก่สกปรกนี่เข้ามาในงานเราได้” อันเดซาอีหันไปต่อว่าเพื่อนด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด เขาไม่ได้รังเกียจคนที่ฐานะต้อยต่ำกว่าหรือขอทาน มิหนำซ้ำยังใจดีเลี้ยงอาหารอยู่บ่อยครั้ง แต่วันนี้เป็นงานมงคล ที่เขาไม่อยากให้มีสิ่งไม่ดีมากล้ำกราย ยิ่งตาแก่ตรงหน้าคือ...
ซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ!
อดีตพ่อค้าวานิชผู้เก่งฉกาจ ทั้งเล่ห์เหลี่ยมกลโกง สามารถพลิกแพลงเอาชนะคู่แข่งอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง แต่ความรุ่งโรจน์ก็จบลงเพียงแค่คืนเดียว คืนวิวาห์ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ใครก็ยากจะลืมเลือนได้ เมื่อเจ้าสาวผู้งามสง่า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความงามหาตัวจับยาก กลับกลายตัวเองเป็นฆาตกรเลือดเย็น ยืนมองทุกคนทรมานเพราะยาพิษอย่างคนไร้ความรู้สึก
เจ้าบ่าว! ต้องทนเห็นคนตายไปทีละคนโดยช่วยเหลือไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ถูกวางยา ทำให้ตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรง ต้องทนดูคนที่เขาคิดว่ารักจนยอมตายแทนกันได้เปิดประตูรับโจรเข้ามาขนถ่ายลำเลียงข้าวของทุกชิ้นออกไปด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนเผาคฤหาสน์หลังงามจนมอดไหม้เป็นจุล
จากเคยเป็นหนึ่ง มีทุกอย่างพร้อมพรั่ง กลับต้องสิ้นเนื้อประดาตัวในคืนเดียว ซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ รับกับสภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้ กลายเป็นชายไร้สติไปในทันควัน ไม่แค่นั้น อีกฝ่ายยังกลายเป็นตัวซวยที่นำพาโชคร้ายมาสู่ทุกคนที่พบเจอ จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้!
“ใครก็ได้รีบนำตัวชายคนนี้ออกจากงานเราเร็ว!” อันเดซาอีเอ่ยอย่างร้อนรน ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ผู้คนเล่าลือกัน ทว่าเมื่อซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ เข้าไปที่ใด เพียงไม่นานที่นั่นก็จะมีเรื่องเลวร้ายจนมิอาจคาดคิดได้ อีกทั้งวันนี้คือวันดีของเขา ที่ไม่อยากให้มีสิ่งไม่ดีหรือที่หลายคนเชื่อในเรื่องของคำสาปมาทำให้ครอบครัวและทุกคนในงานต้องโชคร้าย!
“ใจเย็นๆ นะซีกัลป์ ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่หิวอยากมาหาอะไรทานน่ะ” ไอซาย่าปลอบใจทั้งเจ้าบ่าวและตัวเองเสียงสั่น
“เราจัดโต๊ะพร้อมอาหารไว้ให้ที่นอกรั้วแล้วนะไอย่า ไม่ได้ให้เข้ามาวุ่นวายในงานอย่างนี้” ถือเป็นธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต เมื่อมีการเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ ควรแบ่งปันแจกจ่ายความสุขและสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นด้วย ภายนอกของบ้านจึงได้มีการจัดตั้งโรงอาหารพร้อมด้วยอาหารแห้ง แจกจ่ายแก่เหล่าคนยากจนและเหล่าคนเร่ร่อน ถือคติ...ให้คนอื่นไปเท่าไหร่จะได้รับกลับคืนมาเป็นเท่าทวีคูณ
“คนที่ดูแลเรื่องแจกจ่ายอาหารคงเข้ามาอยู่ในงานกันหมดทุกคนแล้วนะ...ซีกัลป์ก็อย่าโกรธเคืองไปเลยนะคะ” เสียงใสราวกับระฆังแก้วแจ้วจำนรรจาพลางส่งยิ้มแหยๆ ให้กับชายผู้โชคร้าย
“ทางเราได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้ให้เรียบร้อย ท่านไปรับที่โรงทานด้านหลังนะ” แม้สอดแทรกไปด้วยความกริ่งเกรงกลัวเรื่องราวที่เคยได้ยินมาบ้างแต่ไอซาย่าก็ยังยิ้มหวานได้
“ไม่ใช่ขอทาน พวกเจ้ารังแกข้า...ฮือๆ พวกเจ้าใจร้าย” โอซามุเอ่ยเสียงดังคล้ายท้องฟ้ายามมีพายุโหมกระหน่ำ ยกมือชี้หน้าคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเกรี้ยวกราดแค้นเคือง
“ดีใจกันนัก ระวัง! มีความสุขมากเกินไป เดี๋ยวถูกพรากไปแล้วจะรู้สึก!”
“โอซามุ!” อันเดซาอีตวาดดังก้อง วันมงคลทุกคนควรมีความสุข แต่กลับถูกก่อกวนจากชายไร้สติคนนี้!
“มีความสุขกันมาก ระวังโชคชะตาจะเล่นตลก ยามต้องทนทุกข์ทรมานจากการพลัดพรากจากของอันเป็นที่รัก...”
“เจ้าพูดอะไรโอซามุ! รีบไปก่อนที่เราจะทนไม่ไหว” งานมงคลของเขาแท้ๆ แต่ไอ้เจ้าขอทานไร้สตินี่เอาเรื่องอัปมงคลอยู่ได้
“เจ้าดุ...ข้ากลัว ฮือๆ” โอซามุทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ พร้อมร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลพราก
“เจ้าคนใจร้าย...ขอให้เจ็บปวด คนรักพลัดพราก ทุกข์ทรมานเพราะการรอคอยนางอันเป็นที่รักกลับคืน!” โอซามุรำพึงรำพันเสียงขาดเป็นห้วงๆ
“ใครก็ได้เอาเจ้าคนสติไม่เต็มนี่ออกไปจากงานเราที” อันเดซาอีตะโกนให้เพื่อนๆ ช่วยนำตัวซวยออกไปจากงาน ก่อนเขาจะทนไม่ไหวกระทืบจนกระอักเลือด ทว่าทุกคนต่างหยุดชะงักไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย ให้น่าฉงนใจยิ่งนัก ทำไมคนไร้สติถึงยังได้มีพลังอำนาจแผ่มาให้ต้องขลาดกลัวเช่นนี้
“หัวใจเจ้าต้องแหลกสลาย แม้คนรักย้อนคืนกลับ แต่เจ้าก็กลัวที่จะรัก!” จากที่ร้องไห้คร่ำครวญ ใบหน้าโอซามุแปรเปลี่ยนเป็นขึงขังถมึงทึง นัยน์ตาดุกร้าวกราดเกรี้ยวลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไฟที่สาดแสง ราวกับมีสัตว์ร้ายสิงสู่ ส่งสำเนียงสูงต่ำสาปแช่งไป
“เจ้าต้องพ่ายแพ้...ไม่มีวันเอาชนะอุปสรรคได้” โอซามุชี้มือไปที่ซีกัลป์
“แม้ร่วมกันต่อสู้ฝ่าฟันเจ้าก็เอาชนะไม่ได้ ความตายจะพรากเจ้าและนางจากกันตลอดกาล!” เสียงของโอซามุที่เปล่งออกมาคล้ายมีพายุตั้งเค้า ก่อนท้องฟ้าจะมืดมัวจนดำสนิท สายฝนโปรยปราย สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาเสียงดังสนั่นลั่น ก่อนทะเลทรายจะพิโรธ หอบเอาหมู่มวลทรายหมุนวนเป็นเกลียว ให้พระพายสาดซัดเข้าหาด้วยความรุนแรง
“ได้โปรดออกไปจากที่นี่ ก่อนซีกัลป์จะทนไม่ไหวทำร้ายท่าน” แม้เกรงกลัวคำสาปแช่งจะเป็นจริง แต่ไอซาย่าก็ยังเป็นคนใจดีและเอื้ออาทรต่อคนอื่น
กายอรชรทรุดลงยื่นมือสั่นไปหาชายสกปรกมอมแมมอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอน ด้วยถือว่าคนเราไม่ต้องการให้เรื่องมันเลวร้าย แต่โชคชะตาต่างหากเป็นผู้กำหนดเส้นทางเดินให้ ดังเช่นคนตรงหน้าที่คงต้องรับผลจากการกระทำ พานให้ตัวเองต้องมาพบกับเรื่องราวเลวร้าย
แค่ก้าวเข้ามาในงานเค้าลางร้ายก็อบอวลจนทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็ถดถอยหนีแล้ว อย่างนี้จะให้เจ้าสาวแสนบริสุทธิ์ต้องยื่นมือไปสัมผัสกับเนื้อกายสกปรกแปดเปื้อน รับเอาความโชคร้ายมาถูกตัวได้อย่างไรกัน
ไอซาย่าเงยหน้ามองใบหน้าเข้ม ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยด้วยวาจา แค่ยื่นมือสอดไปให้เขากระชับก็รับรู้ถึงหัวใจและความห่วงใย พร้อมความมั่นคงและมั่นใจ...ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น อันเดซาอีจะไม่มีวันทอดทิ้งให้เธอต้องเดียวอาย อกกว้างให้พักอิง แขนแกร่งจะโอบอุ้มมิให้โพยภัยมากล้ำกราย นับจากนี้จนตลอดไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังคงอยู่
“ไม่...อย่ามายุ่งนะคนใจร้าย” เพราะกลัวถูกจับโยนออกไปจากงานอย่างที่เจ้าบ่าวหน้าหล่อแต่ใจร้ายพูด โอซามุจึงยกมือปัดป้อง
“ไม่ไป! จะอยู่ที่ ที่นี่สนุกดี มีคนเยอะแยะไปหมด มีของกินอร่อยๆ ด้วย” ชายสติขาดหายหยุดร้องไห้ฟูมฟาย ดันตัวเองลุกขึ้นยืน สองมือเปื้อนดำยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า สองเท้าสลัดทรายบนเรือนกายมุ่งตรงไปหาอาหาร
เห็นแล้ว คงไม่มีใครกล้านำชายขาดสติคนนี้ออกไปจากงาน...เขาคงต้องจัดการเอง แต่ไม่ทันที่อันเดซาอีจะได้ทำอย่างใจ ก็เกิดเหตุโกลาหล พายุโหมกระหน่ำสัดเอาทรายปลิวมาราวกับห่าฝน บ่งบอกถึงเหตุภัยร้ายที่มาเยือน