ตอน 1

“ยูชิงซู คุณ ตายแน่!”

บนเตียงขนาดใหญ่ปรากฎร่างชายผู้หนึ่งที่แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธ เขาใช้มือทั้งสองของเขากำรอบลำคอของหญิงสาวแล้วออกแรงบีบอย่างแรง

หายใจไม่ออก!

หญิงสาวเพี่งจะตื่นมาก็ถูกชายผู้นั้นรัดคอโดยที่เธอยังไม่ทันรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

เธอสัมผัสได้แค่เพียงว่าออกซิเจนในปอดค่อย ๆ จางลง และความปรารถนาที่จะเอาตัวรอดจากสัญชาตญาณของเธอ ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นเพื่อจับมือของอีกฝ่ายแล้วพยายามดึงมันออกจากกัน

แต่เธอก็สู้แรงของเขาไม่ไหว การต่อต้านของเธอกลับทำให้เขาออกแรงเพิ่มขึ้นไปอีก ดวงตาทั้งสองของชิงซูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ประสาทการรับรู้ของเธอค่อย ๆ เลือนลาง สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไป

ปัง!

แม่บ้านพังประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว เห็นภาพดังนั้น เธอรีบรุดเข้าไปคว้าแขนของชายผู้นั้นออก “นายน้อยคะ นายน้อย ปล่อยสิคะ ปล่อย! นายหญิงกำลังจะตายแล้วนะคะ”

“เธอสมน้ำหน้าที่โดนมันแล้ว!” เขาส่งเสียงรอดไรฟัน ดวงตาทั้งสองของเขาเต็มไปด้วยความคับแค้น

แม่บ้านพบว่าร่างของชิงซูนั้นค่อย ๆ อ่อนแรง จนเกือบนิ่งสนิทในที่สุด แม่บ้านจึงรีบคุกเข่าขอร้องข้างเตียง “นายน้อยคะ ถ้าฉันปล่อยให้นายน้อยพลั้งมือฆ่านายหญิงไปแล้ว แล้วอย่างนี้คุณจะให้ฉันมีหน้าไปพบคุณท่านได้อย่างไร วิญญาณของคุณท่านคงจะไม่มีทางสงบสุขแน่ ๆ ” แม่บ้านร่ำไห้

‘คุณย่า?’

อารมณ์ของ ‘จ้านซือซั่ว’ สั่นคลอนเมื่อได้ยินแม่บ้านเอ่ยถึงคุณย่า แรงบีบที่มือจึงค่อย ๆ คลายลง

ชิงซูใช้โอกาสนี้ดึงมือของซือซั่วออก แล้วลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เธอหอบหายใจแล้วเขยิบถอยหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด

“นายน้อยคะ ไหน ๆ วันนี้คุณทั้งสองก็จะหย่ากันแล้ว จากนี้คุณก็ไม่ต้องทนเห็นหน้านายหญิงต่อไปอีกแล้ว!ปล่อยเธอไปเถิดค่ะ” “นายน้อยได้โปรดเห็นแก่หน้าแม่ของนายหญิงที่เคยช่วยชิวิตคุณท่านไว้ด้วยนะคะ ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรนายหญิงเลย อย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่นอย่างนี้อีกเลยนะคะ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้นายน้อยซือซั่วก็สงบลง เขาผละลุกออกจากเตียงแล้วคว้าเสื้อมาสวมไว้ด้วยท่าทีเย้อหยิ่ง

“ใบหย่าฉันจะให้เฟินฉีส่งมาให้ เธอเซ็นเสร็จก็รีบไสหัวออกไปซะ!อย่าให้ฉันได้เห็นหน้าเธอที่นี่อีก!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เมื่อพูดจบเขาก็จากไปพร้อมแม่บ้านตามไปด้วย

ประตูถูกปิดอย่างรุนแรงจนเสียงนั้นดังกระเทืยนโสตประสาทของชิงซู เธอเอามือทาบอกด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเธอซีดขาว สมองของเธอสับสน

เธอก้มศีรษะลงและมองสำรวจดูรอยช้ำบนร่างกายที่เปลือยเปล่าของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา

เหตุการณ์เมื่อสักครู่นอกจากจะทำให้เธอเกือบจะลมหายใจลงในนาทีสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอื่นบนร่างกายที่เธอได้รับ

เมื่อสติของเธอกลับมาทำให้เธอรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบนกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน

ชิงซูไม่พบเสื้อผ้าของสตรีในห้องแต่งตัว ตู้เสื้อผ้ามีเพียงแค่เสื้อเชิ้ต กับกางเกง และชุดสูทสีทึบสำหรับผู้ชายเท่านั้น

เธอจึงทำได้แค่เลือกหยิบเสื้อเชิ้ต และกางเกงขายาวสีดำมาสวมใส่ แต่ไซส์มันใหญ่เกินไป ขากางเกงนั้นยาวลงไปกองกับพื้นห้องจนเกิดเป็นภาพที่ดูไม่จืดเลย

ความเจ็บปวดบนร่างกายของเธอยังไม่บรรเทาลง ขมับของเธอเต้นเป็นจังหวะ ชิงซูทรุดตัวลงบนโซฟา แล้วหลับตาพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในไม่ช้าความทรงจำอื่นที่ไม่ใช่ของเธอก็แทรกเข้ามาในหัวของเธอเต็มไปหมด

ผ่านไปพักใหญ่ เธอจึงค่อย ๆ ยกเปลือกตาขึ้น เธอได้เรียบเรียงเหตุการณ์ผ่านความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมก่อนที่เธอจะเสียชีวิต และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปสองประการ

เธอได้กำเนิดใหม่จาก ‘หลัวหยาน’ สู่ร่างของ ‘ยูชิงซู’

เจ้าของร่างเดิมชิงซูนั้นเป็นคุณหญิงน้อยกำพร้าแม่ แม่ของเธอจากไปด้วยอาการป่วยที่ยากเกินรักษา ส่วนพ่อของเธอนั้นเป็นผู้ชายสารเลวที่ไม่เอาถ่าน อีกทั้งชิงซูยังหลงรัก ‘จ่านซือซั่ว’ อย่างสุดหัวใจ

ก๊อก ก๊อก

เสียงคนมาเคาะประตู พร้อมด้วยเสียงเรียกที่เย็นชาของใครคนหนึ่ง “นายหญิง คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า?”

ชิงซูจัดการพับแขนเสื้อ และม้วนกางเกงขึ้นก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตู ชายร่างสูงที่ดูเย็นชายืนอยู่ข้างหน้าเธอพร้อมกับเอกสารในมือของเขา

“เฟินฉี” เธอค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยากเย็นนัก

เขายื่นปากกาพร้อมเอกสารการหย่าให้เธอ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “นายหญิง คุณซือซั่วส่งให้ผมมาดำเนินการเรื่องการหย่าระหว่างคุณ กับนายน้อยซือซั่ว นี่เป็นข้อตกลงทั้งหมด กรุณาเซ็นชื่อในเอกสารด้วย”

ชิงซูเหลือบมองเอกสารการหย่าร้างที่ถูกส่งมา เธอนึกถึงคำที่แม่บ้านพูดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ เธอถึงตระหนักได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบการแต่งงานปีที่สองของเจ้าของร่างเดิมและจ่านซือซั่ว

นี่เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เอกสารการหย่าก็ถูกร่างขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเหรอ? ‘เห็นได้ชัดว่า ซือซั่วรังเกียจชิงซูได้มากเพียงใด’

เธอหยิบเอกสารขึ้นมาพร้อมเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว

“เสร็จแล้ว” ชิงซูยื่นเอกสารกลับไปให้เฟินฉี

เฟินฉีรู้สึกประหลาดใจกับการยินยอมอย่างง่ายดายของชิงซู ก่อนที่เขาจะเข้ามาหาชิงซู เขาได้รับคำสั่งจากคุณซือซั่วว่า ‘หากชิงซูไม่ยินยอม ก็ให้บังคับเธอพิมพ์ลายนิ้วมือลงไปให้ได้’

“คุณชิงซู คุณจะไม่อ่านข้อตกลงการหย่าหน่อยเหรอครับ?” เฟินฉีรับมันไว้โดยไม่รีบร้อนกล่าว

ชิงซูเลิกคิ้วแล้วตอบว่า “ไม่ล่ะ”

“คุณไม่อยากรู้หรอกว่าคุณจะได้อะไรหลังจากการหย่าร้างในครั้งนี้” เฟินฉีขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามย้ำอีกครั้ง

ชิงซูถลกขากางเกงขึ้นอีกครั้ง แล้วยิ้มตอบกลับไปว่า “ไม่นิ ไม่เห็นมีอะไรต้องอยากรู้เลย” เธอไม่ต้องดูก็เดาได้ไม่ยาก ‘ผลลัพธ์คงมีได้แค่สองอย่าง คือทำให้เธอล้มละลาย หรือไม่ก็ไล่เธอให้พ้นจากบ้านไปโดยไม่ได้ทรัพย์สินใด ๆ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็แล้วแต่ เพราะคงไม่เกินความสามารถของทนายมืออาชีพไปได้หรอก

เมื่อเห็นท่าที่เฉยเมยของชิงซู เฟินฉีก็หลับตาแล้วตอบกลับไปว่า “คุณชิงซู คุณหยูเฉิงแค่ต้องการให้คุณย้ายออกจากบ้านไปโดยไม่ได้รับทรัพย์สินใด ๆ เท่านั้น”

“ถ้างั้นฉันก็ฝากขอบคุณเจ้านายของคุณแทนฉันด้วยก็แล้วกัน” เธอยังทำท่าเฉยเมยต่อ ชิงซูเจ้าเดิมจะรักจ่านซือซั่วมากเท่าไร แต่เธอไม่สน เพราะเธอเองไม่ได้รัก

เธอไม่อยากอยู่กับคนที่อยู่ดี ๆ ก็ทำร้ายเธออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เล่นเอาซะเธอเกือบตายรอบสอง มันไม่ง่ายที่รอดชีวิตได้ เธอต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้

เฟิงฉีจ้องมองไปยังลำคอขาวเรียวของเธออย่างไม่ตั้งใจ

“คุณอยากให้ผมช่วยเรียกหมอมาให้ไหมครับ?”

เมื่อชิงซูได้ยินคำเหล่านี้ก็สะกิดให้เธอนึกขึ้นได้ ถึงรอยแดงปื้นใหญ่รอบลำคอที่เกิดขึ้น หวนให้นึกถึงความรู้สึกที่ใกล้จะขาดใจตายกลับเข้ามาอีกครั้ง

เธอส่ายหัว “ไม่ ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“ถ้าอย่างนั้น ก็ขอให้คุณรีบเก็บสัมภาระแล้วออกไปให้จากที่นี่ให้เร็วที่สุดด้วยครับ” น้ำเสียงของเฟิงฉีเย็นชา

ชิงซูพยักหน้าโดยไม่ลังเล เธอถกขากางเกงขึ้นพร้อมกับเดินเท้าเปล่ากลับไปยังห้องของเธอทันที ซือซั่วเกลียดชิงซูเป็นอย่างมาก เขาแทบไม่อยากเห็นหน้าเธอ เพราะฉะนั้นระยะห่างระหว่างห้องของเธอและเขาจึงห่างออกมาพอสมควร

หลังจากเดินมาได้สักพัก ในที่สุดก็ถึงห้องของเธอ

เดิมทีห้องนี้เป็นเพียงแค่ห้องที่ไว้ใช้สำหรับเก็บของ แต่เมื่อเธอได้จดทะเบียนสมรสกับจ่านซือซั่ว ห้องนี้ก็กลายเป็นห้องนอนของเธอไป เธอผลักบานประตูออก แล้วพาขากางเกงที่ยาวพะรุงพรังลากผ่านทางเดินแคบ ๆ เข้าไปในห้อง

ห้องนี้มีขนาดเล็กมากซะจนไม่อาจจะขยับตัวไปไหนได้เลย ทั้งห้องมีเพียงแค่เตียงนอน และโต๊ะเครื่องแป้งเล็ก ๆ เท่านั้น

ของส่วนตัวของชิงซูมีไม่มากนัก เธอมีแค่เสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น และเครื่องสำอางค์เล็กน้อยแค่นั้นเอง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดแจงยัดเสื้อผ้าสองสามชิ้นใส่กระเป๋าเดินทางของเธอ จากนั้นก็ถือมันออกไป

“เอาล่ะ ฉันเก็บของเสร็จแล้วล่ะเฟินฉี ฉันไปก่อนนะ ไปแล้วไปลับไม่หวนกลับน่ะ!” พฤติกรรมของชิงซูตอนนี้ราวกับนกน้อยที่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ

“จะไปไหนคะพี่สาว?” ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวที่สวมชุดสูทคนหนึ่งก้าวออกมา ปลายของรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบกับกระเบื้องหินอ่อนเกิดเป็นเสียงดังก้อง เสียงพูดของเธอนั้นนุ่มนวลน่าฟัง

ตอน 2

ชิงซูหยุดเดิน และหันไปเหลือบมองผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามา

“เฉินเฉียนเฉียนเหรอ?”

เธอคือ น้องสาวต่างแม่ของชิงซู เธอเป็นคนตีสองหน้าเก่ง ริมฝีปากสีแดงของเฉียนเฉียนยื่นออกมาเล็กน้อย และเธอก็เข้ามายืนขวางอยู่ข้างหน้าชิงซู “พี่จะย้ายออกไปแล้วเหรอ?”

ชิงซูกลอกตา พลางยิ้มเยาะ “เฉียนเฉียน ฉันไม่ได้เจอเธอมาตั้งนาน เธอยังชอบสร้างภาพเป็นมีน้ำใจสินะ ทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบแล้ว ยังแกล้งถามทำไม?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเฉียนเฉียนก็ซีดเผือดไปขณะหนึ่ง และหลังจากนั้น เปลวไฟแห่งความโกรธก็จุดประกายขึ้นในดวงตาของเธอ แต่ในไม่ช้า เธอก็สามารถระงับความโกรธในใจของเธอไว้ได้ และเปลี่ยนท่าทีเป็นคนใสซื่อ

“พี่ชิงซู ฉันก็แค่เป็นห่วงพี่ ทำไมพี่ถึงคิดกับฉันแบบนั้นหล่ะ”

เป็นห่วงงั้นเหรอ?

ฉันเกรงว่า ความเป็นห่วงของเธอ มันคงจะเป็นความเป็นห่วงจอมปลอมเสียมากกว่า คงมาเพราะอยากจะเยาะเย้ยละสิ

ในขณะนั้น เฟินฉีก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ และเตือนว่า “นายหญิง ใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องไปแล้วนะคะ คุณซือซั่วใกล้จะกลับมาแล้ว”

ริมฝีปากของชิงซูกระตุกขึ้น แล้วชี้นิ้วไปทางเฉียนเฉียน พลางพูดกับเฟินฉีว่า “ไม่ใช่ว่า ฉันไม่อยากไป แต่มีหมาตัวหนึ่งกำลังขวางทางฉันอยู่ ฉันเลยยังไปไหนไม่ได้ ถ้าหมาเกิดบ้า แล้วมากัดฉันขึ้นมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?”

ได้ยินดังนั้น เฟินฉีถึงกับพูดไม่ออก

ในขณะที่ดวงตาของเฉียนเฉียนแดงก่ำ และน้ำตาของเธอก็ไหลรินออกมาด้วยความเสียใจ เธอพูดว่า “พี่ชิงซู ฉันรู้ว่า ในวันนี้ พี่เขยต้องการจะหย่ากับพี่ ฉันกลัวว่า พี่จะเศร้าใจ ดังนั้น ฉันเลยอุตส่าห์หยุดงานมาหาพี่ พี่…… แล้วทำไมพี่ต้องพูดกับฉันถึงขนาดนั้นด้วย ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ”

“ฉันกับสุนัขอย่างเธอ เราไม่ใช่พี่น้องกัน” ชิงซูพูดปฏิเสธความสัมพันธ์กับเธออย่างรวดเร็ว และหันไปมองไปเฟินฉีอีกครั้ง “เฟินฉี คุณดูสิ มันแป็นแบบนี้ แล้วฉันจะไปได้ยังไง?”

ใบหน้าที่เย็นชาของเฟินฉีหายไปครู่หนึ่ง และเธอก็พูดกับเฉียนเฉียนว่า “คุณเฉียนเฉียน ได้โปรดหลีกทางด้วย”

เฉียนเฉียนกัดริมฝีปากของเธอแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ

หลังจากนั้น ชิงซูจึงพูดด้วยเสียงต่ำว่า “เฟินฉี สุนัขมันไม่เข้าใจภาษาคนหรอก”

ได้ยินดังนั้น เฉียนเฉียนก็กำมือแน่น และจ้องไปที่ชิงซูอย่างโกรธเคือง

เมื่อชิงซูเอียงศีรษะมองดูเธอโกรธอย่างสิ้นหวัง ริมฝีปากของเธอก็เผยถึงรอยยิ้มเย้ยหยัน

หัวใจของเฉียนเฉียนก็ชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เย่อหยิ่ง และเย้ยหยันของเธอ

‘มันเกิดอะไรขึ้น? ชิงซูเป็นคนขี้ขลาด และเธอก็มักจะเป็นคนเชื่อฟังคำของฉันอยู่เสมอ แต่วันนี้ เธอกลับพูดจาฉะฉาน และท่าทีของของเธอที่มีต่อฉันก็เปลี่ยนไปมาก!’ เฉียนเฉียนคิดในใจ

“คุณเฉียนเฉียน” เฟิงฉีพูดย้ำอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เฉินเฉียนเฉียนเม้มริมฝีปากสีชมพูของเธอ แล้วพยายามระงับความสงสัย และพูดออกไปอย่างอ่อนโยนว่า “ผู้ช่วยเฟินฉี ไม่ใช่ว่า ฉันไม่ยอมปล่อยพี่ชิงซูไป แต่เป็นเพราะ... คุณซือซั่วเป็นคนสั่งไว้”

เมื่อได้ยินดังนั้น เฟินฉีและชิงซูต่างก็ตกตะลึงในเวลาเดียวกัน

“คุณซือซั่วรู้ว่า ฉันจะมาที่นี่ เขาเลยขอให้ฉันช่วยเฝ้าดูพี่เก็บข้าวของออกไป โดยเขาบอกกับฉันว่า ข้อตกลงในการหย่าระบุไว้ว่า พี่ชิงซูจะต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ และพี่ไม่มีสิทธิ์เอาของที่เป็นของครอบครัวจ่านออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว” เฉียนเฉียนจ้องไปที่กระเป๋าเดินทางของชิงซู และพูดต่อไปว่า

“ดังนั้น ฉันเลยอยากขอให้พี่เปิดกระเป๋าให้ฉันตรวจดูหน่อย”

ชิงซูขมวดคิ้ว “ข้างในก็มีแค่เสื้อผ้าไม่กี่ตัว ฉันไม่ได้เอาอะไรออกไปจากที่นี่สักหน่อย!”

เฉินเฉียนเฉียนไม่สนใจ เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอไว้ และพูดว่า “พี่ชิงซู พี่คิดว่าแค่พี่บอกว่าไม่ได้เอาอะไรออกไป แล้วมันก็จะจบเหรอ ถ้าพี่ไม่ได้เอาอะไรออกไปจริง ๆ แล้วจะกลัวทำไม?”

พูดจบ เฉินเฉียนเฉียนก็วางกระเป๋าเดินทางลง แล้วทำการเปิดออก

ภายในกระเป๋าเดินทางมีเสื้อผ้ากองซ้อนกันอยู่ และดูเหมือนว่า มันไม่มีอะไรอื่นเลยจริง ๆ

เห็นดังนั้น เฉียนเฉียนก็กัดฟันแน่น เธอไม่คิดว่า คนอย่างชิงซูจะแค่นำเสื้อผ้าไปด้วยเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น เธอพยายามค้นหากระเป๋าไปมาหลายรอบ ราวกับว่าเธอต้องการหาหลักฐานว่า ชิงซูขโมยของจากตระกูลจ่านไปให้ได้ แต่ค้นหาไปสิบกว่านาที่ กลับกลายเป็นว่า ข้างในมีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นจริง ๆ

“พอหรือยัง?” ชิงซูมองไปที่เฉียนเฉียนอย่างหมดความอดทน

“พี่ชิงซู ฉันต้องทำตามคำสั้งของคุณซือซั่ว ถ้ายังไง ฉันขอตรวจดูอย่างละเอียดกว่านี้หน่อยน่าจะดีกว่า” เฉียนเฉียนพูดอย่างแผ่วเบา

“งั้นเธอก็เช็คต่อไปเถอะ ฉันไม่ต้องการเสื้อผ้าพวกนี้แล้ว” ใบหน้าชิงซูบึ้งตึง ความเจ็บปวดในร่างกายของเธอ มันยังคงไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย เธอไม่อยากที่จะวุ่นวายกับเฉียนเฉียนอีก และเธอก็ไม่ต้องการรอให้ซือซั่วกลับมาบีบคอของเธออีกครั้ง

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอจึงเดินเลี่ยงเฉียนเฉียนไปที่ลิฟต์ เฟินฉีเองก็เดินตามหลังเธอมาติด ๆ เช่นกัน

เสียงลิฟต์ดังขึ้น

ในขณะนี้ลิฟต์มาถึงชั้น 3 ประตูทั้งสองก็ค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ แต่ขณะที่ชิงซูกำลังจะเดินเข้าไปข้างใน ทันใดนั้น เธอก็สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิรอบ ๆ ตัวเธอลดลงต่ำอย่างรวดเร็ว เธอตัวสั่นเทา และหยุดเดินทันที

สิ่งแรกที่เธอสังเกตเห็นคือ รองเท้าหนังคู่หนึ่งที่ได้รับการขัดมาจนเงาวับ และเมื่อเธอค่อย ๆ มองขึ้นไปก็ต้องเห็นเข้ากับใบหน้าที่เย็นชาของจ่านซือซั่ว เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของเธอก็ค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ

“คุณซือซั่ว” เฟินฉีก้มศีรษะลงแสดงความเคารพ

ดวงตาสีเข้มของซือซั่วเต็มไปด้วยอันตราย และทันใดนั้น ก็มีเสียงต่ำออกมาจากริมฝีปากของเขา “ชิงซูดูเหมือนว่า คุณจะจำในสิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อเช้านี้ไม่ได้!”

เมื่อชิงซูเห็นเข้ากับเขา เธอก็นึกถึงความรู้สึกถึงการหายใจไม่ออกที่เกิดจากการถูกบีบคอเมื่อเช้านี้ได้ทันที หัวใจของเธอสั่นเทา

เธอเอื้อมมือขึ้นไปจับที่คอของเธอ แล้วพูดว่า “จำได้”

“จำได้งั้นเหรอ? แล้วทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่อยู่อีก! ” ซือซั่วก้าวเข้ามาใกล้เธอ และถามเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบคม

เมื่อชิงซูเห็นดังนั้น เธอก็ก้าวถอยหลังจนหลังของเธอสัมผัสเข้ากับผนัง และไม่มีทางให้เธอสามารถถอยหลังต่อไปได้อีก เธอทำได้เพียงหลับตาลง และกัดฟันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

“คุณควรไปถามเฉียนเฉียน ฉันก็อยากจะไปอยู่หรอก แต่จู่ ๆ เธอก็มาขวางทางฉันไว้ และห้ามไม่ให้ฉันไป ดังนั้น ฉันเลย.....”

ชิงซูขบกรามแน่น เธออธิบายกับเขายังไม่ทันจบ แต่ทันใดนั้น เฉียนเฉียนก็ก้าวไปข้างหน้า และพูดขัดจังหวะเธอขึ้น พร้อมกับน้ำตาในดวงตาของเธอ

“พี่ชิงซู พี่พูดโกหกแบบนี้ได้ยังไง!”

“ฉันไม่ได้โกหก!” ชิงซูพูดปฏิเสธทันที อดก่นด่าในใจไม่ได้ ‘ถ้าไม่ใช่เพราะอีเฉียนเฉียนนังหน้าซื่อใจดด ฉันคงจะได้ไปจากที่นี่ตั้งนานแล้วแหละ และฉันก็คงไม่ต้องมาเจอกับซือซั่วแบบนี้ บ้าเอ้ย!’

เฉียนเฉียนดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ เธอพูดขึ้นมาว่า “พี่เขย ฉันไม่ได้ตั้งใจห้ามไม่ให้พี่ชิงซูไปจริง ๆ นะ ฉันแค่ทำตามคำสั่งของคุณ ที่ให้ฉันคอยตรวดูกระเป๋าเดินทางของพี่ชิงซู เพราะกลัวว่า เธอจะเอาของที่เป็นของคุณไป พี่ชิงซู…… ฉันรู้ดีว่า ปกติพี่เป็นคนชอบพูดโกหก แต่ฉันคิดไม่ถึงว่า ในเวลาแบบนี้ พี่ยังจะกล้าพูดโกหกได้อยู่อีก”

เมื่อซือซั่วได้ยินคำพูดเฉียนเฉียน เขาก็นึกถึงสิ่งที่ชิงซูทำในอดีตได้ขึ้นมาทันที ใบหน้าของเขาก็มืดมนมากขึ้นเรื่อย ๆ “ชิงซู คุณคิดจริง ๆ เหรอว่า ฉันไม่กล้าฆ่าคุณ?”

ทันใดนั้น ฝ่ามือขนาดใหญ่ของซือซั่วก็คว้าไปที่ต้นคอของเธอ และมันทำให้หัวของเธอก็กระแทกเข้ากับผนังอย่างจัง ชิงซูพยายามดึงมือของเขาออกตามสัญชาตญาณ และด้วยความเจ็บปวดที่ด้านหลังศีรษะของเธอ มันก็ทำให้เธอเวียนหัวมากขึ้น

“จ่าน...จ่านซือซั่ว” ชิงซูเรียกชื่อของเขาออกมาอย่างติดขัด

ซือซั่วจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ชิงซู ใครอนุญาตให้คุณมาท้าทายฉันครั้งแล้วครั้งเล่ากัน!”

ด้วยความรู้สึกที่เริ่มหายใจไม่ออก ชิงซูจึงพยายามดึงมือของซือซั่วออกจากลำคอของเธอ

และเมื่อเฟินฉีเห็นดังนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เธอจึงรีบก้าวไปข้างหน้า และคุกเข่าลง แล้วพูดว่า “คุณซือซั่ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายหญิง คนในคณะกรรมการจะใช้โอกาสนี้สร้างปัญหาให้คุณ และแผนการรวมหุ้นของคุณจะถูกคัดค้านอย่างแน่นอน”

“บัดซบ!” จ่านซือซั่วคำราม และนิ้วเรียวที่บีบคอของชิงซูไว้ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เนื่องจากออกแรงบีบคอเธอไว้แน่น

ตอน 3

เฟินฉีคุกเข่าลงบนพื้น และนิ่งเงียบไม่กล้าที่จะเกลี้ยกล่อมเขาอีกต่อไป

เธอยังไม่อยากตาย

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของชิงซู เธอพยายามใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายที่มีอยู่คลายมือของเขาออก และหลังจากที่รู้สึกว่า การหายใจของเธอดีขึ้นเล็กน้อย เธอก็มองไปที่ซือซั่ว ด้วยดวงตาสีแดงเข้ม

“จ่าน...จ่านซือซั่ว ถ้า... ถ้าฉันตาย ฉันก็ตายในฐานะ... นายหญิงของตระกูลจ่าน...และในอนาคต...เมื่อคุณตายไปแล้ว ฉันก็จะได้ถูกฝังไว้ข้างหลุมฝังศพของคุณ มันจะทำให้คุณ...ได้วนกลับมาเจอกับฉันทุกชาติ

เธอพยายามบีบเค้นเสียงของเธอออกมา ใบหน้าของเธอแดงก่ำ และมือของเธอที่เธอกำลังดึงมือของเขาอยู่นั้นก็เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เธอเพียงรู้สึกว่า อากาศเริ่มจางลง และเธอก็ค่อย ๆ หมดสติลง

“ชิงซู คุณคิดว่า คุณเป็นใคร ถึงได้คู่ควรที่จะถูกฝังไว้ในสุสานของตระกูลจ่าน!” ซือซั่วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เมื่อคุณตายไปแล้ว ฉันจะสั่งให้คนมาเผาร่างของคุณ และโยนขี้เถ้ากระดูกทิ้งลงในถังขยะ ผู้หญิงอย่างคุณ เหมาะสมที่จะอยู่ในถังขยะ!”

ได้ยินดังนั้น จู่ ๆ ชิงซูก็ยิ้มขึ้นมา

เมื่อเห็นเธอยิ้ม ซือซั่วก็ขมวดคิ้ว และถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณหัวเราะอะไร!”

“จ่าน...จ่านซือซั่ว ถึงแม้ว่า คุณจะโยนขี้เถ้ากระดูกของฉันทิ้งลงในถังขยะ แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่า ฉันเป็นภรรยาของคุณ เป็นนายหญิงคุณจ่านได้หรอก! คุณเกลียดฉันมากใช่ไหมล่ะ? แต่น่าเสียดาย ถึงแม้ว่า ฉันตายไปแล้ว คุณก็ไม่สามารถกำจัดฉันได้อยู่ดี! ”

ดวงตาของซือซั่วฉายแววความน่ากลัวมากขึ้น และเขาก็เพิ่มแรงที่มือของเขา มันจึงยิ่งทำให้ชิงซูรู้สึกทรมานมาก จนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และน้ำตาก็ไหลจากหางตาของเธอ

ในขณะที่เธอเริ่มเห็นภาพหลอน ทันใดนั้น จ่านซือซั่วก็ปล่อยมือจากคอของเธอ และเหวี่ยงเธอลงกับพื้นอย่างไร้ความปราณี

ชิงซูล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง มันทำให้เธอเจ็บปวดมาก ราวกับว่า กระดูกทั้งหมดในร่างกายของเธอหัก

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก...” ริมฝีปากสีชมพูของเธอแยกออกจากกัน เธอหอบหายใจอย่างสิ้นหวัง ราวกับว่า มีคนขโมยออกซิเจนไปจากเธอ

เฟินฉีเหลือบมองไปที่ชิงซูเล็กน้อย แล้วก้มศีรษะลง “คุณซือซั่ว ฉันไม่สามารถพาคุณผู้หญิงให้ออกไปได้ เฟินฉียินดีรับการลงโทษ”

เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น ใบหน้าของเฉียนเฉียนก็ซีดเผือดด้วยความตกใจกลัวที่เห็นซือซั่วเกือบจะฆ่าคน เธอจึงรีบคุกเข่าลง แล้วพูดอย่างประหม่าว่า “พี่...พี่เขย ฉัน... มันเป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ตรวจดูให้เร็วกว่านี้ เลยปล่อยให้พี่ชิงซูฉวยโอกาสพูดโกหก และใช้โอกาสนี้ถ่วงเวลา”

ชิงซูรู้สึกเจ็บหน้าอก และไอออกมาหลายครั้ง ก่อนที่จะพูดว่า

“ฉัน...ฉันไม่ได้เอาของของคุณไป แค่ก แค่ก แค่ก!” เธอพึมพำ

จ่านซือซั่วหยิบกระดาษทิชชู่เปียกที่เขาพกติดตัวออกมา และเช็ดมือของเขาที่ก่อนหน้านี้บีบเข้ากับคอของชิงซูด้วยความรังเกียจ

“ไม่ได้เอาไปงั้นเหรอ? เสื้อผ้าที่อยู่บนตัวของคุณก็ล้วนแล้วแต่ถูกซื้อด้วยเงินของฉันทั้งนั้น ยูชิงซู คุณยังมีหน้ามาพูดแบบนั้นอีกเหรอ!”

ชิงซูไม่มีทางโต้แย้งได้เลย เสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกเผาทิ้งไปตั้งแต่วันที่เธอต้องแต่งงานกับซือซั่ว และเฉียนเฉียนเป็นคนเผาเสื้อผ้าของเธอ โดยเธออ้างว่า “เสื้อผ้าพวกนั้นเชยเกินไป ซือซั่วไม่ชอบให้เธอสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น”

“ถอดเสื้อผ้าของเธอออก แล้วโยนทิ้ง!” ซือซั่วสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา และเดินจากไปพร้อมกับเฟินฉีทันที

จนกระทั่งร่างของทั้งสองคนหายไปจากสายตา เฉียนเฉียนจึงลุกขึ้นยืน และก้าวเท้าไปข้างหน้าชิงซูด้วยรองเท้าส้นสูง

“ชิงซู ถึงเธอกับคุณซือซั่วแต่งงานกันนอนเตียงเดียวกัน แล้วยังไง? สุดท้าย เธอก็โดนไล่ออกไปอยู่ดี! คนอย่างเธอ อยากให้คุณซือซั่วตกหลุมรักเธอ ถ้างั้นก็ฝันไปเถอะ! เธอคงไม่ได้คิดว่า ที่ฉันให้เธอแต่งหน้าจัด และเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นเพราะคุณซือซั่วชอบหรอกนะ? ตลกสิ้นดี ผู้ชายคนไหนจะชอบผู้หญิงอ้วน และโง่กัน! ทั้งหมดนั้น ฉันก็แค่ทำให้คุณซือซั่วเกลียดเธอมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก!”

ใบหน้าของชิงซูขาวซีด เมื่อฟังคำพูดที่เย่อหยิ่ง และเหน็บแนมของเฉียนเฉียน เธอเงยหน้าขึ้นไปมอง และไม่แยแสกับคำพูดเหล่านั้น ราวกับว่า เธอแค่กำลังฟังเสียงสุนัขเห่า

เมื่อเห็นว่า เธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เฉียนเฉียนก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “ยูชิงซู เธอมองฉันแบบนั้น มันหมายความว่ายังไง!”

“เห้อ…… เฉียนเฉียน เธอนี่น่าสงสารมากจริง ๆ เลยนะ” ชิงซูหัวเราะเย้ยเบา ๆ และพยายามอดทนกับความเจ็บปวดทั้งหมดของเธอ

เธอค่อนข้างแน่ใจว่า เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในร่างกายอย่างรุนแรง เพราะเพียงแค่เธอพูด มันก็เจ็บเหมือนอวัยวะภายในของเธอกำลังบิดเข้าด้วยกัน

แต่เธอต้องไม่แสดงความเจ็บปวดของเธอออกมา ไม่เช่นนั้น ด้วยคนนิสัยอย่างเฉียนเฉียน ถ้าพบว่า เธอกำลังเจ็บปวด เฉียนเฉียนก็จะยิ่งทำให้เธอทรมานขึ้นกว่าเดิม

“เธอพูดว่าอะไรนะ!” เมื่อเฉียนเฉียนได้ยินดังนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง และร้อยยิ้มเยาะเย้ยของชิงซูก็ยิ่งทำให้เฉียนเฉียนรู้สึกโกรธมากขึ้น

“ฉันบอกว่า.....” ชิงซูหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความเจ็บปวดของเธอ และพูดทีละคำอย่างช้า ๆ ชัด ๆ ว่า “เฉินเฉียนเฉียน เธอใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างน่าสังเวช และน่าขัน มันเลยทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกสงสาร เมื่อพวกเขาเห็นเธอ ลูกสาวนอกสมรส คำนี้คงทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยมากใช่ไหมล่ะ? ดังนั้น เธอเลยพยายามที่จะขโมยของของฉันไป ตั้งแต่เด็ก เพียงเพราะ ฉันเป็นลูกสาวคนโตของตระกูล ยู อย่างถูกต้อง แต่เธอกลับเป็นแค่ลูกสาวของเมียน้อย มันเลยจึงเป็นเรื่องยากที่เธอจะสามารถเชิดหน้าชูตาได้อย่างสง่างามสินะ”

“ยูชิงซู! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! ” เฉียนเฉียนกรีดร้องใส่เธอ ราวกับว่า เธอถูกแทงเข้าจุดที่เธอกำลังเจ็บพอดี

ชิงซูยิ้มเยาะ และพูดต่อ “ในช่วงสองปีมานี้ เธอคงคิดว่า ฉันเชื่อใจเธอ และใช้ความเชื่อใจของฉัน เพื่อทำให้ซือซั่วสนใจเธอ เธอทั้งโกหกฉัน และแนะนำให้ฉันทำแต่เรื่องโง่ ๆ ต่อหน้าเขา เธอเป็นคนทำให้เขาต้องรังเกียจฉัน และมองมาที่ฉันด้วยสายตาขยะแขยงตั้งแต่แรก เธอคงจะภูมิใจกับสิ่งที่เธอทำลงไปมากใช่ไหม? ”

เฉินเฉียนเฉียนกำมือแน่น และหันมองเธออย่างเกลียดชัง และเยาะเย้ยว่า “นั่นก็เพราะ เธอโง่เองต่างหาก!”

“ใช่ ฉันมันโง่จริง ๆ นั้นแหละ” ชิงซูยอมรับอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเธอรู้ถึงสิ่งที่เธอทำลงไปในตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอแทบจะอดทนไม่ไหวที่จะขุดหลุมฝังตัวเอง

ขนาดลูกสาวของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สุดท้ายก็ต้องใช้ชีวิตอย่างคนโง่เง่าที่ไร้ค่า ถึงแม้เธอจะถือไพ่เหนือกว่าแต่เธอก็ต้องแพ้จนมาถึงสถานการณ์แบบนี้ เธอแพ้แล้วอย่างยับเยิน

“เธอก็รู้ตัวนี่!” เฉียนเฉียหัวเราะเยาะ และเสียงหัวเราะของเธอก็เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้ชนะ

“อีกนิดก็เกือบตายแล้ว จึงจำเป็นต้องรู้จักประมานตนเอง ไม่เหมือนเธอ” ชิงซูต้องการให้แน่ใจว่า กระดูกของเธอหักหรือไม่ ดังนั้น เธอจึงเอามือดันพื้น แล้วค่อย ๆ พยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วความเจ็บปวดนั้นกลับรุนแรงมาก จนเธอแทบจะทนไม่ไหว และล้มลงในที่สุด

เธอกัดฟันของเธอแน่น และเหงื่อก็หยดลงมาจากหน้าผากของเธอ นิ้วของเธอจิกลงไปที่พื้น และหลังมือขาวของเธอก็โป่งขึ้นด้วยเส้นเลือดสีน้ำเงินของเธอ

เห็นดังนั้น ใบหน้าของเฉียนเฉียนก็มืดลงทันที

“ชิงซู เธอใกล้จะตายอยู่แล้ว แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้! เธออย่าลืมสิว่า เธอไม่ใช่นายหญิงของตระกูลจ่านอีกต่อไปแล้ว! คุณท่านจ่านก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครปกป้องเธอได้หรอก! ถ้าเธอรู้ตัวดี ก็คุกเข่าขอร้องอ้อนวอนฉันสิ อ้อนวอนฉันขอให้พ่อยอมให้เธอกลับบ้าน! ”

เมื่อกล่าวถึงคุณท่านจ่าน ชิงซูก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

ชิงซูเป็นภรรยาของซือซั่ว ด้วยการแต่งตั้งจากคุณท่านจ่าน แต่ไม่นานหลังจากที่เธอได้แต่งงานกับซือซั่ว คุณท่านจ่านก็เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย ในช่วงเวลาที่เธอยังมีชีวิตอยู่ คุณท่านจ่านมักจะเป็นคนคอยปกป้องชิงซู และในช่วงนั้น ชิงซูยังคงใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลจ่านอย่างสงบสุขสบาย

“เฉียนเฉียน เธอคงไม่ได้คิดหรอกใช่ไหมว่า หลังจากที่ฉันหย่ากับซือซั่วแล้ว เธอสามารถเป็นคุณผู้หญิงของตระกูล จ่าน กรุ๊ปได้?”

เมื่อเฉียนเฉียนได้ยินดังนี้ เธอจึงยืดอก และพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เธอเป็นได้ แล้วทำไมฉันจะเป็นบ้างไม่ได้!”

“เธอเป็นไม่ได้หรอก” เสียงของชิงซูแผ่วเบา แต่กระนั้นน้ำเสียงของเธอก็มีความมุ่งมั่นมาก “เฉียนเฉียน เธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่า ซือซั่วจะแต่งงานกับเธอ? หรือเป็นเพราะ ซือซั่วเป็นลูกนอกสมรส เธอเลยคิดว่า เธอคู่ควรกับเขางั้นหรือ? เธอมันก็เป็นแค่ลูกสาวของเมียน้อยพ่อฉัน แม่ของเธอคือ เมียน้อยที่ทำลายครอบครัวของคนอื่น! แต่จ่านซือซั่วแตกต่างจากเธอ ถึงแม้ว่า เขาจะเป็นลูกนอกสมรส แต่เขาเกิด เมื่อตอนที่พ่อของเขายังไม่แต่งงาน และแม่ของเขาก็ไม่เคยทำลายครอบครัวของคนอื่น! ”

“เพียงแค่นี้ เฉินเฉียนเฉียน เธอ มัน ไม่ คู่ควร” ชิงซูกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ ด้วยท่าทีใจเย็น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED