ตอนนี้ฉันได้รู้ความเป็นอยู่ของโซ่กับยายแล้ว และก็เรื่องที่น่าทึ่งสุดๆ เลยคือ ไอบ้านั่นกำลังจะไปรับจ้างทำงานก่อสร้างหลังจากที่เรียนจบได้วุฒิมอหกมาแล้ว ...นั่นแหละที่ทำให้ฉันอยากจะบ้าตาย นอกจากที่มันไม่คิดจะทำให้ชีวิตของตัวเองและยายดีขึ้นแล้ว มันยังยินยอมให้ความลำบากครอบงำชีวิตของมันและยายไปตลอดชีวิตอีกด้วย
บ้านของกระเป๋า เวลาต่อมา...
“ช่างแม่ง ชีวิตใครชีวิตมันเว้ย! เรียนจบแล้วก็แล้ว” กระเป๋าพูดบอกกับตัวเอง เพราะหน้าที่หัวหน้าห้องและประธานนักเรียนของเธอจบสิ้นลงแล้ว และเธอก็ไม่ควรใส่ใจหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนร่วมชั้นขี้ขลาดคนนั้นอีก
ในห้องนอนที่เงียบสนิทของกระเป๋า แม้ว่าจะนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงนุ่มกว้าง เธอก็ไม่อาจเลิกคิดถึงเรื่องกวนใจนั้นได้เลย “...!”
กึก กึก กึก
กระเป๋าวิ่งลงมาชั้นล่างของบ้าน เมื่อคิดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ และคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ “เตี่ย มินิมาร์ทเรารับเด็กพาร์ทไทม์ไหม?” เสียงห้าวของเด็กสาวเอ่ยถามพ่อของเธออย่างให้ความสนใจ
“ไม่ได้รับ เตี่ยรับแต่พนักงานประจำ” พ่อของกระเป๋าเอ่ยตอบ
“เตี่ยไม่สนใจจะรับเด็กพาร์ทไทม์หน่อยเหรอ?” ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นทางออกที่ดี เพื่อให้ไอใบ้มันได้เรียนต่อ และมีรายได้เลี้ยงตัวเองกับยายของมันในเวลาเดียวกัน
“ลื้อถามทำไม?”
กระเป๋าพูดอธิบายเรื่องที่เธอนั้นกำลังให้ความสนใจอยู่กับเตี่ยของเธอฟัง ซึ่งเตี่ยของเธอก็เป็นคนขี้สงสารไม่ต่างกันกับลูกสาวของตน จึงตบปากรับคำกับเธอไปในสิ่งที่เธอขอร้อง แต่กว่าที่เธอจะชักจูงให้โซ่มาทำงานพาร์ทไทม์ที่มินิมาร์ทของเธอนั้นไม่ง่ายเลย เพราะเขาไม่อยากที่จะเรียนต่อแล้ว และกลัวว่าจะต้องเจอกับเรื่องหนักใจนั้นอีก เหมือนกับที่เขาเจอมาทั้งชีวิต
บ้านของโซ่...
“มึงเรียนต่อเถอะนะไอโซ่ กูขอร้องล่ะวะ” กระเป๋าพูดขอร้องโซ่ด้วยใบหน้าสิ้นหวังหลังจากที่พูดขอร้องเขาอยู่หลายสิบครั้ง ก่อนจะพูดให้คำสัญญากับเขาเพื่อให้โซ่เข้าใจในความหวังดีของเธอ “กูจะปกป้องมึงเอง จะไม่ให้ใครรังแกมึง เพราะงั้นมึงเรียนต่อเหอะนะ มึงไม่อยากเห็นยายอยู่บ้านหลังใหญ่ใช้ชีวิตสบายเหรอวะ ท่านแก่แล้วนะเว้ย” มือน้อยสองข้างเขย่าแขนของโซ่ไม่หยุดเพื่อรบเร้าให้เขาทำตามที่เธอขอร้อง
“...” โซ่ส่ายหัวตอบกลับในความหวังดีของเพื่อนสาวหัวหน้าห้อง
“เพราะฟันมึงใช่ไหม...” กระเป๋าพูดถึงสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นต้นตอของเรื่องนี้
“...” เขายกมือขึ้นปิดปากเมื่อได้ยินกระเป๋าพูดถึงฟันที่น่ารังเกียจของตน
“งั้นเดี๋ยวกูพามึงไปจัดฟันเอง” ว่าแล้วกระเป๋าก็ลากโซ่ขึ้นซ้อนท้ายรถมอไซของเธอเพื่อขับไปยังคลินิกทันตกรรมใกล้ๆ นั้น
คลินิกทันตกรรม...
โซ่ยังคงขัดขืนจนวินาทีสุดท้ายและเมื่อเข้าไปถึงด้านในห้องหมอนั้น กว่าจะยอมอ้าปากให้หมอก็ใช้เวลาทำใจอยู่เป็นชั่วโมง เมื่อเขายอมใจอ่อนหมอก็ได้พบกับปัญหาใหญ่ของโครงสร้างฟันที่เขาเป็นอยู่ ก่อนจะเรียกกระเป๋าเข้ามาด้านในห้องตรวจเพื่อบอกข่าวดีกึ่งข่าวร้ายกับกระเป๋า
“ทำได้ครับ แต่อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะสักหน่อย” เสียงหมอหนุ่มพูดบอกกับกระเป๋าที่เข้ามาอยู่ในห้องตรวจด้วยเนื่องจากต้องการสื่อสารกับหมอโดยตรง เพราะรู้ว่าเพื่อนของเธอไม่อ้าปากพูดคุยกับหมอแน่นอน
“ประมาณเท่าไหร่คะหมอ?” สีหน้าของเด็กสาวเอ่ยถามพลางตั้งใจฟัง
“ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ อยู่ที่สามแสนครับ”
“ฮะ!? ไอโซ่! ฟันมึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย!” กระเป๋าหันมาดุโซ่ที่นั่งหน้าหงอยอยู่ที่เตียงทำฟัน เพราะเงินจำนวนมากนั้นทำให้เธอคิดมาก แต่ความขี้สงสารปนขี้เสือกของเธอนั้นมันทำให้เธอปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้จริงๆ “แบ่งจ่ายได้ใช่ไหมคะหมอ”
“ได้ครับ”
“แผนการรักษากี่ปีคะ”
“คร่าวๆ ที่สี่ปีครับ”
“เฮ้อ~ งั้นทำเลยค่ะหมอ” ฉันเกลียดความขี้เสือก ขี้สงสารของตัวเองสุดๆ ...สัญญาเลยว่าไอใบ้จะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยในชีวิต
@มหาลัย เมื่อ5ปีที่แล้ว
ในช่วงที่เข้าเรียนมหาลัยที่นี่แรกๆ ไอโซ่มันก็คอยเดินตามตูดฉันอยู่ตลอดเพราะกลัวว่าจะมีคนล้อ หรือกลั่นแกล้งมันเหมือนกับตอนที่มันเรียนที่โรงเรียนเก่า ซึ่งที่มหาลัยนี้ก็พอมีเพื่อนเก่าที่มาเรียนต่อที่นี่กันอยู่บ้าง
“ทำไมมาคบกับไอใบ้แบบนี้อ่ะเป๋า เสียภาพพจน์หมด” เสียงแหลมหูของเพื่อนเก่าพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าทางดูหมิ่นและมองเหยียดโซ่
“ขอไปเรียนก่อนนะ ไปไอโซ่” เป๋าขี้เกียจที่จะอธิบายและสนทนากับคนที่เอาแต่ตั้งแง่ใส่ชายผู้น่ารังเกียจ ทั้งที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีใครอยากที่จะเกิดมาโดยมีน่าตาที่แย่แบบเป็นจุดเด่นแบบนี้ และเธอก็ไม่อยากเห็นโซ่เพื่อนร่วมชั้นขี้ขลาดของเธอยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตของตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้
“เดี๋ยวๆ มันไปจัดฟันมานี่หว่า” เพื่อนสาวอีกคนพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่ามีเหล็กบางอย่างที่ติดอยู่ที่ฟันของโซ่โผล่ออกมา “มึงไปเอาเงินที่ไหนมาจัดฟันเนี่ยไอใบ้ ได้ข่าวว่าที่บ้านมึงจนไม่ใช่เหรอวะ?” ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยหวานแต่กลับพูดพลางหัวเราะเยาะในความจนนั้นของเขา
เป๋าคว้าแขนโซ่ก่อนที่จะดึงเขาเข้ามายืนแอบอยู่ด้านหลัง และพูดบางอย่างกับเพื่อนสาวร่วมห้องคนเก่านั้นด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่เป็นมิตร “มันไปขอเงินมึงมาจัดฟันเหรอ หรือว่ามันเอาฟันไปเฉาะหน้ามึงถึงได้พูดว่ามันแบบคนไร้สมองแบบเนี่ย ...มึงสวยนะกิ๊บ แต่ปากมึงเหี้ยไปหน่อย” เมื่อพูดฉะหน้าเพื่อนเก่าจนจบประโยคเป๋าก็ดึงมือของโซ่พาเดินออกจากพื้นที่หน้าอึดอัดนั้น
“เหอะ สงสัยอีเป๋ามันคงจะปิ๊งฟันของไอใบ้แน่ๆ ถึงได้ทำตัวปกป้องกันแบบนั้น” กิ๊บพูดขึ้นกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน เมื่อเป๋าและโซ่เดินจากตรงนั้นไป
@ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน ในช่วงหลังเลิกเรียน
ในโบกี้ที่คนแน่นเอี้ยดและไม่มีที่ว่างให้นั่ง คนทั้งคู่ต้องอาศัยการยืนจับห่วงตลอดสายเพื่อรอช่วงที่มีคนลงและมีพื้นที่ว่างให้นั่ง หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นก็อาจจะยาวไปจนถึงสถานีที่เป็นปลายทาง
โชคดีที่วันนี้ฉันหัวใส พาไอใบ้แวะร้านขายยาเพื่อซื้อแมสใส่ก่อนไปมหาวิทยาลัย วันนี้เลยไม่ค่อยมีคนสังเกตฟันมันเท่าไหร่ แต่คนคงแปลกใจว่ามันใส่แมสทำไมทั้งวี่ทั้งวัน (ในช่วงนั้นยังไม่เกิดการระบาทของโควิด การใส่แมสเลยดูแปลกตา) “เมื่อยแขนชิปหาย เมื่อไหร่จะถึงบ้านวะ ง่วงจะตายแล้ว หาว~” นักศึกษาสาวหาวจนน้ำตาเอ่อคลอขึ้นตา
และการที่เธอโหนห่วงรถไฟนานๆ นั้นก็ทำให้เธอปวดไหล่จนต้องเปลี่ยนเป็นเกาะบางอย่างที่อยู่ต่ำกว่านั้นแทน หมับ! แขนเล็กโอบเอวหนาของโซ่ก่อนจะขยับไปยืนใกล้ร่างกายของเขามากยิ่งขึ้น เพื่อซบหน้าลงที่ไหล่กว้างนั้นงีบหลับ “กูของีบแป๊ปนะ จับกูไว้ด้วยเดี๋ยวกูล้ม”
การที่เธอทำดีกับผมแบบนี้ นอกจากที่ผมจะเกรงใจเธอมากๆ แล้ว มันยังทำให้ผมใจสั่นกับการกระทำของเธออีกด้วย เพราะเธอไม่เคยระวังตัวเลยเวลาอยู่กับผม การจับเนื้อต้องตัวจนไปถึงการกอดที่เธอทำอยู่นี่ ทั้งที่ก็รู้ว่าที่เธอทำแบบนั้น เธอไม่เคยคิดอะไรกับผม แต่กับผมแล้ว..ผมไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับที่เธอรู้สึกเลย
เ ข า เ รี ย ก ค ว า ม รู้ สึ ก แ บ บ นี้ ว่ า ต ก ห ลุ ม รั ก ห รื อ เ ป ล่ า ค รั บ . . .
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
6ปีต่อมา... ณ.ปัจจุบัน
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้กระเป๋ายังคงช่วยเหลือและดูแลโซ่อยู่ตลอด ตั้งแต่ตอนเข้าเรียนที่มหาลัยจนกระทั้งเข้าทำงานที่เดียวกัน ที่ที่มีประธานบริษัทอย่างกระเป๋า เพราะด้วยความเป็นผู้นำและหัวหน้าคนนั้น ทำให้เธอเลือกที่จะเดินทางไปยังเป้าหมายใหญ่ที่เธอตั้งไว้ และถึงตอนนี้จะยังเป็นบริษัทเล็กๆ อยู่ก็ตาม แต่เธอก็สามารถบริหารงานได้และดูแลลูกน้องได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือไปจากนั้นแล้วโซ่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอก็ไม่สามารถเข้าทำงานที่อื่นได้ เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เปิดปากพูดออกมาเลย แม้ว่าฟันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและถอดเหล็กจัดฟันออกแล้วก็ตาม แต่โซ่ก็ยังคงตามติดเป็นลูกกระจ๊อกและทำตัวเป็นเงาของกระเป๋าอยู่ตลอดไม่ห่าง ตอนนี้เขาเลยมีฐานะทางบริษัทคือผู้ช่วยของกระเป๋าและควบตำแหน่งฝ่ายบัญชีอีกด้วย เพราะโซ่เป็นคนเดียวที่กระเป๋าไว้ใจเรื่องเงินมากที่สุด และมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้เพื่อนของเธอนั้นมีงานทำ และใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์
“ไอโซ่มันหายหัวไปไหนของมันวะ?” เสียงห้าวของกระเป๋าโวยวายอยู่ในโซนห้องทำงานชั้นล่างของบ้าน ที่ที่รวมพนักงานฝ่ายต่างๆ ไว้ครบ ทั้งฝ่ายบัญชี ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และแอดมินคอยติดต่อคุยงานกับลูกค้ารายย่อยอีกสามคน ซึ่งมีเพียงฉากกั้นห้องไว้เท่านั้น เลยสามารถได้ยินถึงกันเพียงแค่ตะโกนถาม
“หนูเห็นพี่โซ่ขับรถออกไปข้างนอกนะคะ ตั้งแต่ตอนเก้าโมงแล้ว” น้องพราวฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดตอบกับบอสของเธอ กระเป๋ารับเธอเข้ามาทำงานเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กน่ารักและขยัน อีกทั้งยังเคยมีประวัติเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน แม้จะไม่เคยเห็นหน้าเธอที่โรงเรียนแต่เพราะสายใยพี่น้องร่วมสถาบันจึงทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดี
“ไปไหนของมันวะ ไลน์หาก็ไม่ตอบ” ตอนนี้ไอโซ่มันได้ใบขับขี่รถยนต์มาแล้ว ซึ่งกว่าจะสอบได้ก็ยากลำบากมากๆ พอได้มาก็หายหัวไปแต่วัน ไม่ใช่ไปขับรถทุ่มใครเข้าแล้วล่ะ...
“มาแล้วเนี่ยบอส~” เสียงของน้องโจฝ่ายการตลาดตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าโซ่เดินเข้ามาด้านในบ้าน พื้นที่นั่งทำงานของทุกคนในลุกแปลกตาไปจากเดิม
“มึงหายหัวไปไหนมา!?” เป๋าเอ่ยถามเสียงดังเข้มกับเพื่อนของเขาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม
“...” ชี้ไปที่ทรงผมของตนเพื่อบอกว่าเขานั้นออกไปตัดผมมา
“งุ้ย~ แฟนพราวออกไปตัดผมมานี่เอง” สาวรุ่นน้องฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้นตาเป็นประกายเมื่อเห็นทรงผมใหม่ที่เข้ากับใบหน้าของโซ่มากกว่าทรงเก่าที่เขาตัดอยู่ประจำ “พี่โซ่ตัดทรงนี้หล่อจัง^^”
“^^” ใบหน้าเขินอายของชายหนุ่มเจี๋ยมเจี้ยมเมื่อได้ยินคำชม
“ใครเลือกทรงผมให้ ไปบอกช่างเขาว่าอะไร?” เป๋าเอ่ยถามเสียงห้าวอย่างสงสัยพลางใช้มือขยี้ผมบนหัวของโซ่ และใช้สายตาพินิจพิจารณาอยู่นานกับทรงผมใหม่นั้น
คนตัวสูงล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาก่อนจะเปิดรูปทรงผมให้เป๋าดู เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขานั้นยื่นรูปนี้ให้กับช่างตัดผม (ทรงทูบล็อก) “...”
ปกติเวลาที่มันจะออกไปไหนต้องลากฉันไปตลอด รวมถึงตอนตัดผมก็ด้วย ซึ่งฉันก็บอกให้ช่างตัดลองทรงนักเรียนสั้นให้มันตลอด สงสัยว่ามันจะไม่ชอบทรงนั้นแล้ว เลยไปเองโดยที่ไม่พาฉันไปร้านตัดผมด้วย “ไม่ชอบทรงที่กูบอกช่างให้ตัดประจำใช่ไหม?”
“...” โซ่ส่ายหัวสีหน้าไม่พอใจ เพราะเขาไม่เคยชอบทรงผมทรงนั้นเลย แต่ก็พูดบอกกับเธอไม่ได้
“ฮ่าๆ แล้วมึงก็ทนตัดมาตั้งหกปีเนี่ยนะ ไอควายเอ๊ย ฮ่าๆ” เธอขำให้กับเพื่อนของเธอที่ยอมตัดทรงผมที่ตัวเองไม่ถูกใจนานถึงหกปี เพียงเพราะตัวเองไม่ยอมพูด และใช้ให้เธอเป็นกระบอกเสียงแทน เลยได้ทรงตามใจเพื่อนมาตลอดหกปีเต็ม “มึงทำหน้าไม่พอใจกูทำไมฮะ?! ก็มึงไม่ยอมพูดบอกช่างเขาเองอ่ะ” เป๋าพูดด้วยใบหน้ากวนๆ
โซ่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเพราะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเธอที่เลือกทรงผมไม่ถูกใจให้แต่เป็นเพราะตนที่ขี้ขลาดไม่กล้าพูดบอกช่างตัดผม
“...” เขายื่นซองขาวให้กับเป๋าเพื่อเคลียร์หนี้สินที่ติดค้าง
“อะไร?” เมื่อเปิดออกมาก็เห็นว่าด้านในเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่เยอะพอควร “ค่าอะไร?” โซ่ยีฟันและชี้ไปที่ฟันของเขาเพื่อบอกให้เธอรู้ ว่าเขาต้องการจ่ายค่าทำฟันที่เป๋าเคยจ่ายค่ารักษาให้กับตนเมื่อหลายปีก่อน เพื่อคืนมันให้กับเธอทั้งต้นแล้วก็ดอกเบี้ย “ค่าทำฟันเหรอ? มึงนี่มันรู้จักบุญคุณคนจริงๆ ขอให้เจริญๆ นะเพื่อน” จุ๊บ~ เป๋ากดหัวของคนตัวสูงลงมาจุ๊บที่หน้าผากด้วยความดีใจที่เพื่อนของเธอเป็นคนดีและไม่ลืมบุญคุณคน
การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรของคนตัวเล็กทำให้โซ่นั้นเขินหูแดงไม่หยุด จนต้องรีบเดินหนีออกมาด้านนอกเพื่อมาสงบสติอารมณ์และสีหน้าของตน เพื่อไม่ให้คนอื่นนั้นจับได้ว่าเขาแอบคิดเกินเลยกับเพื่อนสนิท ในขณะที่อีกคนนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานและกรีดนิ้วนับเงินอย่างมีความสุข.. “สามแสนห้า ดอกเบี้ยห้าหมื่นเลยเหรอวะ โอโห้! มึงให้ดอกเบี้ยกูเดือนละเกือบเจ็ดร้อยเลยเหรอเนี่ย เหี้ยโคตรคุ้มเลย ฮ่าๆ”
ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าการลงทุนกับไอโซ่ไม่มีทางเสียเปล่าแน่ ตอนนี้ฉันช่วยให้มันเรียนจบมีงานทำได้สำเร็จแล้ว จะเหลือก็แค่เรื่องบ้านใหม่ของมันที่ทำเรื่องกู้อยู่ตอนนี้ กับเรื่องทำให้มันอ้าปากพูดออกมานี่แหละ เพราะฉันรู้มาจากยายว่ามันไม่ได้เป็นใบ้ และมันก็พูดได้แต่เพียงแค่มันไม่ยอมพูดออกมาก็เท่านั้น...
ครืดด~
“เออว่าไงเยียร์?” เป๋าพูดตอบรับกับเพื่อนปลายสายที่โทรเข้ามาหา
“กินเลี้ยงห้องเรามาเปล่าเนี่ย?” เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเป๋าเอ่ยถามเพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พวกเขาจะนัดเจอกันกับเพื่อนเก่าห้องมอหกทับหนึ่ง
“มีใครมาบ้างอ่ะ?”
“เดี๋ยวกูส่งรายชื่อให้มึงในกลุ่มแชทแล้วกัน มาด้วยนะมึง” เยียร์พูดย้ำเป๋าเพราะต้องการให้เธอมาในงานเลี้ยงวันนั้น
“เออๆ”
“อย่าลืมพาไอใบ้มาด้วยนะ”
“แหม่~ เห็นว่ามันเป็นคนขึ้นมาหน่อยล่ะสนใจมันขึ้นมาเชียวนะ” เป๋าพูดแซวเพื่อนสาวของเธออย่างสนิทสนม
“กูอยากเห็นตัวจริงมันเฉยๆ อยากรู้ว่ามันจะหล่อเหมือนในรูปที่มึงถ่ายลงสตอรี่ไอจีหรือเปล่า?”
กระเป๋าชอบแอบถ่ายรูปภาพของโซ่ลงในสตอรี่ไอจีของเธอ เพราะท่าทางโง่ๆ ซื่อบื้อของเขาที่ดูตลกจนอยากจะแบ่งปันลงโซเชียล และนั้นมันก็ทำให้เพื่อนเก่าร่วมชั้นที่กดติดตามกระเป๋าอยู่ เห็นพัฒนาการของโซ่มาตลอดว่าเขาไม่ใช่ ‘ไอใบ้’ คนเดิม
“เออๆ อีกกี่วันอ่ะ”
“วันเสาร์หน้า อีกประมาณเจ็ดวัน”
“โอเคเจอกัน” แน่นอนว่างานกินเลี้ยงเพื่อนร่วมห้องจะขาดหัวหน้าห้องแสนสวยอย่างฉันไปไม่ได้แน่นอน
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]