ตอน 1

นิยายชุด เล่ม 1 เมื่อคุณหนูกลายเป็นนางร้าย

สายลมยามเย็นพัดผ่านผิวน้ำ สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ที่สระว่ายน้ำหลังบ้าน พิรดาเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างใช้ความคิด

เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าทำดีต้องได้ดีสิ เธอจะต้องใช้ความดีเอาชนะทุกอย่าง

ความอึดอัดในหัวใจที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกอัดอั้นเป็นอันมาก แต่ยังไม่ทันได้พักใจนาน ช่อพิกุลก็เดินเข้ามาหา เธอยิ้มบาง ๆ แต่แฝงความเย้ยหยันเอาไว้

“พี่กรเขาจะช่วยใครก่อนนะ ถ้าเราตกน้ำพร้อมกัน” ช่อพิกุลถามเสียงหวาน แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์กลับจ้องมองเจ้านายสาวด้วยความท้าทาย

พิรดาชะงัก หัวใจเหมือนโดนบีบรัดในทันที เธอไม่ทันได้ตอบหรือแม้แต่จะขยับหนี อีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาในทันที เพียงเสี้ยววินาที ร่างของเธอก็ถูกผลักเต็มแรง

ตูม! น้ำเย็นจัดห่อหุ้มร่าง เธอจมลงไปในทันที ตะคริวแล่นจากน่องขึ้นขาอย่างรวดเร็ว พิรดาดิ้นทุรนทุราย พยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ แต่ร่างกลับหนักอึ้ง

อีกด้านหนึ่ง ช่อพิกุลทำเสียงตกใจดังลั่น

“ช่วยด้วยค่ะ คุณพิผลักกุลตกน้ำ”

พิรดาสำลักน้ำ รีบเงยหน้าขึ้นร้องเสียงสั่น

“ชะ…ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วย”

เธอมองเห็นเงาคนวิ่งมาใกล้สระ พร้อมเสียงตะโกนของคนในบ้าน แต่ในสายตาเธอมีเพียงคนเดียวนั่นคือศิวกร

หัวใจเธอเต้นแรงเมื่อเห็นเขาวิ่งเข้ามา แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เขากลับโผเข้าหาช่อพิกุลที่ตกน้ำอยู่อีกด้าน

“กุลเป็นอะไรหรือเปล่า” ศิวกรประคองร่างของช่อพิกุลอย่างห่วงใย

พิรดาเห็นภาพนั้นชัดเจนราวกับถูกฉีกหัวใจทิ้ง น้ำตาเธอไหลผสมกับน้ำในสระ มือที่พยายามโผล่พ้นน้ำเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

เธอคิดเพียงอย่างเดียว หลายปีที่ผ่านมา ความผูกพันทั้งหมดที่มีอยู่ มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม

ในวินาทีสุดท้ายก่อนจมลงไป ความเศร้าแน่นอึดอัดในอกก็เอ่อล้น

พี่กรพี่ชายบุญธรรมที่เธอรัก เลือกช่วยคนอื่น ไม่ใช่เธอเลย เสียงของสายใช้แตกตื่น ดังระงมทั่วสวนหลังบ้าน แต่เสียงที่ดังกว่าทุกอย่างคือเสียงน้ำกระเซ็นดัง

“ตูม!” อีกครั้ง เมื่อคิรันกระโดดลงมาทันทีที่เห็นร่างของพิรดาจมหายไปใต้ผิวน้ำ

เขาว่ายเข้าไปหาด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

“พิ พิ” เสียงของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

เมื่อคว้าตัวเธอขึ้นมาได้ เขาอุ้มเธอขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล ก่อนจะรีบวางร่างไร้สติของเธอลงข้างสระ น้ำเย็นไหลเป็นทางจากเส้นผมและปลายมือของเธอ

“พิ ได้ยินฉันไหม ลืมตาสิ”

คิรันตะโกนลั่น มือสั่นจนมองเห็นได้ชัด

เขารีบกดลงบนอกของเธอ เพื่อปั๊มหัวใจ คิรันกลัวเสียจนลมหายใจขาดห้วง

“หายใจสิ ได้ยินไหม หายใจ ฟื้นสิพิ เธอห้ามเป็นอะไรไปนะ ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด” แต่ร่างของพิรดากลับนิ่งสนิท

คิรันกัดฟันแน่น ก่อนก้มลงผายปอด เสียงลมหายใจของเขาดังแข่งกับเสียงร้องไห้สะอื้นของสาวใช้รอบข้าง

“พิอย่าเป็นอะไรนะ ได้โปรด” เสียงเขาแผ่วลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตะโกนขึ้นมาอีกครั้งอย่างสิ้นหวัง

“ฟื้นสิพิ ได้โปรดฟื้นขึ้นมาที ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา ฉันจะยอมเธอทุกอย่าง ไม่แกล้งเธออีกต่อไปแล้ว”

เขาทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือสั่นขณะช่วยผายปอดให้เธอ ไม่ยอมหยุด แม้ร่างกายจะสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ น้ำตาไหลลงมาผสมกับหยดน้ำที่ติดอยู่บนแก้มของพิรดา

ในเวลาเดียวกัน ธีรศักดิ์กับพิมภัทรบิดามารดาของพิรดาวิ่งมาถึงสวนพอดี

“พิ!” เสียงของพิมภัทรแผดร้องอย่างตกใจ ส่วนธีรศักดิ์หน้าซีดเผือด รีบย่อตัวลงข้างลูกสาวในทันที

“เกิดอะไรขึ้น” เขาถามทั้งที่เสียงสั่น แต่คิรันไม่ละมือจากตัวพิรดาแม้แต่วินาทีเดียว

“ผม…ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาล พิมจมน้ำแต่ช่วยขึ้นมาแล้วยังไม่ฟื้น” คิรันอุ้มร่างพิรดาขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ไป ไปโรงพยาบาลเร็ว ๆ ยายพิ อย่าเป็นอะไรไปนะลูก” พิมภัทรพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“ฉันจะไม่ให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาดพิ ได้ยินไหมพิ”

ในขณะที่เขาวิ่งออกไป น้ำตาไหลพราก ความร้อนรนฉายชัดอยู่ในทุกลมหายใจ

พิรดาในสภาพวิญญาณที่หลุดออกจากร่างจ้องมองภาพนั้นด้วยความตะลึง ผู้ชายที่เธอคิดว่าเกลียดเธอมาตลอด กลับร้องเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแตกพร่าแบบนั้น

เขากลับกอดเธอเหมือนกลัวจะสูญเสียเธอไป เขาช่วยเหลือเธอเป็นคนแรกโดยการกระโดดน้ำลงไปในสระแบบไม่คิดชีวิต เขาพยายามช่วยเหลือเธอจนแทบคลั่งและขณะเดียวกัน ภาพของศิวกรที่ประคองช่อพิกุลยังฝังอยู่ในหัวใจของเธอ

คนที่เธอรักมาตลอด กลับไม่มองมาที่เธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ความจริงทำให้เธอเจ็บแปลบจนหัวใจสั่นไหว

ปกติคิรันขอบแกล้งเธอตั้งแต่เด็ก ชอบแหย่ ชอบยั่วโมโหให้โกรธ แต่ไม่นึกเลยจริงๆ ว่าท่าทีของเขาจะเป็นห่วงเธอขนาดนี้ นั่นทำให้เธอเพิ่งรับรู้ความในใจของคู่หมั้นที่เธอเกลียดแสนเกลียด

เสียงล้อรถเข็นดังลากยาวไปตามโถงโรงพยาบาล แสงไฟสีขาวซีดทำให้ทุกอย่างดูเย็นชาและห่างไกลจากความจริง คิรันวิ่งตามร่างของพิรดาที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินไปจนสุดหน้าประตู ก่อนจะถูกพยาบาลกันออกมา เขายืนหอบหายใจ อกกว้างกระเพื่อมเหมือนจะขาดใจตามคนที่อยู่ข้างในนั้น

ไม่กี่นาทีให้หลังแต่มันกลับยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์ประตูห้องถูกเปิดออก หมอก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตคุณพิรดาเอาไว้ได้ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ” โลกทั้งใบเงียบลงจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก คิรันเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดราวกับเลือดถูกสูบออกจากร่าง

“ไม่…ไม่นะ หมอ ช่วยเธออีกทีได้ไหม ทำไมถึง ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

เขากะพริบตาช้า ๆ ราวกับไม่เชื่อคำพูดนั้น แต่เมื่อพยาบาลเข็นร่างพิรดาออกมา วางบนเตียงข้างผนังขาวซีด ไร้ลมหายใจเข่าของคิรันก็ทรุดลงทันที ธีรศักดิ์เองก็ช็อกที่ลูกสาวจากไปแล้ว พิมภัทรถึงกับเป็นลมไปในทันที พยาบาลต้องเข้ามาช่วยปฐมพยาบาล

“พิ” เสียงเขาขาดห้วง ก่อนจะรวบร่างเธอเข้ามากอดไว้แน่น

“อย่าทิ้งฉันนะ ได้โปรดลืมตาสิ ลืมตาหน่อยเถอะ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอมาตลอด” เขาซบหน้าลงที่ไหล่ของเธอ สะอื้นอย่างไม่อายใคร

ข้างกันนั้น ธีรศักดิ์มองลูกสาวที่รักเหมือนแก้วตาดวงใจด้วยสายตาที่แตกสลาย

“เป็น…เป็นความผิดของกุลเองค่ะคุณหนูคงไม่พอใจอีกแล้ว กุลทำให้เธอโกรธเธอเลยผลักกุลตกน้ำ แต่คุณหนูก็พลาดตกน้ำไปด้วย”

ตอน 2

ช่อพิกุลก้มหน้าร้องไห้ ทำทีเหมือนกำลังเจ็บปวดสุดหัวใจ ทั้งที่ปลายริมฝีปากด้านในแอบยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น

กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเธอทำให้มันเสียไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่มีหลักฐานใดบอกความจริงได้อีก ศิวกรรีบเข้ามาประคองร่างของช่อพิกุลเอาไว้

“อย่าโทษตัวเองเลยกุล พิทำเกินไปจริง ๆ ทำร้ายคนอื่นกลับได้รับผลกรรมเสียเอง” คำพูดนั้นเป็นเหมือนมีดกรีดกลางใจ

คิรันเงยหน้าขึ้น แววตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเดือดพล่าน

“แกว่าอะไรนะ” เขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อศิวกรอย่างแรง

“พิตาย ตายเพราะแกไม่ช่วยเธอ”

“คินใจเย็นก่อน” ศิวกรยังพูดไม่ทันจบ หมัดของคิรันก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของศิวกรจนหงายหลังชนกับพื้นเต็มแรง

“ตอนเธอกำลังจะตาย แกวิ่งไปช่วยคนอื่น แกทำแบบนั้นได้ยังไงวะ แกเป็นพี่ชายที่เธอรักมากที่สุดนะ ทำไมแกถึงไม่ช่วยเธอ ทำไม” คิรันคำรามด้วยเสียงสั่น เขากำหมัดจนสั่น แต่ถูกดึงตัวออกไว้ได้ทันก่อนจะซ้ำอีกครั้ง

ศิวกรจับแก้มตัวเอง เลือดไหลซึมออกมา แต่เขายังมองช่อพิกุลที่ทำทีสั่นเทาเหมือนลูกนก

“พิทำตัวเองนะคิน เธอผลักกุลก่อน ยังไงก็ต้องรับผลกรรม” คำพูดนั้นทำให้ธีรศักดิ์หน้าตึง

“พิไม่ใช่คนแบบนั้น เธอในฐานะพี่ชายไม่รู้นิสัยของเธอเหรอ” ธีรศักดิ์เอ่ยถามลูกชายบุญธรรมอย่างเสียใจ รู้สึกผิดหวังเป็นอันมากที่คนในครอบครัวเข้าข้างคนนอก เขารู้จักนิสัยของลูกสาวดีว่าเป็นคนเช่นไร ตลอดมาที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายนั้นเพราะไม่มีหลักฐานจึงต้องให้เงินชดเชยสองแม่ลูกไป แต่เขาเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็ก รู้ดีว่าพิรดาไม่ใช่คนเลวร้ายที่จะอิจฉาริษยาหรือทำร้ายคนอื่นได้ โดยเฉพาะคนคนนั้นเป็นแค่ลูกแม่บ้านที่ไม่มีอะไรให้น่าอิจฉาเลยสักนิด

พิรดาในสภาพวิญญาณจ้องมองทุกคนด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน ทั้งเจ็บปวดและซึ้งใจในเวลาเดียวกัน อาจเพราะเธอได้เห็นว่าใครที่รักเธอที่สุด และใครที่ปรารถนาเธอที่สุดนั่นเอง เธอคงไม่มีโอกาสฟื้นคืนมาอีกแล้ว ได้แต่นึกเสียดายที่ตอนยังมีชีวิตอยู่เธอไม่ได้ทำดีกับคนที่รักเธอมากๆ แต่กลับไปทำดีกับคนที่ไม่เคยรักใคร่ห่วงใยเธอเลย คนคนนั้นก็คือศิวกร พี่ชายบุญธรรมที่เธอแอบหลงรัก ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง แต่เขากลับไปรักคนอื่น ไม่มีความรักความห่วงใยให้เธอเลย แถมยังไม่เชื่อใจเธออีก

เธอเห็นมารดาที่ฟื้นขึ้นมาร้องไห้จนตัวสั่น เห็นบิดาที่แข็งแกร่งมาตลอด วันนี้ทรุดลงเหมือนคนหมดแรง

เห็นคิรันที่เธอเคยเกลียด คิดว่าเขาชอบแกล้งและเกลียดเธอเช่นกัน วันนี้กลับสารภาพรักต่อเธอ ท่าทีเหมือนคนคลุ้มคลั่งเมื่อรู้ว่าเธอสิ้นใจแล้ว และเห็นศิวกรมองเธอด้วยความผิดหวัง เขาเชื่อว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหมดเป็นฝีมือของเธอ แม้เธอตะโกนเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครได้ยิน วิญญาณสาวได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความจริงที่ได้รับรู้

ช่อพิกุลก้มหน้า ริมฝีปากโค้งบาง ๆ ขึ้นอย่างเลือดเย็นในจังหวะที่ไม่มีใครเห็น ถ้าพิรดาตายทุกอย่างจะต้องเป็นของเธอ

ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของศิวกร ผู้ชายที่หลงกลเธอง่ายแสนง่าย และเมื่อแต่งงานกันชีวิตที่เธอใฝ่ฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อม ศิวกรเป็นลูกชายบุญธรรมหากไม่มีพิรดาทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของเขา และเธอเป็นคนรักของเขา เธอก็จะได้ครอบครองทุกอย่างที่พิรดาเคยมี เชิดหน้าชูตาอยู่ในตระกูลวัฒนกูลโดยที่ไม่มีใครกล้าดูถูกอีก

พิรดามองภาพทั้งหมดนั้นด้วยหัวใจที่ค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ ความจริงที่เธอมองไม่เห็นมาตลอดกำลังชัดเจนขึ้นทีละนิด

ใครที่รักเธอจริง ใครที่เสียใจจนแทบขาดใจเพราะเธอ และใครที่ไม่เคยมองเห็นความจริงในตัวของเธอเลยแม้แต่น้อย นี่คือครั้งแรกที่พิรดารู้ ว่าใครกันแน่ที่รักเธออย่างแท้จริง

บรรยากาศในห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เสียงร้องไห้ และความสิ้นหวังที่กดทับหัวใจของหลายคนเอาไว้เหมือนหินหนัก จนกระทั่ง ปลายนิ้วของพิรดาขยับเบา ๆ คิรันที่กอดร่างเธอแน่นสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองในทันที

“พิ พิ!!” เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาใสพร่ามัวเพราะน้ำตา และเพราะเพิ่งกลับมาจากความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่าฝันร้าย

“คะ…คิน” เสียงเธอเบาราวกระซิบ

ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คิรันตัวสั่นจนเห็นได้ชัด ก่อนเขาจะโผเข้ากอดเธอแน่นอีกครั้ง กอดเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปอีก

เขาซบหน้าลงบนไหล่ของเธอแล้วร้องออกมาเหมือนเด็ก ๆ

“พิ ฉันนึกว่าเธอ ฉันคิดว่าเธอไปแล้ว ฮึก…อย่าเป็นแบบนี้อีกนะ” น้ำตาของเขาไหลลงมาไม่หยุด เสียงสะอื้นดังชัดจนทั้งห้องเงียบกริบ

พิรดาพยายามยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เขา พลางยิ้มออกมา จากคู่กัดกลายเป็นคนที่รักเธอที่สุด ไม่น่าเชื่อ แต่เธอมีชีวิตกลับมาอีกครั้ง เธอจะไม่เดินพลาดอีก เมื่อครู่ตอนที่เธอกำลังโศกเศร้าอย่างที่สุด จู่ ๆ ก็รู้สึกวูบ ก่อนที่วิญญาณจะกลับเข้าร่าง ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“เสียใจขนาดนั้นเลยเหรอที่ฉันตายไป”

คิรันหน้าแดงวาบทันทีเหมือนโดนไฟลวก

“มะ…ไม่ได้เสียใจสักหน่อย ก็แค่…ก็แค่…เธอมัน…ทำให้คนอื่นตกใจไปหมด” เขาพูดตะกุกตะกักจนประโยคแทบจะกลายเป็นเสียงอ้อมแอ้ม

คนปากแข็งแบบเขาไม่เคยยอมรับเลยสินะว่าแอบชอบเธอ แต่เมื่อครู่ตอนรู้ว่าเธอไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว เขาสารภาพรักเธอ เธอได้ยินชัดเต็มสองหู แถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กน้อยอีก ภาพนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติเขาเป็นพวกกวนประสาท หน้าตาย ปากร้ายและขี้แกล้ง ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะได้เห็นเขาในสภาพคนใจสลายแบบเมื่อครู่

พิรดามองเขานิ่ง ๆ แล้วก็ยิ้มบาง ๆ ยิ้มที่มีทั้งความอบอุ่นและความเข้าใจ เพราะเธอได้ยินแล้วทุกคำสารภาพ ทุกเสียงร้องไห้

ชายที่เธอคิดว่าเกลียดเธอมาโดยตลอด รักเธอจนแทบขาดใจ มารดาของพิรดารีบเข้ามาจับมือบุตรสาว น้ำตาไหลพรากอย่างโล่งอก

“พิ แม่ดีใจเหลือเกินลูก” ธีรศักดิ์ยืนตัวสั่นก่อนจะก้มลงลูบศีรษะบุตรสาวเบา ๆ

“ลูกพ่อฟื้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวให้หมอตรวจอีกทีนะ นอนพักก่อน ห้ามลุกขึ้นเด็ดขาด”

พยาบาลหลายคนรีบกรูกันเข้ามาตรวจอาการด้วยความกังขา เพราะคนไข้เสียชีวิตไปแล้วนี่นา ฟื้นขึ้นมาได้ยังไง

จังหวะเท้าเร่งรีบ เสียงเครื่องมือดังแผ่ว เป็นสัญญาณว่าทุกคนพยายามช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ

ในมุมหนึ่ง ช่อพิกุลยืนหน้าซีดเหมือนเลือดหายไปจากร่างกาย ดวงตาสั่นระริกทั้งตกใจและไม่พอใจ ใบหน้าที่แกล้งเศร้าเมื่อครู่แทบปริแตก

ทำไมนังนั่นมันยังไม่ตาย ความคิดนั้นฉายชัดในดวงตาที่หลบซ่อนความเกรี้ยวกราด

ศิวกรยืนนิ่ง มองพิรดาที่ฟื้นขึ้นมาด้วยความตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน

เขาไม่กล้าเอ่ยคำตำหนิ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เพราะภาพที่เธอนอนแน่นิ่งเมื่อครู่ยังฝังอยู่ในหัว ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ช่วยเธอ

แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน ห้องพักฟื้นจึงอบอุ่นนุ่มนวลตา พิรดานอนพิงหมอนอยู่บนเตียง ส่วนข้าง ๆ คือคิรันที่หั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็ก ๆ อย่างตั้งใจผิดปกติ แม้ใบหน้าจะเรียบนึง แต่สายตากลับอ่อนโยนกว่าครั้งไหน ๆ

ตอน 3

“กินหน่อย จะได้มีแรง” เขาจัดการป้อนให้ พิรดายิ้มอ่อนโยนกับการกระทำของคนที่ปกติปากมอม ขี้แกล้งแบบเขา

“อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะ ไม่อยากอยู่คนเดียว”

คิรันหน้าแดงนิด ๆ แต่พยายามทำเป็นเฉย คิดถึงตอนที่ตัวเองร้องไห้ฟูมฟายก่อนหน้านี้ ถ้ายายตัวแสบบนเตียงรู้ว่าเขามีสภาพยังไง คงหัวเราะเยาะเป็นแน่ โชคดีที่เธอไม่เห็นเพราะสลบอยู่

“ก็ไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้ว” เขาตอบอย่างเขิน ๆ

บรรยากาศอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออก

ช่อพิกุลเดินเข้ามาพร้อมใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะคุกเข่าลงตรงปลายเตียงในทันที

“คุณหนูคะ กุลผิดเองค่ะ กุลทำให้คุณหนูไม่พอใจ กุลขอโทษ ฮึก…ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”

น้ำเสียงสั่นไหวเหมือนคนสำนึกผิดสุดหัวใจ แต่สายตาที่ก้มต่ำแอบเหลือบขึ้นมามองพิรดาด้วยแววคาดหวังให้เธอหลงกลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ศิวกรรีบก้าวเข้ามาประคองร่างบอบบาง

“อย่าโทษตัวเองเลยนะกุล พิผลักเธอตกน้ำก่อน เธอไม่ได้ผิด เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะกรรมตามสนอง” เขาหันมามองพิรดาด้วยแววตำหนิ

“พิ…เธอทำตัวเองนะ กรรมมันเลยตามทัน” แถมยังต่อว่าตามมาอีก

พิรดานิ่งอยู่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นเรียบ ๆ

“คินช่วยประคองฉันลงจากเตียงหน่อย”

คิรันชะงัก

“จะทำอะไรน่ะ”

“อยากลงจากเตียงหน่อย แต่ไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่” เธอตอบพลางยิ้มมุมปาก

คิรันมองเธออย่างสงสัย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือให้จับ ประคองเธอลงจากเตียงอย่างระมัดระวังราวกับเธอเป็นเป็นเจ้าหญิง พิรดาก้าวช้า ๆ ไปจนถึงหน้าช่อพิกุลที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงพื้น

เพียะ!!

เสียงตบสะท้านทั้งห้องจนทุกคนตะลึง ช่อพิกุลหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและความอับอาย ไม่คิดว่าจะโดนตบจนหน้าหัน ศิวกรรีบหันมาดุพิรดาในทันที

“พิ เธอทำบ้าอะไรนี่ ทำไมต้องกลั่นแกล้งกุลตลอดเลย นี่ก็ลงไม้ลงมืออีก”

พิรดายกคางขึ้นเล็กน้อย สายตาเย็นชาจนคนมองสะท้าน

“ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ทำ ใคร ๆ ก็หาว่าฉันทำ ทั้งที่ฉันพยายามอธิบาย พยายามทำดี แต่ไม่มีใครเชื่อ”

เธอก้าวเข้าไปใกล้ช่อพิกุลที่ยังตัวสั่น เพราะยังต้องแสดงละคร เลยโต้ตอบอะไรไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่อยากตบพิรดาเสียให้หน้าหันเช่นกัน

“งั้นต่อจากนี้ไป…ฉันจะ ‘ทำจริง เจ็บจริง’ แล้วล่ะ จะได้รู้ว่าถูกกลั่นแกล้งมันเป็นยังไง”

ช่อพิกุลหน้าซีดเป็นกระดาษ ส่วนศิวกรเองก็อึ้งจนพูดไม่ออก เขาอ้าปากจะต่อว่าอีก แต่พิรดาหันไปเรียกเสียงหวาน

“คิน พิเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน ไล่หมาแมวออกไปจากห้องให้หน่อย”

คิรันที่ยืนข้าง ๆ เหลือบมองศิวกรด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะพูดเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“ออกไปได้แล้ว พิจะพักผ่อน” ประโยคเดียวทำให้ทั้งศิวกรและช่อพิกุลต้องถอยออกไปอย่างเสียหน้า เพราะถึงยังอยู่ก็อาจจะมีเรื่องราวใหญ่โตได้

ประตูปิดลงเงียบสนิท ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ในห้องเดียวกัน

คนหนึ่งเพิ่งได้สติว่าต้องปกป้องตัวเอง อีกคนหนึ่งพร้อมจะปกป้องเธอจนสุดทาง

โถงทางเดินหน้าห้องพักฟื้นเงียบสงบ แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งเหมือนมีควันหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่ทุกตารางนิ้ว

ศิวกรประคองช่อพิกุลออกมาด้วยท่าทางห่วงใย มือใหญ่ลูบไหล่เธอเบา ๆ เหมือนปลอบเด็ก

“กุลไม่ต้องร้องนะ ไม่ใช่ความผิดของเราเลย พิอารมณ์ไม่ดีน่ะ เธอเพิ่งเจอเรื่องหนักมา อาจจะหงุดหงิดไปบ้าง แล้วพี่จะตักเตือนเธอเอง” อย่างน้อยเขาก็คิดว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่พิรดารักมากที่สุด รอให้เธออารมณ์ดีก็คงตักเตือนได้เหมือนเคย

ช่อพิกุลเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นระริก น้ำตาไหลเป็นสาย แต่ในแววตาลึก ๆ ของเธอมีแต่ความเจ็บใจและความโกรธแค้นที่ถูกตบแบบไม่ทันตั้งตัว

เธอซบลงกับอกของศิวกร ทำทีเหมือนหมดเรี่ยวแรง

“กุลมันก็แค่ลูกคนใช้ในบ้านค่ะพี่กร กุลจะพูดอะไรได้ ถึงโดนตบก็ต้องทน กุลผิดเองที่เกิดมาต้อยต่ำ ฮึก ๆ ฮือ ๆ” เสียงสั่นแบบฝืนสุด ๆ แต่กลับแทงใจชายหนุ่มอย่างแม่นยำ

ศิวกรรีบกอดหล่อนแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป

“อย่าพูดแบบนั้น กุลไม่ได้ผิดอะไรทั้งนั้น พินั่นแหละที่ทำเกินไป” ได้ผล ช่อพิกุลก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มร้ายที่กำลังค่อย ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปาก

ก่อนหน้านี้พิรดาอ่อนหวาน อ่อนโยน พูดอะไรไม่เคยสวนกลับ โดนใส่ร้ายก็พยายามแก้ตัวแบบกล้ำกลืน

ไม่เคยตบ ไม่เคยทำร้ายจริง ทำให้เธอควบคุมคนทั้งบ้านได้ง่ายดาย ใส่ร้ายว่านังนั่นกลั่นแกล้งทุกคนก็เชื่อ แต่ตอนนี้พิรดาที่ฟื้นขึ้นมากลับต่างออกไป

นิ่งเงียบ เย็นชา กล้าตบ กล้าสวนกลับ มันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย งั้นก็ต้องจัดการให้สิ้นซาก โดยใช้ผู้ชายคนนี้นี่แหละ

เธอบีบน้ำตาเพิ่ม เสียงสั่นสะอื้นหนักขึ้น

“กุลกลัวค่ะ กลัวคุณหนูจะทำร้ายกุลอีก แต่กุลก็ไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ อีกอย่างกุลอยากอยู่ดูแลรับใช้พี่กรค่ะ พี่กรมีบุญคุณกับกุลมาก”

เธอกำมือศิวกรไว้แน่นเหมือนเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย

ศิวกรมองหน้าช่อพิกุลด้วยความสงสาร ดวงตาเต็มไปด้วยความเวทนา แล้วพูดประโยคที่ทำให้ช่อพิกุลยิ้มอยู่ในใจ

“ต่อไปพี่จะจัดการกับพิเอง จะอบรมสั่งสอนเธอให้รู้ว่าต้องปฏิบัติกับคนอื่นยังไง ยังไงพิก็เป็นน้องสาว พี่จะไม่ยอมให้เธอมารังแกกุลอีกเด็ดขาด” หัวใจของช่อพิกุลเต้นแรงด้วยความสะใจ

ดี…ดีมาก…ถ้าเขาเข้าข้างเธอขนาดนี้ ต่อให้พิรดาฟื้นขึ้นมาแบบไหน ก็สู้เธอไม่ได้เหมือนเดิม

พิรดาตกหลุมรักพี่ชายบุญธรรมของตัวเอง นี่คือจุดอ่อนที่เธอจะใช้เล่นงานอีกฝ่าย ในเมื่อรักก็จะยอมทุกอย่าง

เธอซบหน้าเข้ากับอกศิวกรอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่รอยยิ้มเย้ยหยันกลับแผ่วผ่านริมฝีปากอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครทันเห็น ว่านี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการเริ่มเกมครั้งใหม่อีกครั้ง

ห้องพักพิเศษเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟอุ่นนุ่มสาดลงบนเตียงที่พิรดานอนอยู่ เธอเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นมากแล้ว และตอนนี้มีคิรันนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างแม้สักก้าวเดียว

บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเพิ่งออกไปพัก หลังจากพูดแซวเบา ๆ ว่า ฝากดูแลพิด้วยนะคิน ทิ้งให้ในห้องเหลือเพียงคนทั้งสอง และบรรยากาศหวาน ๆ ที่อบอวลอย่างปฏิเสธไม่ได้

พิรดาหันไปมองคิรันที่กำลังปอกแอปเปิลอยู่ เขารู้ว่าเธอชอบกิน ก็เลยชอบปอกไปด้วย

“คิน” เสียงเธอนุ่มจนคิรันสะดุ้งเล็กน้อย

“อะ…อะไร” เขาทำเสียงดุกลบเกลื่อน แต่หน้าแดงจาง ๆ โดนจับได้ง่ายมาก พิรดายิ้มละมุน เป็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยให้เขามาก่อน เพราะสมัยก่อนเธอกับเขาคือคู่กัดคนสำคัญ แยกเขี้ยวใส่กันตลอด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED