“คุณหนูเจ้าคะ” เสียงของสาวใช้ดังขึ้นจากด้านนอก
“พี่หลิวหนิงหรือ” เสียงหวานร้องถาม ก่อนจะผุดลุกจากเตียงแล้วเดินมานั่งบนโต๊ะไม้ขัดเงาที่ตั้งอยู่กลางห้องด้วยท่าทางเกียจคร้าน แต่งามหยดย้อยดังเทพธิดา
“บ่าวเองเจ้าค่ะ”
“เข้ามาเถอะ”
สิ้นเสียงคำอนุญาตประตูได้ถูกเปิดออก ตามมาด้วยสาวใช้คู่กายที่ดูแลกันมาตั้งแต่นางยังเด็กจนกระทั่งบัดนี้ ไป๋หลานเฟยจึงนับนางเป็นสหายคนหนึ่ง
หลิวหนิงเดิมค้อมตัวอย่างสาวใช้ที่มีถูกอบรมเป็นอย่างดีมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้านายของตน
“บ่าวมาแต่งตัวให้คุณหนูเจ้าค่ะ” หลิวหนิงเสนอตัวอย่างขันแข็ง
ไป๋หลานเฟยพยักหน้าอนุญาต วันนี้ว่าที่สามีของนาง ซึ่งเป็นชายที่นางเคยพบอยู่ไม่กี่ครั้งจะมาเยี่ยมหา เขาเป็นถึงบุตรชายของอัครเสนาบดีผู้เลื่องลือ ทันทีที่ท่านพ่อของนางได้รับคำทาบทามจากแม่สื่อ ท่านใช้เวลาขบคิดเพียงแค่สามราตรีก็ตอบตกลง
นางเองไม่เคยขัดท่านพ่อกับท่านแม่มาก่อน ด้วยนิสัยหัวอ่อนว่าง่าย และอยู่ในวัยที่เหมาะสมจะออกเรือนได้แล้ว การที่ทั้งสองซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนานเลือกคู่ให้ ก็น่าจะเป็นการรับประกันถึงสามีที่น่าจะทำให้นางมีความสุขได้ โดยเฉพาะถ้าเป็น คุณชายจางเจียหรงแล้วละก็ ยิ่งไม่น่าจะมีข้อผิดพลาดประการใดไปได้
“คุณหนูอยากสวมชุดสีอะไรเป็นพิเศษไหมเจ้าคะ”
“ข้าอยากได้ชุดสีฟ้าอ่อนปักลายเหลียนฮวาที่ใส่ประจำ” นางตอบแล้วถอนหายใจ ถามสาวใช้อย่างเป็นกังวล “พี่หลิวหนิงว่าเขาพอใจในตัวข้าไหม”
“คุณหนูหมายถึงคุณชายเจียหรงหรือเจ้าคะ” หลิวหนิงถามพลางมองเจ้านายด้วยสายตาเอ็นดู
“ก็ต้องเขานะสิ จะเป็นใครไปได้” นางว่าให้อย่างไม่จริงจังนัก คิ้วเรียวได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างคนที่มีอะไรให้คิดหนักอยู่ในใจ
“มีสิ่งใดทำให้คุณหนูแสนงามของบ่าว ผู้ที่แค่แย้มยิ้มก็ทำให้ผู้คนถึงกับต้องเข่าอ่อน เป็นกังวลไปได้” หลิวหนิงตอบพร้อมกับสางเส้นผมยาวสลวยให้นางไปด้วย
นางหัวเราะเสียงร่าเริง “เจ้าน่ะชมข้าเกินไป แต่จะว่าก็ว่าเถอะ หญิงงามมีนับร้อยพันและว่าที่สามีของข้าคนนี้ก็คงพบเห็นมาแล้วมิใช่น้อย ข้าจะมัดใจเขาเอาไว้ได้อย่างไรกัน” นางเป็นกังวล เพราะยามเมื่อแต่งออกไปแล้วชีวิตของนางต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของสามีล้วน ๆ
“เท่าที่บ่าวรู้” หลิวหนิงเกริ่น แล้วยกมือป้องปากทำท่ากระซิบกระซาบ “นอกจากเรื่องงานบ้านงานเรือนแล้ว เรื่องบนเตียงก็ต้องดีด้วยนะเจ้าคะ ถึงจะทำให้สามีอยู่ติดบ้าน ไปไหนไม่รอด”
คุณหนูในห้องหอเช่นไป๋หลานเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็หน้าแดง
“พี่หลิวหนิงไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากไหนกัน อย่าเที่ยวพูดไปเรื่อยเชียว” นางว่าจบก็ค้อนปะหลักปะเหลือกให้สาวใช้
ผู้เป็นบ่าวหัวเราะขบขันกับกิริยาเขินอายของคุณหนู
“ก็ฟังจากยายเฒ่าและพวกคนรับใช้อื่นนั่นแหละเจ้าค่ะ เขาพูดกันให้ทั่วเรื่องเถ้าแก่โรงน้ำชาไปติดอกติดใจหญิงในหอนางโลมแค่เพราะนางเก่งเรื่องพรรค์นั้น ทำเอาเถ้าแก่หมดเนื้อหมดตัวเชียวนะเจ้าคะ เพราะฉะนั้น ใครจะว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ บ่าวขอเถียงขาดใจ” นางเล่าต่ออย่างสนุกปาก
“แต่ข้าไม่เคยมีสัมพันธ์กับชายใด จะไปเก่งเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไรกันเล่า” เพียงแค่พูดถึง ใบหน้าเปล่งปลั่งก็แดงเป็นผลตำลึงสุกยิ่งกว่าเดิม นางจึงหันหน้าหนีสาวใช้ประจำตัว แต่ก็เม้มปากแน่น คิดไม่ตกกับสิ่งที่ได้ยิน
“มันก็น่าจะเรียนรู้ได้สิเจ้าคะ คุณหนูอย่าเป็นกังวลไปเลย คุณชายเจียหรงดูท่าทางจะเป็นสุภาพบุรุษ คงจะปฏิบัติกับคุณหนูด้วยความอ่อนโยน” หลิวหนิงปลอบใจคุณหนูที่ตัวเองดูแลมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ก่อนจะกุลีกุจอไปหยิบชุดปักลวดลายสวยงามด้วยไหมอย่างดีมาสวมให้