ตอน 1

ฉันกำลังยืนอยู่หน้าผับแห่งหนึ่งเพื่อต่อคิวตรวจบัตรประชาชนด้วยหัวใจที่เต้นแรง เพราะอะไรน่ะเหรอนั่นก็เพราะว่านี่เป็นการเที่ยวผับครั้งที่สองในชีวิตของฉันก็ว่าได้

ครั้งแรกก็คือตอนจบปริญญาโทที่ถูกพี่ ๆ ที่จบด้วยกันลากมาเพราะไม่อาจปฏิเสธ และครั้งนั้นฉันกินเหล้าไปไม่กี่แก้วก็เมาหัวทิ่มเดือดร้อนเพื่อน ๆ ต้องหามไปส่งฉันถึงบ้าน

เมื่อถึงคิวของฉัน ฉันก็ส่งบัตรประชาชนให้ผู้ชายตัวโตท่าทางน่ากลัว ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า เขาตรวจบัตรฉันอย่างละเอียดก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงดุ ๆ

"ขอโทษครับเข้าไม่ได้"

ฉันขมวดคิ้วและคิดว่าตัวเองไม่ได้ยินที่เขาพูดชัดนักเพราะเสียงเพลงที่ดังออกมาจากด้านใน ฉันขยับแว่นหนา ๆ ของตัวเองแล้วเขย่งเท้าเพื่อเข้าใกล้หูของเขาแล้วถามเสียงดัง

"คุณว่าอะไรนะคะ"

"คือคุณเข้าไม่ได้ครับแต่งตัวไม่ถูกกาลเทศะ"

ฉันมึนงงเป็นอย่างมาก ฉันมองเขาแล้วชี้ที่ตัวเอง

"คุณหมายความว่ายังไงคะ"

"ดูคุณสิ แต่งตัวมาแบบนี้ได้ยังไง เหมือนป้าชะมัด นี่มันไม่ใช่ออฟฟิศนะคุณ นี่มันสถานที่เที่ยวไม่ใช่ตลาดนัดที่ป้าจะมาจ่ายตลาด"

พูดจบเขาก็มองสภาพการแต่งตัวเต็มยศ ด้วยชุดสูทสีดำกระโปรงยาวเกือบจะคลุมน่องและยังมีแว่นหนาเตอะที่ฉันใส่มาอีก ใช่ผมของฉันก็รวบตึงตามแบบฉบับเลขาที่สุภาพเรียบร้อย ยังมีรองเท้าส้นหนาสีดำสุภาพของฉันอีก

คู่นี้เป็นแบรนด์ดังราคาเป็นหมื่นนะยะ คุณท่านอุตส่าห์ซื้อให้ฉันเป็นของขวัญที่เรียนจบ คนพวกนี้ไม่มีตาเอาซะเลย ฉันโกรธจนตัวสั่น

ตั้งแต่เกิดมาคำชมเป็นสิ่งที่ฉันได้รับเสมอ ความต้านทานต่อคำด่าและถ้อยคำกดขี่ดูถูกแบบนี้จึงทำให้ฉันรับไม่ได้

"แล้วยังไง ฉันจะใส่อะไรก็เรื่องของฉัน นายเป็นใครมีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน ฉันเห็นสายตาของนายนะที่มองแบบดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้า นายกล้าดียังไงมาใช้สายตานี้กับฉัน"

ผู้ชายคนนั้นไม่ฟังที่ฉันพูดเขาหันไปสั่งคนที่ตัวเล็กกว่า

"แกพายัยป้านี่ออกไป อย่าให้มายืนเกะกะแถวนี้เสียเวลาชะมัด"

ฉันยังพูดไม่จบก็ถูกผู้ชายอีกคนลากให้ออกมายืนข้าง ๆ ทางเข้า เหมือนฉันเป็นตัวเกะกะไม่ใช่แขกคนหนึ่ง ทั้งยังทำหน้าเหยียด ๆ ฉันอีกด้วย

ถึงฉันจะเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดแต่ก็ไม่เคยให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่าย ๆ ฉันยกมือเท้าสะเอวแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพลางกดเข้าไปในเฟสบุคทำการไลฟ์สดทันที

แน่นอนว่าไม่มีใครสักคนที่เข้ามาดู แต่ฉันก็แอ๊บไปแบบนั้นแหละ

"คุณหมายความว่ายังไงที่ไม่ให้ฉันเข้า"

ท่าทางของผู้ชายคนนี้สุภาพลงทันทีที่ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะฉันเองก็ท่าทางเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย

"คือคุณแต่งตัวมาไม่ให้เกียรติสถานที่เลยนะครับ คุณดูคนอื่นสิ"

ฉันยังมึนอยู่แต่ก็ยังกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เอาล่ะฉันเห็นแล้วว่าคนอื่นแต่งตัวยังไง ใส่สายเดี่ยวเอวลอยแต่งหน้าจัดบางคนมีแค่ผ้าเช็ดหน้าคาดอก และยังนุ่งสั้นวับ ๆ แวม ๆ อวดขาที่เรียวบ้างไม่เรียวบ้างแบบนั้นเหรอ

ฉันตวาดเสียงดังกลับโดยไม่กลัวใครหน้าไหน จนคนที่ต่อแถวตรวจบัตรถึงกับหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว

โดดเด่นแบบนี้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติเหมือนตอนขึ้นเวทีคนแรกเพื่อรับใบประกาศนียบัตรในฐานะนักศึกษาที่จบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจริง ๆ เพราะมีคนดูฉันยิ่งมั่นใจในตัวเองและตั้งใจที่จะทวงสิทธิ์ของฉันอย่างเต็มที่

"แล้วไง คุณมีปัญหาอะไรไม่ทราบ"

"ก็อย่างน้อยควรแต่งแบบนั้นนะครับ ที่นี่ค่อนข้างสแกนคนเข้าครับ ต้องแต่งตัวดีและหน้าตาดีหน่อยครับถึงจะให้เข้าได้"

ฉันสบถคำหยาบออกมาคำหนึ่ง แล้วก็ต้องรีบขอโทษขอโพยให้พระอภัยให้ฉันในใจ ฉันตวาดเสียงดังและพูดดังขึ้นอีก

"สแกนคนเข้าเหรอ นายว่าฉันไม่สวยพอที่จะเข้าไปเที่ยวที่นี่เหรอยะ ไม่ทราบว่ามีกฎข้อไหนที่ระบุไว้ไม่ทราบ ว่าฉันต้องแต่งตัวยังไงถึงจะเข้าผับนี้ได้ เอาล่ะฉันเห็นทีว่าฉันต้องบันทึกเอาไว้และฟ้องพวกนายที่ทำให้เสียความรู้สึก และถือว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีของฉันซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง อย่าหาว่าฉันบูลลี่นายเลย ในเมื่อพวกนายมาบูลลี่ฉันก่อน นายเคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือเปล่ายิ่งคุณคนนั้นยิ่งหน้าตายังกะปลาบู่ชนเขื่อน หน็อยกล้ามาว่าฉันไม่สวยเหรอ พวกนายนี่มันหาเรื่องตายชัด ๆ"

ถึงฉันจะเป็นลูกแม่บ้านไม่รู้ว่าพ่อเป็นใคร แต่แม่ของฉันเป็นคนเหนือผิวขาวและสวย ส่วนไอ้คนที่มันพ่นน้ำอสุจิและจากไปคนนั้นหน้าตามันคงดีมาก เพราะฉันเป็นคนสวยคนหนึ่งเชียวล่ะ เพียงแต่ฉันไม่สามารถแสดงความสวยออกให้เป็นอันตรายต่อตัวเองได้

ถึงคนอื่นจะมองยังไงตัวฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับเรื่องนี้ในเมื่อนอกจากความสวยแล้ว เรื่องความสามารถของฉันก็โดดเด่นไม่เป็นรองใครมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นคนที่บังอาจบูลลี่ฉันพวกมันก็หาเรื่องให้ตัวเองแล้ว

"เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะฟ้องผับของพวกนาย เตรียมหางานใหม่ได้เลยฉันเก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว"

ว่าแล้วในเฟสของฉันก็มีคนเข้ามาดูแล้วสองสามคน หนึ่งในนั้นพิมพ์กลับมาอย่างรวดเร็ว ว่าให้ฉันรอที่นั่นและหลังจากนั้นก็มีสายหนึ่งโทรเข้ามา

ฉันรับสายและพนักงานคนนั้นที่ลากฉันมาไว้ข้าง ๆ ร้านเตรียมจะเผ่นหนีฉันจึงยึดแขนของเขาเอาไว้แน่น ไม่มีทางปล่อยไปเป็นอันขาด

"น้องเออยู่นั่นแหละพี่กำลังจะออกไปรับ ไอ้พวกนี้มันไม่รู้แล้วว่าใครเป็นใคร"

"ได้ค่ะ"

หลังวางสายโทรศัพท์ของฉันเกือบร่วง แต่ดีที่ใช้คางคีบเอาไว้ได้ในขณะที่สองมือตอนนี้ของฉันกำลังกอดแขนพนักงานคนนั้นไว้แน่น

"ปล่อยฉันนะยัยบ้า"

"หน็อยกล้าไม่ให้ฉันเข้าไป เพื่อนฉันออกมาพวกแกเจอดีแน่คอยดู"

พนักงานคนนั้นท่าทางหวาด ๆ อยู่ไม่น้อย ฉันยิ่งได้ใจยิ่งข่มขวัญเขาต่อ

"คอยดูว่าใครกันแน่ที่ต้องออกจากร้านนี้ในคืนนี้"

ฉันเป็นคนไม่เคยยอมใครถ้าฉันไม่ผิดฉันมักจะดื้อรั้นเสมอ เรื่องพวกนี้แม่ฉันที่เป็นแม่บ้านไม่ได้สอนแต่เป็นคุณนาบุหงาที่เลี้ยงฉันเหมือนลูกคนหนึ่ง

คุณนายบุหงาสอนฉันเสมอไม่เหยียบหัวใครและอ่อนน้อมถ่อมตนในขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้ใครรังแกและเอาเปรียบได้ คุณนายบุหงาเกลียดที่สุดคือการโดนเอาเปรียบ

เพราะแบบนี้จึงทำให้ฉันติดนิสัยเย่อหยิ่งมาโดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่ฉันกับเด็กคนนั้นกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ ผู้ชายตัวโตสองคนก็ออกมาห้ามด้วยความเร็ว คนหนึ่งเป็นเพื่อนที่เรียนปริญญาโทกับฉันชื่อพี่แป้ง เขาเป็นลูกชายคนสุดท้องของอดีต ผบ.ตร.ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

ในขณะที่อีกคนหนึ่งฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เกือบจะทำให้เด็กคนนั้นเข่าทรุดลงไปกับพื้น และฉันก็มารู้ทีหลังว่าผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าของร้านนั่นเอง

ฉันยิ้มอย่างชั่วร้าย ฉันไม่เห็นใจหรอกนะในเมื่อใครทำอะไรไว้ก็ต้องชดใช้ ฉันรีบฟ้องพี่แป้งโดยไม่รอช้า

"พี่แป้งคะพวกเขาบอกเอขี้เหร่ไม่ยอมให้เข้าค่ะ ยังดูถูกเอด้วยสายตาที่แสนน่ารังเกียจ แออัดคลิปไว้หมดแล้วค่ะวันนี้ทำเอาเอช้ำใจมากจะฟ้องทั้งผู้จัดการทั้งเจ้าของร้านและพนักงานที่ดูหมิ่นให้เข็ด"

พี่แป้งเองดูตกใจไม่น้อย เขาแตะแขนฉันเบา ๆ แล้วพาเข้าไปคุยกันที่ห้องวีไอพี

"น้องแป้งแค่เข้าใจผิดกันนะครับ เห็นแก่หน้าเพื่อนพี่หน่อยจะให้มันอบรมเด็กของมันอย่างดี น้องแป้งจะเอายังไงครับให้น้องมาขอโทษดีหรือเปล่า"

ฉันนั่งหน้าเชิด คิดแค่ว่าคืนนี้จะมาหาเรื่องสนุก ๆ และตื่นเต้นทำสักหน่อยแต่ต้องมารู้สึกหน้าชาเพราะโดนคนดูถูกแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ เลยละ ฉันจะยกโทษให้คนพวกนี้ได้จริงเหรอ

"คุณผู้หญิงครับผมต้องขอโทษจริง ๆ นะครับที่เด็กทำตัวแบบนี้"

เจ้าของผับกล่าวขอโทษฉันด้วยใจจริง ฉันเห็นหน้าซีด ๆ ของเขาแล้วก็ถอนหายใจ และแล้วโทรศัพท์ของฉันจึงขอตัวรับสาย

เอแกดังแล้ว เกิดอะไรขึ้นคลิปของแกว่อนเน็ตแล้ว

เพื่อนป.ตรีของฉันเพียงคนเดียวชื่อนิสาโทรมาหลังสี่ทุ่มซึ่งเป็นเวลานอนของนางทำให้ฉันถึงกับตกใจที่คนรักสุขภาพอย่างนิสายังไม่นอนอีก

ทำไมเกิดอะไรขึ้น

ก็คลิปของแกที่ถูกเหยียดกำลังดังว่อนเน็ตแล้ว คนแบนผับนี้และเข้ามาให้ความเห็นกันเพียบแกดูแชร์สิแป๊บเดียวหลายพันอีกไม่นานขึ้นเป็นหมื่นแน่แก

ฉันรีบวางสายจากนิสาแล้วเข้าไปดูเฟสบุคของตัวเอง ฉันยิ้มเย็นอย่างเหี้ยมโหด ในที่สุดสวรรค์ก็จัดสรรให้พวกขี้เหยียดไม่มีที่ยืนในสังคมจริง ๆ แล้วสินะ

ฉันยื่นโทรศัพท์ให้พี่แป้งดูและพูดด้วยน้ำเสียงนางเอก

"แย่แล้วค่ะพี่แป้ง ไม่คิดว่าคนจะแชร์กันเยอะขนาดนี้เกิดอะไรขึ้นคะ"

พี่แป้งรับโทรศัพท์จากฉันและยื่นให้เจ้าของผับดู เขาเกิดหน้าซีดเป็นกระดาษยกมือกุมขมับทันทีแล้วมองไปที่พนักงานสองคนที่ก่อเรื่องด้วยสายตาตำหนิ

และฉันก็พูดขึ้นมาว่า

"ว๊า แย่จังเหมือนจะมีคนตกงานแล้วนะคะคราวนี้"

ตอน 2

หลังจากเกิดเรื่องขึ้นฉันก็ได้รับคำขอโทษจากพนักงานทั้งสองพร้อมด้วยผู้จัดการร้านและเจ้าของร้านที่ไม่รู้ว่าไปหากระเช้ามาอย่างว่องไวกลางดึกแบบนี้ที่ไหน ที่แม้แต่ป้ายราคาก็ยังไม่แกะออก

เพราะเกรงใจพี่แป้งและฉันเองก็ได้รับความสะใจอยู่บ้างจึงทำให้ฉันคลายความโกรธลง และยอมลบคลิปแต่โดยดีโดยเจ้าของร้านสัญญาว่าจะปรับปรุงการให้บริการลูกค้าใหม่อีกครั้ง

ในเน็ตคนส่วนใหญ่เข้าข้างฉันในขณะที่มีบางส่วนที่ยังแซะเรื่องหน้าตาและการแต่งตัวของฉันอยู่บ้าง แต่น่าประหลาดใจที่มีข้อความของทนายความคนหนึ่งเข้ามาโพสว่าหากใครในนี้ไม่หยุดปากแซะฉันก็ให้รอรับหมายศาลไว้เลย คอมเม้นต์พวกนี้จึงไม่มีให้เห็นอีก

ฉันเองก็ไม่ใส่ใจแล้วจึงลบทิ้งไป แต่นั่นเป็นเพราะว่านิสาเพื่อนของฉันนั้นได้แคปเอาไว้แล้วและคงมีชาวเน็ตอีกมากที่แคปเอาไว้เช่นกันว่าเป็นผับไหน เรื่องนี้คงสร้างความเสียหายให้เจ้าของผับอยู่มาก

แต่ฉันไม่ใช่คนดีและค่อนข้างใจดำ คนพวกนี้ดูถูกคนมาเยอะแล้วแต่ไม่เจอคนจริงสักทีสมควรแล้วที่จะเจอเข้าสักวัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาคอยดูถูกกันอีก

"พี่แป้งคะเอกลับดีกว่าค่ะ รู้สึกไม่ดีแล้วที่จะอยู่เที่ยว"

ฉันอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ และกลัวว่าจะส่งผลถึงเวลาไปทำงาน ฉันเป็นคนรักงานและทุ่มเทให้กับงานของฉันมาก หากมีอะไรมากระทบกับงานฉันย่อมไม่โอเค เรื่องผู้ชายก็เอาไว้วันหลังเถอะ

"แต่น้องเอครับนัดบอดเอาไว้แล้วนะครับ น้องเอจะไม่ออกไปหาเขาหน่อยเหรอครับ"

ฉันเป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและมีจุดมุ่งหมายในชีวิตมาตลอด

เพราะแบบนี้อะไรที่มาขวางทางทำให้ฉันเลือกที่จะทิ้งมันไปและไม่สนใจ ที่ผ่านมาฉันคิดว่าการมีแฟนจะทำให้การเรียนของฉันตกต่ำฉันเลยเลือกที่จะใช้ชีวิตไปตามเส้นทางที่คุณนายบุหงาขีดเส้นเอาไว้จนกระทั่งฉันสำเร็จแล้ว

ฉันได้ตำแหน่งเลขาท่านประธานมาเพราะเป็นคุณนายบุหงาที่ผลักดัน และวันนี้คุณนายบุหงาก็คงจะรู้ว่าได้ทำลายชีวิตช่วงวัยรุ่นของฉันไปแล้ว จึงได้เอ่ยปากบอกให้ฉันออกมาเที่ยวเหมือนคนอื่นเขาบ้างเพื่อเปิดหูเปิดตา

เมื่อคิดถึงคุณนายบุหงาฉันจึงคิดจะอยู่ต่ออีกหน่อย ฉันจึงพยักหน้า

"ก็ได้ค่ะ แต่อยากร้องคาราโอเกะไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะ รู้สึกไม่ดีจริง ๆ เราไปที่ร้านคาราโอเกะกันเลยได้หรือเปล่าคะ"

ฉันมองกระเช้าที่ได้รับมาพร้อมคำขอโทษ เมื่อพี่แป้งลูกชายผู้มีอิทธิพลเคลียร์ทุกอย่างจนเรียบร้อยตอนนี้เด็กทั้งร้านจึงไม่มีใครไม่รู้จักฉัน เวลาเดินผ่านทุกคนก้มหัวแทบจะติดพื้นจนฉันหัวเราะในใจ

เพราะแบบนี้คนเรานอกจากเงินแล้วต้องมีอิทธิพลยังไงล่ะ มันทำให้ได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นและต่อให้คนพวกนั้นเกลียดเราและดูถูกเราแค่ไหนก็ไม่กล้าแสดงออกมาให้เราคับข้องใจ

เพราะฉันเป็นลูกคนใช้ฉันจึงถูกเพื่อนในโรงเรียนดูถูก แต่เชื่อหรือเปล่าว่าเพราะอิทธิพลของคุณนายบุหงาและเกราะแห่งความเก่งกาจที่ฉันสร้างขึ้นจึงไม่มีใครกล้าแสดงออกต่อหน้าฉันสักคนเดียว และฉันก็ไม่เคยปิดบังใครว่าแม่ฉันเป็นแค่คนรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ

เพราะไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไรก็ตาม หากมันเป็นอาชีพสุจริตแล้วสำหรับฉันถือว่ามีเกียรติไม่ต่างกัน ฉันค่อนข้างภูมิใจเลยละที่แม่ของฉันเป็นแม่บ้านของสกุลวงศ์สุริยะที่แสนขยันและซื่อสัตย์มาจนท่านอายุเข้าสู่วัยหกสิบห้าปี

ทุกคนรู้ว่าเกิดเรื่องกับฉันจึงยอมเปลี่ยนไปร้านคาราโอเกะที่อยู่ไม่ไกลนัก ที่นี่ก็นับว่าหรูหราอยู่ไม่น้อยสังเกตได้จากการที่พี่แป้งผู้ชายหล่อเหลาแสนดีคนนี้ทักทายคนรู้จักเหมือนมาหาเสียงกันเลยทีเดียว

คนทั้งหมดมากันสิบคน ชายห้าหญิงห้าพวกเขาต่างเป็นแฟนกันและพี่แป้งเองก็มีคู่ควงเหมือนจะเป็นดาราอะไรสักอย่าง เธอสวยมากเลยละ และคู่นัดบอดของฉันก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องของพี่แป้งอายุมากกว่าฉันปีหนึ่งเขาชื่อเหน่งอายุยี่สิบหกปีเพิ่งเลิกกับแฟน

ฉันคุยกับเขาเท่าที่จำเป็นเพราะปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว และเขาเองก็พูดเก่งจึงทำให้ฉันไม่ต้องอึดอัดมากจึงฟังเขาได้แบบเพลิดเพลิน

ที่น่าประหลาดใจคือ เขามองเห็นความสวยของฉันด้วย เขาชมฉันไม่หยุดนั่นทำให้ฉันอารมณ์ดีภายในพริบตา ตั้งแต่เกิดมาคนที่ชมฉันว่าสวยจริงจังก็คงเป็นเขาคนแรก

เพราะภายใต้ภาพลักษณ์ที่เฉยแบบนี้ฉันเองก็ย่อมรู้ตัวดีว่ายากที่จะถูกตาต้องใจพวกผู้ชาย แต่ฉันไม่สามารถแต่งตัวได้เพราะเจ้าสัวนทีเจ้าชู้มากจนคุณนายใหญ่กลัวว่าจะมาทำลายเด็กสาวไร้เดียงสาแบบฉัน

ฉันจึงถูกสวมด้วยคราบของเงาะป่ามาเกือบตลอดชีวิต แน่นอนว่ามันทำให้ฉันติดการแต่งตัวแบบนี้ไปโดยไม่รู้ตัว

"คุณเอไม่อยากลองอะไรใหม่ ๆ เหรอคะ"

จู่ ๆ คู่ควงของพี่แป้งที่ชื่ออลิสก็ถามฉันขึ้น

"หมายความว่ายังไงคะ"

อลิสหัวเราะแล้วยกมือปิดปาก มือเรียว ๆ นั่นทาเล็บสีแดงสดยิ่งทำให้มือของเธอขาวขึ้น ฉันไม่เคยทาเล็บเลยสักครั้งในชีวิต เห็นแบบนั้นก็คิดอยากจะลองทาดูบ้าง

"พอดีอลิสเป็นสไตล์ลิสต์ด้วยนะคะ เห็นคุณเอแล้วนึกอยากแต่งตัวให้จริง ๆ อลิสยังมีห้องเสื้อด้วยในรถมีเสื้อผ้าหลายถุงเลย วันนี้ถ้าคุณเอไม่รังเกียจพอจะลองสวมให้อลิสสักครั้งได้หรือเปล่าคะ จะเลือกที่สวยที่สุดเลยค่ะ"

ฉันหัวเราะออกมา "อะไรมันจะบังเอิญแบบนั้นคะ อีกอย่างเกรงใจคุณอลิสนะคะ"

คราวนี้อลิสถึงกับลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ฉันแล้วจับมือของฉันเอาไว้ สายตายังอ้อนวอนฉันด้วย

เอาละสิ ฉันนะเป็นพวกแพ้ความสวยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความสวยอะไรก็ตามที่ดูดีหรือกระทั่งผู้ชายหล่อ ๆ ฉันก็แพ้หมด

ฉันชอบพี่แป้งเพราะเขาหล่อและเก่ง แต่ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบคนรัก แต่ชอบแบบชอบดาราประมาณนั้น เขาเจ้าชู้เกินไปจนฉันกลัวเกินไปที่จะชอบเขาแบบนั้น

"ลองดูนะครับ ผมก็อยากเห็น ผมอยากให้ใคร ๆ รู้ว่าผมตาถึงแค่ไหน"

เหน่งยุอีกแรง คืนนี้เขาเองก็ชมฉันมามาก ตาเอย คิ้วเอย ปากเอย กระทั่งรูปหน้าของฉัน ไม่มีจุดไหนที่คุณเหน่งไม่ชม คราวนี้พี่แป้งก็ร่วมเชียร์กับเขาด้วย เพื่อน ๆ ของฉันรวมทั้งคู่เดทของทุกคนอยากเห็นฉันในลุคที่ต่างออกไป

ฉันกินเหล้าไม่เก่งแต่ก็กินจนเกือบจะหมดแก้ว เหมือนตัวเองจะเมาแล้วด้วยเมื่อได้รับคำยุยงสติก็ลอยไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นตัวเองอีกทีก็อยู่ในชุดรัดรูปสีแดงสดที่โชว์เรียวขาเรียวและด้านบนยังเป็นสายคล้องคอเปิดหลังสุดเซ็กซี่ที่ฉันต้องอ้าปากค้างตกใจจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว

"คุณอลิสคะ คือว่ามันโป๊ไปค่ะ"

ฉันยกมือปิดหน้าอกใหญ่ ๆ ของตัวเองทันใด ความรู้สึกว่าลมมันเย็นเป็นแบบนี้เอง

อลิสยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่ช่วยจัดนมปลอมที่เป็นซิลิโคนแปะที่นมจริงให้ฉันอีกชั้นหนึ่ง

"นี่อะไรคะ"

ฉันไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกถอดเสื้อชั้นในแสนเชยออกไปตอนไหน มือยังจับที่กางเกงในของตัวเองดีนะที่ยังคงอยู่จึงไม่ได้รู้สึกเย็นเกินไป

ฉันเมาขนาดไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ ถึงได้ปล่อยให้อลิสจับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาแบบนี้"

"เป็นเสื้อชั้นในแบบแปะค่ะ รับรองว่าเหนียวไม่หลุด กันเหงื่อกันน้ำค่ะ ถ้าไม่ดึงยังไงก็ไม่หลุดตอนใส่ชุดเปิดหลังจะได้สวย ๆ ไงละคะ"

"อ่อ เอไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลยนะคะ"

"อลิสชอบคุณเอค่ะ เราเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่าคะ คุณเอนะแปลกค่ะคนสวย ๆ แบบนี้แต่กลับปิดความสวยของตัวเองจนมิด ดูน่าค้นหาดี"

ฉันหัวเราะ ไม่คิดว่าอลิสจะคิดกับฉันแบบนี้ แต่ในเมื่อเธอต้องการเป็นเพื่อนฉันก็ตอบรับอยู่แล้ว มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู

"ยินดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่มอบความสวยให้วันนี้"

ฉันไม่รู้ว่าอลิซทำอะไรกับหน้าของฉันบ้าง เพราะเวลาที่ฉันสวมแว่นหนาเตอะของฉันและฟังอลิซบ่นเบา ๆ ว่าควรไปทำเลสิกหรือใส่คอนแทคเลนส์จะสวยกว่านี้ทำให้ฉันหยุดคิดถึงเรื่องนี้

"เอเห็นด้วยกับอลิซนะคะ ไม่ใช่เพราะอยากสวยแต่มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องห่วงกับแว่นตาอีก"

ฉันพูดเบา ๆ อะไรที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นฉันชอบอยู่แล้ว อลิซใช้เวลาแปลงกายฉันไม่นาน เธอก็พาฉันกลับเข้ามาโชว์ตัวที่ห้องคาราโอเกะให้เพื่อน ๆ ได้ชมโฉม

ฉันเองใจเต้นไม่น้อยเมื่อนึกถึงว่าตัวเองเหมือนกำลังออกรายการเมคโอเวอร์อะไรสักอย่าง แม้ว่าในตอนนี้ทุกคนจะค่อนข้างเมาและมีแต่เพื่อนกันก็ตามที

เมื่อประตูเปิดออก โลกของฉันก็เปลี่ยนไป เพราะอะไรนะเหรอ

เพราะทันทีที่ฉันเข้ามาฉันก็ต้องถอดแว่นเพื่อให้ทุกคนเห็นหน้าที่สวยงามของฉัน ฉันจึงได้รับการต้อนรับจากคู่เดทของฉันทันใด

ตอน 3

"คุณเอสวยมาก ๆ ครับ สวยจนผมตะลึงเลย หุ่นก็ดีมาก ๆ เหมือนนางแบบเลยนะครับ แบบนี้ยิ่งทำให้ผมหวงคุณเอ"

ฉันนั่งตัวลอยให้เขารินเหล้าให้และยกขึ้นดื่มอีกหลายแก้ว ความจริงแก้วที่สามฉันก็ไม่รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้พูดอะไรเพราะมันคล้ายกับมีเสียงหึ่ง ๆ อยู่ที่หูของฉัน ฉันตาลายเพราะไม่ได้ใส่แว่นและฉันก็เมาจนเวียนหัวและอยากจะอ้วก

เมื่ออาการถึงขั้นใกล้วิกฤติฉันจึงหยุดดื่ม คู่เดตของฉันเป็นทนายความและเป็นนักธุรกิจด้วย โปรไฟล์ของเขาค่อนข้างดี ฉันคิดว่าวันนี้หากต้องมีอะไรกับเขาก็จะยินดี

เพราะฉันเตรียมตัวเอาไว้แล้วที่จะเสียซิงให้เขา เขาคือคนที่ฉันเลือก

ฉันปวดฉี่เลยขอตัวเดินทุลักทุเลไปห้องน้ำคนเดียว พอกลับมาจากห้องน้ำทำไมฉันถึงเห็นหน้าของเขาเป็นหน้าคนคุ้นเคยไปได้ ฉันบ้างานจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าหน้าของเจ้านายจะตามมาหลอกหลอนฉันจนถึงตอนนี้

ไม่นะ

ฉันยกมือขึ้นจับหน้าของเขาเอาไว้ แล้วตบเบา ๆ

"คุณเหน่งทำไมหน้าถึงได้เหมือนเจ้านายขนาดนี้คะ นี่ฉันเพ้อไปเองหรือเปล่า"

ฉันบีบแก้มของเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ แต่คุณเหน่งไม่หัวเราะ เขาถามฉันเสียงทุ้ม

"แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ ผมคือเหน่งหรือว่าเจ้านายของคุณ ธันวา"

ฉันกลอกตาไปมา หัวเริ่มมึนแล้วละนะ รู้สึกว่าโลกกำลังหมุนจึงร้องขอน้ำเปล่าเย็น ๆ ก่อนที่จะคุยกับเขาต่อ

"น้ำค่ะ ขอน้ำหน่อยค่ะ ขอเย็น ๆ รู้สึกไม่ดีเลย"

"คุณไม่กินเหล้าไม่ใช่เหรอ"

เขาป้อนน้ำให้ฉัน ฉันจับมือของเขาเอาไว้รู้สึกว่ามือนี้เรียวและใหญ่ดีแฮะ ปกติฉันไม่เคยได้จับมือกับใครนักหรอก ค่อนข้างหวงเนื้อหวงตัวและมักจะใส่เสื้อสูทตัวใหญ่คลุมตัวเองเอาไว้เสมอ

หากวันนี้ไม่นึกครึ้มอยากแต่งสวยก็ไม่มีทางแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด แต่ว่าเหมือนฉันจะชอบแล้วสิ เมื่อฉันแต่งแบบนี้ใคร ๆ ก็จ้องมองฉันแทบไม่ละสายตา

ก็น่าตื่นเต้นและน่าสนใจดีแฮะ

จนกินน้ำจนหมดแก้ว และยังรู้สึกคอแห้งอีก

"คุณเหน่งขออีกแก้วค่ะ"

คราวนี้เขารินให้ฉันแค่ครึ่งแก้ว และป้อนฉันจนหมด

"พอได้แล้ว"

น้ำเสียงของเขาค่อนข้างห้วน หลังจากฉันกินน้ำแล้วยังคิดจะดื่มต่อ เขาดึงแก้วเหล้าออกจากมือของฉันไปวางไว้ที่ไหนก็ไม่รู้

จู่ ๆ เมื่อได้ยินเสียงของเขาก็ทำให้ฉันนึกถึงคุณธันวาเจ้านายของฉันอีกจนได้ เสียงทุ้ม ๆ นี้ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกประหลาด เหมือนความร้อนกำลังแผ่ขยายออกจากข้างในและไหลเวียนไปทั่วร่างกายช้า ๆ มันทำให้ฉันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา

ความกล้าหาญ

ฉันเคยคิดอยากทำแบบนี้กับเจ้านายสักครั้ง เขาเป็นคนหน้าตาดี หล่อ เพอร์เฟค เก่ง ฉลาด แต่ข้อเสียคือเขาเจ้าชู้ไม่ต่างจากเจ้าสัวพ่อของเขาที่มีเมียน้อยเป็นสิบคน ทำให้ฉันไม่ชอบนิสัยข้อนี้ของเขานักและตัดใจไม่คิดชอบเขาอีก

แต่คู่เดทของฉันวันนี้ทำให้ฉันคิดถึงเขาจนได้

และแล้วฉันก็มองเห็นปากของเขาอย่างชัดเจน แว่นของฉันถูกคุณอลิสยึดไปแล้ว และทุกคนตอนนี้ต่างสนใจกับคู่ของตัวเองและเปิดเพลงคลอ ๆ เป็นเพลงที่โรแมนติกมากพวกเขาออกไปเต้นรำกัน ส่วนฉันไม่มีแรงแม้แต่จะยืน

ฉันพยายามหันไปมองทางอื่น แต่ริมฝีปากของเหน่งก็ดึงดูดฉันอีกครั้ง ฉันยกมือแตะ ๆ ริมฝีปากของเขาเบา ๆ แล้วลูบไล้ช้า ๆ

"ปากของคุณสวยจังเลยนะคะ เหมือนปากของเจ้านายเลย ยังมีเสียงของคุณอีกเซ็กซี่ชะมัด"

เขายกมุมปาก ฉันเห็นว่าเขายิ้ม

"เมาแล้วใช่หรือเปล่า"

ฉันส่ายหน้า

"ไม่เมาเลยค่ะ ยังไหว ฉันพูดจากความรู้สึก"

เขาคล้ายจะหัวเราะ

"ปกติเห็นเย็นชาและไม่พูดมากแบบนี้นี่ วันนี้แต่งตัวสวยทำให้คนมองและใจเต้นเหรอถึงได้กล้าหาญขนาดนี้"

ฉันรู้สึกผิดปกติ หรือว่าเป็นเพราะฉันเมาถึงได้รู้สึกว่าคุณเหน่งคล้ายกับเจ้านายจนไม่น่าเชื่อ ฉันมองหาอลิซอยากได้แว่นของตัวเองคืน แต่สายตาของฉันพร่าไปหมดไม่รู้แล้วว่าใครคือคุณอลิส

"หาใคร"

เสียงทุ้มคุ้นเคยถามขึ้นมาอีก

"หาอลิส อยากได้แว่นคืนค่ะ"

เขายิ้มหรือเปล่านะ ฉันไม่แน่ใจ

"ทำไมละ พอไม่มีแว่นแล้วกล้าไม่ใช่เหรอ อยู่แบบนี้แหละอย่าไปกวนคนอื่นเลย"

เขาทำไมรู้ใจฉันขนาดนี้ ดวงตาที่พร่าเลือนทำให้ความกล้าเกิดขึ้นและร่วมกับฤทธิ์ของเหล้านี่ทำให้ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันรู้สึกถูกใจเขามาก

และฉันจะยอมเสียสาวให้เขา คราวนี้จะได้รู้แล้วว่าการเสียตัวเป็นยังไง

"เราออกไปกันดีหรือเปล่าครับ"

ฉันเองก็ตกใจไม่น้อย ถึงภาพลักษณ์ภายนอกของฉันจะเป็นสาวเฉิ่มที่ใคร ๆ คิดว่าเป็นประเภทป้าบ้างานคนหนึ่ง แต่ที่จริงฉันเป็นสาวที่ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นและก็เก็บกดเรื่องทางเพศมานานเลยละ

ฉันเคยแอบดูหนังโป๊บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโป๊แบบขัดขืนแต่ครางเสียงดังแบบญี่ปุ่น หรือโป๊แบบใส ๆ เรียบร้อยแบบเกาหลี หรือโป๊แบบดุดันเผ็ดมันส์แบบฝรั่ง หรือโป๊แบบมีวิทยายุทธ์แบบจีนฉันก็ผ่านตามาหมดแล้ว

คราวนี้จะได้ลองทำจริงสักทีก็อดตื่นเต้นจนแทบจะสร่างเมาอยู่ไม่น้อย

คงเป็นเพราะว่าฉันเงียบมากเขาถึงได้ถามซ้ำ และคงกลัวว่าฉันจะตกใจเขาจึงรีบปฏิเสธ

"อย่าคิดมากนะครับ ผมแค่จะพาคุณไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเผื่อจะดีขึ้น"

"อ้อ"

ฉันอยากจะบอกเขาว่าไม่ทันแล้ว ฉันคิดไปไกลจนถึงอยู่บนเตียงกับเขาแล้วละ แต่ผู้ชายคนนี้แสนดีเกินไป เขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกินฉันถ้าหากว่าฉันไม่อ่อยเขาก่อน

แต่ว่าฉันไม่เคยอ่อยใครมาก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าจะต้องทำขนาดไหน จากการศึกษามาฉันจะลองบอกเขาเบา ๆ ก็แล้วกัน

"ฉันอยากไปสูดอากาศที่บ้านคุณหรือโรงแรมดี ๆ สักที่ค่ะ"

ฉันยิ้มหวานให้เขา แค่นี้เขาเรียกว่าอ่อยเบา ๆ หรือเปล่านะ หรือว่ามันจะจงใจเกินไป แต่ฉันก็อาศัยว่าตัวเองกำลังเมาฉันกล้าหาญที่จะพูดออกไปแบบนั้น

เขาหัวเราะคล้ายขบขันแล้วใช้นิ้วดีดที่หน้าผากของฉัน

"เมาจริงด้วยแฮะ"

ฉันจับหน้าผากตัวเอง รู้สึกว่าเหน่งกำลังทำเหมือนสนิทกับฉันเลย คนที่ชอบทำแบบนี้กับฉันมีแต่เจ้านายคนเดียวนะ เอ๊ะ หรือว่ามันเป็นอาการที่ผู้ชายทุกคนต่างก็ชอบทำกัน

ฉันทำงานกับเจ้านายมาสามปีแล้วและที่ผ่านมาไม่เคยสนิทกับผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา เลยไม่มั่นใจ

"ใช่ค่ะ ฉันเมา พาฉันไปนอนหน่อยนะคะ"

ฉันยิ้มหวานต่อ เอาละวิธีการอ่อยของฉันคงได้ผล สุดท้ายลงเอยที่เตียงสักที่ก็แล้วกัน ถึงเขาจะหล่อน้อยกว่าเจ้านายแต่ฉันก็ชอบเขาอยู่มาก

"ไปสิ"

เขาพูดแค่นี้ก็พยุงฉันออกมา แต่ฉันยังห่วงแว่นตาของฉันจึงมองหาอลิส

"แว่นตาค่ะ"

"ไม่ต้องห่วงผมเก็บไว้ให้แล้ว อย่าใส่เลยนะตอนนี้คุณสวยมาก"

เขากระซิบที่ข้างหูของฉันจนฉันรู้สึกจักจี้เพราะไอความร้อนที่ออกจากปากของเขานั่นแหละ ฉันพยักหน้าเขาเองก็ดื่มไปมากแต่กลับไม่เซเลยสักนิดเดียว

ฉันเองก็ลืมนึกไปเลยว่าหายกันออกมาสองคนไม่ได้บอกใคร เพื่อน ๆ จะเป็นห่วงหรือเปล่านะ แต่เมื่อมาถึงรถฉันก็ลืมไปแล้ว

"มายังไง"

เขาถามเสียงเบา ในตอนที่ฉันขึ้นรถก็ยังรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเบาะนั่งอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันในขณะที่ถามไปด้วย

"นั่งแท็กซี่มาค่ะ"

ฉันตอบเขาและเห็นใบหน้าของเขารางเลือน ให้ตายเถอะฉันเห็นใบหน้าของเจ้านายลอยมาอีกแล้ว ฉันพยายามขับไล่เขาออกจากสมองอย่างเต็มที่ วันนี้ทั้งวันตั้งแต่เมาเหล้าและถอดแว่นตาก็เอาแต่เห็นเขาอยู่ในความรางเลือน

ชิ้ว ชิ้ว ออกไปนะ

ฉันไล่เขาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมออกไป

ฉันทำเสียงชิ้ว ๆ ไปหลายครั้งจนเขาที่คาดเข็มขัดให้ฉันไม่ยอมขยับ ฉันจึงมองเขาตื่นตะลึง

"ไม่ได้ไล่คุณนะคะ ไล่ใครบางคนที่เอาแต่กวนอยู่ได้"

เสียงของฉันเบาหวิว เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่ระอยู่บนใบหน้า มันเป็นลมหายใจอุ่น ๆ และยังเจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ หรือว่าเป็นสัมผัสจากจมูกโด่งที่แตะจมูกของฉัน

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับฉันอีกแล้ว

"ร้อนจังเลยค่ะ"

ลมหายใจของฉันติดขัดเมื่อจู่ ๆ ริมฝีปากของเขาก็บดเบียดทาบทับลงมา ฉันตกตะลึงเพราะนี่คือครั้งแรกของฉันที่มีใครสักคนใช้ปากของเขาทาบทับอยู่บนปากของฉันแบบนี้

ฉันตัวแข็งค้างและรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา

"เจ้านาย"

จู่ ๆ ฉันก็พูดคำนี้ออกมา ฉันยกมือหมายจะปิดปากพล่อย ๆ ของตัวเอง เมื่อออกมากับผู้ชายอีกคนที่ถูกใจในคืนดูตัวแต่ปากกลับไปเรียกหาใครอีกคน เขาหยุดชะงักไปเลยละเขาก็คงตกใจไม่น้อยแต่ฉันยังคิดเข้าข้างตัวเอง

หวังว่าเหน่งคงจะคิดว่าฉันบ้างานจนเก็บมาฝันหรอกนะ

ในขณะที่ฉันกลัวว่าเขาจะโกรธและรู้สึกผิด ฉันกลับได้ยินเขาหัวเราะ

"คิดว่าตัวเองอยู่กับใครกันละ ทำไมเอาแต่เรียกเจ้านายอยู่ได้ ในตอนนี้ไม่มีใครเป็นเจ้านายคุณสักหน่อย"

"ขอโทษค่ะ"

ฉันรีบบอกเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาก้มต่ำลงมาอีก คราวนี้เขาตรึงแก้มของฉันเอาไว้ แล้วพูดเบา ๆ

"คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ผมจะลงโทษคุณด้วยอะไรดีนะ"

"คือ"

ฉันอ้าปากคิดจะขอโทษเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอีกต่อไปแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED