ภาพปกนิยาย เฮดว้ากตัวร้ายกับยัยมาเฟีย

เฮดว้ากตัวร้ายกับยัยมาเฟีย

9.4 / 10.0
เมื่อเฮดว้ากหนุ่มสุดโหดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุและเผด็จการ ต้องมาเผชิญหน้ากับเฟรชชี่ปีหนึ่งสาวสวยที่ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวต่ออำนาจของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แปลกไปและความกล้าบ้าบิ่นของเธอทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าเด็กสาวคนนี้อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ยิ่งเขาพยายามขุดคุ้ยตัวตนที่แท้จริงของเธอมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่าเธอไม่ใช่เพียงวัยรุ่นธรรมดา แต่มีเบื้องหลังที่น่าตกใจเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด การตามหาความจริงท่ามกลางความขัดแย้งจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายลำดับที่สองของซีรีส์ชุดมาเฟียตามรัก ต่อจากเรื่องยัยตัวร้ายกับนายสายโหดที่สร้างความประทับใจมาแล้ว

เฮดว้ากตัวร้ายกับยัยมาเฟีย ตอนที่ 1

กริ๊ง... กริ๊ง...

“อื้อ” ฉันเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง ก่อนจะบิดตัวไปมา เอ๊ะ ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย!

07:30

“ฮะ! เจ็ดโมงครึ่ง ซวยล่ะ”

ฉันพูดออกมาอย่างตกใจก่อนจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เพื่ออะไรน่ะเหรอ ก็อาบน้ำน่ะสิ วันนี้มีปฐมนิเทศนักศึกษาปีหนึ่งใหม่ทุกคน และทางมหา’ลัยเขานัดตอนแปดโมงครึ่ง และตอนนี้ฉันเหลือเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น! จะไปทันไหมเนี่ย ไม่น่าตื่นสายเลยฉัน

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ฉันใช้เวลาอาบน้ำเพียงแค่สิบนาที ก่อนจะรีบออกมาแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว แล้วหยิบเสื้อนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงคลุมเข่าหน่อยมาใส่จะได้ดูเรียบร้อย ทรงผมก็ปล่อยเอา หน้าไม่ต้องแต่งละ สายแล้ว

กุญแจรถฉันอยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ไหน!

ฉันเปิดลิ้นชักหากุญแจรถลัมโบร์กีนีรุ่นใหม่ล่าสุดของฉัน โอ๊ย ทำไมยิ่งรีบยิ่งช้า อ่า นี่ไงเจอแล้ว เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ ฉันก็วิ่งออกจากคอนโด พุ่งตัวเข้ารถคันหรูและขับออกไปด้วยความเร็ว ฉันว่าต้องมีคนด่าหรือแช่งฉันบ้างล่ะ เล่นขับปาดหน้าแซงซ้ายแซงขวาแทบจะทุกคันแบบนี้ แถมยังเหยียบเกือบมิดไมล์

นั่นไง! หลังขับรถด้วยชั่วโมงเร่งรีบทั้งยังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายบนท้องถนน ฉันก็ขับมาถึงมหาวิทยาลัยที่ได้สมัครไว้สักที

เอี๊ยดดดดดดดดดด!

เสียงจอดรถดังสนั่นหวั่นไหวทั่วบริเวณของฉัน เรียกสายตาผู้คนให้หันมามองทั้งชายและหญิง ตอนนี้ใครจะชมใครจะด่าไม่สนใจทั้งนั้นแหละ ฉันรีบ!

หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบวิ่งสี่คูณร้อยเข้าไปในในตัวอาคารทันที เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่สิบนาที การปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ก็จะเริ่มขึ้น

พลั่ก ตุ้บ!

บ้าเอ๊ย ชนใครอีกล่ะเนี่ย ฉันเงยหน้ามองคนที่ฉันชนอย่างไม่สบอารมณ์นัก โอเค ฉันผิดฉันยอมรับ แต่ตอนนี้มันใช่เวลาจะมามองสำรวจผู้ชายตรงหน้าไหมเล่า ถึงเขาจะหล่อก็เถอะ

คนอะไรหน้าตาดีชะมัด ใบหน้าฟ้าประทานเนียนใสไร้สิว ไหนจะริมฝีปากได้รูปนั่น โอ้... พระเจ้าคงทำงานหนักแน่ ๆ เขาถึงได้หล่ออย่างไร้ที่ติแบบนี้ ช่างลงตัวเหลือเกิน พ่อเทพบุตรของฉัน...

“เดินภาษาอะไรของเธอเนี่ยฮะ! คนยิ่งรีบ ๆ อยู่”

เพล้ง! จบกันความเคลิบเคลิ้ม

อ๊าย มันด่าฉัน! เอาคำชมของฉันคืนมา ไม่น่าหลงเคลิบเคลิ้มไปกับรูปลักษณ์ภายนอกของอีตาบ้านี่เลย คนเขาอุตส่าห์ชมว่าหล่อ ไอ้ปากปีจอเอ๊ย นอกจากไม่คิดจะช่วยแล้ว ยังทำหน้ากวนส้นตี_ ใส่อีก หงุดหงิดเป็นคนเดียวหรือไงล่ะ ฉันก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะ ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ฉันละสายตาออกจากเขาก่อนจะก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่อยู่บนเรียวแขนสวยของฉัน

ตายแล้ว อีกห้านาที!

“ขอโทษนะคะ ที่ดิฉันชนคุณเมื่อกี้ ซึ่งดูจากสถานการณ์แล้วคุณก็ไม่ได้เจ็บอะไรมาก เพราะคนที่ดูท่าว่าจะเจ็บนั้นเป็นดิฉัน อ้อ คุณไม่ได้รีบคนเดียวนะคะ ฉันก็รีบเหมือนกัน คุณน่าจะเป็นสุภาพบุรุษให้มากกว่านี้นะคะ ฉันไปล่ะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ”

หลังจากพูดกับคนตรงหน้าจบ ฉันก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่ที่มหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมไว้ ก่อนจะไล่สายตามองหาเก้าอี้ที่ว่าง เมื่อเจอแล้วฉันก็รีบพาร่างที่แสนจะบอบบางของฉันเข้าไปนั่งทันที

นั่งได้สักพักก็รู้สึกเหมือนมีคนสะกิด พอหันไปมองด้านข้างก็เจอกับผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งส่งยิ้มที่เกือบจะเห็นฟันครบทุกซี่มาให้ พร้อมทั้งจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาตื่นเต้น จนฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบเธอ

“เธอชื่ออะไรเหรอ เราชื่อน้ำฟ้านะ เรียกเราว่าฟ้าก็ได้”

อืม...เท่าที่สังเกตเธอก็ดูเหมือนจะเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไร แถมยังดูร่าเริงเกินปกติเสียด้วยซ้ำ ผูกมิตรเอาไว้ก่อนดีกว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่แค่นั้น

ฉันยิ้มให้คนตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมพูดว่า “หวัดดี เราชื่อแพรวา เรียกเราว่าแพรวก็ได้”

“เธอเรียนสาขาอะไรเหรอ”

“ฉันเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เธอล่ะ”

“เฮ้! จริงเหรอ งั้นก็ดีสิ เพราะฉันก็สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ดีเลยเราจะได้เรียนด้วยกัน เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ”

“อื้ม”

พรึ่บ!

จู่ ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาดีมานั่งลงข้าง ๆ ฉัน หล่อเสียด้วยนะ จนยัยฟ้าแทบจะเก็บอาการระริกระรี้เอาไว้ไม่อยู่ ก็เล่นสะกิดฉันพร้อมกับมองคนมา ใหม่ตาเยิ้มแบบนี้ จะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไงถ้ามันไม่ได้บ้าผู้ชาย! ฉันมองคนข้าง ๆ ด้วยสายตาปกติ ไอ้หล่อก็หล่ออยู่หรอกแต่ฉันกลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย!

“นี่พวกเธอชื่ออะไรกันเหรอ”

“เราชื่อฟ้านะ ส่วนคนนี้อะชื่อแพรว เราสองคนเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไรเรียนอะไรเหรอ” ฉันได้แต่นั่งยิ้มขำกับความช่างจ้อของยัยฟ้า ที่นอกจากจะแนะนำตัวเองแล้วยังแนะนำตัวให้ฉันด้วย สดใสร่าเริงสมกับบุคลิกของนางจริง ๆ

“เราชื่อรัน เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ”

ฉันพยักหน้ารับทราบ แล้วการปฐมนิเทศก็เริ่มต้นขึ้น

เรื่องที่ปฐมนิเทศก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบวินัยใน มหาวิทยาลัยแล้วก็พูดถึงแผนการเรียนการสอนของคณะวิศวกรรมในแต่ละสาขา ทั้งยังมีเหล่าคณาจารย์หลายท่านออกมาให้ความรู้ และมีรุ่นพี่หลายคนมาชี้แนะแนวทางการเรียนให้อีกด้วย

ส่วนใหญ่พวกฉันไม่ค่อยฟังหรอก คุยกันเองเสียมากกว่า น่าแปลกที่เราสามคนเข้ากันได้ดีมากและสนิทกันอย่างรวดเร็ว จากที่เกร็งก็เริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดูอย่างนายรันที่เริ่มหลุดอาการตุ้งติ้งออกมาให้เห็น ส่วนน้ำฟ้าก็มีมุมที่ฉันคาดไม่ถึงหลุดออกมาเหมือนกัน

“ไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนตรงนั้นกันเถอะ เราจะได้คุยต่อ”

ยัยฟ้าชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่ว่า ก่อนจะเดินนำไปอย่างรีบร้อน เพราะกลัวจะมีคนแย่งโต๊ะที่หมายตาไว้

“นี่ แกใช่ไหม ที่มีเรื่องกับมาร์คัสของฉันนะฮะ!”

ระหว่างที่เรานั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ก็มีเสียงผู้หญิงเข้ามาถามหาว่าฉันไปมีเรื่องกับใครสักคนที่ชื่อว่ามาร์คัส

“ฉันเนี่ยเหรอคะ!”

ฉันถามกลับด้วยความไม่เข้าใจว่าฉันไปมีเรื่องกับใครตอนไหน ก่อนจะใช้สายตามองเธอกลับอย่างท้าทาย เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ คิดว่าฉันกลัวหรือไง ถือว่ามาสามคนแล้วแพรวคนนี้จะกลัวเหรอ เหอะ

“ก็ใช่นะสิ ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร” คนที่ยืนข้าง ๆ ยัยคนแรกพูดขึ้น ฉันมองหน้าพวกมันนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดว่า

“ขอโทษนะคะ” ฉันพูดขอโทษซึ่งพวกมันก็ยกยิ้มอย่างพอใจ แต่ขอโทษนะฉันยังพูดไม่จบ

“ที่ฉันพูดว่าขอโทษ เพราะอยากจะทราบว่า ฉันไปมีเรื่องตอนไหน วันนี้วันเปิดเทอมวันแรกของฉัน และที่สำคัญฉันไม่รู้จักคนที่ชื่อมาร์คัสอะไรนั่นด้วย กรุณาเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ”

“แกแน่ใจเหรอว่าไม่มีเรื่อง ก็คนที่แกชนเมื่อเช้าไง นั่นแหละมาร์คัส แฟนฉันเอง”

อ๋อ ที่แท้ก็นายปากปีจอนั่น

“ก็ถ้าเป็นคนเมื่อเช้า ฉันพูดขอโทษเขาไปแล้วค่ะ ที่สำคัญมันเป็นอุบัติเหตุ”

“หึ นี่แกคิดจะอ่อยแฟนฉันใช่ไหม ฉันชื่อมินนี่ จำใส่หัวแกเอาไว้เลยนะว่าเขาเป็นของฉัน อย่ามาเสนอหน้า ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”

“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอกับนายนั่นเป็นอะไรกัน และฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายบ้านั่นด้วย ทางที่ดีเธอควรไปบอกคนของเธอดีกว่านะ ไม่ใช่ตามมาหาเรื่องฉันแบบนี้ แล้วถ้ากลัวแฟนของเธอจะทิ้งไปมากละก็ ฉันแนะนำว่าให้ล่ามเขาเอาไว้ซะ ถ้าให้ฉันเดานายนั่นคงเจ้าชู้มากสินะ เธอถึงได้มาระแวงชาวบ้านเขาแบบนี้ ผู้ชายก็แบบนี้แหละมักมากไม่รู้จักพอ”

“อ๊าย นี่แกด่ามาร์คัสงั้นเหรอ แกรู้ไหมว่ามาร์คัสเป็นใครน่ะฮะ! จัดการมันเลยมินนี่”

“ใช่ จัดการมันเลย” เพื่อนทั้งสองของยัยมินนี่พูด

“ช้าก่อนยัยพิ้งยัยกรีน” มินนี่หันไปพูดกับเพื่อนของเธอ ก่อนจะคุยกับฉันอีกครั้ง

“แกเพิ่งเข้ามาใหม่คงยังไม่รู้อะไร เพิ่งอยู่ปีหนึ่งอย่าเพิ่งซ่า ฉันเป็นรุ่นพี่เธอหัดให้ความเคารพกันบ้าง ไม่งั้นแกจะอยู่ไม่สุข”

ได้ข่าวว่าฉันไม่ได้เป็นคนหาเรื่อง คำพูดช่างย้อนแย้งเหลือเกินนะยัยป้านี่

“ขอบคุณนะที่เป็นห่วงฉัน แต่เอาเวลาที่มาพูดจาไร้สาระ ไปหาอะไรทำที่มันสร้างสรรค์ดีกว่าไหม ปากบอกว่าเป็นรุ่นพี่ แต่การกระทำไม่ได้ต่างไปจากเด็กสามขวบ ไม่ได้มีความน่าเคารพ ถ้ามีรุ่นพี่แบบนี้ฉันไม่มีซะยังดีกว่า อ้อ แล้วก็บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่า อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

หึ ถ้าอยากมีเรื่องก็มาสิ ฉันพร้อม!

“อ๊าย แก แก” ป้ามินนี่ก็กรี๊ดร้องซะหนวกหู ดีดดิ้นเร่า ๆ ด้วยความขัดใจ พร้อมกับถลาจะมาทำร้ายฉัน

“หยุด!!!”

“...”

“มีเรื่องอะไรกัน ถึงได้มากรีดร้องโวยวายแถมยังจะมาตบกันต่อหน้านักศึกษาที่นี่อีก ไม่อายกันหรือไง ที่นี่มันมหาวิทยาลัยไม่ใช่ตลาดสดที่มีไว้ให้พวกเธอมีเรื่องกันนะ”

คนที่พูดก็คือนายมาร์คัส คนที่ฉันเดินชนเมื่อเช้าแฟนที่ป้ามินนี่พูดถึงนั่นแหละ เขามากับเพื่อนผู้ชายสามคนรวมทั้งตัวเขาเอง และผู้หญิงสวยอีกหนึ่งคน

อ่านต่อ

สารบัญของ เฮดว้ากตัวร้ายกับยัยมาเฟีย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
สัมผัสเรื่องราวความรักสุดอันตรายของสามพี่น้องตระกูลชอว์นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาในโลกมืดต้องรับมือกับหลิวหลิว หัวขโมยสาวที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นแม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ขณะที่คิ้วท์ พี่รองเจ้าเสน่ห์ผู้ซ่อนรสนิยมลับไว้ภายใต้ธุรกิจโรงแรมหรู พยายามจะพิชิตใจเมษา สาวสวยผู้หยิ่งทะนงที่ไม่ยอมสยบให้ชายใดง่ายๆ ปิดท้ายด้วยเค น้องเล็กดีกรีผู้กำกับชื่อดังที่ใช้ความรักเป็นดั่งพันธนาการจองจำมดแดงไว้กับเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์แบบสต็อกโฮล์มซินโดรมที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของพวกเธอ เมื่อความใกล้ชิดกับซาตานร้ายทำให้ค้นพบความปรารถนาที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้วงจรแห่งความแค้นและการครอบครองอันเบ็ดเสร็จ
ภาพปกนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้เธอต้องกลายเป็นเพียงลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดของชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนซาตานร้ายในคราบมนุษย์ ทุกย่างก้าวของชีวิตเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื้อมมือที่พร้อมจะบีบให้แหลกคลาอก หรือจะคลายเพื่อมอบสัมผัสอันแสนรัญจวนใจที่ยากจะต้านทานไหว ท่ามกลางเกมแห่งความใคร่ที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย เธอไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งใดนอกจากต้องเผชิญกับพายุพิศวาสที่เขาเป็นผู้ควบคุมแต่เพียงผู้เดียว ท้ายที่สุดแล้วหัวใจที่บอบบางดวงนี้จะพังทลายลงหรือจะมอดไหม้ไปกับความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับหนุ่มผู้เย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะพ่อพาเมียน้อยคราวลูกอย่าง นับดาว เข้ามาเริงรักในบ้านอย่างไม่เกรงใจ นับดาวสาวสวยผู้หิวกระหายความสุขสบายพยายามปั่นหัวให้พ่อของสไนเปอร์หย่าขาดจากภรรยาหลวง โดยใช้จริตมารยาปรนเปรอสวาทจนชายวัยคราวพ่อหลงจนโงหัวไม่ขึ้น แม้สไนเปอร์จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอาย แต่เธอกลับจ้องมองเขาด้วยความเสน่หาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอ ความแค้นที่สไนเปอร์มีต่อหญิงแพศยาผู้ทำลายครอบครัวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อน เมื่อเขาตัดสินใจจะลากเธอลงนรกด้วยน้ำมือของเขาเองในฐานะทาสสวาทที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายอย่างสาสม
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ภาพปกนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคต้องเผชิญกับภาวะพิษเงินที่กัดกินร่างกาย ติลลี่ในฐานะลูน่ากลับเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเลือดเย็น เธอทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารขอยกเลิกสัญญาคู่ครองต่อหน้าเขา แม้นิคจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของอัลฟ่าผู้เกรงขามลงมาคุกเข่าอ้อนวอนกอดขาเธอไว้พร้อมคำสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เป็นภาระ และขอเพียงแค่เธอไม่ทิ้งเขาไป แต่ความเจ็บปวดและท่าทีที่ดูต่ำต้อยราวกับสุนัขของเขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ ติลลี่ยังคงยืนกรานเจตนารมณ์เดิมอย่างโหดร้ายด้วยการลากเขาไปต่อหน้ารูปปั้นเทพธิดาจันทรา พร้อมข่มขู่ว่าหากเขาไม่ยอมยุติพันธสัญญาคู่ครองในครั้งนี้ เธอจะเป็นฝ่ายร้องขอให้เทพธิดาช่วยถอนคำอธิษฐานของเขาให้สิ้นซากไปเอง

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED