ตอน 2

“มาร์คัสคะ มินนี่แค่มาคุยกับน้องเขาดี ๆ นะคะ แต่น้องเขาก็มาว่ามินนี่อะ มาร์คัสต้องจัดการให้มินนี่นะคะ”

โอ้โห ได้ข่าวว่าแกมาหาเรื่องฉันไม่ใช่เหรอ กินสตอมากี่สวนเนี่ย

“ไง” คนตรงหน้าถาม ฉันก็ได้แต่ยักไหล่กวน ๆ อย่างไม่สนใจ

“มินนี่แค่บอกว่า เป็นรุ่นน้องควรเคารพรุ่นพี่ เกรงใจรุ่นพี่บ้างเท่านั้นเองค่ะ แล้วน้องเขาก็ด่าว่ามินนี่สารพัด แถมยังบอกว่าให้มินนี่ล่ามมาคัสไว้ให้ดี ๆ ด้วยค่ะ” พูดจบมินนี่ก็ลอบยิ้มใส่ฉัน ส่วนนายที่ชื่อมาร์คัสอะไรนั่นขบกรามแน่นแถมมองฉันเขม็ง หึ

“ขอโทษมินนี่ซะ” ฉันอ้าปากค้างก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น

“ยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่เธอ เธอควรให้ความเคารพ”

เหอะ โคตรไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เข้าข้างแฟนตัวเองชัด ๆ

“เสียใจ ฉันไม่ขอโทษเพราะว่าฉันไม่ผิด นายควรจะฟังความสองข้างนะไม่ใช่ฟังข้างเดียว โคตรลำเอียงเลย อ้อ แล้วบอกแฟนนายด้วยนะว่าอย่ามายุ่งกับฉัน แล้วก็อย่ามาตอแหลกับฉันอีก เหอะ ทำเป็นน่าซื่อตาใส สุดท้ายก็เฟะ ฉันบอกไว้ตรงนี้อีกครั้งนะว่า อย่ามาหาเรื่องกัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

ฉันพูดพร้อมกับจ้องมินนี่ ที่มองมาที่ฉันด้วยสายตาอาฆาต นายมาร์คัสกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดให้แฟนเขากลับไป ให้ตายสิ ฉันไม่ชอบรอยยิ้มนั้นเลย

หลังจากที่มินนี่กับเพื่อนผละออกไปฉันก็นั่งลงที่โต๊ะเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือนายบ้านี่มันนั่งลงข้างฉันด้วย พอฉันจะย้ายไปนั่งกับฟ้าก็มีผู้ชายนั่งลงข้าง ๆ ซะแล้ว จะไปนั่งกับรันก็ถูกมือใหญ่ดึงไว้ หันไปหาที่นั่งอีกข้างของโต๊ะก็ถูกหนุ่มสาวที่มากับนายนี่นั่งไปเรียบร้อย ฉันจึงต้องจำใจนั่งลงข้างเขา

“เอ่อ เราชื่อหวานนะ พวกเธอล่ะ”

ฉันไม่ตอบแต่ก็หันไปยิ้มให้หวาน แล้วก็ต้องหงุดหงิดเมื่อคนที่นั่งข้าง ๆ นี่เบียดเข้ามา จนฉันขยับจะตกโต๊ะ อยู่แล้ว!

“เราชื่อฟ้า ส่วนนี่รันแล้วนี่ก็แพรว”

“จ้า นี่พี่มาร์คัส ส่วนคนที่นั่งข้าง ๆ ฟ้าชื่อพี่เลโอ และคนนี้พี่เมฆแฟนเราเอง” ฉันหันไปมองผู้หญิงที่ชื่อหวานแล้วก็อดขำไม่ได้ คงจะหวานสมชื่อจริง ๆ ล่ะ จะพูดจะจาอะไรก็ดูหวานและเรียบร้อยไปซะหมด

“พวกเธอเรียนวิศวะเหรอ เราก็เรียนนะวิศวะคอมด้วย เธอล่ะ”

“จริงเหรอ งั้นก็ดีน่ะสิที่พวกเราเรียนเหมือนกัน ได้เพื่อนเพิ่มอีกตั้งหนึ่งคน ดีใจไหมรัน แพรว”

ฟ้าพูดก่อนจะถามความคิดเห็นจากฉันและรัน ฉันไม่ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มให้หวานแทนและยิ้มให้คนอื่น ๆ ด้วยยกเว้นไอ้คนที่มันนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันนี่แหละ

“โอ๊ย! จะเบียดอะไรนักหนาคนจะตกโต๊ะอยู่แล้ว”

ไม่พูดเปล่าฉันลุกขึ้นไปนั่งกับรันอย่างรวดเร็ว การกระทำของฉันเรียกรอยยิ้มขำจากพวกพี่ ๆ และเพื่อน

ส่วนพี่มาร์คัสนอกจากจะไม่พอใจกับการกระทำและคำพูดฉันแล้ว เขายังจ้องตาฉันเขม็งก่อนจะพูดออกมาว่า “เรายังไม่ได้เคลียร์กัน”

ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะสวนกลับไป “เรื่องอะไร”

“เรื่องเมื่อเช้า”

“ฉันพูดขอโทษไปแล้ว แปลว่าจบแล้ว”

“ยัง เธอด่าฉันหลังจากนั้น”

“ฉันก็พูดขอโทษไปแล้วเหมือนกัน”

กริ๊ง...กริ๊ง....

เขาทำท่าเหมือนจะสวนกลับคำพูดของฉัน แต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นเสียก่อน

“ได้ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

“พวกมึง ประชุม”

หลังวางสายเขาก็บอกกับพี่ที่เหลือว่าไปประชุม พวกเขาทั้งหมดผละออกจากโต๊ะไป รวมถึงหวานก็ถูกพี่เมฆพาออกไปด้วย

“โอ๊ยแก! เมื่อกี้มันมากเลยอะ อยากช่วยนะแต่ฟังแกด่าเพลินดีว่ะ ฉันชอบ” ยัยฟ้าพูดขึ้น คงจะพูดถึงตอนที่ฉันกับยินนี่ต่อว่ากันล่ะมั้ง

“หึ ฉันก็ชอบ”

“ไม่ต้องฝืนหรอก เป็นตัวของตัวเองเถอะรัน ทำอย่างนั้นน่าอึดอัดจะตาย”

“คืออะไรเหรอ” ยัยฟ้าถามฉันเพราะมันคงไม่เข้าใจและดูไม่ออก

“ถ้าฉันพูดแกจะไม่รังเกียจฉันใช่ไหม ฉันเคยมีเพื่อนแต่พอเพื่อนรู้ว่าฉันเป็น พวกนั้นก็เลิกคบฉัน หาว่าฉันวิปริต”

รันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เพื่อนเขาดูที่ใจ ไม่ใช่ดูที่ว่าเป็นอะไร เพื่อนกันต้องมีไว้เพื่อปรึกษา พูดคุย ให้กำลังใจและคอยห้ามเวลาทำสิ่งไม่ดี ถ้าเลือกคบที่ใครเป็นอะไร นั่นไม่ใช่เพื่อน”

“ใช่ เราเห็นด้วยกับแพรว” ยัยฟ้าพูด

“เอ่อ คือ ฉันเป็นตุ๊ดนะ แต่ที่ต้องแอ๊บแมนก็อย่างที่บอก ทุกคนเลิกคบฉันเพราะรู้ว่าฉันเป็น”

“จริงเหรอ”

รันก้มหน้าก่อนจะตอบมาเสียงเศร้า “พวกแกรังเกียจฉันเหรอ”

“บ้าเหรอ รับได้สิ เราเป็นเพื่อนกันนี่ ขอแค่แกเป็นแกก็พอแล้ว ที่สำคัญโลกมันพัฒนาแล้วจ้าไม่มีใครมานั่งเหยียดเรื่องพวกนี้หรอก คนพวกนั้นคงไม่มองว่าแกเป็นเพื่อนมากกว่าถึงได้ต่อว่าและเลิกคบแกไป ว่าแต่พวกแกเถอะรับนิสัยฉันได้หรือเปล่า ฉันพูดมากนะ อาจจะบ้า ๆ บอ ๆ ด้วย”

“เออถ้าแกรับฉันได้ นิสัยแกฉันก็รับได้ และไม่ต้องบอกหรอกว่าแกพูดมาก ฉันพอจะดูออก เพราะตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมาแกยังพูดไม่หยุดเลยฟ้า แต่ฉันขอเตือนพวกแกหน่อยนะว่า ฉันอาจจะกรี๊ดผู้ชายมากสักหน่อยก็อย่าถือโทษโกรธเคืองกันเลยนะ ถ้าแกรับนิสัยตรงนี้ของฉันได้ ฉันก็คบกับพวกแก แล้วแกล่ะแพรว”

ฉันยิ้มให้กับคำถามบาง ๆ

“แกแน่ใจเหรอที่จะคบกับฉัน อย่าพึ่งพากันทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้รังเกียจอะไรพวกแก พวกแกเป็นยังไงฉันรับได้หมด ส่วนแกรันต่อให้แกเป็นผู้หญิงจ๋า มีแฟนเป็นผู้ชายหรือบ้าผู้ชายยังไงฉันก็รับได้ อยู่ที่พวกแกจะรับนิสัยฉันได้หรือเปล่า”

“รับได้สิ/รับได้สิ” ทั้งสองคนรับปากฉันในทันทีด้วยท่าทางจริงจัง

“แน่ใจนะ ฉันเป็นพวกตรง ๆ ชอบไม่ชอบอะไรพูดตรงหมด ด่าคือด่า เกลียดคือเกลียด ไม่ยอมคน อาจมีเรื่องกับคนอื่นไปทั่วรับได้เหรอ”

“โอ๊ย แค่นี้เองรับได้ย่ะ” รัน

“เหมือนกัน” ฟ้า

“แต่ถ้าแกคบกับฉันอาจได้รับอันตราย ฉันไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ฉันเป็นมาเฟีย แกรับได้เหรอ ฉันไม่บังคับ แล้วแต่พวกแก”

ที่บอกแบบนั้นก็เพื่อให้พวกมันตัดสินใจว่ารับสิ่งที่ฉันเป็นได้ไหม การพูดออกมาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แต่ฉันก็เลือกที่จะพูดเพราะไม่อยากมีความลับกับพวกมัน นอกจากนี้ถ้ามันเลือกที่จะคบฉันเป็นเพื่อน เท่ากับว่ามันอาจได้รับอันตรายหรือโดนลูกหลงจากการเป็นเพื่อนฉันก็ได้ ให้พวกมันรู้ตั้งแต่ตอนนี้แหละดีแล้ว หากข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น พวกมันจะได้ไม่ตกใจ

“แกเป็นมาเฟียจริงเหรอ” รันถาม

“จริง”

“ไม่มีปัญหา” ฟ้าพูดพร้อมยิ้มให้ฉันอย่างจริงใจ

“ได้ ฉันก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันขออะไรพวกแกอย่างได้ไหม เลิกเรียกฉันว่ารันเถอะ เรียกฉันรันนี่แทน ตกลงไหมชะนี”

คำพูดของรันทำให้ฉันและฟ้าอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนที่ฉันจะกำชับพวกมันว่า

“อย่าบอกใครเรื่องที่ฉันเป็นใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นทั้งฉันและพวกแกจะตกอยู่ในอันตราย และถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปฉันจะตัดเพื่อนกับพวกแกทันที ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ฉันแนะนำพวกแกว่าให้ลืมเรื่องตัวตนของฉันซะ”

นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดและเป็นกังวล ซึ่งพวกมันก็รับปากว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้เด็ดขาด ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับคอนโด

ใช่สิ ฉันลืมบอกพวกคุณว่าฉันคือใคร

สวัสดี ฉันชื่อแพรวา เรียกฉันว่าแพรวก็ได้ เป็นหน่วยไอทีขององค์กร ฉันคิดว่าพวกคุณน่าจะทราบกันบ้างแล้ว นิสัยส่วนตัวของฉันก็ดี...มั้ง! ฉันไม่ทำใครก่อน ไม่ยอมใคร มีเหตุผล ฉลาด แต่ที่แน่นอนเลยก็คือ ฉันสวย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ถ้าถามว่าอยู่ในองค์กรนี้ได้ยังไง ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ฉันเก่งคอมไง ฉันสามารถเข้าใจโปรแกรมทุกอย่างตั้งแต่ฉันอายุสิบขวบ (เด็กอัจฉริยะ) แล้วฉันก็พบกับพี่ลินเข้า พี่ลินเลยให้เข้ามาอยู่ในหน่วยนี้ งานฉันไม่ค่อยเสี่ยงอันตรายหรอก หน้าที่หลักของฉันคือการออกแบบโปรแกรมและปกป้องฐานข้อมูลขององค์กร

ในบรรดาพี่ ๆ ทั้งหลาย ฉันกลัวพี่ลินที่สุด เห็นสวย ๆ อย่างนั้น อย่าได้ให้โหดเชียว ยิ่งกว่าเสืออีก อ้อ แถมยังเป็นผู้หญิงที่เลี้ยงเสือเหมือนเลี้ยงแมวเสียด้วย ตั้งแต่เจอกับพี่เขาชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป จริง ๆ ถ้าฉันไม่ได้พวกพี่เขามาช่วย ฉันคงตายไปแล้ว

หลายปีก่อน ครอบครัวฉันถูกตามฆ่า ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งพ่อและแม่ไม่ได้บอกอะไรฉันเลย ถ้าวันนั้นพี่ลินไม่ได้ผ่านมาและช่วยเหลือฉันไว้ ฉันคงตายไปพร้อมกับพ่อแม่แล้ว หลังจากที่ฉันทำใจกับความสูญเสียได้ พี่ลินก็พาฉันเข้าสู่องค์กร

พี่ลินสอนการต่อสู้และอะไรหลาย ๆ อย่างให้กับฉันสลับกับพวกพี่ ๆ ที่เหลือ ทำให้เราสนิทและรักกันเหมือนพี่น้องแท้ ๆ พูดแล้วก็คิดถึงไม่รู้ว่าพี่ ๆ จะกลับเมืองไทยกันเมื่อไหร่...

ตอน 3

ผมกำลังนึกถึงร่างบางที่เดินชนผมเมื่อเช้า เธอสวย น่ารัก แต่ปากดีไปหน่อย ไม่เคยมีใครต่อว่าต่อขานผมสักคน แต่เธอกลับทำ นั่นทำให้ผมรู้เลยว่าเธอคนนี้เป็นคนไม่ยอมคนแน่นอน ไหนจะเมื่อกี้ที่กล้าต่อปากต่อคำกับมินนี่อย่างไม่กลัวเกรงอีก

มินนี่เธอจะคอยหาเรื่องทุกคนที่ข้องเกี่ยวกับผม จนทำให้ใครหลาย ๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าผมกับเธอเป็นแฟนกัน ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่ ที่ผมไม่ยอมแก้ข่าวเพราะผมไม่อยากวุ่นวายอะไรมาก แต่เห็นทีผมคงต้องแก้ข่าวแล้วล่ะไม่งั้นแพรวาคงเข้าใจอะไรผิด ๆ ไปอีกแน่

ผมเป็นเฮดว้าก เรื่องของความโหดไม่ต้องพูดถึง เพราะผมมีเต็มร้อยและผมก็โหดที่สุดในรุ่นแล้ว โหดกว่ารุ่นพี่บางคนซะอีก รองเฮดว้ากก็ไอ้เลโอ อีกคนก็ไอ้เมฆแฟนน้องหวาน รวมถึงเพื่อนคนอื่น ๆ อีกเล็กน้อย จริงสิ สงสัยทุกคนคงอยากรู้จักผมแล้วใช่ไหมล่ะ

สวัสดีครับ ผมชื่อ มาร์คัส นิสัยของผมก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะโหด ไม่ยอมคน เจ้าชู้หรือเสือผู้หญิง นั่นคือคำจำกัดความที่คนอื่นใช้เรียกผม สำหรับผมแล้วเราแค่หาความสุขร่วมกัน ผู้หญิงเสนอผมก็แค่สนอง ถ้าผมปฏิเสธมันก็คงเสียเชิงชายแย่

เฮ้อ ว่าแต่ทำไมผมถึงสลัดใบหน้าของแพรวออกไปไม่ได้นะ ใบหน้าสวย ๆ ของเธอลอยอยู่ในภวังค์ความคิดของผมแทบจะตลอดเวลา

โอ๊ย นี่ผมเป็นอะไรไปเนี่ย อย่าบอกนะว่าผมชอบเธอ! มีส่วนเป็นไปได้นะ เพราะทั้งหุ่นรูปร่างหน้าตาทรวดทรงองค์เอวของเธอมันตรงสเปกผมชัด ๆ ยิ่งเป็นม้าพยศไม่ยอมใครแบบนี้อีก มันยิ่งกระตุ้นต่อมความอยากปราบพยศเธอและความอยากเอาชนะของผมมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ผมจะทำให้เธอกลายร่างเป็นน้องแมวแสนเชื่องให้ได้ คอยดู!!!

"ไอ้มาร์คัส มึงคิดไรอยู่วะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว" ไอ้เมฆพูด ไอ้นี่นิสัยมันจะดูสุภาพบุรุษเป็นผู้ชายอบอุ่น สายโรแมนติกอะไรเทือกนั้น

"เปล่านี่ไม่มีอะไร"

"ใช่เหรอ กูว่าอาการแบบนี้ มันเป็นอาการของคนกำลังตกหลุมรักนะเว้ย เฮ้ย! ไอ้เสือมึงตกหลุมรักใครวะ อย่าบอกนะว่าเป็นน้องแพรวคนสวย" คำพูดของไอ้เลโอทำผมสะดุ้งทันที ก่อนจะส่งยิ้มร้ายให้มัน นิสัยไอ้เลโอมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากผมมาก เจ้าชู้ไปวัน ๆ ตามประสาของคนไม่มีแฟน

"กูเกลียดรอยยิ้มชั่วร้ายของมึงจริง ๆ"

"กูเห็นด้วยกับมึงเลโอ ชักเสียวสันหลังแทนน้องแพรวแล้วล่ะสิ โดนไอ้มาร์คัสเล็งไว้แบบนี้"

“พวกมึงก็พูดเกินไป กูไม่ทำอะไรน้องหรอกน่า ถ้าน้องมันไม่ทำอะไรให้กูไม่พอใจก่อนน่ะนะ”

"พวกนายวันนี้อย่าลืมนะรับน้องวันแรก อย่าสายล่ะ"

เสียงเพื่อนในเอกผมพูดขัดขึ้น ผมสามคนหันไปมองก่อนจะพยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเรียน

16.00

ในที่สุดเวลาที่ผมเฝ้ารอคอยก็มาถึง ตอนนี้ผมมองดูเด็กปีหนึ่งที่กำลังนั่งเข้าแถวด้วยความวุ่นวาย อย่างที่ทุกคนรู้วิศวะมันคนเยอะ ถ้าวุ่นวายก็เป็นเรื่องธรรมดา

ผมกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก่อนจะพบเข้ากับเป้าหมายของผม เธอนั่งหน้าสุดพร้อมกับเพื่อนเธออีกสองคนรวมถึงน้องหวานด้วยที่ได้นั่งหน้า นั่งเรียงกันเสียด้วยสิ หึ ค่อยเล่นง่าย ๆ หน่อย

แต่... มันยังไม่ถึงเวลาของพวกผมที่ต้องออกไปหรอกนะ ปล่อยให้สนุกกันไปก่อน ได้เวลาแล้วค่อยเข้าไป ผมยังไม่อยากขัดความสนุกของใครหลาย ๆ คน หึหึ

"ไก่อย่างถูกเผา ไก่อย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ เสียบปีกซ้าย เสียบปีกขวา ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ"

"รถเมล์มอ รถเมล์มอ รถเมล์มอ นั่งกันตัวงอรถเมล์มอเบรกมันเสีย เด้งไปเด้งมามันก็เสียวนะเฮีย เด้งไปเด้งมามันก็เสียวนะเฮีย อุ๊ยอารมณ์เสีย รถเมล์มอ รถเมล์มอ รถเมล์มอ"

สนุกกันมากสินะ เมื่อผมคิดว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมจึงส่งสายตาไปยังน้องปีสองว่าให้พวกมันหยุดกิจกรรมที่ดำเนินอยู่นี่ซะ เพราะได้เวลาที่พวกผมต้องแสดงตัวแล้ว

"เอาละครับน้อง ๆ ต่อไปจะมีรุ่นพี่มาทำความรู้จักกับน้องนะครับ พี่ขอให้น้อง ๆ ตั้งใจฟังและให้ความเคารพพี่เขานะครับ"

ไอ้กอล์ฟว่าที่พี่ว้ากปีหน้าพูดขึ้น

"ค่ะ/ครับ" หลังจากที่น้อง ๆ ปีสองไปยืนเข้าแถวข้างหลัง พวกผมก็เดินเข้าไปช้า ๆ โดยมีผมเดินเป็นคนสุดท้าย ในขณะนั้นก็มีพวกน้อง ๆ คุยกันเบา ๆ หนึ่งในนั้นคือเป้าหมายของผมไง ผมส่งสายตาไปหาไอ้ริทหรือริชชี่ว่าเริ่มได้ หลังจากทุกคนยืนครบทุกตามตำแหน่งแล้ว

"เงียบ! ไร้มารยาท พี่คุณเขาไม่ได้บอกหรือไงว่าให้รอเงียบ ๆ" จบคำพูดริชชี่ เสียงเจื้อยแจ้วก่อนหน้านี้ก็หยุดลง

"เอาละครับ วันนี้พวกผมจะมาแนะนำตัวให้พวกคุณรู้จัก หวังว่าพวกคุณทุกคนคงให้ความร่วมมือนะครับ" ไอ้เลโอพูด

"สวัสดีค่ะฉันชื่อพิมพ์นะ อยู่ปีสาม"

"สวัสดีฮะผมริทหรือริชชี่ ปีสาม"

"สวัสดีครับ ผมเมฆาหรือเมฆ อยู่ปีสาม รูปหล่อพ่อรวย แต่มีแฟนแล้วครับรักแฟนมาก เป็นพี่ว้าก"

"อ๊ายยย" สิ้นเสียงไอ้เมฆสาว ๆ ก็กรี๊ดทันที ไม่นานก็เงียบไป

"สวัสดีครับ ผมเลโอ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเล ย้ำถ้าไม่สนิทอย่าเรียกนะครับ"

"อ๊ายยยย" ไอ้เลโอพูดพร้อมขยิบตาให้สาว ๆ ทำให้มันได้เสียงกรี๊ดเยอะกว่าไอ้เมฆ

"สวัสดีครับ ผม มาร์คัส เฮดว้าก ปีสาม"

"อ๊ายยยยย กรี๊ดดดด หล่ออะ/ของฉัน/พ่อของลูก"

"เงียบ!!! ที่นี่มหาวิทยาลัยไม่ใช่คอนเสิร์ตที่พวกคุณจะมากรี๊ดได้ ทราบไม่ทราบ" ผมตวาดใส่น้องมัน กรี๊ดอยู่ได้น่ารำคาญจริง ๆ

"ทราบ"

"ปีสอง คุณไม่สอนมารยาทเด็กปีหนึ่งหรือไง ทำไมเวลาพูดไม่มีหางเสียงครับ" ผมหันไปถามปีสองทันที

"สอนครับ" ไอ้กอล์ฟพูด

"สอน แล้วทำไมหางเสียงพวกเขาไม่มี" ผมพูด

"เอ่อคือ"

"ทราบค่ะ" ไอ้กอล์ฟยังพูดไม่ทันจบ เสียงหวานใสก็ดังแทรกเข้ามา

"ใครครับ"

"..." เงียบไม่มีใครตอบผม

"ผมถามว่าใครครับ" ผมเสียงดังมากกว่าเดิม

"หนูเองค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมมือที่ยกขึ้นมา ผมคิดไว้แล้วแหละว่าต้องเป็นเธอ แล้วก็เป็นเธอจริง ๆ แพรว

"ผมอนุญาตให้คุณพูดเหรอครับ" ผมพูด

"เปล่าค่ะ แต่..."

"ผมบอกให้พูดเหรอ" เธอเงียบก่อนจะมองหน้าผม ดูแล้วเหมือนเธอกำลังอารมณ์เสียเลย

"ลุกขึ้น คุณนั่นแหละลุกขึ้น" ผมย้ำเมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมลุก

"ชื่ออะไร รหัสอะไร เรียนอะไร แนะนำตัวสิ" ผมพูดแล้วยักคิ้วให้ กวน ๆ เธอมองผมเขม็งเลย

"แพรวา 0020 ค่ะ วิศวะเอกคอมพิวเตอร์ค่ะ"

เธอพูดแถมยังจ้องหน้าผมไม่หลบสายตาด้วย

"ต่อไปเวลาจะพูดให้บอกชื่อรหัสและคำว่าขออนุญาตทราบไหมครับ" ผมพูด

"ทราบค่ะ" เธอตอบ

"นั่งลงได้" ผมพูด

"ขอบคุณค่ะ" เธอพูดก่อนจะนั่งลง

"ว่าไงครับปีสอง พวกคุณสอนน้องยังไง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ครับ ตอบ!" ผมพูด

"พวกเราขอโทษครับ แล้วพวกเราจะสอนน้องอีกครั้งครับ"

ไอ้กอล์ฟพูด

"ดี เอาละ ผมอยากจะบอกพวกคุณว่า จากนี้ไปพวกคุณอยู่ในความดูแลของพวกผม คุณจะทำอะไรไปไหนต้องขออนุญาตพวกผมก่อน และที่สำคัญ ใครที่ซิ่วมาจากที่อื่นแล้วมาเรียนที่นี่จะอายุมากแค่ไหนผมไม่สนใจ ที่นี่มหา’ลัยนี้เราถือปฏิบัติว่า มาก่อนเป็นพี่มาหลังเป็นน้องมาพร้อมเป็นเพื่อน ทราบไม่ทราบ"

"ทราบค่ะ/ครับ"

"เรื่องรับน้อง เราจะรับน้องด้วยระบบโซตัส อีกเรื่องที่พวกคุณต้องรู้คือ ผมจะยังไม่นับว่าพวกคุณเป็นน้อง ปีสองรับคุณเป็นน้องแต่พวกผมไม่ คุณจะเป็นน้องผมได้ก็ต่อเมื่อ ผ่านการทดสอบจากพวกผมแล้วเท่านั้น เข้าใจนะครับ" ผมพูดยาวมากจนรู้สึกเจ็บคอ

"เข้าใจค่ะ/ครับ"

"ไม่ดัง เอาใหม่" ผมพูด

"เข้าใจค่ะ/ครับ"

"อะไรนักหนา"

"แพรวา รหัส 0020 คุณพูดว่าอะไรนะ"

"แพรวา 0020 ขออนุญาตค่ะ" เธอพูดพร้อมจ้องหน้าผมนิ่ง

"เชิญ ผมถามคุณว่า เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรครับ" ผมพูดนิ่ง ๆ

"อะไรนักหนาค่ะ" น้องมันตอบทำให้พวกที่อยู่ในลานเกียร์ถึงกลับฮือฮา

"นี่คุณว่าผมเหรอ" ผมเค้นเสียงถามเธอด้วยความไม่พอใจ

"เปล่าค่ะ แค่อยากถามพี่ว่าตะโกนตั้งนานไม่เจ็บคอเหรอคะ พูดเอา ๆ พูดเบา ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องเสียงดังขนาดนี้เลย"

"รุ่นของคุณมีกี่คน" ผมเลือกที่จะถามเธอกลับมากกว่าตอบ

"เอ่อ ไม่ทราบค่ะ"

"ถ้าคุณไม่ทราบ พรุ่งนี้คุณไปหาคำตอบมาให้ผม แต่วันนี้ผมคงต้องลงโทษคุณเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนของคุณนะครับ"

"เอ๊ะ แต่หนูยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ" เธอพูด

"คุณหันไปดูเพื่อนคุณ เป็นไงเยอะไหม แล้วเข้าใจหรือยังว่าทำไมผมต้องพูดเสียงดัง ถ้าเข้าใจแล้ว แพรว 0020 เชิญไปวิ่งรอบสนามตามรหัสสองตัวท้ายของตัวเองได้ เชิญครับ"

"เฮ้ย นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ"

"เชิญ!"

หลังจากที่เธอเดินออกไปผมก็เรียกปีสองเข้ามาทำหน้าที่และให้ปล่อยน้องได้ ส่วนผมก็กำลังไปดูหน้าคนขี้กวนสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง ผมไม่โกรธในสิ่งที่น้องมันพูดหรอกนะ เพราะผมรู้ว่าน้องมันจงใจกวนและแกล้งผม พูดง่าย ๆ คืออยากหักหน้าผมนั่นแหละ ผมจึงต้องตามน้ำสั่งลงโทษน้องมันไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED