บทนำ
มาเพื่อแย่ง
‘ขวัญฤดี ธารเทพากรณ์’ หย่อนขาเรียวสวยออกจากรถสปอร์ตไฮบริดก์ BMW i8 สีขาว เท้าเรียวขาวอมชมพูห่อหุ้มด้วยรองเท้าส้นสูงปลายแหลมสีดำเหยียบลงพื้นดิน
หญิงสาวถอดแว่นตากันแดดสีชาออกแล้วเอาไปคาดไว้บนหัว เรียวปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสีแดงราคาแพงแย้มยิ้ม ดวงตากลมโตตกแต่งด้วยขนตาปลอมทอดมองคฤหาสน์ตรงหน้าด้วยแววตาสื่ออารมณ์หลากหลาย
‘มันน่าจะเป็นของเธอ…’
ทว่า เมื่อ 25 ปีที่แล้ว แม่ต้องอุ้มท้องซึ่งเป็นเธออยู่ข้างในออกจากคฤหาสน์หลังนี้อย่างไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น
...และที่หญิงสาวมาวันนี้ก็เพราะจะมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอควรจะได้คืนกลับมาเป็นของตัวเอง!
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขแทรกผ่านร่องรอยความทุกข์ระทมในใจเข้ามาดึงให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์นึกคิด ขวัญฤดีหันมองหาต้นเสียงนั้น แล้วสายตาก็สะดุดกับร่างของชายหญิงคู่หนึ่งตรงบริเวณสระน้ำ ให้พลันมีแผนการอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในหัว พร้อมดวงตาฉายแววเย้ยหยัน
สระน้ำขนาดใหญ่ตกแต่งสไตล์ยุโรปแบบธรรมชาติ มีหนึ่งหญิงสาวกับอีกหนึ่งชายหนุ่มกำลังว่ายน้ำไล่จับกันไปมา บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าทั้งสองคือคู่รักกัน
“พี่ศูรย์ ไม่เอา ไม่เล่นแล้วค่ะ”
หญิงสาวในชุดทูพีซสีชมพูอ่อนหัวเราะคิกๆ คักๆ เมื่อชายหนุ่มว่ายน้ำไล่จับเธอได้ แล้วฉุดร่างบางเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลัง
“ว้าย!! ยอมแล้วๆ รสยอมแล้วค่ะ”
“ยอมพี่แล้วก็อย่าดื้อสิครับ”
‘ไอศูรย์ เทพพยัคฆ์’ เจ้าของร่างโตล่ำสันสมชายชาตรีจับเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน แล้วก้มลงจูบปากจิ้มลิ้ม ซึ่งหญิงสาวก็จูบตอบเนิ่นนานหลายอึดใจ ได้ยินเสียงครวญในลำคออืออาแว่วมา ก่อนหญิงสาวจะดันหน้าของเขาออกห่าง แล้วมองสบตาชายหนุ่มหวานซึ้ง
“พี่ศูรย์ขึ้นจากน้ำกันเถอะค่ะ รสหนาวแล้ว”
‘รสริน ธารเทพากรณ์’ สาวแสนหวาน อายุ 20 ปีเอ่ยบอกอย่างยั่วเย้าอีกฝ่าย เพราะเธอรู้ดีว่าอารมณ์ของแฟนหนุ่มคั่งค้างเพียงไร
“ฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้แต่งเมื่อไหร่ พี่จะทบต้นทบดอก เอาให้เธอจมดินไปเลยละ”
ไอศูรย์ทำหน้าหื่น ส่งเสียงคำรามขณะมองร่างบางแสนยั่วยวนก้าวขึ้นจากน้ำ เรียวปากหยักก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจนักหนา
ถ้าจะให้นับ นี่ก็ 7 ปีแล้วที่เขาและรสรินคบหาดูใจและเป็นคนรักกัน ตอนนี้ เขาอายุ 39 ปี ส่วนหญิงสาวเพิ่งเรียนจบหมาดๆ เขาเฝ้ารอคอยเวลานี้มาอย่างอดทน ไม่ล่วงเกินเธอเกินขอบเขต และวันนี้ ชายหนุ่มอยากเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงาน
ทว่า รอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้าหล่อเหลามีความสุข ก็มีหญิงสาวอีกคนยืนไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่มองเห็นมัน ดวงตากลมโตฉายแววหมายมาดมองเขาสลับกับหญิงสาวอีกคนที่เดินไปหย่อนร่างอรชรอ้อนแอ้นลงนอนบนโซฟาเบดรับแดด
‘ได้เวลาเล่นเกมกันซะที’
เพียงชั่วอึดใจ หญิงสาวก็เหยียดริมฝีปากให้คนทั้งสองแล้วหันหลังเดินเข้าสู่ตัวบ้านหลังใหญ่...
“อะไรนะ เมื่อกี้นี้ ลูกว่าอะไรนะ” โกวิทถามลูกสาวคนโตเสียงดัง
“หนูจะแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นค่ะ” ขวัญฤดีชี้บอกให้นายโกวิทมองไปด้านนอกผ่านกระจกหน้าต่าง จะเห็นชายหนุ่มตัวสูง และก็หล่อเหลาด้วยในสายตาเธอ ซึ่งเขากำลังไล่จับไล่กอดอยู่กับน้องสาวต่างแม่ของเธออยู่ที่สระว่ายน้ำ
“แต่...”
โกวิทมองหน้าลูกสาวที่มีอายุมากกว่าอีกคนสี่ปี เค้าโครงหน้าและดวงตาของเธอช่างเหมือนกับหญิงสาวที่เขารักในอดีต ชายชรายังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี ในขณะที่แม่ของขวัญฤดีหายออกไปจากชีวิตของเขาพร้อมลูกในท้อง
“ถ้าคุณตกลง หนูจะไม่เอาอะไรจากคุณเลย หุ้นบริษัท หุ้นโรงแรม หรืออะไรก็ตาม หนูจะไม่เอาค่ะ” ขวัญฤดีชิงพูดขึ้นก่อนคนเป็นพ่อจะปฏิเสธ ซึ่งเธอไม่เคยเรียกโกวิทว่าพ่อเลยสักครั้ง
โกวิทได้แต่มองหน้าลูกสาวคนโต เขาทำใจลำบาก รู้อยู่แก่ใจว่าไอศูรย์เป็นคนรักของลูกสาวคนเล็ก ซึ่งทั้งสองก็กำลังจะหมั้นและแต่งงานกันในไม่ช้านี้ด้วย…
“คุณไอศูรย์คะ คุณท่านต้องการให้ไปพบด่วนค่ะ”
เสียงแม่บ้านเก่าแก่ร้อนรนขณะวิ่งมาบอก
“คุณลุงให้ผมไปพบที่ไหนครับ” ไอศูรย์ถามพร้อมทั้งรีบยันร่างขึ้นจากสระน้ำ เดินไปหาแฟนสาวที่นั่งอยู่โซฟาเบดข้างสระ
“ที่ห้องทำงานท่านค่ะ” แม่บ้านบอกความต่อ
“เอ...แปลกจัง ทำไมคุณลุงให้ไปพบที่ห้องทำงาน”
ชายหนุ่มถามตัวเองแล้วรับเอาผ้าเช็ดตัวจากรสรินมาซับน้ำบนหน้า ก่อนใส่เสื้อและกางเกงเดินเข้าไปในบ้าน
ระหว่างเดินเข้าไปในห้องทำงานนั้น ก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินสวนออกมา เธอยิ้มมุมปากอย่างยั่วยวน ทำให้ไอศูรย์ตะลึงอึ้งมองตาค้างไปชั่วขณะ พลางถามตัวเองว่า
‘เธอเป็นใครกัน...?’
แต่ไอศูรย์ก็ต้องไล่ความคิดนั้นออกจากหัว หันกลับมาให้ความสำคัญกับ ‘ธุระด่วน’ แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของคุณลุงโกวิท โดยไม่นึกเอะใจสงสัยสักนิดว่าทางที่หญิงสาวแปลกหน้าตรงไปนั้นเป็นสระน้ำที่เขาเพิ่งจากมา
“สวัสดี รสริน” ขวัญฤดีถือโอกาสเดินเข้าไปทักน้องสาวซึ่งนั่งเล่นอยู่บริเวณสระว่ายน้ำ
“คุณ...?”
รสรินทำหน้างุนงงขณะมองคนเอ่ยทัก เพราะไม่รู้จักหญิงสาวแสนสวยเซ็กซี่ตรงหน้า
“พี่ขวัญฤดีไง” เธอแนะนำตัว
ด้านรสรินตะลึงไปชั่วอึดใจเมื่อได้ยินชื่ออีกฝ่าย ผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวต่างมารดาที่แม่เธอเกลียดนักเกลียดหนาน่ะหรือ
“นี่พี่ขวัญเหรอคะ” เธอเอ่ยเสียงเบาคล้ายถามตัวเองมากกว่า
“หือ? ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นจ๊ะ” ขวัญฤดีถามเสียงหยันๆ
“คือ...รส...” รสรินตอบเสียงติดขัด
“หึ! ไม่ต้องกลัวพี่หรอก” ขวัญฤดีแย้มยิ้มเป็นมิตร
“เอ่อ...พี่ขวัญมาหาคุณพ่อเหรอคะ คุณพ่ออยู่ข้างในค่ะ คุยงานอยู่กับพี่ศูรย์” รสรินตั้งสติได้ก็บอกพี่สาวต่างมารดาพลางมองไปทางที่เอ่ย
“อื้อ”
ขวัญฤดีพยักหน้าให้น้องแล้วหันไปมองด้านในบ้าน ก่อนแอบยิ้มเยาะน้องสาว กำลังจะบอกอีกฝ่ายว่า ‘คุณพ่อคงคุยเรื่องแต่งงานของพี่กับคุณไอศูรย์’ แต่ก็เปลี่ยนใจไม่พูด เพราะอยากให้รสรินรู้เองจากปากชายคนรักเองมากกว่า...
๑
แก้แค้น
เผียะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหนังดังลั่น จนดวงหน้างามเป็นรอยนิ้วมือหันไปตามแรงตบ
“ฉันจะฆ่าแก!! นังเด็กชั่ว!! แกกลับมาเพื่อทำลายลูกสาวของฉันใช่ไหม ฮะ!!” เต็มดวงโกรธหญิงสาวรุ่นลูกตรงหน้าที่กล้าใช้วิธีสกปรกมาแย่งคนรักของลูกสาวสุดดวงใจ เธอเกลียดมันและก็เกลียดแม่ของมันด้วย!
เผียะ!!
“ตบนี่สำหรับแม่ของแกที่ไม่ยอมสั่งสอนแก!!” เต็มดวงกัดฟันพูด พร้อมทั้งเหวี่ยงมือใส่ใบหน้าของขวัญฤดีอีกครั้ง
ทว่า ขวัญฤดีไม่ยอมให้หญิงรุ่นแม่ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว เธอตอบโต้ ยกมือปัดแขนอวบให้พ้น พร้อมเหวี่ยงฝ่ามือไปกระทบหน้าเต็มดวงบ้าง
เผียะ!!!
“ส่วนตบนี่...สำหรับคุณหญิงที่แย่งพ่อฉันไปจากแม่ หึ!!”
“หนอย...แกทำแบบนี้ทำไม!!”
หญิงสูงวัยหันกลับมาประจันหน้า หลังจากหายตกตะลึง ไม่คิดว่าขวัญฤดีจะกล้าตบกลับ
“แกแค้นฉัน!! ทำไมไม่เอามาลงที่ฉัน ทำไมต้องไปทำร้ายยัยรส นั่นน้องสาวของแกเหมือนกันนะ ทำไมฮะ!!!”
เต็มดวงร้องกรีด พร้อมทั้งกระโจนใส่ขวัญฤดี เธอจับตัวหญิงสาวเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน แต่ขวัญฤดีก็ผลักมือนั้นออกจนร่างอวบผงะถอยห่างไปโดยแรง
“หึๆ รู้สึกเป็นไงคะ เมื่อเห็นคนรักของเราเจ็บปวด มันเป็นยังไง เหมือนที่คุณหญิงทำให้แม่ฉันเจ็บจนเจียนตายไง” ท้ายประโยค เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะนึกสงสารแม่ที่ถูกผู้หญิงคนนี้ทำลายจนไม่มีที่ยืนในสังคม
“กรี๊ดดด!!”
เต็มดวงพอได้ฟังถึงกับปรี๊ดแตก ถลาเข้าไปจะตบสั่งสอน
นังเด็กปากกล้า ขวัญฤดีตั้งหลักเตรียมสู้แต่เหลือบมองไปอีกด้านหนึ่งเห็นนายโกวิทกำลังเดินตรงเข้ามา หญิงสาวจึงลดมือที่กะจะยกป้องกันลงทันที
เผียะ!! เผียะ!!
“เอาสิ!! สู้สิ!!ปากดีนักนะแก นังเด็กสารเลว!!” เต็มดวงเมามัน ฟาดฝ่ามือตบหน้าขวัญฤดีอย่างแรงด้วยความแค้น
“กรี๊ดดด!!”
ด้านขวัญฤดีแกล้งร้องกรี๊ดๆ และถลาล้มลงไปนอนกลิ้งบนพื้น ซึ่งเต็มดวงก็ตามเข้าไปจิกผมตบตีหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง
“คุณน้าดวง อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะ หนูเจ็บ หนูกลัวแล้ว ฮือออ” ขวัญฤดีกรีดร้องเสียงหลง เธอแกล้งนั่งพนมมือไหว้มารดาเลี้ยง
“หยุดนะคุณดวง!! คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายยัยขวัญ!!”
โกวิทเห็นภรรยาตบตีลูกสาวก็โกรธปนเสียใจจึงเผลอตัวเหวี่ยงมือใส่ใบหน้าของเต็มดวงไปทีหนึ่ง
เผียะ!!
“กรี๊ดดด!!! คุณพี่!! นี่คุณพี่ตบน้องเหรอคะ!!” เต็มดวงร้องกรีด ร่างของหล่อนเซถลา ทรุดฮวบลงบนพื้นพรม
“คุณนี่มันจริงๆ เลย ไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ รังแกเด็กไม่มีทางสู้”
เสียงกรีดร้องของภรรยาไม่ได้ทำให้โกวิทสนใจ เขาเดินผ่านร่างเต็มดวงเข้าไปประคองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้แม่เลี้ยงเข้ามาตบตีได้
“เจ็บไหมลูก พ่อขอโทษนะที่ปกป้องหนูไม่ได้” โกวิทปลอบลูกสาวที่ร้องไห้สะอื้นในอ้อมกอดของตน
“ฮือๆ หนูไม่เข้าใจ ทำไมคุณน้าดวงถึงต้องทำร้ายหนูด้วย”
ขวัญฤดีแกล้งร้องไห้เสียงดัง ทว่า ดวงตาที่ไม่มีน้ำตาก็มองเยาะเย้ยอีกฝ่ายที่จ้องเธอเช่นกัน
ด้านเต็มดวงมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด ความจุกเสียดเหมือนจะอัดแน่นอยู่เต็มอกพร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ และแทบหายใจไม่ออกเมื่อภาพเหตุการณ์ครั้งอดีตแล่นฉายขึ้นมาในส่วนความทรงจำอย่างกะทันหัน
‘ทำไม ทำไมคนที่เจ็บปวดต้องเป็นเธอทุกครั้งไป...’
เมื่อตอนที่อายุ 26 จำได้ว่าเป็นช่วงเริ่มฤดูหนาว หล่อนกำลังจะแต่งงานกับโกวิท แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งคู่ แล้วบอกว่า โกวิททำเจ้าหล่อนท้อง เท่านั้น เต็มดวงก็ช็อก หมดสติไปจนได้นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน
และหลังออกจากโรงพยาบาลไม่นาน จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่พอมาวันนี้ ลูกสาวของมันก็กลับมาทำร้ายลูกของหล่อน
เต็มดวงน้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มแล้วเธอก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
ทางด้านขวัญฤดีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่า เธอก็ข่มให้มันจางหายไปอย่างรวดเร็ว
‘ท่องไว้ขวัญฤดี ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายเธอและแม่ของเธอไง’ เธอกัดฟันพูดคนเดียวในใจ…
อีกมุมหนึ่งของบ้าน รสรินร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารอยู่ในอ้อมแขนของไอศูรย์
“พี่ไม่แต่งกับพี่ขวัญไม่ได้เหรอคะ...”
“โธ่...รส...”
คำขอร้องของหญิงคนรักทำให้ไอศูรย์กระชับแขนกอดร่างน้อยแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาลำบากใจไม่ใช่น้อยที่จู่ๆ นายโกวิทก็ขอร้องให้แต่งงานกับขวัญฤดี ผู้หญิงที่ได้เจอเพียงแค่เสี้ยววินาทีเมื่อครู่นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากลุงโกวิทมีพระคุณกับครอบครัวของเขามาก ช่วงที่ครอบครัวชายหนุ่มจะล้มละลายก็ได้ชายชราเข้ามาช่วยเหลือจนกลับมาร่ำรวย ยืนอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงได้อีกครั้ง
“เธอก็รู้ คุณลุงมีบุญคุณกับครอบครัวของพี่มาก จะให้พี่ปฏิเสธท่านได้ยังไง” ไอศูรย์ก็เจ็บปวดหัวใจมากเมื่อเห็นน้ำตาของคนรัก
“รสอยากมอบความบริสุทธิ์ของรสให้พี่ ผู้ชายที่รสรัก และรสจะรักพี่คนเดียว” รสรินเว้าวอนด้วยเสียงสะอื้นและแววตาเต็มไปด้วยน้ำใสๆ
เสียงพูดคุยกันอยู่ตรงมุมห้องทำให้ขวัญฤดีหยุดเดิน เธอได้ยินประโยคที่รสรินขอจากชายหนุ่มชัดเจน
“น่าสมเพชจริงๆ ผู้หญิงไม่มียางอาย ขอนอนกับผู้ชายซึ่งๆ หน้า”
ขวัญฤดีอยากรู้ว่าไอศูรย์จะทำตามคำขอของรสรินไหมจึงเดินไปแอบอยู่ตรงมุมห้อง
“รส...”
ไอศูรย์เรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เขาเข้าใจว่าหญิงคนรักรู้สึกอย่างไร แต่จะให้ทำลายคนที่ตัวเองรัก เขาทำใจไม่ได้ รสรินควรจะเก็บความสาวไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตมากกว่าที่จะเป็นเขาซึ่งจะเป็นพี่เขยเธอในอีกสัปดาห์หน้า
รสรินน้ำตาปริ่มมองหน้าคนรักด้วยความร้าวรานจะขาดใจ เธอรักไอศูรย์มาก มากจนทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาไปเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวต่างมารดา
“พี่...พี่ทำลายเธอไม่ได้จริงๆ แค่นี้ พี่ก็เหมือนไอ้หน้าตัวเมีย ที่ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ นอกจากปล่อยเลยไปแบบนั้น” ไอศูรย์เจ็บร้าวหัวใจเมื่อต้องปฏิเสธแฟนสาว
“ฮืออ พี่รังเกียจรสเหรอคะ” หญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เมื่อชายคนรักปฏิเสธ
“รส พี่รักเธอ”
เสียงตัดพ้อทำให้ไอศูรย์ต้องดึงร่างน้อยเข้ามากอด แล้วเขาก็จูบเธอ ซึ่งรสรินก็จูบตอบ และทั้งสองก็จูบกอดกันและกันอย่างนั้นเนิ่นนานราวกับว่ากลัวคนอื่นจะมาพรากออกจากกัน
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่ว่ามีคนสามคนแอบมองอยู่คนละมุม เต็มดวงมองลูกสาวผู้เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจอย่างเจ็บปวด เธอไม่เคยเห็นน้ำตาลูกเลยสักครั้งจนกระทั่งวันนี้
ด้านโกวิทก็ยืนมองสองหนุ่มสาวด้วยความรู้สึกแย่ รู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคนทั้งคู่ จนเกือบเผลอก้าวเข้าไปบอกล้มเลิกงานแต่ง แต่ความรู้สึกผิดและอยากชดใช้ให้กับลูกสาวคนโตกับอดีตเลวร้ายที่ผ่านมาทำให้เขาหยุดความคิดทันที
ขวัญฤดีเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำร้ายความรักของคนทั้งคู่ จนเกือบจะคิดล้มเลิกแผนการนี้ แต่ความคิดส่วนหนึ่งบอกว่า เธอทำถูกแล้ว สองคนแม่ลูกนั่นสมควรเจ็บปวดบ้าง ที่ต้องโดนแย่งคนรักและเห็นคนที่รักเจ็บปวดใกล้ตาย จะได้รับรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน
“ไงคะ คิดจะสวมเขาให้ฉันตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลยเหรอคะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมคำพูดถากถาง ทำให้ไอศูรย์และรสรินหันไปมองตามทิศทางที่มาของเสียง
“ความรักของพวกคุณนี่ท่าจะนำทางพวกคุณไปปีนต้นงิ้วแล้วลงนรกนะ” ขวัญฤดีหยุดปรบมือแล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคน
“เธอเข้ามาได้ไง ออกไป!” ไอศูรย์ทำหน้าเหี้ยม ดวงตาสีนิลถมึงทึงมองหน้าขวัญฤดี เขาอยากจะกระโจนเข้าไปจับลำคอระหงแล้วบีบให้หักเป็นสองท่อน
“พี่ขวัญ! ฮืออ”
รสรินยิ่งส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อเห็นพี่สาวต่างมารดาเดินตรงเข้ามายืนตรงหน้า
“ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้คะ นี่บ้านฉันนะ ตรงที่พวกคุณจะสมสู่กันเหมือนสัตว์นั่นก็เป็นสมบัติของฉัน” ขวัญฤดีพยักหน้าให้ทั้งคู่มองโซฟาตัวใหญ่ ก่อนเบะปากใส่
“ขวัญฤดี!” ไอศูรย์คำรามเหมือนเสือร้าย เขาโกรธเธอจนหน้าตาแดงก่ำ
“คะ? ว่าที่คุณสามี เรียกภรรยาทำไมคะ?” ขวัญฤดีพูดยั่วโมโหพลางเดินวนรอบตัวของพวกเขา สายตาคู่งามก็มองคนทั้งสองตั้งแต่เท้าจนถึงหัว
“เธอ!! ฉันอยากจะหักคอเธอซะเดี๋ยวนี้!!” ไอศูรย์เหลือทน เขาผละจากรสรินแล้วกระโจนเข้าไปยืนตรงหน้าขวัญฤดี
“จุ๊ๆ ไม่ทำร้ายว่าที่ภรรยานะคะ” ขวัญฤดีหน้าซีด ถึงจะกลัวคนตัวสูงมากแค่ไหน แต่เธอก็ยืนคอตั้งมองท้าทายเขา
“เธอ!!”
ไอศูรย์กางมือออกจะบีบคอระหง แต่ก็ชะงักไว้ เก็บความโกรธเกลียดไว้เมื่อได้สบตาคู่งาม
“ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมมายืนกอดน้องว่าที่ภรรยาตัวเองอยู่อย่างนี้ล่ะคะ มันไม่งามเลยนะ นี่ถ้าใครรู้ก็ต้องคิดเหมือนฉันแน่ว่า พวกคุณกำลังจะเอาเขามาสวมไว้บนหัวของฉัน”
เธอเบะปากใส่ ตาที่จ้องสบกันจนเห็นเงาของตัวเองเต้นสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเข้มของเขานั้นทำให้ขวัญฤดีหลบงุด
“ขวัญฤดี!” คำดูถูกของหญิงสาวทำให้ไอศูรย์โกรธจนหน้าเขียวตาแดงก่ำ เขาตะคอกเสียงเหี้ยมชิดหน้าสวยจนได้สัมผัสกลิ่นลมหายใจของกันและกัน
“ว่าไงคะ ว่าที่คุณสามี”
ขวัญฤดียิ่งยั่วเมื่อเหลือบตามองน้องสาว ก่อนเขย่งปลายเท้าทำตัวให้สูง แต่ความสูงของเธอก็สูงเพียงแค่หน้าอกของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงยกแขนขึ้นกอดคอหนาฉุดให้หน้าคมคายโน้มลงมาหา
“ถอยออกไป!” ไอศูรย์ยืนนิ่ง สั่งเสียงสั่นสะท้านให้เธอเอาแขนออกจากคอ
“ทำไมต้องเสียงดังใส่กันด้วยคะ”
ขวัญฤดีใช้สายตายั่วยวนก่อนประทับริมฝีปากบนเรียวปากหยักของเขา เธออยากให้รสรินเห็นว่า ไอศูรย์ไม่ใช่ผู้ชายที่มีใจหนักแน่น แค่ถูกยั่วเท่านี้ เขาก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแล้ว
“ขวัญฤดี!!”
ไอศูรย์คำรามเสียงในลำคอเมื่อได้สัมผัสความหอมหวานบนกลีบปากอิ่ม ซึ่งเขาก็คล้อยตามจูบเธออย่างเร่าร้อน
“ฮื้อ ไว้รอวันเข้าหอดีไหมคะ”
ขวัญฤดียืนแทบไม่ติดพื้น สองแขนยึดคอเสื้อเขาไว้แน่น เมื่อชายหนุ่มจูบกระชากวิญญาณ เธอครางห้ามแล้วรีบดันหน้าเขาออก ก่อนจ้องมองสบตากันในหลากหลายความหมาย
หญิงสาวหน้าแดงซ่าน รีบเดินหนีเข้าไปหาน้องสาวแล้วกระซิบเสียงสั่นๆ ชิดหน้ารสรินว่า
“เห็นหรือยังว่า เขาต้องการพี่มากกว่าเธอ”
“ฮือๆ”
รสรินร้องไห้โฮ เจ็บปวดหัวใจกับภาพที่เห็น ไหนจะเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของขวัญฤดี ช่างตอกย้ำว่าเธอเป็นผู้แพ้ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้น