ตอน 1

ณ โรงแรมห้าดาวเพนนินซูล่าในเมืองตันโจว

งานเลี้ยงวันเกิดปีที่ 22 ของลี่เฉี่ยนโลว่จบลงแล้ว ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึกสด เธอเริ่มเดินโซซัดโซเซ

หลังจากขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นแปด ฟู่ซินหยูได้กุมมือของเฉี่ยนโลว่ไว้แน่นเธอจะไม่ยอมให้เฉี่ยนโลว่ไปนอนบนเตียงของชีเจิ๋อหมิงเป็นอันขาด

หลังตัดสินใจแน่วแน่ เธอดึงเฉี่ยนโลว่ให้เดินไปทางห้องริมสุดทางเดิน บริเวณหน้าห้องมีพนักงานรูมเซอร์วิสเพิ่งเข้าไปทำความสะอาดและกำลังจะเดินออกไป

“เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งปิดประตู นี่ห้องเพื่อนฉันเอง ฉันกำลังจะเข้าไปหาเขาพอดี” พนักงานรูมเซอร์วิสเข็นรถเดินจากไปโดยไม่ได้สงสัยใด ๆ

ซินหยูมองลอดไปตรงช่องประตู เห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังสวมชุดคลุมอาบน้ำอยู่ เธอคิดว่าเขาคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

‘ขอแค่เป็นผู้ชายก็พอ!’ เธอผลักเฉี่ยนโลว่เข้าไปในห้อง ๆ นั้นอย่างเต็มแรง ก่อนจะจัดแจงปิดประตูห้องทันที

ซินหยูเงยหน้าขึ้นกวาดสายตาหากล้องวงจรปิด โชคเข้าข้างเธอที่ห้องนั้นอยู่ในมุมอับพอดี

หลังจากจัดทรงผมที่หยักศกของเธอเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังห้องชุดอีกห้อง โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภายในห้องที่มืดสลัว เฉี่ยนโลว่ที่ยังมึน ๆ ตกใจหลังเห็นชายหนุ่มตรงหน้าหันมามองเธออย่างไม่วางตา

เธอกลัวจนตัวสั่น เมื่อเห็นสายตาที่เย็นชาของเขา

เธอแค่รู้สึกไม่สบายตัว แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ เธอเดินเซเข้าไปหาเขา เธอรู้สึกต้องการอะไรบางอย่าง แต่กลับคิดไม่ออกว่าต้องการอะไร

“ออกไป!” ซือจิ้นเหิงตะเพิดเสียงดัง เมื่อยื่นห่างกันไม่ถึงสามเมตร ทำให้เขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น

ช่างทำผมมืออาชีพบรรจงถักผมยาวสลวยสีดำของหญิงสาวเป็นเปียวิจิตรงดงาม เน้นท่วงท่าสง่างามของเธอให้โดดเด่นขึ้นมาอีกทวีคูณ ชุดเดรสสีขาวที่เธอสวมใส่เผยให้เห็นรูปร่างที่ได้สัดส่วน และคอเรียวระหงอย่างสง่างาม

กระโปรงแหวกข้างประดับประดาไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ ส่องประกายวิบวับ เผยให้เห็นขาที่เรียวยาวของเธอ

รองเท้าส้นสูง 3 นิ้วประดับเพชรช่วยเสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่น และมั่นใจ

เธอเตะรองเท้าส้นสูงรุ่นลิมิเต็ดของเธอออก อย่างไร้มารยาท ชายหนุ่มที่ยืนห่างออกไปหนึ่งเมตรเห็นใบหน้าที่แดงก่ำอย่างผิดสังเกตของเธอ

“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเลย ขอน้ำเย็น ๆ สักแก้วได้มั้ยคะ” เฉี่ยนโลว่พยายามเตะรองเท้าส้นสูงอีกข้างออก

ในที่สุด เธอก็ใช้มือซ้ายถอดรองเท้าส้นสูงสำเร็จ ก่อนโยนไปไกลถึงสามเมตร ขณะที่มือขวาเอื้อมไปคว้าคอชายหนุ่มตรงหน้าไว้

แค่ได้กลิ่นจาง ๆ ของน้ำหอมของเธอ ใคร ๆ ก็รับรู้ได้ว่าหญิงสาวใส่น้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก ที่ทำจากกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกลิลลี่สีขาว

เธอดูงดงามตั้งแต่หัวจรดเท้า แม่สาวไอโซคนนี้เข้าห้องผิดเหรอ ? เป็นไปได้เหรอ?

จิ้นเหิงดึงมือนุ่มที่คล้องคอของเขาออกโดยไม่ลังเล ก่อนจะลากเธอไปที่ประตู

เฉี่ยนโลว่ทรงตัวไม่อยู่ ล้มลงไปบนพรมสีขาว โดยใช้มือข้างหนึ่งคว้าเขาเอาไว้

นี่มันอะไรกัน? จิ้นเหิงเริ่มหมดความอดทน เขาสะบัดมือออกแล้วตั้งใจจะโทรหาพนักงานของโรงแรม

ทันทีที่เขายกหูโทรศัพท์ขึ้น เฉี่ยนโลว่ก็ยืนขึ้นมาโดยที่เขาไม่ทันสังเกต เธอเดินมาโอบเอวเขาจากทางด้านหลัง

“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ช่วยฉันด้วยนะคะ” เสียงอ้อนวอนของเธอ ฟังแล้วช่างยัวยวนเหลือเกิน

เขาพูดขึ้นทามการความมืดว่า “ใครเป็นคนบอกคุณว่าวันนี้ผมจะกลับมาเมืองตันโจว ใครส่งคุณมา…” จิ้นเหิงวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมามองฝ่ายหญิงอย่างเขม็ง

ทว่าก่อนเขาจะพูดจบ เฉี่ยนโลว่ก็ผลักเขาล้มลงบนโซฟา แล้วขึ้นนั่งคร่อมเขา

“นี่คุณ ตอนนี้ฉัน ไม่สบายตัวเลย ฉันสั่ง ให้คุณช่วยฉันเดี๋ยวนี้!”

สั่งเขาเนี่ยนะ?

จิ้นเหิงพยายามสงบสติอารมณ์ เขาหัวเราะออกมา แล้วผลักอีกฝ่ายออกอย่างไม่ลังเล

ใช่ เขายอมรับว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่ใครก็ตามที่ส่งเธอมาคงประเมินเขาต่ำไป

“ผมจะพูดอีกเป็นครั้งสุดท้าย ออกไป!”

เฉี่ยนโลว่เดินโซซัดโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะประคองตัวเองได้ เธอแทบจะไม่ได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูด สิ่งเดียวที่เธอรู้ก็คือ เธอรู้สึกร้อนรุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นริมฝีปากบาง ๆ ที่มีเสน่ห์ของชายหนุ่ม

เธอรูดซิปที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของชุดออก ปลดให้ชุดร่วงลงไปกองกับพื้น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับร่างที่เปลือยเปล่า จิ้นเหิงเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะมีคู่แข่งที่เก่งมาก คน ๆ นั้นสามารถส่งผู้หญิงเสน่ห์แรงตรงหน้ามาให้เขาได้แบบนี้

แม้จะยังไม่ค่อยได้สติเท่าไหร่ เฉี่ยนโลว่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายพยายามไล่เธอ เธอพยายามเข้าหาชายคนดั่งกล่าวอีกครั้ง

ชายหนุ่มไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

“โอ๊ย ใครกันที่ทำร้ายฉัน? โธ่ เอ๊ย!”

จิ้นเหิงรู้สึกแปลกใจกับความไม่ประสีประสาของหญิงสาว จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะให้ช้าลง และเปลี่ยนลีลาอยู่หลายครั้ง

เขาไม่ได้เมตตาเธอเลยแม้แต่น้อย

กระทั่งรุ่งสางทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไป

ในขณะที่แสงแดดกำลังสาดส่อง

ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปลุกเฉี่ยนโลว่ให้ตื่นขึ้น เธอลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย มือควานหาผ้าห่มขึ้นมาคลุม เพื่อที่จะได้นอนต่อ

เธอกวาดสายตามองไปเห็นผ้าห่มกองอยู่บนพื้น

เดี๋ยวนะ! นี่มันอะไรกัน ทำไมเธอถึงปวดเนื้อปวดตัวแบบนี้? แล้วทำไมเธอถึงมานอนอยู่ในโรงแรม?

เธอลุกพรวด แล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะเห็นว่าบนพื้นห้องมีเสื้อผ้าของเธอ กับของใครก็ไม่รู้กองอยู่ เสื้อคลุมอาบน้ำเหรอ?

เธอสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความตกใจ เธอโตพอที่จะรู้ดีกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเมื่อคืน

แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อคืนนี้ซินหยูเป็นคนเดินขึ้นมาส่งเธอ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น? ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?

โธ่ เอ่ย! เธอจำอะไรไม่ได้เลย

เฉี่ยนโลว่นั่งอยู่คนเดียวบนเตียงใหญ่ด้วยอาการงงงวย เธอเกือบจะร้องไห้ออกมา

เธอลุกขึ้นจากเตียง พยายามก้าวขาที่ไร้เรี่ยวแรง ไปที่หน้าต่าง ก่อนที่จะเปิดม่านออก

แสงแดดที่ส่องเข้ามาบ่งบอกว่าสายมากแล้ว เธอเดาว่าน่าจะราว ๆ บ่ายโมงได้

เฉี่ยนโลว่ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับเธอ เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นว่าเธอยังคงอยู่ในโรงแรมเพนนินซูล่า วิวข้างนอกงดงามมาก ผ้าม่านโบกสะบัดตามสายลมที่พัดโชยเข้ามา พัดพากลิ่นหอมของดอกไม้เข้ามาด้วย ม่านสีชมพูปลิวไปตามแรงลม มันสวยมากจริง ๆ แต่เธอไม่มีอารมณ์มามัวชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามนี้

เธอคิดอะไรไม่ออกเลย จากนั้นเธอก็เอามือคลึงไปที่คิ้ว พลางถอนหายใจออกมา ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว จะพูดอะไรก็คงไม่มีประโยชน์

บนโต๊ะข้างเตียงมีกล่องบรรจุภัณฑ์สวยงามสองกล่องวางอยู่ เธอเปิดกล่องออก ในนั้นบรรจุชุดเดรสชีฟองสีขาว

เฉี่ยนโลว่กะว่าจะไปอาบน้ำ แล้วรีบออกไปจากโรงแรมนี้ให้เร็วที่สุด เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ ในนั้นมีข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงของผู้ชายวางอยู่ ของพวกนี้คงเป็นของผู้ชายคนนั้น

เธอส่ายหัวก่อนหันไปเปิดก๊อกอ่างอาบน้ำ หลังจากน้ำเต็มอ่าง เธอก็เดินลงไปแช่ตัว

“ผู้ชายคนเมื่อคืนเป็นใครกัน” เธอบ่นอุบ พยายามย้อนคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อคืน

ตอน 2

เฉี่ยนโลว่พยายามชำระล้างร่อยรองสัมพันธ์สวาทเมื่อคืนออก แต่ก็ไม่เป็นผล ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธแค้น เธอเสียพรหมจรรย์อันล้ำค่า ที่เธอเก็บไว้ไม่ยอมแม้จะมอบให้เจิ๋อหมิงไปเสียแล้ว แถมเธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ! ที่แย่ไปกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้ป้องกัน

“เฉี่ยนโลว่เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ อายุก็ปาเข้าไป 22 แล้ว ทำอะไรลงไปเนี่ย! ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นจนได้”

เธอจะบอกเรื่องนี้ให้เจิ๋อหมิงฟังได้ยังไง? เธอจะแก้ตัวกับพ่อว่ายังไง ที่หายไปจากบ้านทั้งคืนอย่างนี้? เธอไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เพราะไม่มีกระเป๋าถือติดตัวมา เธอคิดว่าคนใช้ของเธอคงเก็บไว้ให้ เธอช่างน่าสงสารยิ่งนัก! ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด คือรีบ ๆ อาบน้ำ แล้วออกไปจากที่นี่โดยเร็ว

หลังอาบน้ำเสร็จ เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก เธอหยิบผ้าขนหนูมาห่อตัวไว้ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมาเป่าผมข้างนอก แล้วรีบออกจากโรงแรมไปด้วยชุดที่ผู้ชายคนนั้นจัดเตรียมไว้ให้

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็กลับเข้าไปยังห้องเดิม ทว่าเขากลับพบเพียงห้องที่ว่างเปล่า

กล่องนั้นถูกเปิดวางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงกลับไปแล้ว เขามองไปรอบ ๆ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า “ถึงหนุ่มโฮสต์ เรื่องเมื่อคืนมันคือความผิดพลาด ฉันหวังว่าคุณจะมีจรรยาบรรณมากพอ หากเราบังเอิญเจอกันอีก ให้เราทำเป็นไม่รู้จักกัน เอาตรง ๆ เลยนะ ฉันไม่ต้องการที่จะเจอคุณอีก! อีกเรื่อง ฉันให้ค่าตัวคุณ 1500 ถ้าได้เจอกันอีก ครั้งหน้าค่อยมาทวงฉันก็แล้วกัน! ลาก่อน!”

หนุ่มโฮสต์งั้นเหรอ? 1500? หนุ่มโฮสต์บำเรอสวาทเนี่ยนะ? จิ้นเหิงถึงกับตะลึง และรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก เขาขยำกระดาษในมือทิ้ง พลางหันไปมองตรงโซฟาที่ตั้งอยู่ด้านนอก คราบเลือดบนโซฟาสีขาวบ่งชัดว่าเมื่อคืนเป็นคืนแรกของหญิงสาว

ทว่าเธอกลับรีบหนีไปง่าย ๆ นี่เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่งั้นเหรอ?

เฉี่ยนโลว่รู้สึกไม่สบายตัวหลังเดินออกมาเจอแสงแดดที่ร้อนจัด เธอโบกแท็กซี่ก่อนจะขอยืมโทรศัพท์ของคนขับเพื่อโทรหาจื่อซี

จื่อซีเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เขาเป็นนักแข่งรถระดับโลก เขามีอายุ 24 ปีแล้ว ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะแข่งรถด้วยกัน

ตอนแรกเธอตั้งใจจะแวะไปหาเจิ๋อหมิง แต่ตอนนี้เธอได้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เธอไม่รู้จะเผชิญหน้ากับเขายังไง

“สวัสดีครับ” จื่อซีรับสาย เสียงปลายสายดูยุ่ง ๆ กว่าปกติ

“ฉันเองนะ! พี่สาวคนสวยของเธอไง! เป็นอะไรไปเหรอ?” ถึงแม้เฉี่ยนโลว่จะอายุน้อยกว่า แต่เธอขอให้จื่อซีเรียกเธอว่าพี่สาว หลังได้ยินเสียงอีกฝ่าย จื่อซียกหูโทรศัพท์ออกเพื่อดูรายชื่ออีกครั้ง ก่อนจะถามว่า “เฉี่ยนโลว่เหรอ?”

“ใช่ฉันเอง! เกิดเรื่องนิดหน่อย ฉันทำกระเป๋าหาย เดี๋ยวฉันแวะเข้าไปหานะ ช่วยออกค่ารถให้ก่อนด้วย”

“ค่ารถเหรอ? นี่เธออยู่ไหน?” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องขึ้น

“เสียงนายดูแปลก ๆ นะ อีกสิบนาทีถึง มายืนรอฉันตรงข้างทางด้วย ไว้ค่อยคุยกัน”

หลังวางสาย เฉี่ยนโลว่เงยหน้าขึ้นขอบคุณคนขับแท็กซี่ ก่อนจะบอกที่หมายให้เขา แล้วเอนหลังลงเพื่อพักผ่อน

คนขับเปิดฟังวิทยุ “... ประธานบริษัทถูกไล่ออก หุ้นทั้งหมดของเขาถูกโอนไปให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน เท่ากับว่าอาชีพการงานที่รุ่งโรจน์ของเขาคงถึงคราวสิ้นสุดแล้ว ขณะนี้นักข่าวของเรากำลังลงพื้นที่ติดตามอยู่ค่ะ โปรดรอฟังข่าวต่อไป ขอบคุณค่ะ”

เฉี่ยนโลว่เอาแต่คิดย้อนถึงเรื่องเมื่อคืน เธอจึงไม่ได้สนใจฟังวิทยุเลย

ไม่กี่นาทีต่อมา รถแท็กซี่ก็จอดบริเวณข้างทาง จื่อซีที่ไว้ผมสั้นสีแดงรีบชิ่งจากแฟนสาว เพื่อลงมารอรับเฉี่ยนโลว่ทันทีที่วางสายจากเธอ ช่วงที่เขาจ่ายค่ารถสายตาเขาก็มองดูท่าทีของเฉี่ยนโลว่ ทว่ากลับไม่มีอะไรผิดปกติ เพียงแต่เธอดูเหนื่อย ๆ ก็เท่านั้น

ชัดเลยว่าเธอยังไม่ได้ยินข่าว “เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเหรอ?”

“รู้ได้ไง?” เฉี่ยนโลว่แสดงท่าทางตกใจอย่างปิดไม่มิด ด้วยกลัวว่าจื่อซีจะไปรู้อะไรมา

“เธอไม่ได้กลับบ้านจริงเหรอ? ” จื่อซีรีบจับมืออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะวิ่งลากไปขึ้นลิฟต์ เฉี่ยนโลว่สับสนเพราะวันนี้จื่อซีทำตัวแปลก ๆ

“มีเรื่องใหญ่จะบอก เธอ ใจเย็น ๆ ไว้นะ” ไม่ช้าไม่นานเธอก็ต้องรู้ข่าวอยู่ดี ที่สำคัญคือเธอต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้

“ฉันจะเปิดคลิปให้เธอดู เธอต้องใจเย็น ๆ โอเคไหม? ” หลังจากที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ จื่อซีก็พูดย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าตึงเครียด

“ให้ตายสิจื่อซี จะให้ดูคลิปอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย?” ปกติจื่อซีไม่ค่อยจะซีเรียส เขาไม่ค่อยแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา

หรือว่าชายคนนั้นโพสต์คลิปเมื่อคืนออกไป?” ตายแล้ว จะโชคร้ายไปไหนเนี่ย!

“ฉันไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป ไม่รู้ว่า…” เฉี่ยนโลว่มองจื่อซีอย่างกังวล ป่านนี้เรื่องที่เธอไปนอนกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้คงกลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว น่าอับอายเป็นบ้า! ในหัวเฉี่ยนโลว่ตอนนี้มีแต่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

จื่อซีพาเธอนั่งลงตรงหน้าคอมพิวเตอร์ พลางเปิดคลิปวีดีโอที่เขานั่งดูซ้ำ ๆ หลายครั้ง ในคลิปมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งกำลังถือไมค์ไว้ในมือ

คลิปนี้เป็นภาพที่ไม่ได้ถ่ายจากห้องในโรงแรม เฉี่ยนโลว่จึงหยุดจิตนาการบ้า ๆ ของเธอ ดีแล้ว… คงจะเข้าใจผิดไปเอง ไม่นะ เดี๋ยว! นั่นมันหน้าบริษัทพ่อเธอนี่ นักข่าวไปรุมถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับพ่อของเธองั้นเหรอ?

“สวัสดีค่ะ ชาวเน็ตที่เคารพรักทั้งหลาย ดิฉันหลิวเจียห้วย จากสำนักข่าวเมืองตันโจว ดิฉันเพิ่งได้ข่าววงในมาว่านายลี่เซี่ยนเฉิง ประธานบริษัท ลี่ซื่อ กรุ๊ป ติดสินบน ยักยอกเงินทุนสาธารณะ ขายหุ้นทิ้ง แล้วก็ฟอกเงินด้วยค่ะ ตามมาดูพร้อม ๆ กันกับดิฉันเลยนะคะ”

พ่อ? ติดสินบนงั้นเหรอ? ยักยอกเงินทุนสาธารณะ? ขายหุ้น? ฟอกเงิน? “ไร้สาระทั้งเพ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแน่นอน” “พ่อของฉันเป็นคนซื่อสัตย์ ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่มีวันทำแบบนั้นแน่!” เฉี่ยนโลว่คิด

“ใจเย็น ๆ ไว้นะ ยังมีอีก” จื่อซีพยายามปลอบใจเธอ แต่ข่าวที่เธอได้รับกลับเป็นเรื่องแย่ลงไปอีก

“สวัสดีอีกครั้งค่ะ! ตอนนี้พวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกำลังก้มหน้าก้มตาประชุมกับอย่างเคร่งเครียดน่าดู บางครั้งข้างนอกนี่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันจากข้างในด้วยนะคะ ชัดเลยว่าเรื่องคงจบไม่สวยแน่ ๆ”

จากนั้นภาพในคลิปก็เปลี่ยนเป็นภาพประตูห้องประชุมถูกเปิดออกจากด้านใน ผู้บริหารระดับสูงที่เฉี่ยนโลว่เคยเจอมาก่อน เดินออกมาพร้อมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายรายที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ตามมาด้วยเจิ๋อหมิง ผู้จัดการใหญ่ของลี่ซื่อ กรุ๊ป ปิดท้ายด้วยรองประธานชีหยูนจง ลี่เซี่ยนเฉิงไม่ได้เดินตามออกมาด้วย

“เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านประธานลี่ลาออกไปแล้ว ผมจะเป็นคนรับช่วงบริษัทต่อเองครับ ขอบคุณทุกท่านที่คอยให้การช่วยเหลือ ขอบคุณครับ!” หยูนจง รองประธานบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ออกมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยสีหน้าไม่สู่จะดีนัก

จากนั้นบรรดานักข่าวก็พากันยกมือถามคำถาม เฉี่ยนโลว่รู้สึกราวกับตัวเธอกำลังจะลอยได้ พ่อของเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัทนี้มานานหลายสิบปี จู่ ๆ บริษัทก็ตกไปเป็นของลุงหยูนจงง่าย ๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ? ลุงหยูนจงเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อเธอ ทั้งยังเป็นคุณพ่อของเจิ๋อหมิง เพื่อนวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังเป็นแฟนของเธอด้วย ตอนนั้นเองที่เธออดมองพวกเขาในทางแย่ ๆ ไม่ได้

“ช่วยไปส่งฉันที่บริษัทหน่อยนะ” หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็พูดออกมาเบา ๆ

จื่อซีปิดคอมพิวเตอร์ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเขาก็หยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะเดินลงไปยังที่จอดรถชั้นใต้ดินแล้วขับรถไปส่งเฉี่ยนโลว่ที่ลี่ซื่อ กรุ๊ป

ณ เวลานั้นเป็นช่วงกลางฤดูร้อนพอดี พอทั้งคู่มาถึง เฉี่ยนโลว่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ผิว ยิ่งอากาศร้อน เธอก็ยิ่งหงุดหงิด

หลังจากที่เธอเข้าไปยังห้องโถงของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เธอก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เพราะความเย็นภายในบริเวณห้องโถง

ตอน 3

เมื่อเข้ามาบริเวณล็อบบี้ชั้นหนึ่งกับไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว เฉี่ยนโลว่เดินตรงไปขึ้นลิฟต์ แล้วกดลิฟต์ไปยังชั้นที่ 28 ซึ่งเป็นห้องทำงานของประธานบริษัท ทันทีที่เธอเดินออกมาจากลิฟต์ เธอก็ได้ยินเจิ๋อหมิงกำลังให้สัมภาษณ์ “อีกไม่นาน ผมกำลังจะหมั้นกับซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ กรุ๊ป ขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจ ขอบคุณจริง ๆ ครับ”

นี่เขากำลังจะ หมั้นกับฟู่ซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ ฯ อย่างนั้นน่ะเหรอ! ซินหยู? เพื่อนสนิทกว่า 11 ปีของเธอน่ะเหรอ?

เฉี่ยนโลว่รู้สึกเหมือนถูกระเบิดปาใส่หน้า จื่อซีที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาแทบจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายหมอนั่น

เฉี่ยนโลว่ดึงชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ เธอส่ายหัวให้เขาด้วยความอยากรู้ว่าเจิ๋อหมิงจะพูดอะไรต่อ

“คุณชีคะ เห็นเขาว่ากันว่าคุณกำลังคบหาดูใจอยู่กับลี่เฉี่ยนโลว่ ลูกสาวคุณลี่เซี่ยนเฉิงนี่คะ ทำไมตอนนี้ถึงมาประกาศหมั้นกับคุณฟู่ได้ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ”

เจิ๋อหมิงผู้ซึ่งได้รับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ตั้งแต่อายุเพียง 24 ปี เขาได้รับฉายาในแวววงชั้นสูงว่าเป็นหนุ่มโสดทองคำเลยทีเดียว ยังไม่รวมกับนิสัยที่อ่อนโยน และหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้เขาเป็นที่ไฝ่ฝันของบรรดาสาว ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ชอบเขาตั้งแต่แรก หรือไม่จริง?

“ใช่ครับ ผมเคยคบกับเธอ แต่เราเลิกกันไปนานแล้วครับ” เจิ๋อหมิงตอบบรรดาสื่อมวลชนด้วยท่าทีที่สุภาพ น้ำเสียงนุ่มแลดูเป็นมิตร

ทว่าคำพูดของเขาเป็นเหมือนมีดที่กำลังกรีดลงกลางใจขอเฉี่ยนโลว่

อยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว หลังจากดื่มไวน์ที่เจิ๋อหมิงเป็นคนยื่นให้ และคนที่พาเธอเดินขึ้นลิฟต์ไปก็คือซินหยู

“ฮ่าๆๆๆ...” ระหว่างที่นักข่าวกำลังซูมกล้องเข้าไปใกล้ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เสียงนั้นดังมากจนทุกคนในห้องได้ยิน

ทุกคนหันกลับมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าเสียงหัวเราะนั้นมาจากหญิงสาวที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา

“เฉี่ยนโลว่! นั่นลี่เฉี่ยนโลว่! ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของลี่เซี่ยนเฉิง!” นักข่าวผู้ช่ำชองจำเฉี่ยนโลว่ได้ ทันใดนั้น นักข่าวคนอื่น ๆ ต่างก็กรูกันเข้ามา เพื่อต้องการสัมภาษณ์เธอ

สีหน้าของเจิ๋อหมิงดูไม่ค่อยดีนักหลังเห็นเฉี่ยนโลว่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่บริษัทได้? เธอหายไปไหนมา หลังจากดื่มไวน์แดงแก้วนั้น? เจิ๋อหมิงไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือร่างกายของเธอ ซึ่งเมื่อคืนเขาก็เกือบจะได้มันไปครอบครองอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เขาละไปทักทายเซี่ยนเฉิง เขาก็คลาดสายตาจากเธอไป ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ โธ่ เอ้ย!

“หัวเราะทำไมเหรอคะคุณลี่”

“คุณรู้เรื่องประธานบริษัทลี่บ้างไหมครับ?”

“ช่วยบอกสาเหตุการเลิกลากันระหว่าคุณกับคุณชี ผู้จัดการใหญ่หน่อยได้ไหมคะ? ”

บรรดานักข่าวต่างพากันยิงคำถาม เฉี่ยนโลว่ไม่ได้ละสายตาไปมองคนอื่นเลย นอกจากจ้องตรงไปยังเจิ๋อหมิงด้วยความไม่พอใจ เธอมองเขาราวกับเขาเป็นศัตรู

เขาไม่ได้อธิบายอะไรเลย เธอจึงได้ข้อสรุปว่า เจิ๋อหมิงกับพ่อของเขาตั้งใจจะแย่งบริษัทนี้ไปจากพ่อของเธอ ก่อนจะทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี มิหนำซ้ำเขายังประกาศหมั้นกับเพื่อนสนิทของเธออีกด้วย

เรื่องนี้เธอโทษใครไม่ได้ เพราะจื่อซีก็เคยเตือนเธอไว้แล้วว่าซินหยูดูไม่ค่อยหน้าไว้วางใจ แต่เธอก็ไม่ฟังเขา

“อยากรู้เรื่องอะไรกันเหรอคะ? ฉันยินดีที่จะบอกทุกเรื่องค่ะ เหตุผลที่เราเลิกกันน่ะเหรอ? พวกคุณรู้ไหมคะฉันให้ฉายาเขาว่าอะไร ชีสามวิ! ถูกแล้วค่ะ เรื่องบนเตียง เขาอั้นได้แค่สามวินาทีเท่านั้น ดูดีแค่ภายนอก ส่วนฟู่ซินหยูก็แอบหักหลังฉัน พวกเขาแอบกินกันหลับ ๆ ตั้งแต่เขายังไม่เลิกกับฉัน ตอนนี้พวกเขาร่วมมือกันใส่ร้ายพ่อฉัน ยึดบริษัทนี้ไป ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับพวกเขา เราขาดกัน!”

แค่ช่วงไม่กี่วินาทีที่เฉี่ยนโลว่พูด ทุกคนในห้องต่างพากันเอามือขึ้นปิดปาก เจิ๋อหมิงจ้องมาที่เธอด้วยใบหน้าเหยเก ที่เธอพูดมา มีแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้นที่เป็นความจริง นี่เธอมีหน้ามาเรียกฉันว่าชีสามวิงั้นเหรอ? ทั้งคู่คบกันมานานถึงสามปี เขาน่าจะจัดการเธอให้จบ ๆ แสดงให้เธอเห็นว่าเขาอึดได้เพียงสามวิจริง ๆ หรือเปล่า

“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดีครับ เฉี่ยนโลว่ แต่ว่าการที่คุณมาพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ หลักฐานมัดตัวลุงลี่ อย่างชัดเจน คุณพ่อผมกับผมก็ผิดหวังเหมือนกัน ส่วนซินหยู…” เจิ๋อหมิงปรับอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ เฉี่ยนโลว่ก็เดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท ด้วยความช่วยเหลือจากจื่อซี เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาด้วยซ้ำ

บรรดานักข่าวจึงต้องหันกลับไปสนใจเจิ๋อหมิงอีกครั้ง

ณ ห้องทำงานประธานบริษัท

จื่อซีไม่ได้เดินเข้ามาด้วย เขายืนรออยู่ข้างนอกแทน

เฉี่ยนโลว่ผลักประตูเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้อง เซี่ยนเฉิงนั่งหลับตา เอามือกุมไปที่ขมับ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง

“พ่อคะ...”

“เฉี่ยนโลว่ มาแล้วเหรอ” เซี่ยนเฉิงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรอยยิ้มของเขาดูเศร้าหมองยิ่งนัก

“พ่อคะ อย่าเศร้าไปเลย พ่อยังมีย่า มีหนูอยู่นะคะ” เฉี่ยนโลว่พยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด แต่เมื่อเธอหันไปเห็นผมหงอกบนศีรษะของบิดา เธอถึงกับทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา

ตอนนั้นเองที่เธอตระหนักได้ว่าเธอช่างเป็นลูกอกตัญญูยิ่งนัก พ่อเธอทำงานหนักเพื่อให้เธอได้ใช้จ่ายอย่างสบาย แต่ไม่มีสักครั้งที่เธอจะทำอะไรเพื่อตอบแทนท่าน

“เฉี่ยนโลว่ลูกพ่อ ต่อไปนี้พ่อไม่มีอะไรจะให้ลูกได้อีกแล้ว” เซี่ยนเฉิงก้มหน้าดูข้อมูลในรายงานคอมพิวเตอร์ เขารู้สึกราวกับกำลังโดนมีดกรีดแทงหัวใจอยู่

“พ่อคะ หนูไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น หนูขอแค่ให้หนูได้อยู่กับคุณพ่อ และคุณย่า หนูก็มีความสุขมากแล้วค่ะ” เฉี่ยนโลว่เดินตรงเข้าไปหาพ่อของเธอ ก่อนจะโผกอดผู้ชายคนที่คอยดูแลปกป้องเธอมาตั้งแต่เกิด

เมื่อเห็นลูกสาวเข้าใจสถาการณ์เป็นอย่างดี เซี่ยนเฉิงก็รู้สึกดีขึ้น เขาเอามือตบไปที่หลังมือของลูกสาวเบา ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้า ๆ เก็บของแล้วเดินออกจากห้องไป

เซี่ยนเฉิงกับเฉี่ยนโลว่เดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกัน ตอนออกมา เจิ๋อหมิงได้กลับไปแล้ว บรรดานักข่าวยังคงปักหลักรอทั้งคู่อยู่ ทันทีที่เห็นเซี่ยนเฉิง พวกเขาก็รีบกรูกันเข้ามา

“คุณลี่คะ มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องที่โดนกล่าวหาบ้างไหมคะ? ”

“คุณชีหยูนจงแจ้งมาว่า หากคุณลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท บริษัทจะไม่เอาผิดคุณ คุณคิดว่ายังไงคะ?”

“ท่านประธานลี่ครับ…”

เซี่ยนเฉิงยังไม่อยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความที่เฉี่ยนโลว่ไม่อยากเห็นพ่อต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้ เธอจึงออกโรงปกป้องพ่อ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ทำไมพวกคุณถึงต้องบังคับให้พ่อฉันยอมรับในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำด้วยล่ะคะ? เขาถูกคนเลวพวกนั้นใส่ร้าย เราจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อให้ได้สักวัน”

“คุณลี่คะ คุณหยูนจงเขาเป็นคนไม่ดีอย่างที่คุณบอกจริง ๆ เหรอคะ?” นักข่าวคนหนึ่ง อยากจะหาประเด็นไปเขียนข่าว เขาได้จับเอาคำพูดของเธอมาเป็นประเด็นหลัก

“ฉันว่าฉันพูดออกไปชัดเจนดีแล้วนะคะ สักวันความจริงจะปรากฎ” แม้เธอจะไม่มีความรู้ทางด้านธุรกิจเลย แต่เฉี่ยนโลว่ไม่เคยกลัวใคร เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพ่อของเธออย่างเด็ดขาด ลุงหยูนจง เจิ๋อหมิง ซินหยู แล้วเราจะได้เห็นดีกัน! ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของหญิงสาวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่ก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย

“ท่านประธานครับ บริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เปลี่ยนมือแล้ว เรายังจะเข้าไปซื้อบริษัทตามที่วางแผนไว้ไหมครับ” ผู้ช่วยหยูนฉี่กำลังตรวจสอบเอกสารข้อมูลที่ได้รับมา ทุกอย่างราบรื่นดี เว้นแต่เรื่องที่มีการเปลี่ยนเจ้าของ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED