ภาพปกนิยาย ฟ้าหลงตะวัน

ฟ้าหลงตะวัน

8.4 / 10.0
โชคชะตานำพาให้ ต้นน้ำ และ พัทธนันท์ ได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะรักครั้งแรกที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ถ่านไฟเก่าที่เคยคุกรุ่นจึงเริ่มต้นขึ้นเป็นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความหอมหวานและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ เมื่อความใกล้ชิดทวีความรุนแรงขึ้น จูบที่แสนอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเกินจะต้านทาน ต้นน้ำหลงใหลในความหวานล้ำของหญิงสาวจนแทบคลั่ง ขณะที่พัทธนันท์เองแม้จะขัดเขินต่อสัมผัสที่จาบจ้วงแต่เธอก็พร้อมจะเรียนรู้และตอบสนองต่ออารมณ์อันพลุ่งพล่านนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไอรักและความปรารถนา สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้เธอไม่อาจหลบเลี่ยงความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้ได้เลย

ฟ้าหลงตะวัน ตอนที่ 1

หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมง มัดผมยาวเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ทำให้ใบหน้าสวยเด่นชัดยิ่งขึ้น ริมฝีปากอิ่มทา             ลิปกลอสสีอ่อนระเรื่อ ใบหน้าแม้จะไม่แต่งแต้มอะไรมากก็สวยงามแบบธรรมชาติเพราะเป็นคนที่ผิวขาวอมชมพูอยู่แล้ว ถ้านับปีนี้เธอก็อายุย่างเข้ายี่สิบสามปีพอดี เธอใช้มือบางเปิดประตูห้องน้องชายที่อายุห่างจากเธอสามปี พอเห็นน้องชายเธอก็ต้องส่ายหน้า เพราะน้องชายคนเดียวของเธอยังนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา พัทธนันท์มองน้องชายที่ใบหน้าออกจะคล้ายๆ เธอ แต่ผิวคล้ำกว่าเพราะชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ 

“คลื่น...คลื่น...ตื่นสายมากแล้วนะ เดี๋ยวก็ไปทำงานพิเศษไม่ทันหรอก” พัทธนันท์ปลุกน้องชายขี้เซาที่วันนี้เขาต้องไปทำงานพิเศษเป็นเจ้าหน้าที่ lifeguard ของโรงแรมวันแรก แต่ดูท่าทางว่าการทำงานวันแรกของน้องชายเธอ เขาจะไปสายแล้วล่ะมั้งเนี่ย ซึ่งเธอเองก็ต้องออกไปดูแลร้านกาแฟที่เธอรักด้วยเช่นกัน พัทธนันท์เขย่าตัวน้องชายไปมาแล้วก็ดึงผ้าห่มผืนอุ่นออกจากตัวน้องชายด้วย

“อืม...พี่ฟ้าขอเวลาอีกห้านาทีนะฮะ” อนวัฒน์บิดตัวไปมาแล้วเอ่ยต่อรอง พร้อมทั้งใช้แขนยาวๆ ควานหาผ้าห่ม เมื่อไม่พบก็นอนขดตัวอยู่แบบนั้น เพราะกว่าเขาจะได้เข้านอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง 

“ไม่ได้...วันนี้เราต้องไปทำงานพิเศษเป็นวันแรกนะ ปิดเทอมทั้งทีหัดทำอะไรให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย อีกอย่างไปเช้าๆ จะได้แวะไปส่งพี่ที่ร้านด้วย ตื่นเดี๋ยวนี้นะคลื่น!” พัทธนันท์ดึงตัวอนวัฒน์ให้ลุกจากที่นอน แต่กว่าจะดึงตัวอนวัฒน์ให้ลุกได้พี่สาวอย่างเธอก็ต้องปาดเหงื่อเพราะเจ้าน้องชายของเธอตัวหนักยังกะอะไร ความสูงก็มากกว่าเธอด้วยซ้ำ 

“คร๊าบบ แม่คร๊าบบ ตื่นแล้วครับ อาเจ๊ใจร้ายขอนอนอีกหน่อยก็ไม่ได้” อนวัฒน์แซวพี่สาวตัวเอง เพราะรู้ดีว่าพัทธนันท์ไม่มีทางโกรธเขาที่เรียกพี่ว่าแม่บ้าง อาเจ๊บ้าง อนวัฒน์กับพี่สาวนั้นอยู่ด้วยกันตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไป ส่วนแม่เขาก็หายไปตั้งแต่พ่อเสียชีวิตและไม่เคยติดต่อกลับมาเลย เขาจึงรักพี่เหมือนกับแม่คนหนึ่ง เพราะพัทธนันท์ดูแลเขาทุกอย่างที่พี่สาวคนหนึ่งควรจะทำ แถมทำมากกว่าที่เขาต้องการด้วย 

“คลื่น อาบน้ำเร็วๆ ล่ะ จะได้ลงมาทานข้าวเช้าก่อนออกไปทำงาน” พัทธนันท์บอกอนวัฒน์ ขณะที่เดินออกจากห้องก่อนจะลงมายังครัวที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านเพื่อเตรียมอาหารเช้า 

“ครับ คร๊าบบ” อนวัฒน์รับปากเสียงดังออกมาจกห้องน้ำ เจ้าตัวใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ลงมาจากชั้นบนของบ้านก็ทำจมูกฟุตฟิตดมกลิ่นอาหารเช้าที่พี่สาวทำให้ พัทธนันท์มองใบหน้าน้องชายยิ้มๆ เธอตักข้าวต้มให้อนวัฒน์ถ้วยโต หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ อนวัฒน์ขับรถไปส่งพัทธนันท์ที่ร้านกาแฟก่อนที่จะตรงไปโรงแรม 

พัทธนันท์มาถึงร้านกาแฟ ที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ร้านกาแฟของเธอเป็นแบบน่ารัก มีมุมให้นั่งทานกาแฟทั้งในตัวร้านและด้านนอกที่มีวิวของทะเลแสนสวยเป็นฉากหลังให้มอง มีอาหารแสนอร่อยที่เจ้าของร้านอย่างเธอจะโชว์ฝีมือให้ลูกค้าทานบ้างเป็นครั้งคราว เรียกได้ว่าเป็นเมนูพิเศษที่เจ้าของร้านภูมิใจเสนอ มีทั้งไอศกรีมและขนมหน้าตาน่าทานที่เธอสั่งมาจากร้านประจำ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือร้านของขวัญข้าว เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนของเธอนั่นเอง และกว่าที่ พัทธนันท์จะได้ร้านนี้มาเธอก็ทุ่มทุนสร้าง ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านเป็นความคิดของเธอบวกกับผู้เป็นลุง ซึ่งสิ่งที่ได้มามันก็ทำให้เธอมีความสุขมาก และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เธอจะทำงานอย่างมีความสุข 

ทางด้านอนวัฒน์เมื่อส่งพี่สาวก็แวะมารับต้นน้ำเพื่อนสนิทตั้งแต่ ม.2 ที่บ้านพักซึ่งเป็นแบบโฮมสเตย์ อนวัฒน์กับต้นน้ำนั้นติดต่อกันมาตลอด ถึงแม้ต้นน้ำจะย้ายโรงเรียนมาตอน ม.3 พอเข้ามหาวิทยาลัยทั้งสองคนก็สอบได้ที่เดียวกัน ทำให้สนิทกันมากขึ้น และงานพิเศษครั้งนี้ต้นน้ำเองก็เป็นคนคิดว่าเขาอยากทำเอง ซึ่งอนวัฒน์ก็ไม่ขัดข้อง เพราะอย่างน้อยตอนปิดเทอมเขาก็กลับมาที่บ้านอยู่แล้ว แต่ไม่เคยทำงานนอกเหนือจากคอยช่วยพี่สาวที่ร้านกาแฟเท่านั้น แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเพื่อนของเขาจึงเจาะจงมาทำงานพิเศษที่นี่ แทนที่จะทำงานที่บ้านของตัวเอง เพราะครอบครัวของต้นน้ำเองก็มีบริษัทที่ใหญ่โตในกรุงเทพฯ 

หลังจากทั้งสองคนได้ฟังขั้นตอนการทำงานคร่าวๆ จากผู้จัดการว่าหน้าที่ lifeguard ต้องทำอะไรบ้าง ผู้จัดการก็พา  ต้นน้ำกับอนวัฒน์ไปแนะนำตัวกับ ศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ช่วยสอนงานต่อ 

“พี่ศักดิ์ ทำงานที่นี่นานหรือยังครับ แล้ว lifeguard ที่ทำประจำที่นี่ไปไหนเหรอครับ ถึงได้รับพวกผมสองคนเข้ามา”    ต้นน้ำเอ่ยถามขึ้น 

“พี่ทำงานที่นี่มาได้ห้าหกปีแล้วล่ะ lifeguard ที่นี่จะมีสี่คน ช่วงเวลาปรกติก็มีนักท่องเที่ยวไม่มากหรอกนะ แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมยาว ทำให้คนที่มาเที่ยวที่นี่เพิ่มขึ้น ทางเจ้าของโรงแรมจึงต้องการ lifeguard เพื่อมาช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเพิ่มขึ้นน่ะ เพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นที่นิยม มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเลยล่ะ ว่าแต่นายสองคน คงทำไหวนะ” ศักดิ์เล่าข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ ให้ต้นน้ำกับ อนวัฒน์ฟัง แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าทั้งสองคนจะทำงานนี้ไหวหรือเปล่า 

“ครับ” ทั้งต้นน้ำและอนวัฒน์ตอบรับพร้อมกัน

“งั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปดูที่ทำงานของนายสองคนแล้วกัน” ขณะที่เดินไปศักดิ์ก็อธิบายแผนผังของโรงแรมให้ต้นน้ำและอนวัฒน์ฟัง เนื่องจากจะเป็นข้อมูลสำหรับแนะนำให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าที่มาพักได้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจฟังอย่างดี เมื่อถึงบริเวณหน้าหาดสีขาวซึ่งทอดยาวไปหลายกิโลเมตร ศักดิ์จึงแบ่งหน้าที่ให้ต้นน้ำและอนวัฒน์ดูแลกันคนละจุด 

“ต้น พี่จะให้เราดูแลบริเวณปีกซ้ายของชายหาดนะ” ศักดิ์ชี้มือไปทางชายหาดด้านซ้ายของโรงแรม 

“ครับพี่ศักดิ์” ต้นน้ำตอบรับ

“ส่วนคลื่นดูถัดไปจากต้นร้อยห้าสิบเมตรแล้วกัน”  

“ครับ” อนวัฒน์ก็ตอบรับเสียงหนักแน่นเช่นกัน 

 “ระยะห่างของทั้งสองจุด คือร้อยห้าสิบเมตรนะ พี่ยังไม่อยากให้เราดูแลในระยะที่มากกว่านี้เดี๋ยวจะดูแลไม่ทั่วถึงเข้าใจกันนะ และในเวลาทำงานต้องตั้งใจให้มาก เพราะชีวิตของคนอีกหลายคนฝากไว้ที่ต้นกับคลื่น ดังนั้นดูแลจุดที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี ส่วนเวลาพักคือเที่ยงถึงบ่ายโมง ช่วงที่พักจะมีเจ้าหน้าที่คนอื่นมาเปลี่ยนเวรดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง” เมื่อศักดิ์อธิบายภาระงานให้ต้นน้ำและอนวัฒน์เข้าใจแล้ว เขาก็ขอตัวไปทำงานต่อ

“ต้น...ตอนเที่ยงไปทานข้าวที่ร้านพี่ข้านะ แล้วเจอกัน” อนวัฒน์ตะโกนบอกต้นน้ำ ก่อนแยกย้ายไปทำงานประจำจุดที่ตนได้รับมอบหมาย วันนี้เขาต้องทำหน้าที่ lifeguard ให้ดีที่สุด เพราะเหมือนกับที่พี่ศักดิ์บอกไว้ ชีวิตคนอีกมากที่ฝากไว้กับ lifeguard อย่างเขา

อ่านต่อ

สารบัญของ ฟ้าหลงตะวัน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เมื่อเพชรหอมตัดสินใจบอกข่าวเรื่องการตั้งครรภ์กับราซิเอลโล่ ชายผู้เป็นรักแท้ที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างให้ กลับต้องเผชิญกับความเย็นชาและคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ เขาปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างรัดกุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของเธออย่างเลือดเย็น คำยืนยันที่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาทำให้เพชรหอมต้องหอบเอาความบอบช้ำและหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดกลับสู่เมืองไทยเพียงลำพัง โดยที่ชายหนุ่มผู้ทระนงในความรอบคอบของตนไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ความผิดพลาดที่เขาเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็นพันธะผูกพันที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต
ภาพปกนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีของชีวิตสมรส สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตบนหนามแหลม จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกไปอย่างไร้เยื่อใย เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาที่กำลังจะกลับมา เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นสุดความสัมพันธ์ ทั้งคู่กลับได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่สเตลล่าอยู่ในอ้อมแขนของชายคนใหม่ ความสุขที่เธอแสดงออกมาทำให้เวย์ลอนที่เคยเย็นชากลับรู้สึกโกรธแค้นจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาเอ่ยปากประชดประชันถึงความรวดเร็วในการหาคนใหม่ แต่สเตลล่ากลับตอกกลับอย่างไม่ใยดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของเธออีกต่อไป พร้อมแสดงความรักต่อชายคนใหม่ต่อหน้าเขาอย่างเปิดเผย
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
โชคชะตาเล่นตลกส่งให้ฟ้ารดาสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับสู่กรุงอโยธยาแบบไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีรูปร่างกำยำและใบหน้าหล่อเหลาจนยากจะถอนสายตา เมื่อหนทางกลับบ้านมืดมน แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่สุดกร้าวใจจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่ากิริยาของเธอแปลกประหลาดประหนึ่งคนวิปลาส แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่ ทว่าอุปสรรคความรักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาของชายหนุ่ม แต่ยังมีคุณพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิตคอยขัดขวางไม่ให้ออกเรือน ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเก่า ฟ้ารดาจะใช้เสน่ห์ที่มีมัดใจนายช่างใหญ่ให้ยอมสยบต่อความรักที่แสนแตกต่างครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED