ตอน 2

“ถ้าอย่างนั้นมาทำงานกับลุงไหม ลุงกำลังอยากได้ผู้ช่วยเลขาฯ อยู่พอดี”

ประโยคนั้นของอยุทธ์ทำให้ดวงตากลมโตสีนิลมณีพราวระยับขึ้นด้วยความดีใจ เรียวปากรูปกระจับอมชมพูเป็นธรรมชาติยิ้มแย้มออกมาจนปรากฏลักยิ้มเล็กๆ บนพวงแก้มทั้งสองข้าง

“คุณลุงพูดจริงๆ เหรอคะ”

“จริงสิ ลุงเคยล้อปุ้มเล่นด้วยเหรอ” ชายสูงวัยพยักหน้าพร้อมกับยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ขอบคุณค่ะคุณลุง ปุ้มดีใจที่คุณลุงให้โอกาสแบบนี้” เสียงหวานใสเอ่ยพลางยกมือขึ้นไหว้อย่างซาบซึ้งต่อความเมตตาของบุรุษสูงวัยผู้นี้ที่มีให้ตนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“แล้วพร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ”

“พร้อมเสมอค่ะคุณลุง ปุ้มร้อนวิชาจะแย่อยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นมาทำงานกับลุงพรุ่งนี้เลยนะ”

“ได้ค่ะ” ใบหน้าสวยหวานของวิโรษณาเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาด้วยความดีใจ “ถ้าครูแก้วรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะ งั้นปุ้มกลับก่อนนะคะ จะได้รีบไปบอกข่าวดีให้ครูแก้วฟังด้วย”

“เดี๋ยวลุงให้คนขับรถไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง ปุ้มกลับรถเมล์เองดีกว่า” หญิงสาวบอกอย่างเกรงใจและไม่อยากให้ใครเขม่นเอา พอคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าที่สดใสก็เจื่อนลงเล็กน้อย

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” อยุทธ์ถามยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันควันของสาวน้อย

“แล้วคนอื่นจะคิดว่าปุ้มใช้เส้นเข้ามาทำงานหรือเปล่าคะ” วิโรษณาถามในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวลออกไป

“เข้ามายังไงไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าปุ้มจะทำให้คนอื่นเห็นว่าเรามีประสิทธิภาพพอที่จะทำงานที่นี่ได้หรือไม่ต่างหาก”

“ขอบคุณค่ะคุณลุงที่ให้ข้อคิด ปุ้มสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้ใครมาว่าได้” 

“ต้องอย่างนี้สิ” อยุทธ์กล่าวอย่างพอใจ “ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นเจอกันนะ เดี๋ยวลุงแวะไปหา มีเรื่องอยากจะคุยกับครูแก้วแล้วก็ปุ้มด้วย”

“ค่ะคุณลุง ปุ้มลาเลยนะคะ” วิโรษณาเอ่ยลาและยกมือขึ้นไหว้อยุทธ์อีกครั้งก่อนจะออกจากห้องนั้น

สาวน้อยยิ้มให้เลขานุการหน้าห้องของอยุทธ์ก่อนจะก้าวไปตามทางเดินซึ่งปูพรมไว้อย่างเรียบหรูเพื่อไปยังลิฟต์ บรรยากาศของชั้นนี้ไม่พลุกพล่านหรือวุ่นวายเหมือนชั้นอื่นๆ คนทำงานมีไม่ถึงสิบคนซึ่งล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูงและเลขานุการของผู้บริหารแต่ละคนเท่านั้น 

แม้จะผ่านไปหลายนาทีแล้วแต่วิโรษณาก็ยังตื่นเต้นไม่หาย เพราะนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะได้มาทำงานที่นี่จริงๆ แล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าสวยหวานก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงมองชุดของตัวเองอีกครั้ง เธอมีชุดแบบนี้อยู่ไม่กี่ชุดถึงแม้มันจะดูเรียบร้อยและสะอาดสะอ้านแต่ก็ยังดูกะโปโลและมอซอเกินกว่าที่จะสวมใส่มาทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ล้วนแต่มีนักธุรกิจระดับแนวหน้ามาติดต่ออย่างธนากิจกรุ๊ป ลำพังตัวเองไม่เท่าไหร่ เพราะวิโรษณาไม่เคยตีค่าคนด้วยเครื่องแต่งกายอยู่แล้วแต่เกรงว่าลุงอยุทธ์ของเธอจะขายหน้าไปด้วย 

วิโรษณาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกกับตัวเองว่าให้ทนใส่ไปก่อน ได้เงินเดือนเมื่อไหร่ค่อยเจียดไปซื้อใหม่ก็แล้วกัน สาวน้อยเดินคิดอะไรคนเดียวกระทั่งถึงทางเลี้ยวที่จะไปยังลิฟต์ ทว่าเท้าเล็กๆ ที่กำลังก้าวฉับๆ ต้องชะงักกึกเมื่อมีร่างสูงตระหง่านของใครคนหนึ่งยืนจังก้าขวางทางเอาไว้จนเธอเกือบจะชนโครมเข้ากับ 

“คุณภาคิม!” นัยน์ตาใสซื่อเสมือนลูกกวางน้อยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าเขาชัดเจน เธอจำเขาได้ดีแม้จะเคยเจอเขาไม่กี่ครั้งก็ตาม

ใช่เขาคือ...ภาคิม วัชรอาชา ลูกชายคนเดียวของอยุทธ์ วัชรอาชา เจ้าของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ใบหน้าของเขาช่างหล่อเหลาสะดุดตาชนิดที่เรียกว่าอิสตรีใดได้เห็นก็ต้องเก็บเอาไปฝัน ความสูงของเขาคงจะราวๆ หกฟุตเพราะยามยืนเผชิญหน้ากันแบบนี้วิโรษณารู้สึกว่าตัวเองเล็กกระจ้อยร่อยไปถนัดตา

อะไรบางอย่างบนใบหน้าทรงเสน่ห์ของเขาดึงดูดสายตาของวิโรษณาให้ต้องจ้องมองอย่างสำรวจ ดวงตาคู่คมยาวรีเป็นสีดำเช่นเดียวกับคิ้วดกหนาที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบขนานไปเป็นแนวยาว ประกายตาฉาบไว้ด้วยความหยิ่งทะนงบ่งบอกถึงนิสัยที่ถือตัวและเอาแต่ใจออกมาอย่างชัดเจน จมูกโด่งเป็นสันสวยรับกับริมฝีปากหยักลึก กรามแข็งแรงทั้งสองข้างมีไรเคราขึ้นเป็นแนวทำให้เจ้าตัวดูหล่อเหลาคมเข้ม ชวนให้จินตนาการถึงอัศวินนักรบที่นั่งอย่างองอาจอยู่บนหลังอาชาไนยตัวใหญ่

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแบบบุรุษชั้นสูงลอยฟุ้งพร่างพรมมาเตะจมูกโด่งเรียวอย่างอ้อยอิ่ง กลิ่นนั้นกระตุ้นให้หัวใจของวิโรษณาเต้นแรงระรัวขึ้นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หากทว่าความตื่นเต้นนั้นก็ค่อยๆ ลดลงกระทั่งร่างกายเริ่มแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหินไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าดวงตายาวรีคมเข้มที่กำลังจับจ้องมายังเธอฉายประกายความเกรี้ยวกราดออกมาอย่างชัดเจน 

“สวัสดีค่ะ” สาวน้อยยกมือขึ้นไหว้เขาตามมารยาทหลังจากตั้งสติได้ 

“มาอ้อนเอาอะไรจากพ่อฉันอีกล่ะ ที่พ่อฉันปรนเปรอให้ยังไม่พอหรือไง” นอกจากจะไม่รับไหว้แล้วภาคิมยังย้อนถามด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน 

“ดิฉันไม่เคยออดอ้อนเอาอะไรจากคุณลุงอย่างที่คุณว่านะคะ”

“แล้วมาทำไม อย่าบอกนะว่าแค่มากราบไหว้ผู้มีพระคุณโดยปราศจากวัตถุประสงค์อื่น เพราะมันเหลือเชื่อ”

“ดิฉันมาที่นี่ก็เพราะคุณลุงเรียกให้มาพบ กรุณาอย่ามากล่าวหาดิฉันด้วยเรื่องที่ปราศจากข้อเท็จจริง” วิโรษณาตอบโต้ ถึงแม้เขาจะเป็นลูกชายของลุงอยุทธ์แต่ก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาดูถูกเธอตามอำเภอใจแบบนี้

แววตาเฉียบคมหรี่ลงมองท่าทางเชิดผยองของวิโรษณา เธอก็แค่เด็กในอุปการะของอยุทธ์ ไม่มีสิทธิ์มาแสดงอาการหยิ่งยโสใส่เขา ที่กล้าลำพองตัวแบบนี้คงคิดว่ามีบิดาของเขาให้ท้ายอยู่กระมัง!

“อย่ามาทำเชิดหน้ากลบเกลื่อนหน่อยเลย เธออาจจะตีหน้าใสซื่อหลอกพ่อฉันได้ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างฉันหรอก” เสียงเขากระด้างยิ่งขึ้นทันที

“นั่นมันก็แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ ดิฉันไม่สามารถบังคับความคิดของใครได้”

ตอน 3

“ความจริงเธอน่าจะพูดหวานๆ เอาอกเอาใจฉันสักหน่อยนะ เผื่อบางทีฉันอาจจะหลงเสน่ห์เธอขึ้นมาเหมือนพ่อของฉันบ้าง ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่ามารยาของเธอมันจะชั้นเลิศแค่ไหน พ่อฉันถึงหลงหัวปักหัวปำเช้าถึงเย็นถึง...”

“เสียใจค่ะ ดิฉันจะพูดจาไพเราะและเอาอกเอาใจเฉพาะคนที่พูดจาดีปฏิบัติดีกับดิฉันเท่านั้น” 

คางเล็กๆ เชิดขึ้นอย่างทระนง ภาคิมช่างร้ายกาจนัก ปากคอเราะรายเป็นที่สุดผิดกับอยุทธ์ราวกับไม่ใช่พ่อลูกกัน

“เผอิญว่าฉันไม่ชอบถูกขัดใจซะด้วยสิ” เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีก จนสาวน้อยรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีพจรของตนเต้นแรงอย่างสับสนขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“ดิฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาเอาใจคุณ”

“อวดดี!” ภาคิมสบถออกมาอย่างโมโห

“คุณว่างงานมากหรือไงคะถึงมีเวลามาหาเรื่องระรานคนอื่นแบบนี้ กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ดิฉันจะรีบกลับ”

“แล้วถ้าฉันไม่หลีกเธอจะทำไม” น้ำเสียงของภาคิมยังคงแข็งกร้าวระคนท้าทาย “ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมวิโรษณาว่าผู้หญิงอย่างเธอใช้อะไรมัดใจพ่อฉัน พ่อฉันถึงได้ติดใจเธอขนาดนี้ แต่ถ้าจะให้เดาคงจะเป็นลีลาที่เร่าร้อนใช่ไหม”

ฉาด!

ฝ่ามือเล็กๆ กระทบลงบนใบหน้าหล่อคมจนหันสะบัด ไม่กี่วินาทีรอยนิ้วมือของเธอก็ปรากฏบนซีกแก้มด้านนั้น วิโรษณายืนตกตะลึงกับการกระทำของตัวเองอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตะเบ็งเสียงปากคอสั่นใส่เขา

“คุณดูถูกฉันได้ แต่คุณไม่ควรจะดูถูกคุณลุง”

ภาคิมหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาวาวโรจน์ ลำแขนแข็งแรงสอดพรวดเข้าที่เอวเล็กอย่างว่องไว แล้วร่างอรชรก็ถูกกระชากเข้ามากอดไว้ทันที 

“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันขอพิสูจน์หน่อยก็แล้วกัน”

“คุณจะทำอะไร!” 

วิโรษณาอุทานออกมาอย่างตกใจ รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาจากการระเบิดโทสะของเขา ใบหน้าสวยหวานรีบผงะหนี แต่มือแข็งแรงข้างหนึ่งของภาคิมยกขึ้นสอดเข้าที่ท้ายทอยของเธอบังคับให้อยู่นิ่ง ก่อนจะกระแทกริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนเรียวปากสีอมชมพูแล้วบดจูบรุนแรงอย่างต้องการจะลงทัณฑ์ 

สาวน้อยถึงกับชาดิกไปทั้งร่างอยู่ชั่วขณะกับการกระทำที่ดิบเถื่อนจาบจ้วงของภาคิม ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำอะไรอุกอาจเช่นนี้ ร่างอรชรพยศแรงพร้อมทั้งพยายามเบี่ยงเบนใบหน้าหลบการจุมพิตสวาทของเขาอย่างหวาดผวา มือเล็กระดมทุบตีใส่อกแกร่งไม่ยั้งแต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยิ่งจูบรุนแรงขึ้น ตอนนี้ร่างกายของวิโรษณาขมึงเครียด ความปวดแปลบซึมแล่นไปทั่วทั้งริมฝีปากกับจุมพิตแสนป่าเถื่อนนั้น 

ภาคิมบดเบียดบีบบังคับให้สาวน้อยเผยอปาก จากนั้นลิ้นร้ายกาจปราดเปรียวก็แทรกเข้าไปกวาดกระหวัดทั่วโพรงปากนุ่มชื้นของเธอ ไล่เกาะเกี่ยวเอาลิ้นเรียวแล้วดูดดื่มด้วยความช่ำชอง วิโรษณากลับเต็มไปด้วยความเงอะงะไร้เดียงสา แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ เพราะตอนนี้สิ่งที่ภาคิมกำลังมุ่งมั่นคือลงโทษให้หญิงสาวหลาบจำว่าไม่ควรจะอวดดีกับเขา หากทว่าความหวานละมุนที่ได้รับกลับทำให้สัมผัสหยาบกระด้างก่อนหน้านี้เริ่มนุ่มนวลลงอย่างลืมตัว จุมพิตรุนแรงแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและปลุกเร้าจนร่างบางเริ่มอ่อนระทวยลงและยินยอมให้เขาจูบอย่างหมดปัญญาจะต่อต้าน

ลิ้นร้อนตักตวงเอารสชาติแปลกใหม่แสนบริสุทธิ์นั้นจนพอใจแล้วจึงผลักร่างบางออกห่างคล้ายรังเกียจขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน จนวิโรษณาเซนิดๆ เพราะยังไม่ได้ตั้งหลัก

“จำไว้นะคราวหลังอย่าคิดอวดดีกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอเจ็บยิ่งกว่านี้อีก!”  เสียงทุ้มต่ำและประกายตาคมเข้มของเขาข่มขู่หากทว่าความเกรี้ยวกราดลดลงไปจนแทบจะไม่หลงเหลือ 

วิโรษณาสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง น้ำตาหยดใสๆ เอ่อขึ้นมาคลอรอบดวงตาด้วยความโกรธและเจ็บใจที่ถูกเขารังแกเอาเหมือนเป็นผู้หญิงข้างถนน ใช่สินะ... สำหรับภาคิมแล้วเธอก็ไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่ง

ดวงตากลมโตซึ่งสุกสกาวอยู่เป็นเนืองนิตย์ถูกกลบด้วยม่านน้ำตา แม้ใบหน้าของเขาจะหล่อเหลาปานเทพบุตรแต่ริมฝีปากหยักลึกและแววตาที่เย่อหยิ่งเย็นชานั้นก็ให้ความรู้สึกโหดร้ายเหมือนโจรสลัดในทะเลก็ไม่ปาน 

“ถึงฉันจะเป็นเด็กที่ได้รับทุนจากธนากิจกรุ๊ป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถข่มเหงรังแกหรือทำอะไรกับฉันตามใจคุณก็ได้”

“เมื่อกี้เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันทำได้ หรือถ้ายังไม่ซึ้งจะลองอีกครั้งก็ได้นะ...” ร่างสูงยักไหล่แล้วย่างสามขุมเข้ามาใกล้ 

“อย่าเข้ามานะ!” เสียงใสตวาดแว้ด “คนร้ายกาจ ฉันจะฟ้องคุณลุงว่าคุณรังแกฉัน” 

“เชิญเลย แล้วอย่าลืมบรรยายด้วยล่ะว่าฉันจูบเธอดูดดื่มมากแค่ไหน”

“คุณภาคิม!” 

วิโรษณาผลักร่างหนาออกห่างแล้ววาดมือบางไปตามอากาศ หมายจะฟาดเปรี้ยงใส่หน้าเขาเต็มแรงเพื่อให้หายเจ็บใจอีกสักครั้ง หากทว่าครั้งนี้ภาคิมกลับว่องไวกว่า มือใหญ่คว้าหมับเอาข้อมือเล็กๆ ไว้ทันก่อนที่จะกระทบลงบนใบหน้าของตน

“ที่แท้เธอก็ชอบแบบตบจูบนี่เอง” ดวงตาคมกริบเสมือนนักล่าโลมไล้ร่างอรชรไปทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “แต่ขอโทษนะฉันไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนตบหน้าฉันมาก่อน ถ้าฉันอยากจูบฉันก็ต้องได้จูบ ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการโดนตบ!” 

หญิงสาวเม้มปากแน่น ประสานสายตาอย่างหาญกล้า “ฉันเกลียดคุณ คุณภาคิม”

“แล้วนึกว่าฉันพิศวาสเธอหรือไงวิโรษณา ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอก็หลอกได้แต่คนแก่ๆ อย่างพ่อฉันเท่านั้นละ เป็นไงล่ะได้ลิ้มลองรสจูบของฉันแล้ว ฉันคิดว่าคงจะทำให้เธอร้อนฉ่าได้ไม่น้อยกว่าพ่อฉันหรอกนะ หวังว่าคงไม่ติดใจจนแอบย่องทำอะไรกับผู้ชายคนอื่นลับหลังพ่อฉันหรอกนะ” ภาคิมยังคงเยาะหยัน ถ้อยคำที่เขาใช้ถากถางก็ยิ่งทำให้ความร้อนผ่าวแล่นพล่านขึ้นไปที่สองข้างแก้มของวิโรษณา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED