ตอน 1

ตอนที่ 1

ภายในป้อมปราการอันมั่นคงกลางทะเลทราย แสงแดดยามเที่ยงวันสาดส่องกระทบกับพื้นทรายสีขาวนวล จนมีไอร้อนคล้ายหมอกควันสีขาวใสพวยพุ่งขึ้นมา ทว่าผู้คนเกือบครึ่งร้อยที่มาร่วมพิธีแต่งงานกลับไม่รับรู้เลยสักนิด ด้วยพวกเขาต่างมีความชื่นชมและยินดีกับคู่บ่าวสาวที่ยืนยิ้มกว้าง ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างเป็นกันเองและใบหน้าเปี่ยมสุข

เจ้าบ่าวรูปร่างบึกบึนล่ำสัน ใบหน้าเข้มขรึมปราศจากไรหนวดเคราอย่างที่เคยเห็นจนชินตา ยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวสะอาดในปากแทบหมดทุกซี่ ยืนเคียงข้างเจ้าสาวหน้าละอ่อนแย้มยิ้มด้วยเขินอายจากนัยน์ตาเข้มแฝงความหวานที่มองมาบ่อยครั้ง

เสียงแซวจากกลุ่มเพื่อนๆ ดังแว่วมา ทำให้สองแก้มใสของเจ้าสาวเป็นสีกลีบกุหลาบ ค้อนปะหลับปะเหลือกใส่เจ้าบ่าวที่ร่วมผสมโรงด้วยการส่งสายตาเข้มวามวาวด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู

“อย่าไปสนใจเลย เจ้าพวกนั้นอิจฉาที่ไอย่าตกลงแต่งงานกับฉัน อิจฉาที่ฉันได้สาวน้อยแสนสวยและแสนดีคนนี้ไปครอบครองนะ”

อันเดซาอีเอ่ยเสียงทุ้มหวาน หลุบสายตาลงมองแก้มใสซับสีเลือดด้วยหัวใจระทึก อยากจรดจมูกโด่งลงไปจูบซับความหอมละมุนให้ชุ่มฉ่ำใจ แต่ต้องข่มกลั้นใจเอาไว้ ด้วยเคยรับปากมารดาที่ขอไว้ เป็นสุภาพบุรุษจะต้องให้เกียรติสตรี ยิ่งเธอคนนั้นเป็นคนรักก็ยิ่งต้องหักห้ามใจให้ได้ จงอย่าทำอะไรที่หักหาญน้ำใจเด็ดขาด

“ซีกัลป์น่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้” ไอซาย่าตวัดใบหน้าแดงระเรื่อใส่หนุ่มช่างจำนรรจาที่ขยันให้เธอเขินอายจนแก้มร้อนผ่าวบ่อยๆ วงโต

“ก็มันเรื่องจริงนี่นา ไม่ใช่แค่เจ้าพวกนั้นนะ แขกที่มาร่วมงานก็เหมือนกัน ทุกคนอิจฉาที่ไอย่าตกลงแต่งงานกับฉันด้วยกันทั้งนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม ก้มหน้ามองไอซาย่าด้วยสายตารักใคร่

ถือเป็นโชคดีของเขาที่ได้ครอบครองสาวน้อยแสนจะน่ารัก เรียบร้อยและอ่อนหวาน แรกพบประสบพักตร์เธอนั้นหัวใจหนุ่มน้อยถึงกับกระตุกไหวอย่างรุนแรง ราวกับพื้นดินที่ยืนอยู่ไหวโยก ยิ่งได้รู้ภูมิหลังของครอบครัวที่เป็นพ่อค้าวานิชมีชื่อเสียง ค่อนข้างสนิทกับครอบครัว หนทางรักก็เปิดโล่ง

“คุยกันทีไร เข้าเนื้อตัวเองทุกที ไอย่าปล่อยให้ซีกัลป์คุยกับเพื่อนๆ ดีกว่า ส่วนไอย่าก็อยากจะปลีกตัวไปดูเพื่อนๆ ด้วย”

“ไม่ให้ไปหรอก ต้องห่างจากไอย่าตั้งหลายวัน ฉันคิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยรู้ไหม” ก่อนแต่งงานหนึ่งอาทิตย์ ต้องปล่อยให้เจ้าสาวอยู่กับครอบครัว เพื่อเรียนรู้วิธีการเป็นภรรยาที่ดี เตรียมกายให้พร้อมยามเมื่อชายหนุ่มคลอเคลียแนบชิดหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อถึงเวลาจริงๆ จะได้ไม่เขินอายและขลาดกลัวทำให้เกิดเป็นความหงุดหงิดแก่เจ้าบ่าวหมาดๆ

“แปลกจัง ทำไมไอย่าถึงได้ข่าวว่าซีกัลป์ดีใจจนตีปีกพับๆ เที่ยวรับแจกความรักจากสาวๆ จนหัวกระไดบ้านไม่แห้งนะ”

“ใครนะ ช่างกล้าเอาเรื่องไม่จริงมาพูดใส่ไฟฉันเสียได้ ไอย่าคงไม่เชื่อข่าว โคมลอยพวกนั้นใช่ไหมจ๊ะ”

“เชื่อ...ไอย่าเชื่อเต็มๆ เลยล่ะค่ะ” หญิงสาวกระเซ้าตอบออกไปเสียงหวานใส ด้วยเชื่อใจในตัวคนรักที่ทำตัวดีมาตลอด ถึงเขาจะเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มีสาวๆ ชม้ายชายตาให้ท่าอยู่ตลอดเวลา แต่อันเดซาอี ซีกัลป์ โอซาอิดนี่ กลับไม่เคยวอกแวกหรือให้ความสนใจสาวคนใด ทำให้เธอเชื่อในความรักและซื่อสัตย์ที่เขามอบให้ หากเขาคิดเปลี่ยนใจไปมีหญิงคนอื่น เรื่องนี้คงเกิดนานแล้ว ด้วยนับตั้งแต่เธอเจอและได้รักกันก็ผ่านมาถึงสามปีแล้ว

ดวงตากลมโตเป็นประกายพร่างพราวระยับยามนึกถึงวันที่ได้เจอหน้าอันเดซาอีครั้งแรก ที่เธอรู้สึกเหมือนกับวันเวลานั้นเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง ยามมองสบดวงตาเข้มวามวาวหัวใจสาวน้อยก็เต้นแรงรัวเร็วอย่างกับมีคนกระหน่ำตีกลองชุด ริ้วลมร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั้งใบหน้าและลำคอ

แม้ใบหน้าจะอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาว แต่ด้วยเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น รวมไปถึงน้ำเสียงใสแจ๋วขณะเอ่ยถามและต่อรองราคาสินค้า สะดุดหูเรียกความสนใจจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เดินผ่านให้เหลียวสายตาไปมอง การหยุดชะงักขณะที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กันเป็นเหตุให้ของบางอย่างในตัวเขาถูกฉกชิงไป ที่กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อเธอคนนั้นได้เดินห่างไปไกลแล้ว

“บ้าชะมัด!” ชายหนุ่มสบถเมื่อรู้ตัว ดวงตาคมเข้มเป็นประกายวาวจ้า ขณะกวาดสายตาไล่มองไปท่ามกลางฝูงชน จนได้เห็นร่างของคนที่ต้องการ จึงเร่งรุดเดินไปอย่างเร็วไวโดยไม่ละลายตาแม้แต่เสี้ยววินาที

ข้าวของหลากสีสันสวยงามละลานตา ทำให้สาวน้อยที่ได้หลบหนีบิดาออกมาจากที่พักสนุกสนานเพลิดเพลินจนขาดความระมัดระวังตัว จึงไม่ได้รู้ว่าถุงเงินตรงสะเอวถูกสับกลายเป็นอีกใบที่ไร้เงิน! ซึ่งมาพร้อมกับชายหนุ่มใบหน้าถมึงทึง คนที่ทำให้หัวใจสาวน้อยกระตุกตั้งแต่แรกเห็น

“จับได้แล้วแม่แมวขโมย กลางวันแสกๆ กล้าแย่งของคนอื่นได้หน้าตาเฉย” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากและจับมือเล็กบีบเต็มแรง เขาและเพื่อนถูกแย่งชิงถุงเงินหลายครั้ง จนต้องหาทางจับเอาตัวไอ้หัวขโมยให้ได้คาหนังคาเขา!

“โอ๊ย! ปล่อยนะ ฉันไม่ได้เป็นขโมยนะ คุณเข้าใจผิดแล้ว” หญิงสาวบอกน้ำเสียงค่อนไปทางตื่นตระหนกและตกใจ รีบสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ที่ลงแรงมาอย่างกับต้องการให้ลำแขนเสลากลมกลึงหักเป็นท่อนๆ

“เข้าใจผิด! หลักฐานอยู่ในมือชัดๆ ยังหาว่าคนอื่นเขาใส่ความอีก” อันเดซาอีดึงถุงเงินจากมือเล็กมาถือไว้ ด้วยจำได้ว่าเป็นของเขาที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ เพื่อใช้ในการนี้โดยเฉพาะ

“จับได้คาหนังคาเขา ยังจะปากแข็งไม่ยอมรับอีก อย่างนี้เห็นทีต้องไปคุยในที่จองจำเสียล่ะมั้ง”

“ไม่นะ! ไม่ใช่นะคะ ฉัน...ไม่ใช่” หญิงสาวรีบบอกอย่างตระหนกจนลิ้นพัวพันกัน พลางฝืนตัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่เพราะเรี่ยวแรงน้อยกว่า ทำให้ถูกลากจนหัวตุงคว้างไปข้างหน้า

“คุณฟังฉันก่อนสิ ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆ นะ ถุงเงินฉันก็ถูกขโมยเหมือนกัน” หญิงสาวยังพยายามบอกเสียงสั่น ด้วยหวังว่าชายหนุ่มร่างใหญ่เรี่ยวแรงอย่างกับช้างสารจะหยุดฟังความจริง

“ยังจะคุยอะไรอีก ในเมื่อถุงเงินของฉันอยู่ในมือของเธอ ถ้าเธอไม่ได้ขโมย แล้วถุงเงินของฉันจะมาอยู่ในมือเธอได้ยังไง”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาอยู่ในมือได้ยังไง แต่ฉันไม่ได้ขโมยเงินของคุณจริงๆ นะ อุ๊ย!” เพราะหญิงสาวฝืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงลากจูงและไม่ระวัง ทำให้ขาเกี่ยวกันจนถลาพุ่งตัวไปด้านหน้า ชนกับอกกว้างกำยำเต็มๆ ที่รีบผลักออก แต่ไม่รู้ปะทะกันท่าไหน ผ้าผืนบางๆ ที่ใช้คลุมใบหน้าไว้จึงเคลื่อนหลุด

ไอซาย่าเงยหน้าขึ้นพอดีกับคนตัวใหญ่ก้มลงมา...ตาประสบพบพักตร์ อย่างกับทุกอย่างที่อยู่รายรอบหยุดเคลื่อนไหว มีเพียงหัวใจสองดวงที่กระหน่ำเต้นอย่างกับรัวกลองศึกเตรียมออกรบ

อุบัติเหตุเกิดซ้ำ! ร่างใหญ่ถูกชนจากด้านหลัง แรงปะทะมากพอที่จะส่งมาถึงอีกร่างเล็กเพรียวบางจนหงายไปด้านหลัง โชคดีว่ามีท่อนแขนกำยำสอดรัดกระชับช่วยเอาไว้เลยทำให้ไม่เจ็บร่างกาย แต่...

นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง กลีบปากอิ่มสีชมพูสดอ้าค้างอย่างไม่กลัวแมลงบินเข้าไปวางไข่ เมื่อปากหนาอุ่นแนบลงมาบนหน้าผากนวลเนียนเต็มๆ

“คุณ!” ใบหน้านวลผ่องร้อนผ่าวจรดลำคอ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างกับจะกระโดดออกมาจากทรวง เมื่อได้ใกล้ชิดบุรุษเพศชนิดได้กลิ่นกายเนื้อแท้ที่ติดจมูกพร้อมจูบ! แรกที่มิได้มาจากคนในครอบครัว

ตอน 2

ตอนที่ 2

“ถอยไปนะคนบ้า รัดมาได้...อึดอัดจะตาย” หญิงสาวพูดเสียงแข็งกลบเกลื่อนความอายและบางสิ่งที่เกิดขึ้นในใจอย่างปัจจุบันทันด่วน อย่างที่หักห้ามไว้ไม่ได้ สองมือเล็กผลักดันร่างยักษ์ให้ถอยห่างไปอย่างเร็วไว

“เอ่อ...ฉันขอโทษ” อันเดซาอีเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด พร้อมหัวใจที่กระตุกไหวยามได้ยลความงามของแม่สาวร่างบอบบางเบื้องหน้า ดวงหน้าเรียวรูปไข่นวลลออผ่องพรรณ ยามลุกขึ้นพากายไปยืนห่างๆ มองมือบางปัดไล่ความสกปรกออกจากกาย ใบหน้าคมคร้ามก็เปื้อนรอยยิ้มอย่างเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว

แม่แมวขโมยหน้าตาใสซื่อ กลีบปากรูปกระจับสีชมพูเข้ม ทำให้ต้องรีบเมินหนีด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวใจ ทว่าหัวใจกลับเรียกร้องให้ต้องมองซ้ำ แก้มใสซับสีเลือดป่องออกจนเขาอยากกดจมูกไปดมดอมความหอม

“คิดยังไงถึงได้มาทำตัวเป็นขโมยหือ...รู้ไหมถ้าถูกจับได้ จะเจอกับอะไรบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเอ็นดู ด้วยเท่าที่คาดคะเนได้ อายุอานามเธอน่าจะน้อยกว่าเขาสักห้าหกปี อีกทั้งท่าทางตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งทำงานครั้งแรกด้วย

“เปล่านะ...ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆ ฉันแค่หนีพ่อกับแม่มาเที่ยว แล้วก็เจอคุณนั่นแหละ...ไม่แค่กล่าวหากันอย่างไม่ฟังเหตุผล ยังทำให้เจ็บตัวลงไปนอนคลุกฝุ่นอีก” หญิงสาวโต้กลับเสียงใส ก่อนรีบก้มหน้าร้อนผ่าวงุดด้วยเขินอาย จนไม่กล้าสบสายตาวามวาวที่มีผลกับหัวใจอย่างรุนแรง!

“ฮึ” รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนา “เชื่อได้หรือไง ปกติแล้วคนทำผิดที่ถูกจับได้ มักแก้ตัวด้วยกันอย่างนี้ทั้งนั้นนะ”

“จริงๆ นะคะ” ไอซาย่ายืนยันเสียงหวานใส “ถึงครอบครัวฉันจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีอันจะกิน ฉันไม่จำเป็นต้องมาขโมยเงินคุณหรอก ดูการแต่งตัวฉันสิ เสื้อผ้า เครื่อง แต่งกายอื่นๆ ราคาไม่น้อยเลยสักชิ้น” หญิงสาวยื่นมือส่งไปให้ดูเลยถูกเขาจับ...ทันทีที่สายลมโบกโบยพัด หัวใจละลิ่วเล่นกับท่วงทำนองแห่งเพลงรักที่ดังกระหึ่มก้องทรวง จนสองแก้มร้อนผ่าวในทันที

“นั่นสิ...ฉันคงเข้าใจผิดไปจริงๆ นั่นแหละ คนน่ารักอย่างเธอ คงไม่ทำเรื่องไม่ดีหรอก...ใช่ไหม” ชายหนุ่มทอดเสียงนุ่มทุ้ม ปลายนิ้วลูบไล้หลังมือนุ่มนิ่ม

“เอ่อ...คุณเชื่อแล้วสิ ว่าฉันไม่ได้เป็นขโมย ตอนนี้ปล่อยมือฉันได้แล้วใช่ไหมคะ”

“เชื่อ แต่...ไม่อยากปล่อย” ชายหนุ่มยอมปล่อยมือนุ่ม เพื่อจะได้มองการแต่งกายของอีกฝ่ายให้ชัดเจน

นิ้วยาวลูบไล้ปลายคางสากระคายหลังจากพินิจมองอีกฝ่ายอย่างละเอียดถ้วนถี่ ผิวพรรณเธอเปล่งปลั่งนวลเนียนลออ เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นของดีจริงๆ จึงทำให้ค่อนข้างจะเชื่อคำพูดเธอ

“นึกยังไงถึงหนีพ่อกับแม่มาเที่ยวอย่างนี้ รู้ไหมมันอันตรายแค่ไหนที่เดินอยู่คนเดียวแบบนี้น่ะ”

ใบหน้านวลผุดผาดบูดบึ้งตึง จมูกโด่งยู่ย่นเล็กน้อย บิดากับพี่ชายก็พูดเช่นนี้ ถึงได้มีมาตรการเอาไว้ หากเธออยากไปข้างนอกก็ต้องมีคนไปอยู่เป็นเพื่อน เมื่อคนเราขาดอิสระในการติดสินใจ ก็เป็นเหตุให้เธอมีความพยายามที่จะหนีออกมา...เพียงลำพัง!

“ถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า ในใจโหยหาอย่างหาสาเหตุไม่เจอ

“ทำไมล่ะ” อันเดซาอีเอ่ยถามด้วยใจหาย ด้วยเพียงแค่แรกพบสบตา หัวใจก็บอกว่าใช่! เธอคือคนที่เขาตามหามาแสนนาน ที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้หลุดมือไป ยังไงต้องตามสานความสัมพันธ์ทางใจให้ถึงที่สุด

“ครอบครัวฉันเป็นพ่อค้าวานิช เดินทางรอนแรมทำการค้าขายไปเรื่อย ความจริงเราต้องกลับบ้านแล้ว แต่เมื่อเดินทางผ่านเส้นทางนี้ พ่อบอกว่าที่นี่พ่อมีเพื่อนเก่าไม่เจอกันนานแล้ว อยากแวะเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางกลับ” หญิงสาวบอกออกไปเสียงหวานแต่แผ่วเบา

“หือ...” ชายหนุ่มขานรับในลำคอ นัยน์ตากระจ่างสดใสพานทำให้ใบหน้าเข้มอ่อนละมุนและเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จนไอซาย่าเผลอมองตาปรอย ที่เมื่อรู้สึกตัวก็อายจนสองแก้มก็ร้อนผ่าว

คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนใบหน้าคร้ามแกร่งจะมีรอยยิ้ม สองสามวันนี้บิดาเปิดบ้านรับแขกซึ่งเป็นเพื่อนเก่าจากต่างเมือง ที่เขาพอจะมองถึงวัตถุประสงค์ของชายและหญิงวัยกลางคนที่เค้าหน้ามิเพี้ยนไปจากสาวน้อยตรงหน้า

เมื่อพอจะเดาความสัมพันธ์ของสาวน้อยที่ทำให้หัวใจสะดุดได้ ว่าเธอเป็นใคร...ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มหวาน นัยน์ตาพราวระยับ แรกเริ่มที่รู้วัตถุประสงค์ของบิดาและผู้เป็นเพื่อนที่อยากให้สองครอบครัวสนิทแน่นแฟ้น ด้วยการให้เขาได้สมรัก...สมรสกับใครก็ไม่รู้ได้ เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างสูง ทว่าเมื่อได้พบเจอกับคนที่ถูกหมายตัวไว้เข้าจริงๆ หัวใจก็สั่งการเลย ห้ามปล่อยให้เธอหลุดมือไป!

“ตอนนี้ยังอยากเที่ยวอยู่อีกไหม สนใจจะรับผมไปเป็นบอดี้การ์ดชั่วคราวพ่วงด้วยตำแหน่งไกด์กิตติมศักดิ์สักคนไหม” ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปจนปลายจมูกโด่งแทบแนบชิดใบหน้านวลซับสีเลือด

“ได้ยังไงล่ะคะ เรายังไม่รู้จักกันเลยนะ” หญิงสาวตอบพลับพร้อมกับก้มหน้างุดด้วยไม่หาญกล้าสบสายตาเข้มที่ทำให้รับมือไม่ถูก ไม่รู้ควรจะทำตัวเช่นไรดี

“เราพูดคุยกัน…แสดงว่ามีวาสนาต่อกัน ฉันอันเดซาอี ซีกัลป์ โอซาอิดนี่”

“อ๋อ เป็นคุณน่ะเอง” หญิงสาวร้องอ๋อในลำคอ เพราะอย่างนี้เองสินะ ชายหนุ่มถึงได้ยิ้มกว้าง นัยน์ตาพราวระยับ กล้าเสนอหน้าพาเธอเที่ยวโดยไม่คิดถึงเหตุร้ายที่จะตามมา หากพี่ชายหรือบิดาพาคนมาตามพบเจอ แต่...ถึงเป็นบุตรชายของเพื่อน แล้วจะมั่นใจได้ยังไงกันล่ะ ว่าบิดาและพี่ชายจะให้การยอมรับน่ะ

“ไม่กลัวหรือคะ พ่อฉันขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกสาวนะ”

“ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือแสนสวยนาม...”

“ไอย่า...ไอซาย่า เซราเดยาค่ะ” ไอซาย่าแนะนำตัวด้วยหัวใจโป่งพอง เธอหลุบสายตามองร่างแกร่งกำยำอย่างชายชาตรี ที่ไม่ต้องบอกกล่าวสิ่งใดมาก เธอก็รับรู้ถึงความห้าวหาญและกล้าแกร่ง เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ

“ไอย่าคงให้เกียรติเดินเที่ยวกับฉันได้ไหม และคงไม่รังเกียจถ้าฉันจะตามไปสานสัมพันธ์...ใจด้วยถึงบ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม พลางส่งสายตาวาววับจ้องสาวน้อยตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ

เจอกันครั้งแรกเธอก็ถูกเขาเกี้ยวพาราสีด้วยวาจาไพเราะเสนาะหวานหู สำทับด้วยนัยน์ตาเข้มล้อมกรอบด้วยขนตายาวไม่แพ้อิสตรี ทอดมองอย่างกับจะกลืนกิน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนาหยักส่งยิ้มละลายหัวใจสาวน้อยไอซาย่าจนแทบไม่กล้าหายใจ เผลอพยักหน้าสีกุหลาบโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนก้มลงมองสองมือบางที่เกี่ยวปลายนิ้วไขว้กันด้วยความเขินอายจากสายตาคมเข้ม

“ไม่รู้บิดาไอย่าจะว่ายังไงบ้าง ถ้าหากฉันจะเชิญไอย่าไปเป็นแขกที่บ้าน”

มีคำถามมากมายในดวงตากลมโตใสแจ๋ว ที่อันเดซาอีอยากยื่นมือไปทาบบนสองแก้มซับสีเลือด แล้วกดปากลงบนหน้าผากนวลไล่ลงมาถึงดวงตา สิ้นสุดบนกลีบปากสีชมพูสด

“ไม่อยากปล่อยให้ไอย่าเดินคนเดียว กลัวใครดักพาดวงใจหนีหายไป”

“ขี้ตู่ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ” หญิงสาวตวัดค้อนใส่อันเดซาอีวงโต แต่ก็ปล่อยให้มือเล็กตกอยู่ในอุ้งมืออุ่น ฟังเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเล่าเรื่องราวสานสายใยบางๆ ให้กับหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวเร็ว ใบหน้าสองคนเปี่ยมล้นด้วยความสุขกับรักแรกเจอ!

ตอน 3

ตอนที่ 3

“แต่งงาน! ความสุขหรือเศร้า...สูญเสียและร้องไห้!”

ความหวานจางหายจากคู่บ่าวสาว เสียงหัวเราะแห่งความสุข ใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสหยุดชะงักลง เมื่อมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ!

สายตาทุกคู่ของแขกในงานไปโฟกัสอยู่ที่จุดเดียว...ชายร่างผอมกะหร่องกะแหร่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่หาสีเก่าไม่เจอ ด้วยตอนนี้เหลือเพียงสีกระด่างกระดำและขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้ามอมแมมรกครึ้มไปด้วยหนวดเครา จนเห็นเพียงแค่ลูกตาที่เลื่อนลอยและสติไม่อยู่กับตัว

“ดูแลกันยังไง ถึงได้ปล่อยให้ตาแก่สกปรกนี่เข้ามาในงานเราได้” อันเดซาอีหันไปต่อว่าเพื่อนด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด เขาไม่ได้รังเกียจคนที่ฐานะต้อยต่ำกว่าหรือขอทาน มิหนำซ้ำยังใจดีเลี้ยงอาหารอยู่บ่อยครั้ง แต่วันนี้เป็นงานมงคล ที่เขาไม่อยากให้มีสิ่งไม่ดีมากล้ำกราย ยิ่งตาแก่ตรงหน้าคือ...

ซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ!

อดีตพ่อค้าวานิชผู้เก่งฉกาจ ทั้งเล่ห์เหลี่ยมกลโกง สามารถพลิกแพลงเอาชนะคู่แข่งอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง แต่ความรุ่งโรจน์ก็จบลงเพียงแค่คืนเดียว คืนวิวาห์ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ใครก็ยากจะลืมเลือนได้ เมื่อเจ้าสาวผู้งามสง่า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความงามหาตัวจับยาก กลับกลายตัวเองเป็นฆาตกรเลือดเย็น ยืนมองทุกคนทรมานเพราะยาพิษอย่างคนไร้ความรู้สึก

เจ้าบ่าว! ต้องทนเห็นคนตายไปทีละคนโดยช่วยเหลือไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ถูกวางยา ทำให้ตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรง ต้องทนดูคนที่เขาคิดว่ารักจนยอมตายแทนกันได้เปิดประตูรับโจรเข้ามาขนถ่ายลำเลียงข้าวของทุกชิ้นออกไปด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนเผาคฤหาสน์หลังงามจนมอดไหม้เป็นจุล

จากเคยเป็นหนึ่ง มีทุกอย่างพร้อมพรั่ง กลับต้องสิ้นเนื้อประดาตัวในคืนเดียว ซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ รับกับสภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้ กลายเป็นชายไร้สติไปในทันควัน ไม่แค่นั้น อีกฝ่ายยังกลายเป็นตัวซวยที่นำพาโชคร้ายมาสู่ทุกคนที่พบเจอ จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้!

“ใครก็ได้รีบนำตัวชายคนนี้ออกจากงานเราเร็ว!” อันเดซาอีเอ่ยอย่างร้อนรน ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ผู้คนเล่าลือกัน ทว่าเมื่อซาอิดดี โอซามุ กัลป์วามุเอ เข้าไปที่ใด เพียงไม่นานที่นั่นก็จะมีเรื่องเลวร้ายจนมิอาจคาดคิดได้ อีกทั้งวันนี้คือวันดีของเขา ที่ไม่อยากให้มีสิ่งไม่ดีหรือที่หลายคนเชื่อในเรื่องของคำสาปมาทำให้ครอบครัวและทุกคนในงานต้องโชคร้าย!

“ใจเย็นๆ นะซีกัลป์ ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่หิวอยากมาหาอะไรทานน่ะ” ไอซาย่าปลอบใจทั้งเจ้าบ่าวและตัวเองเสียงสั่น

“เราจัดโต๊ะพร้อมอาหารไว้ให้ที่นอกรั้วแล้วนะไอย่า ไม่ได้ให้เข้ามาวุ่นวายในงานอย่างนี้” ถือเป็นธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต เมื่อมีการเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ ควรแบ่งปันแจกจ่ายความสุขและสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นด้วย ภายนอกของบ้านจึงได้มีการจัดตั้งโรงอาหารพร้อมด้วยอาหารแห้ง แจกจ่ายแก่เหล่าคนยากจนและเหล่าคนเร่ร่อน ถือคติ...ให้คนอื่นไปเท่าไหร่จะได้รับกลับคืนมาเป็นเท่าทวีคูณ

“คนที่ดูแลเรื่องแจกจ่ายอาหารคงเข้ามาอยู่ในงานกันหมดทุกคนแล้วนะ...ซีกัลป์ก็อย่าโกรธเคืองไปเลยนะคะ” เสียงใสราวกับระฆังแก้วแจ้วจำนรรจาพลางส่งยิ้มแหยๆ ให้กับชายผู้โชคร้าย

“ทางเราได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้ให้เรียบร้อย ท่านไปรับที่โรงทานด้านหลังนะ” แม้สอดแทรกไปด้วยความกริ่งเกรงกลัวเรื่องราวที่เคยได้ยินมาบ้างแต่ไอซาย่าก็ยังยิ้มหวานได้

“ไม่ใช่ขอทาน พวกเจ้ารังแกข้า...ฮือๆ พวกเจ้าใจร้าย” โอซามุเอ่ยเสียงดังคล้ายท้องฟ้ายามมีพายุโหมกระหน่ำ ยกมือชี้หน้าคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเกรี้ยวกราดแค้นเคือง

“ดีใจกันนัก ระวัง! มีความสุขมากเกินไป เดี๋ยวถูกพรากไปแล้วจะรู้สึก!”

“โอซามุ!” อันเดซาอีตวาดดังก้อง วันมงคลทุกคนควรมีความสุข แต่กลับถูกก่อกวนจากชายไร้สติคนนี้!

“มีความสุขกันมาก ระวังโชคชะตาจะเล่นตลก ยามต้องทนทุกข์ทรมานจากการพลัดพรากจากของอันเป็นที่รัก...”

“เจ้าพูดอะไรโอซามุ! รีบไปก่อนที่เราจะทนไม่ไหว” งานมงคลของเขาแท้ๆ แต่ไอ้เจ้าขอทานไร้สตินี่เอาเรื่องอัปมงคลอยู่ได้

“เจ้าดุ...ข้ากลัว ฮือๆ” โอซามุทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ พร้อมร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลพราก

“เจ้าคนใจร้าย...ขอให้เจ็บปวด คนรักพลัดพราก ทุกข์ทรมานเพราะการรอคอยนางอันเป็นที่รักกลับคืน!” โอซามุรำพึงรำพันเสียงขาดเป็นห้วงๆ

“ใครก็ได้เอาเจ้าคนสติไม่เต็มนี่ออกไปจากงานเราที” อันเดซาอีตะโกนให้เพื่อนๆ ช่วยนำตัวซวยออกไปจากงาน ก่อนเขาจะทนไม่ไหวกระทืบจนกระอักเลือด ทว่าทุกคนต่างหยุดชะงักไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย ให้น่าฉงนใจยิ่งนัก ทำไมคนไร้สติถึงยังได้มีพลังอำนาจแผ่มาให้ต้องขลาดกลัวเช่นนี้

“หัวใจเจ้าต้องแหลกสลาย แม้คนรักย้อนคืนกลับ แต่เจ้าก็กลัวที่จะรัก!” จากที่ร้องไห้คร่ำครวญ ใบหน้าโอซามุแปรเปลี่ยนเป็นขึงขังถมึงทึง นัยน์ตาดุกร้าวกราดเกรี้ยวลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไฟที่สาดแสง ราวกับมีสัตว์ร้ายสิงสู่ ส่งสำเนียงสูงต่ำสาปแช่งไป

“เจ้าต้องพ่ายแพ้...ไม่มีวันเอาชนะอุปสรรคได้” โอซามุชี้มือไปที่ซีกัลป์

“แม้ร่วมกันต่อสู้ฝ่าฟันเจ้าก็เอาชนะไม่ได้ ความตายจะพรากเจ้าและนางจากกันตลอดกาล!” เสียงของโอซามุที่เปล่งออกมาคล้ายมีพายุตั้งเค้า ก่อนท้องฟ้าจะมืดมัวจนดำสนิท สายฝนโปรยปราย สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาเสียงดังสนั่นลั่น ก่อนทะเลทรายจะพิโรธ หอบเอาหมู่มวลทรายหมุนวนเป็นเกลียว ให้พระพายสาดซัดเข้าหาด้วยความรุนแรง

“ได้โปรดออกไปจากที่นี่ ก่อนซีกัลป์จะทนไม่ไหวทำร้ายท่าน” แม้เกรงกลัวคำสาปแช่งจะเป็นจริง แต่ไอซาย่าก็ยังเป็นคนใจดีและเอื้ออาทรต่อคนอื่น

กายอรชรทรุดลงยื่นมือสั่นไปหาชายสกปรกมอมแมมอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอน ด้วยถือว่าคนเราไม่ต้องการให้เรื่องมันเลวร้าย แต่โชคชะตาต่างหากเป็นผู้กำหนดเส้นทางเดินให้ ดังเช่นคนตรงหน้าที่คงต้องรับผลจากการกระทำ พานให้ตัวเองต้องมาพบกับเรื่องราวเลวร้าย

แค่ก้าวเข้ามาในงานเค้าลางร้ายก็อบอวลจนทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็ถดถอยหนีแล้ว อย่างนี้จะให้เจ้าสาวแสนบริสุทธิ์ต้องยื่นมือไปสัมผัสกับเนื้อกายสกปรกแปดเปื้อน รับเอาความโชคร้ายมาถูกตัวได้อย่างไรกัน

ไอซาย่าเงยหน้ามองใบหน้าเข้ม ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยด้วยวาจา แค่ยื่นมือสอดไปให้เขากระชับก็รับรู้ถึงหัวใจและความห่วงใย พร้อมความมั่นคงและมั่นใจ...ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น อันเดซาอีจะไม่มีวันทอดทิ้งให้เธอต้องเดียวอาย อกกว้างให้พักอิง แขนแกร่งจะโอบอุ้มมิให้โพยภัยมากล้ำกราย นับจากนี้จนตลอดไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังคงอยู่

“ไม่...อย่ามายุ่งนะคนใจร้าย” เพราะกลัวถูกจับโยนออกไปจากงานอย่างที่เจ้าบ่าวหน้าหล่อแต่ใจร้ายพูด โอซามุจึงยกมือปัดป้อง

“ไม่ไป! จะอยู่ที่ ที่นี่สนุกดี มีคนเยอะแยะไปหมด มีของกินอร่อยๆ ด้วย” ชายสติขาดหายหยุดร้องไห้ฟูมฟาย ดันตัวเองลุกขึ้นยืน สองมือเปื้อนดำยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า สองเท้าสลัดทรายบนเรือนกายมุ่งตรงไปหาอาหาร

เห็นแล้ว คงไม่มีใครกล้านำชายขาดสติคนนี้ออกไปจากงาน...เขาคงต้องจัดการเอง แต่ไม่ทันที่อันเดซาอีจะได้ทำอย่างใจ ก็เกิดเหตุโกลาหล พายุโหมกระหน่ำสัดเอาทรายปลิวมาราวกับห่าฝน บ่งบอกถึงเหตุภัยร้ายที่มาเยือน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED