บทที่ 1
เรื่องบังเอิญหรือโชคชะตา
Readtober Theme (2018) : บังเอิญ
ก๊อกๆ
“เชิญครับ”
เรนัล แลนด์คอป เงยหน้าจากแฟ้มเอกสารแล้วเอ่ยตอบรับเสียงเรียบ ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตรงกับที่เขานัดอีกฝ่ายให้เข้ามาพบในวันนี้
ถือว่ารู้จักมารยาทต่างจากนักวิจัยคนอื่นที่เคยมา
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกอย่างให้เกียรติ ใบหน้าคมติดเย็นชาแต่ยังคงความสุภาพไว้หลายส่วนถูกเปลี่ยนเป็นอาการประหลาดใจยามเห็นผู้มาเยือนเต็มสองตา
“คุณ...” นะโมเองก็ตกใจจนดวงตาคู่สวยเบิกกว้างราวกับเห็นผีใบหน้าหวานที่คุ้นเคยทำให้คนมองเผลอยกยิ้มมุมปากคล้ายเจออะไรถูกใจ
ไม่คิดเลยว่าการปฏิเสธไม่ยอมคุยกับตาแก่เสียงยานที่รู้สึกเกลียดขี้หน้าอย่างบอกไม่ถูก มันจะทำให้เขาได้เจอกับ ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดซึ่งเคยหลุดมือไปเมื่อหลายปีก่อน
ความรู้สึกที่เก็บซ่อนในหัวใจตลอดมาได้แทรกซึมก่อเกิดเป็นอารมณ์หลากหลาย
ทว่าชั่วพริบตาบอสหนุ่มผู้กำอำนาจมหาศาลก็กลับมามีท่าทีปกติราวกับเมื่อสักครู่ไม่มีสิ่งใดผิดแผกไป
“...!”
นักวิจัยตัวเล็กแอบสะดุ้งเฮือกเมื่อประตูห้องทำงานถูกเลื่อนปิดอัตโนมัติ แม้จะพยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่มันกลับทำได้ไม่ง่ายเลย
มันยากเหลือเกินที่จะมองข้ามอดีตและห้ามไม่ให้รู้สึกอะไรเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายคนนี้…
“นั่งก่อนสิ”
“...ขอบคุณครับ” เจ้าตัวตอบรับเสียงเบา เขาพยายามตั้งสติแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน
ดวงตาคมวาววับจับจ้องไปยังร่างผอมบางในชุดสูทสีครีมไม่วางตา ใบหน้าเนียนใสดูซูบผอมกว่าอดีตแต่ยังคงดึงดูดสายตาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายปีก่อนอีกฝ่ายจะเป็นเด็กใต้อาณัติซึ่งเขายอมตามใจมากที่สุด
“ผมชื่อณัฐวุฒิ เป็นหนึ่งในคณะวิจัยโครงการพิเศษนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” รอยยิ้มเจื่อนๆ ฉายทาบขณะแนะนำตัวด้วยความสุภาพ ฝ่ามือยื่นแฟ้มที่กอดไว้แนบอกลงวางบนโต๊ะ
ทว่านั่นทำให้คนฟังเริ่มมีสีหน้ามึนตึงกรุ่นโกรธ เรนัลตวัดสายตาดุเป็นการตักเตือนแทนคำพูด
แม้นะโมจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นเก่า แต่ก็นับว่าถูกใจตนมากที่สุด การที่อีกฝ่ายแสร้งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำให้เขารู้สึกราวกับโดนลูบคมอยู่กลายๆ
“กะ ก็คุณเรนัลเป็นคนบอกเองว่าต้องการคุยกับนักวิจัย ผมเลยแนะนำตัวเผื่อคุณจะไม่รู้... แค่นั้นเอง” นะโมรีบแก้ตัวเสียงอ่อย
คำตอบนั้นทำให้บอสหนุ่มพลันนิ่งงัน ก่อนนึกได้ว่าตนใช้ข้ออ้างขอคุยกับนักวิจัยคนอื่นเพื่อสอบถามข้อมูลไว้ตัดสินใจว่าจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่ใจจริงเขาคิดจะตอบตกลงไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่ชอบหน้าเหี่ยวๆ ของตาแก่เจ้าของแลบ จึงเลือกยืดเวลาออกไปเพื่อทรมานคนรอฟังคำตอบเล่นๆ
“ฉันพึ่งรู้ว่าเธอเป็นนักวิจัยโครงการนี้ด้วย”
ช่างเป็นความบังเอิญที่เหมาะเจาะเสียจริง…
“ผมทำงานกับที่นี่มาตั้งแต่เรียนจบแล้วครับ ถ้ายังไง… เรามาคุยเรื่องโครงการวิจัยกันเลยดีไหมครับ ตรงจุดไหนที่คุณเรนัลสงสัยผมจะได้อธิบายให้ฟัง”
นักวิจัยหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องส่วนตัวเพราะไม่อยากนึกถึงอดีตที่สร้างบาดแผลไว้ในใจให้เขาจนถึงทุกวันนี้ โดยการดึงประเด็นเข้าเรื่องงานโดยไม่อ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้นให้เสียเวลา
แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ยินยอมให้เขาทำแบบนั้น
“หลังจากที่เราเลิกกัน มีใครเลี้ยงเธอต่อบ้าง”
คำถามที่ยิงออกมาทำให้คนฟังชะงักไปชั่วครู่ ภาพเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุของการเลิกราปรากฏชัดในใจ มันบีบคั้นความรู้สึกเสียจนนะโมเผลอกัดริมฝีปากเข้าหากันอย่างลืมตัว
กาลเวลาไม่เคยนำพาให้ความรู้สึกแย่จากเรื่องราวในวันนั้นหายไปไหน และไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่อาจรักษาให้หายได้
แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยแอบคิดว่าคนตรงหน้าจะสามารถเยียวยาบาดแผลเหล่านั้นได้ ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำกลับตรงกันข้าม
ไม่มีการปลอบใจใดๆ กระทั่งคำขอโทษจากคนผิด… เขาก็ไม่เคยได้รับมัน
“ไม่มีครับ” นะโมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะฝืนตอบเสียงเรียบ ความเศร้าที่หน่วงหนักในใจนั้นเต็มไปด้วยความรักมากมายที่เขามอบให้แก่คนซึ่งไม่เคยเห็นค่า
หัวใจพลันปวดร้าวเมื่อคิดเช่นนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังความเศร้าและหยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ สองมือบีบเข้าหากันจนแน่นอยู่บนตัก นะโมใช้เล็บจิกลงกลางฝ่ามือเรียกสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ก่อนจะกะพริบดวงตาถี่ๆ แล้วพยายามแสดงท่าทางให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
“...แล้วตอนนี้เธออยู่กับใคร” เส้นเสียงทุ้มราวกับขาดหายไปชั่วขณะเพียงแค่เห็นแววตาหม่นหมอง ทว่าหน้ากากเรียบเฉยก็ถูกสวมใส่ปิดบังความรู้สึกอย่างรวดเร็ว
“ผมกลับไปอยู่กับลูกพี่ลูกน้องเหมือนเดิมครับ” ดวงตาสองคู่สบประสานกันชั่วขณะก่อนผู้มาเยือนจะก้มหน้าลงต่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
คนตัวเล็กยอมรับว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้หัวใจเต้นรัวแรงไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ แม้ความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่เกือบทุกค่ำคืนจนต้องพึ่งยานอนหลับก็ตาม
มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
สองหนุ่มต่างวัยจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนรอบข้างพลันไร้ซึ่งเสียง มีเพียงบรรยากาศแปลกๆ ที่ลอยอบอวลเท่านั้น มันไม่ถึงกับชวนให้อึดอัด ทั้งยังพาพวกเขาย้อนกลับไปยังอดีตที่เคยเต็มไปด้วยความสุข ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะปรากฏร่องรอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
สายตาเลื่อนสำรวจตามเรือนร่างผอมแห้งราวกับคนไม่มีข้าวกิน หัวคิ้วก็พลันขมวดมุ่น ถึงเขาจะพอรู้อยู่บ้างว่าแลบของเดนิชขาดทุนหนักจนต้องเร่ขายอุปกรณ์วิจัยบางส่วน แต่ก็ไม่คิดว่าตาแก่นั่นจะถึงขั้นไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานจนอีกฝ่ายแทบจะเป็นกระดูกเดินได้แบบนี้
“เดนิชได้จ่ายเงินเดือนบ้างหรือเปล่า” บอสหนุ่มเผลอเอ่ยถามตามที่คิด
“เอ่อ…”
สีหน้าลำบากใจนั้นเป็นคำตอบได้อย่างดี ผู้นำตระกูลเก่าแก่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้เขาจะห้ามตัวเองไม่ให้สืบเรื่องราวของนะโมหลังจากแยกทางกันได้ ทว่าพอเห็นเจ้าของรอยยิ้มสดใสมีชีวิตราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งเช่นนี้ ความรู้สึกผิดที่เคยมีก็ยิ่งกัดกินใจจนอยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยสักอย่าง…
ชดใช้ให้กับความผิดพลาดที่เขาได้ก่อมันขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน
ทั้งยังยึดติดในศักดิ์ศรีเสียจนไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษคนที่มีสถานะเป็นเพียงแค่เด็กบำเรอบนเตียง และนั่น… ก็ทำให้เขาต้องเสียนะโมไป
สายตาคมไล่สำรวจอีกฝ่ายจนพอใจจึงวกกลับมาที่ใบหน้าหวานซึ่งตราตรึงในความทรงจำไม่เคยเลือนหาย แม้มันจะดูเศร้าและไร้รอยยิ้มแบบที่เขาชอบก็ตามที
“เธอคิดว่างานวิจัยนี้จะมีโอกาสสำเร็จสักกี่เปอร์เซ็นต์”
จู่ๆ เรนัลก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็นเรื่องงาน ท่าทางจริงจังของเขาทำให้นะโมรีบฝังกลบความรู้สึกแย่ๆ จากการคิดถึงอดีต แล้วฟังคำถามอย่างตั้งใจ
แต่น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ให้ความสนใจ หนุ่มนักวิจัยจึงลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“...การวิจัย ‘ยา Preg-able (ผู้หญิงสามารถมีอสุจิหรือผู้ชายมีรังไข่) ’ โอกาสสำเร็จอยู่ที่ 30-50 เปอร์เซ็นต์ครับ...”
พูดจบดวงตาสีน้ำตาลก็แอบมองสีหน้าของคนฟังด้วยใจลุ้นระทึก แม้เขาจะรู้จักเรนัลเพียงแค่ครึ่งปี แต่การได้อยู่ด้วยกันทุกวันทำให้เข้าใจนิสัยอีกฝ่ายพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องการใช้เงิน ถ้าหากเป็นสิ่งที่เจ้าตัวถูกใจ ต่อให้ต้องเสียเงินเป็นล้านก็ให้ได้ แต่ถ้าไม่...
ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเขาเลย!
จากท่าทางและน้ำเสียงคนตรงหน้าทำให้นะโมรู้สึกใจเสีย คาดเดาไปแล้วว่างานวิจัยชิ้นนี้คงจะอยู่ในฝั่งของสิ่งที่ไม่สนใจแน่ๆ
“แต่ตอนนี้งานวิจัยมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นพอสมควรแล้วนะครับ ถ้าหากทางเราได้รับเงินสนับสนุนจากคุณ มันจะต้องออกมาสำเร็จและสร้างกำไรให้อย่างมหาศาลแน่นอน” แม้ว่าดวงหน้าหวานจะเริ่มแสดงออกถึงความกังวล แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินคำปฏิเสธชัดเจนจากปากคนตรงหน้า เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ
ถ้าหากเรนัลไม่ยอมเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนเงินทุน มีหวังงานวิจัยที่เขากับคนอื่นๆ ปลุกปล้ำกันมาเกือบปีต้องสูญเปล่าเพราะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แน่ๆ
หรือถ้าพูดให้ถูกคือแลบคงจะต้องปิดตัวลงหลังเกิดสภาวะขาดทุนนานเกือบปี
“นักธุรกิจอย่างฉันไม่ลงทุนกับงานวิจัยไร้สาระที่มีโอกาสทำเงินไม่ถึงครึ่งแบบนี้หรอกนะ” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับอย่างไร้ความรู้สึก
ทว่าปากหยักกลับเม้มเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นนัยน์ตาเศร้ามีน้ำตาเอ่อคลอพลางหลุบลงต่ำไม่กล้าสบตา แต่แผนที่วางไว้จะคลาดเคลื่อนไม่ได้เด็ดขาด
เขาต้องการให้นะโมกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง อยากเสพสมกับเรือนร่างหอมกรุ่นที่เคยหลงใหลเมื่อครั้นอดีตให้เต็มที่ แต่จะให้เอ่ยปากขอคืนดีก็ดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย การตัดรอนและบีบบังคับให้เจ้าตัวยอมเป็นฝ่ายเข้าหาเองจึงถือเป็นทางเลือกสุดท้าย
“...เข้าใจแล้วครับ” นะโมฝืนยิ้มตอบรับคำปฏิเสธหลังพยายามกะพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำตาให้หายไปอยู่นาน
ขณะที่มือสั่นเทาเอื้อมมาหยิบแฟ้มรายละเอียดกลับไป เสียงเอ่ยถามก็ดังขึ้นจุดไฟแห่งความหวัง ทว่ากองไฟนั้นกลับลุกโชนลามเลียใจเขาจนเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย
“ถ้าเธอยอมเอาตัวเข้าแลก ฉันจะลองคิดดูอีกที… ดีไหม?”
รอยแผลตกสะเก็ดในหัวใจคล้ายถูกมีดปลายแหลมตวัดสร้างรอยปริให้เลือดไหลซึม นัยน์ตาหวานซึ่งช้อนมองสบคนตรงหน้าจึงเต็มไปด้วยความน้อยใจปนตัดพ้อต่อว่า
ที่ผ่านมาเขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีสถานะทางสังคมที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายตัวเขาก็มีค่าแค่นี้เองสินะ…
...เป็นได้แค่ของเล่นไว้ใช้บำเรอความใคร่
แล้วแด๊ดดี้ก็จะเบื่อเขาและทำแบบวันนั้น...
ทุกถ้อยคำผุดขึ้นมาในสมองไม่หยุดราวกับมีดล่องหนที่พุ่งตรงทำร้ายตัวเขาซ้ำไปซ้ำมา นะโมกลืนความขมขื่นลงคอแล้วก้มลงมองแฟ้มในมือที่ไร้ซึ่งความสนใจจากผู้กุมอำนาจ สีหน้าและแววตาหมองเศร้าเสียจนเรนัลไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
“จะไม่มีแบบวันนั้นอีกแล้วนะโม” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่นราวกับให้คำมั่นสัญญา
ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองสบตาด้วยท่าทางสับสน นัยน์ตาสีน้ำตาลดูเหม่อลอยคล้ายเจ้าตัวกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งภวังค์ไม่ต่างจากวันนั้น บอสหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย ใจอยากเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบประโลม ทว่าอีกใจกลับเอ่ยแย้งว่านะโมไม่ได้มีความสำคัญไปมากกว่าเด็กบำเรอกามคนหนึ่ง
เขาก็แค่อยากเชยชิมรสสวาทที่ติดใจเหมือนคนเคยกินอาหารอร่อยๆ แล้วอยากกินอีกเท่านั้นแหละ
ผู้นำตระกูลแลนด์คอปเอ่ยย้ำกับตัวเองหลังเกิดความลังเลขึ้นในใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“...ถ้าผมทำให้คุณพอใจได้ คุณจะเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวิจัยโครงการนี้ใช่ไหมครับ” นักวิจัยหนุ่มกลั้นใจเอ่ยถามเพื่อขอคำยืนยัน เล็บมือจิกแน่นหวังตั้งสติให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด
ตอนนี้เขาคือหนึ่งในคณะวิจัย...
เขาคือตัวแทนของทุกคน…
เขาจะเอาเรื่องในอดีตมาทำให้เสียโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้
“ตราบใดที่นายทำให้ฉันพอใจ จะโครงการไหนๆ เอาเงินเท่าไหร่… ฉันให้หมด”
คำตอบรับง่ายๆ ที่ดังกระทบหูอาจจะทำให้คนอื่นดีใจจนน้ำตาไหล แต่มันกลับสร้างความขื่นขมให้คนฟังจนเจ้าตัวต้องกัดปากแรงๆ เพื่อหยุดยั้งก้อนสะอึก
แพขนตาหนาหลุบลงเพื่อปิดบังความเสียใจที่ฉายชัดในดวงตา นะโมกลืนทุกความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นความรักที่เคยมีหรืออารมณ์โศกเศร้าใดๆ ลงในใจแล้วยอมรับกับสิ่งที่ตนเองตัดสินใจเลือก
“ตกลงครับ”
ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้กลับมาอยู่ที่จุดเดิม เขาก็ขอเลือกเส้นทางนี้ดูอีกสักครั้ง
งานวิจัยที่ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดจะต้องสำเร็จ…
...ต่อให้ต้องใช้ร่างกายนี้แลกเงินก็ตาม!
----บอสเจ้าแผนการ----
บทที่ 2
เด็กดีบนเตียงเปลี่ยนเป็นบนตัว (NC)
ชายหนุ่มรูปร่างผอมกว่ามาตรฐานในชุดสูทสีครีมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปข้างใน นะโมทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่แต่แฝงความเย้ายวนอยู่ในที ดวงตาหลุบต่ำคล้ายกำลังปิดบังความรู้สึกหลากหลายที่ตีวนอยู่ในสมอง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้กุมอำนาจเงินตราให้ความสนใจ เพราะถูกดึงดูดโดยเรียวขายาวซึ่งกำลังขยับลากไล้ไปตามท่อนขาเขาช้าๆ
อยากรู้นักว่าการกลับมาของนะโมในครั้งนี้จะทำให้เขาสนุกได้มากแค่ไหน
“แด๊ดดี้... คิดถึงนะโมไหมครับ?” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างจงใจออดอ้อนโดยไม่ลืมใช้คำกล่าวเรียกที่อีกฝ่ายชื่นชอบ แววตาสั่นระริกมองสบกับคนตรงหน้าด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
แต่ไม่นานนะโมก็คล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความโหยหา สายตาจับจ้องกรอบหน้าโดดเด่นที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นราวกับโดนมนตร์สะกดให้หลงลืมฝันร้ายที่เรนัลเป็นคนมอบให้
หลงเหลือไว้เพียงรสสัมผัสของกามอารมณ์ที่ได้รับทุกวี่วันจนไม่อาจถอนตัวได้
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอพร้อมลมหายใจซึ่งเริ่มถี่กระชั้จากการนึกถึงความเร่าร้อนในอดีต มือขยับลูบไล้ลำคอตนเองต่ำลงเรื่อยๆ ผ่านเนื้อผ้าจนหยุดอยู่ที่แผ่นอก นะโมคลี่ยิ้มหวานยามเห็นดวงตาคมมองตามมือเขาไม่ละจากไปไหน ก่อนจะโน้มร่างไปประทับริมฝีปากเรียวชิมความหวานที่โหยหา
ลิ้นเล็กแทรกเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายแล้วไล่เล็มหยอกล้อปลายลิ้นนุ่ม พวกเขาตวัดรัดเกี่ยวกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่นานเจ้าของห้องสุดหรูก็กระชากแขนอีกฝ่ายให้ขยับเข้ามาชิดกว่าเดิมเพื่อมอบสัมผัสลึกซึ้งที่แสนร้อนแรง
หนุ่มนักวิจัยทำตามอย่างว่าง่าย เขาขยับขึ้นนั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้โดยแขนข้างหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวยันร่าง ส่วนอีกข้างใช้ลูบไล้ไปตามลำคอแกร่งพลางเลื่อนลงต่ำเพื่อแกะกระดุมชุดสูทและเสื้อเชิ้ตตัวในออกไปไม่ให้ขวางทาง เรนัลเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย สองมือขยำสะโพกอวบอิ่มเป็นจังหวะสลับกับบีบคลึงเน้นย้ำ
“อื้อ...” เสียงครางดังแผ่วอย่างหลงใหลในลำคอ รสสัมผัสแสนหวานทำให้คนที่ห่างหายกับความรู้สึกนี้มาหลายปีถึงกับถอนตัวแทบไม่ขึ้น แต่เรนัลกลับเป็นฝ่ายขยับหนีก่อนกระตุกยิ้มร้าย
“มีอย่างอื่นที่เธอน่าจะชอบมากกว่าปากฉันนะ”
ดวงตาหวานเชื่อมจากอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นมองสบกับแววตาคมอย่างรู้งาน นะโมขยับเปลี่ยนท่าเป็นการนั่งบนตักแกร่งแล้วใช้สองมือปลดกระดุมกางแกงสแล็คเนื้อดีพร้อมรูดซิปลงต่ำ ใบหน้าเนียนก้มลงซุกไซ้สูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอขาว คนใต้ร่างจึงเอียงคอให้ริมฝีปากนุ่มไล่ประทับจูบตามผิวกายอย่างถูกใจ
เด็กน้อยของเขายังร้อนแรงไม่เคยเปลี่ยน
ปากกระจับไล่ลงต่ำเรื่อยๆ พร้อมขยับตัวนั่งชันเข่ากับพื้น มือสัมผัสกลางกายคนตรงหน้าแล้วจัดการนำมันออกมาโชว์ตัวจากปราการผ้าสีดำ ท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่ยังอ่อนยวบขยับไปมาตามแรงรั้ง
“จะทานแล้วนะครับ”
พูดจบก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วประทับริมฝีปากลงบนหัวบานอย่างนุ่มนวล ลิ้นบรรจงไล้ไปมาทั่วบริเวณส่วนปลายก่อนส่งเข้าโพรงปากและเริ่มดูดดึงเบาๆ ราวกับกำลังชิมรสชาติ
รสชาติที่เขาโหยหา…
ริมฝีปากจิ้มลิ้มขยับดูดเม้มเข้าออกเป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ลิ้นกวาดปัดป่ายหยอกล้อไปตามความยาวแม้จะจุกแน่นคอหอยอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างลูบไล้ส่วนโคนที่ไม่สามารถเอาเข้าปากได้หมดก่อนจะเลื่อนไปบีบคลึงลูกบอลข้างใต้ ไม่นานสัมผัสร้อนชื้นและพื้นผิวอ่อนนุ่มของช่องปากก็ปลุกมันให้พองขยายใหญ่ขึ้น
“อืม...”
ยิ่งเห็นเรนัลมีอารมณ์จากการใช้ปากของตนเอง นะโมยิ่งปรนเปรออีกฝ่ายอย่างเต็มใจ เขาใช้ลิ้นเกี่ยวกระหวัดสลับกับห่อริมฝีปากดูดดึงแท่งร้อนเสียจนเกิดเสียงน่าอาย
บางจังหวะก็กดศีรษะตัวเองลงลึกให้ส่วนปลายกระแทกกับคอหอย บางครั้งก็กลืนน้ำลายผสมน้ำคาวทั้งที่หัวหยักยังอยู่ชิดลำคอ
“อา... เด็กดี”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมอย่างถูกใจ ผนังปากนุ่มบีบรัดแก่นกายเขาหนักหน่วงโดยเฉพาะตอนที่กำลังกลืนน้ำลาย
สงสัยเขาต้องให้รางวัลเด็กดีหน่อยแล้ว
“อื้อออ” นะโมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนส่งเสียงครางตอบรับในยามที่มือหนาข้างหนึ่งบีบยอดอกของตนผ่านเสื้อสูทเบาๆ
ร่างผ่ายผอมแอ่นอกให้บีบเคล้นด้วยความเต็มใจ ดวงตาหยาดเยิ้มด้วยแรงราคะช้อนขึ้นมองบุรุษที่โน้มตัวลงมาเป็นเชิงออดอ้อน ริมฝีปากขยับดูดกลืนแท่งร้อนอย่างมัวเมาและเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
“หึ”
ใบหน้าคมเข้มระบายยิ้มร้ายกาจ เขาละมือจากเม็ดไตแข็งพลางขยับกายให้แผ่นหลังเอนพิงผนักเก้าอี้ ก่อนเลื่อนเท้าไปที่เป้ากางเกงของนะโมแล้วออกแรงกดคลึงอย่างจงใจ
แรงกดนั้นไม่รุนแรงจนทำให้รู้สึกเจ็บ ทั้งยังปลุกความปรารถนาในตัวให้พุ่งสูงจนใบหน้าหวานเหยเกทรมาน
“ดะ แด๊ดดี้... อื้อ...”
นะโมผละริมฝีปากออกจากแท่งเอ็นแล้วร้องครางเสียงสั่น นัยน์ตาหวานทอดมองสิ่งที่ตั้งตระหง่านตรงหน้าอย่างเสียดาย แต่สัมผัสที่กลางลำตัวทำให้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่เอียงซบใบหน้าลงกับต้นขา
“กลิ่นของแด๊ดดี้…”
จมูกโด่งขยับสูดดมกลิ่นคาวที่คุ้นเคยเข้าเต็มปอด เสียงอื้ออึงในลำคอยังดังผะแผ่วพร้อมความรู้สึกเสียวซ่าน อดีตเด็กเลี้ยงซึ่งถูกสอนให้รู้จักรสกามกำลังหลงมัวเมากับสัญลักษณ์บุรุษเพศตรงหน้าจนทั้งซุกทั้งไซ้อย่างไร้สติ
มือเล็กทำหน้าที่ลูบไล้ส่วนปลายไปมา แต่ไม่ได้ออกแรงรูดรั้งหรือชักมือขึ้นลง เพราะอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นอย่างหนักในรอบหลายปีทำให้เขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะปรนเปรออีกฝ่ายกลับ
“อื้ออ นะโม อ๊ะ ไม่... จะไม่ไหวแล้ว...”
เสียงครางยังดังไม่ขาดสายเมื่อคนคุมเกมทั้งกดย้ำ ทั้งขยับเท้าไล่ไปตามความยาวของแก่นกายเล็กใต้กางเกงคัตติ้ง
“แค่นี้ก็จะเสร็จแล้วหรอ?”
“ฮึก แด๊ดดี้… นะโมไม่ไหวแล้ว อ๊ะ! อื้อ” ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อในยามที่ความต้องการพุ่งสูงจนใกล้จะถึงฝั่ง
เจ้าของชุดสูทสีครีมปล่อยตัวปล่อยใจให้เคลิ้มเคลิ้มไปกับไฟราคะที่กำลังลุกโชนแผดเผาจนตัวเขาแทบมอดไหม้ แต่จู่ๆ แรงกดที่แก่นกายเล็กกลับหยุดลงเสียดื้อๆ
เรนัลคลี่ยิ้มร้าย เขามองใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมานจากไฟปรารถนา นัยน์ตาสีน้ำทะเลพราวระยับถูกใจเมื่อคนตัวเล็กขยับสะโพกขึ้นเสียดสีกับรองเท้าเองอย่างโหยหา
ท่าทางยั่วยวนแสดงออกถึงความอยากกระสันปลุกเร้าคนมองได้เป็นอย่างดี เขาจับจ้องทุกการกระทำของนะโมตาแทบไม่กะพริบ
“แด๊ดดี้แกล้งนะโม”
คนตัวเล็กกว่าร้องประท้วงเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ แถมยังขยับเท้าหลบอีก ดวงตาสีน้ำตาลคลอไปด้วยหยาดน้ำ แก้มแดงระเรื่อป่องพองลมพร้อมกับริมฝีปากอมชมพูที่เบะออกน้อยๆ ท่าทางทรมานนั้นชวนให้คนมองรู้สึกเอ็นดูจนอยากจะเข้าไปฟัดแรงๆ
“งั้นก็ทำให้ฉันเลิกแกล้งสิ”
เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกราวกับให้สัญญาณด่านต่อไป เมื่อนะโมได้ยินเช่นนั้นจึงยันกายขึ้นโดยจงใจใช้สองมือเท้าต้นขาแกร่ง เอนร่างไปใกล้ชิดให้ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดทุกสัดส่วนที่เคลื่อนผ่าน
ในยามที่ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาสองคู่ต่างจ้องลึกเข้าไปถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีน้ำทะเลดูดำมืดและเต็มไปด้วยความกระหายไม่มีจุดสิ้นสุด ทางด้านแขกผู้มาเยือนเองก็แทบไม่ต่างกันเลย ดวงตาหวานเยิ้มทอดมองเชิญชวนขณะผละไปยืนพิงโต๊ะทำงานด้านหลัง
นิ้วมือเรียวไล่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางเพียงแค่สามเม็ดหลังถอดเสื้อสูทออกเรียบร้อย เผยแผ่นอกเนียนและยอดยกสีชมพูให้เห็นแบบวับๆ แวมๆ
“ห้องนี้มันร้อนๆ ยังไงก็ไม่รู้ แด๊ดดี้คิดแบบนั้นไหมครับ” คนพูดจงใจขยับสาบเสื้อกระพือแผ่วแล้วดึงออกด้านข้างจนเม็ดเชอร์รีชูชันอวดสายตาหิวกระหาย
ริมฝีปากหยักยกรอยยิ้มถูกใจ เรนัลไม่ได้ตอบอะไรออกมาแต่ใช้มือลูบไปตามกรอบหน้าคล้ายกำลังหักห้ามใจ
ใช่ เขายังจำทุกอย่างได้ดีว่าแด๊ดดี้ชอบให้ยั่วแบบไหน และสุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่คนบำเรอความใคร่เท่านั้น
ความรู้สึกน้อยใจที่เคยถูกไฟปรารถนากดไว้กลับแล่นพล่านในความคิด นัยน์ตาสีน้ำตาลวูบไหวให้เห็นชั่วครู่ ก่อนเปลือกตาจะปิดลงพร้อมแผ่นอกขาวเนียนซึ่งขยับขึ้นสูงหลังเจ้าตัวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ
เวลานี้เขาต้องทำให้แด๊ดดี้พอใจอย่างเดียว ห้ามรู้สึกอะไรทั้งนั้น
แม้จะบอกตัวเองเช่นนั้นแต่กลับทำได้ไม่ง่ายเลย นะโมแสร้งหันหลังโก่งบั้นท้ายเพื่อถอดกางเกงราวกับตั้งใจยั่วยวนคนมอง แต่ความเป็นจริงนี่คือวิธีเดียวที่จะสามารถปิดบังความน้อยใจในดวงตาได้
คราบเหนียวข้นยืดเป็นทางยาวขณะรูดชั้นในลงด้านล่าง แก่นกายเล็กที่ปราศจากสิ่งห่อหุ้มเด้งชูชันพร้อมขับน้ำหล่อลื่นจนเยิ้มเลอะไปทั่วหัวหยัก
สองมือยันขอบโต๊ะทำงานให้บั้นท้ายเด่นหราอยู่ตรงหน้าเรนัล แม้จะรู้สึกว่าร่างกายตัวเองปราศจากเนื้อหนังมากเกินไปจนไม่น่าสัมผัสเหมือนก่อน ทว่านะโมก็ทำใจดีสู้เสือคาดหวังว่ามันคงพอทำให้เจ้าของห้องพึงพอใจได้ “แด๊ดดี้อยากเข้ามะ อ๊า!”
เสียงหวานหลุดครางในยามที่นิ้วเรียวถึงสามนิ้วกดแทรกรอยจีบสีชมพูเข้าไปอย่างไม่บอกกล่าว แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นและจำนวนที่มากเกินไปสำหรับครั้งแรกในรอบห้าปีทำให้เจ็บแสบบริเวณช่องรักพอสมควร
แต่ไม่นานเรนัลก็ควานหาจุดกระสันเจอ อีกฝ่ายกดย้ำซ้ำๆ จนนะโมทำได้แค่ครางฮือในลำคอแล้วจิกเล็บเข้ากับโต๊ะทำงานเพื่อระบายความเสียว ไฟราคะในกายลุกโชนเผาไหม้ทุกความคิดจนมอดเป็นจุณ หลงเหลือไว้เพียงแค่อารมณ์ปรารถนาเท่านั้น
“อ๊าาา” ใบหน้าหวานสะบัดเชิดขณะส่งเสียงครางเสนาะหู ก้นเนียนนุ่มประดุจเด็กทารกโยกไหวสู้แรงกระแทกของฝ่ามือหนา
“อ๊า! อาา แด๊ดดี้! ฮึก...”
“...ว่าไง”
“อ๊ะ! อื้ออ ฮึก นะโมเสียว อื้อ!”
เสียงหวานกรีดร้องครวญครางจากความรัญจวนซึ่งจู่โจมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่องรักขมิบสู้สิ่งแปลกปลอมที่ขยับเข้าออกถี่รัวจนเรนัลนึกอยากสอดใส่แก่นกายชูชันเข้าไปแทนที่
ท่านประธานหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนโน้มตัวประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงเหนือสะโพก เขาใช้ลิ้นไล้ขึ้นไปตามสันกระดูกจนนะโมสะท้านไปทั่วทั้งร่าง เจ้าของผิวแดงระเรื่อบิดกายตอบรับพร้อมหอบหายใจกระเส่า
“อื้ออ แด๊ด...”
“ไม่ไหวแล้วหรอไง”
“มะ ไม่… อื้อ ไม่ไหวแล้ว”
“หึ”
เมื่อเห็นว่านะโมพร้อมรับตัวตนของเขาแล้ว เรนัลจึงขยับถอนนิ้วออกมา ก่อนจะเอี้ยวกายไปเปิดลิ้นชักล่างสุดซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะมากมาย เขาเตรียมของพวกนี้ไว้ในเวลาที่นึกเบื่อหน่ายกับงานแล้วเรียกเด็กๆ หรือพนักงานบางคนมาเล่นสนุกในห้อง
ดวงตาหวานเยิ้มหันไปเห็นอุปกรณ์ป้องกันในมือใหญ่ก็ฉายแววงุนงงเล็กน้อย เพราะในอดีตอีกฝ่ายไม่เคยใช้ของสิ่งนี้กับเขาเลย ทว่าความรู้สึกที่อัดแน่นโดยเฉพาะบริเวณส่วนกลางลำตัวทำให้ชายหนุ่มโยนทุกสิ่งทิ้งไว้เบื้องหลังทันที
ก่อนพลิกตัวกลับมาคว้าถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นจากเรนัล ริมฝีปากยกยิ้มยั่วแล้วใช้สายตาโลมเลียเรือนร่างกำยำที่ถึงแม้จะมีเสื้อผ้าปกปิดทว่ากลับเด่นชัดในความคิดจนลมหายใจหอบสะท้าน
“เดี๋ยวนะโมใส่ให้นะครับ” พูดจบก็ดันตัวอีกฝ่ายให้นั่งลงพิงเก้าอี้พลางเลื่อนมือลงต่ำไปรูดรั้งแก่นกายแกร่งเป็นการหยอกล้อ เขาสวมถุงยางให้อย่างเบามือ แม้จะเก้ๆ กังๆ ไปบ้างเพราะเคยเรียนรู้แค่ภาคทฤษฎี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
จากนั้นจึงบีบขวดเจลหล่อลื่นให้ชโลมลงทั่วถุงยางอีกรอบ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการนำเจลใสไปทารอบปากถ้ำสีชมพูเพื่อเตรียมรับแท่งร้อนขนาดใหญ่
ร่างผ่ายผอมพลิกกายโก้งโค้งอีกครั้งโดยใช้แขนซ้ายยันโต๊ะไว้เพียงแค่ข้างเดียว นิ้วมือขวาที่เคลือบเจลสอดเข้าปากทางตัวเองถึงสี่นิ้ว ความคับแน่นในช่องรักทำให้เจ้าตัวหลุดครางเสียงกระเส่า
“อา… แด๊ดดี้ นะโมเสียว...”
แม้ความตั้งใจแรกจะเป็นการเคลือบเจลหล่อลื่นเพื่อให้เรนัลแทรกแก่นกายเข้ามาได้สะดวก แต่เมื่อศีรษะทุยหันไปเห็นนัยน์ตาดำมืดคล้ายนักล่าเตรียมพุ่งกระโจนใส่เหยื่อ นะโมจึงขยับนิ้วเข้าออกถี่รัวจนใบหน้าหวานเหยเก ดวงตาฉ่ำเยิ้มทอดสายตาหวานเชื่อมให้ร่างสูงพร้อมกัดปากยั่วยวนยามไล่ลงต่ำถึงท่อนเนื้อที่ตั้งชัน
ตาคมวาววับชอบใจกับท่าทางแสนร้อนแรงของคนตรงหน้า เรนัลขยับมือคว้าร่างนะโมให้พลิกตัวขึ้นมาคร่อมชันเข่าอยู่บนเก้าอี้แทน อีกฝ่ายครางประท้วงเบาๆ เมื่อโดนขัดจังหวะ แต่เมื่อจัดท่านั่งได้เรียบร้อยก็แอ่นอกสีหวานเข้าปากเรียวอย่างออดอ้อน
“ลองชิมหน่อยสิครับ อื้อออ”
ลิ้นร้อนตวัดเลียตุ่มไตแข็งสลับดูดดึงราวกับหิวกระหาย พร้อมใช้นิ้วบีบคลึงเม็ดเชอร์รีด้านซ้ายที่บวมเป่งไม่ให้น้อยหน้ากัน มือหนาอีกข้างลูบไล้ลงต่ำไปตามแผ่นหลังเนียนแล้วสอดนิ้วเข้ารอยจีบหมายจะปลุกเร้าเด็กขี้ยั่วให้สติกระเจิดกระเจิงมากกว่านี้
และยิ่งเขาละโมบดูดกลืนยอดอกมากเท่าไหร่ นะโมก็ยิ่งกอดรั้งรอบศีรษะเข้ามาในอ้อมกอดแน่นขึ้นมากเท่านั้น
“อ๊ะ อ๊าา...” คนตัวเล็กหอบครางแทบไม่ได้ศัพท์
แก่นกายร้อนผ่าวสองแท่งขยับเสียดสีโหมกระหน่ำอารมณ์วาบหวามให้พุ่งสูงจนอุณหภูมิห้องร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ ปลายลิ้นชื้นแฉะปัดป่ายดูดเลียจนเกิดเสียง ไม่นานเรนัลก็ผละออกแล้วเอ่ยเย้าหยอกเจ้าของกายหอมกรุ่นบนตัก
“ฉันชิมข้างบนพอแล้ว ถึงเวลาของข้างล่างหรือยังล่ะ”
“ใจร้อนจังเลยครับแด๊ด”
หนุ่มหน้าหวานตอบกลับเสียงกระเส่า ลมหายใจถี่กระชั้นจากอารมณ์ที่ค้างคา เขาโน้มตัวไปจูบซับความหวานที่หลงใหลจากริมฝีปากหยักขณะคว้าแท่งเอ็นร้อนซึ่งตั้งตระหง่านสู้สายตามานานให้อยู่ในมุมอันเหมาะเจาะ ก่อนจะนั่งลงใช้รอยจีบสีสวยกลืนกินมันเข้าไปจนสุดโคน
“อ๊ะ… อึก! คับจัง” ความรู้สึกจุกแน่นมาพร้อมอาการเสียวซ่านหลังท่อนเนื้อขนาดใหญ่เสียดสีอยู่ภายใน เขาแทบจะเสร็จเพียงแค่ถูกสอดใส่ นะโมขยับริมฝีปากออกมาเล็กน้อยแล้วแช่กายนิ่งเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่
เรนัลเห็นส่วนหัวของแก่นกายเล็กตรงหน้ามีน้ำปริ่มออกมาก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเรือนร่างงามกำลังจะแตะขอบสวรรค์ ยิ่งเห็นใบหน้าหวานเหยเกก็ยิ่งมั่นใจ นะโมอาจจะไม่อยากเสร็จตอนนี้ แต่เขาดันอยากเห็นภาพน่าดูแบบนั้นขึ้นมาเสียแล้ว
มือขยับเลื่อนไปประคองเอวเล็กแล้วเคลื่อนกายกระแทกแท่งร้อนเข้าออกช้าๆ แต่หนักแน่น คนบนตักสะดุ้งเฮือกก่อนกรีดร้องเสียงหวาน ดวงหน้าบิดเบี้ยวเพราะความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ไปทั่วทั้งร่างอย่างไม่อาจควบคุมได้
“อ๊ะ! แด๊ดดี้!!”
“อืม...”
“อ๊า… มะ ไม่... อ๊ะ อ๊าาาาา”
ช่องทางคับแคบขมิบรัดตัวตนอีกคนถี่รัว ไม่กี่วินาทีต่อมาหยาดน้ำขุ่นคลักก็พุ่งออกมาจากส่วนหัวของแก่นกายเล็ก นะโมกระตุกร่างเล็กน้อย ดวงตาหวานเยิ้มคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขสมที่พุ่งทะลักจนไม่อาจหักห้ามได้
“ฮ้า แด๊ดดี้ครับ… อื้อ!”
ปากกระจับหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดหนักหน่วง ก่อนเสียงหวานจะครางอื้ออึงในลำคอยามมือหนาปาดคราบน้ำรักที่เลอะแก่นกายสีชมพูพร้อมทั้งรูดรั้งรีดเค้นให้พ่นน้ำนมออกมาจนหมดทุกหยาดหยด
“ทำตัวฉันเลอะไม่พอ ยังฉีดน้ำใส่เสื้อฉันอีกหรอ” คนรักความสะอาดดุพร้อมฟาดฝ่ามือเข้าแก้มก้นหยุ่นเบาๆ
เพี๊ยะ
“อ๊า!”
ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆ ก่อนไล่สายตาลงต่ำเพื่อดูหลักฐาน กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนมีน้ำคาวเหนียวข้นเลอะอยู่ และวิถีการพุ่งของมันยังไปไกลจนกระเด็นโดนเสื้อเชิ้ตตัวในอีกด้วย
นะโมไล้นิ้วมือลงจากไหล่หนาโดยจงใจลากผ่านผิวกายร้อนรุ่มที่ปราศจากเสื้อปิดบังจนถึงก้อนซิกซ์แพ็ก เขาขยับนิ้ววนไปมาก่อนจะปาดคราบน้ำรักแล้วส่งเข้าปาก
นัยน์ตาหวานเยิ้มปรือน้อยๆ ขณะดูดนิ้วตัวเองด้วยท่าทียั่วยวนจนเรนัลอดไม่ได้ที่จะกระแทกกายขึ้นสวน นั่นทำให้คนบนตักหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายหลุดการควบคุม
แต่ไม่นานเสียงหัวเราะก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหู แก่นกายเล็กเริ่มพองขยายจากอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ นะโมใช้สองมือยันกับไหล่กว้างแล้วขยับตัวขึ้นลงสวนจังหวะการกระแทก
“อ๊า! อ๊ะ ดะ ดีไหมครับ”
“อา… ดีมาก”
ยิ่งเสียงแหบพร่าเอ่ยชม เด็กดีของแด๊ดดี้ก็ยิ่งขยับเอวกระแทกขึ้นลงหนักหน่วงโดยไม่ต้องกลัวหงายหลังเพราะมีมือหนาคอยประคองกอดไม่ห่างกาย ก่อนแอ่นแผงอกขาวเนียนตอบรับนิ้วมือซุกซนที่บีบเคล้นเม็ดปทุมอันชูชันอย่างเมามัน
“อ๊า… อ๊ะ อ๊า แด๊ด แด๊ดดี้…”
ยิ่งอารมณ์พุ่งสูงมากเท่าไหร่ นะโมยิ่งกระแทกร่างลงบนแท่งเอ็นแรงขึ้นเท่านั้น เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสลับกับเสียงครวญครางและลมหายใจที่หนักหน่วง
“อื้ออ อึก ดะ ดีไหมครับ อ๊าาาา”
“ดี… ดีมาก อืมม แรงกว่านี้นะโม อา...”
เรนัลเอ่ยสั่งน้ำเสียงแหบพร่า ช่องทางอ่อนนุ่มขมิบอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังทำให้เขาเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่าง คาบบอยหนุ่มเองก็ขยับควบอย่างเร่าร้อนและรัวแรงตามคำสั่ง มือเล็กจิกเข้ากับไหล่แกร่งที่ใช้ยันกายเพื่อระบายความรู้สึก
“มะ ไม่ อ๊ะ! ไม่ไหวแล้ว อึก!”
“อีกนิดเดียว อาาาา...”
“อ๊ะ อ๊ะ! อ๊ะ อ๊า!!”
คนด้านบนกระตุกเกร็งพร้อมๆ กับแก่นกายสีหวานที่พ่นน้ำนมออกมาอีกรอบ ร่างผอมซูบหอบหายใจจนตัวโยน ผิวกายขาวเนียนขึ้นสีระเรื่อชวนมอง นะโมหยุดขยับกระแทกขึ้นลงแล้วเปลี่ยนเป็นบดเบียดท่อนเนื้อที่ยังแข็งตัวอยู่ในช่องรักแทน
“ขยับได้แล้ว”
เพี๊ยะ!
“อ๊า!”
แรงกระแทกที่แก้มก้มทำให้นักวิจัยหนุ่มสะดุ้งเฮือกตัวสั่นสะท้าน แม้จะดูรุนแรงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันปลุกอารมณ์เขาให้ลุกโชนไปด้วยความต้องการแสนวาบหวาม ร่างเล็กเริ่มควบแก่นกายร้อนผ่าวพร้อมทั้งขมิบรัดกระทั่งคนใต้ร่างเอ่ยปากชม
“ซี้ด... เก่งมากเด็กดี แรงกว่านี้หน่อย”
“แบบนี้ใช่ไหมครับ อืม… อ๊า!”
เด็กดีทำตามคำสั่งโดยการขยับเอวขึ้นสูงจนแท่งร้อนเกือบจะหลุดจากปากทาง ก่อนทิ้งตัวกลืนกินให้มิดด้าม ใบหน้าหวานเหยเก รู้สึกจุกแน่นเพราะความยาวไม่น้อย แต่ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มต่ำครางอย่างพอใจ ก็ยิ่งทำให้นะโมร่อนเอวรัวแรงหนักหน่วง
“ซี้ด... ชอบไหมครับ อื้อออ”
“ชอบสิ อืม... ดีมาก”
เรนัลตอบกลับโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ความเร่าร้อนและร่างกายหอมหวานของนะโมกำลังมอมเมาให้เขาหลงใหลจนไม่อยากปล่อยให้หลุดมือเหมือนครั้งอดีต
เมื่อก่อนเขาอาจจะทำพลาดไป แต่ตอนนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว
ร่างสูงตักตวงความหอมหวานตรงหน้าอย่างหิวกระหาย สองมือประคองสะโพกกลมกลึงให้กระแทกขึ้นลงในจังหวะถี่รัว ดวงตาจ้องมองใบหน้าเนียนใสแดงซ่านชวนหลงใหล ปากจิ้มลิ้มเผยอน้อยๆ พร้อมเสียงครางกระเส่าที่ดังรอดไม่ขาดสาย
“อ้ะ อ๊ะ แด๊ดดี้ เสียวจังครับ...”
“อืมมม อีกนิด ซี้ด… ขมิบแรงๆ เลย”
“อ๊ะ อ๊า มันจุก อื้อ! แด๊ด!”
“อ่า…”
นะโมกรีดร้องลั่นในยามที่แก่นกายใหญ่กระแทกเน้นย้ำโดนจุดเสียวภายในแบบเน้นๆ แต่ไม่นานเสียงแหบพร่าก็คำรามต่ำพร้อมจังหวะที่เริ่มเบาลงบ่งบอกเป็นสัญญาณว่ายกแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว
ร่างเล็กหอบสะท้านจากอาการเหนื่อยหอบ ใบหน้าหวานซบลงบนบ่ากว้างคล้ายหาที่พักพิง เปลือกตาปิดลงช้าๆ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกนั่งหลังตรงพร้อมใช้มือวางยันที่แผงอกแน่นหนั่นเมื่อโดนยกตัวสูงขึ้นจนท่อนเนื้อหลุดออกจากรูร้อน
“แด๊ด…?” น้ำเสียงอ่อนล้าเอ่ยด้วยความสงสัย เปลือกตาปิดลงเกินกว่าครึ่งจนดูเหมือนจะหลับอยู่รอมร่อ
“แค่นี้เหนื่อยแล้วหรอ ฉันมีเวลาเล่นกับนายอีกหลายชั่วโมงเชียวนะ”
คนฟังเบิกตาโพลงอย่างตกใจ แม้ในอดีตเรนัลจะไม่เคยจบลงแค่น้ำเดียว แต่เพราะที่นี่คือห้องทำงานบนตึกสูงซึ่งภายนอกมีพนักงานมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่ไปมา เขาจึงไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคเมื่อสักครู่แบบนี้
ลำพังแค่เมื่อกี้เขาก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงตอนออกไปจากห้องแล้ว!
“เอ่อ นะโม… ยังเจ็บอยู่เลย แด๊ดดี้ให้นะโมพักก่อนไม่ได้หรอครับ”
นัยน์ตาหวานช้อนมองสบผู้มีอำนาจด้วยท่าทางออดอ้อน นะโมคงไม่รู้ว่ายิ่งเขาทำแบบนี้ก็ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าของคนมองให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
“ได้สิ” รอยยิ้มน้อยๆ และคำตอบรับง่ายๆ ทำให้แขกหนุ่มหลงดีใจ แต่ไม่นานดวงหน้าหวานก็ซีดเผือกราวกับล่วงรู้ชะตากรรมตัวเองในอนาคตอันใกล้ “ฉันจะให้เธอพักกินไอติมแบบเต็มปากเต็มคำเลยละ”
----บอสเจ้าแผนการ----
บทที่ 3
คนไม่สำคัญที่สำคัญ
หลังผ่านศึกรักแสนเร่าร้อนรอบห้องทำงานกว้างจนเวลาล่วงเลยไปเกือบเย็น นะโมก็ก้าวเดินออกจากห้องอาบน้ำซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังด้วยสภาพทุลักทุเล ช่องรักบวมแสบทั้งยังรู้สึกเจ็บไม่น้อย
ที่บอกว่ารอบห้องทำงานเพราะว่าเรนัลจัดได้ทุกพื้นที่ ทั้งเก้าอี้ โต๊ะทำงาน โซฟา พื้นพรม หรือแม้กระทั่ง…
พนังกระจกใส!
แม้ห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นที่ 69 แถมยังเป็นกระจกด้านเดียวที่คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แต่ความเขินอายปนหวั่นวิตกกลัวถูกพบเห็นก็ใช่ว่าจะห้ามกันได้โดยง่าย ทว่าเขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันยิ่งปลุกอารมณ์รัญจวนให้แผ่ซ่านจนเสร็จเลอะผนังเป็นคราบ ก่อนแด๊ดดี้จะยอมตามใจเปลี่ยนไปทำตรงอื่นต่อ
เพียงแค่คิดถึงความเร่าร้อนที่พึ่งจบลงก็ทำเอาพวงแก้มขึ้นสี ทั้งยังได้แต่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าทอดสายตาดูสนามรักตรงหน้าอย่างขัดเขิน ก่อนสะดุดกับคราบขาวขุ่นที่กระเซ็นเลอะเป็นด่างดวงตัดกับพรมสีเทา
อ่า… ผลงานของเขาเองแหละ
เพราะแด๊ดดี้ขี้โกงใส่ถุงยางอนามัย น้ำรักของอีกฝ่ายจึงถูกจัดเก็บไว้ไม่กระเด็นเลอะ แต่พอเขาร้องขอบ้างด้วยไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นร่องรอยพวกนี้ เจ้าตัวกลับปฏิเสธหน้าตาเฉยแล้วจัดการทำให้เขาพูดอะไรต่อไม่ได้
...ได้แต่ครางเท่านั้นน่ะนะ
“นอนรอที่โซฟาก่อน เดี๋ยวฉันประชุมเสร็จแล้วจะไปส่ง”
เรนัลพูดพลางจัดชุดสูทตัวใหม่ที่โรเบิร์ตนำมาให้เปลี่ยนอยู่ด้านหน้าผนังกระจก ดวงตาคมทอดชมวิวเบื้องล่างที่แสนวุ่นวายของมหานครใหญ่อย่างราบเรียบ
แต่เมื่อใบหน้าหล่อเหลาของชายสัญชาตอังกฤษหันมาทางคนฟัง รอยยิ้มเล็กๆ ก็แต่งแต้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีน้ำทะเลอ่อนโยนขึ้นชั่วขณะ
“เดินไม่ไหวทำไมไม่เรียก” ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เดินเข้าไปพยุงแขกคนสำคัญที่กลายมาเป็นเด็กใต้อาณัติของเขาเหมือนเดิมด้วยท่าทางเอ็นดู
ยิ่งเห็นแก้มใสๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ยิ่งทำให้นะโมดูน่าฟัดน่าแกล้งจนเขาไม่อยากละจากไปทำงานเลยสักนิด
อยากจะฟังเสียงหวานครางซ้ำๆ ต่ออีกสักหน่อย
“อ่า... นะโมเห็นแด๊ดดี้ต้องเตรียมไปประชุมแล้วก็เลยไม่อยากกวน” แววตาที่มองทอดมาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบก่อนเต้นรัวแรงไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกราวกับได้ย้อนไปยังอดีตที่แสนหอมหวานอีกครั้ง
แต่ดวงตาทรงเสน่ห์ที่มักจะอ่อนโยนเสมอมากลับถูกซ้อนทับด้วยความเย็นชาในค่ำคืนนั้น
ภาพความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายตอกย้ำทุกสิ่งให้ตกอยู่ในสภาวะมืดมน นัยน์ตาสีน้ำตาลหมองวูบจนเรนัลสังเกตเห็น ปากเรียวทำท่าจะเอ่ยถามถึงสาเหตุ แต่ไม่นานสมองที่ปราดเปรื่องก็เหมือนจะประมวลผลเองได้
“ยังไม่หายโกรธฉันอีกหรอไง”
“...นะโมไม่ได้โกรธแด๊ดดี้หรอกครับ”
คนตอบก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก นะโมพยายามปิดบังความน้อยใจเอาไว้แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรไปมากกว่าการถามไถ่ตามมารยาท
เพราะไม่เช่นนั้นแด๊ดดี้ก็คงพยายามแก้ไขเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว…
...ไม่ปล่อยให้เขาจมอยู่กับฝันร้ายเช่นนั้นตามลำพังหรอก
เพียงแค่คิดก็รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาจนต้องกะพริบขึ้นลงถี่ๆ ก่อนจะกลืนก้อนสะอึกลงคอแล้วซบหน้าลงที่บ่ากว้างคล้ายกำลังออดอ้อนออเซาะขอรางวัล แม้ความจริงจะเป็นการหลบหน้าเรนัลก็ตามที
“แด๊ดดี้อย่าลืมรางวัลของนะโมนะครับ เงินทุน…” ประโยคคำพูดขาดช่วงกระทันหันเมื่อโดนมือเรียวประคองใบหน้าให้แหงนรับจูบอ่อนโยน สัมผัสบางเบาและนุ่มนวลโอบประคองหัวใจที่เหวอะหวะด้วยรอยกรีดให้กลับมาเต้นช้าๆ อีกครั้ง
หลังอีกฝ่ายผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลก็ทอประกายสับสนจนสังเกตเห็นได้ชัด คนอายุน้อยกว่าได้แต่จ้องลึกลงไปแววตาเพื่อค้นหาความรู้สึกที่แท้จริง
เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม…
แด๊ดดี้… กำลังรู้สึกผิดอยู่ใช่ไหม
“ฉัน…”
ก๊อกๆ
“ถึงเวลาแล้วครับบอส”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมประโยคทักท้วงจากโรเบิร์ต เลขาคนสนิทและบอดี้การ์ดประจำตัวเรนัล นั่นทำให้ริมฝีปากหยักที่คล้ายจะเอ่ยบางคำออกมาต้องหยุดชะงักลง
“รู้แล้ว” ประธานหนุ่มเอ่ยตอบรับเสียงเรียบก่อนจะใช้สองมือขยับโอบอุ้มเด็กคนโปรดขึ้นสู่วงแขนแข็งแรง นะโมร้องโอดครวญน้อยๆ หลังความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นจากช่องรักขึ้นสู่สมอง นิ้วมือจิกลงบนเสื้อสูทสีดำเป็นเงาจนเกิดรอยยับ
“อึก...”
“เจ็บมากเลยหรอ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เรนัลรีบเดินเร็วๆ เพื่อตรงไปยังโซฟาก่อนจะเอนร่างผอมบางในวงแขนลงอย่างเบามือ ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยแบบที่ไม่ค่อยพบเจอพาลทำให้หัวใจคนเจ็บเต้นระส่ำราวกับตีกลอง ทว่าประโยคต่อมากลับฉีกกระชากความฝันทุกอย่างให้ลอยหายไป “เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแล้ว ถ้าอยากไปหาหมอก็บอกโรเบิร์ตละกัน”
“...ครับ”
นะโมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเค้นเสียงตอบรับออกมาได้ตอนไหน รู้แค่ก้อนความน้อยใจมันตีตื้นอยู่ตรงคอจนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังภาพความจริงที่กรีดย้ำรอยแผลเดิมให้ปริแตก
หยุดได้แล้ว หยุดคิดว่าตัวเองสำคัญได้แล้ว…
เพราะไม่ว่ายังไง… งานก็สำคัญสำหรับแด๊ดดี้เสมอ
หรือบางที… มันอาจจะเป็นตัวเขากันแน่นะที่ไม่เคยสำคัญ
เรนัลก้าวเดินออกห่างจากชุดโซฟาด้วยจังหวะปกติ ทว่าใบหน้าคมเข้มกลับยุ่งเยิงและสับสน ยิ่งทอดสายตามองคนที่กำลังนอนกลั้นเสียงสะอื้นไห้อย่างสุดความสามารถก็ยิ่งว้าวุ่นใจ
ทว่าสุดท้ายร่างสูงจำต้องใจแข็งเปิดประตูออกไปจากห้องเพราะไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้
จะปล่อยให้คนอื่นพูดว่าเขาหลงเด็กคนหนึ่งจนเสียการเสียงานไม่ได้เด็ดขาด!
“ไม่ต้องตามฉันเข้าประชุม” เลขาหนุ่มใบหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากเจ้านายพยักหน้าตอบรับ ทว่าดวงตาสีเข้มกลับต้องฉายแววประหลาดใจกับคำสั่งถัดมา “เฝ้าไว้จนกว่าฉันจะประชุมเสร็จ ถ้าเด็กนั่นต้องการอะไรก็จัดเตรียมให้เรียบร้อย”
“ครับบอส”
แม้จะสงสัยไม่น้อยว่าคนที่ทำให้บอสเอ่ยปากเช่นนี้ได้จะเป็นใคร ทว่าโรเบิร์ตก็ยังคงท่าทีสุภาพราบเรียบไว้ตามเดิม แต่เมื่อคล้อยหลังผู้มีอำนาจสูงสุดในตึก ใบหน้าเฉยชากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เขาทำงานกับเรนัสมาเกือบสิบปี ที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยสนใจไยดีบรรดาเด็กๆ หรือพนักงานที่เรียกมาเล่นสนุกกันแบบนี้เลยสักคน เมื่อหมดหน้าที่ก็ไล่ให้พ้นหูพ้นตาเพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว
ไม่สิ รู้สึกจะมีอยู่คนหนึ่งที่บอสถูกใจจนพาไปอยู่ด้วยที่คฤหาสน์…
…เด็กที่ชื่อนะโม
พนักงานมากฝีมือครุ่นคิดเรื่องของเจ้านายได้เพียงไม่นานก็สลัดทุกอย่างออกจากหัวแล้วหมุนตัวตรงไปยังห้องทำงานใหญ่
แกร๊ก!
“...ใครน่ะ! ออกไปนะ อย่ามายุ่งกับผม!!” ทันทีที่โรเบิร์ตเปิดประตูเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างผอมที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟาก็ผวาลุกขึ้นร้องโวยวายเสียงดังลั่น
เลขาหนุ่มจำเป็นต้องยื่นมือรับหมอนอิงขนาดต่างๆ ที่ถูกโยนมาก่อนจะฟาดโดนตนเอง นัยน์ตาเฉยชาปรากฏความสงสารวูบหนึ่งแล้วกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง
ไม่ผิดแน่ เด็กคนนี้คือคนเดียวกับที่บอสให้ความสนใจ… จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องในคืนนั้นขึ้นมา
“คุณนะโม ผมโรเบิร์ตเองครับ ไว้ใจผมได้”
หลังเห็นอีกฝ่ายหยุดเขวี้ยงปาหมอนอิงใส่แล้วเปลี่ยนเป็นนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาจนดูน่าสงสาร เสียงทุ้มจึงเอ่ยแนะนำตัวเผื่อจะช่วยลงความหวาดระแวงลงได้บ้าง
ทว่ากลับไม่ได้ผล นะโมคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงในหัวของตัวเอง ร่างเล็กสั่นเทาจากแรงสะอื้นปนหวาดกลัว ใบหน้าซบต้นขาไม่กล้ามองผู้มาเยือนคนใหม่ ปากก็พึมพำไม่ยอมหยุด
“ออกไป… ฮึก อย่าทำอะไรผมเลย… ได้โปรด…”
“ผมเป็นเลขาคุณเรนัลไงครับ เราเคยเจอกันเมื่อห้าปีก่อน คุณจำผมไม่ได้หรอ”
หลังทิ้งเวลาให้ผ่านไปสักพัก โรเบิร์ตก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกรอบ เขาพูดช้าๆ ด้วยหวังให้คนที่ยังไม่พร้อมรับสารจะเข้าใจได้โดยง่าย แต่นะโมก็ยังคงท่าทีระแวงและซุกหน้ากอดตัวเองไว้เช่นเดิม
จวบจนกระทั่งประตูถูกเปิดออกโดยเหล่าแม่บ้าน แวบแรกร่างเล็กบนโซฟาถึงกับสะดุ้งเฮือกพร้อมเงยหน้ามองด้วยดวงตาเบิกโพลง ทว่าเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาเป็นหญิงวัยกลางคนจนถึงชรา ในมือถืออุปกรณ์ทำความสะอาดมากมาย ท่าทางตื่นตระหนกจึงคลายลงเล็กน้อย
“...!”
เลขาหนุ่มที่ยืนเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเบาใจได้ไม่นาน เพราะเมื่อนะโมเริ่มเบนสายตามาทางเขา อีกฝ่ายก็สะดุ้งแล้วรีบกลับไปอยู่ในท่าเดิมทันที
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ” น้ำเสียงอ่อนใจปนสงสารพูดขึ้นแผ่วเบา แต่ก็ดังมากพอจะเข้าหูบรรดาแม่บ้านซึ่งไม่เคยเห็นเลขาหุ่นยนต์ของบอสมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่ละคนมีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ทว่าจากอายุงานและประสบการณ์ที่เคยพานพบ การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคนอื่นโดยเฉพาะบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง
แม่บ้านแต่ละนางรีบก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดอย่างแข็งขัน แม้ว่าหูจะเงี่ยฟังประโยคสนทนามากแค่ไหนก็ตาม ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับเป็นประโยคพึมพำวกวนคล้ายคนพูดไร้ซึ่งสตินึกคิดใดๆ นำพาความสงสัยระคนสงสารเข้าสู่จิตใจจนเผลอหันไปมองต้นเสียง
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมเบาๆ ทำให้ผู้ฟังสะดุ้งเฮือกกันถ้วนหน้า เหล่าหญิงวัยกลางคนรีบหันกลับไปทำงานของตนเองต่อทันที ก่อนที่โรเบิร์ตจะรู้ตัวว่าการกระทำเมื่อสักครู่ได้เรียกสติคนบนโซฟาให้กลับมา
“คุณ… โรเบิร์ต?”
น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยติดๆ ขัดๆ ราวกับกำลังพยายามรวบรวมสติให้คงที่ ดวงตาคู่สวยกะพริบขึ้นลงทั้งที่ยังจ้องผู้มาเยือนไม่ละสายตา สีหน้างุนงงสับสนไม่น้อย เจ้าของชื่อจึงพยักหน้าตอบรับแต่ก็ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเกิดอาการหวาดระแวงอีกครั้ง
“...ผมขอน้ำหน่อยได้ไหมครับ”
หลังตั้งสติได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทั้งยังเชื่อใจได้พอสมควรว่าโรเบิร์ตจะไม่ทำแบบเดียวกับผู้ชายคนนั้น นะโมถึงกล้าเอ่ยปากขอน้ำดื่มดับกระหาย
เขาในตอนนี้รู้สึกเหมือนอุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นกว่าปกติจนร้อนไปทั้งตัว ลำคอก็แห้งผากราวกับทะเลทราย บางทีมันอาจจะเป็นผลพวงของการโหมใช้งานทั้งปากบนปากล่างหนักหน่วงในรอบห้าปีก็เป็นได้
“รอสักครู่นะครับ” พูดจบผู้ชายใบหน้าเรียบนิ่งก็เดินออกจากห้องไปในพลัน ก่อให้เกิดความรู้สึกโล่งอกจนร่างเล็กสามารถขยับเอนลงนอนราบกับโซฟาได้ดั่งตอนแรก
นะโมเบ้หน้าร้องโอดโอยเมื่อการขยับเปลี่ยนท่าทำให้เจ็บแสบบริเวณเบื้องล่างไม่น้อย ทว่าการฝืนนั่งชันเข่าก็ทำให้กลีบกุหลาบบวมช้ำได้รับการกระทบกระเทือนมากพอกัน
แด๊ดดี้ไม่ปรานีเขาเลยสักนิด
ยามหวนคิดถึงสาเหตุของอาการบาดเจ็บ ดวงหน้าเนียนใสก็ขึ้นสีระเรื่อ ความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับมาอีกครั้งอย่างไม่รู้จักพอ
หรือต้องบอกว่าไม่รู้จักจำด้วยดี
ทั้งๆ ที่แด๊ดดี้ทำให้ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรมานไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งที่พึ่งดึงสติให้หลุดจากอาการหวาดระแวงด้วยภาพหลอนของคืนวันนั้นฉายทับ แต่เมื่อนึกถึงอีกฝ่าย เขากลับหลงใหลทุกสิ่งที่ได้รับจนไม่อาจถอนตัว
ถ้าพี่อิฐรู้ว่าเขาเผลอทั้งตัว… เผลอทั้งใจให้แด๊ดดี้อีกครั้ง มีหวังโดนด่าหูชาแน่ๆ
รอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มมุมปากยามคิดถึงลูกพี่ลูกน้องเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือในเวลาตกทุกข์ได้ยาก ก่อนจะผวาลุกขึ้นนั่งตัวตรงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังมาจากกระเป๋าหนัง
พี่อิฐแน่เลย!
ไม่ต้องหยิบมาดูนะโมก็รู้ได้ทันทีว่าปลายสายเป็นใคร เพราะตัวเขาไม่ได้มีเพื่อนสนิทหรือคนที่จะโทรหาเยอะแยะ แถมเย็นนี้ยังตกลงกันว่าจะไปซื้อของเข้าห้องพร้อมกันหลังคุยกับสปอนเซอร์เสร็จ และนี่ก็เลยเวลาที่นัดไว้เกือบชั่วโมงแล้วด้วย
“ทำไงดีๆ” นะโมพึมพำกับตัวเองหลังทำใจกล้าเดินไปหยิบโทรศัพท์มาถือไว้ ยิ่งเห็นชื่อบนหน้าจอเป็นบุคคลที่คาดเดา เขาก็ยิ่งเลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวาราวกับจะหาตัวช่วย
ทว่าทั้งห้องนอกจากเขาก็มีเพียงแม่บ้านสี่ห้าคนที่กำลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าตาโลเทคอย่างที่ไม่ค่อยพบเห็นในสมัยนี้ นักวิจัยหนุ่มกัดปากตัวเองแน่นหลังต้องเค้นสมองคิดคำโกหกญาติผู้พี่
ปกติเขาก็โกหกไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาใช้ความคิดหลังสติหลุดแบบเมื่อกี้ยิ่งนึกอะไรไม่ออกเลย แต่โชคดีที่เครื่องเก่าซึ่งมีเทคโนโลยีสื่อสารกันแบบสามมิติได้นำไปขายหาเงินมาเลี้ยงชีพในช่วงหลายเดือนที่ทำงานให้แลบโดยไม่ได้ค่าจ้าง โทรศัพท์ในมือตอนนี้จึงทำได้แค่โทรเข้าออกตามปกติเท่านั้น
เอาวะ! ทำทีเป็นพึ่งคุยกับแด๊ดดี้เสร็จแล้วกัน พี่อิฐคงไม่รู้หรอก
ติ๊ด
[อยู่ไหนเนี่ยนะโม กูยืนรอจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ]
“ขอโทษครับพี่ พอดีผมพึ่งคุยกับดะ… สปอนเซอร์เสร็จ” ปากกระจับเกือบหลุดคำว่าแด๊ดดี้ออกไปแล้ว โชคดีที่กลับคำได้ทัน มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองหวังให้มีสติในการคุยมากกว่านี้
พี่อิฐจะรู้เรื่องของแด๊ดดี้ไม่ได้!
ไม่ใช่ว่าเขาอับอายกับสถานะที่ไม่ต่างจากเด็กบำเรอความใคร่ในตอนนี้ แต่มาจากเหตุการณ์หลังแยกทางกับแด๊ดดี้ เพราะกลับไปอยู่กับพี่อิฐด้วยสภาพไม่เป็นผู้เป็นคน ในตอนนั้นถ้าไม่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องก็ต้องกรีดร้องหวาดระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ ไปหาหมอรักษาตัวอยู่นานกว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
ปกติแบบที่ต้องใช้ยานอนหลับทุกวันถึงจะสามารถพักผ่อนได้น่ะ…
พี่อิฐโกรธแด๊ดดี้มากจนถึงขั้นจะไปทำร้ายอีกฝ่ายถึงคฤหาสน์ โชคดีที่เพื่อนคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามไว้ได้ทันจึงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายอื่นใดอีก
เพราะถ้าหากพี่อิฐหุนหันพลันแล่น คนที่จะได้รับบาดเจ็บย่อมไม่ใช่เจ้าของอำนาจมหาศาลในเมืองใหญ่อย่างเรนัล แลนด์คอปอยู่แล้ว
[ทำไมคุยนานจังวะ ทางนั้นไม่ยอมให้ทุนหรอ]
“เอ่อ มีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ แต่เขายอมตกลงแล้วนะพี่”
[จริงดิ! แบบนี้ต้องฉลองหน่อยแล้ว เก่งมากไอ้น้องชาย!] น้ำเสียงร่าเริงจากปลายสายทำให้คนฟังระบายยิ้มตาม ความภูมิใจหลังได้รับคำชมเชยมันดีอย่างนี้นี่เอง
รอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้าเนียนใสได้ไม่นานก็ต้องจางหาย เมื่อคนที่เขายังไม่อยากให้กลับมามากที่สุดกำลังเดินตรงมาทางนี้
แด๊ดดี้!
“คุยกับใครน่ะ” เจ้าของห้องเดินหน้าถมึงทึงหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาเอ่ยเสียงดังหมายจงใจให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของนะโมพร้อมประโยคตัดบทที่ทำเอาความโกรธพุ่งสูงจนอยากกระชากร่างเล็กมาจูบแรงๆ สักที
“แค่นี้ก่อนนะพี่อิฐ ไว้เจอกันที่ห้องเลย”
[ฮะ! แล้วไม่มาช่วย…]
ติ๊ด!
“ฉันถามว่าคุยกับใคร”
“คุยกับพี่อิฐ… เอ่อ ลูกพี่ลูกน้องนะโมเองครับ” คนโดนจ้องด้วยแววตาดุๆ ตอบกลับอย่างงุนงง สมองที่ยังตื้อและพร่ามัวไม่สามารถประมวลผลได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร ทำได้แค่กะพริบตามองโครงหน้าหล่อเหลาเพียงเท่านั้น
“งั้นก็บอกลูกพี่ลูกน้องเธอใหม่ซะ”
“ครับ?”
“บอกไปว่าเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้าเลย เพราะเดี๋ยวเธอต้องบินไปเกาะส่วนตัวกับฉัน” เรนัลพูดหน้าตาย อารมณ์หงุดหงิดที่พลุ่งพล่านทั่วร่างกายทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกตารางงานทั้งอาทิตย์ในทันที “โรเบิร์ต เคลียร์คิวนัดให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเตรียมเครื่องบินซะ”
“ครับบอส”
โรเบิร์ตที่หยุดยืนอยู่ห่างๆ พร้อมแก้วน้ำดื่มซึ่งนะโมร้องขอตอบรับคำสั่งด้วยใบหน้าราบเรียบไมเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในใจถึงกับสบถคำหยาบเพราะการจัดเรียงคิวงานใหม่ทั้งอาทิตย์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด
จะหวงจะอะไรก็ช่วยมีลิมิตหน่อยได้ไหมครับบอส!
----บอสเจ้าแผนการ----