เฉี่ยนโลว่พยายามชำระล้างร่อยรองสัมพันธ์สวาทเมื่อคืนออก แต่ก็ไม่เป็นผล ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธแค้น เธอเสียพรหมจรรย์อันล้ำค่า ที่เธอเก็บไว้ไม่ยอมแม้จะมอบให้เจิ๋อหมิงไปเสียแล้ว แถมเธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ! ที่แย่ไปกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้ป้องกัน
“เฉี่ยนโลว่เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ อายุก็ปาเข้าไป 22 แล้ว ทำอะไรลงไปเนี่ย! ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นจนได้”
เธอจะบอกเรื่องนี้ให้เจิ๋อหมิงฟังได้ยังไง? เธอจะแก้ตัวกับพ่อว่ายังไง ที่หายไปจากบ้านทั้งคืนอย่างนี้? เธอไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เพราะไม่มีกระเป๋าถือติดตัวมา เธอคิดว่าคนใช้ของเธอคงเก็บไว้ให้ เธอช่างน่าสงสารยิ่งนัก! ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด คือรีบ ๆ อาบน้ำ แล้วออกไปจากที่นี่โดยเร็ว
หลังอาบน้ำเสร็จ เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก เธอหยิบผ้าขนหนูมาห่อตัวไว้ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมาเป่าผมข้างนอก แล้วรีบออกจากโรงแรมไปด้วยชุดที่ผู้ชายคนนั้นจัดเตรียมไว้ให้
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็กลับเข้าไปยังห้องเดิม ทว่าเขากลับพบเพียงห้องที่ว่างเปล่า
กล่องนั้นถูกเปิดวางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงกลับไปแล้ว เขามองไปรอบ ๆ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า “ถึงหนุ่มโฮสต์ เรื่องเมื่อคืนมันคือความผิดพลาด ฉันหวังว่าคุณจะมีจรรยาบรรณมากพอ หากเราบังเอิญเจอกันอีก ให้เราทำเป็นไม่รู้จักกัน เอาตรง ๆ เลยนะ ฉันไม่ต้องการที่จะเจอคุณอีก! อีกเรื่อง ฉันให้ค่าตัวคุณ 1500 ถ้าได้เจอกันอีก ครั้งหน้าค่อยมาทวงฉันก็แล้วกัน! ลาก่อน!”
หนุ่มโฮสต์งั้นเหรอ? 1500? หนุ่มโฮสต์บำเรอสวาทเนี่ยนะ? จิ้นเหิงถึงกับตะลึง และรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก เขาขยำกระดาษในมือทิ้ง พลางหันไปมองตรงโซฟาที่ตั้งอยู่ด้านนอก คราบเลือดบนโซฟาสีขาวบ่งชัดว่าเมื่อคืนเป็นคืนแรกของหญิงสาว
ทว่าเธอกลับรีบหนีไปง่าย ๆ นี่เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่งั้นเหรอ?
เฉี่ยนโลว่รู้สึกไม่สบายตัวหลังเดินออกมาเจอแสงแดดที่ร้อนจัด เธอโบกแท็กซี่ก่อนจะขอยืมโทรศัพท์ของคนขับเพื่อโทรหาจื่อซี
จื่อซีเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เขาเป็นนักแข่งรถระดับโลก เขามีอายุ 24 ปีแล้ว ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะแข่งรถด้วยกัน
ตอนแรกเธอตั้งใจจะแวะไปหาเจิ๋อหมิง แต่ตอนนี้เธอได้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เธอไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเขายังไง
“สวัสดีครับ” จื่อซีรับสาย เสียงปลายสายดูยุ่ง ๆ กว่าปกติ
“ฉันเองนะ! พี่สาวคนสวยของเธอไง! เป็นอะไรไปเหรอ?” ถึงแม้เฉี่ยนโลว่จะอายุน้อยกว่า แต่เธอขอให้จื่อซีเรียกเธอว่าพี่สาว หลังได้ยินเสียงอีกฝ่าย จื่อซียกหูโทรศัพท์ออกเพื่อดูรายชื่ออีกครั้ง ก่อนจะถามว่า “เฉี่ยนโลว่เหรอ?”
“ใช่ฉันเอง! เกิดเรื่องนิดหน่อย ฉันทำกระเป๋าหาย เดี๋ยวฉันแวะเข้าไปหานะ ช่วยออกค่ารถให้ก่อนด้วย”
“ค่ารถเหรอ? นี่เธออยู่ไหน?” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องขึ้น
“เสียงนายดูแปลก ๆ นะ อีกสิบนาทีถึง มายืนรอฉันตรงข้างทางด้วย ไว้ค่อยคุยกัน”
หลังวางสาย เฉี่ยนโลว่เงยหน้าขึ้นขอบคุณคนขับแท็กซี่ ก่อนจะบอกที่หมายให้เขา แล้วเอนหลังลงเพื่อพักผ่อน
คนขับเปิดฟังวิทยุ “... ประธานบริษัทถูกไล่ออก หุ้นทั้งหมดของเขาถูกโอนไปให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน เท่ากับว่าอาชีพการงานที่รุ่งโรจน์ของเขาคงถึงคราวสิ้นสุดแล้ว ขณะนี้นักข่าวของเรากำลังลงพื้นที่ติดตามอยู่ค่ะ โปรดรอฟังข่าวต่อไป ขอบคุณค่ะ”
เฉี่ยนโลว่เอาแต่คิดย้อนถึงเรื่องเมื่อคืน เธอจึงไม่ได้สนใจฟังวิทยุเลย
ไม่กี่นาทีต่อมา รถแท็กซี่ก็จอดบริเวณข้างทาง จื่อซีที่ไว้ผมสั้นสีแดงรีบชิ่งจากแฟนสาว เพื่อลงมารอรับเฉี่ยนโลว่ทันทีที่วางสายจากเธอ ช่วงที่เขาจ่ายค่ารถสายตาเขาก็มองดูท่าทีของเฉี่ยนโลว่ ทว่ากลับไม่มีอะไรผิดปกติ เพียงแต่เธอดูเหนื่อย ๆ ก็เท่านั้น
ชัดเลยว่าเธอยังไม่ได้ยินข่าว “เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเหรอ?”
“รู้ได้ไง?” เฉี่ยนโลว่แสดงท่าทางตกใจอย่างปิดไม่มิด ด้วยกลัวว่าจื่อซีจะไปรู้อะไรมา
“เธอไม่ได้กลับบ้านจริงเหรอ? ” จื่อซีรีบจับมืออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะวิ่งลากไปขึ้นลิฟต์ เฉี่ยนโลว่สับสนเพราะวันนี้จื่อซีทำตัวแปลก ๆ
“มีเรื่องใหญ่จะบอก เธอ ใจเย็น ๆ ไว้นะ” ไม่ช้าไม่นานเธอก็ต้องรู้ข่าวอยู่ดี ที่สำคัญคือเธอต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้
“ฉันจะเปิดคลิปให้เธอดู เธอต้องใจเย็น ๆ โอเคไหม? ” หลังจากที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ จื่อซีก็พูดย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าตึงเครียด
“ให้ตายสิจื่อซี จะให้ดูคลิปอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย?” ปกติจื่อซีไม่ค่อยจะซีเรียส เขาไม่ค่อยแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
หรือว่าชายคนนั้นโพสต์คลิปเมื่อคืนออกไป?” ตายแล้ว จะโชคร้ายไปไหนเนี่ย!
“ฉันไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป ไม่รู้ว่า…” เฉี่ยนโลว่มองจื่อซีอย่างกังวล ป่านนี้เรื่องที่เธอไปนอนกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้คงกลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว น่าอับอายเป็นบ้า! ในหัวเฉี่ยนโลว่ตอนนี้มีแต่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
จื่อซีพาเธอนั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์ พลางเปิดคลิปวีดีโอที่เขานั่งดูซ้ำ ๆ หลายครั้ง ในคลิปมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งกำลังถือไมค์ไว้ในมือ
คลิปนี้เป็นภาพที่ไม่ได้ถ่ายจากห้องในโรงแรม เฉี่ยนโลว่จึงหยุดจิตนาการบ้า ๆ ของเธอ ดีแล้ว… คงจะเข้าใจผิดไปเอง ไม่นะ เดี๋ยว! นั่นมันหน้าบริษัทพ่อเธอนี่ นักข่าวไปรุมถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับพ่อของเธองั้นเหรอ?
“สวัสดีค่ะ ชาวเน็ตที่เคารพรักทั้งหลาย ดิฉันหลิวเจียห้วย จากสำนักข่าวเมืองตันโจว ดิฉันเพิ่งได้ข่าววงในมาว่านายลี่เซี่ยนเฉิง ประธานบริษัท ลี่ซื่อ กรุ๊ป ติดสินบน ยักยอกเงินทุนสาธารณะ ขายหุ้นทิ้ง แล้วก็ฟอกเงินด้วยค่ะ ตามมาดูพร้อม ๆ กันกับดิฉันเลยนะคะ”
พ่อ? ติดสินบนงั้นเหรอ? ยักยอกเงินทุนสาธารณะ? ขายหุ้น? ฟอกเงิน? “ไร้สาระทั้งเพ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแน่นอน” “พ่อของฉันเป็นคนซื่อสัตย์ ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่มีวันทำแบบนั้นแน่!” เฉี่ยนโลว่คิด
“ใจเย็น ๆ ไว้นะ ยังมีอีก” จื่อซีพยายามปลอบใจเธอ แต่ข่าวที่เธอได้รับกลับเป็นเรื่องแย่ลงไปอีก
“สวัสดีอีกครั้งค่ะ! ตอนนี้พวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกำลังก้มหน้าก้มตาประชุมกับอย่างเคร่งเครียดน่าดู บางครั้งข้างนอกนี่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันจากข้างในด้วยนะคะ ชัดเลยว่าเรื่องคงจบไม่สวยแน่ ๆ”
จากนั้นภาพในคลิปก็เปลี่ยนเป็นภาพประตูห้องประชุมถูกเปิดออกจากด้านใน ผู้บริหารระดับสูงที่เฉี่ยนโลว่เคยเจอมาก่อน เดินออกมาพร้อมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายรายที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ตามมาด้วยเจิ๋อหมิง ผู้จัดการใหญ่ของลี่ซื่อ กรุ๊ป ปิดท้ายด้วยรองประธานชีหยูนจง ลี่เซี่ยนเฉิงไม่ได้เดินตามออกมาด้วย
“เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านประธานลี่ลาออกไปแล้ว ผมจะเป็นคนรับช่วงบริษัทต่อเองครับ ขอบคุณทุกท่านที่คอยให้การช่วยเหลือ ขอบคุณครับ!” หยูนจง รองประธานบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ออกมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยสีหน้าไม่สู่จะดีนัก
จากนั้นบรรดานักข่าวก็พากันยกมือถามคำถาม เฉี่ยนโลว่รู้สึกราวกับตัวเธอกำลังจะลอยได้ พ่อของเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัทนี้มานานหลายสิบปี จู่ ๆ บริษัทก็ตกไปเป็นของลุงหยูนจงง่าย ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ? ลุงหยูนจงเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อเธอ ทั้งยังเป็นคุณพ่อของเจิ๋อหมิง เพื่อนวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังเป็นแฟนของเธอด้วย ตอนนั้นเองที่เธออดมองพวกเขาในทางแย่ ๆ ไม่ได้
“ช่วยไปส่งฉันที่บริษัทหน่อยนะ” หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็พูดออกมาเบา ๆ
จื่อซีปิดคอมพิวเตอร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเขาก็หยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะเดินลงไปยังที่จอดรถชั้นใต้ดินแล้วขับรถไปส่งเฉี่ยนโลว่ที่ลี่ซื่อ กรุ๊ป
ณ เวลานั้นเป็นช่วงกลางฤดูร้อนพอดี พอทั้งคู่มาถึง เฉี่ยนโลว่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ผิว ยิ่งอากาศร้อน เธอก็ยิ่งหงุดหงิด
หลังจากที่เธอเข้าไปยังห้องโถงของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เธอก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เพราะความเย็นภายในบริเวณห้องโถง
เมื่อเข้ามาบริเวณล็อบบี้ชั้นหนึ่งกับไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว เฉี่ยนโลว่เดินตรงไปขึ้นลิฟต์ แล้วกดลิฟต์ไปยังชั้นที่ 28 ซึ่งเป็นห้องทำงานของประธานบริษัท ทันทีที่เธอเดินออกมาจากลิฟต์ เธอก็ได้ยินเจิ๋อหมิงกำลังให้สัมภาษณ์ “อีกไม่นาน ผมกำลังจะหมั้นกับซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ กรุ๊ป ขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจ ขอบคุณจริง ๆ ครับ”
นี่เขากำลังจะ หมั้นกับฟู่ซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ ฯ อย่างนั้นน่ะเหรอ! ซินหยู? เพื่อนสนิทกว่า 11 ปีของเธอน่ะเหรอ?
เฉี่ยนโลว่รู้สึกเหมือนถูกระเบิดปาใส่หน้า จื่อซีที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาแทบจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายหมอนั่น
เฉี่ยนโลว่ดึงชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ เธอส่ายหัวให้เขาด้วยความอยากรู้ว่าเจิ๋อหมิงจะพูดอะไรต่อ
“คุณชีคะ เห็นเขาว่ากันว่าคุณกำลังคบหาดูใจอยู่กับลี่เฉี่ยนโลว่ ลูกสาวคุณลี่เซี่ยนเฉิงนี่คะ ทำไมตอนนี้ถึงมาประกาศหมั้นกับคุณฟู่ได้ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ”
เจิ๋อหมิงผู้ซึ่งได้รับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ตั้งแต่อายุเพียง 24 ปี เขาได้รับฉายาในแวววงชั้นสูงว่าเป็นหนุ่มโสดทองคำเลยทีเดียว ยังไม่รวมกับนิสัยที่อ่อนโยน และหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้เขาเป็นที่ไฝ่ฝันของบรรดาสาว ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ชอบเขาตั้งแต่แรก หรือไม่จริง?
“ใช่ครับ ผมเคยคบกับเธอ แต่เราเลิกกันไปนานแล้วครับ” เจิ๋อหมิงตอบบรรดาสื่อมวลชนด้วยท่าทีที่สุภาพ น้ำเสียงนุ่มแลดูเป็นมิตร
ทว่าคำพูดของเขาเป็นเหมือนมีดที่กำลังกรีดลงกลางใจขอเฉี่ยนโลว่
อยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว หลังจากดื่มไวน์ที่เจิ๋อหมิงเป็นคนยื่นให้ และคนที่พาเธอเดินขึ้นลิฟต์ไปก็คือซินหยู
“ฮ่าๆๆๆ...” ระหว่างที่นักข่าวกำลังซูมกล้องเข้าไปใกล้ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เสียงนั้นดังมากจนทุกคนในห้องได้ยิน
ทุกคนหันกลับมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าเสียงหัวเราะนั้นมาจากหญิงสาวที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
“เฉี่ยนโลว่! นั่นลี่เฉี่ยนโลว่! ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของลี่เซี่ยนเฉิง!” นักข่าวผู้ช่ำชองจำเฉี่ยนโลว่ได้ ทันใดนั้น นักข่าวคนอื่น ๆ ต่างก็กรูกันเข้ามา เพื่อต้องการสัมภาษณ์เธอ
สีหน้าของเจิ๋อหมิงดูไม่ค่อยดีนักหลังเห็นเฉี่ยนโลว่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่บริษัทได้? เธอหายไปไหนมา หลังจากดื่มไวน์แดงแก้วนั้น? เจิ๋อหมิงไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือร่างกายของเธอ ซึ่งเมื่อคืนเขาก็เกือบจะได้มันไปครอบครองอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เขาละไปทักทายเซี่ยนเฉิง เขาก็คลาดสายตาจากเธอไป ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ โธ่ เอ้ย!
“หัวเราะทำไมเหรอคะคุณลี่”
“คุณรู้เรื่องประธานบริษัทลี่บ้างไหมครับ?”
“ช่วยบอกสาเหตุการเลิกลากันระหว่าคุณกับคุณชี ผู้จัดการใหญ่หน่อยได้ไหมคะ? ”
บรรดานักข่าวต่างพากันยิงคำถาม เฉี่ยนโลว่ไม่ได้ละสายตาไปมองคนอื่นเลย นอกจากจ้องตรงไปยังเจิ๋อหมิงด้วยความไม่พอใจ เธอมองเขาราวกับเขาเป็นศัตรู
เขาไม่ได้อธิบายอะไรเลย เธอจึงได้ข้อสรุปว่า เจิ๋อหมิงกับพ่อของเขาตั้งใจจะแย่งบริษัทนี้ไปจากพ่อของเธอ ก่อนจะทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี มิหนำซ้ำเขายังประกาศหมั้นกับเพื่อนสนิทของเธออีกด้วย
เรื่องนี้เธอโทษใครไม่ได้ เพราะจื่อซีก็เคยเตือนเธอไว้แล้วว่าซินหยูดูไม่ค่อยหน้าไว้วางใจ แต่เธอก็ไม่ฟังเขา
“อยากรู้เรื่องอะไรกันเหรอคะ? ฉันยินดีที่จะบอกทุกเรื่องค่ะ เหตุผลที่เราเลิกกันน่ะเหรอ? พวกคุณรู้ไหมคะฉันให้ฉายาเขาว่าอะไร ชีสามวิ! ถูกแล้วค่ะ เรื่องบนเตียง เขาอั้นได้แค่สามวินาทีเท่านั้น ดูดีแค่ภายนอก ส่วนฟู่ซินหยูก็แอบหักหลังฉัน พวกเขาแอบกินกันหลับ ๆ ตั้งแต่เขายังไม่เลิกกับฉัน ตอนนี้พวกเขาร่วมมือกันใส่ร้ายพ่อฉัน ยึดบริษัทนี้ไป ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับพวกเขา เราขาดกัน!”
แค่ช่วงไม่กี่วินาทีที่เฉี่ยนโลว่พูด ทุกคนในห้องต่างพากันเอามือขึ้นปิดปาก เจิ๋อหมิงจ้องมาที่เธอด้วยใบหน้าเหยเก ที่เธอพูดมา มีแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้นที่เป็นความจริง นี่เธอมีหน้ามาเรียกฉันว่าชีสามวิงั้นเหรอ? ทั้งคู่คบกันมานานถึงสามปี เขาน่าจะจัดการเธอให้จบ ๆ แสดงให้เธอเห็นว่าเขาอึดได้เพียงสามวิจริง ๆ หรือเปล่า
“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดีครับ เฉี่ยนโลว่ แต่ว่าการที่คุณมาพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ หลักฐานมัดตัวลุงลี่ อย่างชัดเจน คุณพ่อผมกับผมก็ผิดหวังเหมือนกัน ส่วนซินหยู…” เจิ๋อหมิงปรับอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ เฉี่ยนโลว่ก็เดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท ด้วยความช่วยเหลือจากจื่อซี เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาด้วยซ้ำ
บรรดานักข่าวจึงต้องหันกลับไปสนใจเจิ๋อหมิงอีกครั้ง
ณ ห้องทำงานประธานบริษัท
จื่อซีไม่ได้เดินเข้ามาด้วย เขายืนรออยู่ข้างนอกแทน
เฉี่ยนโลว่ผลักประตูเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้อง เซี่ยนเฉิงนั่งหลับตา เอามือกุมไปที่ขมับ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง
“พ่อคะ...”
“เฉี่ยนโลว่ มาแล้วเหรอ” เซี่ยนเฉิงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรอยยิ้มของเขาดูเศร้าหมองยิ่งนัก
“พ่อคะ อย่าเศร้าไปเลย พ่อยังมีย่า มีหนูอยู่นะคะ” เฉี่ยนโลว่พยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด แต่เมื่อเธอหันไปเห็นผมหงอกบนศีรษะของบิดา เธอถึงกับทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา
ตอนนั้นเองที่เธอตระหนักได้ว่าเธอช่างเป็นลูกอกตัญญูยิ่งนัก พ่อเธอทำงานหนักเพื่อให้เธอได้ใช้จ่ายอย่างสบาย แต่ไม่มีสักครั้งที่เธอจะทำอะไรเพื่อตอบแทนท่าน
“เฉี่ยนโลว่ลูกพ่อ ต่อไปนี้พ่อไม่มีอะไรจะให้ลูกได้อีกแล้ว” เซี่ยนเฉิงก้มหน้าดูข้อมูลในรายงานคอมพิวเตอร์ เขารู้สึกราวกับกำลังโดนมีดกรีดแทงหัวใจอยู่
“พ่อคะ หนูไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น หนูขอแค่ให้หนูได้อยู่กับคุณพ่อ และคุณย่า หนูก็มีความสุขมากแล้วค่ะ” เฉี่ยนโลว่เดินตรงเข้าไปหาพ่อของเธอ ก่อนจะโผกอดผู้ชายคนที่คอยดูแลปกป้องเธอมาตั้งแต่เกิด
เมื่อเห็นลูกสาวเข้าใจสถาการณ์เป็นอย่างดี เซี่ยนเฉิงก็รู้สึกดีขึ้น เขาเอามือตบไปที่หลังมือของลูกสาวเบา ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้า ๆ เก็บของแล้วเดินออกจากห้องไป
เซี่ยนเฉิงกับเฉี่ยนโลว่เดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกัน ตอนออกมา เจิ๋อหมิงได้กลับไปแล้ว บรรดานักข่าวยังคงปักหลักรอทั้งคู่อยู่ ทันทีที่เห็นเซี่ยนเฉิง พวกเขาก็รีบกรูกันเข้ามา
“คุณลี่คะ มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องที่โดนกล่าวหาบ้างไหมคะ? ”
“คุณชีหยูนจงแจ้งมาว่า หากคุณลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท บริษัทจะไม่เอาผิดคุณ คุณคิดว่ายังไงคะ?”
“ท่านประธานลี่ครับ…”
เซี่ยนเฉิงยังไม่อยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความที่เฉี่ยนโลว่ไม่อยากเห็นพ่อต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้ เธอจึงออกโรงปกป้องพ่อ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ทำไมพวกคุณถึงต้องบังคับให้พ่อฉันยอมรับในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำด้วยล่ะคะ? เขาถูกคนเลวพวกนั้นใส่ร้าย เราจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อให้ได้สักวัน”
“คุณลี่คะ คุณหยูนจงเขาเป็นคนไม่ดีอย่างที่คุณบอกจริง ๆ เหรอคะ?” นักข่าวคนหนึ่ง อยากจะหาประเด็นไปเขียนข่าว เขาได้จับเอาคำพูดของเธอมาเป็นประเด็นหลัก
“ฉันว่าฉันพูดออกไปชัดเจนดีแล้วนะคะ สักวันความจริงจะปรากฎ” แม้เธอจะไม่มีความรู้ทางด้านธุรกิจเลย แต่เฉี่ยนโลว่ไม่เคยกลัวใคร เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพ่อของเธออย่างเด็ดขาด ลุงหยูนจง เจิ๋อหมิง ซินหยู แล้วเราจะได้เห็นดีกัน! ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของหญิงสาวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่ก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย
“ท่านประธานครับ บริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เปลี่ยนมือแล้ว เรายังจะเข้าไปซื้อบริษัทตามที่วางแผนไว้ไหมครับ” ผู้ช่วยหยูนฉี่กำลังตรวจสอบเอกสารข้อมูลที่ได้รับมา ทุกอย่างราบรื่นดี เว้นแต่เรื่องที่มีการเปลี่ยนเจ้าของ