ตอน 2

“นางอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหน”

“พระชายาเจ้าขา นางน่ากลัวเสียมากกว่าใบหน้าคล้ายภูตผี แค่มองไปก็แทบจะสิ้นสติ”

“ฮองเฮาตั้งใจจะขายหลานสาว หรือตั้งใจจะสั่งสอนท่านอ๋อง นางสำคัญกว่าท่านอ๋อง เรื่องไหนที่นางเห็นดีฝ่าบาทก็คงไม่อาจปฏิเสธ”

“นายหญิงอาจเป็นแค่เพียงความสงสารหลาน ต้องการให้เลือดเนื้อเชื้อไขของนางถือกำเนิดมา ใบหน้าไม่ได้อัปลักษณ์เช่นนางก็แค่นั้น”

“ดี พรุ่งนี้บ่ายเรียกนางพบข้า”

สาวใช้ย่อกายลงยิ้มมุมปาก

ไฟในห้องดับสนิท เจิ้งอ้ายฉิงดึงแผ่นหนังที่ทำขึ้นเป็นพิเศษออกจากใบหน้าซีกซ้ายยกมือข้นลูบใบหน้าเนียนซีกซ้ายของตัวเองที่สัมผัสได้ว่าอุ่นกว่าซีกขวา หากไม่เปิดแผ่นหนังออกเสียบ้าง อาจทำให้ใบหน้าส่งผลเสียได้ แม้จะมองไม่เห็นแต่ เจิ้งอ้ายฉิงคุ้นเคยกับการทำแบบนี้มานานปี จะให้อัปลักษณ์ก็แค่แปะมันลงไปบนใบหน้ายามดึกจึงดึงแผ่นหนังออกเสีย ใหม่ๆเคยถามป้าเป่ยว่าทำไมเจิ้งอ้ายฉิงต้องทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้

“เพื่อสิ่งใดกัน”

“เพื่อตัวคุณหนูเอง หากใครเห็นใบหน้าของคุณหนูจึงต้องมีอันเป็นไปเหมือนที่ ท่านแม่ของคุณหนูต้องพบเจอเรื่องแบบนั้น”

“ข้า ทำให้ท่านแม่ตายท่านป้าทำไมท่านไม่ให้ข้าตายเสีย”

“อ้ายฉิงแปลว่าความรัก นายหญิงให้คุณหนูชื่อนี้เพราะรักคุณหนูยิ่งกว่าใครนายหญิงเชื่อว่าสักวัน เคราะห์ร้ายของคุณหนูจะหายไป”

“แต่ข้าทำให้คนอื่นโชคร้าย”

“คุณหนูไม่อยากทำร้ายใคร คุณหนูก็ต้องทำที่เคยทำเป็นประจำเพราะจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ต้องให้รับความโชคร้ายที่เป็นของเขา คุณหนูแค่เร่งเวลาแห่งความโชคร้ายของเขาหาได้ทำให้คนอื่นโชคร้ายไม่”

ยกมือขึ้นลูบใบหน้างามเบาๆ ทิ้งกายลงบนแท่นนอน หลับใหล

“คุณชาย หนีไป”เสียงขององครักษ์ข้างกายส่งเสียงเตือนหวางปาหยางที่ไม่รอช้าทะยานออกจากห้องเก็บตำราจวนในจวนอ๋องของหวงเฉิงอู๋ ด้วยไม่อาจรับมือกับ องครักษ์ที่แข็งแกร่งของจวนอ๋องได้ ทะยานขึ้นไปบนหลังคาทอดยาวของจวนอ๋องที่เชื่อมต่อกันวิ่งไปบนหลังคากระโดดลงไปในสวน วิ่งลัดเลาะไปทางซ้ายสุดของจวนอ๋อง วิ่งจนสุดฝีเท้าองครักษ์ยังคงวิ่งตามไม่ลดละ ด้านหน้านั่นมืดมิดเหมือนไม่มีคนอาศัยหวางปาหยางดึงบานประตูแทรกกายเข้าไปในห้องมืดมิด หนึ่งให้ห้าห้องเรียงราย บังเอิญหรือเป็นเพราะลิขิตสวรรค์ ตรงเข้าไปที่แท่นนอนร่างอรชรของเจิ้งอ้ายฉิงนอนหลับใหล สะดุ้งตื่นลืมตาแต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่ออีกคน ทิ้งตัวลงทาบทับ ยกมือใหญ่ขึ้นปิดปากครึ่งจมูกไว้แน่นลมหายใจรินรดตรงหน้าร้อนผะผ่าว เจิ้งอ้ายฉิงใจเต้นไม่เป็นจังหวะแต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรด้วยไม่รู้ว่าคนผู้นี้มาร้ายมาดีเพียงใด

เสียงฝีเท้าคนนับสิบยังวิ่งวนค้นหา เข้าห้องนู่นออกห้องนี้

“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้ นี่มันห้องของชายารองท่านอ๋อง”

เสียงตวาดของเจียวหยูดังอยู่หน้าห้อง

“ห้องของชายารอง ทำไมถึงไม่มีแสงไฟเล็ดลอด”

“นายหญิงให้ข้าออกมาแล้วดับไฟตั้งแต่หัววัน พวกเจ้าจะสงสัยอะไรกัน”

“มีคนร้าย ข้าสงสัยว่า จะซ่อนตัวในห้องของชายารอง”

“เป็นไปไม่ได้ห้องด้านซ้ายมีมากมายอีกทั้งยังมีห้องติดๆ กันหลายห้องคนร้ายจะจงใจเข้าไปในห้องนายหญิงได้อย่างไร ชายารองเพิ่งจะแต่งเข้ามานางคนเมื่อยล้าไม่น้อยพวกเจ้าไปเสียอย่ามารบกวนเวลาพักผ่อน อีกอย่างถ้ามีคนร้ายนายหญิงจะต้องตื่นตกใจร้องขอความช่วยเหลือ”

องครักษ์ส่ายหน้า

“แต่หากข้าละเลย”เจียวหยูทำสีหน้าเบื่อระอา

“นายหญิงเจ้าขา มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”

หวางปาหยางส่งเสียงลอดไรฟันเบาๆ

“บอกนางไปว่าเจ้ากำลังนอนไม่มีอะไร ผิดปกติ”

“ข้ากำลังหลับสบายพวกเจ้าส่งเสียงดังรบกวนข้า” 

หวางปาหยางอ้าปากค้างกับเสียงใสราวกับระฆังแก้ว ชายารองอ๋องไร้พ่ายผู้นั้น ไหนใครบอกว่าอัปลักษณ์ยิ่งแล้ว เขาเลือกเอาวันแต่งเพราะทุกคนมัวยุ่งๆ จึงอาศัยโอกาสนี้แต่ที่เห็นห้องหับของนางล้วนไม่น่าดู เก่าคร่ำคร่านี่หรือห้องของชายารอง

“เจ้าค่ะ พวกเจ้าได้ยินไหม”

องครักษ์ประสานมือจากไป เจิ้งอ้ายฉิงผลักอกกว้างดิ้นรน ให้หลุดพ้นจากอ้อมกอด แต่กับถูกรัดไว้แน่น

“ชายารอง 555เหมาะสมยิ่งแล้ว”

สะบัดมือเพียงนิด แสงสว่างจากเปลวเทียนสว่างขึ้นที่ข้างแท่นนอน หวางปาหยางอ้าปากค้างใบหน้านวลใยงดงามใต้ร่างของเขา แสงเทียนส่องกระทบมองเห็นชัดเจน อ้ายฉิงรีบยกมือปิดบังใบหน้าซีกขวาด้วยความตกใจลืมไปว่าจะต้องปิดบังใบหน้าซีกซ้าย

“เทพีสวรรค์หรือไร”

เอาแต่ตกตะลึงอ้ายฉิงสะบัดตัวลุกขึ้น คว้ากระบี่ข้างกายมากำไปข้างหนึ่งมืออีกข้างปิดบังใบหน้าไว้

“ไปเสีย ท่านไปเสียไม่ว่าจะเป็นใครท่านจะโชคร้ายเมื่อพบหน้าข้าอาจจะไม่อาจรักษาชีวิตไว้ด้วยซ้ำ”

ไม่ได้กลัวแค่เพียงมือสั่นที่กำกระบี่ แต่ด้วยเหมือนมีมนตร์ขลังกับใบหน้างามที่เขาจ้องมองในครั้งแรกอีกทั้งร่างอ้อนแอ้นของอ้ายฉิงที่ทำเอาเขากลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งสิ่งไหนกันเวทมนตร์หรือว่าใบหน้ากับร่างอรชรนั้น ที่ทำให้เขายอมทำตามคำพูดของนางง่ายดาย ค่อยๆถอยออกจากห้องไปแต่สายตายังจับจ้องใบหน้างามไม่ลดละ อ้ายฉิงตวัดกระบี่ตัดไส้เทียน ความมืดปกคลุมอีกครั้งโยนกระบี่ไปตรงหน้า หวางปาหยางคว้ามันไว้ในมือแล้วรีบทะยานออกจากห้องไปทั้งๆ ที่ ไม่อยากจากไปแม้เพียงน้อยนางงดงามดังเทพีสวรรค์ หญิงงามอันดับหนึ่งยังน้อยไปหากจะเปรียบกับนาง

“ค้น ค้นให้ทั่ว”เสียงดังโวยวายด้านนอกอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นเสียงของ หวงเฉิงอู๋ ที่นำคนกลับมาอีกครั้ง

“เจียวหยูเปิดห้องของชายารอง”

ด้านในเงียบงันเจียวหยูลังเล

“เปิดประตู”

บานประตูเปิดออกช้าๆ ใบหน้าอัปลักษณ์ต้องแสงเทียนในมือ องครักษ์ต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้ามอง ดวงหน้าอัปลักษณ์เกินทน ก่อนหน้านั้นเจิ้งอ้ายฉิง รีบลนลานคว้าแผ่นหนังใต้หมอนมาปิดบังใบหน้าไว้ดึงผ้าห่มมาคลุม ร่างกายที่มีเพียงอาภรณ์บางเบา เผยให้เห็นเรือนร่างชัดเจน

“เจ้าอาจซุกซ่อนคนร้ายไว้ด้านใน ข้าจะให้คนค้นห้องเจ้า”

 อ้ายฉิงยิ้ม

“เชิญท่านอ๋อง”

ผายมือเชิญ หวงเฉิงอู๋ก้าวเท้าเข้าไปรื้อค้น สิ่งของในห้องไม่เว้นแม้กระทั่งบนแท่นนอน

“พวกเจ้าแน่ใจหรือ”

“แน่ใจ ขอรับ”

“บัดซบ วิ่งมาทางนี้ แต่กลับหายตัวไปง่ายดาย”

หันมาเผชิญหน้ากับอ้ายฉิงสายตา จ้องจับผิด

“ข้า เอาผิดเจ้าไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าข้าจะวางใจ”

อ้ายฉิงย่อกายลงอ่อนหวาน

“ท่านอ๋องค้นดูอีกรอบจึงดี หากยังไม่วางใจ”

น้ำเสียงอ่อนหวาน จนคนฟังใจอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อป้ายหยกเนื้อดีบ่งบอกฐานะใช้สำหรับของใครบางคนที่ร่วงบนพื้น

“หวงเฉิงอู๋ก้มลงเก็บ ป้ายหยกมาขึ้นมายื่นไปตรงหน้า อ้ายฉิง

“สิ่งนี้เจ้าจะอธิบายว่าอย่างไร” 

มือบางคว้าป้ายหยกอย่างรวดเร็วแต่ ร่างสูงกลับไวกว่าคว้ามือดึงตัวของอ้ายฉิงกระแทกมาที่อกของเขา

“นอกจากใบหน้าอัปลักษณ์แล้ว เจ้ายังทำเรื่องปิดบังชั่วช้า เจ้ารวมหัวกับใคร”

อ้ายฉิงยิ้มหวาน

“ท่านอ๋องกลัว หรือกลัวว่าสิ่งที่ทำไว้จะเปิดเผยออกมาใช่หรือไม่”

ผลักร่างบางให้ลงไปกองกับพื้น

“กลับ”

อ้ายฉิงกำป้ายหยกไว้ในมือแน่น ไม่ยอมปล่อย ดีที่หวงเฉิงอู่คิดว่าป้ายหยกนี่เป็นของคนร้าย

ตอน 3

"องศ์หญิงสามกับองค์หญิงเก้า มาร่วมดื่มชาพระชายาเอกเชิญนายหญิงที่เรือนบุปผา"

"ข้าได้ยินแล้ว"

"นายหญิงเจียวหยูห่วงใยนายหญิงยิ่งนัก นายหญิงคนพอได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับนายหญิงชายาเอก"

อ้ายฉิงยิ้มบางๆ

"ไม่ต้องกังวลบอกนางว่าข้ากำลังแต่งหน้า ไปช้าหน่อยคงไม่เป็นไร"

"ให้เจียวหยูช่วย"

"ไม่ต้อง ข้าลงมือเองจนชินแล้วเจียวหยู เจ้าเองก็คงเคยได้ยินเรื่องของข้าหากใครเกี่ยวข้องกับข้ามักจะถูกดึงดูดโชคดีไปเสียสิ้น ข้าชอบเจ้ามากไม่อยากให้เจ้าต้องโชคร้าย”

เจียวหยูยิ้มนึกสงสารอ้ายฉิง แต่งหน้าหรือ….

เรือนบุปฝาในจวนอ๋อง

"ฮะๆๆๆ แต่งหน้า อย่างนางอัปลักษณ์สิ้นดียังกล้าอ้างว่าแต่งหน้าความจริงไม่อยากพบพวกเราละสิไม่ว่า"

องค์หญิงเก้าที่วัยไล่เลี่ยกับอ้ายฉิงยิ้มหยันก่อนจะพูดอย่างดูแคลน

"น้องสาว เป็นหญิงมักจะห่วงหน้าตา สวยงามหรืออัปลักษณ์ก็ย่อมจะรักสวยรักงาม"องค์หญิงสามปรามน้องสาวร่วมบิดา

"ลืมไปเสียสิ้น ข้าพูดจาแบบนี้เกรงว่านางจะร่ายมนตร์ดำนำความโชคร้ายมาให้ข้า555น่ากลัวจริงๆ "

หลุนฟางหลินยกชาขึ้นจิบช้าๆ

"นางแต่งเข้ามาเป็นชายารองเช่นไรจึงกล้าทำตามใจ หากนางทำเรื่องไม่ถูกไม่ควรฟางหลินในฐานะชายาเอกดูแลทุกข์สุขในจวนอ๋องจะลงโทษนางเอง"

องค์หญิงเก้ายิ้มสาใจ

"เจิ้งอ้ายฉิงคารวะองค์หญิงสามองค์หญิงเก้า และชายาเอก"

เสียงใสของนางฉุดความคิดขุ่นมัวให้มลายไปได้ องค์หญิงสามยิ้มอย่างเป็นมิตร

"เงยหน้าเจ้าขึ้นไม่ต้องอายไหนบอกว่าแต่งหน้ามาดูสินั่นงดงามเพียงใด"

พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"พี่สาวหากไม่กลัวว่ารสชาดีจะแย่ลงก็มองหน้านางเสียหน่อยแต่ข้าไม่เอาด้วยหรอก น่าเกลียดน่ากลัว หากท่านอาเฉิงอู๋อ๋องมีลูกกับนาง ลูกของนางมีใบหน้าอัปลักษณ์เหมือนแม่คงเป็นที่ขบขัน"

"จิวฮัวนางเป็นญาติของเจ้า มารดานางมีศักดิ์เป็นถึงท่านป้าจะพูดจะจาระวังคำพูดด้วย"

องค์หญิงสามยังปรามน้องสาว จิวฮัวพึมพำเบาๆ

"ข้าไม่ได้อยากมีญาติเช่นนางเสียหน่อยอับอายคนอื่นเสียเปล่า"ก่อนจะหดหัว เพราะมองเห็นเฉิงอู๋อ๋องก้าวเข้ามาในเรือนบุปฝา

"ท่านอา ท่านอา ท่านพี่"

ทั้งสามนางลุกขึ้นย่อกาย เว้นแต่อ้ายฉิงที่ยืนก้มหน้านิ่งเช่นเดิม

"พวกเจ้าแวะมา เพื่อดื่มชากับหวางเฟยอย่างนั้นหรือ"จิวอัน องค์หญิงสามมองเฉิงอู๋ตาละห้อย ส่วนจิวฮัวรีบเข้าไปเกาะแขน

"ท่านอาของหลานมีชายาใหม่ทั้งทีเรามาร่วมแสดงความยินดี"เหลือบตามองอ้ายฉิงก่อนจะเบ้ปาก

"ไม่มีอะไรน่ายินดี เพียงเพราะขัดบัญชาฝ่าบาทกับฮองเฮาไม่ได้"

"เสด็จพ่อกับเสด็จแม่หวังดีกับท่านอา"

จิวอันออกรับแทน

"หวังดีก็น่าจะหาหญิงงามมิใช่หญิงอัปลักษณ์"

จิวฮัวพูดแทนความในใจของเฉิงอู๋ที่ยิ้มหยัน แต่อ้ายฉิงไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น

"จิวฮัว"

จิวอันยังปรามเหมือนเดิม

"ดูหน้านางสิ ท่านอาหล่อเหลาเพียงนี้ให้แต่งกับนางได้อย่างไร"

"เมื่อไหร่เจ้าจะหยุดค่อนแคะนางเสียที"

จิวอันส่งเสียงดุ

"ท่านอาดื่มชากับพวกเรา"เฉิงอู๋เหลือบตามองอ้ายฉิงส่ายหน้าไปมา

"ไม่ดีกว่า"

"ท่านพี่มาเหนื่อยๆ ฟางหลินให้บ่าวต้มน้ำให้ท่านพี่แช่น้ำอุ่นเสียหน่อยนี่ก็บ่ายคล้อยแล้ว"

"เจ้ารู้ใจข้ายิ่งหวางเฟย"

ยิ้มส่งสายตาคม

"เห็นท่านอากับอาหญิง รักใคร่กันอย่างนี้อีกหน่อยคงมีหลาชนให้จิวฮัวได้ดูแล"ฟางหลินอมยิ้ม อ้ายฉิงเหมือนดังส่วนเกิน จิวอันเหลือบตามองเห็นใจอ้ายฉิงยิ่งนัก

"ข้าไปแช่น้ำอุ่น ดีกว่า"ก้าวขาจากไป

"นั่งลงดื่มชา เสียหน่อยเช่นนั้นคนเขาจะพูดเอาได้ว่าจวนอ๋องของเราใจร้ายกับเจ้ายิ่งนัก"

"ให้จิวฮัวทายนะอาหญิงเมื่อคืนท่านอาคงไม่กล้าร่วมเตียงกับนางแม้จะไปที่ห้องของนางคงไม่กล้าเห็นได้ชัดว่าท่านอารังเกียจนางเพียงนี้"

"ท่านอ๋องไปที่ห้องของนาง แต่ว่าที่ไปเพราะมีคนร้ายเขามาสอดแนมในจวนอ๋อง คนร้ายเองเห็นหน้านางก็คงหนีลนลานเช่นกัน"

"อ้ายฉิงขอตัว ในเมื่อเรื่องที่พระชายากับองค์หญิงคุยกันมีแต่เรื่องว่าร้ายอ้ายฉิง อยู่รึไม่ มีค่าเท่ากันในเมื่อกล้าว่าร้ายต่อหน้าเท่ากับมิได้มีความเกรงใจต่อกันเลยอ้ายฉิงเองจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกท่าน"

"เจ้าทนคำพูดถากถางของพวกข้าแค่นี้ไม่ได้ เจ้าคิดว่าเจ้าทนความเย็นชาของท่านพี่ได้หรือ ข้ากว่าจะถูกเรียกว่าหวางเฟยต้องใช้เวลาแรมปีเจ้าแค่นี้ทนไม่ได้อย่างนั้นก็หย่าไปเสีย"

"ข้าเองก็ต้องขอตัวเหมือนกันหากๆๆๆ การดื่มชาในวันนี้ ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจไปอีกหลายวัน"จิวอันขยับกาย

"องค์หญิง ฟางหลินไม่ส่ง"

จิวอันดึงมืออ้ายฉิงจากไป

"อย่าถือสาพวกนางก็เพียงกดผู้อื่นให้ต่ำกว่าตัวเอง เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดี"

"ขอบคุณองค์หญิงสาม"

"ท่านอา ยิ่งใหญ่เพียงนั้นเป็นธรรมดาที่จะต้องกลัวว่าจะมีคนครหาเรื่องเจ้า เช่นนั้นอดทนเอาหน่อยท่านอาไม่นานอาจยอมรับเจ้าได้"

น้ำเสียงที่พูดถึงหวงเฉิงอู๋ชื่นชมและยกย่องอย่างที่สุด

"ขอบคุณ องค์หญิงสาม"จิวอันยิ้ม

"เจ้าเอาแต่ขอบคุณข้า คิดว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น ดูสิข้าอิจฉาเจ้าเกินใครที่ได้แต่งกับท่านอาที่ใครๆล้วนต่างชื่นชมว่าเขาองอาจห้าวหาญเป็นแม่ทัพไร้พ่ายคนชื่นชมทั้งแผ่นดิน"

"องค์หญิงเองก็น่าชื่นชม"

อ้ายฉิงจับน้ำเสียงชื่อชนยกย่องของ จิวอันได้อย่างดี

"ข้า แค่เพียงเห็นว่าเจ้ายอมให้พวกนางดูแคลน แค่เพียงใบหน้าของเจ้าต่างจากพวกนาง ทั้งที่เจ้าเองไม่เคยคิดร้ายกับพวกนางก่อน เอาอย่างนี้วันพรุ่งนี้ไปที่ตำหนักข้าเรามาคิดหาวิธีรักษาบาดแผลที่ใบหน้าเจ้าข้าจะให้หมอหลวงมาช่วยดูบาดแผลของเจ้า"

อ้ายฉิงเลิกคิ้วสูง

"องค์หญิงไม่ต้องลำบากอ้ายฉิงอยู่แบบนี้จนชินแล้ว"

"ไม่ได้สิ ต้องลองดูเสียหน่อยอีกอย่างเจ้าไม่เคยไปมาหาสู่พวกเราเสด็จแม่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเจ้าบ่นถึงเจ้าบ่อยๆ "

อ้ายฉิงยิ้มกับมิตรภาพของจิวอัน

จวนปาหวางอ๋อง

ร่างสูงยืนหันหลังมองไม้ดัดด้วยอาการครุ่นคิด ใบหน้าหล่อเหลาที่คิ้วขมวดเข้าหากัน

"ท่านอ๋อง ปลอดภัยหรือไม่"

องครักษ์ประสานมือด้วยความนอบน้อม

"อืม ปลอดภัยดี เฉิงอู๋อ๋องสงสัยข้าหรือไม่"

หวางปาหยางอ๋องเอ่ยปาก

"คนของเราบอกว่า ท่านอ๋องเฉิงอู๋นำกำลังค้นหาตัวคนร้ายทั่วทั้งจวน"

"ฮึ ฮึ ฮึ เฉิงอู๋อ๋องรอบคอบยิ่งแล้ว คราวนี้ไม่พบหลักฐานสำคัญเอาผิดเขาได้แต่อย่างน้อยเราก็ถือว่าสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว"

ไม่สิอย่างน้อยก็พบหญิงงาม เขาเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่อาจข่มตาหลับใหลได้หลับตาลงครั้งใดในใจมีแต่ใบหน้างดงามราวเทพีสวรรค์ของนางลอยวนเวียนในห้วงมโนสำนึก

"เจ้าเคยได้พบชายารองของเฉิงอู๋บ้างหรือไม่"

เอ่ยปากถามองครักษ์ข้างกายนางกวานชิง

"ท่านอ๋องคงหมายถึงชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องเฉิงอู๋ ข้าน้อยเคยพบนางครั้งหนึ่งใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่ง แต่กิริยางดงามอ่อนหวาน"

หวางปาหยางอมยิ้ม

"ทำไมข้าเห็นว่านางงดงามดังเทพีสวรรค์"

ชิงกวานขมวดคิ้ว

"นั่นอาจเป็นเพราะท่านอ๋องกับนางมีวาสนาต่อกัน แต่ก็อีกนั่นแหละนางเป็นชายาเฉิงอู๋อ๋อง"

"แย่งชิง…."

ชิงกวานเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจแย่งชิงหญิงอัปลักษณ์ทั้งๆ ที่มีหญิงงามมากมายพร้อมจะทอดกายปาหยางอ๋องคิดอะไรอยู่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED