ตอน 2

บทที่ 2

เด็กดีบนเตียงเปลี่ยนเป็นบนตัว (NC)

ชายหนุ่มรูปร่างผอมกว่ามาตรฐานในชุดสูทสีครีมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปข้างใน นะโมทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่แต่แฝงความเย้ายวนอยู่ในที ดวงตาหลุบต่ำคล้ายกำลังปิดบังความรู้สึกหลากหลายที่ตีวนอยู่ในสมอง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้กุมอำนาจเงินตราให้ความสนใจ เพราะถูกดึงดูดโดยเรียวขายาวซึ่งกำลังขยับลากไล้ไปตามท่อนขาเขาช้าๆ

อยากรู้นักว่าการกลับมาของนะโมในครั้งนี้จะทำให้เขาสนุกได้มากแค่ไหน

“แด๊ดดี้... คิดถึงนะโมไหมครับ?” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างจงใจออดอ้อนโดยไม่ลืมใช้คำกล่าวเรียกที่อีกฝ่ายชื่นชอบ แววตาสั่นระริกมองสบกับคนตรงหน้าด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ

แต่ไม่นานนะโมก็คล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความโหยหา สายตาจับจ้องกรอบหน้าโดดเด่นที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นราวกับโดนมนตร์สะกดให้หลงลืมฝันร้ายที่เรนัลเป็นคนมอบให้

หลงเหลือไว้เพียงรสสัมผัสของกามอารมณ์ที่ได้รับทุกวี่วันจนไม่อาจถอนตัวได้

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอพร้อมลมหายใจซึ่งเริ่มถี่กระชั้จากการนึกถึงความเร่าร้อนในอดีต มือขยับลูบไล้ลำคอตนเองต่ำลงเรื่อยๆ ผ่านเนื้อผ้าจนหยุดอยู่ที่แผ่นอก นะโมคลี่ยิ้มหวานยามเห็นดวงตาคมมองตามมือเขาไม่ละจากไปไหน ก่อนจะโน้มร่างไปประทับริมฝีปากเรียวชิมความหวานที่โหยหา

ลิ้นเล็กแทรกเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายแล้วไล่เล็มหยอกล้อปลายลิ้นนุ่ม พวกเขาตวัดรัดเกี่ยวกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่นานเจ้าของห้องสุดหรูก็กระชากแขนอีกฝ่ายให้ขยับเข้ามาชิดกว่าเดิมเพื่อมอบสัมผัสลึกซึ้งที่แสนร้อนแรง

หนุ่มนักวิจัยทำตามอย่างว่าง่าย เขาขยับขึ้นนั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้โดยแขนข้างหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวยันร่าง ส่วนอีกข้างใช้ลูบไล้ไปตามลำคอแกร่งพลางเลื่อนลงต่ำเพื่อแกะกระดุมชุดสูทและเสื้อเชิ้ตตัวในออกไปไม่ให้ขวางทาง เรนัลเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย สองมือขยำสะโพกอวบอิ่มเป็นจังหวะสลับกับบีบคลึงเน้นย้ำ

“อื้อ...” เสียงครางดังแผ่วอย่างหลงใหลในลำคอ รสสัมผัสแสนหวานทำให้คนที่ห่างหายกับความรู้สึกนี้มาหลายปีถึงกับถอนตัวแทบไม่ขึ้น แต่เรนัลกลับเป็นฝ่ายขยับหนีก่อนกระตุกยิ้มร้าย

“มีอย่างอื่นที่เธอน่าจะชอบมากกว่าปากฉันนะ”

ดวงตาหวานเชื่อมจากอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นมองสบกับแววตาคมอย่างรู้งาน นะโมขยับเปลี่ยนท่าเป็นการนั่งบนตักแกร่งแล้วใช้สองมือปลดกระดุมกางแกงสแล็คเนื้อดีพร้อมรูดซิปลงต่ำ ใบหน้าเนียนก้มลงซุกไซ้สูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอขาว คนใต้ร่างจึงเอียงคอให้ริมฝีปากนุ่มไล่ประทับจูบตามผิวกายอย่างถูกใจ

เด็กน้อยของเขายังร้อนแรงไม่เคยเปลี่ยน

ปากกระจับไล่ลงต่ำเรื่อยๆ พร้อมขยับตัวนั่งชันเข่ากับพื้น มือสัมผัสกลางกายคนตรงหน้าแล้วจัดการนำมันออกมาโชว์ตัวจากปราการผ้าสีดำ ท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่ยังอ่อนยวบขยับไปมาตามแรงรั้ง

“จะทานแล้วนะครับ”

พูดจบก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วประทับริมฝีปากลงบนหัวบานอย่างนุ่มนวล ลิ้นบรรจงไล้ไปมาทั่วบริเวณส่วนปลายก่อนส่งเข้าโพรงปากและเริ่มดูดดึงเบาๆ ราวกับกำลังชิมรสชาติ

รสชาติที่เขาโหยหา…

ริมฝีปากจิ้มลิ้มขยับดูดเม้มเข้าออกเป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ลิ้นกวาดปัดป่ายหยอกล้อไปตามความยาวแม้จะจุกแน่นคอหอยอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างลูบไล้ส่วนโคนที่ไม่สามารถเอาเข้าปากได้หมดก่อนจะเลื่อนไปบีบคลึงลูกบอลข้างใต้ ไม่นานสัมผัสร้อนชื้นและพื้นผิวอ่อนนุ่มของช่องปากก็ปลุกมันให้พองขยายใหญ่ขึ้น

“อืม...”

ยิ่งเห็นเรนัลมีอารมณ์จากการใช้ปากของตนเอง นะโมยิ่งปรนเปรออีกฝ่ายอย่างเต็มใจ เขาใช้ลิ้นเกี่ยวกระหวัดสลับกับห่อริมฝีปากดูดดึงแท่งร้อนเสียจนเกิดเสียงน่าอาย

บางจังหวะก็กดศีรษะตัวเองลงลึกให้ส่วนปลายกระแทกกับคอหอย บางครั้งก็กลืนน้ำลายผสมน้ำคาวทั้งที่หัวหยักยังอยู่ชิดลำคอ

“อา... เด็กดี”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมอย่างถูกใจ ผนังปากนุ่มบีบรัดแก่นกายเขาหนักหน่วงโดยเฉพาะตอนที่กำลังกลืนน้ำลาย

สงสัยเขาต้องให้รางวัลเด็กดีหน่อยแล้ว

“อื้อออ” นะโมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนส่งเสียงครางตอบรับในยามที่มือหนาข้างหนึ่งบีบยอดอกของตนผ่านเสื้อสูทเบาๆ

ร่างผ่ายผอมแอ่นอกให้บีบเคล้นด้วยความเต็มใจ ดวงตาหยาดเยิ้มด้วยแรงราคะช้อนขึ้นมองบุรุษที่โน้มตัวลงมาเป็นเชิงออดอ้อน ริมฝีปากขยับดูดกลืนแท่งร้อนอย่างมัวเมาและเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

“หึ”

ใบหน้าคมเข้มระบายยิ้มร้ายกาจ เขาละมือจากเม็ดไตแข็งพลางขยับกายให้แผ่นหลังเอนพิงผนักเก้าอี้ ก่อนเลื่อนเท้าไปที่เป้ากางเกงของนะโมแล้วออกแรงกดคลึงอย่างจงใจ

แรงกดนั้นไม่รุนแรงจนทำให้รู้สึกเจ็บ ทั้งยังปลุกความปรารถนาในตัวให้พุ่งสูงจนใบหน้าหวานเหยเกทรมาน

“ดะ แด๊ดดี้... อื้อ...”

นะโมผละริมฝีปากออกจากแท่งเอ็นแล้วร้องครางเสียงสั่น นัยน์ตาหวานทอดมองสิ่งที่ตั้งตระหง่านตรงหน้าอย่างเสียดาย แต่สัมผัสที่กลางลำตัวทำให้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่เอียงซบใบหน้าลงกับต้นขา

“กลิ่นของแด๊ดดี้…”

จมูกโด่งขยับสูดดมกลิ่นคาวที่คุ้นเคยเข้าเต็มปอด เสียงอื้ออึงในลำคอยังดังผะแผ่วพร้อมความรู้สึกเสียวซ่าน อดีตเด็กเลี้ยงซึ่งถูกสอนให้รู้จักรสกามกำลังหลงมัวเมากับสัญลักษณ์บุรุษเพศตรงหน้าจนทั้งซุกทั้งไซ้อย่างไร้สติ

มือเล็กทำหน้าที่ลูบไล้ส่วนปลายไปมา แต่ไม่ได้ออกแรงรูดรั้งหรือชักมือขึ้นลง เพราะอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นอย่างหนักในรอบหลายปีทำให้เขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะปรนเปรออีกฝ่ายกลับ

“อื้ออ นะโม อ๊ะ ไม่... จะไม่ไหวแล้ว...”

เสียงครางยังดังไม่ขาดสายเมื่อคนคุมเกมทั้งกดย้ำ ทั้งขยับเท้าไล่ไปตามความยาวของแก่นกายเล็กใต้กางเกงคัตติ้ง

“แค่นี้ก็จะเสร็จแล้วหรอ?”

“ฮึก แด๊ดดี้… นะโมไม่ไหวแล้ว อ๊ะ! อื้อ” ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อในยามที่ความต้องการพุ่งสูงจนใกล้จะถึงฝั่ง

เจ้าของชุดสูทสีครีมปล่อยตัวปล่อยใจให้เคลิ้มเคลิ้มไปกับไฟราคะที่กำลังลุกโชนแผดเผาจนตัวเขาแทบมอดไหม้ แต่จู่ๆ แรงกดที่แก่นกายเล็กกลับหยุดลงเสียดื้อๆ

เรนัลคลี่ยิ้มร้าย เขามองใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมานจากไฟปรารถนา นัยน์ตาสีน้ำทะเลพราวระยับถูกใจเมื่อคนตัวเล็กขยับสะโพกขึ้นเสียดสีกับรองเท้าเองอย่างโหยหา

ท่าทางยั่วยวนแสดงออกถึงความอยากกระสันปลุกเร้าคนมองได้เป็นอย่างดี เขาจับจ้องทุกการกระทำของนะโมตาแทบไม่กะพริบ

“แด๊ดดี้แกล้งนะโม”

คนตัวเล็กกว่าร้องประท้วงเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ แถมยังขยับเท้าหลบอีก ดวงตาสีน้ำตาลคลอไปด้วยหยาดน้ำ แก้มแดงระเรื่อป่องพองลมพร้อมกับริมฝีปากอมชมพูที่เบะออกน้อยๆ ท่าทางทรมานนั้นชวนให้คนมองรู้สึกเอ็นดูจนอยากจะเข้าไปฟัดแรงๆ

“งั้นก็ทำให้ฉันเลิกแกล้งสิ”

เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกราวกับให้สัญญาณด่านต่อไป เมื่อนะโมได้ยินเช่นนั้นจึงยันกายขึ้นโดยจงใจใช้สองมือเท้าต้นขาแกร่ง เอนร่างไปใกล้ชิดให้ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดทุกสัดส่วนที่เคลื่อนผ่าน

ในยามที่ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาสองคู่ต่างจ้องลึกเข้าไปถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีน้ำทะเลดูดำมืดและเต็มไปด้วยความกระหายไม่มีจุดสิ้นสุด ทางด้านแขกผู้มาเยือนเองก็แทบไม่ต่างกันเลย ดวงตาหวานเยิ้มทอดมองเชิญชวนขณะผละไปยืนพิงโต๊ะทำงานด้านหลัง

นิ้วมือเรียวไล่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางเพียงแค่สามเม็ดหลังถอดเสื้อสูทออกเรียบร้อย เผยแผ่นอกเนียนและยอดยกสีชมพูให้เห็นแบบวับๆ แวมๆ

“ห้องนี้มันร้อนๆ ยังไงก็ไม่รู้ แด๊ดดี้คิดแบบนั้นไหมครับ” คนพูดจงใจขยับสาบเสื้อกระพือแผ่วแล้วดึงออกด้านข้างจนเม็ดเชอร์รีชูชันอวดสายตาหิวกระหาย

ริมฝีปากหยักยกรอยยิ้มถูกใจ เรนัลไม่ได้ตอบอะไรออกมาแต่ใช้มือลูบไปตามกรอบหน้าคล้ายกำลังหักห้ามใจ

ใช่ เขายังจำทุกอย่างได้ดีว่าแด๊ดดี้ชอบให้ยั่วแบบไหน และสุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่คนบำเรอความใคร่เท่านั้น

ความรู้สึกน้อยใจที่เคยถูกไฟปรารถนากดไว้กลับแล่นพล่านในความคิด นัยน์ตาสีน้ำตาลวูบไหวให้เห็นชั่วครู่ ก่อนเปลือกตาจะปิดลงพร้อมแผ่นอกขาวเนียนซึ่งขยับขึ้นสูงหลังเจ้าตัวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ

เวลานี้เขาต้องทำให้แด๊ดดี้พอใจอย่างเดียว ห้ามรู้สึกอะไรทั้งนั้น

แม้จะบอกตัวเองเช่นนั้นแต่กลับทำได้ไม่ง่ายเลย นะโมแสร้งหันหลังโก่งบั้นท้ายเพื่อถอดกางเกงราวกับตั้งใจยั่วยวนคนมอง แต่ความเป็นจริงนี่คือวิธีเดียวที่จะสามารถปิดบังความน้อยใจในดวงตาได้

คราบเหนียวข้นยืดเป็นทางยาวขณะรูดชั้นในลงด้านล่าง แก่นกายเล็กที่ปราศจากสิ่งห่อหุ้มเด้งชูชันพร้อมขับน้ำหล่อลื่นจนเยิ้มเลอะไปทั่วหัวหยัก

สองมือยันขอบโต๊ะทำงานให้บั้นท้ายเด่นหราอยู่ตรงหน้าเรนัล แม้จะรู้สึกว่าร่างกายตัวเองปราศจากเนื้อหนังมากเกินไปจนไม่น่าสัมผัสเหมือนก่อน ทว่านะโมก็ทำใจดีสู้เสือคาดหวังว่ามันคงพอทำให้เจ้าของห้องพึงพอใจได้ “แด๊ดดี้อยากเข้ามะ อ๊า!”

เสียงหวานหลุดครางในยามที่นิ้วเรียวถึงสามนิ้วกดแทรกรอยจีบสีชมพูเข้าไปอย่างไม่บอกกล่าว แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นและจำนวนที่มากเกินไปสำหรับครั้งแรกในรอบห้าปีทำให้เจ็บแสบบริเวณช่องรักพอสมควร

แต่ไม่นานเรนัลก็ควานหาจุดกระสันเจอ อีกฝ่ายกดย้ำซ้ำๆ จนนะโมทำได้แค่ครางฮือในลำคอแล้วจิกเล็บเข้ากับโต๊ะทำงานเพื่อระบายความเสียว ไฟราคะในกายลุกโชนเผาไหม้ทุกความคิดจนมอดเป็นจุณ หลงเหลือไว้เพียงแค่อารมณ์ปรารถนาเท่านั้น

“อ๊าาา” ใบหน้าหวานสะบัดเชิดขณะส่งเสียงครางเสนาะหู ก้นเนียนนุ่มประดุจเด็กทารกโยกไหวสู้แรงกระแทกของฝ่ามือหนา

“อ๊า! อาา แด๊ดดี้! ฮึก...”

“...ว่าไง”

“อ๊ะ! อื้ออ ฮึก นะโมเสียว อื้อ!”

เสียงหวานกรีดร้องครวญครางจากความรัญจวนซึ่งจู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่องรักขมิบสู้สิ่งแปลกปลอมที่ขยับเข้าออกถี่รัวจนเรนัลนึกอยากสอดใส่แก่นกายชูชันเข้าไปแทนที่

ท่านประธานหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนโน้มตัวประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงเหนือสะโพก เขาใช้ลิ้นไล้ขึ้นไปตามสันกระดูกจนนะโมสะท้านไปทั่วทั้งร่าง เจ้าของผิวแดงระเรื่อบิดกายตอบรับพร้อมหอบหายใจกระเส่า

“อื้ออ แด๊ด...”

“ไม่ไหวแล้วหรอไง”

“มะ ไม่… อื้อ ไม่ไหวแล้ว”

“หึ”

เมื่อเห็นว่านะโมพร้อมรับตัวตนของเขาแล้ว เรนัลจึงขยับถอนนิ้วออกมา ก่อนจะเอี้ยวกายไปเปิดลิ้นชักล่างสุดซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะมากมาย เขาเตรียมของพวกนี้ไว้ในเวลาที่นึกเบื่อหน่ายกับงานแล้วเรียกเด็กๆ หรือพนักงานบางคนมาเล่นสนุกในห้อง

ดวงตาหวานเยิ้มหันไปเห็นอุปกรณ์ป้องกันในมือใหญ่ก็ฉายแววงุนงงเล็กน้อย เพราะในอดีตอีกฝ่ายไม่เคยใช้ของสิ่งนี้กับเขาเลย ทว่าความรู้สึกที่อัดแน่นโดยเฉพาะบริเวณส่วนกลางลำตัวทำให้ชายหนุ่มโยนทุกสิ่งทิ้งไว้เบื้องหลังทันที

ก่อนพลิกตัวกลับมาคว้าถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นจากเรนัล ริมฝีปากยกยิ้มยั่วแล้วใช้สายตาโลมเลียเรือนร่างกำยำที่ถึงแม้จะมีเสื้อผ้าปกปิดทว่ากลับเด่นชัดในความคิดจนลมหายใจหอบสะท้าน

“เดี๋ยวนะโมใส่ให้นะครับ” พูดจบก็ดันตัวอีกฝ่ายให้นั่งลงพิงเก้าอี้พลางเลื่อนมือลงต่ำไปรูดรั้งแก่นกายแกร่งเป็นการหยอกล้อ เขาสวมถุงยางให้อย่างเบามือ แม้จะเก้ๆ กังๆ ไปบ้างเพราะเคยเรียนรู้แค่ภาคทฤษฎี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

จากนั้นจึงบีบขวดเจลหล่อลื่นให้ชโลมลงทั่วถุงยางอีกรอบ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการนำเจลใสไปทารอบปากถ้ำสีชมพูเพื่อเตรียมรับแท่งร้อนขนาดใหญ่

ร่างผ่ายผอมพลิกกายโก้งโค้งอีกครั้งโดยใช้แขนซ้ายยันโต๊ะไว้เพียงแค่ข้างเดียว นิ้วมือขวาที่เคลือบเจลสอดเข้าปากทางตัวเองถึงสี่นิ้ว ความคับแน่นในช่องรักทำให้เจ้าตัวหลุดครางเสียงกระเส่า

“อา… แด๊ดดี้ นะโมเสียว...”

แม้ความตั้งใจแรกจะเป็นการเคลือบเจลหล่อลื่นเพื่อให้เรนัลแทรกแก่นกายเข้ามาได้สะดวก แต่เมื่อศีรษะทุยหันไปเห็นนัยน์ตาดำมืดคล้ายนักล่าเตรียมพุ่งกระโจนใส่เหยื่อ นะโมจึงขยับนิ้วเข้าออกถี่รัวจนใบหน้าหวานเหยเก ดวงตาฉ่ำเยิ้มทอดสายตาหวานเชื่อมให้ร่างสูงพร้อมกัดปากยั่วยวนยามไล่ลงต่ำถึงท่อนเนื้อที่ตั้งชัน

ตาคมวาววับชอบใจกับท่าทางแสนร้อนแรงของคนตรงหน้า เรนัลขยับมือคว้าร่างนะโมให้พลิกตัวขึ้นมาคร่อมชันเข่าอยู่บนเก้าอี้แทน อีกฝ่ายครางประท้วงเบาๆ เมื่อโดนขัดจังหวะ แต่เมื่อจัดท่านั่งได้เรียบร้อยก็แอ่นอกสีหวานเข้าปากเรียวอย่างออดอ้อน

“ลองชิมหน่อยสิครับ อื้อออ”

ลิ้นร้อนตวัดเลียตุ่มไตแข็งสลับดูดดึงราวกับหิวกระหาย พร้อมใช้นิ้วบีบคลึงเม็ดเชอร์รีด้านซ้ายที่บวมเป่งไม่ให้น้อยหน้ากัน มือหนาอีกข้างลูบไล้ลงต่ำไปตามแผ่นหลังเนียนแล้วสอดนิ้วเข้ารอยจีบหมายจะปลุกเร้าเด็กขี้ยั่วให้สติกระเจิดกระเจิงมากกว่านี้

และยิ่งเขาละโมบดูดกลืนยอดอกมากเท่าไหร่ นะโมก็ยิ่งกอดรั้งรอบศีรษะเข้ามาในอ้อมกอดแน่นขึ้นมากเท่านั้น

“อ๊ะ อ๊าา...” คนตัวเล็กหอบครางแทบไม่ได้ศัพท์

แก่นกายร้อนผ่าวสองแท่งขยับเสียดสีโหมกระหน่ำอารมณ์วาบหวามให้พุ่งสูงจนอุณหภูมิห้องร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ ปลายลิ้นชื้นแฉะปัดป่ายดูดเลียจนเกิดเสียง ไม่นานเรนัลก็ผละออกแล้วเอ่ยเย้าหยอกเจ้าของกายหอมกรุ่นบนตัก

“ฉันชิมข้างบนพอแล้ว ถึงเวลาของข้างล่างหรือยังล่ะ”

“ใจร้อนจังเลยครับแด๊ด”

หนุ่มหน้าหวานตอบกลับเสียงกระเส่า ลมหายใจถี่กระชั้นจากอารมณ์ที่ค้างคา เขาโน้มตัวไปจูบซับความหวานที่หลงใหลจากริมฝีปากหยักขณะคว้าแท่งเอ็นร้อนซึ่งตั้งตระหง่านสู้สายตามานานให้อยู่ในมุมอันเหมาะเจาะ ก่อนจะนั่งลงใช้รอยจีบสีสวยกลืนกินมันเข้าไปจนสุดโคน

“อ๊ะ… อึก! คับจัง” ความรู้สึกจุกแน่นมาพร้อมอาการเสียวซ่านหลังท่อนเนื้อขนาดใหญ่เสียดสีอยู่ภายใน เขาแทบจะเสร็จเพียงแค่ถูกสอดใส่ นะโมขยับริมฝีปากออกมาเล็กน้อยแล้วแช่กายนิ่งเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่

เรนัลเห็นส่วนหัวของแก่นกายเล็กตรงหน้ามีน้ำปริ่มออกมาก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเรือนร่างงามกำลังจะแตะขอบสวรรค์ ยิ่งเห็นใบหน้าหวานเหยเกก็ยิ่งมั่นใจ นะโมอาจจะไม่อยากเสร็จตอนนี้ แต่เขาดันอยากเห็นภาพน่าดูแบบนั้นขึ้นมาเสียแล้ว

มือขยับเลื่อนไปประคองเอวเล็กแล้วเคลื่อนกายกระแทกแท่งร้อนเข้าออกช้าๆ แต่หนักแน่น คนบนตักสะดุ้งเฮือกก่อนกรีดร้องเสียงหวาน ดวงหน้าบิดเบี้ยวเพราะความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ไปทั่วทั้งร่างอย่างไม่อาจควบคุมได้

“อ๊ะ! แด๊ดดี้!!”

“อืม...”

“อ๊า… มะ ไม่... อ๊ะ อ๊าาาาา”

ช่องทางคับแคบขมิบรัดตัวตนอีกคนถี่รัว ไม่กี่วินาทีต่อมาหยาดน้ำขุ่นคลักก็พุ่งออกมาจากส่วนหัวของแก่นกายเล็ก นะโมกระตุกร่างเล็กน้อย ดวงตาหวานเยิ้มคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขสมที่พุ่งทะลักจนไม่อาจหักห้ามได้

“ฮ้า แด๊ดดี้ครับ… อื้อ!”

ปากกระจับหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดหนักหน่วง ก่อนเสียงหวานจะครางอื้ออึงในลำคอยามมือหนาปาดคราบน้ำรักที่เลอะแก่นกายสีชมพูพร้อมทั้งรูดรั้งรีดเค้นให้พ่นน้ำนมออกมาจนหมดทุกหยาดหยด

“ทำตัวฉันเลอะไม่พอ ยังฉีดน้ำใส่เสื้อฉันอีกหรอ” คนรักความสะอาดดุพร้อมฟาดฝ่ามือเข้าแก้มก้นหยุ่นเบาๆ

เพี๊ยะ

“อ๊า!”

ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆ ก่อนไล่สายตาลงต่ำเพื่อดูหลักฐาน กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนมีน้ำคาวเหนียวข้นเลอะอยู่ และวิถีการพุ่งของมันยังไปไกลจนกระเด็นโดนเสื้อเชิ้ตตัวในอีกด้วย

นะโมไล้นิ้วมือลงจากไหล่หนาโดยจงใจลากผ่านผิวกายร้อนรุ่มที่ปราศจากเสื้อปิดบังจนถึงก้อนซิกซ์แพ็ก เขาขยับนิ้ววนไปมาก่อนจะปาดคราบน้ำรักแล้วส่งเข้าปาก

นัยน์ตาหวานเยิ้มปรือน้อยๆ ขณะดูดนิ้วตัวเองด้วยท่าทียั่วยวนจนเรนัลอดไม่ได้ที่จะกระแทกกายขึ้นสวน นั่นทำให้คนบนตักหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายหลุดการควบคุม

แต่ไม่นานเสียงหัวเราะก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหู แก่นกายเล็กเริ่มพองขยายจากอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ นะโมใช้สองมือยันกับไหล่กว้างแล้วขยับตัวขึ้นลงสวนจังหวะการกระแทก

“อ๊า! อ๊ะ ดะ ดีไหมครับ”

“อา… ดีมาก”

ยิ่งเสียงแหบพร่าเอ่ยชม เด็กดีของแด๊ดดี้ก็ยิ่งขยับเอวกระแทกขึ้นลงหนักหน่วงโดยไม่ต้องกลัวหงายหลังเพราะมีมือหนาคอยประคองกอดไม่ห่างกาย ก่อนแอ่นแผงอกขาวเนียนตอบรับนิ้วมือซุกซนที่บีบเคล้นเม็ดปทุมอันชูชันอย่างเมามัน

“อ๊า… อ๊ะ อ๊า แด๊ด แด๊ดดี้…”

ยิ่งอารมณ์พุ่งสูงมากเท่าไหร่ นะโมยิ่งกระแทกร่างลงบนแท่งเอ็นแรงขึ้นเท่านั้น เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสลับกับเสียงครวญครางและลมหายใจที่หนักหน่วง

“อื้ออ อึก ดะ ดีไหมครับ อ๊าาาา”

“ดี… ดีมาก อืมม แรงกว่านี้นะโม อา...”

เรนัลเอ่ยสั่งน้ำเสียงแหบพร่า ช่องทางอ่อนนุ่มขมิบอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังทำให้เขาเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่าง คาบบอยหนุ่มเองก็ขยับควบอย่างเร่าร้อนและรัวแรงตามคำสั่ง มือเล็กจิกเข้ากับไหล่แกร่งที่ใช้ยันกายเพื่อระบายความรู้สึก

“มะ ไม่ อ๊ะ! ไม่ไหวแล้ว อึก!”

“อีกนิดเดียว อาาาา...”

“อ๊ะ อ๊ะ! อ๊ะ อ๊า!!”

คนด้านบนกระตุกเกร็งพร้อมๆ กับแก่นกายสีหวานที่พ่นน้ำนมออกมาอีกรอบ ร่างผอมซูบหอบหายใจจนตัวโยน ผิวกายขาวเนียนขึ้นสีระเรื่อชวนมอง นะโมหยุดขยับกระแทกขึ้นลงแล้วเปลี่ยนเป็นบดเบียดท่อนเนื้อที่ยังแข็งตัวอยู่ในช่องรักแทน

“ขยับได้แล้ว”

เพี๊ยะ!

“อ๊า!”

แรงกระแทกที่แก้มก้มทำให้นักวิจัยหนุ่มสะดุ้งเฮือกตัวสั่นสะท้าน แม้จะดูรุนแรงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันปลุกอารมณ์เขาให้ลุกโชนไปด้วยความต้องการแสนวาบหวาม ร่างเล็กเริ่มควบแก่นกายร้อนผ่าวพร้อมทั้งขมิบรัดกระทั่งคนใต้ร่างเอ่ยปากชม

“ซี้ด... เก่งมากเด็กดี แรงกว่านี้หน่อย”

“แบบนี้ใช่ไหมครับ อืม… อ๊า!”

เด็กดีทำตามคำสั่งโดยการขยับเอวขึ้นสูงจนแท่งร้อนเกือบจะหลุดจากปากทาง ก่อนทิ้งตัวกลืนกินให้มิดด้าม ใบหน้าหวานเหยเก รู้สึกจุกแน่นเพราะความยาวไม่น้อย แต่ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มต่ำครางอย่างพอใจ ก็ยิ่งทำให้นะโมร่อนเอวรัวแรงหนักหน่วง

“ซี้ด... ชอบไหมครับ อื้อออ”

“ชอบสิ อืม... ดีมาก”

เรนัลตอบกลับโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ความเร่าร้อนและร่างกายหอมหวานของนะโมกำลังมอมเมาให้เขาหลงใหลจนไม่อยากปล่อยให้หลุดมือเหมือนครั้งอดีต

เมื่อก่อนเขาอาจจะทำพลาดไป แต่ตอนนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ร่างสูงตักตวงความหอมหวานตรงหน้าอย่างหิวกระหาย สองมือประคองสะโพกกลมกลึงให้กระแทกขึ้นลงในจังหวะถี่รัว ดวงตาจ้องมองใบหน้าเนียนใสแดงซ่านชวนหลงใหล ปากจิ้มลิ้มเผยอน้อยๆ พร้อมเสียงครางกระเส่าที่ดังรอดไม่ขาดสาย

“อ้ะ อ๊ะ แด๊ดดี้ เสียวจังครับ...”

“อืมมม อีกนิด ซี้ด… ขมิบแรงๆ เลย”

“อ๊ะ อ๊า มันจุก อื้อ! แด๊ด!”

“อ่า…”

นะโมกรีดร้องลั่นในยามที่แก่นกายใหญ่กระแทกเน้นย้ำโดนจุดเสียวภายในแบบเน้นๆ แต่ไม่นานเสียงแหบพร่าก็คำรามต่ำพร้อมจังหวะที่เริ่มเบาลงบ่งบอกเป็นสัญญาณว่ายกแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว

ร่างเล็กหอบสะท้านจากอาการเหนื่อยหอบ ใบหน้าหวานซบลงบนบ่ากว้างคล้ายหาที่พักพิง เปลือกตาปิดลงช้าๆ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกนั่งหลังตรงพร้อมใช้มือวางยันที่แผงอกแน่นหนั่นเมื่อโดนยกตัวสูงขึ้นจนท่อนเนื้อหลุดออกจากรูร้อน

“แด๊ด…?” น้ำเสียงอ่อนล้าเอ่ยด้วยความสงสัย เปลือกตาปิดลงเกินกว่าครึ่งจนดูเหมือนจะหลับอยู่รอมร่อ

“แค่นี้เหนื่อยแล้วหรอ ฉันมีเวลาเล่นกับนายอีกหลายชั่วโมงเชียวนะ”

คนฟังเบิกตาโพลงอย่างตกใจ แม้ในอดีตเรนัลจะไม่เคยจบลงแค่น้ำเดียว แต่เพราะที่นี่คือห้องทำงานบนตึกสูงซึ่งภายนอกมีพนักงานมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่ไปมา เขาจึงไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคเมื่อสักครู่แบบนี้

ลำพังแค่เมื่อกี้เขาก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงตอนออกไปจากห้องแล้ว!

“เอ่อ นะโม… ยังเจ็บอยู่เลย แด๊ดดี้ให้นะโมพักก่อนไม่ได้หรอครับ”

นัยน์ตาหวานช้อนมองสบผู้มีอำนาจด้วยท่าทางออดอ้อน นะโมคงไม่รู้ว่ายิ่งเขาทำแบบนี้ก็ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าของคนมองให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

“ได้สิ” รอยยิ้มน้อยๆ และคำตอบรับง่ายๆ ทำให้แขกหนุ่มหลงดีใจ แต่ไม่นานดวงหน้าหวานก็ซีดเผือกราวกับล่วงรู้ชะตากรรมตัวเองในอนาคตอันใกล้ “ฉันจะให้เธอพักกินไอติมแบบเต็มปากเต็มคำเลยละ”

----บอสเจ้าแผนการ----

ตอน 3

บทที่ 3

คนไม่สำคัญที่สำคัญ

หลังผ่านศึกรักแสนเร่าร้อนรอบห้องทำงานกว้างจนเวลาล่วงเลยไปเกือบเย็น นะโมก็ก้าวเดินออกจากห้องอาบน้ำซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังด้วยสภาพทุลักทุเล ช่องรักบวมแสบทั้งยังรู้สึกเจ็บไม่น้อย

ที่บอกว่ารอบห้องทำงานเพราะว่าเรนัลจัดได้ทุกพื้นที่ ทั้งเก้าอี้ โต๊ะทำงาน โซฟา พื้นพรม หรือแม้กระทั่ง…

พนังกระจกใส!

แม้ห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นที่ 69 แถมยังเป็นกระจกด้านเดียวที่คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แต่ความเขินอายปนหวั่นวิตกกลัวถูกพบเห็นก็ใช่ว่าจะห้ามกันได้โดยง่าย ทว่าเขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันยิ่งปลุกอารมณ์รัญจวนให้แผ่ซ่านจนเสร็จเลอะผนังเป็นคราบ ก่อนแด๊ดดี้จะยอมตามใจเปลี่ยนไปทำตรงอื่นต่อ

เพียงแค่คิดถึงความเร่าร้อนที่พึ่งจบลงก็ทำเอาพวงแก้มขึ้นสี ทั้งยังได้แต่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าทอดสายตาดูสนามรักตรงหน้าอย่างขัดเขิน ก่อนสะดุดกับคราบขาวขุ่นที่กระเซ็นเลอะเป็นด่างดวงตัดกับพรมสีเทา

อ่า… ผลงานของเขาเองแหละ

เพราะแด๊ดดี้ขี้โกงใส่ถุงยางอนามัย น้ำรักของอีกฝ่ายจึงถูกจัดเก็บไว้ไม่กระเด็นเลอะ แต่พอเขาร้องขอบ้างด้วยไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นร่องรอยพวกนี้ เจ้าตัวกลับปฏิเสธหน้าตาเฉยแล้วจัดการทำให้เขาพูดอะไรต่อไม่ได้

...ได้แต่ครางเท่านั้นน่ะนะ

“นอนรอที่โซฟาก่อน เดี๋ยวฉันประชุมเสร็จแล้วจะไปส่ง”

เรนัลพูดพลางจัดชุดสูทตัวใหม่ที่โรเบิร์ตนำมาให้เปลี่ยนอยู่ด้านหน้าผนังกระจก ดวงตาคมทอดชมวิวเบื้องล่างที่แสนวุ่นวายของมหานครใหญ่อย่างราบเรียบ

แต่เมื่อใบหน้าหล่อเหลาของชายสัญชาตอังกฤษหันมาทางคนฟัง รอยยิ้มเล็กๆ ก็แต่งแต้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีน้ำทะเลอ่อนโยนขึ้นชั่วขณะ

“เดินไม่ไหวทำไมไม่เรียก” ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เดินเข้าไปพยุงแขกคนสำคัญที่กลายมาเป็นเด็กใต้อาณัติของเขาเหมือนเดิมด้วยท่าทางเอ็นดู

ยิ่งเห็นแก้มใสๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ยิ่งทำให้นะโมดูน่าฟัดน่าแกล้งจนเขาไม่อยากละจากไปทำงานเลยสักนิด

อยากจะฟังเสียงหวานครางซ้ำๆ ต่ออีกสักหน่อย

“อ่า... นะโมเห็นแด๊ดดี้ต้องเตรียมไปประชุมแล้วก็เลยไม่อยากกวน” แววตาที่มองทอดมาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบก่อนเต้นรัวแรงไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกราวกับได้ย้อนไปยังอดีตที่แสนหอมหวานอีกครั้ง

แต่ดวงตาทรงเสน่ห์ที่มักจะอ่อนโยนเสมอมากลับถูกซ้อนทับด้วยความเย็นชาในค่ำคืนนั้น

ภาพความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายตอกย้ำทุกสิ่งให้ตกอยู่ในสภาวะมืดมน นัยน์ตาสีน้ำตาลหมองวูบจนเรนัลสังเกตเห็น ปากเรียวทำท่าจะเอ่ยถามถึงสาเหตุ แต่ไม่นานสมองที่ปราดเปรื่องก็เหมือนจะประมวลผลเองได้

“ยังไม่หายโกรธฉันอีกหรอไง”

“...นะโมไม่ได้โกรธแด๊ดดี้หรอกครับ”

คนตอบก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก นะโมพยายามปิดบังความน้อยใจเอาไว้แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรไปมากกว่าการถามไถ่ตามมารยาท

เพราะไม่เช่นนั้นแด๊ดดี้ก็คงพยายามแก้ไขเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว…

...ไม่ปล่อยให้เขาจมอยู่กับฝันร้ายเช่นนั้นตามลำพังหรอก

เพียงแค่คิดก็รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาจนต้องกะพริบขึ้นลงถี่ๆ ก่อนจะกลืนก้อนสะอึกลงคอแล้วซบหน้าลงที่บ่ากว้างคล้ายกำลังออดอ้อนออเซาะขอรางวัล แม้ความจริงจะเป็นการหลบหน้าเรนัลก็ตามที

“แด๊ดดี้อย่าลืมรางวัลของนะโมนะครับ เงินทุน…” ประโยคคำพูดขาดช่วงกระทันหันเมื่อโดนมือเรียวประคองใบหน้าให้แหงนรับจูบอ่อนโยน สัมผัสบางเบาและนุ่มนวลโอบประคองหัวใจที่เหวอะหวะด้วยรอยกรีดให้กลับมาเต้นช้าๆ อีกครั้ง

หลังอีกฝ่ายผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลก็ทอประกายสับสนจนสังเกตเห็นได้ชัด คนอายุน้อยกว่าได้แต่จ้องลึกลงไปแววตาเพื่อค้นหาความรู้สึกที่แท้จริง

เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม…

แด๊ดดี้… กำลังรู้สึกผิดอยู่ใช่ไหม

“ฉัน…”

ก๊อกๆ

“ถึงเวลาแล้วครับบอส”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมประโยคทักท้วงจากโรเบิร์ต เลขาคนสนิทและบอดี้การ์ดประจำตัวเรนัล นั่นทำให้ริมฝีปากหยักที่คล้ายจะเอ่ยบางคำออกมาต้องหยุดชะงักลง

“รู้แล้ว” ประธานหนุ่มเอ่ยตอบรับเสียงเรียบก่อนจะใช้สองมือขยับโอบอุ้มเด็กคนโปรดขึ้นสู่วงแขนแข็งแรง นะโมร้องโอดครวญน้อยๆ หลังความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นจากช่องรักขึ้นสู่สมอง นิ้วมือจิกลงบนเสื้อสูทสีดำเป็นเงาจนเกิดรอยยับ

“อึก...”

“เจ็บมากเลยหรอ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เรนัลรีบเดินเร็วๆ เพื่อตรงไปยังโซฟาก่อนจะเอนร่างผอมบางในวงแขนลงอย่างเบามือ ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยแบบที่ไม่ค่อยพบเจอพาลทำให้หัวใจคนเจ็บเต้นระส่ำราวกับตีกลอง ทว่าประโยคต่อมากลับฉีกกระชากความฝันทุกอย่างให้ลอยหายไป “เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแล้ว ถ้าอยากไปหาหมอก็บอกโรเบิร์ตละกัน”

“...ครับ”

นะโมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเค้นเสียงตอบรับออกมาได้ตอนไหน รู้แค่ก้อนความน้อยใจมันตีตื้นอยู่ตรงคอจนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังภาพความจริงที่กรีดย้ำรอยแผลเดิมให้ปริแตก

หยุดได้แล้ว หยุดคิดว่าตัวเองสำคัญได้แล้ว…

เพราะไม่ว่ายังไง… งานก็สำคัญสำหรับแด๊ดดี้เสมอ

หรือบางที… มันอาจจะเป็นตัวเขากันแน่นะที่ไม่เคยสำคัญ

เรนัลก้าวเดินออกห่างจากชุดโซฟาด้วยจังหวะปกติ ทว่าใบหน้าคมเข้มกลับยุ่งเยิงและสับสน ยิ่งทอดสายตามองคนที่กำลังนอนกลั้นเสียงสะอื้นไห้อย่างสุดความสามารถก็ยิ่งว้าวุ่นใจ

ทว่าสุดท้ายร่างสูงจำต้องใจแข็งเปิดประตูออกไปจากห้องเพราะไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้

จะปล่อยให้คนอื่นพูดว่าเขาหลงเด็กคนหนึ่งจนเสียการเสียงานไม่ได้เด็ดขาด!

“ไม่ต้องตามฉันเข้าประชุม” เลขาหนุ่มใบหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากเจ้านายพยักหน้าตอบรับ ทว่าดวงตาสีเข้มกลับต้องฉายแววประหลาดใจกับคำสั่งถัดมา “เฝ้าไว้จนกว่าฉันจะประชุมเสร็จ ถ้าเด็กนั่นต้องการอะไรก็จัดเตรียมให้เรียบร้อย”

“ครับบอส”

แม้จะสงสัยไม่น้อยว่าคนที่ทำให้บอสเอ่ยปากเช่นนี้ได้จะเป็นใคร ทว่าโรเบิร์ตก็ยังคงท่าทีสุภาพราบเรียบไว้ตามเดิม แต่เมื่อคล้อยหลังผู้มีอำนาจสูงสุดในตึก ใบหน้าเฉยชากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาทำงานกับเรนัสมาเกือบสิบปี ที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยสนใจไยดีบรรดาเด็กๆ หรือพนักงานที่เรียกมาเล่นสนุกกันแบบนี้เลยสักคน เมื่อหมดหน้าที่ก็ไล่ให้พ้นหูพ้นตาเพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว

ไม่สิ รู้สึกจะมีอยู่คนหนึ่งที่บอสถูกใจจนพาไปอยู่ด้วยที่คฤหาสน์…

…เด็กที่ชื่อนะโม

พนักงานมากฝีมือครุ่นคิดเรื่องของเจ้านายได้เพียงไม่นานก็สลัดทุกอย่างออกจากหัวแล้วหมุนตัวตรงไปยังห้องทำงานใหญ่

แกร๊ก!

“...ใครน่ะ! ออกไปนะ อย่ามายุ่งกับผม!!” ทันทีที่โรเบิร์ตเปิดประตูเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างผอมที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟาก็ผวาลุกขึ้นร้องโวยวายเสียงดังลั่น

เลขาหนุ่มจำเป็นต้องยื่นมือรับหมอนอิงขนาดต่างๆ ที่ถูกโยนมาก่อนจะฟาดโดนตนเอง นัยน์ตาเฉยชาปรากฏความสงสารวูบหนึ่งแล้วกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง

ไม่ผิดแน่ เด็กคนนี้คือคนเดียวกับที่บอสให้ความสนใจ… จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องในคืนนั้นขึ้นมา

“คุณนะโม ผมโรเบิร์ตเองครับ ไว้ใจผมได้”

หลังเห็นอีกฝ่ายหยุดเขวี้ยงปาหมอนอิงใส่แล้วเปลี่ยนเป็นนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาจนดูน่าสงสาร เสียงทุ้มจึงเอ่ยแนะนำตัวเผื่อจะช่วยลงความหวาดระแวงลงได้บ้าง

ทว่ากลับไม่ได้ผล นะโมคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงในหัวของตัวเอง ร่างเล็กสั่นเทาจากแรงสะอื้นปนหวาดกลัว ใบหน้าซบต้นขาไม่กล้ามองผู้มาเยือนคนใหม่ ปากก็พึมพำไม่ยอมหยุด

“ออกไป… ฮึก อย่าทำอะไรผมเลย… ได้โปรด…”

“ผมเป็นเลขาคุณเรนัลไงครับ เราเคยเจอกันเมื่อห้าปีก่อน คุณจำผมไม่ได้หรอ”

หลังทิ้งเวลาให้ผ่านไปสักพัก โรเบิร์ตก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกรอบ เขาพูดช้าๆ ด้วยหวังให้คนที่ยังไม่พร้อมรับสารจะเข้าใจได้โดยง่าย แต่นะโมก็ยังคงท่าทีระแวงและซุกหน้ากอดตัวเองไว้เช่นเดิม

จวบจนกระทั่งประตูถูกเปิดออกโดยเหล่าแม่บ้าน แวบแรกร่างเล็กบนโซฟาถึงกับสะดุ้งเฮือกพร้อมเงยหน้ามองด้วยดวงตาเบิกโพลง ทว่าเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาเป็นหญิงวัยกลางคนจนถึงชรา ในมือถืออุปกรณ์ทำความสะอาดมากมาย ท่าทางตื่นตระหนกจึงคลายลงเล็กน้อย

“...!”

เลขาหนุ่มที่ยืนเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเบาใจได้ไม่นาน เพราะเมื่อนะโมเริ่มเบนสายตามาทางเขา อีกฝ่ายก็สะดุ้งแล้วรีบกลับไปอยู่ในท่าเดิมทันที

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ” น้ำเสียงอ่อนใจปนสงสารพูดขึ้นแผ่วเบา แต่ก็ดังมากพอจะเข้าหูบรรดาแม่บ้านซึ่งไม่เคยเห็นเลขาหุ่นยนต์ของบอสมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่ละคนมีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ทว่าจากอายุงานและประสบการณ์ที่เคยพานพบ การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคนอื่นโดยเฉพาะบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

แม่บ้านแต่ละนางรีบก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดอย่างแข็งขัน แม้ว่าหูจะเงี่ยฟังประโยคสนทนามากแค่ไหนก็ตาม ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับเป็นประโยคพึมพำวกวนคล้ายคนพูดไร้ซึ่งสตินึกคิดใดๆ นำพาความสงสัยระคนสงสารเข้าสู่จิตใจจนเผลอหันไปมองต้นเสียง

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมเบาๆ ทำให้ผู้ฟังสะดุ้งเฮือกกันถ้วนหน้า เหล่าหญิงวัยกลางคนรีบหันกลับไปทำงานของตนเองต่อทันที ก่อนที่โรเบิร์ตจะรู้ตัวว่าการกระทำเมื่อสักครู่ได้เรียกสติคนบนโซฟาให้กลับมา

“คุณ… โรเบิร์ต?”

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยติดๆ ขัดๆ ราวกับกำลังพยายามรวบรวมสติให้คงที่ ดวงตาคู่สวยกะพริบขึ้นลงทั้งที่ยังจ้องผู้มาเยือนไม่ละสายตา สีหน้างุนงงสับสนไม่น้อย เจ้าของชื่อจึงพยักหน้าตอบรับแต่ก็ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเกิดอาการหวาดระแวงอีกครั้ง

“...ผมขอน้ำหน่อยได้ไหมครับ”

หลังตั้งสติได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทั้งยังเชื่อใจได้พอสมควรว่าโรเบิร์ตจะไม่ทำแบบเดียวกับผู้ชายคนนั้น นะโมถึงกล้าเอ่ยปากขอน้ำดื่มดับกระหาย

เขาในตอนนี้รู้สึกเหมือนอุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นกว่าปกติจนร้อนไปทั้งตัว ลำคอก็แห้งผากราวกับทะเลทราย บางทีมันอาจจะเป็นผลพวงของการโหมใช้งานทั้งปากบนปากล่างหนักหน่วงในรอบห้าปีก็เป็นได้

“รอสักครู่นะครับ” พูดจบผู้ชายใบหน้าเรียบนิ่งก็เดินออกจากห้องไปในพลัน ก่อให้เกิดความรู้สึกโล่งอกจนร่างเล็กสามารถขยับเอนลงนอนราบกับโซฟาได้ดั่งตอนแรก

นะโมเบ้หน้าร้องโอดโอยเมื่อการขยับเปลี่ยนท่าทำให้เจ็บแสบบริเวณเบื้องล่างไม่น้อย ทว่าการฝืนนั่งชันเข่าก็ทำให้กลีบกุหลาบบวมช้ำได้รับการกระทบกระเทือนมากพอกัน

แด๊ดดี้ไม่ปรานีเขาเลยสักนิด

ยามหวนคิดถึงสาเหตุของอาการบาดเจ็บ ดวงหน้าเนียนใสก็ขึ้นสีระเรื่อ ความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับมาอีกครั้งอย่างไม่รู้จักพอ

หรือต้องบอกว่าไม่รู้จักจำด้วยดี

ทั้งๆ ที่แด๊ดดี้ทำให้ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรมานไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งที่พึ่งดึงสติให้หลุดจากอาการหวาดระแวงด้วยภาพหลอนของคืนวันนั้นฉายทับ แต่เมื่อนึกถึงอีกฝ่าย เขากลับหลงใหลทุกสิ่งที่ได้รับจนไม่อาจถอนตัว

ถ้าพี่อิฐรู้ว่าเขาเผลอทั้งตัว… เผลอทั้งใจให้แด๊ดดี้อีกครั้ง มีหวังโดนด่าหูชาแน่ๆ

รอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มมุมปากยามคิดถึงลูกพี่ลูกน้องเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือในเวลาตกทุกข์ได้ยาก ก่อนจะผวาลุกขึ้นนั่งตัวตรงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังมาจากกระเป๋าหนัง

พี่อิฐแน่เลย!

ไม่ต้องหยิบมาดูนะโมก็รู้ได้ทันทีว่าปลายสายเป็นใคร เพราะตัวเขาไม่ได้มีเพื่อนสนิทหรือคนที่จะโทรหาเยอะแยะ แถมเย็นนี้ยังตกลงกันว่าจะไปซื้อของเข้าห้องพร้อมกันหลังคุยกับสปอนเซอร์เสร็จ และนี่ก็เลยเวลาที่นัดไว้เกือบชั่วโมงแล้วด้วย

“ทำไงดีๆ” นะโมพึมพำกับตัวเองหลังทำใจกล้าเดินไปหยิบโทรศัพท์มาถือไว้ ยิ่งเห็นชื่อบนหน้าจอเป็นบุคคลที่คาดเดา เขาก็ยิ่งเลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวาราวกับจะหาตัวช่วย

ทว่าทั้งห้องนอกจากเขาก็มีเพียงแม่บ้านสี่ห้าคนที่กำลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าตาโลเทคอย่างที่ไม่ค่อยพบเห็นในสมัยนี้ นักวิจัยหนุ่มกัดปากตัวเองแน่นหลังต้องเค้นสมองคิดคำโกหกญาติผู้พี่

ปกติเขาก็โกหกไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาใช้ความคิดหลังสติหลุดแบบเมื่อกี้ยิ่งนึกอะไรไม่ออกเลย แต่โชคดีที่เครื่องเก่าซึ่งมีเทคโนโลยีสื่อสารกันแบบสามมิติได้นำไปขายหาเงินมาเลี้ยงชีพในช่วงหลายเดือนที่ทำงานให้แลบโดยไม่ได้ค่าจ้าง โทรศัพท์ในมือตอนนี้จึงทำได้แค่โทรเข้าออกตามปกติเท่านั้น

เอาวะ! ทำทีเป็นพึ่งคุยกับแด๊ดดี้เสร็จแล้วกัน พี่อิฐคงไม่รู้หรอก

ติ๊ด

[อยู่ไหนเนี่ยนะโม กูยืนรอจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ]

“ขอโทษครับพี่ พอดีผมพึ่งคุยกับดะ… สปอนเซอร์เสร็จ” ปากกระจับเกือบหลุดคำว่าแด๊ดดี้ออกไปแล้ว โชคดีที่กลับคำได้ทัน มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองหวังให้มีสติในการคุยมากกว่านี้

พี่อิฐจะรู้เรื่องของแด๊ดดี้ไม่ได้!

ไม่ใช่ว่าเขาอับอายกับสถานะที่ไม่ต่างจากเด็กบำเรอความใคร่ในตอนนี้ แต่มาจากเหตุการณ์หลังแยกทางกับแด๊ดดี้ เพราะกลับไปอยู่กับพี่อิฐด้วยสภาพไม่เป็นผู้เป็นคน ในตอนนั้นถ้าไม่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องก็ต้องกรีดร้องหวาดระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ ไปหาหมอรักษาตัวอยู่นานกว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ปกติแบบที่ต้องใช้ยานอนหลับทุกวันถึงจะสามารถพักผ่อนได้น่ะ…

พี่อิฐโกรธแด๊ดดี้มากจนถึงขั้นจะไปทำร้ายอีกฝ่ายถึงคฤหาสน์ โชคดีที่เพื่อนคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามไว้ได้ทันจึงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายอื่นใดอีก

เพราะถ้าหากพี่อิฐหุนหันพลันแล่น คนที่จะได้รับบาดเจ็บย่อมไม่ใช่เจ้าของอำนาจมหาศาลในเมืองใหญ่อย่างเรนัล แลนด์คอปอยู่แล้ว

[ทำไมคุยนานจังวะ ทางนั้นไม่ยอมให้ทุนหรอ]

“เอ่อ มีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ แต่เขายอมตกลงแล้วนะพี่”

[จริงดิ! แบบนี้ต้องฉลองหน่อยแล้ว เก่งมากไอ้น้องชาย!] น้ำเสียงร่าเริงจากปลายสายทำให้คนฟังระบายยิ้มตาม ความภูมิใจหลังได้รับคำชมเชยมันดีอย่างนี้นี่เอง

รอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้าเนียนใสได้ไม่นานก็ต้องจางหาย เมื่อคนที่เขายังไม่อยากให้กลับมามากที่สุดกำลังเดินตรงมาทางนี้

แด๊ดดี้!

“คุยกับใครน่ะ” เจ้าของห้องเดินหน้าถมึงทึงหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาเอ่ยเสียงดังหมายจงใจให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของนะโมพร้อมประโยคตัดบทที่ทำเอาความโกรธพุ่งสูงจนอยากกระชากร่างเล็กมาจูบแรงๆ สักที

“แค่นี้ก่อนนะพี่อิฐ ไว้เจอกันที่ห้องเลย”

[ฮะ! แล้วไม่มาช่วย…]

ติ๊ด!

“ฉันถามว่าคุยกับใคร”

“คุยกับพี่อิฐ… เอ่อ ลูกพี่ลูกน้องนะโมเองครับ” คนโดนจ้องด้วยแววตาดุๆ ตอบกลับอย่างงุนงง สมองที่ยังตื้อและพร่ามัวไม่สามารถประมวลผลได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร ทำได้แค่กะพริบตามองโครงหน้าหล่อเหลาเพียงเท่านั้น

“งั้นก็บอกลูกพี่ลูกน้องเธอใหม่ซะ”

“ครับ?”

“บอกไปว่าเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้าเลย เพราะเดี๋ยวเธอต้องบินไปเกาะส่วนตัวกับฉัน” เรนัลพูดหน้าตาย อารมณ์หงุดหงิดที่พลุ่งพล่านทั่วร่างกายทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกตารางงานทั้งอาทิตย์ในทันที “โรเบิร์ต เคลียร์คิวนัดให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเตรียมเครื่องบินซะ”

“ครับบอส”

โรเบิร์ตที่หยุดยืนอยู่ห่างๆ พร้อมแก้วน้ำดื่มซึ่งนะโมร้องขอตอบรับคำสั่งด้วยใบหน้าราบเรียบไมเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในใจถึงกับสบถคำหยาบเพราะการจัดเรียงคิวงานใหม่ทั้งอาทิตย์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด

จะหวงจะอะไรก็ช่วยมีลิมิตหน่อยได้ไหมครับบอส!

----บอสเจ้าแผนการ----

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED