แนะนำนิยาย
ชะตาร้ายกลายรัก
กัวชุนฮวา ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่บนเตียงกับอ๋องโฉดแทนที่จะเป็นน้องสาวต่างมารดา การแต่งงานที่ผิดฝาผิดตัวจึงบังเกิดขึ้น นางต้องกลายมาเป็นพระชายาไร้รักแห่งจวนอ๋อง ทันทีที่ย่างกายเข้ามาในจวนแห่งนี้ น้ำผึ้งพระจันทร์อย่าฝันจะได้ดื่ม มีเพียงเรือนท้ายจวนเท่านั้นที่คู่ควร
จ้าวฉงซาน ชิงชังนางยิ่งนักหากไม่ใช่เพราะนาง เขาก็คงจะได้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับ กัวหลี่หนิง หญิงคนรักที่มีสัญญาใจต่อกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ บัดนี้ทุกอย่างได้พังทลายลงเพราะ ชุนฮวา หญิงแพศยาที่เขาได้ตราหน้าเอาไว้ หากคิดว่าจะได้ชูคออยู่ในจวนอ๋องของเขานางก็คิดผิด เขาจะทำให้รู้ว่า อยู่ไม่สู้ตายเป็นเช่นไร
ท่านอ๋องจ้าวฉงซาน พระอนุชาองค์ไท่จื่อ
"หญิงแพศยาเช่นเจ้า หาได้คู่ควรกับจวนอ๋องของข้าไม่ ส่งพระชายาไปอยู่ท้ายจวนและอย่าเสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอีก"
.
..
“เป็นข้าที่ผิดไปแล้ว พระชายาของข้าจะมีเพียงแค่เจ้าเท่านั้น ซุนเอ๋อร์ อย่าผลักใสข้า ได้โปรด”
กัวชุนฮวา บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกัวฉางเฉา
“หม่อนฉันไม่เคยวาดฝันถึงหัวใจของท่านอ๋อง หม่อมฉันรู้ดีว่าใจขออองท่านอ๋องเป็นของน้องรองเพียงผู้เดียว สิ่งเดียวที่ต้องการ ท่านอ๋องมอบใบหย่าให้หม่อมฉันเถอะเพคะ ซุนฮวาพร้อมจะปลงผมบวชเข้าอารามชี ละเว้นทางโลกตลอดไป”
ตอนที่ 1 โดนวางยา
"ว้าย!!!"
เสียงร้องของสาวใช้สกุลกัวดังขึ้น ก่อนที่ประตูบานนั้นจะถูกมือบางของสาวใช้กระชากให้ปิดลงทันที
"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าจึงต้องกรีดร้องโวยวายเสียงดัง"
สาวใช้นามว่าลี่ลี่ไม่กล้าที่จะเอ่ยวาจาออกไป มือเรียวยกปิดหน้าตนเองพลางส่ายหน้าไปมา หญิงสาวผู้มาใหม่เกิดความสงสัยกับท่าทางของสาวใช้ผู้นั้น นางจึงยกมือขึ้นเตรียมจะผลักประตูเข้าไป ทว่าสาวใช้กลับรีบห้ามผู้เป็นนาย จนทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงสงสัย
เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?
"คุณหนูรองเจ้าคะอย่าเปิดไปเลยเจ้าค่ะ" แต่ยิ่งห้ามกลับเหมือนยิ่งยุเข้าไปใหญ่ ไม่เพียงไม่ฟังเท่านั้นหากแต่กัวหลี่หนิง กลับเลือกที่จะผลักประตูเข้าไปในทันที
"ทะ...ท่านอ๋อง...ท่านกับพี่หญิง..."
ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า กัวหลี่หนิงในตอนนี้สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบไปถึงกระดูก นิ้วเรียวชี้ไปทางที่คนทั้งสองอยู่ด้วยความตื่นตะลึง ทว่ายังไม่ทันได้ทำสิ่งใดร่างบอบบางก็ล้มพับลงเสียก่อน
"คุณหนูรอง!!!" สาวใช้ตัวน้อยรีบเข้ามารับร่างของเจ้านายตนเองเป็นการด่วน
"หนิงเอ๋อร์!!!"
จ้าวฉงซานลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะไปรับร่างบอบบางของสตรีอันเป็นที่รัก ทว่าเสียงร้องอย่างตกใจของสาวใช้ก็ดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เขาต้องก้มลงไปมองยังเรือนร่างกำยำที่เปลือยเปล่าของตนเอง
"บัดซบ!!! นี่มันเรื่องบ้าอันใด เจ้าเป็นใครเหตุใดจึงมาอยู่ที่เตียงของข้า" เสียงเข้มตวาดออกไป
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าด้านนอกก็กรูกันเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสนาบดีกัวฉางเฉา มองบุรุษรูปงามที่มีเพียงผ้าห่มปิดช่วงล่าง ใบหน้าเหี่ยวย่นเริ่มเคร่งขรึม สัญชาตญาณบอกว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อประมุขของจวนเสตามองเข้าไปในห้องด้านใน ก็พบกับร่างอรชรที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกคลุม ใบหน้ากัวฉางเฉาก็เขียวคล้ำขึ้นมาทันที
"กัวซุนฮวานังลูกไม่รักดี ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!!"
เสนาบดีกัวฉางเฉาตวาดออกไปเสียงดัง ก่อนจะปรายตามองไปยังบุรุษสูงศักดิ์อีกคนที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากบุตรี
"ข้าต้องขอเรียนเชิญท่านอ๋องที่ห้องหนังสือพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีกัวกดข่มโทสะที่กำลังปะทุ เอ่ยออกชื่อท่านอ๋องอย่างนอบน้อม และหันกลับไปอุ้มร่างอรชรของบุตรสาวคนรองที่นอนหมดสติอยู่ที่พื้นออกไปทันที
"คุณหนูลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทรีบเข้าไปปลุกเจ้านายตนเอง นางก้มหน้าไม่กล้าสบตาคมที่มองมาทางนางและคุณหนูของนางเหมือนจะแผดเผาให้ตกตายไปเสีย
"นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่เสี่ยวอี้" เสียงแหบแห้งของกัวซุนฮวาถามขึ้น พร้อมกับขยับตัวลุก ใบหน้างามเหยเกเพราะความปวดร้าวที่ระบมไปทั่วกาย
"นั่นน่ะสิข้าเองก็อยากจะรู้ว่าคุณหนูในห้องหออย่างเจ้ามาอยู่ที่เตียงของข้าได้เช่นไร!!!" เสียงทุ้มต่ำคำรามขึ้นอย่างเดือดดาล ร่างอรชรค่อย ๆ หันไปมองก่อนจะเบิกตากว้างและกระเถิบถอยหลังอย่างตกใจ
"ทะ...ท่านอ๋อง!!!"
ตอนที่ 2 สัญญาใจ
เสียงร้องไห้ของกัวหลี่หนิงดังออกมาอย่างน่าเวทนา ใบหน้าหวานเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตา จ้าวฉงซานท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์อยากจะลุกขึ้นไปดึงนางเข้ามากอดปลอบประโลมให้หายเศร้าโศกยิ่งนัก ทว่าไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้ เพราะเวลานี้นอกจากผู้คนสกุลกัวแล้ว ยังมีองค์ไท่จื่อนั่งอยู่อีกด้วย
"ซุนฮวา!!!...เจ้าไปอยู่ที่เตียงของท่านอ๋องได้อย่างไร" เสนาบดีกัวฉางเฉาถามบุตรสาวตนเองเสียงเข้ม ใบหน้าเขียวคล้ำอย่างคนพยายามจะเก็บโทสะที่มีไว้ในใจ
"ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะท่านพ่อ" กัวซุนฮวาก้มหน้าลง มือบางกำกระโปรงแน่น
"แล้วเจ้าล่ะน้องสามเจ้าจะว่าอย่างไร" จ้าวตี๋เฟยองค์รัชทายาทมองผ่านไปยังร่างบางที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นอย่างน่าเวทนาก่อนจะถอนหายใจออกมาและหันหน้าไปมองน้องชายตนเอง ที่นั่งใบหน้าบึ้งตึง
"ข้าจะต้องว่าเช่นไร องค์ไท่จื่อก็รู้ดีว่าข้ามีหนิงเอ๋อร์เป็นคู่หมายอยู่แล้ว และหาใช่ความผิดข้าไม่นางมาปีนเตียงข้าเอง ทุกคนก็เห็น" สายตาคมตวัดกลับมามองร่างอรชรที่นั่งอยู่ข้างกาย ร่างของนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและอับอาย เพียงต้องฝืนกายให้นั่งตัวตรงเช่นนั้นได้ก็นับว่ามากพอแล้ว
"เจ้าพูดเช่นนั้นหาได้ถูกต้องไม่ เอาเช่นนี้เถอะสกุลกัวก็หาใช่คนอื่นไกล ความจงรักภักดีของสกุลกัวมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่เป็นพยาน ในเมื่อเจ้ากับคุณหนูใหญ่เป็นคนเดียวกันแล้ว เจ้าก็แต่งคุณหนูใหญ่เป็นชายาเอกของจวนอ๋องเถอะ"
ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นไปมององค์ไท่จื่อ เมื่อสบกับดวงตาคมที่มองนางอย่างอ่อนโยน ซุนฮวาก็รีบก้มหน้าลง หยาดน้ำตาคลอในดวงตาแสนเศร้า
"องค์ไท่จื่อ!!!..." จ้าวฉงซานตวัดสายตาไปมอง พร้อมกับเอ่ยเสียงเข้ม
"เอาตามที่ข้าว่า ข้าจะทูลขอพระราชทานมงคลสมรสให้เจ้ากับคุณหนูใหญ่เอง ข้าขออภัยท่านเสนาบดีที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น" จ้าวฉงซานมองหน้าพี่ชายตนเองอย่างไม่พอใจ ทว่าก็ไม่สามารถขัดคำสั่งองค์ไท่จื่อได้ เขาทำได้แค่เพียงเงยหน้าไปมองหลี่หนิงหญิงคนรักด้วยความรู้สึกผิด
"หามิได้พ่ะย่ะค่ะองค์ไท่จื่อ" เสนาบดีกัวฉางเฉาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างพอใจ เพราะคำตัดสินของจ้าวตี๋เฟยถือว่าเป็นธรรมกับสกุลกัวอย่างที่สุดแล้ว แม้ว่าจะผิดฝาผิดตัวแต่เรื่องก็เกิดขึ้นแล้วจะให้ทำเช่นไรได้
"เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะนะซุนเอ๋อร์ เห็นทีข้าคงต้องกลับวังไปแจ้งแก่องค์ฮ่องเต้ให้รับทราบเรื่องทั้งหมดก่อน น้องสามเจ้าจะกลับพร้อมข้าหรือไม่"
"ข้า...ท่านกลับไปก่อน ข้ามีเรื่องจะต้องพูดคุยกับหนิงเอ๋อร์"
ไม่มีผู้ใดคัดค้านที่ฉงซานขอพูดคุยกับหลี่หนิง เพราะถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็นคู่หมายกันมาก่อน ภายในศาลาริมสระบัว กัวหลี่หนิงนั่งร้องไห้จนผ้าเช็ดหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา จ้าวฉงซานมองหญิงคนรักด้วยความสงสาร
"หนิงเอ๋อร์...เจ้าอย่าร้องเลย ข้าจะทูลขอท่านพ่อแต่งเจ้าเข้าจวนพร้อมกันเสีย" กัวหลี่หนิงเงยหน้าขึ้นมองหยาดน้ำตาราวไข่มุกไหลออกจากดวงตาคู่สวย ใบหน้าหวานแสดงความเสียใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ท่านอ๋อง...ท่านจะใจร้ายกับหม่อมฉันไปถึงไหนเพคะ...ท่านก็รู้ว่าพี่หญิงเกลียดหนิงเอ๋อร์ ที่พี่หญิงทำเช่นนี้คงจะสมใจนาง นางคงอยากให้หม่อมฉันแต่งไปเป็นชายารองของท่านอ๋อง...หม่อมฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก มิต้องเป็นรองนางไปเรื่อยเลยหรือ"
"หนิงเอ๋อร์...ข้าจะแต่งเจ้าเป็นชายาเอก" มือหนายื่นออกไปจับมือบางเอาไว้อย่างปลอบโยน
"ท่านอ๋องก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้องค์ไท่จื่อตรัสเช่นนั้น...แล้วอีกอย่างสกุลกัวมีพันธสัญญาต่อราชวงศ์เรื่องที่จะต้องส่งตัวบุตรีเข้ารับตำแหน่งไท่จื่อเฟย และตอนนี้สกุลกัวก็เหลือเพียงหม่อมฉันที่เป็นบุตรีเพียงผู้เดียว หากแต่งเข้าจวนอ๋อง แล้วคำสัญญาเล่าจะทำเช่นไรได้"
จ้าวฉงซานถอนหายใจอย่างจนปัญญาราชโองการของเสด็จปู่สมัยยังเป็นฮ่องเต้ใครจะกล้าขัดคำสั่ง มีแต่ต้องก้มหน้ายอมรับ เขาหันหน้าไปมองหญิงคนรักที่ยังนั่งร้องไห้ปานใจจะขาด ก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย ดวงตาคมจ้องมองไปยังห้องต้นเหตุ ในใจนึกอาฆาต
'ได้!!!ในเมื่อเจ้าอยากแต่งเข้าจวนอ๋องก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน'
จ้าวฉงซานนั่งอยู่อีกไม่นานก็กลับออกไป ภายในศาลาริมสระบัวจึงเหลือแค่เพียงสาวใช้ และคุณหนูรองกัวหลี่หนิงเพียงลำพัง หยาดน้ำตาที่ไหลบ่าออกมาเมื่อสักครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงใบหน้าสะใจที่แสดงออกมาเท่านั้น
"ทำดีมาก ข้าจะตกรางวัลเจ้าเป็นอย่างงาม" ใบหน้าหวานแสยะยิ้มร้าย
"ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู ตำแหน่งไท่จื่อเฟยต้องเป็นคุณหนูของบ่าวเท่านั้นที่คู่ควร หาใช่คุณหนูใหญ่ก้นครัวไม่"
เมื่อวานที่ผ่านมาจวนสกุลกัวจัดงานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่า เหล่าขุนนางและองค์ไท่จื่อย่อมต้องมาร่วมงาน รวมถึงชินอ๋องจ้าวฉงซานคู่หมายของคุณหนูรองสกุลกัวอีกด้วย ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันกัวหลี่หนิงบังเอิญไปได้ยินเสนาบดีกัวฉางเฉาและฮูหยินผู้เฒ่าพูดคุยกันถึงตำแหน่งไท่จื่อเฟยที่จะต้องเป็นของกัวซุนฮวา เพราะเป็นความต้องการของฮ่องเต้องค์ก่อนที่มีสัญญาใจกับราชครูกัว ซึ่งเป็นบิดาของกัวฉางเฉานั่นเอง
กัวหลี่หนิงไม่อาจเก็บความอิจฉาที่มีต่อพี่สาวต่างมารดาได้ นางจึงสั่งให้สาวใช้ลอบวางยาชายคนรักและพี่สาวตนเอง หลี่หนิงไม่ปฏิเสธว่านางเองก็พึงพอใจในตัวจ้าวฉงซานอยู่บ้าง ทว่าเขาเป็นเพียงแค่ท่านอ๋อง หาใช่องค์ไท่จื่อที่จะเป็นใหญ่ในภายภาคหน้า และหากตำแหน่งไท่จื่อเฟยจะเป็นของผู้อื่นนางก็จะไม่สนใจ แต่ต้องไม่ใช่กัวซุนฮวาผู้นี้