ตอน 2

หลังจากได้นอนพักอยู่สามวัน ร่างกายของคุณหนูใหญ่สกุลโจวก็แข็งแรงขึ้น เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกลับมาสดใสมากกว่าเดิม ชีวิตวัยเด็กของฉินเซี่ยหรูนั้นแสนน่าเบื่อ นางต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องที่สตรีต้องเรียนรู้ แต่พอได้กลับมาอยู่ในวัยนี้อีกครั้ง น้องสาวของนางกลับมิได้บังคับให้บุตรีต้องทำเรื่องที่น่าเบื่อเช่นเดียวกัน เรื่องนี้นางอดที่จะชื่นชมน้องสาวและน้องเขยมิได้ ที่เลี้ยงดูหลานทั้งสองของนางด้วยความรักและความเข้าใจ มากกว่าการบังคับให้ทำในสิ่งที่พวกตนต้องการ

“โอ้..หลานย่า เจ้าแข็งแรงขึ้นมากแล้วสิท่า” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามหลานสาววัยเจ็ดขวบที่เข้ามาคำนับนางถึงเรือนนอน พอได้สำรวจใบหน้าเล็กก็พอจะเดาออกว่าหลานสาวของนางมีอาการดีขึ้นมากแล้ว ดูจะสดใสมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

“หลานคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ… ยามนี้หลานแข็งแรงขึ้นมากแล้ว”

นางมิได้คุ้นชินกับฮูหยินผู้เฒ่าสกุลโจวแต่จากนี้ไปนางจะต้องทำความรู้จักทุกคนในจวนแห่งนี้ใหม่ เพราะว่านางมิใช่คนของเรือนนี้มาตั้งแต่เกิด มีเพียงน้องสาวอย่างฉินเซี่ยหรงเท่านั้นที่นางรู้จักอีกฝ่ายดีเพราะเป็นพี่น้องแท้ๆ ที่มีอายุห่างกันเพียงหนึ่งปี

“ดี…ดี… ไหนเข้ามาใกล้ๆ ย่าสิ” คนเป็นย่ากวักมือเรียกหลานสาวให้เข้ามาใกล้ ร่างเล็กจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆ ท่านย่า

“อืม…. ดูหน้าตาสดใสขึ้นมากจริงๆ มาลูกมา มาชิมขนมกุ้ยฮวา ย่าเพิ่งจะลงมือทำก่อนหน้าที่เจ้าจะมาเพียงหนึ่งเค่อเอง ยังร้อนๆ อยู่เลย” นางสำรวจใบหน้าของหลานสาวก่อนที่จะฉีกยิ้มออกมาแล้วเอ่ยชวนกินขนมตรงหน้าด้วยกัน

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านย่า” มือเล็กหยิบขนมขึ้นมากัดก่อนที่จะเคี้ยวแล้วกลืนลงคอไปอย่างเอร็ดอร่อย

คนเป็นย่าหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่เห็นว่าหลานสาวกินเก่งขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน เพียงเท่านี้ท่านก็มีความสุขมากแล้ว เพราะคนที่นางห่วงมากที่สุดในจวนก็คงจะเป็นหลานสาวคนโตของสกุลนี่แหละ ที่ร่างกายมิค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เกิด แต่หลังจากสลบไปสามวันนางก็ตื่นมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงขึ้นราวกับปาฏิหาริย์

“อี้ถง… ข้าอยากไปเดินเล่นรอบๆ จวนหน่อย เจ้าพาข้าไปได้หรือไม่” หลังจากนั่งเล่นอยู่ที่เรือนของท่านย่าครู่ใหญ่นางจึงขอตัวกลับเรือนของตน ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าก็มิได้รั้งตัวหลานสาวเอาไว้แต่อย่างใด เพราะเห็นว่าหลานสาวคงอยากจะพักผ่อน

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ แต่ถ้าเหนื่อยคุณหนูต้องนั่งพักก่อนนะเจ้าคะ”

อี้ถง สาวรับใช้ที่ดูแลโจวเจินเจินมาตั้งแต่ห้าขวบตอบออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น นางเข้าใจว่าคุณหนูใหญ่คงอยากจะเดินไปเยี่ยมชมสถานที่ในจวนแห่งนี้ เพราะตั้งแต่นางเติบโตมาจนอายุเจ็ดขวบ คุณหนูใหญ่ของนางก็อยู่แต่ในเรือนนอนเสียเป็นส่วนใหญ่

อี้ถงรู้เรื่องราวในจวนแห่งนี้เป็นอย่างดี ทำให้ฉินเซี่ยหรูรับรู้ว่าน้องสาวของนางมีความสุขกับครอบครัวที่นางเลือกเอง แตกต่างจากนางที่มีความทุกข์จนต้องตรอมใจตายก่อนวัยอันสมควร แต่เรื่องนี้นางมิได้โทษน้องสาว ที่เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะนางเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ ยามเมื่อท่านพ่อท่านแม่หาคู่ที่เหมาะสมมาให้ นางตกลงปลงใจโดยคิดว่าอยู่ไปก็รักกันเอง แต่สุดท้ายมันก็มิได้เป็นอย่างที่นางคิด

จวนสกุลโจวมีอยู่ทั้งหมดสี่เรือน เรือนใหญ่เป็นของโจวถงกวงและฮูหยินเอกอย่างฉินเซี่ยหรง เรือนกลางเป็นของฮูหยินรองฉีจินเหยาที่อาศัยอยู่กับบุตรชายวัยห้าขวบโจวเชินและบุตรีคนเล็กโจวเจินหลิงวัยสามขวบ เรือนสามเป็นของฮูหยินผู้เฒ่า และเรือนสี่เป็นของโจวเจินเจินบุตรีของภรรยาเอก โดยโจวเจินเจินได้แยกออกมาอยู่เรือนนี้เมื่อหกเดือนก่อน เพราะเรือนนี้อยู่ใกล้กับลำธาร บิดาคิดว่าการที่บุตรีได้มาอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจะทำให้สุขภาพร่างกายของนางแข็งแรงขึ้น แรกๆ ฉินเซี่ยหรงคัดค้านเพราะอยากให้บุตรสาวได้อยู่ใกล้ชิดกับนาง แต่พอได้ฟังความหวังดีของสามีจึงได้อนุญาตให้โจวเจินเจินย้ายมาอยู่ที่เรือนแห่งนี้เพราะสามีก็มิได้คิดจะรับอนุมาเพิ่มอีก

ฉินเซี่ยหรูใช้ชีวิตอยู่ในร่างของโจวเจินเจินได้อย่างราบรื่น นางแสร้งทำตัวเป็นเด็กให้สมกับวัย มิได้ทำตัวให้ดูเคร่งขรึมเช่นชาติภพก่อนที่ตนยังมีชีวิตอยู่ นางรู้ดีว่าชีวิตในชาติภพก่อนของนางนั้นแสนน่าเบื่อ วันๆ ทำแต่เย็บปักถักร้อย สนใจแต่การทำอาหารในครัวเพื่อเอาใจคนในตระกูลของสามี แต่ผลที่ได้รับคือทรยศหักหลัง และการไม่ให้เกียรติ ทั้งๆ ที่นางเป็นภรรยาเอกและสะใภ้เอก แม้จะเป็นเช่นนั้นนางก็มิเคยได้รับความรักจากเขา หรือแม้แต่สัมผัสเขาก็นึกรังเกียจอย่างไร้เหตุผล ร่างเล็กเดินไปหยุดยืนมองสายน้ำที่ไหลผ่านไป 

ความงดงามทางธรรมชาติทำให้ฉินเซี่ยหรูรู้สึกผ่อนคลาย แต่ทว่าเมื่อความเงียบเข้ามาปกคลุมจิตใจยามใด ภาพในอดีตก็ไหลย้อนวนมาเป็นฉากๆ ให้นางได้เจ็บปวดอยู่เช่นเดิม เหตุใดท่านเทพช่างใจร้ายยิ่งนัก ทำให้นางลืมอดีตชาติไปเลยก็มิได้ นางไปทำกรรมทำเวรอันใดไว้กันหรือ ถึงแม้นางจะได้มาเกิดใหม่ แต่ก็ยังหนีไม่พ้นที่เกิดมาอยู่บนโลกใบเดิม โลกที่มีแต่คนใจร้ายและเห็นแก่ตัวเช่นคนพวกนั้น เพียงแค่นึกไปถึงเรื่องราวในอดีต น้ำตาของนางก็ไหลลงมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่….

ตอน 3

แปดปีก่อน

สตรีที่มีดวงหน้างดงามราวกับเทพเซียน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมกลายเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งเมืองฮวาหลาน บัดนี้นางกำลังเดินชื่นชมตลาดที่อยู่กลางเมืองในยามเชิน ด้านหลังมีสาวรับใช้เดินติดตามนางถึงสองคน ร่างบางหยุดยืนเลือกเครื่องประดับอยู่ที่ร้านข้างทาง

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ชิ้นนี้งามเหมาะกับคุณหนูยิ่งนักเจ้าค่ะ” หุ้ยเจินสาวรับใช้ออกความคิดเห็นทันทีที่เห็นคุณหนูของนางลังเลกับการเลือกเครื่องประดับตรงหน้าซึ่งเป็นกำไลหยกขาวและหยกสีเขียว

“จริงหรือหุ้ยเจิน” เสียงหวานเอ่ยถามออกมา

“จริงเจ้าค่ะ”

“บ่าวก็เห็นด้วยกับพี่หุ้ยเจินเจ้าค่ะ” ชีโยวสาวรับใช้อีกคนของคุณหนูใหญ่สกุลฉินแสดงความคิดเห็นออกมาเช่นกัน

“ถ้าเช่นนั้น ข้าเอาชิ้นนี้แหละจ้ะ” หุ้ยเจินหยิบเงินจ่ายให้กับคนขายทันที ส่วนชีโยวเป็นคนรับเครื่องประดับชิ้นนั้นมาเก็บไว้ให้คุณหนูของนาง

สาวงามวัยแรกแย้มยามเยื้องย่างไปทิศทางใดก็มักจะเป็นจุดสนใจของเหล่าบุรุษ ปีนี้ฉินเซี่ยหรูมีอายุได้สิบหกปีแล้ว ปีที่ผ่านมานางเพิ่งจะเข้าพิธีปักปิ่นไป แต่เป็นเพราะนางยังมิได้เร่งรีบที่จะออกเรือนจึงอยู่กับบิดามารดามาจนถึงวันนี้ ในขณะที่ฉินเซี่ยหรงผู้เป็นน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปีได้ออกเรือนไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน กับจอหงวนจากสกุลโจวเพราะทั้งสองคนรักกันด้วยใจ สำหรับฉินเซี่ยหรูนางมิอาจรู้ว่าความรักคือสิ่งใดจนได้พบกับเขาผู้นี้

“เขาคือผู้ใดกันหรือ” บุรุษรูปงามที่ขี่ม้าผ่านหน้านางไปไม่แม้แต่จะมองมายังนางเช่นเดียวกับบุรุษคนอื่น

“แม่นาง… นั่นคือใต้เท้าหวง หวงจิงอวี่ หัวหน้าองครักษ์หน่วยเสือดำ บุตรชายคนโตของสกุลหวง เขาสอบขุนนางผ่านตั้งแต่อายุยังน้อย ยามนี้น่าจะอายุราวๆ สิบเก้าปีแล้วเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านซาลาเปาที่นางหยุดอยู่หน้าร้านเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสตรีตรงหน้าเอ่ยถามสาวรับใช้ที่ติดตาม

“ใต้เท้าหวงหรือจ๊ะ อายุสิบแปดได้เป็นใต้เท้าแล้วหรือ” เสียงหวานเอ่ยถามออกมาด้วยความสนใจ แต่ก็ยังคงสงวนท่าทีของตนเพื่อมิให้เกินงาม

“ใช่เจ้าค่ะ เขาเป็นบุรุษที่โดดเด่นในเมืองฮวาหลาน มีตระกูลขุนนางและพ่อค้าอยากที่จะยกบุตรีให้แต่งงานกับเขา แต่ยามนี้เขายังมิได้เลือกสตรีนางใดไปเป็นภรรยาเอกเลยเจ้าค่ะ”

ฉินเซี่ยหรูพยักหน้าให้กับเถ้าแก่เนี้ยที่บอกเล่าเรื่องราวของบุรุษหนุ่มที่น่าสนใจให้นางได้ฟัง จากนั้นนางจึงเดินนำสองสาวรับใช้คนสนิทไปยังรถม้าของจวนสกุลฉินที่หยุดรอรับนางอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมซีไหลเพื่อกลับจวน

จวนสกุลฉิน

ขณะที่คุณหนูใหญ่กำลังลงจากรถม้า นางก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่ได้เห็นว่ามีรถม้าของผู้มาเยือนยังจวนของนาง ร่างบางเดินนำสองสาวรับใช้เข้าไปด้านใน แต่ขณะที่กำลังจะเดินผ่านเรือนใหญ่ บ่าวรับใช้ในเรือนกลับเรียกนางเอาไว้ เท้าที่กำลังจะก้าวเดินกลับเรือนนอนของตนต้องชะงักแล้วเปลี่ยนทิศทางไปยังเรือนรับรอง ณ ยามนี้มีผู้มาเยือนซึ่งนางมิเคยได้พบหน้าที่ไหนมาก่อน สตรีรูปร่างท้วมวัยน่าจะใกล้เคียงกับมารดานั่งคุยกับบิดาและมารดาของนางอยู่

“หรูเอ๋อร์… กลับมาแล้วหรือลูก มาคารวะท่านป้าจินม่ายก่อนเร็ว”

เสียงของมารดาที่ฟังดูยินดีเมื่อได้เห็นหน้านางดังขึ้นทันทีที่ฉินเซี่ยหรูเดินเข้าไปถึง สตรีที่มาเยือนหันมามองหน้าพร้อมทั้งแอบใช้สายตาสำรวจร่างกายของผู้มาใหม่พลางยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

“หรูเอ๋อร์… คารวะท่านป้าจินม่ายเจ้าค่ะ” นางเดินไปหยุดอยู่กลางห้องโถงที่มีเก้าอี้อยู่สองฝั่ง แต่ขณะนี้ฝั่งขวามีสตรีที่นางคำนับนั่งอยู่ก่อนแล้ว

“อืม… ตามสบายหรูเอ๋อร์….”

คุณหนูใหญ่สกุลฉินจึงเดินไปนั่งฝั่งทางซ้ายอย่างเรียบร้อย กิริยามารยาทที่งดงามสมกับเป็นสตรีที่เป็นที่หมายปองของบุรุษทั้งเมืองทำให้สตรีที่มาเยือนรู้สึกพอใจ

หวงฮูหยินหรือ หวงจินม่าย วันนี้ที่นางมาเยือนจวนสกุลฉินเป็นเพราะอยากจะมาดูตัวสตรีไปเป็นภรรยาเอกให้กับบุตรชายคนโตอย่างหวงจิงอวี่ที่วันๆ เอาแต่จับดาบ ออกลาดตระเวนมิยอมเอ่ยปากอยากมีคู่ครองสักที จนอายุอานามก็ล่วงเลยไปสิบเก้าปีย่างยี่สิบปีแล้ว นางจึงต้องออกมามองหาสตรีที่เหมาะสมไปเป็นภรรยาเอกให้แก่บุตรชาย สกุลหวงยังต้องการทายาทเพื่อสืบสกุลต่อไปเพราะมีหวงจิงอวี่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียว ที่เหลือคือบุตรีอีกสามคน

“งดงาม กิริยาเรียบร้อยสมกับเป็นหญิงงามแห่งเมืองฮวาหลานจริงๆ” หวงฮูหยินเอ่ยชมสตรีวัยแรกแย้มตรงหน้าออกมาจากใจจริง

“กว่าจะได้แบบนี้น้องก็สั่งสอนอยู่นานหลายปีเลยเจ้าค่ะ” มารดาของฉินเซี่ยหรูเอ่ยพลางหัวเราะออกมา เรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยือนเช่นกัน

“ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเจ้าเก่งมากแล้วแหละน้องหญิง” หวงฮูหยินหันไปคุยกับฉินฮูหยินอย่างชอบใจ

นางอยู่พูดคุยเพื่อสังเกตเด็กสาวนานเกือบครึ่งชั่วยามก่อนที่จะขอตัวกลับไป ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น ฉินเซี่ยหรูจึงได้รับรู้ว่าท่านป้าที่มาเยือนเป็นมารดาของบุรุษผู้นั้น บุรุษที่มิชายตาแลมองนางเลยสักนิดในตลาดเมื่อยามเชิน

หลังจากหวงฮูหยินเดินทางออกจากจวนสกุลฉินไปแล้ว ใต้เท้าฉินกับฉินฮูหยินก็บอกให้บุตรสาวคนโตอยู่พูดคุยกันก่อนที่นางจะกลับเรือนกลาง ซึ่งเป็นเรือนนอนของนาง

“เจ้าพอจะทราบแล้วใช่หรือไม่ว่าท่านป้าหวงเขามาที่นี่เพื่อเหตุใด” บิดาเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกมาก่อน

“มาเยี่ยมท่านพ่อกับท่านแม่ใช่หรือไม่เจ้าคะ” แน่นอนว่านางพอจะคาดเดาออกแม้จะมิได้ยินกับหูว่าหวงฮูหยินต้องการที่จะสู่ขอนางให้ไปเป็นภรรยาเอกให้กับบุตรชาย หวงจิงอวี่ ฉินเซี่ยหรูมิได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจจนเกินงาม แต่นางก็ปิดบังแววตาที่แสดงออกถึงความพอใจไม่มิด

“หึๆ เจ้าแกล้งเย้าพ่อเล่นใช่หรือไม่” ใต้เท้าฉินมองออกว่าบุตรีของตนมิได้โง่เขลา นางมองออกหากมีผู้ใหญ่ที่มิเคยมาเยี่ยมเยือนที่จวนมาก่อนแล้วมาเยี่ยมเยือนเช่นนี้ต้องเป็นเรื่องทาบทามสู่ขอนางไปเป็นสะใภ้เข้าสกุลเขาเป็นแน่

“คิกๆ ลูกทราบเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ ท่านป้าหวงมาดูตัวลูกใช่หรือไม่เจ้าคะ” ฉินฮูหยินพยักหน้าก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น

“แล้วเจ้าคิดว่าเช่นไร กับสกุลหวงแม่ว่าดีนะ โอกาสในภายภาคหน้าเจ้าอาจจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์ตามว่าที่สามีเพราะแม่ได้ยินว่าบุตรชายของสกุลหวงได้เป็นหัวหน้าองครักษ์ตั้งแต่อายุเพียงสิบแปด ยากนะที่จะหาคนที่เหมาะสมกับเจ้าได้ถึงเพียงนี้”

แม้ในใจของฉินเซี่ยหรูจะบอกว่าเร็วเกินไปสำหรับเรื่องแต่งงาน แต่นางก็มิอาจปฏิเสธได้ว่านางถูกใจใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษท่าทางสง่างามผู้นั้น และนางก็มิคิดว่าในเมืองฮวาหลานแห่งนี้จะมีบุรุษใดเหมาะสมกับนางเท่าเขาอีกแล้ว

“มันก็จริงอย่างที่ท่านแม่กล่าว.. เรื่องนี้ลูกให้ท่านพ่อกับท่านแม่ตัดสินใจแทนข้าได้เลยเจ้าค่ะ”

คำตอบของบุตรสาวเรียกรอยยิ้มแห่งความดีใจที่ปิดไม่มิดออกมาจากทั้งใต้เท้าฉินและฉินฮูหยิน มีผู้ใดบ้างจะมิอยากให้บุตรสาวของตนได้แต่งงานกับบุรุษที่มีหน้าที่การงานที่ดี

สามวันต่อมาแม่สื่อจึงนำของสินสอดมาส่งให้แก่เจ้าสาวที่บ้านก่อนที่จะให้แต่งออกเรือนไปในอีกเจ็ดวันข้างหน้าตามฤกษ์ยามที่ฝ่ายสกุลหวงหามา ในขณะที่ฝ่ายเจ้าสาวรู้สึกยินดีไปกับการได้เกี่ยวดองกับสกุลหวงในครานี้ แต่ทว่ามิใช่กับว่าที่เจ้าบ่าวอย่างหวงจิงอวี่ เขามิได้ชื่นชอบสตรีที่มีความเก่งกาจเพียงแค่ในจวนหรือเป็นบุตรีของขุนนาง แต่เขากลับชื่นชอบสตรีที่เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา และเขาก็มีคนที่เขารักอยู่แล้ว

“ท่านแม่… เหตุใดท่านมิปรึกษาข้าก่อนขอรับ ข้ามิอยากได้สตรีที่งามแต่รูปมาเป็นภรรยา”

เขาบ่นออกมาทั้งๆ ที่ยังมิได้เห็นหน้าว่าที่ภรรยาเลยสักครั้ง เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของนางที่เหล่าบุรุษเอาไปพูดคุยกันถึงความงดงาม แต่ความงามมิใช่สิ่งที่เขาต้องการ

“ถือว่าแต่งเพื่อสกุลหวงของเราก็แล้วกันนะอวี่เอ๋อร์… ให้นางมาเป็นภรรยาเอกให้ผู้คนภายนอกได้ชื่นชม แล้วเจ้าจะรับอนุมากี่คนแม่ก็จะไม่ว่า” หวงฮูหยินเกลี้ยกล่อมบุตรชาย

“และอีกอย่างแม่ได้พบนางแล้วสองครั้ง นางมิได้มีดีเพียงแค่รูปโฉมเช่นที่เจ้ากล่าวมาหรอกนะ แต่นางยังทำอาหารเก่ง เรื่องเย็บปักก็เป็นเลิศ ฉินที่เจ้าฝึกมิเคยได้นางก็ดีดได้อย่างคล่องแคล่ว หาสตรีที่ดีและเพียบพร้อมเช่นนี้มิได้อีกแล้วนะ สำหรับภรรยาเอกเจ้าก็รู้ว่าต้องเป็นบุตรีที่แต่งมาจากภรรยาเอกเท่านั้น เห็นแก่แม่เถิด หลังจากแต่งงานกันไป เจ้าอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้”

“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ ข้าจะยกตำแหน่งภรรยาเอกให้กับนาง” แต่ความรักเขามิอาจให้นางได้ หรือแม้แต่สัมผัสร่างกายนางเขาก็มิอยากทำ

“ดีๆ เจ้าเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อกับแม่มากที่สุดอวี้เอ๋อร์ อย่าลืมว่าลูกคือความภูมิใจของสกุลหวงของเรา”

หวงฮูหยินเอ่ยออกมาอย่างวางใจ ขอเพียงบุตรชายยอมแต่งบุตรีสกุลฉินเข้ามา ก็สามารถทำให้ภายในจวนของนางมั่นคงได้ เพราะมีลูกสะใภ้คนโตที่เพียบพร้อมจนสกุลอื่นต้องพากันอิจฉาริษยา

หวงจิงอวี่คำนับลาบิดามารดาก่อนที่จะขอตัวกลับหน่วยเสือดำ สถานที่ทำงานที่เขาพอใจและมีใครบางคนรอคอยเขาอยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนั้นโดยที่บิดาและมารดามิเคยรับรู้เรื่องที่เขาปิดบังเอาไว้มาก่อนเลย

เจ็ดวันต่อมา

จวนสกุลฉินถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงรวมไปถึงโคมไฟสีแดง ชุดผ้าแพรไหมปลิวสไวไปตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเอื่อยๆ ร่างเล็กของสาวแรกแย้มที่ต้องออกเรือนในวันนี้กำลังถูกแต่งหน้าและทำผมตั้งแต่ยามเหม่าเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวซึ่งถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตของสตรี

“ตื่นเต้นหรือไม่เจ้าคะท่านพี่” น้องสาวคนรองเอ่ยถามพี่สาวขณะที่ลงมือแต่งหน้าให้นาง

“อืม… คราก่อนที่เจ้าแต่งพี่ว่าน่าตื่นเต้นแล้ว แต่พอมาเป็นคราของตัวเองบ้าง พี่กลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่า”

“เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้วล่ะเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่” หุ้ยเจินบอกคุณหนูของตน นางและชีโยวก็จะได้ติดตามคุณหนูใหญ่ของนางออกไปอยู่ที่จวนสกุลหวงด้วยเช่นกัน

“หุ้ยเจิน ชีโยว แต่นี้ต่อไปข้าฝากดูแลพี่ใหญ่ของข้าด้วยนะ” คุณหนูรองฉินเซี่ยหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห่วงใย นางรู้สึกเห็นใจที่พี่สาวต้องออกเรือนไปกับบุรุษที่นางมิได้รัก แต่นางแต่งออกไปก็เป็นเพราะเห็นแก่หน้าบิดามารดา

“บ่าวสองคนจะดูแลคุณหนูใหญ่เป็นอย่างดี คุณหนูรองสบายใจได้เจ้าค่ะ”

ชีโยวรับปากคุณหนูรอง ฉินเซี่ยหรูพยักหน้าขึ้นลงด้วยความสบายใจก่อนที่ทั้งสตรีสี่นางจะหยุดการสนทนาแล้วรีบแต่งตัวให้เจ้าสาว ซึ่งขบวนเจ้าบ่าวจะเดินทางมารับไปทำพิธีต่อที่จวนสกุลหวงในยามเฉินหลังจากทำพิธียกน้ำชาส่งตัวจากบ้านเจ้าสาวเสร็จ ฉินเซี่ยหรูในยามนั้นมิได้รู้เลยว่า เส้นทางที่นางเลือกเดินไปคือทางที่ทำให้นางต้องทุกข์ใจไปจนวันสุดท้ายของชีวิตของนาง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED