๑
เลี้ยงเด็ก
ณ จังหวัดเพชรบูรณ์...
ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอผลิตผ้าไหมขนาดใหญ่ สร้างตรงกลางที่ดินนับพันไร่ ด้านนอกตัวตึกล้อมรอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงาน รวมทั้งลานจอดรถสำหรับลูกค้าที่เข้ามาดูงานหรือเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่ขึ้นชื่อโด่งดังไปทั่วโลก
ตึกสูงเก้าชั้นปลูกชิดภูเขาสร้างอย่างทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ด้านล่างแปดชั้นทำเป็นออฟฟิศ ซึ่งเจ้าของกิจการได้แบ่งชั้นบนสุดทำเป็นห้องพักส่วนตัวและเป็นเขตหวงห้ามสำหรับพนักงานทุกคน แม้แต่แขกคนสำคัญก็ไม่อาจขึ้นไปได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องเสียก่อน
เวลาเช้าตรู่แบบนี้ของทุกวันบนห้องนอนโอ่อ่าสุดหรู ยังมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แม้เขาจะมีอายุถึงสี่สิบปีแล้วก็ตาม แต่ใบหน้าคมสันหล่อแบบฉบับไทยแท้ก็ใช่ว่าจะมีริ้วรอยตามวัยให้เห็นมากนัก
เจ้าของร่างกำยำใช้สีข้างยืนพิงขอบประตูบานเลื่อน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นทอดมองดูความสำเร็จในชีวิตผ่านกระจกบานใส อันเป็นป้ายชื่อบริษัท ‘วิบูรณ์รักษ์ผ้าไหมไทย’ ซึ่งตั้งตระหง่านสูงใหญ่อยู่ด้านหน้าโรงงาน และมองเลยออกไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และความเขียวขจีของต้นใบหม่อนจากฝีมือลูกน้องหลายร้อยคนที่ช่วยกันปลูกเป็นแถวเรียงรายเต็มเนื้อที่นับพันไร่นั้น
‘ภานุวัฒน์’ ละสายตาจากด้านนอก หันหน้าอันอิ่มสุขมองร่างบอบบางที่นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงคิงไซซ์สิบสองฟุต ชายหนุ่มกลืนน้ำลายผสมควันบุหรี่ลงคอเสียงดังเอื้อก จนทำให้หญิงสาวผงกศีรษะจากหมอนหันไปมองแล้วรีบหลบสายตาคมปลาบ เรียวมือสั่นไหวดึงเอาผ้าแพรผืนใหญ่เนื้อดีขึ้นมาปกปิดแผ่นหลังร้อนผ่าวของตัวเอง เมื่อรู้สึกถึงสายตาอันร้อนแรงของชายตัวโตที่ยืนเป็นชีเปลือย มีเพียงบอกเซอร์สีดำตัวเดียวที่เขาใส่ปกปิดร่างกายกำยำ
“เด็กน้อยขี้เซา ตื่นแล้วก็หันหน้ามาคุยกันหน่อยสิครับ”
ภานุวัฒน์ยืนอัดควันบุหรี่เข้าปอดผสมกับการจิบกาแฟรสขม แววตาหื่นกระหายเหลือบมองร่างแน่งน้อย เท้าใหญ่ก้าวเดินเข้าไปหยุดยืนชิดขอบเตียงแล้วหย่อนก้นนั่งลงตรงข้างแม่กระต่ายน้อยแสนงาม
“กิ กี่โมงแล้วคะ?” ‘แพรพรรณ’ หญิงสาวหน้าสวยหวานวัยยี่สิบปีขยับร่างขาวผ่องหนี เมื่อปลายจมูกเรียวสันที่เชิดรั้นนิดๆ ได้กลิ่นกาแฟผสมกับกลิ่นบุหรี่ หลบความเขินอายด้วยการซุกหน้าลงบนหมอนใบใหญ่
“แปดโมงเช้าแล้วครับสาวน้อย” แขนแข็งแรงค้ำยันฟูกนุ่มขนาบร่างหอมกักขังหล่อนไว้ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าหา แล้วเอ่ยเสียงกระซิบแหบแห้งสั่นพร่าชิดแผ่นหลังขาวผ่องราวกับน้ำนม สาวเจ้าขนกายลุกซู่ ทั้งร่างสะท้านซ่านเมื่อริมฝีปากหนาไล้พรมจูบสัมผัสผิวนุ่มนิ่มบนแผ่นหลัง
แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่ทำให้เป็นกังวล กลัวว่าชายหนุ่มจะเคืองว่าไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก แพรพรรณก็เกิดความกระตือรือร้นดันร่างโตที่กึ่งนั่งกึ่งนอนทับอยู่บนตัวเธอออก
“อะไรนะคะ! แปดโมงเช้าแล้วเหรอ ทำไมพี่วัฒน์เพิ่งมาปลุกแพรล่ะคะ”
“นอนต่อเถอะครับ”
ภานุวัฒน์ถูกมือเล็กนั้นผลักให้ลงไปนอนทับที่เก่าของหญิงสาว เขาผงกศีรษะขึ้นมองแผ่นหลังขาวอมชมพู อดใจไม่ไหวจึงยื่นมือเข้าไปเกี่ยวเส้นผมเงางามพร้อมทั้งลูบผิวนุ่มนิ่มไปด้วย
“แพรตื่นสายอีกแล้ว ทำไมพี่วัฒน์ไม่ปลุกแพรคะ ถ้าออกไปตอนนี้ มีหวังได้เป็นขี้ปากคนงานแน่เลย” เป็นเพราะชายหนุ่มแสดงอาการไม่อยากจะให้ใครต่อใครรับรู้ว่าทั้งสองเป็นคนคนเดียวกันแล้ว เธอจึงต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ
“แพรครับ” ภานุวัฒน์ดีดตัวลุกนั่ง เขาขยับตัวเข้าไปนั่งซ้อนด้านหลังของหญิงสาว แขนทั้งสองข้างก็สอดเข้าโอบกอดเอวคอดไว้ด้วยความหลงใหล
“พี่วัฒน์ปล่อยแพรเดี๋ยวนี้นะ แพรจะรีบไปแต่งตัว สงสัยคนงานพากันเข้ามาในบริษัทแล้วแน่เลย ตายๆ แพรจะทำยังไงดีคะ ถ้ามีคนมาเห็นแพรในสภาพนี้” ใจเล็กร้าวรานเจ็บหน่วงเมื่อนึกถึงตำแหน่งตัวเอง ตอนกลางวัน เธอจะเป็นเพียงเด็กฝึกงานที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยสักนิด แต่พอตกเย็นก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคนสำคัญและเป็นคนที่เขาพร่ำบอกว่า ‘แพรคือคนที่พี่รัก’
“พี่ไม่ให้แพรไป วันนี้วันหยุด แพรอยู่กับพี่นะ”
ดวงหน้าหล่อซบลงบนไหล่บางพร้อมทั้งกระซิบเสียงนุ่มทุ้มชิดติ่งหูขาว ภานุวัฒน์รั้งคนตัวน้อยให้หันหน้ามาเผชิญ แล้วดันให้แม่กระต่ายน้อยนอนลงบนเตียงที่เดิม ส่วนตัวเขาก็โถมทับกักขังเธอไว้ด้วยร่างกายใหญ่โต
“อย่าค่ะ แพรระบมไปหมดทั้งตัวแล้วนะ” เป็นเพราะรักใช่ไหม เธอถึงทนที่จะเชื่อฟังคำพูดของเขาทุกอย่าง ถึงแม้บางครั้งจะต้องเจอกับสายตาหมางเมินของชายหนุ่มในยามอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย
“ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ดูหนังฟังเพลงกันนะครับ” เสียงเข้มกระซิบชิดเรียวปากบางก่อนประกบจูบ ปลายจมูกคมสันไซ้ดอมดมไปตามพวงแก้มแล้วย้อนกลับมาพรมจูบเพื่อลงทัณฑ์อีกครั้ง ลิ้นหนาปาดแยกเรียวปากบางให้เผยแย้มออก เขาดันลิ้นแหวกคว้านตวัดหยอกล้อเรียวลิ้นน้อยที่คอยแต่จะย่นหนี บ้างสู้บ้างถดถอยเป็นครั้งคราว สร้างความรู้สึกเสียวซ่านให้โคแก่ที่พยายามหลอกล่อคอยแต่จะกินเนื้อกวางน้อยทุกครั้งเมื่อได้ใกล้ชิด
“จะ จะดีเหรอคะ ถ้าใครเห็นเราสองคนแบบนี้บ่อยๆ พี่วัฒน์จะทำยังไงคะ?” เสียงหวานสั่นระริกเมื่อโดนริมฝีปากหยักปิดกั้น แพรพรรณต้องรีบดันหน้าของเขาออกเมื่อเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“ก็บอกว่าแพรเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทน่ะสิครับ” ภานุวัฒน์กระตุกยิ้ม พูดทีเล่นทีจริง เขาทำสายตากรุ้มกริ่ม ยักคิ้วหลิ่วตาให้สาวน้อย
“แพรเป็นได้แค่เด็กในโรงงานของพี่วัฒน์จริงๆ ใช่ไหม?” พูดเสียงอ่อย ไม่กล้าคิดที่จะอาจเอื้อมขอให้เขายกย่องเชิดชูเธอ
แพรพรรณน้ำตาจะไหลอาบแก้มโดยพลัน แล้วจึงผลักให้เขาออกห่างพร้อมทั้งลุกขึ้นนั่งหันหลังให้ชายหนุ่มก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มทันที เมื่อแผ่นหลังสัมผัสถึงไอร้อนบนผิวหน้าอกของคนตัวโต
“แพรครับ พี่แค่พูดเล่นเฉยๆ” คนตัวใหญ่ยังไม่หายหื่น กระหายหิวอยากกินเนื้อกวางน้อยเสมอ เมื่อได้กลิ่นสาบสาวก็ยิ่งทำให้โคแก่อย่างเขามีแรงแข็งขันพร้อมที่จะสู้รบตลอดเวลา
“จะพูดเล่นหรือพูดจริง แพรก็รู้ฐานะของตัวเองดีค่ะ”
แพรพรรณนั่งก้มหน้ามองมือทั้งสองข้างที่อยู่บนหน้าตัก น้ำตาก็ไหลคลอหน่วย นึกน้อยใจโชคชะตาชีวิตของตัวเองที่เป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เกิด โชคดีที่ได้อาศัยใบบุญของป้าแท้ๆ ชุบเลี้ยง แต่พอโตเป็นสาวแรกแย้มก็ไม่อาจทนที่จะอยู่ร่วมกับป้าได้ เพราะเธอไม่ต้องการเป็นเมียน้อยของลุงผู้เป็นสามีของป้า จึงต้องหนีออกมาเช่าห้องอยู่ข้างนอก หารายได้จากการขายดอกไม้ในตลาดสดใกล้ที่พักเพื่อส่งเสียตัวเองให้ได้เรียนหนังสือ
“หือ นี่งอนพี่อยู่ใช่ไหมครับ?” เสียงสูดน้ำมูกของหญิงสาวทำให้ใบหน้าเข้มที่ซบอยู่บนหัวไหล่ผ่องต้องเงยขึ้น เขาเอียงหน้ามองพวงแก้มด้านข้างของสาวเจ้า ภานุวัฒน์ปลอบขวัญน้องน้อยโดยการเม้มติ่งหูพร้อมทั้งใช้วงแขนแข็งแกร่งกอดกระชับเอวคอดกิ่วเอาไว้ มือใหญ่ก็ลูบผิวหน้าท้องแบนราบ นึกไปไกลว่าอยากให้มีสิ่งมีชีวิตหญิงหรือชายก็ได้บังเกิดขึ้นมาในนี้
“แพรเหนื่อยค่ะ แพรจะกลับห้อง” ทำเสียงที่ดูจะสั่นนั้นให้เป็นปกติมากที่สุด แล้วแกะมือหนาออก พร้อมทั้งขยับตัวคลานหนีไปนั่งชิดตรงขอบเตียง
“ไม่เอาน่า อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ที่คุยไม่รู้เรื่องสิครับ” เขาคลานตามน้องน้อยเข้าไปนั่งชิดด้านข้าง ใช้สองขาโอบร่างกึ่งเปลือยนั้นไว้
“พี่วัฒน์นั่นแหละพูดไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจที่แพรพูดใช่ไหม แพรเหนื่อยแล้ว อยากกลับห้อง” ทำไมเธอจะต้องร้องไห้ให้เขาเห็นด้วยนะ
“แพร! นี่แพรเป็นเด็กหัวรั้น หัดดื้อกับพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แพรดูไม่ออกเหรอ ว่าพี่รักแพรมากแค่ไหน รู้ไหมครับ ข้างในนี้มันเป็นของแพรคนเดียว” เขาอุ้มแม่กวางน้อยให้เข้ามานั่งทับบนหน้าตัก จับมือสวยขึ้นมาดม กุมมือเธอไว้ให้สัมผัสตรงผิวเปลือยเปล่าของหน้าอกด้านซ้าย
“พี่วัฒน์” เป็นเพราะหญิงสาวโหยหาความรักและต้องการคนดูแลทางใจและร่างกาย เมื่อเจอคารมอ่อนหวานที่เวลาชายหนุ่มพูดให้ความหวัง มันช่างอบอุ่น จึงทำให้หญิงสาวหลงใหล เชื่อใจเขาทุกครั้งไป
“ฟังดูสิครับ รู้ไหมว่าสี่ห้องหัวใจดวงนี้มีแต่แพรคนเดียว พี่รักแพรตั้งแต่วันแรกที่พี่เห็นแพรมาทำงานที่นี่ สาวน้อย เป็นเมียพี่ต้องเชื่อฟังพี่นะครับ” แขนข้างหนึ่งกระชับโอบกอดเอวคอดเล็กไว้หลวมๆ ส่วนอีกข้างก็รั้งให้ศีรษะของน้องน้อยแนบหูลงบนหน้าอกเพื่อฟังเสียงหัวใจดวงโตที่เต้นตึกตักๆ แข่งกับเสียงสะอื้นน้อยๆ ของเธอ
“อึกก” อ้อมแขนอบอุ่นและคำพูดไพเราะเสนาะหูทำให้สาวน้อยไร้ที่พึ่งทางจิตใจต้องสะอื้นไห้ออกมา ใบหน้าหวานอาบน้ำตายังซบอกแกร่งฟังเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะของเข็มนาฬิกาที่หมุนเวียนไปตามกาลเวลา เสมือนชีวิตของเธอที่เดินอยู่ในมือของเขา ที่ชายหนุ่มอยากจะเหวี่ยงทิ้ง หรือจะเชิดชูนั้นก็สุดแล้วแต่ใจ แพรพรรณไม่อาจคาดเดาอนาคตของตัวเองได้เลย
“บอกพี่ให้ชื่นใจสิครับ ว่ากวางน้อยก็รักพี่” คนอยากกินเนื้ออ่อนเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม เขาดันร่างบอบบางให้นั่งมองหน้ากัน อยากจะสบตากลมโต เพื่อมองเข้าไปค้นหาบางสิ่งที่ต้องการจากแววตาหวานซึ้ง
“ยังจะให้แพรบอกอะไรอีกคะ แพรไม่มีอะไรจะให้พี่วัฒน์แล้วนะ ทุกอย่างที่แพรหวงแหนเท่าชีวิตก็มอบให้พี่วัฒน์จนหมดสิ้นแล้ว” แพรพรรณรีบก้มหน้าแดงระเรื่อหนีเพราะเขินอาย เธอไม่เหลือใครแล้ว หลังจากหนีออกมาจากบ้านของป้าก็เหมือนตัวคนเดียว ไร้ญาติพี่น้อง ชีวิตของเธอตอนนี้อยู่ในกำมือของภานุวัฒน์
เก้าเดือนที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน หญิงสาวก็ได้รับความรักจากชายหนุ่มทันทีที่ได้เจอหน้ากัน แพรพรรณรักภานุวัฒน์เต็มหัวใจ พร้อมที่จะคอยอยู่เคียงข้างเขาและพร้อมที่จะสร้างชีวิตกับเขา นี่คือสิ่งที่เธอต้องการและใฝ่ฝันมาตลอดเวลา
“ดวงใจของพี่” มือใหญ่ยื่นเข้าไปเชยปลายคางมนให้เงยมองตากัน ภานุวัฒน์กระตุกยิ้ม โน้มหน้าเข้าหา ริมฝีปากเฉี่ยวพรมจูบพวงแก้มแดงเหมือนลูกมะเขือเทศสุก
“พิ พี่วัฒน์ พอเถอะค่ะ ปากแพรช้ำหมดแล้ว” ได้แต่พร่ำพูดเสียงสั่นเครือ สาวน้อยไร้เดียงสาไม่เคยต้องมือชาย เมื่อโดนคนมากวิชาทางกามารมณ์เล้าโลมเพียงแค่การใช้ริมฝีปากพรมจูบลงทัณฑ์เท่านั้น ก็ทำให้เธอสะท้านสั่นสยิว ขนบนผิวกายลุกเกรียว
“พี่อุ้มไปอาบน้ำนะครับ” ก่อนที่จะคลานและผละออกจากร่างบาง ชายหนุ่มก็กดเรียวปากจูบอยู่นานจนรับรู้ว่าหญิงสาวจะขาดอากาศหายใจจึงหยุดทำ เขาทำหน้าทะเล้นยักคิ้วให้ เมื่อเห็นอาการของเด็กน้อยที่เหมือนคนใกล้ตายจากการโดนสูบพลังออกจากร่างกาย ภานุวัฒน์ก้าวลงจากเตียงแล้วใช้สองแขนกำยำช้อนอุ้มแม่กระต่ายน้อยแนบอกพาเดินไปยังห้องน้ำ…
เสียงพูดคุยของชายหนุ่มดังจนทำให้สาวเจ้าที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำต้องหยุดชะงัก เธอแอบฟังแต่ได้ยินไม่ถนัด อยากจะรู้เหลือเกินว่าชายหนุ่มคุยกับใคร ทำไมคำพูดของเขาช่างฟังดูเป็นห่วงเป็นใยคนที่โทร.มาเสียเหลือเกิน
“ครับผม บอกลูกด้วยนะ ว่าพี่จะไปรอรับที่สนามบินครับ” ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำว่า ‘คิดถึง’ ให้คนทางไกลฟัง ดวงตาสีนิลเต็มล้นไปด้วยความสุขก็เหลือบมองสาวน้อยในชุดนักศึกษา
“แพรไม่ได้ตั้งใจแอบฟังพี่วัฒน์คุยโทรศัพท์นะคะ” รีบหลบหน้าเขาแล้วเดินเบี่ยงหลบมือใหญ่ที่จะคว้าเธอเข้าไปกอด หญิงสาวเดินหนีออกไปยังห้องรับแขก นั่งลงบนโซฟาสำหรับนั่งคนเดียว
“ทำหน้างอ เป็นอะไรครับ?”
ภานุวัฒน์ปิดสายหนีคนทางไกล แล้วเดินตามสาวน้อยเข้าไปนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นพรม จับโซฟาตัวที่น้องนั่งหมุนให้หันมาเผชิญ
หน้ากัน
“เปล่าค่ะ” กะพริบแพขนตากลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจไว้จนขอบดวงตาแดงช้ำ แพรพรรณเมินหน้าหนีเมื่อเหลือบไปเห็นจานใบเล็กที่มียาเม็ดจิ๋ววางรออยู่บนโต๊ะรับแขก
“กินยานะครับ” ภานุวัฒน์จับคางน้องให้หันหน้ามามองหน้า
กัน ใบหน้าคมสันนิ่งเฉย มือยื่นเม็ดยาสีขาวให้ด้วยหัวใจหน่วงเจ็บนิดๆ ข้างในอกด้านซ้ายที่ต้องบังคับให้แม่กระต่ายกินยาเม็ดนี้
“พิ พี่วัฒน์ แพรไม่อยากกิน” สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมอง ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาที่มันคอยแต่จะไหลออกมาประจานความอดสู
“แพรต้องกินนะครับ ป้องกันเอาไว้ก่อน”
“พี่วัฒน์ไม่อยากให้แพรท้อง?” แพรพรรณยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบพวงแก้ม เสียใจไม่น้อยที่เขาชอบบังคับเธอให้กินไอ้เม็ดยาบ้านั่น เป็นแบบนี้ทุกครั้ง!
“มันไม่ใช่อย่างที่แพรคิดนะ กินซะ” ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ บทที่สาวน้อยจะดื้อก็เล่นเอาแทบกุมขมับและต้องออกคำสั่งกับน้องน้อยเสมอ
“พี่วัฒน์ไม่อยากมีลูกกับแพรใช่ไหมคะ?” ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา แพขนตาสั่นไหวระริกมองหน้าคนที่รักสุดหัวใจ เรียวปากบางที่เม้มเป็นเส้นตรงนั้นสั่นเล็กน้อยยามเปรยถามเขา ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าชายหนุ่มไม่ต้องการที่จะมีพันธะอะไรกับเธอ
“ทำไมแพรพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ล่ะครับ” คนตัวใหญ่กระชากโซฟาที่น้องพยายามหมุนหนีให้หยุดพร้อมส่งเสียงเกรี้ยวกราดและสายตาคมกริบบังคับ
“แพรก็เป็นของแพรแบบนี้แหละ แพรจะไม่กินยาคุมฉุกเฉินอีกต่อไป ฮือๆ” ยาที่เขายัดใส่มือนั้นถูกเหวี่ยงทิ้ง มันกลิ้งไปอยู่ใต้ตู้โชว์
“แพร! ทำไมทำตัวเป็นเด็กพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ กินซะ! อย่าให้พี่ต้องใช้กำลัง!” เรียวหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำมองท่าทีของแม่กวางน้อยที่ไม่ทำตามคำสั่ง
“พี่วัฒน์ใจร้าย ไม่รักแพร ถึงได้ไม่อยากให้แพรท้อง ไม่ต้องการมีลูกกับแพร เพราะไม่อยากมีเรื่องที่ต้องผูกมัดกันใช่ไหมคะ? ฮือๆ” แพรพรรณใจสั่น หวาดกลัวสายตาเกรี้ยวกราดจึงได้แต่หลบเลี่ยง ดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตาเอ่อล้นขอบตา มองยาที่เขาคลานไปเก็บจากใต้ตู้เอามายัดใส่ไว้ในมือเธออีกครั้ง เรียวปากก็กระซิบเปรยตัดพ้อว่าชายคนรักแผ่วเบา
“ทำไมแพรไม่ยอมเข้าใจอะไรเลยฮะ! อยากอุ้มท้องไปเรียนหนังสือหรือไง ถ้าแพรรับได้ ไม่อายใคร พี่ก็ไม่ห้ามนะ ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน” ภานุวัฒน์พยายามสงบความโกรธ เค้นเสียงกระด้างให้ฟังดูนุ่มหูแล้วแกล้งแย่งยาในมือของน้องจะเอาไปโยนทิ้ง
“ฮือๆ”
“หยุดร้องไห้ได้แล้ว รู้ไหม น้ำตาของแพรมันทำให้พี่ปวดใจมากแค่ไหน พี่รักแพร เรียนจบแล้วแต่งงานกับพี่นะ” เอ่ยคำหวานผสมคำมั่นสัญญาเพื่อให้หญิงสาวหยุดสะอื้นไห้
“แพรก็รักพี่” ดวงหน้าหวานไร้เครื่องสำอาง มีเพียงแป้งฝุ่นเท่านั้นที่ทาทับผิวแก้มเงยมองหน้าชายคนรักที่หวังจะฝากชีวิตไว้ให้เขาดูแล แพรพรรณกำยาในมือไว้แน่น ไม่ยอมให้ชายหนุ่มเอาไปทิ้ง
“รักพี่ก็กินยาซะ”
“ค่ะ” แพรพรรณจะเชื่อฟัง จะทำตามคำพูดของชายหนุ่มทุกอย่าง
“ตั้งใจเรียนนะครับ อีกสองปี แพรก็จะจบปีสี่แล้ว”
ภานุวัฒน์เช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มนวล ส่วนมืออีกข้างจับมือเรียวสวยมากุมไว้แล้วก้มลงจูบผิวหลังมือหอมกรุ่นแผ่วเบา ชายหนุ่มถอดแหวนทองเกลี้ยงที่ด้านในสลักเป็นชื่อย่อและนามสกุลออกจากนิ้วกลางของตัวเอง
“พะ แพรจะกินยาคุม” แพรพรรณสะอื้นร้องไห้เมื่อชายหนุ่มชูสร้อยทองเส้นเล็กแกว่งไปมาตรงหน้า เขายิ้มให้แล้วใส่แหวนในสายสร้อย ทำเป็นจี้วงแหวนแทนใจ
“ใส่ไว้ อย่าถอดออกล่ะ” ภานุวัฒน์เปลี่ยนท่ามานั่งคุกเข่าตรงหน้าน้องน้อย เขาใส่สร้อยให้หล่อนพร้อมทั้งเอ่ยเสียงแหบแห้งกระซิบชิดลำคอระหง กลิ่นหอมของแป้งเด็กที่เธอชอบใช้ทำให้หัวใจของคนมีอายุอดไม่ได้ที่จะเชยชม ริมฝีปากหนาพรมจูบไล่เม้มไปผิวใต้ปลายคางมน ไต่เล็มชิมน้ำอุ่นร้อนบนผิวพวงแก้มจนไม่หลงเหลือแม้แต่คราบน้ำตา