หลังจากเกิดเรื่องขึ้นฉันก็ได้รับคำขอโทษจากพนักงานทั้งสองพร้อมด้วยผู้จัดการร้านและเจ้าของร้านที่ไม่รู้ว่าไปหากระเช้ามาอย่างว่องไวกลางดึกแบบนี้ที่ไหน ที่แม้แต่ป้ายราคาก็ยังไม่แกะออก
เพราะเกรงใจพี่แป้งและฉันเองก็ได้รับความสะใจอยู่บ้างจึงทำให้ฉันคลายความโกรธลง และยอมลบคลิปแต่โดยดีโดยเจ้าของร้านสัญญาว่าจะปรับปรุงการให้บริการลูกค้าใหม่อีกครั้ง
ในเน็ตคนส่วนใหญ่เข้าข้างฉันในขณะที่มีบางส่วนที่ยังแซะเรื่องหน้าตาและการแต่งตัวของฉันอยู่บ้าง แต่น่าประหลาดใจที่มีข้อความของทนายความคนหนึ่งเข้ามาโพสว่าหากใครในนี้ไม่หยุดปากแซะฉันก็ให้รอรับหมายศาลไว้เลย คอมเม้นต์พวกนี้จึงไม่มีให้เห็นอีก
ฉันเองก็ไม่ใส่ใจแล้วจึงลบทิ้งไป แต่นั่นเป็นเพราะว่านิสาเพื่อนของฉันนั้นได้แคปเอาไว้แล้วและคงมีชาวเน็ตอีกมากที่แคปเอาไว้เช่นกันว่าเป็นผับไหน เรื่องนี้คงสร้างความเสียหายให้เจ้าของผับอยู่มาก
แต่ฉันไม่ใช่คนดีและค่อนข้างใจดำ คนพวกนี้ดูถูกคนมาเยอะแล้วแต่ไม่เจอคนจริงสักทีสมควรแล้วที่จะเจอเข้าสักวัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาคอยดูถูกกันอีก
"พี่แป้งคะเอกลับดีกว่าค่ะ รู้สึกไม่ดีแล้วที่จะอยู่เที่ยว"
ฉันอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ และกลัวว่าจะส่งผลถึงเวลาไปทำงาน ฉันเป็นคนรักงานและทุ่มเทให้กับงานของฉันมาก หากมีอะไรมากระทบกับงานฉันย่อมไม่โอเค เรื่องผู้ชายก็เอาไว้วันหลังเถอะ
"แต่น้องเอครับนัดบอดเอาไว้แล้วนะครับ น้องเอจะไม่ออกไปหาเขาหน่อยเหรอครับ"
ฉันเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและมีจุดมุ่งหมายในชีวิตมาตลอด
เพราะแบบนี้อะไรที่มาขวางทางทำให้ฉันเลือกที่จะทิ้งมันไปและไม่สนใจ ที่ผ่านมาฉันคิดว่าการมีแฟนจะทำให้การเรียนของฉันตกต่ำฉันเลยเลือกที่จะใช้ชีวิตไปตามเส้นทางที่คุณนายบุหงาขีดเส้นเอาไว้จนกระทั่งฉันสำเร็จแล้ว
ฉันได้ตำแหน่งเลขาท่านประธานมาเพราะเป็นคุณนายบุหงาที่ผลักดัน และวันนี้คุณนายบุหงาก็คงจะรู้ว่าได้ทำลายชีวิตช่วงวัยรุ่นของฉันไปแล้ว จึงได้เอ่ยปากบอกให้ฉันออกมาเที่ยวเหมือนคนอื่นเขาบ้างเพื่อเปิดหูเปิดตา
เมื่อคิดถึงคุณนายบุหงาฉันจึงคิดจะอยู่ต่ออีกหน่อย ฉันจึงพยักหน้า
"ก็ได้ค่ะ แต่อยากร้องคาราโอเกะไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะ รู้สึกไม่ดีจริง ๆ เราไปที่ร้านคาราโอเกะกันเลยได้หรือเปล่าคะ"
ฉันมองกระเช้าที่ได้รับมาพร้อมคำขอโทษ เมื่อพี่แป้งลูกชายผู้มีอิทธิพลเคลียร์ทุกอย่างจนเรียบร้อยตอนนี้เด็กทั้งร้านจึงไม่มีใครไม่รู้จักฉัน เวลาเดินผ่านทุกคนก้มหัวแทบจะติดพื้นจนฉันหัวเราะในใจ
เพราะแบบนี้คนเรานอกจากเงินแล้วต้องมีอิทธิพลยังไงล่ะ มันทำให้ได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นและต่อให้คนพวกนั้นเกลียดเราและดูถูกเราแค่ไหนก็ไม่กล้าแสดงออกมาให้เราคับข้องใจ
เพราะฉันเป็นลูกคนใช้ฉันจึงถูกเพื่อนในโรงเรียนดูถูก แต่เชื่อหรือเปล่าว่าเพราะอิทธิพลของคุณนายบุหงาและเกราะแห่งความเก่งกาจที่ฉันสร้างขึ้นจึงไม่มีใครกล้าแสดงออกต่อหน้าฉันสักคนเดียว และฉันก็ไม่เคยปิดบังใครว่าแม่ฉันเป็นแค่คนรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ
เพราะไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไรก็ตาม หากมันเป็นอาชีพสุจริตแล้วสำหรับฉันถือว่ามีเกียรติไม่ต่างกัน ฉันค่อนข้างภูมิใจเลยละที่แม่ของฉันเป็นแม่บ้านของสกุลวงศ์สุริยะที่แสนขยันและซื่อสัตย์มาจนท่านอายุเข้าสู่วัยหกสิบห้าปี
ทุกคนรู้ว่าเกิดเรื่องกับฉันจึงยอมเปลี่ยนไปร้านคาราโอเกะที่อยู่ไม่ไกลนัก ที่นี่ก็นับว่าหรูหราอยู่ไม่น้อยสังเกตได้จากการที่พี่แป้งผู้ชายหล่อเหลาแสนดีคนนี้ทักทายคนรู้จักเหมือนมาหาเสียงกันเลยทีเดียว
คนทั้งหมดมากันสิบคน ชายห้าหญิงห้าพวกเขาต่างเป็นแฟนกันและพี่แป้งเองก็มีคู่ควงเหมือนจะเป็นดาราอะไรสักอย่าง เธอสวยมากเลยละ และคู่นัดบอดของฉันก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องของพี่แป้งอายุมากกว่าฉันปีหนึ่งเขาชื่อเหน่งอายุยี่สิบหกปีเพิ่งเลิกกับแฟน
ฉันคุยกับเขาเท่าที่จำเป็นเพราะปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว และเขาเองก็พูดเก่งจึงทำให้ฉันไม่ต้องอึดอัดมากจึงฟังเขาได้แบบเพลิดเพลิน
ที่น่าประหลาดใจคือ เขามองเห็นความสวยของฉันด้วย เขาชมฉันไม่หยุดนั่นทำให้ฉันอารมณ์ดีภายในพริบตา ตั้งแต่เกิดมาคนที่ชมฉันว่าสวยจริงจังก็คงเป็นเขาคนแรก
เพราะภายใต้ภาพลักษณ์ที่เฉยแบบนี้ฉันเองก็ย่อมรู้ตัวดีว่ายากที่จะถูกตาต้องใจพวกผู้ชาย แต่ฉันไม่สามารถแต่งตัวได้เพราะเจ้าสัวนทีเจ้าชู้มากจนคุณนายใหญ่กลัวว่าจะมาทำลายเด็กสาวไร้เดียงสาแบบฉัน
ฉันจึงถูกสวมด้วยคราบของเงาะป่ามาเกือบตลอดชีวิต แน่นอนว่ามันทำให้ฉันติดการแต่งตัวแบบนี้ไปโดยไม่รู้ตัว
"คุณเอไม่อยากลองอะไรใหม่ ๆ เหรอคะ"
จู่ ๆ คู่ควงของพี่แป้งที่ชื่ออลิสก็ถามฉันขึ้น
"หมายความว่ายังไงคะ"
อลิสหัวเราะแล้วยกมือปิดปาก มือเรียว ๆ นั่นทาเล็บสีแดงสดยิ่งทำให้มือของเธอขาวขึ้น ฉันไม่เคยทาเล็บเลยสักครั้งในชีวิต เห็นแบบนั้นก็คิดอยากจะลองทาดูบ้าง
"พอดีอลิสเป็นสไตล์ลิสต์ด้วยนะคะ เห็นคุณเอแล้วนึกอยากแต่งตัวให้จริง ๆ อลิสยังมีห้องเสื้อด้วยในรถมีเสื้อผ้าหลายถุงเลย วันนี้ถ้าคุณเอไม่รังเกียจพอจะลองสวมให้อลิสสักครั้งได้หรือเปล่าคะ จะเลือกที่สวยที่สุดเลยค่ะ"
ฉันหัวเราะออกมา "อะไรมันจะบังเอิญแบบนั้นคะ อีกอย่างเกรงใจคุณอลิสนะคะ"
คราวนี้อลิสถึงกับลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ฉันแล้วจับมือของฉันเอาไว้ สายตายังอ้อนวอนฉันด้วย
เอาละสิ ฉันนะเป็นพวกแพ้ความสวยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความสวยอะไรก็ตามที่ดูดีหรือกระทั่งผู้ชายหล่อ ๆ ฉันก็แพ้หมด
ฉันชอบพี่แป้งเพราะเขาหล่อและเก่ง แต่ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบคนรัก แต่ชอบแบบชอบดาราประมาณนั้น เขาเจ้าชู้เกินไปจนฉันกลัวเกินไปที่จะชอบเขาแบบนั้น
"ลองดูนะครับ ผมก็อยากเห็น ผมอยากให้ใคร ๆ รู้ว่าผมตาถึงแค่ไหน"
เหน่งยุอีกแรง คืนนี้เขาเองก็ชมฉันมามาก ตาเอย คิ้วเอย ปากเอย กระทั่งรูปหน้าของฉัน ไม่มีจุดไหนที่คุณเหน่งไม่ชม คราวนี้พี่แป้งก็ร่วมเชียร์กับเขาด้วย เพื่อน ๆ ของฉันรวมทั้งคู่เดทของทุกคนอยากเห็นฉันในลุคที่ต่างออกไป
ฉันกินเหล้าไม่เก่งแต่ก็กินจนเกือบจะหมดแก้ว เหมือนตัวเองจะเมาแล้วด้วยเมื่อได้รับคำยุยงสติก็ลอยไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นตัวเองอีกทีก็อยู่ในชุดรัดรูปสีแดงสดที่โชว์เรียวขาเรียวและด้านบนยังเป็นสายคล้องคอเปิดหลังสุดเซ็กซี่ที่ฉันต้องอ้าปากค้างตกใจจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว
"คุณอลิสคะ คือว่ามันโป๊ไปค่ะ"
ฉันยกมือปิดหน้าอกใหญ่ ๆ ของตัวเองทันใด ความรู้สึกว่าลมมันเย็นเป็นแบบนี้เอง
อลิสยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่ช่วยจัดนมปลอมที่เป็นซิลิโคนแปะที่นมจริงให้ฉันอีกชั้นหนึ่ง
"นี่อะไรคะ"
ฉันไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกถอดเสื้อชั้นในแสนเชยออกไปตอนไหน มือยังจับที่กางเกงในของตัวเองดีนะที่ยังคงอยู่จึงไม่ได้รู้สึกเย็นเกินไป
ฉันเมาขนาดไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ ถึงได้ปล่อยให้อลิสจับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาแบบนี้"
"เป็นเสื้อชั้นในแบบแปะค่ะ รับรองว่าเหนียวไม่หลุด กันเหงื่อกันน้ำค่ะ ถ้าไม่ดึงยังไงก็ไม่หลุดตอนใส่ชุดเปิดหลังจะได้สวย ๆ ไงละคะ"
"อ่อ เอไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยนะคะ"
"อลิสชอบคุณเอค่ะ เราเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่าคะ คุณเอนะแปลกค่ะคนสวย ๆ แบบนี้แต่กลับปิดความสวยของตัวเองจนมิด ดูน่าค้นหาดี"
ฉันหัวเราะ ไม่คิดว่าอลิสจะคิดกับฉันแบบนี้ แต่ในเมื่อเธอต้องการเป็นเพื่อนฉันก็ตอบรับอยู่แล้ว มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู
"ยินดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่มอบความสวยให้วันนี้"
ฉันไม่รู้ว่าอลิซทำอะไรกับหน้าของฉันบ้าง เพราะเวลาที่ฉันสวมแว่นหนาเตอะของฉันและฟังอลิซบ่นเบา ๆ ว่าควรไปทำเลสิกหรือใส่คอนแทคเลนส์จะสวยกว่านี้ทำให้ฉันหยุดคิดถึงเรื่องนี้
"เอเห็นด้วยกับอลิซนะคะ ไม่ใช่เพราะอยากสวยแต่มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องห่วงกับแว่นตาอีก"
ฉันพูดเบา ๆ อะไรที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นฉันชอบอยู่แล้ว อลิซใช้เวลาแปลงกายฉันไม่นาน เธอก็พาฉันกลับเข้ามาโชว์ตัวที่ห้องคาราโอเกะให้เพื่อน ๆ ได้ชมโฉม
ฉันเองใจเต้นไม่น้อยเมื่อนึกถึงว่าตัวเองเหมือนกำลังออกรายการเมคโอเวอร์อะไรสักอย่าง แม้ว่าในตอนนี้ทุกคนจะค่อนข้างเมาและมีแต่เพื่อนกันก็ตามที
เมื่อประตูเปิดออก โลกของฉันก็เปลี่ยนไป เพราะอะไรนะเหรอ
เพราะทันทีที่ฉันเข้ามาฉันก็ต้องถอดแว่นเพื่อให้ทุกคนเห็นหน้าที่สวยงามของฉัน ฉันจึงได้รับการต้อนรับจากคู่เดทของฉันทันใด
"คุณเอสวยมาก ๆ ครับ สวยจนผมตะลึงเลย หุ่นก็ดีมาก ๆ เหมือนนางแบบเลยนะครับ แบบนี้ยิ่งทำให้ผมหวงคุณเอ"
ฉันนั่งตัวลอยให้เขารินเหล้าให้และยกขึ้นดื่มอีกหลายแก้ว ความจริงแก้วที่สามฉันก็ไม่รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้พูดอะไรเพราะมันคล้ายกับมีเสียงหึ่ง ๆ อยู่ที่หูของฉัน ฉันตาลายเพราะไม่ได้ใส่แว่นและฉันก็เมาจนเวียนหัวและอยากจะอ้วก
เมื่ออาการถึงขั้นใกล้วิกฤติฉันจึงหยุดดื่ม คู่เดตของฉันเป็นทนายความและเป็นนักธุรกิจด้วย โปรไฟล์ของเขาค่อนข้างดี ฉันคิดว่าวันนี้หากต้องมีอะไรกับเขาก็จะยินดี
เพราะฉันเตรียมตัวเอาไว้แล้วที่จะเสียซิงให้เขา เขาคือคนที่ฉันเลือก
ฉันปวดฉี่เลยขอตัวเดินทุลักทุเลไปห้องน้ำคนเดียว พอกลับมาจากห้องน้ำทำไมฉันถึงเห็นหน้าของเขาเป็นหน้าคนคุ้นเคยไปได้ ฉันบ้างานจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าหน้าของเจ้านายจะตามมาหลอกหลอนฉันจนถึงตอนนี้
ไม่นะ
ฉันยกมือขึ้นจับหน้าของเขาเอาไว้ แล้วตบเบา ๆ
"คุณเหน่งทำไมหน้าถึงได้เหมือนเจ้านายขนาดนี้คะ นี่ฉันเพ้อไปเองหรือเปล่า"
ฉันบีบแก้มของเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ แต่คุณเหน่งไม่หัวเราะ เขาถามฉันเสียงทุ้ม
"แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ ผมคือเหน่งหรือว่าเจ้านายของคุณ ธันวา"
ฉันกลอกตาไปมา หัวเริ่มมึนแล้วละนะ รู้สึกว่าโลกกำลังหมุนจึงร้องขอน้ำเปล่าเย็น ๆ ก่อนที่จะคุยกับเขาต่อ
"น้ำค่ะ ขอน้ำหน่อยค่ะ ขอเย็น ๆ รู้สึกไม่ดีเลย"
"คุณไม่กินเหล้าไม่ใช่เหรอ"
เขาป้อนน้ำให้ฉัน ฉันจับมือของเขาเอาไว้รู้สึกว่ามือนี้เรียวและใหญ่ดีแฮะ ปกติฉันไม่เคยได้จับมือกับใครนักหรอก ค่อนข้างหวงเนื้อหวงตัวและมักจะใส่เสื้อสูทตัวใหญ่คลุมตัวเองเอาไว้เสมอ
หากวันนี้ไม่นึกครึ้มอยากแต่งสวยก็ไม่มีทางแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด แต่ว่าเหมือนฉันจะชอบแล้วสิ เมื่อฉันแต่งแบบนี้ใคร ๆ ก็จ้องมองฉันแทบไม่ละสายตา
ก็น่าตื่นเต้นและน่าสนใจดีแฮะ
จนกินน้ำจนหมดแก้ว และยังรู้สึกคอแห้งอีก
"คุณเหน่งขออีกแก้วค่ะ"
คราวนี้เขารินให้ฉันแค่ครึ่งแก้ว และป้อนฉันจนหมด
"พอได้แล้ว"
น้ำเสียงของเขาค่อนข้างห้วน หลังจากฉันกินน้ำแล้วยังคิดจะดื่มต่อ เขาดึงแก้วเหล้าออกจากมือของฉันไปวางไว้ที่ไหนก็ไม่รู้
จู่ ๆ เมื่อได้ยินเสียงของเขาก็ทำให้ฉันนึกถึงคุณธันวาเจ้านายของฉันอีกจนได้ เสียงทุ้ม ๆ นี้ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกประหลาด เหมือนความร้อนกำลังแผ่ขยายออกจากข้างในและไหลเวียนไปทั่วร่างกายช้า ๆ มันทำให้ฉันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา
ความกล้าหาญ
ฉันเคยคิดอยากทำแบบนี้กับเจ้านายสักครั้ง เขาเป็นคนหน้าตาดี หล่อ เพอร์เฟค เก่ง ฉลาด แต่ข้อเสียคือเขาเจ้าชู้ไม่ต่างจากเจ้าสัวพ่อของเขาที่มีเมียน้อยเป็นสิบคน ทำให้ฉันไม่ชอบนิสัยข้อนี้ของเขานักและตัดใจไม่คิดชอบเขาอีก
แต่คู่เดทของฉันวันนี้ทำให้ฉันคิดถึงเขาจนได้
และแล้วฉันก็มองเห็นปากของเขาอย่างชัดเจน แว่นของฉันถูกคุณอลิสยึดไปแล้ว และทุกคนตอนนี้ต่างสนใจกับคู่ของตัวเองและเปิดเพลงคลอ ๆ เป็นเพลงที่โรแมนติกมากพวกเขาออกไปเต้นรำกัน ส่วนฉันไม่มีแรงแม้แต่จะยืน
ฉันพยายามหันไปมองทางอื่น แต่ริมฝีปากของเหน่งก็ดึงดูดฉันอีกครั้ง ฉันยกมือแตะ ๆ ริมฝีปากของเขาเบา ๆ แล้วลูบไล้ช้า ๆ
"ปากของคุณสวยจังเลยนะคะ เหมือนปากของเจ้านายเลย ยังมีเสียงของคุณอีกเซ็กซี่ชะมัด"
เขายกมุมปาก ฉันเห็นว่าเขายิ้ม
"เมาแล้วใช่หรือเปล่า"
ฉันส่ายหน้า
"ไม่เมาเลยค่ะ ยังไหว ฉันพูดจากความรู้สึก"
เขาคล้ายจะหัวเราะ
"ปกติเห็นเย็นชาและไม่พูดมากแบบนี้นี่ วันนี้แต่งตัวสวยทำให้คนมองและใจเต้นเหรอถึงได้กล้าหาญขนาดนี้"
ฉันรู้สึกผิดปกติ หรือว่าเป็นเพราะฉันเมาถึงได้รู้สึกว่าคุณเหน่งคล้ายกับเจ้านายจนไม่น่าเชื่อ ฉันมองหาอลิซอยากได้แว่นของตัวเองคืน แต่สายตาของฉันพร่าไปหมดไม่รู้แล้วว่าใครคือคุณอลิส
"หาใคร"
เสียงทุ้มคุ้นเคยถามขึ้นมาอีก
"หาอลิส อยากได้แว่นคืนค่ะ"
เขายิ้มหรือเปล่านะ ฉันไม่แน่ใจ
"ทำไมละ พอไม่มีแว่นแล้วกล้าไม่ใช่เหรอ อยู่แบบนี้แหละอย่าไปกวนคนอื่นเลย"
เขาทำไมรู้ใจฉันขนาดนี้ ดวงตาที่พร่าเลือนทำให้ความกล้าเกิดขึ้นและร่วมกับฤทธิ์ของเหล้านี่ทำให้ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันรู้สึกถูกใจเขามาก
และฉันจะยอมเสียสาวให้เขา คราวนี้จะได้รู้แล้วว่าการเสียตัวเป็นยังไง
"เราออกไปกันดีหรือเปล่าครับ"
ฉันเองก็ตกใจไม่น้อย ถึงภาพลักษณ์ภายนอกของฉันจะเป็นสาวเฉิ่มที่ใคร ๆ คิดว่าเป็นประเภทป้าบ้างานคนหนึ่ง แต่ที่จริงฉันเป็นสาวที่ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นและก็เก็บกดเรื่องทางเพศมานานเลยละ
ฉันเคยแอบดูหนังโป๊บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโป๊แบบขัดขืนแต่ครางเสียงดังแบบญี่ปุ่น หรือโป๊แบบใส ๆ เรียบร้อยแบบเกาหลี หรือโป๊แบบดุดันเผ็ดมันส์แบบฝรั่ง หรือโป๊แบบมีวิทยายุทธ์แบบจีนฉันก็ผ่านตามาหมดแล้ว
คราวนี้จะได้ลองทำจริงสักทีก็อดตื่นเต้นจนแทบจะสร่างเมาอยู่ไม่น้อย
คงเป็นเพราะว่าฉันเงียบมากเขาถึงได้ถามซ้ำ และคงกลัวว่าฉันจะตกใจเขาจึงรีบปฏิเสธ
"อย่าคิดมากนะครับ ผมแค่จะพาคุณไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเผื่อจะดีขึ้น"
"อ้อ"
ฉันอยากจะบอกเขาว่าไม่ทันแล้ว ฉันคิดไปไกลจนถึงอยู่บนเตียงกับเขาแล้วละ แต่ผู้ชายคนนี้แสนดีเกินไป เขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกินฉันถ้าหากว่าฉันไม่อ่อยเขาก่อน
แต่ว่าฉันไม่เคยอ่อยใครมาก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าจะต้องทำขนาดไหน จากการศึกษามาฉันจะลองบอกเขาเบา ๆ ก็แล้วกัน
"ฉันอยากไปสูดอากาศที่บ้านคุณหรือโรงแรมดี ๆ สักที่ค่ะ"
ฉันยิ้มหวานให้เขา แค่นี้เขาเรียกว่าอ่อยเบา ๆ หรือเปล่านะ หรือว่ามันจะจงใจเกินไป แต่ฉันก็อาศัยว่าตัวเองกำลังเมาฉันกล้าหาญที่จะพูดออกไปแบบนั้น
เขาหัวเราะคล้ายขบขันแล้วใช้นิ้วดีดที่หน้าผากของฉัน
"เมาจริงด้วยแฮะ"
ฉันจับหน้าผากตัวเอง รู้สึกว่าเหน่งกำลังทำเหมือนสนิทกับฉันเลย คนที่ชอบทำแบบนี้กับฉันมีแต่เจ้านายคนเดียวนะ เอ๊ะ หรือว่ามันเป็นอาการที่ผู้ชายทุกคนต่างก็ชอบทำกัน
ฉันทำงานกับเจ้านายมาสามปีแล้วและที่ผ่านมาไม่เคยสนิทกับผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา เลยไม่มั่นใจ
"ใช่ค่ะ ฉันเมา พาฉันไปนอนหน่อยนะคะ"
ฉันยิ้มหวานต่อ เอาละวิธีการอ่อยของฉันคงได้ผล สุดท้ายลงเอยที่เตียงสักที่ก็แล้วกัน ถึงเขาจะหล่อน้อยกว่าเจ้านายแต่ฉันก็ชอบเขาอยู่มาก
"ไปสิ"
เขาพูดแค่นี้ก็พยุงฉันออกมา แต่ฉันยังห่วงแว่นตาของฉันจึงมองหาอลิส
"แว่นตาค่ะ"
"ไม่ต้องห่วงผมเก็บไว้ให้แล้ว อย่าใส่เลยนะตอนนี้คุณสวยมาก"
เขากระซิบที่ข้างหูของฉันจนฉันรู้สึกจักจี้เพราะไอความร้อนที่ออกจากปากของเขานั่นแหละ ฉันพยักหน้าเขาเองก็ดื่มไปมากแต่กลับไม่เซเลยสักนิดเดียว
ฉันเองก็ลืมนึกไปเลยว่าหายกันออกมาสองคนไม่ได้บอกใคร เพื่อน ๆ จะเป็นห่วงหรือเปล่านะ แต่เมื่อมาถึงรถฉันก็ลืมไปแล้ว
"มายังไง"
เขาถามเสียงเบา ในตอนที่ฉันขึ้นรถก็ยังรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเบาะนั่งอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันในขณะที่ถามไปด้วย
"นั่งแท็กซี่มาค่ะ"
ฉันตอบเขาและเห็นใบหน้าของเขารางเลือน ให้ตายเถอะฉันเห็นใบหน้าของเจ้านายลอยมาอีกแล้ว ฉันพยายามขับไล่เขาออกจากสมองอย่างเต็มที่ วันนี้ทั้งวันตั้งแต่เมาเหล้าและถอดแว่นตาก็เอาแต่เห็นเขาอยู่ในความรางเลือน
ชิ้ว ชิ้ว ออกไปนะ
ฉันไล่เขาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมออกไป
ฉันทำเสียงชิ้ว ๆ ไปหลายครั้งจนเขาที่คาดเข็มขัดให้ฉันไม่ยอมขยับ ฉันจึงมองเขาตื่นตะลึง
"ไม่ได้ไล่คุณนะคะ ไล่ใครบางคนที่เอาแต่กวนอยู่ได้"
เสียงของฉันเบาหวิว เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่ระอยู่บนใบหน้า มันเป็นลมหายใจอุ่น ๆ และยังเจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ หรือว่าเป็นสัมผัสจากจมูกโด่งที่แตะจมูกของฉัน
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับฉันอีกแล้ว
"ร้อนจังเลยค่ะ"
ลมหายใจของฉันติดขัดเมื่อจู่ ๆ ริมฝีปากของเขาก็บดเบียดทาบทับลงมา ฉันตกตะลึงเพราะนี่คือครั้งแรกของฉันที่มีใครสักคนใช้ปากของเขาทาบทับอยู่บนปากของฉันแบบนี้
ฉันตัวแข็งค้างและรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
"เจ้านาย"
จู่ ๆ ฉันก็พูดคำนี้ออกมา ฉันยกมือหมายจะปิดปากพล่อย ๆ ของตัวเอง เมื่อออกมากับผู้ชายอีกคนที่ถูกใจในคืนดูตัวแต่ปากกลับไปเรียกหาใครอีกคน เขาหยุดชะงักไปเลยละเขาก็คงตกใจไม่น้อยแต่ฉันยังคิดเข้าข้างตัวเอง
หวังว่าเหน่งคงจะคิดว่าฉันบ้างานจนเก็บมาฝันหรอกนะ
ในขณะที่ฉันกลัวว่าเขาจะโกรธและรู้สึกผิด ฉันกลับได้ยินเขาหัวเราะ
"คิดว่าตัวเองอยู่กับใครกันละ ทำไมเอาแต่เรียกเจ้านายอยู่ได้ ในตอนนี้ไม่มีใครเป็นเจ้านายคุณสักหน่อย"
"ขอโทษค่ะ"
ฉันรีบบอกเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาก้มต่ำลงมาอีก คราวนี้เขาตรึงแก้มของฉันเอาไว้ แล้วพูดเบา ๆ
"คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ผมจะลงโทษคุณด้วยอะไรดีนะ"
"คือ"
ฉันอ้าปากคิดจะขอโทษเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอีกต่อไปแล้ว