๑
แก้แค้น
เผียะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหนังดังลั่น จนดวงหน้างามเป็นรอยนิ้วมือหันไปตามแรงตบ
“ฉันจะฆ่าแก!! นังเด็กชั่ว!! แกกลับมาเพื่อทำลายลูกสาวของฉันใช่ไหม ฮะ!!” เต็มดวงโกรธหญิงสาวรุ่นลูกตรงหน้าที่กล้าใช้วิธีสกปรกมาแย่งคนรักของลูกสาวสุดดวงใจ เธอเกลียดมันและก็เกลียดแม่ของมันด้วย!
เผียะ!!
“ตบนี่สำหรับแม่ของแกที่ไม่ยอมสั่งสอนแก!!” เต็มดวงกัดฟันพูด พร้อมทั้งเหวี่ยงมือใส่ใบหน้าของขวัญฤดีอีกครั้ง
ทว่า ขวัญฤดีไม่ยอมให้หญิงรุ่นแม่ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว เธอตอบโต้ ยกมือปัดแขนอวบให้พ้น พร้อมเหวี่ยงฝ่ามือไปกระทบหน้าเต็มดวงบ้าง
เผียะ!!!
“ส่วนตบนี่...สำหรับคุณหญิงที่แย่งพ่อฉันไปจากแม่ หึ!!”
“หนอย...แกทำแบบนี้ทำไม!!”
หญิงสูงวัยหันกลับมาประจันหน้า หลังจากหายตกตะลึง ไม่คิดว่าขวัญฤดีจะกล้าตบกลับ
“แกแค้นฉัน!! ทำไมไม่เอามาลงที่ฉัน ทำไมต้องไปทำร้ายยัยรส นั่นน้องสาวของแกเหมือนกันนะ ทำไมฮะ!!!”
เต็มดวงร้องกรีด พร้อมทั้งกระโจนใส่ขวัญฤดี เธอจับตัวหญิงสาวเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน แต่ขวัญฤดีก็ผลักมือนั้นออกจนร่างอวบผงะถอยห่างไปโดยแรง
“หึๆ รู้สึกเป็นไงคะ เมื่อเห็นคนรักของเราเจ็บปวด มันเป็นยังไง เหมือนที่คุณหญิงทำให้แม่ฉันเจ็บจนเจียนตายไง” ท้ายประโยค เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะนึกสงสารแม่ที่ถูกผู้หญิงคนนี้ทำลายจนไม่มีที่ยืนในสังคม
“กรี๊ดดด!!”
เต็มดวงพอได้ฟังถึงกับปรี๊ดแตก ถลาเข้าไปจะตบสั่งสอน
นังเด็กปากกล้า ขวัญฤดีตั้งหลักเตรียมสู้แต่เหลือบมองไปอีกด้านหนึ่งเห็นนายโกวิทกำลังเดินตรงเข้ามา หญิงสาวจึงลดมือที่กะจะยกป้องกันลงทันที
เผียะ!! เผียะ!!
“เอาสิ!! สู้สิ!!ปากดีนักนะแก นังเด็กสารเลว!!” เต็มดวงเมามัน ฟาดฝ่ามือตบหน้าขวัญฤดีอย่างแรงด้วยความแค้น
“กรี๊ดดด!!”
ด้านขวัญฤดีแกล้งร้องกรี๊ดๆ และถลาล้มลงไปนอนกลิ้งบนพื้น ซึ่งเต็มดวงก็ตามเข้าไปจิกผมตบตีหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง
“คุณน้าดวง อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะ หนูเจ็บ หนูกลัวแล้ว ฮือออ” ขวัญฤดีกรีดร้องเสียงหลง เธอแกล้งนั่งพนมมือไหว้มารดาเลี้ยง
“หยุดนะคุณดวง!! คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายยัยขวัญ!!”
โกวิทเห็นภรรยาตบตีลูกสาวก็โกรธปนเสียใจจึงเผลอตัวเหวี่ยงมือใส่ใบหน้าของเต็มดวงไปทีหนึ่ง
เผียะ!!
“กรี๊ดดด!!! คุณพี่!! นี่คุณพี่ตบน้องเหรอคะ!!” เต็มดวงร้องกรีด ร่างของหล่อนเซถลา ทรุดฮวบลงบนพื้นพรม
“คุณนี่มันจริงๆ เลย ไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ รังแกเด็กไม่มีทางสู้”
เสียงกรีดร้องของภรรยาไม่ได้ทำให้โกวิทสนใจ เขาเดินผ่านร่างเต็มดวงเข้าไปประคองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้แม่เลี้ยงเข้ามาตบตีได้
“เจ็บไหมลูก พ่อขอโทษนะที่ปกป้องหนูไม่ได้” โกวิทปลอบลูกสาวที่ร้องไห้สะอื้นในอ้อมกอดของตน
“ฮือๆ หนูไม่เข้าใจ ทำไมคุณน้าดวงถึงต้องทำร้ายหนูด้วย”
ขวัญฤดีแกล้งร้องไห้เสียงดัง ทว่า ดวงตาที่ไม่มีน้ำตาก็มองเยาะเย้ยอีกฝ่ายที่จ้องเธอเช่นกัน
ด้านเต็มดวงมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด ความจุกเสียดเหมือนจะอัดแน่นอยู่เต็มอกพร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ และแทบหายใจไม่ออกเมื่อภาพเหตุการณ์ครั้งอดีตแล่นฉายขึ้นมาในส่วนความทรงจำอย่างกะทันหัน
‘ทำไม ทำไมคนที่เจ็บปวดต้องเป็นเธอทุกครั้งไป...’
เมื่อตอนที่อายุ 26 จำได้ว่าเป็นช่วงเริ่มฤดูหนาว หล่อนกำลังจะแต่งงานกับโกวิท แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งคู่ แล้วบอกว่า โกวิททำเจ้าหล่อนท้อง เท่านั้น เต็มดวงก็ช็อก หมดสติไปจนได้นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน
และหลังออกจากโรงพยาบาลไม่นาน จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่พอมาวันนี้ ลูกสาวของมันก็กลับมาทำร้ายลูกของหล่อน
เต็มดวงน้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มแล้วเธอก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
ทางด้านขวัญฤดีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่า เธอก็ข่มให้มันจางหายไปอย่างรวดเร็ว
‘ท่องไว้ขวัญฤดี ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายเธอและแม่ของเธอไง’ เธอกัดฟันพูดคนเดียวในใจ…
อีกมุมหนึ่งของบ้าน รสรินร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารอยู่ในอ้อมแขนของไอศูรย์
“พี่ไม่แต่งกับพี่ขวัญไม่ได้เหรอคะ...”
“โธ่...รส...”
คำขอร้องของหญิงคนรักทำให้ไอศูรย์กระชับแขนกอดร่างน้อยแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาลำบากใจไม่ใช่น้อยที่จู่ๆ นายโกวิทก็ขอร้องให้แต่งงานกับขวัญฤดี ผู้หญิงที่ได้เจอเพียงแค่เสี้ยววินาทีเมื่อครู่นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากลุงโกวิทมีพระคุณกับครอบครัวของเขามาก ช่วงที่ครอบครัวชายหนุ่มจะล้มละลายก็ได้ชายชราเข้ามาช่วยเหลือจนกลับมาร่ำรวย ยืนอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงได้อีกครั้ง
“เธอก็รู้ คุณลุงมีบุญคุณกับครอบครัวของพี่มาก จะให้พี่ปฏิเสธท่านได้ยังไง” ไอศูรย์ก็เจ็บปวดหัวใจมากเมื่อเห็นน้ำตาของคนรัก
“รสอยากมอบความบริสุทธิ์ของรสให้พี่ ผู้ชายที่รสรัก และรสจะรักพี่คนเดียว” รสรินเว้าวอนด้วยเสียงสะอื้นและแววตาเต็มไปด้วยน้ำใสๆ
เสียงพูดคุยกันอยู่ตรงมุมห้องทำให้ขวัญฤดีหยุดเดิน เธอได้ยินประโยคที่รสรินขอจากชายหนุ่มชัดเจน
“น่าสมเพชจริงๆ ผู้หญิงไม่มียางอาย ขอนอนกับผู้ชายซึ่งๆ หน้า”
ขวัญฤดีอยากรู้ว่าไอศูรย์จะทำตามคำขอของรสรินไหมจึงเดินไปแอบอยู่ตรงมุมห้อง
“รส...”
ไอศูรย์เรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เขาเข้าใจว่าหญิงคนรักรู้สึกอย่างไร แต่จะให้ทำลายคนที่ตัวเองรัก เขาทำใจไม่ได้ รสรินควรจะเก็บความสาวไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตมากกว่าที่จะเป็นเขาซึ่งจะเป็นพี่เขยเธอในอีกสัปดาห์หน้า
รสรินน้ำตาปริ่มมองหน้าคนรักด้วยความร้าวรานจะขาดใจ เธอรักไอศูรย์มาก มากจนทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาไปเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวต่างมารดา
“พี่...พี่ทำลายเธอไม่ได้จริงๆ แค่นี้ พี่ก็เหมือนไอ้หน้าตัวเมีย ที่ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ นอกจากปล่อยเลยไปแบบนั้น” ไอศูรย์เจ็บร้าวหัวใจเมื่อต้องปฏิเสธแฟนสาว
“ฮืออ พี่รังเกียจรสเหรอคะ” หญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เมื่อชายคนรักปฏิเสธ
“รส พี่รักเธอ”
เสียงตัดพ้อทำให้ไอศูรย์ต้องดึงร่างน้อยเข้ามากอด แล้วเขาก็จูบเธอ ซึ่งรสรินก็จูบตอบ และทั้งสองก็จูบกอดกันและกันอย่างนั้นเนิ่นนานราวกับว่ากลัวคนอื่นจะมาพรากออกจากกัน
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่ว่ามีคนสามคนแอบมองอยู่คนละมุม เต็มดวงมองลูกสาวผู้เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจอย่างเจ็บปวด เธอไม่เคยเห็นน้ำตาลูกเลยสักครั้งจนกระทั่งวันนี้
ด้านโกวิทก็ยืนมองสองหนุ่มสาวด้วยความรู้สึกแย่ รู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคนทั้งคู่ จนเกือบเผลอก้าวเข้าไปบอกล้มเลิกงานแต่ง แต่ความรู้สึกผิดและอยากชดใช้ให้กับลูกสาวคนโตกับอดีตเลวร้ายที่ผ่านมาทำให้เขาหยุดความคิดทันที
ขวัญฤดีเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำร้ายความรักของคนทั้งคู่ จนเกือบจะคิดล้มเลิกแผนการนี้ แต่ความคิดส่วนหนึ่งบอกว่า เธอทำถูกแล้ว สองคนแม่ลูกนั่นสมควรเจ็บปวดบ้าง ที่ต้องโดนแย่งคนรักและเห็นคนที่รักเจ็บปวดใกล้ตาย จะได้รับรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน
“ไงคะ คิดจะสวมเขาให้ฉันตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลยเหรอคะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมคำพูดถากถาง ทำให้ไอศูรย์และรสรินหันไปมองตามทิศทางที่มาของเสียง
“ความรักของพวกคุณนี่ท่าจะนำทางพวกคุณไปปีนต้นงิ้วแล้วลงนรกนะ” ขวัญฤดีหยุดปรบมือแล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคน
“เธอเข้ามาได้ไง ออกไป!” ไอศูรย์ทำหน้าเหี้ยม ดวงตาสีนิลถมึงทึงมองหน้าขวัญฤดี เขาอยากจะกระโจนเข้าไปจับลำคอระหงแล้วบีบให้หักเป็นสองท่อน
“พี่ขวัญ! ฮืออ”
รสรินยิ่งส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อเห็นพี่สาวต่างมารดาเดินตรงเข้ามายืนตรงหน้า
“ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้คะ นี่บ้านฉันนะ ตรงที่พวกคุณจะสมสู่กันเหมือนสัตว์นั่นก็เป็นสมบัติของฉัน” ขวัญฤดีพยักหน้าให้ทั้งคู่มองโซฟาตัวใหญ่ ก่อนเบะปากใส่
“ขวัญฤดี!” ไอศูรย์คำรามเหมือนเสือร้าย เขาโกรธเธอจนหน้าตาแดงก่ำ
“คะ? ว่าที่คุณสามี เรียกภรรยาทำไมคะ?” ขวัญฤดีพูดยั่วโมโหพลางเดินวนรอบตัวของพวกเขา สายตาคู่งามก็มองคนทั้งสองตั้งแต่เท้าจนถึงหัว
“เธอ!! ฉันอยากจะหักคอเธอซะเดี๋ยวนี้!!” ไอศูรย์เหลือทน เขาผละจากรสรินแล้วกระโจนเข้าไปยืนตรงหน้าขวัญฤดี
“จุ๊ๆ ไม่ทำร้ายว่าที่ภรรยานะคะ” ขวัญฤดีหน้าซีด ถึงจะกลัวคนตัวสูงมากแค่ไหน แต่เธอก็ยืนคอตั้งมองท้าทายเขา
“เธอ!!”
ไอศูรย์กางมือออกจะบีบคอระหง แต่ก็ชะงักไว้ เก็บความโกรธเกลียดไว้เมื่อได้สบตาคู่งาม
“ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมมายืนกอดน้องว่าที่ภรรยาตัวเองอยู่อย่างนี้ล่ะคะ มันไม่งามเลยนะ นี่ถ้าใครรู้ก็ต้องคิดเหมือนฉันแน่ว่า พวกคุณกำลังจะเอาเขามาสวมไว้บนหัวของฉัน”
เธอเบะปากใส่ ตาที่จ้องสบกันจนเห็นเงาของตัวเองเต้นสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเข้มของเขานั้นทำให้ขวัญฤดีหลบงุด
“ขวัญฤดี!” คำดูถูกของหญิงสาวทำให้ไอศูรย์โกรธจนหน้าเขียวตาแดงก่ำ เขาตะคอกเสียงเหี้ยมชิดหน้าสวยจนได้สัมผัสกลิ่นลมหายใจของกันและกัน
“ว่าไงคะ ว่าที่คุณสามี”
ขวัญฤดียิ่งยั่วเมื่อเหลือบตามองน้องสาว ก่อนเขย่งปลายเท้าทำตัวให้สูง แต่ความสูงของเธอก็สูงเพียงแค่หน้าอกของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงยกแขนขึ้นกอดคอหนาฉุดให้หน้าคมคายโน้มลงมาหา
“ถอยออกไป!” ไอศูรย์ยืนนิ่ง สั่งเสียงสั่นสะท้านให้เธอเอาแขนออกจากคอ
“ทำไมต้องเสียงดังใส่กันด้วยคะ”
ขวัญฤดีใช้สายตายั่วยวนก่อนประทับริมฝีปากบนเรียวปากหยักของเขา เธออยากให้รสรินเห็นว่า ไอศูรย์ไม่ใช่ผู้ชายที่มีใจหนักแน่น แค่ถูกยั่วเท่านี้ เขาก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแล้ว
“ขวัญฤดี!!”
ไอศูรย์คำรามเสียงในลำคอเมื่อได้สัมผัสความหอมหวานบนกลีบปากอิ่ม ซึ่งเขาก็คล้อยตามจูบเธออย่างเร่าร้อน
“ฮื้อ ไว้รอวันเข้าหอดีไหมคะ”
ขวัญฤดียืนแทบไม่ติดพื้น สองแขนยึดคอเสื้อเขาไว้แน่น เมื่อชายหนุ่มจูบกระชากวิญญาณ เธอครางห้ามแล้วรีบดันหน้าเขาออก ก่อนจ้องมองสบตากันในหลากหลายความหมาย
หญิงสาวหน้าแดงซ่าน รีบเดินหนีเข้าไปหาน้องสาวแล้วกระซิบเสียงสั่นๆ ชิดหน้ารสรินว่า
“เห็นหรือยังว่า เขาต้องการพี่มากกว่าเธอ”
“ฮือๆ”
รสรินร้องไห้โฮ เจ็บปวดหัวใจกับภาพที่เห็น ไหนจะเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของขวัญฤดี ช่างตอกย้ำว่าเธอเป็นผู้แพ้ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้น