ตอน 2

ทันทีที่หนิงอวี่เดินเข้ามาในจวนแล้ว กำไลหยกในข้อมือเล็กของนางก็ส่องแสงสีขาวเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ เป็นหลากสี หนิงอวี่หยุดเดินในทันทีเพราะเริ่มที่จะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา จึงเลือกที่จะเดินต่อไปอีกนิดเพื่อนั่งพักลงบนโขดหินในสวนด้านหน้าจวน

มือบางกุมขมับของตัวเองทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง ข้อมูลทั้งหมดของจวนนี้ก็เริ่มทยอยผุดขึ้นมาในหัวของหนิงอวี่เรื่อย ๆ จนกระทั่งสมองประมวณผลได้ว่าตอนนี้นั้นหนิงอวี่มาอยู่ในร่างของหนึ่งในสาวใช้สกุลจาง นามว่าหนิงอวี่ ชื่อเดียวกับตน

และเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ในจวนคหบดีสกุลจางได้เพียงวันเดียวจวนก็ถังแตก เพราะสกุลจางถูกสกุลหลิวที่เป็นคู่ค้าคดโกง แถมยังใส่ร้ายว่ายักยอกทรัพย์ของทางการ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นสมาชิกของตระกูลนี้ยังมีโอกาสจะถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวงทั้งหมดอีกด้วย

โดยจวนแห่งนี้มีสมาชิกอยู่สี่คนคือเจียวซิ่นเป็นเจ้าบ้าน เจินห่านมารดาของเจียวซิ่น ชิงเจ๋อน้องสาวของเจียวซิ่น และลี่ซือบุตรสาวของชิงเจ๋งกับสามี

ลี่ซือเป็นแม่นางน้อยอายุห้าขวบที่หนิงอวี่มีหน้าที่ต้องดูแลเลี้ยงดู ซึ่งเป็นเด็กน้อยที่มีนิสัยเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก เพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ลี่ซือก็กำลังอาละวาดสาวใช้อีกคนที่พยายามจะป้อนข้าวให้เจ้านายตัวน้อย

แต่ทว่าลี่ซือนั้นไม่ยอมกิน ดวงหน้ากลมแก้มป่องจนน่าหยิกนั่นกำลังบูดบึ้ง อารมณ์ขุ่นขวางในชนิดที่เห็นสิ่งใดก็ขวางหูขวางตาไปหมด เมื่อสาวใช้เอาตะเกียบคีบขนมจีบกุ้งจากในตะเข่งไม้อันเล็กมายื่นจ่อปากของเจ้านายน้อยด้วยมือสั่น ๆ ลี่ซือก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับใช้มือเล็กดันแขนของสาวใช้ให้ออกห่างในทันที พร้อมกับตวาดลั่นเสียงแหลมเล็กจนคนที่ได้ยินต้องมีแสบแก้วหู

“ไม่! ข้าไม่กิน ข้าไม่หิว ข้าไม่อยากกินสิ่งใดทั้งนั้น เอาออกไปให้พ้นหน้าของข้าบัดเดี๋ยวนี้”

แต่สาวใช้ก็ยังไม่ย่อท้อ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ พยายามยื่นขนมจีบกุ้งให้คุณหนูลี่ซืออีกครั้งพร้อมกับพยายามพูดอ้อนวอน

“คุณหนูลองกินขนมจีบกุ้งดูสักคำเถอะเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูไม่กินจะไม่มีแรงวิ่งเล่นนะเจ้าคะ”

และผลตอบรับก็เป็นเช่นเคย แม่นางน้อยลี่ซือยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันว่าจะไม่กินอยู่อย่างนั้นหลายครั้งอย่างเอาแต่ใจ สายตาดุ ๆ ของแม่นางเป็นสัญญาณเตือนของการคัดค้าน

“ข้าไม่กิน ข้าไม่กิน ข้าไม่กิน อย่างไรข้าก็ไม่กิน”

หนิงอวี่ที่ยืนแอบดูอยู่นาน ประเมินสถานการณ์ดูแล้วคิดว่าสาวรับใช้คนเดียวคงจะรับมือกับเด็กสาวตัวน้อยแสนเอาแต่ใจไม่ไหว จึงตัดสินใจเข้ามาเจรจากับเจ้าก้อนหน้าตาน่ารักด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีการกินให้ดูและทำท่าทางแสดงออกให้ชัดเจนว่าอาหารที่ตัวเองพึ่งกินเข้าไปนั้นรสเลิศมากเพียงใด เคี้ยวตุ้ย ๆ แลดูแล้วน่าอร่อย หวังให้น้ำย่อยของอีกฝ่ายทำงาน

“อือหื้อ รสเลิศมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู กลิ่นหอมกรุ่นคงค้างอยู่ในโพรงปากของบ่าว รสชาติล้ำลึกจนวางตะเกียบไม่ลง ลองชิมดูสักคำนะเจ้าคะ” หนิงอวี่พูดพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบขนมจีบกุ้งชิ้นใหม่ยื่นจ่อปากของคุณหนูลี่ซืออีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณหนูก็ยังไม่ยอมกิน แต่ใช้มือหยิบขนมจีบกุ้งไปแล้วขว้างปาใส่หนิงอวี่กับสาวใช้อีกคน โดยหยิบขนมจีบกุ้งลูกอื่น ๆ ในเข่งติ่มซำมาขว้างปาด้วย

“ข้าบอกว่าไม่กินอย่างไรเล่า ไม่กิน ไม่กิน น่ารำคาญเสียจริง!”

เสียงเล็ก ๆ ของเด็กตัวน้อยแต่ยามไม่พอใจกลับทรงพลังยิ่งนัก สาวใช้อีกคนที่อยู่กับหนิงอวี่ต้องรีบกล่าวขอร้องให้เจ้านายตัวน้อยทุเลาอารมณ์ขุนมัวลงพร้อมกับคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างร้อนรน

“คุณหนูระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ พวกบ่าวก็แค่อยากให้คุณหนูได้กินอาหารที่รสชาติเป็นเลิศจะได้มีกำลัง บ่าวผิดไปแล้ว คุณหนูโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”

ส่วนหนิงอวี่ก็ยืนมองด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องทำถึงขั้นนั้นด้วย จนกระทั่งลี่ซือยอมหยุดขว้างปาอาหาร สาวรับใช้ที่เอาศีรษะโขกพื้นสำนึกผิดก็ยืนขึ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปหยิบชามขนมหวานมาคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งแล้วยื่นชามขนมให้กับคุณหนูของตัวเอง

“ถะ ถ้าคุณหนูลี่ซือไม่อยากอาหาร ลองทานขนมดูสักชิ้นก็ได้เจ้าค่ะ”

“ไม่! เอาออกไปให้หมดเลย ข้าไม่กินสิ่งใดทั้งนั้น ข้าจะออกไปวิ่งเล่น”

หนิงอวี่ที่ยืนนิ่งมองวีรกรรมของเด็กดื้ออยู่สักพักหลังจากถูกขว้างปาอาหารใส่ จนเผลอขมวดคิ้วพลางยกมือเท้าสะโพก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นบ่าวรับใช้อยู่ในยุคโบราณ กิริยาเช่นนี้คงจะไม่เหมาะ จึงรีบเก็บมือแล้วแอบกลอกตาขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาวอย่างรำคาญใจ

ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อนสาวรับใช้ที่คุกเข่าอยู่ก่อนแล้ว และขอชามขนมมาถือเอาไว้แทน ก่อนที่จะหยิบเอาขนมปั้นรูปสัตว์ขึ้นมาล่อตาล่อใจเด็กน้อย แต่ก็ยังถูกมือเล็กปัดทิ้ง

หนิงอวี่อับจนหนทางจึงลุกขึ้นไปแอบทำหน้าเบื่อหน่าย พลางนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้สร้างห้องเก็บของสมัยใหม่อยู่ในจวนหลังนี้ด้วย ก็อยากที่จะเดินไปหยิบขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาตัวดังของชอบของเด็กมาสักถุง รับรองว่าคุณหนูลี่ซือต้องหายพยศอย่างแน่นอน

ระหว่างที่หนิงอวี่กำลังคิดถึงขนมห่อสำเร็จรูปของยุคปัจจุบันอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำไลหยกที่ข้อมือของตัวเองกำลังแผ่พลังงานบางอย่างออกมา ก่อนที่ในมือของหนิงอวี่ที่ไพร่หลังอยู่นั้นจะสัมผัสกับถุงพลาสติกพองโต ที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาได้อย่างไรก็มิอาจรู้ได้ หนิงอวี่จึงยกมือขึ้นมาดูปรากฏว่าในมือของนางนั้นคือถุงขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาที่นางพึ่งจะนึกถึงไปเมื่อสักครู่

‘ระหรือว่ากำไลหยกอันนี้จะเป็นกำไลหยกวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นจากมวลสารของลูกไฟดาวตก ทำให้เกิดพลังงานที่สามารถดึงของในห้องเก็บของสมัยใหม่ออกมาได้เมื่อนึกถึงสิ่งนั้น’

หนิงอวี่ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจที่ความมหัศจรรย์ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเดียว สายตาบ่งบอกถึงการรอชมเรื่องสนุก ถ้าตัวนางกลับไปโลกปัจจุบันได้แล้วสัญญากับตัวเองเลยว่าจะนำเอาลูกไฟหรือกำไลหยกอันนี้ไปวิจัยให้ได้

หนิงอวี่เดินยิ้มไปหาคุณหนูลี่ซือก่อนจะหยิบมันฝรั่งทอดในถุงขนมแปลกตาที่นางนั้นแกะห่อเรียบร้อยแล้วให้กับแม่นางน้อยหนึ่งชิ้น

“คุณหนูลี่ซือ ลองทานสิ่งนี้ดูก่อนนะเจ้าคะ บ่าวได้มาจากตลาด บ่าวเห็นว่ามันแปลกตาจึงนึกถึงคุณหนู”

ลี่ซือมองถุงขนมในมือของสาวใช้หนิงอวี่ด้วยความงุนงง เพราะถุงขนมนั่นช่างแปลกตาพิกล แต่เมื่อหนิงอวี่หยิบขนมขึ้นมาจากในห่อหนึ่งชิ้นแล้วเอาเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวเสียงกรอบแกรบและเลียนิ้วตามหลังจากกลืนขนมลงคอด้วยความเอร็ดอร่อย ทำเอาลี่ซือลอบกลืนน้ำลงคอดังเอื๊อก! แสดงออกชัดเจนว่าอยากกินบ้าง จึงยอมยื่นมือเล็ก ๆ มาขอขนมจากสาวใช้ตรงหน้า

หนิงอวี่ยกยิ้มมุมปากที่ครั้งนี้ตะล่อมเด็กน้อยจอมเอาแต่ใจได้สำเร็จ และยอมหยิบขนมมันฝรั่งทอดในห่อส่งให้ลี่ซือหนึ่งชิ้น ลี่ซือรับเอาไปแล้วใส่เข้าปากในทันที ก่อนที่สีหน้าบึ้งตึงจะค่อย ๆ คลายออกแล้วทำตาโตในขณะที่เคี้ยวขนม เมื่อเคี้ยวเสร็จก็กลืนลงคอแล้วยื่นมือเล็ก ๆ มาเพื่อขออีกชิ้นต่อทันทีอย่างติดใจ

แต่หนิงอวี่มีแผนการอยู่แล้ว จึงชักมือเก็บเพื่อเอาถุงขนมหลบ คุณหนูลี่ซือชักสีหน้าไม่พอใจ ยู่ริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้าส่อเค้าความหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ พ่นลมออกจมูกดังหึ! แต่หนิงอวี่ไม่ยี่หระ ทำใจกล้าเอ่ยคำต่อรองอย่างมีเงื่อนไข

“ถ้าคุณหนูยอมกินข้าวจนหมด บ่าวจะนำเอาลูกอม รสนมให้ด้วยเจ้าค่ะ”

“ลูกอมรสนมคือสิ่งใด?”

“ขนมอย่างหนึ่งที่ทำมาจากน้ำตาลกวนกับนม ทั้งอมและเคี้ยวได้ หนุบหนับ รสชาติหวานและมีกลิ่นหอม รสชาติเป็นเลิศอย่างมากเจ้าค่ะ” หนิงอวี่บรรยายจนลี่ซือน้ำลายสอในปาก ถึงแม้ว่าจะเอาแต่ใจแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นเด็กน้อยอายุเพียงห้าขวบอยู่ดี

หนิงอวี่ในตอนแรกที่เห็นความเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผลของลี่ซือแล้ว ก็รู้สึกไม่ชอบใจบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้อดเอ็นดูแม่นางน้อยลี่ซือไม่ได้ ยิ่งในตอนที่เจ้ากวางน้อยใบหน้าอ้วนกลม ตาชั้นเดียว พวงแก้มปริพยักหน้าหงึก ๆ อย่างน่ารักนั้นใจก็แทบจะละลายเลยก็ว่าได้

ลี่ซือรีบผงกศีรษะขึ้นลงอย่างว่าง่าย หนิงอวี่จุดยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับเพื่อนสาวรับใช้อีกคนให้ช่วยกันป้อนอาหารคาวและหวานให้กับคุณหนูเท่าที่นางจะกินได้

ลี่ซือยอมกินข้าวไปหลายคำ และหลังจากที่ดื่มน้ำนางก็ยื่นมือเล็ก ๆ มาขอขนมจากหนิงอวี่ในทันที หนิงอวี่ก็ทำตามสัญญา นางเอามือไพล่หลังแล้วนึกถึงลูกอมรสนมในใจ ก่อนที่จะรู้สึกถึงพลังของกำไลหยกกำลังทำงาน และในมือของนางก็มีถุงลูกอมรสนมผุดขึ้นมาตามที่ใจนึกคิด

หนิงอวี่จัดการแกะซองลูกอมแล้วส่งให้กับคุณหนูลี่ซือได้ลิ้มรส เจ้าเด็กน้อยรับลูกอมจากมือของสาวใช้มาใส่เข้าปากแล้วเคี้ยวหนึบ ๆ อย่างที่หนิงอวี่ทำให้ดูก่อนหน้า ความพอใจของลี่ซือออกมาทางสีหน้า เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ และรอยบุ๋มตรงข้างแก้มอย่างน่ารักจนจับใจ

บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกที่คุณหนูลี่ซือไม่ยอมกินข้าว บัดนี้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก เจ้านายตัวน้อยกับสาวใช้จำเป็นที่ในตอนนี้เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีงามต่อกันมากยิ่งขึ้น หนิงอวี่และลี่ซือกินขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาและลูกอมรสนมด้วยกันจนหมดทั้งสองห่อ จนกระทั่งมีใครบางคนเข้ามาขัดขวางความสุขของทั้งสอง โดยการส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ในสวนด้านนอกจวน คล้ายกับว่าจะเป็นเสียงของสตรีที่กำลังขาดสติ

ตอน 3

“คนชั่ว! นิสัยเสเพลลุ่มหลงในอิสตรี ถึงแม้ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีจะกล่าวว่าบุรุษมีอนุได้ก็ตาม แต่ทุกเรื่องล้วนต้องมีขอบเขต สมควรเกรงใจกันบ้าง ฮึก! ข้าเกลียดท่าน เกลียดท่าน เกลียดท่านยิ่งนัก!”

ตึก! ตึก!

“คนใจบาป ไม่มีมโนสำนึกว่าอันใดคือความละอายใจ เหลวไหลสิ้นดี!”

ตึก! ตึก!

เสียงคร่ำครวญคำรามกับเสียงกระทืบเท้าหลายครั้งดังขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างมีโทสะ หนิงอวี่ทนไม่ไหวด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้นางต้องเดินไปเกาะหน้าต่างเพื่อแอบทอดสายตามองดูข้างนอกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เมื่อมองดูแล้วก็ได้เห็นว่ามีสตรีนางหนึ่งที่ข้างกายมีกระเป๋าไม้ใบใหญ่ที่มองดูก็รู้ว่าเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่หนึ่งใบ พร้อมกับบ่าวรับใช้สองนาง

แต่สิ่งที่สะดุดตาหนิงอวี่มากที่สุดก็คือใบหน้าของสตรีเบื้องนอก ที่ได้เห็นก็ถึงกับมองค้างอ้าปากหวอ เพราะนางผู้นั้นช่างงามพิลาศล้ำ คิ้วใบหลิว ดวงตาเป็นประกายลึกล้ำยากจะหยั่ง ทั้งยังงดงามสง่ายากจะละสายตา แต่ใบหน้างดงามนั้นเจือทั้งความทระนงและจองหองอยู่ไม่น้อย ใบหน้าสวยแต่บูดบึ้งไม่ยิ้มแย้ม บัดนี้แดงก่ำด้วยแรงโทสะเหมือนผ่านเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเป็นอย่างมากมาหยก ๆ

“คนถ่อยขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี ตายไปก็ไร้ดินกลบฝัง!”

สตรีผู้ที่เจ็บแค้นในตัวของสามีร่วมเตียงเคียงหมอนกันมาหลายปีนั้น ยังคงพ่นถ้อยคำผรุสวาทประหนึ่งมีสายฟ้าฟาดผ่านร่างของนางออกมาไม่ขาดสาย สายตาทั้งดุดันและกราดเกรี้ยว ในอกมีเปลวไฟลุกโชนกองหนึ่งแผดเผา ไม่ไว้ไมตรีต่อกันอีกต่อไป แต่ถึงจะโมโหจนแทบอกแตกตายเพียงใดแต่ก็ยังอาลัยอาวรณ์ตัดไม่ขาด เพราะยังมีน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาพร้อมจะร่วงหล่นอาบแก้มอยู่เสมอ

ไก่บินสุนัขกระโดด ความอลหม่านวุ่นวาย เสียงเอะอะดั่งลมพายุหมุนที่เกิดขึ้นจากคนคนเดียวสงบเงียบลงไปได้ หลังจากเสียงตบเท้าของคนในจวนดังขึ้น และปรากฏให้เห็นสตรีมีอายุแต่ยังมีเค้าโครงความงดงามหลงเหลืออยู่ไม่น้อยนางหนึ่งที่เร่งรีบเดินเข้าไปหาหญิงงามนางแรกที่กำลังยืนเศร้าโศกโศกาอาดูรอยู่มาสักพักก่อนหน้า แต่พึ่งจะมีคนจากในจวนออกไปแลดูถึงตัว

ยามนี้กำไลหยกในข้อมือเล็กของหนิงอวี่ส่องสว่างวาบขึ้นมาอีกรอบ ในหัวของนางเกิดภาพและความคิดว่าสตรีเบื้องหน้าสองนางนั้นคือผู้ใด สตรีที่กำลังเสียใจคือชิงเจ๋อ ส่วนสตรีมีอายุคือเจินห่าน ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

ชิงเจ๋อ น้องสาวเพียงผู้เดียวของเจ้าบ้าน มีนิสัยที่ประชดประชันเก่งเป็นที่หนึ่ง ทั้งยังเอาแต่ใจยิ่งกว่าบุตรสาวของตัวเองอย่างลี่ซือ จึงทะเลาะกับสามีอยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ทะเลาะกันหนักถึงขั้นเก็บเสื้อผ้ากลับมายังจวนของตัวเองครั้งที่นับไม่ถ้วน

ส่วน เจินห่าน มารดาของเจ้าบ้าน ก็เป็นท่านผู้เฒ่าที่รักหน้ายิ่งชีพ เสียอะไรเสียได้แต่จะไม่ยอมเสียหน้าอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นถึงมารดาของขุนนางในราชสำนักและมีกิจการที่ใหญ่โต มีคนนับหน้าถือตามากมาย ทั้งยังเติบโตและแต่งเข้ามาในสกุลที่สร้างคุณงามความดีให้กับแผ่นดินไว้อย่างใหญ่หลวงหลายชั่วรุ่น เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือล้วนเหลือกินเหลือใช้จนถึงทุกวันนี้ ตลอดชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ยาก และยากจนมาก่อนเลยสักครั้ง

“โถ่...ชิงเจ๋อลูกรัก สามีของเจ้าทำให้เจ้าเสียใจถึงเพียงนี้อีกแล้วหรือไร จะหยามเกียรติสกุลหลินของพวกเราเกินไปแล้วกระมัง”

เจินห่านกระชับอ้อมกอดอบอุ่นที่มอบให้ชิงเจ๋อแน่นขึ้น ไม่ปล่อยให้บุตรสาวของตนเสียใจอยู่ผู้เดียว ดวงตาของผู้เป็นมารดาซ่อนความนัยทั้งห่วงใยและคะนึงหาลูกรักที่แต่งออกไปอยู่จวนของสามีหลายปี แต่ทุกครั้งที่กลับมาจวนสกุลหลินต้องได้มีเรื่องทุกข์ใจกลับมาเช่นนี้ทุกทีไป คนเป็นแม่ก็อดน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ สงสารบุตรสาวสุดที่รักจนจับใจ

“ลูกเจ็บจนเกินจะทนแล้วท่านแม่ ครั้งนี้ลูกต้องได้หย่าเป็นแน่นอน ฮึก!”

เสียงสั่นเครือพร้อม ๆ กับน้ำใสรื้นขึ้นคลอนัยน์ตา ปลายคิ้วตกลู่ลงด้วยความทุกข์ในใจ เสียงสะอื้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความเจ็บปวดกลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่เริ่มไหลริน

ชิงเจ๋อสะอื้นกอดมารดาอย่างสั่นเทิ้ม จิตใจบอบช้ำเกินจะทานทน ก่นด่าโชคชะตาของตัวเองในใจที่ลิขิตมาให้พานพบกับสามีเช่นนี้

“ลูกไม่สน ลูกต้องการหย่าท่านแม่ ข้าต้องการหย่า ฮึก! ไม่อยากทนทุกข์กับบุรุษที่ทำตัวแสร้งเป็นผู้เที่ยงธรรม แต่เป็นแค่ไอ้ลูกเต่าเยี่ยงนั้นอีกต่อไปแล้ว!”

เสียงตวาดด้วยความโกรธของชิงเจ๋อประโยคสุดท้ายทำให้หนิงอวี่หลุดออกจากความคิดที่พลังของกำไลหยกสร้างขึ้นมา ก่อนที่นางจะกุมขมับจากอาการมึนเมาศีรษะที่อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้น ทั้งที่ปกติหนิงอวี่จะไม่มีอาการเช่นนี้เมื่อกำไลหยกแสดงอิทธิฤทธิ์

หนิงอวี่ยืนกุมขมับ ร่างกายก็เซไปมาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเสียงของบุรุษท่านหนึ่งดังขึ้นมาจากทางนอกหน้าต่าง อาการมึนเมาศีรษะของหนิงอวี่ก็ทุเลาลงอย่างทันทีจนน่าตกใจ

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น เสียงดังเอะอะโวยวายไปถึงด้านนอกจวน ไม่รู้จักอายผู้อื่นกันเลยหรืออย่างไร”

หนิงอวี่ใช้มือทั้งสองข้างดันขอบหน้าต่างเพื่อพยุงตัวเองขึ้นทอดสายตาไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ก็ได้เห็นคุณชายหน้าหยก คิ้วหนา ตาคม จมูกชันน่าหลงใหล รวบผมสูงเหมือนหางม้า ประดับรัดเกล้าสีเงินเรียบง่ายผู้หนึ่งที่พึ่งเดินก้าวข้ามประตูจวนเข้ามาพร้อมกับมีบ่าวรับใช้ประกบข้างคอยถือสัมภาระให้

ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นยามนี้ดูเคร่งขรึม ดวงตาคู่งามเรียบนิ่งดุจสายน้ำ ประเมินจากทางสายตาก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษผู้นั้นเป็นคุณชายชาติตระกูลสูง โดดเด่นองอาจชาติกำเนิดสูงส่ง จากการแต่งกายที่ดูภูมิฐาน ท่วงท่าขยับตัวล้วนแล้วแต่มีภูมิฐานและรู้มารยาท บุคลิกน่าเสื่อมใสยิ่งนัก

แต่ประเมินจากสายตาดูแล้ว บุรุษผู้นี้ต้องถือฉายาใบหน้าน้ำแข็งเป็นแน่ ยามยิ้มกับไม่ยิ้มล้วนหาความต่างไม่ได้ ร่างหนาแน่นให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงเหล็กสูงชัน และสงวนวาจาอยู่ไม่น้อย แววตาก็นิ่งสุขุมเกินมนุษย์ทั่วไป

หนิงอวี่พิจารณาบุรุษเบื้องหน้าไปเรื่อย ก่อนที่กำไลหยกจะบอกผ่านความคิดในหัวของหนิงอวี่ว่าเขาผู้นั้นมีนามว่า เจียวซิ่น เจ้าบ้านของสกุลจาง เป็นบุรุษผู้ปราดเปรื่องหลักแหลม อนาคตสดใสสุดประมาณ เป็นทั้งขุนนางและเถ้าแก่เจ้าของกิจการใหญ่โตมั่งคั่ง ทั้งยังมีหน้ามีตาไม่เลว ไม่ว่าผู้ใดมาเทียบเคียงล้วนด้อยรัศมีไปส่วนหนึ่ง แต่ช่วงนี้มีปัญหาเกิดขึ้นกับเจียวซิ่นมากมาย ทั้งเรื่องงานที่ราชสำนักและร้านค้า

ทรัพย์สินของวังหลวงที่จะนำไปช่วยน้ำท่วมที่เจียวซิ่นดูแลนั้นถูกยักยอกไป โดยหาจับมือผู้ใดดมมิได้ เขาพยายามตามกลับมาคืน ไม่อย่างนั้นจะถูกทำโทษ จึงทำให้อารมณ์เหมือนตกอยู่ในห้วงน้ำลึก มีเมฆปกคลุมดำทะมีนลอยอยู่เหนือศีรษะตลอดทุกช่วงยาม ยิ่งเหนื่อยงานแล้วกลับมาที่จวนของตัวเองแล้วพบเจอน้องสาวตนกำลังอาละวาดและเก็บข้าวของกลับมาและบอกว่าจะหย่ากับสามี ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นหมองมากขึ้นไปอีก

เจียวซิ่นถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา นึกเอือมกับความเอาแต่ใจของน้องสาวอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยคำสอนซ้ำซากน่าเบื่อที่ตนมักจะใช้สอนน้องสาวของตนอยู่บ่อย ๆ ออกไป

“แต่งกับไก่อยู่กับไก่ แต่งกับสุนัขอยู่กับสุนัข ภรรยาแต่งสามีไปแล้ว ยากดีมีจน ดีหรือชั่วก็ต้องอยู่ด้วยกัน”

เมื่อเจียวซิ่นกล่าวจบ เจินห่านก็เอ่ยปกป้องบุตรสาวต่อในทันที

“ทำไมเจ้าต้องต่อว่าน้องด้วยเล่า น้องกำลังเสียใจอยู่ปลอบใจน้องบ้างไม่ได้หรืออย่างไรกัน”

เจียวซิ่นเบือนหน้าหนีไม่อยากมองหน้าของน้องสาวและมารดาที่พานทำเอาตนเสียอารมณ์ เจียวซิ่นไม่เพียงแค่เบื่อหน่ายน้องสาวเท่านั้น แต่ในตอนนี้ยังรู้สึกเอือมระอามารดาของตนอีกด้วยที่ยังคงตามใจบุตรสาวอย่างชิงเจ๋อไม่เลิก คิดว่าตัวเองยังเป็นสกุลที่ร่ำรวยที่สุดไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ใด หารู้ไม่ว่าบัดนี้เจียวซิ่นโดนใส่ร้ายว่าเป็นขุนนางฉ้อฉล ผู้คนในราชสำนักต่างถ่มน้ำลายใส่

“เจ้ากำลังดูสิ่งใดกัน ข้าดูบ้าง”

พรึ่บ!

หนิงอวี่ที่กำลังแอบมองและแอบฟังเหตุการณ์เบื้องนอกที่กำลังออกอรรถรสกันอย่างตั้งใจอยู่นั้น เสียงเล็กของลี่ซือก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างน้อย ๆ ที่กำลังพยายามกระโดดขึ้นเกาะแขนเกาะเอวของหนิงอวี่หมายจะมองดูเหตุการณ์ภายนอกหน้าต่างบ้าง หลังจากปล่อยให้สาวรับใช้คนสนิทดูผู้เดียวอยู่นาน

หนิงอวี่ที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องอุ้มคุณหนูลี่ซือขึ้น แต่พอแม่นางน้อยได้เห็นบุคคลที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างทั้งหมด นางก็กระโดดลงจากวงแขนของหนิงอวี่ในทันที แล้ววิ่งออกไปจากห้อง โดยไม่สนใจเสียงเรียกของสาวใช้ ทำให้หนิงอวี่ต้องรีบวิ่งตามไปพร้อม ๆ กับสาวใช้อีกคน

“คุณหนูลี่ซือจะไปไหนเจ้าคะ อย่าวิ่งเจ้าค่ะเดี๋ยวหกล้ม”

หนิงอวี่ที่วิ่งตามคุณหนูลี่ซือออกมา แต่เด็กน้อยได้กระโดดกอดผู้เป็นมารดา ไม่ได้สนใจสาวใช้อย่างหนิงอวี่อีกต่อไป

“ท่านแม่”

หนิงอวี่ที่ไม่รู้จะวางสายตาไว้จุดใด แอบกวาดมองทุกคนที่ตนพึ่งแอบดูอยู่นาน แต่ตอนนี้ได้มายืนอยู่ใกล้ ๆ จึงเกิดอาการทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งสายตาไปตกลงบนใบหน้าของผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าบ้านของจวนหลังใหญ่แห่งนี้ สบดวงตาคู่งามเข้าอย่างเหมาะเจาะ แต่หนิงอวี่รู้สึกได้ว่าดวงตาคู่นั้นเย็นชาและดูแคลนตัวของนางเหมือนผงธุรีอย่างไรอย่างนั้น จึงรีบเก็บสายตากลับคืนมา

ดวงตานิ่ง ๆ ของท่านเจ้าบ้านที่มองหนิงอวี่อย่างน่ากลัวแปลก ๆ สายตาสะท้อนทุกความรู้สึกออกมาโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูด ความดูถูกเดียดฉันท์ฉายชัดผ่านแววตา เขาส่งสายตาแปลความหมายว่าให้หนิงอวี่ออกห่าง ถ้าดวงตาสามารถลุกเป็นไฟได้เขาคงมอดไหม้ไปแล้ว

จนกำไลหยกเกิดพลังงานและส่องแสง ทำให้ความหลังของร่างนี้ผุดขึ้นมาในหัวของหนิงอวี่ นางจึงได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าของร่างนี้ได้พยายามปีนเตียงของนายท่านเจียวซิ่นยามวิกาลหลายครั้งก็รู้สึกตกใจไม่น้อย

เมื่อความจริงในหัวเริ่มปรากฏ ภาพเหตุการณ์เก่าก่อนของร่างนี้กับท่านเจ้าบ้านเริ่มฉายขึ้นในหัวของหนิงอวี่ ยิ่งภาพในหัวชัดเจนมากขึ้นเท่าไร เส้นขนตามตัวของหนิงอวี่ก็พลันพากันลุกขึ้นชูชันขึ้นมา เนื่องจากรับการกระทำที่ผ่านมาของร่างนี้แทบไม่ได้

และเหตุการณ์ในหัวของหนิงอวี่ในตอนนี้ก็คือ...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED