“อ่าส์”
“อือ”
เสียงกระเส่าจากความหฤหรรษ์ดังระงม ขณะที่จมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหลงใหล ปากหยักขบเม้มเนื้ออ่อนจนเกิดรอยรักสีกุหลาบ ลิ้นสากหนาลากไล้ทั่วใบหูงามอย่างหื่นกระหาย!
"เป็นไงพอเธอหรือเปล่า?"
"คุณยุ..." เสียงหวานครางกระเส่า ในขณะที่ความเร่าร้อนปัดป่ายไปทั่วผิวเนื้อ
"ถ้าฉันทำแบบนี้" ว่าเเล้วก็ถอนกายออก ก่อนเเช่นิ่งค้างไว้ "ชอบมั้ย?"
วายุกัดฟันถาม ขณะที่พยายามสะกดกลั้นความต้องการที่มีมากล้นให้กลับลงไป ดวงตาสีสนิมเหล็กกำลังจับจ้องคนใต้ร่างเขม็ง
“มันถึงใจเธอหรือเปล่า อ๊ะ!”
เสียงเข้มกระซิบถามอีก ขณะที่สะโพกสอบหยั่งกายลึกในช่องทางรัก ก่อนจะถอดถอนลำกายแกร่งแล้วโจนจ้วงกลับเข้าไปใหม่อย่างรุนเเรง!
ร่างสูงกระทำแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อความต้องการอันเเสนดิบเถื่อนไม่สามารถหยุดหยั้งได้
“อ๊ะ! คะ...คุณยุขา”
อลิสาครางลั่น เมื่อถูกเติมเต็มจนจุกเเน่น มือบางยกขึ้นคล้องรัดลำคอแกร่ง ก่อนจะพยายามกดจูบบริเวณปากหยักเพื่อระบายความเร่าร้อนที่มี
“เอาปากเธอออกไป ฉันรังเกียจ อ่าส์”
วายุรีบเบี่ยงหน้าหนี ขณะที่สะโพกสอบยังคงกระแทกกระทั้นสม่ำเสมอ เขารีบแกะมือเธอออกจากลำคอ ก่อนจะตรึงข้อมือบางไว้กับพื้นเตียง!
“อื้อ...กอดอลิซนะคะ กอด”
อลิสาร้องขออย่างไร้ความอาย เมื่อร่างสูงทำท่าจะผละออก สองขาเรียวรีบเกี่ยวรัดเอวสอบไว้แน่น ก่อนจะส่ายร่อนความสาวเข้าหาความแข็งขึงของเขา
“ร่าน”
วายุสบถเสียงดังลั่น สายตาเหยียดมองด้วยความสมเพช ก่อนจะจับร่างบางพลิกหันหลังให้ จากนั้นจึงดึงรั้งบั้นท้ายงามให้ลอยเด่นแล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าหาอย่างหนักหน่วง
“อ๊ะ!”
“อ่าส์ สุดยอด...”
เสียงเข้มหลุดรอดจากปากหยักอย่างเบาหวิว ใบหน้าคมเหยเก บิดเบี้ยวกับความคับแน่นที่เข้าได้ลึกกว่าเก่า
“อื้อ...”
เสียงหวานครางรับด้วยความรัญจวน ความเสียดเสียวที่จุดเชื่อมต่อช่วยลดความอยากจากฤทธิ์ยาลงไปได้บ้าง แต่มือบางต้องยังต้องจิกกำที่นอนแน่น นิ้วเท้าจิกเกร็ง ช่องทางรักเริ่มบอบช้ำ เมื่อร่างหนาถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ออมเเรง
“อื้อ คุณยุ...อลิซ มะ ไม่ไหว”
“ช่วยไม่ได้ เธอเลือกทางนี้เอง ยาหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ เธอก็จะได้พักเมื่อนั้น”
พูดไปสะโพกแกร่งก็จ้วงแทงช่องทางรักถี่ยิบ จนร่างบางต้องร้องลั่นด้วยความเจ็บ อลิสาสะบัดส่ายสะโพกมนสู้กับหน้าขาเขาอย่างบ้าคลั่ง เพราะฤทธิ์ยาในตัวเธอก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน!
“อ๊า...อลิซ มะ ไม่ได้ทำนะ”
หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่น ขณะที่สะโพกงามพยายามแอ่นอัดเปิดทางสะดวกให้กับเขา มือบางยกขึ้นเช็ดเหงื่อกาฬที่โทรมกายจากการร่วมรักเป็นเวลานานด้วยอาการสั่นระริก
“แล้วใครทำมันทำวะ! ในเมื่อเธอเป็นคนเอาเหล้าแก้วนั้นมาให้ฉัน อ่าส์”
“มะ...ไม่รู้ แรงๆ อื้อ...อลิซร้อน” เรือนกายสาวส่ายวน เมื่อความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยา ขับไล่ความกระหายออกมาจนทำให้อลิสาร้องขออย่างลืมอาย สะโพกงามพยายามแอ่นรับตัวเขาให้เข้ามาลึกสุด อากาศในห้องแม้จะเย็นเฉียบ แต่กลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในกายเธอได้
“หึ...ฉันไม่เชื่อ!” ถ้อยคำของวายุทำให้ร่างบางแทบน้ำตาตก แต่ในตอนนี้ความต้องการปลดปล่อยมีมากกว่า อลิสาจึงต้องหยัดกายขึ้น ก่อนจะบีบเคล้นทรวงอกงามของตัวเองอย่างเร่าร้อนเพื่อให้รอดพ้นความทรมานนี้เสียที
“อ่าส์...”
“โอว...ร้อนเเรงจริงแม่คุณ”
วายุร้องทัก ก่อนจะปัดมือเธอออกแล้วแทนที่มันด้วยฝ่ามือหยาบกร้านของตัวเอง พร้อมกับจมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอเนียนอย่างอดใจไม่ไหว
“อลิซร้อน อื้อ”
“ฉันก็ร้อน”
เขาคล้อยตาม เมื่อฤทธิ์ยาที่แล่นพล่านในร่างกายมีมากเกินกว่าจะรับไหว แม้เวลาจะผ่านไปสักพักแล้ว ลำกายแกร่งได้ปลดปล่อยออกไปบ้าง แต่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร่างบางที่แสนยั่วยวนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาหลงใหล แม้ว่าเขาจะเเสนชังเธอมากก็ตาม!
ทันทีที่ปลดปล่อยตัวเองออกจากห้วงแห่งความทรมานนี้ได้ สองร่างเปล่าเปลือยยังคงหอบแรง ลมหายใจยังกระเส่าหนัก ร่างสูงพลิกกายลงนอนด้านล่าง ขณะที่อีกคนพลิกกายหนีทันทีที่เป็นอิสระ พร้อมกับน้ำตาแห่งความเสียใจหลั่งไหลไม่ขาดสาย
“ฮือ...”
แม้จะผ่านไปสักพัก แต่อารมณ์ของวายุยังไม่คงที่มากนัก ลมหายใจยังคงสะท้อนแรง สายตาคมเหลือบมองเรือนร่างเเสนเย้ายวนที่นอนหันหลังให้ ก่อนที่จะอดใจไม่ไหว มือหนาแตะลงช่วงเอวกิ่วอย่างแผ่วเบา
“อื้อ...”
อลิสาสะดุ้งเฮือกพร้อมกับถดกายหนีทันที มือหนาชะงักงัน หัวคิ้วคมขมวดมุ่น เมื่อความโกรธขึ้งแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ
“ทำไม? เล่นตัวเพื่ออะไร?”
เสียงเข้มกระชากถามทันที วายุรีบดึงรั้งร่างบางให้หันมาประจันหน้าเขาอย่างเต็มแรง
“ทีเมื่อกี๊ยังร้องเอาๆ แถมอ้าขาให้ฉันอยู่เลย แล้วตอนนี้จะมาเล่นตัวเพื่ออะไร”
“ทุเรศ! อย่าคิดว่าทุกคนจะเหมือนผู้หญิงของคุณสิ”
เสียงหวานตะคอกลั่น น้ำตาเอ่อคลอด้วยความน้อยใจ ขณะที่วายุขบกรามเเน่น ดวงตาคมส่อประกายแข็งกร้าว
“อย่ายุ่งเรื่องของฉัน”
“ทำไมคะ ผู้หญิงคนนั้นวิเศษมาจากไหน แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้หรือไงกัน”
“หุบปาก!” วายุตะคอกลั่น ก่อนจะพลิกกายทาบทับร่างบางในทันที มือหนาออกแรงตรึงข้อมือบางเธอกระทั่งจมหายลงไปในที่นอน อลิสาถึงกลับสลดในชะตากรรมของตัวเอง แววตาสวยไหววูบจนร้อนผ่าว ปากอิ่มขบเม้มจนสั่นระริก ต่อให้หน้าด้านแค่ไหนก็มีสะอึกกันบ้าง เพราะเธอก็มีหัวใจเหมือนกัน!
“หึ! รักมากสินะคะ รักมากจนถูกสวมเขา!”
อลิสาแค่นยิ้มอย่างขมขื่น ปากอิ่มยิ้มเยาะอย่างเห้ยหยัน แต่เพียงไม่นานใบหน้างามก็ต้องบิดเบ้ เมื่อมือหนาบีบปลายคางมนแน่น ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงเหี้ยมจนเธอผวา
“อย่าแส่!” วายุกัดฟันพูด สายตาคมเเข็งกร้าว
“ขอโทษนะ ที่ต้องหยาบคายใส่...เพราะบังเอิญ สันดานเธอก็ไม่ต่างกัน”
“จะ เจ็บ”
เธอเจ็บจนน้ำตาร่วง แววตาเขาตอนนี้มันช่างเลือดเย็นจนกลายเป็นคนที่เธอไม่เคยรู้จัก ร่างบางพยายามเเกะมือหนาออก แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหนักมือขึ้นมากเท่านั้น
อลิสามองเขาด้วยสายตาที่พร่ามัว หัวใจหล่อนเจ็บหนึบ ยิ่งสายตาคมที่จ้องมองราวกับจะเฉือดเฉือนหล่อนให้ขาดวิ่น หัวใจเธอแทบขาดรอน
“เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอทำ วางยาปลุกเซ็กส์ฉันยังไม่พอ ยังกล้าลามปามถึงลิลลี่อีก เธอไม่มีสิทธิ์! เข้าใจมั๊ยเธอไม่มีสิทธิ์!”
วายุกระชากเธอขึ้นจากที่นอน ก่อนจะเขย่าร่างบางจนหัวสั่นหัวคลอน
“อลิซไม่มีสิทธิ์! แล้วใครหน้าไหนมีสิทธิ์?” พูดไปก็น้ำตาร่วง อลิสารวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกเขาเต็มแรง จนเสียหลักเซถลาเกือบจะตกเตียงเสียเอง
“ในเมื่ออลิซเป็นเมียคุณ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็อยู่ได้แต่ตรงนั้น...ตรงที่เขาเคยอยู่ เขาไม่ได้มาไกลเท่าอลิซหรอก แล้วที่สำคัญ...เขาสวมเขาให้คุณและคุณก็รู้มานานแล้วด้วย! รู้ตัวมั๊ยคะ...ว่าคุณมันก็ควายดีๆ นี่เอง ที่ถูกเขาหลอกแล้วยังไม่พอ ต้องมาหลอกตัวเองอีก” ร่างบางตวาดลั่นทั้งน้ำตา แม้จะเจ็บจุกที่เขาไม่ใยดี แต่ไหนเลยจะเท่ากับว่า...เขาลดทอนความสำคัญของเธอจนแทบมองไม่เห็น
“เหนื่อยมั๊ยคะ? ที่ต้องหลอกตัวเอง ทั้งๆ ที่กินข้าวไม่ใช่หญ้า!”
“อลิสา!” วายุตวาดลั่น เขาพาลโมโหกระทั่งดึงผ้าห่มผืนหนาออก ก่อนขว้างมันทิ้งอย่างไร้ทิศทาง จากนั้นจึงกระชากข้อเท้าบางเข้าหาเต็มแรง
“โอ๊ย!”
“เจ็บใช่มั๊ย? จะได้รู้ว่าการที่เธอขยี้แผลในใจฉันมันเจ็บกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่า!” ร่างสูงตะคอกชิดใบหน้างามด้วยดวงตาแดงก่ำ ขอบตาเขาร้อนระอุด้วยความเจ็บใจที่ถูกขยี้ ก่อนที่จะระเบิดอารมณ์ทั้งหมดใส่จนเธอต้องหันหน้าหนี ระหว่างเธอกับเขาเหมือนมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ แม้ใครคนใดคนหนึ่งเเตะเเรงเกินไป ความสัมพันธ์ที่แสนบางเฉียบนั้นอาจจะขาดทันทีโดยไม่รีรอ
อลิสานั่งร้องไห้จนน้ำตาท่วมหน้า มือบางรีบไขว่คว้าหาผ้าห่มมาคลุมกาย ดวงตากลมโตที่ฉ่ำแฉะและบอบช้ำนั้นตัดพ้อเขาผ่านม่านน้ำตากลายๆ
วายุต้องสะบัดหน้าหนี กรามแกร่งขบกัดจนเป็นสันนูน มือหนากำจิกเข้าหากันเพื่อระงับอารมณ์ไม่ให้พลั้งมือทำร้ายเธอเข้า อลิสาพูดถูกทุกอย่าง เขามันโง่...ที่ยอมเป็นควายทั้งที่รู้ว่าคนรักสวมเขาให้ กี่ครั้งที่เขาเป็นฝ่ายยื้อและกี่ครั้งที่เขาต้องเป็นฝ่ายที่เจ็บปวด ไม่ว่ารักครั้งไหน...ก็ไม่เคยสมหวังสักครั้ง