ตอน 1

เรื่อง...เจ้าชายของอันดา

เรื่องนี้เป็นภาคต่อจากเรื่อง...สะดุดรักเมียตัวปลอม

{หน้าที่อาจสำคัญแต่สิ่งเดียวที่เขาอยากปกป้องก็คือเธอ}

โปรย…เมื่อเขาคิดว่าเธอไม่คู่ควร ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้อยากจะคู่ควร การเอาชนะจึงเกิดขึ้นแต่ก็ต้องจบลงด้วยวัฒนธรรมของประเทศที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

แนะนำตัวละคร

- เจ้าชายอีริค อายุ 25 ปี –

“คิดในใจบ้างไม่เป็นหรือไง” “ไร้สาระสิ้นดี”

- อันดา อายุ 21 ปี –

“ทำไมถึงไม่รู้มาก่อนนะว่าเขาฟังภาษาไทยออกทุกคำ...แล้วอย่างนี้เขาก็รู้หมดน่ะสิ โอ๊ยพูดอะไรออกไปบ้างวะเนี่ย”

(คู่ที่2)

โปรย…เมื่อคนรักตัวจริงเสียชีวิตกะทันหัน คนน้องจึงถูกส่งมาแทนคนพี่ ซึ่งเธอทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกันภายนอกดูไม่แตกต่าง แต่คนที่เขาต้องการกลับไม่ใช่เธอ

แนะนำตัวละคร

- เจ้าชายอีวาน อายุ 29 ปี –

เขา...เปรียบเสมือนเพชร เลอค่า แข็งแกร่ง ภายนอกดูสวยงามแต่ภายในกลับซ่อนความโหดร้ายเอาไว้

- ท่านหญิงเรืองลดา อายุ 23 ปี –

เธอ...สวย อ่อนหวาน เรียบร้อย ล้ำค่า คู่ควร แต่เธอกลับไม่ใช่คนที่เขาต้องการ

**นิยายเรื่องนี้ ไรท์ขอไม่ใช้คำราชาศัพท์ที่ยากเกินไปนะคะ เพื่อง่ายต่อการเขียนและเข้าใจง่าย จึงขออนุญาตใช้แค่คำง่ายๆเท่านั้นค่ะ **ถ้าหากไรท์ใช้คำราชาศัพท์ผิดหรือแม้กระทั่งสรรพนามที่ใช้เรียกกันและยศถาบรรดาศักดิ์ต่างๆถ้าผิดก็ขออภัยด้วยนะคะ

--------------------

ตอนที่ 1 สัญญาหมั้น

ประเทศรัสเนเปย์ เป็นประเทศเล็กๆที่อยู่ติดกับประเทศไทยตอนบน เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทางด้านแร่ธาตุหลากหลายชนิดเช่น ทองคำ อัญมณี เพชร ล้วนแล้วแต่มีราคาทั้งสิ้น และยังมีแร่ธาตุอื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นมูลค่ามหาศาลสามารถทำรายได้ให้กับประเทศอยู่ในขณะนี้

ประเทศแห่งนี้ในสมัยก่อนเป็นประเทศปิดไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักมากนัก ซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศเปิดแล้ว เปิดให้นักลงทุนได้เข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น มีการนำเข้าและส่งออกของแร่ธาตุแต่ละชนิด รวมถึงเครื่องประดับที่มีราคาและทรงคุณค่า

นอกจากการขยายธุรกิจของประเทศแล้ว ประเทศแห่งนี้ยังต้องการเพิ่มจำนวนประชากรอีกด้วย

ภายใต้ความคิดที่ว่าหากขาดแคลนประชากรแล้วจะต่อยอดธุรกิจในภายภาคหน้าได้อย่างไร

โดยสร้างเงื่อนไขไว้ดังนี้ ผู้ชายสามารถมีเมียได้ 2 คน ส่วนเชื้อพระวงศ์มีเมียได้ 2 คนเหมือนกัน แต่สามารถมีสนมได้อีก 4 คน

ภายใต้เงื่อนไขถ้าหากฝ่ายหญิงไม่สามารถมีบุตรธิดาให้กับผู้เป็นสามีได้เท่านั้น ฝ่ายชายมีสิทธิ์ร้องขอได้ แต่ถ้าหากฝ่ายหญิงสามารถมีบุตรธิดาให้กับฝ่ายชายได้แล้ว ฝ่ายชายก็จะหมดสิทธิ์ร้องขอในเรื่องนี้ทันที

ทางรัฐบาลของประเทศรัสเนเปย์แห่งนี้ ต้องการเพิ่มจำนวนประชากรของประเทศให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าจะต้องมีประชากรเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ห้ามลดลงเด็ดขาดนั่นจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จด้านบริหารจำนวนประชากร โดยเงื่อนไขหรือข้อตกลงนี้มีมายาวนานจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนได้ยอมรับไปแล้ว

ประเทศแห่งนี้มีเจ้าชายผู้ทรงสง่างามถึงสองพระองค์ด้วยกัน องค์โตเจ้าชายอีธานและองค์เล็กเจ้าชายอีริค ทั้งสองพระองค์นอกจากจะมีใบหน้างดงามแล้ว ยังมากไปด้วยความสามารถ

ในขณะที่องค์ชายทั้งสองพระองค์กำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น ก็มีทหารคนสนิทขององค์ราชาเดินเข้ามาด้านในตำหนัก

“ใครมาน่ะ” องค์ชายอีธานซึ่งเป็นองค์ชายรัชทายาทหันไปมองผู้ที่เดินเข้ามาใหม่ ก็เห็นว่าเป็นทหารองครักษ์ของบิดามารดาของเขานั่นเอง

“มีอะไร มาหาเราเอาป่านนี้” องค์ชายอีริคเอ่ยถามองครักษ์ ตำหนักแห่งนี้เป็นตำหนักขององค์ชายอีริค ซึ่งองค์ชายทั้งสองพระองค์จะมีตำหนักแยกออกไปเป็นของตัวเอง เวลานี้ถือเป็นเวลาพักผ่อน ท้องฟ้ามืดนานแล้ว อากาศของประเทศนี้ค่อนข้างหนาวเย็นไม่เหมาะแก่การออกไปเดินข้างนอกเพราะอาจจะทำให้ไม่สบายเอาได้

“องค์ชายอีริคพระเจ้าค่ะ องค์ราชาและองค์ราชินีให้กระหม่อมมาทูลเชิญให้ไปเข้าเฝ้าตอนนี้พระเจ้าค่ะ”

“ตอนนี้เลยเหรอ”

“พระเจ้าค่ะ” องค์ชายอีริคทำหน้าเข้าใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสง่างามแล้วหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม

“เดี๋ยวเราตามไป” อากาศของประเทศช่วงนี้ค่อนข้างหนาวเย็น ผิดกับประเทศไทยที่ร้อนระอุเกือบทุกฤดูกาล

“เสด็จพี่ไปด้วยกันมั้ยพระเจ้าค่ะ”

“ไม่ล่ะ นายไปเถอะพี่กลับไปนอนดีกว่า”

องค์ชายอีริคเดินเข้ามาที่ตำหนักใหญ่ชั้นในของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ก็เห็นว่าทั้งสองพระองค์กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ มีธุระอะไรจะพูดกับลูกหรือพระเจ้าค่ะ”

“นั่งลงก่อนสิ พ่อมีเรื่องสำคัญจะพูดกับเจ้าสักหน่อยอีริค”

“เรื่องอะไรหรือพระเจ้าค่ะ ถึงได้ให้คนสนิทไปตามลูกมาเวลานี้” องค์ชายทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาหนังอย่างดีภายในตำหนัก

“ถึงเวลาแล้วที่ลูกจะต้องมีพระชายาสักที” เมื่อองค์ราชาพูดจบประโยค องค์ชายอีริคก็ยังคงมีสีหน้านิ่งเฉย เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา เพราะเรื่องพระชายาของเขา ที่เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ได้หมั้นหมายเอาไว้ให้ตั้งแต่ที่เขายังเยาว์วัยอยู่นั้น

ซึ่งเรื่องนี้อีริคเองก็ยังคงค้านอยู่ในใจเพราะไม่ค่อยเห็นด้วยเลย เนื่องจากว่าสมัยนี้เป็นสมัยใหม่ ถ้าเขาเป็นแค่คนธรรมดา คงจะยกเลิกเรื่องหมั้นบ้าๆนี้ไปนานแล้ว แต่เพราะเขาเกิดมาเป็นลูกกษัตริย์จึงไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบกับเรื่องนี้ได้

“เสด็จพ่อหมายถึง ลูกสาวของท่านองครักษ์ของเสด็จพ่อคนนั้นใช่มั้ยพระเจ้าค่ะ”

“ใช่” องค์ราชาตอบลูกชาย และที่พวกท่านเรียกลูกชายมาคุยวันนี้ ก็เพราะรู้ว่าลูกสาวของท่านองครักษ์ซึ่งบัดนี้คือท่านจอมพลเพชรตะวัน ที่ได้หมั้นหมายกับอีริคเอาไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ตอนนี้เธอเรียนจบแล้วคงถึงเวลาที่จะต้องทำตามสัญญาแล้ว

สำหรับองค์ชาย เขารู้เรื่องนี้มาตั้งแต่อายุสิบขวบแล้ว ว่าตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว และด้วยความที่ตัวเองเป็นลูกกษัตริย์ องค์ชายอีริคจึงไม่เคยมองใคร เพราะถึงมองไปก็คงไม่เกิดประโยชน์ คำพูดของกษัตริย์ถือเป็นที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เขารู้ดี เขาจึงใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการเล่าเรียนและทำงานมาโดยตลอด

“ลูกขอผลัดไปอีกหน่อยได้มั้ย ลูกยังไม่พร้อม” ถึงยังไม่พร้อม แต่องค์ชายก็รู้ตัวดีว่าสักวัน เขาก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี ไม่ชอบก็ไม่ได้แปลว่ารังเกียจ เพราะเขาทำใจไว้นานแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นหน้าเธอคนนั้นเลยก็ตาม

“ไม่ได้...น้องเรียนจบแล้ว ที่พ่อกับแม่เรียกลูกมาคุยเรื่องนี้ ก็อยากให้ลูกไปรับตัวน้องมาอยู่ที่นี่ให้เร็วที่สุด”

“ถ้าปฏิเสธไม่ได้ ก็แล้วแต่เสด็จจะรับสั่งเลยพระเจ้าค่ะ เพราะยังไงลูกก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่แล้ว”

“อีริคไม่พูดแบบนั้นกับเสด็จพ่อสิลูก” องค์ราชินีทรงเอ็ดลูกชายแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก แต่ก็ทำให้องค์ชายอีริคถึงกลับต้องก้มหน้าลง แล้วองค์ราชินีก็พูดถึงเรื่องครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้วว่า...

“ช่วงนั้นประเทศของเราเกิดกบฏแย่งชิงอำนาจ เสด็จพ่อของลูกก็ได้ท่านจอมพลคอยช่วยเหลือไว้ เขาทิ้งครอบครัวและลูกสาวที่เพิ่งเกิดไว้ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้เลี้ยงดู แถมแม่ก็ยังมาเสียชีวิตเพราะโรคร้ายอีก” เมื่ออีริคได้ยินดังนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกเห็นอกเห็นใจแต่อย่างใด แต่ก็ยอมนั่งฟังต่อเงียบๆ

“ท่านจอมพลเขาเลือกที่จะมาดูแลพวกเรา ช่วงนั้นเสด็จพ่อของลูกบอกให้เขาลาออกไปก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำ ยังคงยืนยันเสมอต้นเสมอปลายว่าจะสู้ไปด้วยกัน ถวายชีวิตรับใช้ชาติ แม่กับเสด็จพ่อก็เลยจับลูกกับลูกสาวของท่านจอมพลหมั้นหมายกันเอาไว้ อยากให้ลูกช่วยดูแลน้อง เพื่อตอบแทนท่านจอมพลที่เคยเสียสละเพื่อพวกเรา ได้มั้ยลูก...” องค์ราชินีพูดกับลูกชายโดยเล่าเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนให้ฟัง แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านเล่า

“ดูแลในรูปแบบอื่นไม่ได้เหรอพระเจ้าค่ะ ทำไมจะต้องแต่งงานด้วย”

“ไม่ได้ เพราะพ่อสัญญาและได้หมั้นหมายเอาไว้ให้ลูกแล้ว” องค์ราชาเริ่มมีน้ำเสียงเข้มขึ้น

องค์ชายอีริคเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยากจะมีโอกาสเลือกคู่ครองด้วยตัวเองเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เสด็จพี่ของเขาก็ถูกบังคับให้แต่งงานเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาเองก็คงหมดทางปฏิเสธ

ในเมื่อเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ต้องการให้เขาแต่งงาน เขาก็จะแต่ง จะได้จบๆไป เขาจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นและคิดเรื่องอื่นบ้าง และหวังว่าเจ้าหญิงของเขาคงไม่ขี้เหร่จนเกินไป

“ก็ได้ครับ แต่ลูกขอให้เลยงานอภิเษกสมรสของเสด็จพี่ไปก่อนได้มั้ยครับ” องค์ชายอีริครับคำ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ส่วนงานอภิเษกสมรสของอีธานซึ่งเป็นองค์ชายรัชทายาท กำหนดงานอภิเษกได้ใกล้เข้ามาแล้ว

“อือได้ ถ้าอย่างนั้นลูกก็ไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”

ตอน 2

ตอนที่ 2 ของหมั้น

@ไร่ชาทางภาคเหนือของประเทศไทย

อันดา หญิงสาวตากลมใบหน้าหวานสวย รูปร่างอรชรวัยยี่สิบเอ็ดปี เธอมีนามว่าอันดา เธอเป็นลูกสาวคนโตของคุณพ่อคิมหันต์กับคุณแม่มุจลินท์ แต่ไม่ได้เป็นลูกแท้ๆของพวกท่านทั้งสอง เพียงแต่พวกท่านทั้งสองได้เลี้ยงเอาไว้เป็นลูกเท่านั้น

อันดามีน้องชายหนึ่งคนชื่อเคน เคนเกิดจากคุณพ่อกับคุณแม่ที่เลี้ยงดูอันดามาตั้งแต่อันดาลืมตาดูโลก ถึงอันดาจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของคุณพ่อกับคุณแม่ แต่ทุกคนในครอบครัวก็รักอันดาเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งของบ้านเลยก็ว่าได้

อันดามักจะมีนิสัยดื้อรั้นและซน เป็นปกติของเด็กที่เติบโตมากับไร่กับสวน ที่เป็นธุรกิจหลักของครอบครัวที่เลี้ยงดูอันดามา

นอกจากสภาวะสิ่งแวดล้อมที่อันดาอยู่แล้ว เธอยังถูกเลี้ยงและถูกสั่งสอนมาให้เข้มแข็ง คิมหันต์คุณพ่อที่เลี้ยงดูอันดามา ท่านส่งอันดาเรียนวิชาพิเศษเช่น ว่ายน้ำ ยิงปืน และศิลปะการต่อสู้ ซึ่งอันดาเองก็ชอบกีฬาจำพวกนี้เป็นที่สุด

“ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงลูกกระสุนออกจากปลายกระบอกปืนที่อันดาถืออยู่ในมือท่าทางทะมัดทะแมง บ่งบอกว่าเธอนั้นชำนาญมาก แถมเป้าที่อันดาเล็งก็ไม่ได้พลาดเลยแม้แต่จุดเดียว เธอวางปืนลงพร้อมกับส่งยิ้มให้น้องชาย

“สุดยอดไปเลยครับ ฝีมือไม่เคยตกเลยนะครับนี่พี่สาวผม” เคนเอ่ยชมพี่สาวที่ทั้งสวยทั้งเก่ง

“ตานายแล้ว ใครแพ้เลี้ยงข้าว” อันดาหันมาพูดกับน้องชาย

“ผมไม่เคยชนะพี่ได้สักครั้ง ยอมแพ้เลยได้มั้ยครับ” ปีนี้เคนเพิ่งจะอายุย่างเข้าสิบแปดปี เพิ่งจะฝึกยิงปืนได้ไม่นานมานี้เอง

“ไม่ได้ เกิดเป็นลูกผู้ชายห้ามยอมแพ้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิง” อันดาสอนน้องชายด้วยรอยยิ้ม อันดาถูกเลี้ยงและถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กให้เป็นคนเข้มแข็งอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงก็ตาม แต่เธอก็ยังมีสายเลือดนักสู้ของท่านพ่อเพชรตะวันอยู่เต็มตัว

“ผู้หญิงอย่างพี่ เว้นไว้สักคนได้มั้ยครับ” อันดาเป็นผู้หญิงจัดว่าตัวเล็ก สูงหนึ่งร้อยหกสิบ รูปร่างอรชร ทะมัดทะแมง ว่องไว

“ไอ้เจ้านี่ สอนไม่รู้จักจำ ถ้างั้นไปพี่เลี้ยงข้าวนายเอง” สุดท้ายคนเป็นพี่ก็ต้องยอมเลี้ยงน้องอยู่ดี เพราะเคนคงไม่สามารถเอาชนะอันดาได้อยู่แล้ว

“พี่มาถูกทางแล้วครับ เป็นพี่ก็ต้องเลี้ยงน้องสิ”

“เป็นแบบนี้ทุกที ไป!” อันดาส่ายหน้าเบาๆให้น้องชายพร้อมกับอมยิ้ม แล้วทั้งสองพี่น้องจึงพากันไปทานข้าว โดยมีคนเป็นพี่จ่ายค่าอาหารทั้งหมด

ตกเย็นอันดาและน้องชายกลับมาบ้านตามปกติ เห็นคุณพ่อและคุณแม่นั่งมองมาที่อันดาด้วยสีหน้าตึงๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

“คุณพ่อคุณแม่ทำไมมองอันดาอย่างนี้คะ” อันดาถามเสียงหวาน ซึ่งเคนที่เดินเข้ามาด้วยกันก็รู้สึกได้เหมือนกัน

“นั่นสิครับ วันนี้มองพี่อันดาแปลกๆนะครับ”

“นั่งก่อนสิลูก พ่อกับแม่มีเรื่องจะพูดด้วย” ทั้งสองพี่น้องยอมนั่งลงแต่โดยดี ที่จริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเคน แต่ท่านทั้งสองก็อยากให้เคนรู้ว่าต่อไปอันดาจะไม่ได้อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว

“อันดาจำสร้อยเส้นนี้ได้มั้ยลูก” คิมหันต์ถามลูกสาว ตอนอันดายังเด็กคิมหันต์เคยหยิบมาให้อันดาดู แต่ตอนนั้นอันดายังเด็กมาก คิมหันต์จึงยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับลูกสาว

“จำได้ค่ะ ตกลงสร้อยเส้นนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” สร้อยคอทองคำ มีจี้รูปหัวใจเป็นทองคำเช่นกันแต่มีเพชรน้ำงามเม็ดใหญ่ถูกประดับอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นตราสัญลักษณ์ของกษัตริย์ ดูจากสีหน้าของคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว อันดารู้สึกว่าสร้อยเส้นนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ

“สร้อยเส้นนี้เป็นของหมั้น...ของลูก” คนเป็นพ่อยังพูดไม่ทันจบ

“หมั้น! หมั้นใครเหรอครับคุณพ่อ” เป็นเคนที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น

“อันดา...” คุณพ่อคิมหันต์มองไปที่อันดาบ่งบอกว่าของหมั้นชิ้นนี้เป็นของอันดา

“อันดาเหรอคะคุณพ่อ” อันดาเคยเห็นสร้อยเส้นนี้แล้วก็จริง แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าสร้อยเส้นนี้จะเป็นของหมั้น แล้วใครกันที่เป็นคู่หมั้นของเธอ

“ใครเป็นคู่หมั้นกับพี่อันดาเหรอครับ” เป็นเสียงเคนที่เอ่ยถามแทนพี่สาว โดยมีคุณแม่นั่งฟังอยู่เงียบๆ

“เจ้าชายองค์เล็กของประเทศรัสเนเปย์” สิ้นเสียงของคุณพ่อ อันดารู้สึกขนรุกยังไงก็ไม่รู้ สิ่งที่ได้ยินเหมือนความฝันเลย ผู้หญิงที่เติบโตมากับไร่กับสวนจะมีสามีเป็นถึงเจ้าชายได้ยังไง

“ห๊ะ! เจ้าชาย” เป็นเสียงเคนที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง ถึงอันดาจะไม่ได้ส่งเสียงอะไรแต่เธอก็รู้สึกตื่นเต้นและตกใจไม่แพ้กัน

“ทำไมอันดาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยคะ”

“พ่อยังไม่อยากบอกเรา เพราะเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา อีกอย่างพ่อกับท่านพ่อของลูกก็อยากให้อันดาเรียนให้จบก่อนด้วย” ซึ่งตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว วันนี้พวกท่านจึงเรียกมาพูดเรื่องนี้ ซึ่งทางโน้นก็เร่งมาด้วย

“ถ้าวันนั้นมาถึง แม่คงคิดถึงอันดามากแน่ๆ” ก็ท่านเลี้ยงของท่านมาตั้งแต่อันดาตัวเล็กๆ

“ใครบอกว่าอันดาจะไปอยู่ที่อื่นคะ อันดาไม่ไปอยู่ที่ไหนทั้งนั้น” อันดาปฏิเสธ เธอเกิดที่นี่ โตที่นี่ เธอก็อยากอยู่ที่นี่ ที่นี่คือบ้านของเธอ แล้วเธอก็รักทุกคนที่นี่มาก

“อันดากล้าเหรอ แล้วท่านพ่อของลูกล่ะ ก่อนจะคิดหรือจะพูดอะไร ก็ควรคิดให้ดีก่อน” อันดารู้ว่าพวกท่านทั้งสองคนนี้ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ เพราะท่านพ่อตัวจริงของเธอเดินทางมาหาบ่อยตั้งแต่เด็ก ท่านทำงานเป็นทหารองครักษ์ เรื่องนี้อันดาและทุกคนทราบดี

“คุณพ่อไม่อยากให้อันดาอยู่ที่นี่แล้วเหรอคะ” อันดาเริ่มอ้อน

“ไม่ใช่แบบนั้นนะลูก พ่อก็ใจหายอยู่เหมือนกัน วันนี้ที่พ่อมาพูดกับอันดาเพราะทางโน้นเขาส่งข่าวมาแล้วว่าเจ้าชายกำลังเดินทางมารับลูกด้วยพระองค์เองเลยนะ”

อันดาทำท่าเหมือนอยากจะร้องไห้ ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป แต่ถึงยังไงเธอก็คงต้องยอมเพราะเห็นแก่ท่านพ่อของเธอ ครั้นจะหนีก็คงไม่สมควร ท่านพ่อของเธอคงหัวหลุดออกจากบ่าแน่

“คุณแม่ขา...” น้ำเสียงออดอ้อนของลูกสาวถูกส่งไปให้กับคุณแม่มุจลินท์ เพื่อของความช่วยเหลือ แม่ที่เลี้ยงดูอันดามาตั้งแต่อันดายังเด็ก ส่วนแม่แท้ๆของเธอ เสียชีวิตไปตั้งแต่อันดาลืมตาดูโลกแล้ว

“จำไว้นะลูก ที่นี่ยินดีต้อนรับลูกเสมอ ถ้าหากวันหนึ่งลูกมีปัญหา กลับมาหาพ่อกับแม่ที่นี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ” คุณแม่เขยิบเข้าไปหาลูกสาวแล้วลูบศีรษะของอันดาเบาๆ พวกท่านทราบดีว่าหนทางข้างหน้าที่อันดาจะต้องเจออาจจะไม่ได้อิสระเท่ากับอยู่ที่นี่

“ปฏิเสธไปไม่ได้เหรอคะ อันดาเกิดที่นี่ โตที่นี่ อันดาก็อยากอยู่ที่นี่”

“ถ้าทางโน้นเขาเป็นแค่คนธรรมดา พ่อคงจัดการปฏิเสธให้อันดาไปตั้งแต่อันดายังไม่ได้สองขวบแล้ว”

“ห๊า...พี่อันดามีคู่หมั้นตั้งแต่ยังไม่สองขวบเลยเหรอครับนี่” เคนพูดแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“เอาล่ะ อันดาฟังพ่อนะลูก...” คิมหันต์ชั่งใจนิดหนึ่งก่อนจะพูดกับลูกสาวต่อว่า...

“อันดาโตแล้ว ไปอยู่ที่โน้นอาจจะไม่อิสระเท่ากับอยู่ที่นี่ ก่อนที่อันดาจะทำอะไรลงไป พ่อขอให้อันดาคิดก่อนทำเสมอ อย่าใจร้อน ถ้าไม่รู้ว่าจะทำเพื่อใครก็ให้ทำเพื่อตัวเองนะลูก” ท่านรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้ของท่านเป็นคนหัวดื้อและไม่ค่อยยอมใครง่ายๆ แต่ที่นี่กับที่นั่นมันแตกต่างกัน หวังว่าอันดาจะแยกแยะได้

“ท่านพ่อนะท่านพ่อ!” อันดาพูดถึงบิดาแท้ๆของเธอ ถึงท่านจะไม่ได้เลี้ยงดูอันดามาแต่ท่านก็ไม่เคยทิ้ง แวะเวียนมาหาอยู่ตลอด

“เพชรตะวันรักลูกมาก ลูกรู้ใช่มั้ย”

“ค่ะ...คุณพ่อ แต่...”

“ไม่มีแต่ ไม่ว่าจะยังไงลูกก็ต้องไป”

“การที่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง จะได้เข้าไปอยู่ในวังมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อันดามีบุญมากนะรู้มั้ย ไม่เกินอาทิตย์หน้าลูกคงได้เห็นหน้าเจ้าชาย” อาทิตย์หน้า! อันดารู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เธอยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้เลย

“คุณพ่อคุณแม่ แต่อันดายังไม่พร้อมนี่คะ”

“ลูกพร้อมแล้ว แล้วก็พร้อมมาก” เป็นเสียงคุณพ่อคิมหันต์ สิ่งที่คิมหันต์พูดว่าอันดาพร้อมแล้วและพร้อมมาก เป็นเพราะเขาปูทางทุกอย่างไว้ให้อันดาตั้งแต่เด็กแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่อันดามี หรือแม้แต่จะเป็นทางด้านบุคลิกภาพ ภาษาของรัสเนเปย์ ทั้งพูดและอ่านออกเขียนได้ ถึงเธอจะดูแข็งๆไปบ้างแต่ลึกๆแล้วอันดาก็อ่อนโยนไม่แพ้กับหญิงสาวทั่วไป เพราะเธอได้นิสัยแม่กับนิสัยพ่อมาอย่างละครึ่ง

“คุณพ่อหมายความว่ายังไง อันดาไม่เข้าใจ” อันดาตะแคงคอถามอย่างน่ารัก ด้วยสีหน้างุนงง

“กีฬาต่อสู้ที่ลูกชอบ และความรู้ที่ลูกได้เรียนรู้นั่นไง ไม่ต้องไปกลัวใคร พ่อเคยสอนเอาไว้ว่ายังไง” อันดาสามารถไปอยู่ที่นั่นได้อย่างสบายก็คือ เธอพูด อ่าน และเขียนภาษารัสเนเปย์ได้ค่อยยิ่งกว่าเจ้าของภาษา เพราะท่านพ่อของเธอสอนให้ตั้งแต่อันดายังเล็ก และทุกสิ่งทุกอย่างพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนปูทางไว้ให้เธอหมดแล้ว เหลือก็แต่เรื่องการปรับตัวที่จะต้องเข้าไปอยู่ในวังเท่านั้น ซึ่งคิมหันต์คิดว่าลูกสาวของตนย่อมทำได้แน่นอน

“อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ” อันดาตอบ เพราะเป็นสิ่งที่อันดาถูกสอนมา เพื่อให้เป็นเกาะป้องกันในยามที่เธอโตขึ้น

“ใช่แล้ว อะไรที่ยังมาไม่ถึง ก็ยังไม่ต้องไปคิดมัน พ่อเชื่อว่าลูกของพ่อจะต้องผ่านทุกเรื่องไปได้ แล้วก็ต้องมีความสุขด้วย”

“คนที่จะต้องแต่งงานกันจะต้องรักกันก่อนไม่ใช่เหรอคะ” ข้อนี้อันดาไม่เข้าใจ แล้วเธอเองก็ยังไม่เคยมีความรักเลยด้วยซ้ำ

“เคยได้ยินมั้ย อยู่เพราะหน้าที่ แม่เชื่อว่าเจ้าชายคงไม่ใจร้ายกับลูกของแม่มากจนเกินไป เขาเองก็คงต้องอยู่เพราะหน้าที่เหมือนกัน อันดาทำหน้าที่ของอันดา เจ้าชายเขาก็ทำหน้าที่ของเขา ความเข้าใจกันเท่านั้น จะทำให้อยู่กันได้ตลอดรอดฝั่ง” คนเป็นแม่เอ่ยขึ้นสอนลูกสาว เพราะกว่าที่ท่านจะมีวันนี้ได้ ท่านก็อยู่เพราะหน้าที่เหมือนกัน

“แต่อันดาดื้อนะคะ เจ้าชายจะทนอันดาไหวเหรอ” อันดาพยายามหาข้อเสียของตัวเอง เพราะยังไงเธอก็ยังรู้สึกไม่อยากไปอยู่ดี

“ฮ่าๆๆ รู้ตัวด้วยเหรอว่าตัวเองดื้อ พ่อคิดว่า อันดาอาจจะกำลังเจอมวยถูกคู่ก็ได้” คิมหันต์แอบได้ข่าวมาว่า องค์ชายอีริคก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

“อันดาไม่กลัว” เธอพูดขึ้นพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“พี่อันดา เขาเป็นเจ้าชายนะ!”

“พี่โตแล้ว พี่รู้น่าว่าอะไรเป็นอะไร อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ” คนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ได้ยินลูกสาวพูดคำนี้ออกมา ก็รู้สึกเบาใจลงไปได้หน่อย อย่างน้อยอันดาก็รู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่เสียแรงที่ตั้งแต่เล็กจนโตพวกท่านทั้งสองพยายามอบรมสั่งสอน ภายนอกที่ดูแข็งๆแต่ภายในคนที่เลี้ยงมาย่อมรู้ดีว่าอันดาคนนี้ก็มีความอ่อนโยนไม่แพ้กับใบหน้าหวานๆของเธอเลย

“ดีลูก อย่าให้เสียชื่อคนเลี้ยงล่ะ” คุณพ่อเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะชอบใจ

“อันดาไม่รับปากได้มั้ยคะ” คุณพ่อหุบยิ้มทันที แล้วหันไปทำหน้างอนๆใส่ลูกสาว ทำให้อันดายิ้มหวานจนตาหยีให้คุณพ่อแทน

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ขึ้นไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะได้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน” อันดาลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป โดยมีเคนเดินตามไปด้วย

ตั้งแต่อันดาเกิดมา เธอยังไม่เคยไปที่บ้านเกิดของท่านพ่อเพชรตะวันเลยสักครั้ง เธอจึงถือโอกาสนี้ไปเที่ยวสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน...

ตอน 3

ตอนที่ 3 ข่าวร้าย

@ประเทศรัสเนเปย์

ทางด้านอีธาน องค์ชายรัชทายาท ช่วงนี้กำลังเตรียมจัดงานอภิเษกสมรส ซึ่งฝ่ายหญิงก็มาจากประเทศไทยเช่นกัน แถมยังมีทศเป็นถึงท่านหญิง เธอชื่ออิงเดือน มีน้องสาวฝาแฝดชื่อเรืองลดา แต่ดูเหมือนว่างานอภิเษกสมรสในครั้งนี้คงจะต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหัน

“อีธาน แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย มาหาแม่ที่ตำหนักใหญ่หน่อย” น้ำเสียงขององค์ราชินีพูดผ่านโทรศัพท์มือถือ ฟังดูเป็นกังวลจนอีธานรู้สึกได้

“ลูกจะรีบไปเดี๋ยวนี้พระเจ้าค่ะ” อีธานวางมือถือลง แล้วรีบมาหาเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ที่ตำหนักของท่าน

“เสด็จแม่...มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าพระเจ้าค่ะ” อีธานเดินเข้ามาในตำหนักใหญ่ เห็นสีหน้าของทั้งสองพระองค์รู้สึกไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่

“มี...” เป็นเสียงของเสด็จพ่อ อีธานนั่งลงแล้วรีบเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ทันที ในใจเริ่มรู้สึกถึงอะไรบ้างอย่างที่ไม่น่าจะใช่เรื่องดี

“เรื่องอะไรหรือพระเจ้าค่ะ”

“ท่านหญิงอิงเดือนคู่หมั้นของลูกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว” สิ้นสุดคำพูดขององค์ราชินี อีธานถึงกับนิ่งไป หัวใจของเขาที่มีต่อคนรักมันบีบรัดจนปวดหนึบไปหมด

ใบหน้าซีดเซียวดวงตาแดงกล่ำ เสด็จแม่เดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆกอดปลอบลูกชายด้วยความรักและความเป็นห่วง ซึ่งทั้งสองคนกำลังรอคอยวันที่จะเข้าพิธีอภิเษกสมรส ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้แล้ว

อิงเดือนท่านหญิงจากประเทศไทยและอีธานองค์ชายคนโตจากประเทศรัสเนเปย์ ทั้งสองได้ถูกเลือกคู่ครองเอาไว้ให้เมื่อครั้งยังเยาว์วัย ทั้งสองได้คุยกันผ่านมือถือและมีบางครั้งบางคราวที่ได้เจอกันบ้าง ถึงจะไม่บ่อยนักแต่ทั้งสองก็ติดต่อกันตลอด จึงกลายเป็นความผูกพันที่มีให้กันมานานพอสมควร

อีกไม่กี่วันอิงเดือนกำลังจะเดินทางมาที่ประเทศรัสเนเปย์เพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์ชายอีธาน แต่เธอนั้นกลับโชคร้ายเสียชีวิตลงกะทันหันด้วยอุบัติเหตุ

“ไม่จริง เมื่อวันก่อนลูกยังคุยกับเธออยู่เลย” อีธานยังคงทำใจไม่ได้

“จริงลูก ทำใจซะเถอะ”

“พิธีก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แขกก็เชิญแล้ว ทางโน้นจึงเสนอท่านหญิงเรืองลดา แฝดน้องมาแทน” การแต่งงานของลูกกษัตริย์ถือเป็นหน้าที่ ยังไงก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

“ลูกไม่เอา”

“ไม่เอาไม่ได้ การแต่งงานคือหน้าที่ ลูกเป็นองค์ชายรัชทายาทไม่ใช่สามัญชนยังไงก็ต้องรับคนน้องมาเข้าพิธีอภิเษกให้ได้” องค์ราชาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นั่นจึงทำให้อีธานไม่กล้าปฏิเสธอีก

“เธอจะมาเมื่อไหร่ครับ” สำหรับคนน้อง อีธานไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่พอรู้มาบ้างจากอิงเดือนว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝดชื่อเรืองลดา ส่วนนิสัยใจคอไม่เคยรู้เลย

“อีกหนึ่งอาทิตย์ ตามวันกำหนดเดิม ลูกเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน” หวังว่าภายในหนึ่งอาทิตย์จะทำใจได้แล้ว

“แล้วทางโน้นว่ายังไง เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจริงๆเหรอพระเจ้าค่ะ”

“จริง ตำรวจยืนยันแล้ว”

“ลูกขอตัวก่อนพระเจ้าค่ะ” พูดจบอีธานก็หันหลังเดินออกไปเลย ด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ คนรักของเขาที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายรู้จักกันมานานและรักกันมากกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกด้วยกันอีกแค่ไม่กี่วัน กลับต้องมาเสียชีวิตลงกะทันหัน ซึ่งตอนนี้อีธานยังคงทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้

“ไอ้พนา มึงไปเอาเหล้ามา” พนาคือทหารองครักษ์คนสนิทที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี

“องค์ชาย ตอนนี้เลยหรือพระเจ้าค่ะ”

“กูสั่งให้ไปเอามา!” น้ำเสียงดุดันพูดขึ้นด้วยดวงตาแดงกล่ำเพราะเกิดจากอาการเสียใจ แถมยังมีตัวตายตัวแทน ซึ่งเขาไม่ได้ต้องการใครทั้งนั้น แต่ด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน

“องค์ชายเป็นอะไรพระเจ้าค่ะ” พนาองครักษ์คนสนิทที่อยู่ข้างกายของอีธานมาตลอดหลายปีเอ่ยถามขึ้น ด้วยความเป็นห่วงเมื่อเอาแอลกอฮอล์รสนุ่มราคาแพงมาวางลงตรงหน้าพร้อมกับแก้วหนึ่งใบ

อีธานเทแอลกอฮอล์ใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มลงคอรวดเดียวจนหมด จากนั้นเขาก็เทใส่แก้วอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะกระดกลงคอ เขาพูดขึ้นมาว่า...

“อิงเดือนเสียชีวิตแล้ว” จากนั้นเขาก็ยกแก้วแล้วกระดกแอลกอฮอล์ลงคออีกครั้งรวดเดียวหมดแก้วอีกตามเคย

“เสียแล้ว...” พนาได้ยินก็รู้สึกนิ่งไปเช่นกัน

“อือ...อุบัติเหตุ”

“แล้วงานอภิเษกสมรสล่ะพระเจ้าค่ะ”

“มีเหมือนเดิม ทางโน้นส่งแฝดน้องมาแทน”

“ก็ถือว่ายังแก้สถานการณ์ได้ดีนะพระเจ้าค่ะ”

“แต่กูไม่ต้องการ! มึงไสหัวไปเลยนะ” คำพูดขององครักษ์ฟังดูไม่ค่อยเข้าหู ซึ่งพนาก็ชินซะแล้ว พนาอยู่กับองค์ชายอีธานมานาน เขาย่อมรู้ว่าองค์ชายพระองค์นี้เป็นคนโมโหร้ายและไม่ค่อยยอมรับอะไรง่ายๆ พนาจึงรีบเดินออกไปก่อนที่จะโดนลูกหลง

@ประเทศไทย

ทางด้านท่านหญิงเรืองลดา

“ลดาลูก...” คุณแม่ของเธอเดินเข้ามาหาลูกสาวที่กำลังนั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว ทั้งบิดาและมารดาของเธอล้วนแล้วแต่มีเชื้อสายราชวงษ์ทั้งสิ้น อิงเดือนและเรืองลดาจึงได้ยศท่านหญิงติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพราะเหตุนี้จึงมีคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก พวกผู้ใหญ่มักจะหาคนที่เหมาะสมไว้ให้

“คะคุณแม่” สีหน้าเศร้าๆของเรืองลดามองไปที่ใบหน้าของผู้เป็นมารดา

“การแต่งงานในครั้งนี้สำคัญมาก แม่อยากจะขอร้องให้ลดาไปแทนพี่เขาได้มั้ยลูก” อิงเดือนคนพี่ที่กำลังทำพิธีศพอยู่ตอนนี้ถูกเลือกให้หมั้นหมายกับองค์ชายคนโตที่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนเรืองลดาเธอไม่มีคู่หมั้นเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก แอบปลื้มองค์ชายคู่หมั้นคู่หมายของพี่สาวมานานแต่เรื่องนี้เธอไม่เคยบอกใคร

“ค่ะ” การตอบตกลงของเรืองลดาในครั้งนี้เป็นเพราะเธอแอบมีใจให้กับฝ่ายโน้นอยู่แล้ว แต่เธอไม่เคยมีความคิดที่จะแย่งเขามาจากพี่สาวเลยสักนิด

“ขอบใจมากลูก แม่เชื่อว่าพี่เราจะต้องดีใจ” เรืองลดาหันไปมองภาพพี่สาวที่ประดับอยู่หน้าศพ เธอไม่รู้หรอกว่าพี่สาวของเธอจะยินดีในเรื่องนี้หรือเปล่า แต่ในเมื่อทางเลือกนี้เป็นสิ่งที่เธอและทุกคนต้องการ เธอเองก็ยินดีจะช่วยโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้กำลังสร้างความทุกข์ใจอันใหญ่หลวงให้กับตัวเอง

“ก่อนไป ลดาของส่งพี่เดือนขึ้นสวรรค์ก่อนนะคะ”

“ได้สิลูก” หลังจากเสร็จพิธีศพเรียบร้อยแล้ว เรืองลดาก็ต้องเดินทางทันที เพราะงานแต่งได้กำหนดไว้แล้ว ไปถึงก็คงต้องแต่งเลย ส่วนทำความรู้จักในเรื่องอื่นๆก็ค่อยเอาไว้หลังจากพิธีอภิเษกเสร็จแล้วนั่นแหละ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED