ตอน 2

ในตอนที่คุณนายขอให้ไอศูรย์แต่งงานกับเธอ และจดทะเบียนด้วย ชายหนุ่มตอบรับทันที ใบข้าวก็ประหลาดใจว่าเป็นเพราะอะไร

ที่จริงเขาอยากทำให้คุณแม่ของเขาสมหวังก่อนตายเท่านั้น เพราะคุณพ่อได้บอกกับไอศูรย์แล้วว่า คุณนายผดุงรัตน์น่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าทำอะไรเพื่อแม่ได้ คนเป็นลูกอย่างเขาก็ควรทำ

เมื่อได้จดทะเบียนเป็นเมียของเขา คุณนายก็ได้แต่เฝ้าถามใบข้าวว่า... “เมื่อไรจะท้องเสียทีหนูข้าว”

เธอก็อยากจะบอกท่านจริง ๆ ว่าตั้งแต่ได้ชื่อว่าเป็นเมียตีตรา ไอศูรย์ยังไม่แตะต้องตัวเธอเลย

เอาเรื่องจริงมาพูด ใบข้าว... เธอไม่ได้ฝันเฟื่องและอยากเป็นเมียของไอศูรย์หรอก แต่ทว่าใบข้าวก็อยากจะทำเพื่อคนป่วยอย่างคุณนาย ที่ทุกข์ทรมานกับโรคที่เป็นให้มีความสุขบ้างเท่านั้น

อนึ่งเธอก็หลงในรูปร่างหน้าตาของไอศูรย์ ก็หล่อราวกับหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่น เธอมารู้ที่หลังว่า ไอศูรย์เป็นลูกครึ่ง พ่อของเขาที่จากไปเมื่อสองปีก่อน เป็นถึงลูกสุลต่านของเมืองหนึ่งในดูไบที่ร่ำรวยขั้นมหาเศรษฐี

แต่พอสามีเสียชีวิต คุณนายจึงกลับมาที่บ้านเกิด คือจังหวัดเชียงราย และมาขอใช้ชีวิตบั้นปลายที่นี่ ทว่าเวลาที่จะมีความสุขของท่านก็ช่างแสนสั้นเหลือเกิน

ตอนนั้นคุณนายผดุงรัตน์ป่วยหนักและกำลังจะจากไป แม้จะมีเงินทองกองท่วมฟ้า ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ มะเร็งที่มีอยู่ในร่างกายของท่านเริ่มลุกลาม

การยื้อยุดชีวิตจากน้ำมือของหมอ ก็ทำให้คุณนายอยู่ต่อได้ถึงสามปี สองปีแรกเธอได้อยู่ดูแลท่าน ปีที่สามเธอได้แต่งงานจดทะเบียนกับเขา และหลังจากที่คุณนายเสียเธอก็ยังคงอยู่ในบ้านหลังนั้นอีกสักพัก ก่อนที่จะหย่าขาดจากกัน

ในตอนนั้นเอง วิชัยหรือว่าเปี๊ยกเด็กชายวัยสิบเอ็ดขวบที่เธอให้ลูกชายไปเล่นด้วย

เปี๊ยกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน

“น้าข้าวครับ น้าข้าว แย่แล้ว แย่แล้ว” เปี๊ยกหน้าตาตื่นเลยทีเดียว

ใบข้าวถึงถลันเข้าไปหา เปี๊ยกยืนหอบแฮก ๆ หน้าซีดจางไปหมด “มีอะไร”

“น่านฟ้าครับ หกล้ม แล้วเห็นอะไรขาว ๆ ด้วย”

“หา! แผลลึกมากเลยเหรอ” คิดว่าคงจะเห็นไปถึงชั้นไขมันแล้ว

“ครับ เลือดท่วมเลย ฮือ…” เปี๊ยกคงจะสงสารน้องมาก และรู้สึกเจ็บแทน

“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“พ่อพาไปอนามัยแล้วครับ” ถึงตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านก็ยังเรียกอนามัยอยู่ แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลชุมชนแล้วก็ตาม

ในเวลาต่อมา

“ซนจนได้เรื่องนะเรา” ใบข้าวโอบกอดน่านฟ้า

โดยไม่ดุด่าสักคำ เธอสงสารลูกน้อยจับใจ แผลแตกที่หัวเข่าเย็บไปตั้งสิบสองเข็ม หน้าตาของเด็กชายซีดเผือด ทั้งกลัวแม่จะดุด่า และทั้งเจ็บเจียนขาดใจ ดวงตาละห้อยมองแม่แบบขอโทษ

“มันก็ซนตามประสา แต่ว่าพี่ต้องขอโทษด้วย ไม่ทันได้ดูมัน ถ้าเห็นมันเล่นเสี่ยง ๆ ขึ้นไปบนยุ้งข้าวและกระโดดลงมา เฮ้อ… แต่ทำไม ๆ ไม่ยักกะเห็นหรือก้อนหินฮึ” พิชัยพ่อของเปี๊ยกยกมือขึ้นขยี้หัวของน่านฟ้า

“ลุงครับ ถ้าน่านเห็นจะกระโดดลงมาใส่ก้อนหินทำไม จริงไหมล่ะ” น่านฟ้ายังมีแรงเถียง เล่นเอาทุกคนตรงนั้นถึงกับหัวเราะออกมา

“ให้มาล้างแผลทุกวันนะ เดี๋ยวจะติดเชื้อได้ และอย่าเล่นซนจนเอาแผลไปคลุกฝุ่นล่ะ” คุณหมอสุนทรีบอก

“ขอบคุณนะคะหมอ”

“ห้ามซนอย่างนี้อีกล่ะ” ใบข้าวกำกับกับลูกชายของตนอีกครั้ง

“เข็ดแล้วครับ” คนที่ตอบคือเปี๊ยกเอง

“ฮึ… เอ็งนั่นแหละตัวดี ตัวนำน้องดีนัก เดี๋ยว ๆ ไปถึงบ้านก่อน พ่อจะชำระโทษเอ็ง”

พ่อทำท่าจะเพียะเข้าให้ ชี้หน้าปรามาสเขาเอาไว้แล้ว แต่เปี๊ยกรีบเข้าสวมกอดที่เอวพ่ออย่างแน่นขนัด

“ต่อไปเปี๊ยกจะไม่เล่นอะไรแผลง ๆ อีกแล้วครับ เนอะน่านเนอะ” หันไปพยักพเยิดกับน้อง

“ครับ” สองคนพยักพเยิด เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“นี่ขนาดเจ็บตัวกันน่ะ” แม่ทำหน้าดุขึ้นมานิดหน่อย

“เป็นลูกคู่กันดีจริง ๆ ดีนะที่อวัยวะยังอยู่ครบ นี่ถ้าหากขาหักละก็ จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยแหละรู้ไหม? เฮ้อ... ได้ลำบากกันหมดทุกคน ภาระ”

ลุงพิชัยดุทั้งสองคน เอาเป็นว่าที่ดุด่าก็เพราะเป็นห่วงนั่นแหละ

ใบข้าวโล่งอกที่ลูกชายแข้งขาไม่หัก เธอจึงได้แต่เช็ดน้ำตาให้ลูก “ลูกผู้ชายใครร้องไห้กัน”

“น่านนี่แหละครับ”

ทำให้ทุกคนได้หัวเราะกันอีกหนึ่งกรุบ

“ไปรับยาแก้ปวดและแก้อักเสบไปกิน คืนนี้แหละจะต้องได้เรื่องแน่ ๆ” หมอสุนทรีพูดอีก

จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

แผลสดไม่เจ็บหรอก แต่ตอนที่แผลเริ่มแห้งและงวดรัดเข้า มีได้โอดครวญเพราะทั้งเจ็บและก็ทั้งคัน บ่นอุบว่าเข็ดหลาบแล้ว

บ้านไอศูรย์

ณ คฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ในเนื้อที่มากกว่าห้าสิบไร่ ภายในห้องรับแขกตกแต่งด้วยสไตล์ทันสมัย ซึ่งเป็นการปรับตกแต่งขึ้นมาใหม่

หญิงสาวรูปร่างสมส่วนนั่งหน้าเคร่งเครียด ณธิชากำลังพูดคุยอยู่กับเพื่อนของเธอทางมือถือ หัวคิ้วขมวดแข็งเข้าหากัน

“ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ฉันอยู่เป็นนางบำเรอบนเตียงกับเขาก็หลายปี แต่เขาไม่มีทีท่าจะขอฉันแต่งงาน แม้ว่าฉันจะขอร้องก็แล้ว พูดอ้อนวอนก็แล้ว อ้อม ๆ อะไรทุกอย่างฉันทำมาหมดแล้ว”

ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงปลอบโยน และก็เห็นใจเพื่อนของเธอมาก

(“รออีกสักหน่อยจะเป็นไรไปล่ะเธอ ชาช่า… เธอก็รอมาหลายปีแล้วนะ”)

“จะบ้าไหม ให้รอ ให้รอ ให้รอ แล้วเมื่อไร ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ มันเบื่อ และไม่มีอิสระอะไรเลย หกปีกว่าแล้ว” เพิ่งจะมาคิดได้เอาปีนี้ มันมีกินมีใช้ สุขสบาย ได้เที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่มีอิสระ และไม่ได้มีเกียรติอะไร เพราะไอศูรย์ไม่ได้ให้

(“ชาช่าทำไมเธอไม่ปล่อยให้ท้อง”)

>>><><><<<

ตอน 3

“ฮึ… เขาไม่เคยสดกับฉันเลยสักครั้งนะ เวลานอนด้วยกันนะ” มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ คนที่ระแวดระวังตัวสุด ๆ อย่างเขา

(“คุณไอศูรย์ เขาใส่ถุงยางตลอดเลยหรือ”)

“อื้อ… ก็ใช่นะสิ”

(“ฉันแนะนำให้เธอเอาเข็มจิ้มสิ ฉันเคยเห็นในละครนะ”) ณธิชาที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหัวเราะเสียงขื่น

“เขาเก็บถุงยางอนามัยอย่างดี เก็บดียิ่งกว่าทองคำเสียอีก”

(“อะไรนะ? เขาถึงกับซ่อนมันเลยหรือ”) ศรันยารู้สึกประหลาดใจ มีผู้ชายคนไหนที่เขาทำอย่างนั้นกัน

(“จริงยายยาเอ๊ย! ฉันไม่เคยเห็นกล่องถุงยางอนามัยของเขาเลยสักครั้งเดียว นอกจากตอนที่เขาเสร็จกิจแล้ว”)

(“แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ในฐานะคู่นอน หากจะอยู่ไปจนวันตาย แต่ไร้อิสระ ชาช่า... เธอไม่ลองขอเลิกกับเขาล่ะ และก็ลองขอเงินก้อนใหญ่จากเขาสักก้อนได้ไหม อย่างน้อยหากแกได้หลุดออกมา แกก็จะไม่ลำบาก”)

“ตอนนี้เขาก็ยังให้ฉันใช้เป็นเดือน ๆ อยู่นะ”

(“สามหมื่น”) ศรันยาย้ำ

ใบหน้าของณธิชาเครียดเข้าไปอีก เงินเดือนที่ให้ใช้จ่ายเหมือนกับพวกเรียนจบปริญญาตรีคนหนึ่งที่เป็นได้แค่ระดับหัวหน้า

(“ก่อนหน้าเขาเคยให้เงินเธอเป็นก้อนไหม”)

“ใช่… เขาเคยให้ในตอนที่เขาจ้างฉันมาเพื่อจะเป็นคู่ขากำจัดเมียตบแต่งจดทะเบียน พอเขาเขี่ยเมียคนนั้นทิ้งได้ ฉันคิดว่าถ้าฉันยังเกาะแข้งเกาะขาเขาไปตลอด ฉันก็จะได้สบาย แต่มันไม่ใช่เลย”

(“ชาช่า แม่เธอต้องการใช้เงินนี่ จะผ่าตัดไม่ใช่เหรอ”) แม่ที่มีเนื้องอกในมดลูก หมอบอกถ้าพร้อมเมื่อไรก็มา แม้จะใช้บัตรสามสิบบาทได้ แต่สำหรับณธิชาอยากให้แม่รักษากับหมอดี ๆ หน่อย

(“เธอเอ่ยเรื่องนี้กับเขาหรือยัง”)

หรือว่าเพราะเธอกลัวเขามากจนเกินไป แค่มองหน้าดุ ๆ ที่ไร้หัวใจของเขาแล้ว เธอก็ขยาด

“อื้อ… แล้วฉันจะทำอย่างไรดี” ณธิชาน้ำตานองแล้ว

หกปีกว่า ๆ แล้วสินะ ณธิชาก็ไม่คิดว่า เขาจะเป็นพวกไร้หัวใจ และตายด้านแบบนี้

ไอศูรย์ไม่ได้มีความสงสารกันเลย เขาก็เห็นเธอเป็นแค่เครื่องมือปลดปล่อยเรื่องทางเพศและความต้องการแบบผู้ชาย

พอณธิชาผูกปิ่นโต เขาก็เหมือนจะเขี่ยผู้หญิงทุกคนทิ้ง ใจของหญิงสาวคราวนั้นเต็มไปด้วยความสุข แต่ตอนนี้ความสุขมันได้มลายหายไปแล้ว

ครั้งอดีต... ณธิชาก็สะใจอย่างหนึ่งในตอนนั้นเธอรู้ว่าใบข้าวท้องลูกของไอศูรย์แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้บอกเขา และยายใบข้าวนั่นก็ปากแข็งอีก ไม่บอกคนเป็นผัวสักคำ ยอมจากไปโดยไม่เอาอะไรไปสักอย่าง

ใบข้าวไปแต่ตัวพร้อมกับกระเป๋าใบเล็ก ๆ เท่านั้น โคตรจะใจแข็ง ตอนนั้นณธิชารู้สึกสะใจที่ไอศูรย์ใจดำได้ขนาดนั้น ทว่าวินาทีนี้ณธิชาก็เพิ่งจะประจักษ์แก่หัวใจ เพราะไอศูรย์เป็นคนแบบนี้อย่างไรล่ะ

ยายใบข้าวถึงไม่เรียกร้องเอาอะไรสักบาท

แม้จะวางสายจากศรันยาไปแล้ว ณธิชาก็ยังคิดวนเวียนจะหาเอาเงินจากเขาได้อย่างไร เธอเดินไปเดินมาอยู่ในห้องรับแขกนั้นแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ในนาทีนั้นเอง หญิงสาวได้ตัดสินใจหยิบมือถือ แล้วส่งข้อความหาใครบางคน

“ว่าอย่างไรครับคุณชาช่า” เสียงของธนกฤต

“ฉันอยากให้นายทำงานให้ฉันบางอย่างน่ะ”

“งานอะไรครับ”

“ปล้น และเรียกค่าไถ่”

“อะไรนะ?” ปลายสายทำเป็นตกอกตกใจมากๆ

“เฮ้ย! เรื่องมันร้ายแรงนะ งานนี้... โอ้!”

อีกฝ่ายเงียบไปไม่ได้พูดต่อ ณธิชาเอ่ยต่อในทันที

“ทำเป็นไม่เคยทำ”

“หื้อ! เอาอะไรมาพูด”

“ก็มันเรื่องจริงนี่นา งานนี้เงินดี แบ่งกันแบบยุติธรรม ฉันแค่ชี้เป้าของแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

“นี่คุณชาช่าครับ ทำไมมักน้อย”

“ฉันแค่อยากทำเพื่อความสะใจ”

“หื้อ! พูดแบบนี้ คนใกล้ตัวใช่ไหม” ถามออกมา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะไปด้วย

“ทำไม? ตอนนั้นคุณไม่เลือกผมล่ะครับ” เขาถูกเหน็บเธอออกมา

“พูดเรื่องเก่าเรื่องหลังทำไมละคะ”

“ผมก็ยังประทับใจอยู่นะ กับเรื่องที่เราสองคนทำบนเตียงด้วยกัน”

“นายกฤต”

“ครับผม” เขาก็สวนคำตอบกลับมาในทันที

“ถ้าคุณอยากจะให้ผมทำเรื่องนี้ให้คุณละก็ เรามานอนคุยกันดีไหมครับ คุยทางมือถือ อืม... ผมไม่ถนัดอย่างไรไม่รู้” เสียงของคนปลายสายทำให้ณธิชาแขยงรูหู แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้

ในบรรดาคนที่เธอรู้จัก คนที่ชั่วช้าสารเลว และเป็นคนที่น่ารังเกียจที่สุด ก็คงจะเป็นนายธนกฤตนี่แหละ

ทว่าณธิชาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ไอศูรย์เค็มกับเธอนัก ฉะนั้นเธอต้องแก้เผ็ด เขาให้อยู่แบบไม่มีสถานะมาถึงหกปี ‘โง่เง่าเต่าตุ่นสิ้นดี’ ณธิชาก่นด่าตัวเอง

ก็ไอศูรย์ดีทุกอย่าง ไม่มีที่ติแม้แต่น้อย เธอเลือกเขาในตอนนั้นก็ไม่ผิดนี่นา แม้ว่าจะเป็นการแย่งของของคนอื่นมาก็ตาม

ณธิชายังคงเปิดดูรูปในมือถือ ที่คนของเธอไปสืบมาว่าตอนนี้ลูกชายของไอศูรย์โตแล้ว

‘เอาลูกเขาเป็นตัวประกันนี่แหละ ชิ... อยากจะเหนียวนัก เงินแต่ละบาทจะกระเด็นคิดแล้วคิดอีก’

ที่บ้านของใบข้าว

“แม่ครับ อูย... น่านเจ็บนะครับ” เสียงโอดครวญน้อย ๆ คงจะเพราะยาหมดฤทธิ์ แล้วยังแผลที่เป็นอยู่เริ่มงวดเข้า ทำให้รู้สึกเจ็บมาก ๆ

แม่จึงได้หายาอีรูดอยและวาสลีนมาทารอบ ๆ ผิวที่เริ่มจะแห้ง

“วันหลังจะเล่นอะไรแผลง ๆ อีกไหม” คนเป็นแม่ทำหน้าแบบซ้ำเติม

“ไม่เอาแล้วครับแม่ น่านหลาบจำแล้วครับ”

“เฮ้อ! ต่อไปทำอะไรก็ต้องระมัดระวังมาก ๆ นะครับรู้ไหมน่าน” คนเป็นแม่ถึงกับถอนหายใจออกมาแบบเซ็ง ๆ

“ครับแม่ น่านจำฝังใจเลย”

“เอานี่... ปลาทอด กินปลาดีที่สุด กินไก่ กินหมูไม่ได้เดี๋ยวจะคันมากกว่านี้ ไข่ไก่ ไข่เป็ดก็ต้องงดไปก่อน เป็นแผลแบบนี้ ถ้าไม่อยากจะเป็นแผลเป็นต้องระวังเรื่องอาหารการกิน จะหมดหล่อกันก็คราวนี้”

“ครับ ถ้าเป็นแผลเป็นใส่กางเกงขาสั้นไม่ได้แน่เลย” น่านฟ้าหน้าจ๋อยสุด ๆ เขาอดกินของอร่อยหลายอย่างทีเดียว

“ทำไมล่ะ”

“ก็อายสาว ๆ อย่างไรครับแม่”

ใบข้าวถึงกับหัวเราะขำก๊าก

“แหม... คิดถึงแต่สาว ๆ ทำไมไม่คิดว่าจะเป็นคนพิการฮึ” แล้วผู้เป็นแม่เทศนาอีกหลายอย่าง เด็กชายโต้เถียงเป็นบางครั้ง แต่ก็รับฟังแม่เสียเป็นส่วนใหญ่

>>><><><<<

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED