“ทำไมต้องเป็น เจิ้งอ้ายฉิง (เจิ้งแซ่ของมารดา อ้ายชิง-ความรัก) ”
“หวงเจิงอู๋ เจ้ากล้าขัดบัญชาข้าหรือไร”
“ฝ่าบาท ข้าเป็นถึงแม่ทัพไร้พ่ายอีกอย่าง นางแค่ลูกอนุเป็นชายารองท่านอ๋องอย่างข้าไม่นับว่ามากไปหน่อยหรือ”
“หวงเจิ้งอู๋จะมากไปแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกดูถูกคนอื่นแล้วเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่”
“ข้าไม่ขอรับ นางในตำแหน่งชายารอง”
หวงฉีจิ้งตบโต๊ะฉาดใหญ่
"หากไม่เห็นแก่หน้าฮองเฮาก็เชิญเจ้าปฏิเสธได้ในทันที"
หวงเจิ้งอู๋ประสานมือจากไป
จวน ขุนนางเหว่ยจื่อหยวน
“ท่านแม่ นางอัปลักษณ์เหตุใดจึงได้แต่งกับท่านอ๋องหวงเฉิงอู๋ที่รูปงาม”
“ต้องมีสิ่งใดผิดพลาด ไม่สิ ฮองเฮาเป็นถึง น้าสาวคนเล็กของนาง ก็คงไม่น่าจะผิดพลาดอะไร”
“ท่านแม่ นางจะเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋องหรือไม่”
“ไม่สิเจ้าดูนางเกิดมาพร้อมกับความโชคร้ายแม่ตายแล้วยังใบหน้าอัปลักษ์ ผู้คนล้วนหวาดกลัวเมื่อพบหน้านางเจ้าคิดว่าท่านอ๋องจะทรงโปรดปรานหญิงหน้าตาอัปลักษณ์หรือไร”
รอยยิ้มหยันบนใบหน้าสวยสด
“ท่านแม่เช่นนั้น ...อีกไม่นานนางคงถูกเฉดหัวออกจากจวนอ๋อง ว่ากันว่าชายาเอกของท่านอ๋อง น่ากลัวเกินใคร”
“คงต้องนับวันว่านางจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้นานกี่วันจะเหมาะกว่า”
เจิ้งอ้ายฉิง ในอาภรณ์สีแดง มีผ้าคลุมหน้าสีเดียวกัน ปิดบังใบหน้าไว้ แม้รูปร่างอรชรทว่าใบหน้าด้านซ้ายอัปลักษณ์จนเหมือนภูติผี ก้าวขาลงจากเกี้ยวหลังเล็ก แหงนหน้ามองป้ายด้านบน
“จวนอ๋องไร้พ่าย”ไม่ได้แสดงสีหน้าว่าดีใจหรือตื่นตกใจอะไร
“คุณหนูรองข้าน้อยส่งได้เพียงเท่านี้”
เจิ้งอ้ายฉิงย่อกายลงตรงหน้าคนหามเกี้ยว
“โอ้คุณหนูรองอย่าทำแบบนี้ ข้าน้อยไม่อาจรับได้”
“ท่านลุงเป่ย อีกเท่าไหร่ถึงจะได้พบกัน ท่านลุงมีน้ำใจกับข้ายิ่งแล้ว คนอื่นล้วนไม่มีใครอยากมาส่งข้าที่นี่ เพราะกลัวจะพบกับความโชคร้ายและอัปยศ มีแต่ท่านลุงที่มีน้ำใจกับข้ายิ่งนัก อ้ายฉิงไม่มีเงินทองตอบแทนมีเพียง คำขอบคุณก็เท่านั้น” ลุงเป่ย ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ
“คุณหนูแค่นี้ก็ซึ้งใจแล้ว คุณหนูรองโชคร้ายแต่ไม่เคยโทษคนอื่น พยายามที่จะ ให้คนอื่นยิ้มได้เสมอ ยายแก่เป่ยฝากลุงมาบอกกับคุณหนูเพราะนางไม่อาจหยุดร้องไห้ได้ เมื่อคุณหนูมาที่นี่”
“ท่านป้าดีกับข้ามาตลอดตั้งแต่ข้าเกิดมามีเพียงท่านป้าที่คอยห่วงใย”
“นางตอนนี้ก็ยังห่วงคุณหนูรองไม่เสื่อมคลาย กำชับให้ทำเหมือนที่เคยทำเป็นประจำห้ามละเลย จนกว่าคุณหนูจะพ้นเคราะห์”
เจิ้งอ้ายฉิงยิ้ม ก่อนจะหันหลังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเดินผ่านธรณีประตูหน้าจวนอ๋อง
สาวใช้นางหนึ่ง ก้มหน้าไม่กล้ามองผ่านผ้าคลุมด้วยได้ยินคำเล่าขานมามากมายกับใบหน้าอัปลักษณ์ของเจิ้งอ้ายฉิง
“พระชายา ท่านอ๋องให้ข้าน้อยจัดห้องหับไว้ให้ท่านแล้วอยู่ด้านในสุด”
สาวใช้วัยอ่อนกว่ายื่นมือรับห่อผ้าในมือของเจิ้งอ้ายฉิง
“ไม่เป็นไรข้าถือเองได้”
“เชิญนายหญิง ด้านซ้าย”
สาวใช้ผายมือ ให้เจิ้งอ้ายฉิงเดินไปก่อน
“นายหญิงเจ้าขาข้าน้อย เจียวหยูรับหน้าที่ดูแลนายหญิงต่อจากนี้ตามคำสั่งท่านอ๋อง”
“ขอบใจเจ้ายิ่งนัก”
น้ำเสียงอ่อนโยนไม่ว่าจะพูดกับใครเป็นกิริยาที่ อ้ายฉิงทำจนกลายเป็นความเคยชิน
ห้องด้านซ้ายสุด ที่เหมือนจะเพิ่งได้รับการปัดกวาดด้วยร้างไร้มานาน
“นายหญิงข้าน้อยเพิ่งจะได้มาปัดกวาดให้ท่าน เมื่อวานด้วยงานในจวนมากมายกว่าจะปลีกตัวมาได้ นายหญิงคงพอจะหลับนอนได้”
จริงอย่างที่คิด ห้องนี้ถูกทิ้งร้างมานานจริงๆ
“ขอบใจเจ้าเหลือเกินแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วปกติ ข้าทำทุกอย่างด้วยตัวเองนี่ถือว่ายังมีเจ้า”
หวงเจิงอู๋ก้าวเท้ายาวๆ หยุดยืนตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย ยืนเอามือไพล่หลังด้วยความถือตัวใบหน้าหล่อเหลาเบือนหน้าหนีไม่อยากมองเจิ้งอ้ายฉิงแม้แต่น้อย เจิ้งอ้ายฉิง แอบมองใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร ที่มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้า
“เจียวหยู ออกไปก่อน”
เจียวหยูย่อกายจากไป เจิ้งอ้ายฉิงนั่งก้มหน้ามองมือตัวเอง
“ข้าไม่ได้มาเปิดผ้าคลุมหน้ารับเจ้าเข้าจวนอย่างที่เจ้าคิด ข้าไม่ได้มาร่วมหอกับเจ้าอย่างที่เจ้าคิด เพราะฉะนั้นหากไม่พอใจในสิ่งที่ข้าทำ รุ่งเช้าเจ้าก็แค่ขอหย่ากับข้าเสีย”
เจิ้งอ้ายฉิงเงยหน้าอัปลักษณ์ขึ้นจ้องมองดวงหน้าของหวงเฉิงอู่ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นใบหน้าหน้าอัปลักษณ์เต็มตา หวงเฉิงอู่ผงะถอยอ้าปากค้างใบหน้าซีกขวาแม้จะงดงาม จนไร้ที่ติแตกต่างกับใบหน้าซีกซ้าย ที่อัปลักษณ์จนเขาแทบจะเผลอสำรอกของเก่าออกมา
“คงต้องรบกวน ท่านอ๋องขอหย่ากับข้าเสียเอง”
เสียงดังระฆังแก้วกังวานเพราะพริ้งแม้จะอยู่ในอาการไม่พอใจก็ตาม
“เจ้ารู้คำตอบอยู่แล้วว่าข้าไม่อาจ ขอหย่าเจ้าได้ เจ้าจึงยื่นข้อเสนอแบบนี้คืนกลับมา เจ้าอัปลักษณ์เพียงนี้ก็น่าจะรู้ดีว่าไม่คู่ควรกับข้า”
“ข้ารู้ดี”
น้ำเสียงแปร่งในตอนท้าย คล้ายๆ กับยอมรับชะตากรรมของตัวเองเป็นอย่างดี
“รู้ก็ไปเสีย”
“ไม่ใช่ข้าที่ตัดสินใจได้เพียงลำพัง”
เหมือนจะร้องขอความเห็นใจ
“เจ้าก็รู้ว่าข้าต้องอับอายผู้คน และข้ารังเกียจเจ้าแค่ไหนกับเรื่องใบหน้าอัปลักษณ์ของเจ้า”
“ข้าก็เพียงทำตามบัญชาของฝ่าบาท”
“อ้าง บัญชาฝ่าบาท ใจจริงหากเจ้าไม่ยอมแต่งเพราะเห็นแก่ข้าที่ต้องมาแบกรับความอับอายให้เหล่าขุนนางและผู้คนในวังหลวงต้องหัวเราะเยาะ เจ้าก็ควรจะขัดบัญชาฝ่าบาทเสียมิใช่แต่งกับข้า หรือว่าเป็นเพราะเจ้าเองก็แอบดีใจที่ได้แต่งกับข้า”
“ข้าไม่เคยดีใจหรือเสียใจ”
“ดีข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่ต้องแต่งกับข้า และจะต้องขอหย่ากับข้าอีกไม่นาน”หวงเฉิงอู๋ก้าวขาสะบัดแขนจากไป เจิ้งอ้ายฉิงเอนกายพิงพนักเก้าอี้
จ้องมองกระจก เงาที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ของตัวเองอยู่ตรงนั้น ยกมือขึ้นลูบใบหน้างดงามด้านขวา
สิบแปดปีก่อน
“นางถือกำเนิดมาพร้อมกับโชคร้ายมารดาตาย ตั้งแต่นางลืมตาดูโลก ใครก็ช่างที่เห็นใบหน้างดงามของนางจะต้องมีอันเป็นไป”
“ท่านเซียนแล้วข้าจะต้องทำอย่างไร”
ท่านป้าเป่ยตอนนั้นอายุอานามยังไม่เท่าไหร่นางเป็นสาวใช้ที่คอยรับใช้มารดาของเจิ้งอ้ายฉิงอีกที เอ่ยปากถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เจ้าก็แค่ ปิดบังใบหน้างดงามของนางเสีย เด็กน้อยคนนี้เมื่อเติบใหญ่ใบหน้าของนางหาก ปล่อยให้ผู้คนพบเห็น จะต้องเป็นฉนวนเหตุล่มเมืองล่มสวรรค์อย่างแน่นอน”
เจิ้งอ้ายฉิง ยกมือขึ้นลูบใบหน้าด้านซ้ายแสนอัปลักษณ์ที่มีวัตถุบางอย่าง ปิดบังไว้ก่อนจะยิ้มให้กับกระจกบางๆ
“เจ้าเหมาะกับ ความอัปลักษณ์อย่างนี้เจิ้งอ้ายฉิง”
“นางอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหน”
“พระชายาเจ้าขา นางน่ากลัวเสียมากกว่าใบหน้าคล้ายภูตผี แค่มองไปก็แทบจะสิ้นสติ”
“ฮองเฮาตั้งใจจะขายหลานสาว หรือตั้งใจจะสั่งสอนท่านอ๋อง นางสำคัญกว่าท่านอ๋อง เรื่องไหนที่นางเห็นดีฝ่าบาทก็คงไม่อาจปฏิเสธ”
“นายหญิงอาจเป็นแค่เพียงความสงสารหลาน ต้องการให้เลือดเนื้อเชื้อไขของนางถือกำเนิดมา ใบหน้าไม่ได้อัปลักษณ์เช่นนางก็แค่นั้น”
“ดี พรุ่งนี้บ่ายเรียกนางพบข้า”
สาวใช้ย่อกายลงยิ้มมุมปาก
ไฟในห้องดับสนิท เจิ้งอ้ายฉิงดึงแผ่นหนังที่ทำขึ้นเป็นพิเศษออกจากใบหน้าซีกซ้ายยกมือข้นลูบใบหน้าเนียนซีกซ้ายของตัวเองที่สัมผัสได้ว่าอุ่นกว่าซีกขวา หากไม่เปิดแผ่นหนังออกเสียบ้าง อาจทำให้ใบหน้าส่งผลเสียได้ แม้จะมองไม่เห็นแต่ เจิ้งอ้ายฉิงคุ้นเคยกับการทำแบบนี้มานานปี จะให้อัปลักษณ์ก็แค่แปะมันลงไปบนใบหน้ายามดึกจึงดึงแผ่นหนังออกเสีย ใหม่ๆเคยถามป้าเป่ยว่าทำไมเจิ้งอ้ายฉิงต้องทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้
“เพื่อสิ่งใดกัน”
“เพื่อตัวคุณหนูเอง หากใครเห็นใบหน้าของคุณหนูจึงต้องมีอันเป็นไปเหมือนที่ ท่านแม่ของคุณหนูต้องพบเจอเรื่องแบบนั้น”
“ข้า ทำให้ท่านแม่ตายท่านป้าทำไมท่านไม่ให้ข้าตายเสีย”
“อ้ายฉิงแปลว่าความรัก นายหญิงให้คุณหนูชื่อนี้เพราะรักคุณหนูยิ่งกว่าใครนายหญิงเชื่อว่าสักวัน เคราะห์ร้ายของคุณหนูจะหายไป”
“แต่ข้าทำให้คนอื่นโชคร้าย”
“คุณหนูไม่อยากทำร้ายใคร คุณหนูก็ต้องทำที่เคยทำเป็นประจำเพราะจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ต้องให้รับความโชคร้ายที่เป็นของเขา คุณหนูแค่เร่งเวลาแห่งความโชคร้ายของเขาหาได้ทำให้คนอื่นโชคร้ายไม่”
ยกมือขึ้นลูบใบหน้างามเบาๆ ทิ้งกายลงบนแท่นนอน หลับใหล
“คุณชาย หนีไป”เสียงขององครักษ์ข้างกายส่งเสียงเตือนหวางปาหยางที่ไม่รอช้าทะยานออกจากห้องเก็บตำราจวนในจวนอ๋องของหวงเฉิงอู๋ ด้วยไม่อาจรับมือกับ องครักษ์ที่แข็งแกร่งของจวนอ๋องได้ ทะยานขึ้นไปบนหลังคาทอดยาวของจวนอ๋องที่เชื่อมต่อกันวิ่งไปบนหลังคากระโดดลงไปในสวน วิ่งลัดเลาะไปทางซ้ายสุดของจวนอ๋อง วิ่งจนสุดฝีเท้าองครักษ์ยังคงวิ่งตามไม่ลดละ ด้านหน้านั่นมืดมิดเหมือนไม่มีคนอาศัยหวางปาหยางดึงบานประตูแทรกกายเข้าไปในห้องมืดมิด หนึ่งให้ห้าห้องเรียงราย บังเอิญหรือเป็นเพราะลิขิตสวรรค์ ตรงเข้าไปที่แท่นนอนร่างอรชรของเจิ้งอ้ายฉิงนอนหลับใหล สะดุ้งตื่นลืมตาแต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่ออีกคน ทิ้งตัวลงทาบทับ ยกมือใหญ่ขึ้นปิดปากครึ่งจมูกไว้แน่นลมหายใจรินรดตรงหน้าร้อนผะผ่าว เจิ้งอ้ายฉิงใจเต้นไม่เป็นจังหวะแต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรด้วยไม่รู้ว่าคนผู้นี้มาร้ายมาดีเพียงใด
เสียงฝีเท้าคนนับสิบยังวิ่งวนค้นหา เข้าห้องนู่นออกห้องนี้
“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้ นี่มันห้องของชายารองท่านอ๋อง”
เสียงตวาดของเจียวหยูดังอยู่หน้าห้อง
“ห้องของชายารอง ทำไมถึงไม่มีแสงไฟเล็ดลอด”
“นายหญิงให้ข้าออกมาแล้วดับไฟตั้งแต่หัววัน พวกเจ้าจะสงสัยอะไรกัน”
“มีคนร้าย ข้าสงสัยว่า จะซ่อนตัวในห้องของชายารอง”
“เป็นไปไม่ได้ห้องด้านซ้ายมีมากมายอีกทั้งยังมีห้องติดๆ กันหลายห้องคนร้ายจะจงใจเข้าไปในห้องนายหญิงได้อย่างไร ชายารองเพิ่งจะแต่งเข้ามานางคนเมื่อยล้าไม่น้อยพวกเจ้าไปเสียอย่ามารบกวนเวลาพักผ่อน อีกอย่างถ้ามีคนร้ายนายหญิงจะต้องตื่นตกใจร้องขอความช่วยเหลือ”
องครักษ์ส่ายหน้า
“แต่หากข้าละเลย”เจียวหยูทำสีหน้าเบื่อระอา
“นายหญิงเจ้าขา มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”
หวางปาหยางส่งเสียงลอดไรฟันเบาๆ
“บอกนางไปว่าเจ้ากำลังนอนไม่มีอะไร ผิดปกติ”
“ข้ากำลังหลับสบายพวกเจ้าส่งเสียงดังรบกวนข้า”
หวางปาหยางอ้าปากค้างกับเสียงใสราวกับระฆังแก้ว ชายารองอ๋องไร้พ่ายผู้นั้น ไหนใครบอกว่าอัปลักษณ์ยิ่งแล้ว เขาเลือกเอาวันแต่งเพราะทุกคนมัวยุ่งๆ จึงอาศัยโอกาสนี้แต่ที่เห็นห้องหับของนางล้วนไม่น่าดู เก่าคร่ำคร่านี่หรือห้องของชายารอง
“เจ้าค่ะ พวกเจ้าได้ยินไหม”
องครักษ์ประสานมือจากไป เจิ้งอ้ายฉิงผลักอกกว้างดิ้นรน ให้หลุดพ้นจากอ้อมกอด แต่กับถูกรัดไว้แน่น
“ชายารอง 555เหมาะสมยิ่งแล้ว”
สะบัดมือเพียงนิด แสงสว่างจากเปลวเทียนสว่างขึ้นที่ข้างแท่นนอน หวางปาหยางอ้าปากค้างใบหน้านวลใยงดงามใต้ร่างของเขา แสงเทียนส่องกระทบมองเห็นชัดเจน อ้ายฉิงรีบยกมือปิดบังใบหน้าซีกขวาด้วยความตกใจลืมไปว่าจะต้องปิดบังใบหน้าซีกซ้าย
“เทพีสวรรค์หรือไร”
เอาแต่ตกตะลึงอ้ายฉิงสะบัดตัวลุกขึ้น คว้ากระบี่ข้างกายมากำไปข้างหนึ่งมืออีกข้างปิดบังใบหน้าไว้
“ไปเสีย ท่านไปเสียไม่ว่าจะเป็นใครท่านจะโชคร้ายเมื่อพบหน้าข้าอาจจะไม่อาจรักษาชีวิตไว้ด้วยซ้ำ”
ไม่ได้กลัวแค่เพียงมือสั่นที่กำกระบี่ แต่ด้วยเหมือนมีมนตร์ขลังกับใบหน้างามที่เขาจ้องมองในครั้งแรกอีกทั้งร่างอ้อนแอ้นของอ้ายฉิงที่ทำเอาเขากลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งสิ่งไหนกันเวทมนตร์หรือว่าใบหน้ากับร่างอรชรนั้น ที่ทำให้เขายอมทำตามคำพูดของนางง่ายดาย ค่อยๆถอยออกจากห้องไปแต่สายตายังจับจ้องใบหน้างามไม่ลดละ อ้ายฉิงตวัดกระบี่ตัดไส้เทียน ความมืดปกคลุมอีกครั้งโยนกระบี่ไปตรงหน้า หวางปาหยางคว้ามันไว้ในมือแล้วรีบทะยานออกจากห้องไปทั้งๆ ที่ ไม่อยากจากไปแม้เพียงน้อยนางงดงามดังเทพีสวรรค์ หญิงงามอันดับหนึ่งยังน้อยไปหากจะเปรียบกับนาง
“ค้น ค้นให้ทั่ว”เสียงดังโวยวายด้านนอกอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นเสียงของ หวงเฉิงอู๋ ที่นำคนกลับมาอีกครั้ง
“เจียวหยูเปิดห้องของชายารอง”
ด้านในเงียบงันเจียวหยูลังเล
“เปิดประตู”
บานประตูเปิดออกช้าๆ ใบหน้าอัปลักษณ์ต้องแสงเทียนในมือ องครักษ์ต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้ามอง ดวงหน้าอัปลักษณ์เกินทน ก่อนหน้านั้นเจิ้งอ้ายฉิง รีบลนลานคว้าแผ่นหนังใต้หมอนมาปิดบังใบหน้าไว้ดึงผ้าห่มมาคลุม ร่างกายที่มีเพียงอาภรณ์บางเบา เผยให้เห็นเรือนร่างชัดเจน
“เจ้าอาจซุกซ่อนคนร้ายไว้ด้านใน ข้าจะให้คนค้นห้องเจ้า”
อ้ายฉิงยิ้ม
“เชิญท่านอ๋อง”
ผายมือเชิญ หวงเฉิงอู๋ก้าวเท้าเข้าไปรื้อค้น สิ่งของในห้องไม่เว้นแม้กระทั่งบนแท่นนอน
“พวกเจ้าแน่ใจหรือ”
“แน่ใจ ขอรับ”
“บัดซบ วิ่งมาทางนี้ แต่กลับหายตัวไปง่ายดาย”
หันมาเผชิญหน้ากับอ้ายฉิงสายตา จ้องจับผิด
“ข้า เอาผิดเจ้าไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าข้าจะวางใจ”
อ้ายฉิงย่อกายลงอ่อนหวาน
“ท่านอ๋องค้นดูอีกรอบจึงดี หากยังไม่วางใจ”
น้ำเสียงอ่อนหวาน จนคนฟังใจอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อป้ายหยกเนื้อดีบ่งบอกฐานะใช้สำหรับของใครบางคนที่ร่วงบนพื้น
“หวงเฉิงอู๋ก้มลงเก็บ ป้ายหยกมาขึ้นมายื่นไปตรงหน้า อ้ายฉิง
“สิ่งนี้เจ้าจะอธิบายว่าอย่างไร”
มือบางคว้าป้ายหยกอย่างรวดเร็วแต่ ร่างสูงกลับไวกว่าคว้ามือดึงตัวของอ้ายฉิงกระแทกมาที่อกของเขา
“นอกจากใบหน้าอัปลักษณ์แล้ว เจ้ายังทำเรื่องปิดบังชั่วช้า เจ้ารวมหัวกับใคร”
อ้ายฉิงยิ้มหวาน
“ท่านอ๋องกลัว หรือกลัวว่าสิ่งที่ทำไว้จะเปิดเผยออกมาใช่หรือไม่”
ผลักร่างบางให้ลงไปกองกับพื้น
“กลับ”
อ้ายฉิงกำป้ายหยกไว้ในมือแน่น ไม่ยอมปล่อย ดีที่หวงเฉิงอู่คิดว่าป้ายหยกนี่เป็นของคนร้าย
"องศ์หญิงสามกับองค์หญิงเก้า มาร่วมดื่มชาพระชายาเอกเชิญนายหญิงที่เรือนบุปผา"
"ข้าได้ยินแล้ว"
"นายหญิงเจียวหยูห่วงใยนายหญิงยิ่งนัก นายหญิงคนพอได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับนายหญิงชายาเอก"
อ้ายฉิงยิ้มบางๆ
"ไม่ต้องกังวลบอกนางว่าข้ากำลังแต่งหน้า ไปช้าหน่อยคงไม่เป็นไร"
"ให้เจียวหยูช่วย"
"ไม่ต้อง ข้าลงมือเองจนชินแล้วเจียวหยู เจ้าเองก็คงเคยได้ยินเรื่องของข้าหากใครเกี่ยวข้องกับข้ามักจะถูกดึงดูดโชคดีไปเสียสิ้น ข้าชอบเจ้ามากไม่อยากให้เจ้าต้องโชคร้าย”
เจียวหยูยิ้มนึกสงสารอ้ายฉิง แต่งหน้าหรือ….
เรือนบุปฝาในจวนอ๋อง
"ฮะๆๆๆ แต่งหน้า อย่างนางอัปลักษณ์สิ้นดียังกล้าอ้างว่าแต่งหน้าความจริงไม่อยากพบพวกเราละสิไม่ว่า"
องค์หญิงเก้าที่วัยไล่เลี่ยกับอ้ายฉิงยิ้มหยันก่อนจะพูดอย่างดูแคลน
"น้องสาว เป็นหญิงมักจะห่วงหน้าตา สวยงามหรืออัปลักษณ์ก็ย่อมจะรักสวยรักงาม"องค์หญิงสามปรามน้องสาวร่วมบิดา
"ลืมไปเสียสิ้น ข้าพูดจาแบบนี้เกรงว่านางจะร่ายมนตร์ดำนำความโชคร้ายมาให้ข้า555น่ากลัวจริงๆ "
หลุนฟางหลินยกชาขึ้นจิบช้าๆ
"นางแต่งเข้ามาเป็นชายารองเช่นไรจึงกล้าทำตามใจ หากนางทำเรื่องไม่ถูกไม่ควรฟางหลินในฐานะชายาเอกดูแลทุกข์สุขในจวนอ๋องจะลงโทษนางเอง"
องค์หญิงเก้ายิ้มสาใจ
"เจิ้งอ้ายฉิงคารวะองค์หญิงสามองค์หญิงเก้า และชายาเอก"
เสียงใสของนางฉุดความคิดขุ่นมัวให้มลายไปได้ องค์หญิงสามยิ้มอย่างเป็นมิตร
"เงยหน้าเจ้าขึ้นไม่ต้องอายไหนบอกว่าแต่งหน้ามาดูสินั่นงดงามเพียงใด"
พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"พี่สาวหากไม่กลัวว่ารสชาดีจะแย่ลงก็มองหน้านางเสียหน่อยแต่ข้าไม่เอาด้วยหรอก น่าเกลียดน่ากลัว หากท่านอาเฉิงอู๋อ๋องมีลูกกับนาง ลูกของนางมีใบหน้าอัปลักษณ์เหมือนแม่คงเป็นที่ขบขัน"
"จิวฮัวนางเป็นญาติของเจ้า มารดานางมีศักดิ์เป็นถึงท่านป้าจะพูดจะจาระวังคำพูดด้วย"
องค์หญิงสามยังปรามน้องสาว จิวฮัวพึมพำเบาๆ
"ข้าไม่ได้อยากมีญาติเช่นนางเสียหน่อยอับอายคนอื่นเสียเปล่า"ก่อนจะหดหัว เพราะมองเห็นเฉิงอู๋อ๋องก้าวเข้ามาในเรือนบุปฝา
"ท่านอา ท่านอา ท่านพี่"
ทั้งสามนางลุกขึ้นย่อกาย เว้นแต่อ้ายฉิงที่ยืนก้มหน้านิ่งเช่นเดิม
"พวกเจ้าแวะมา เพื่อดื่มชากับหวางเฟยอย่างนั้นหรือ"จิวอัน องค์หญิงสามมองเฉิงอู๋ตาละห้อย ส่วนจิวฮัวรีบเข้าไปเกาะแขน
"ท่านอาของหลานมีชายาใหม่ทั้งทีเรามาร่วมแสดงความยินดี"เหลือบตามองอ้ายฉิงก่อนจะเบ้ปาก
"ไม่มีอะไรน่ายินดี เพียงเพราะขัดบัญชาฝ่าบาทกับฮองเฮาไม่ได้"
"เสด็จพ่อกับเสด็จแม่หวังดีกับท่านอา"
จิวอันออกรับแทน
"หวังดีก็น่าจะหาหญิงงามมิใช่หญิงอัปลักษณ์"
จิวฮัวพูดแทนความในใจของเฉิงอู๋ที่ยิ้มหยัน แต่อ้ายฉิงไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น
"จิวฮัว"
จิวอันยังปรามเหมือนเดิม
"ดูหน้านางสิ ท่านอาหล่อเหลาเพียงนี้ให้แต่งกับนางได้อย่างไร"
"เมื่อไหร่เจ้าจะหยุดค่อนแคะนางเสียที"
จิวอันส่งเสียงดุ
"ท่านอาดื่มชากับพวกเรา"เฉิงอู๋เหลือบตามองอ้ายฉิงส่ายหน้าไปมา
"ไม่ดีกว่า"
"ท่านพี่มาเหนื่อยๆ ฟางหลินให้บ่าวต้มน้ำให้ท่านพี่แช่น้ำอุ่นเสียหน่อยนี่ก็บ่ายคล้อยแล้ว"
"เจ้ารู้ใจข้ายิ่งหวางเฟย"
ยิ้มส่งสายตาคม
"เห็นท่านอากับอาหญิง รักใคร่กันอย่างนี้อีกหน่อยคงมีหลาชนให้จิวฮัวได้ดูแล"ฟางหลินอมยิ้ม อ้ายฉิงเหมือนดังส่วนเกิน จิวอันเหลือบตามองเห็นใจอ้ายฉิงยิ่งนัก
"ข้าไปแช่น้ำอุ่น ดีกว่า"ก้าวขาจากไป
"นั่งลงดื่มชา เสียหน่อยเช่นนั้นคนเขาจะพูดเอาได้ว่าจวนอ๋องของเราใจร้ายกับเจ้ายิ่งนัก"
"ให้จิวฮัวทายนะอาหญิงเมื่อคืนท่านอาคงไม่กล้าร่วมเตียงกับนางแม้จะไปที่ห้องของนางคงไม่กล้าเห็นได้ชัดว่าท่านอารังเกียจนางเพียงนี้"
"ท่านอ๋องไปที่ห้องของนาง แต่ว่าที่ไปเพราะมีคนร้ายเขามาสอดแนมในจวนอ๋อง คนร้ายเองเห็นหน้านางก็คงหนีลนลานเช่นกัน"
"อ้ายฉิงขอตัว ในเมื่อเรื่องที่พระชายากับองค์หญิงคุยกันมีแต่เรื่องว่าร้ายอ้ายฉิง อยู่รึไม่ มีค่าเท่ากันในเมื่อกล้าว่าร้ายต่อหน้าเท่ากับมิได้มีความเกรงใจต่อกันเลยอ้ายฉิงเองจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกท่าน"
"เจ้าทนคำพูดถากถางของพวกข้าแค่นี้ไม่ได้ เจ้าคิดว่าเจ้าทนความเย็นชาของท่านพี่ได้หรือ ข้ากว่าจะถูกเรียกว่าหวางเฟยต้องใช้เวลาแรมปีเจ้าแค่นี้ทนไม่ได้อย่างนั้นก็หย่าไปเสีย"
"ข้าเองก็ต้องขอตัวเหมือนกันหากๆๆๆ การดื่มชาในวันนี้ ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจไปอีกหลายวัน"จิวอันขยับกาย
"องค์หญิง ฟางหลินไม่ส่ง"
จิวอันดึงมืออ้ายฉิงจากไป
"อย่าถือสาพวกนางก็เพียงกดผู้อื่นให้ต่ำกว่าตัวเอง เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดี"
"ขอบคุณองค์หญิงสาม"
"ท่านอา ยิ่งใหญ่เพียงนั้นเป็นธรรมดาที่จะต้องกลัวว่าจะมีคนครหาเรื่องเจ้า เช่นนั้นอดทนเอาหน่อยท่านอาไม่นานอาจยอมรับเจ้าได้"
น้ำเสียงที่พูดถึงหวงเฉิงอู๋ชื่นชมและยกย่องอย่างที่สุด
"ขอบคุณ องค์หญิงสาม"จิวอันยิ้ม
"เจ้าเอาแต่ขอบคุณข้า คิดว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น ดูสิข้าอิจฉาเจ้าเกินใครที่ได้แต่งกับท่านอาที่ใครๆล้วนต่างชื่นชมว่าเขาองอาจห้าวหาญเป็นแม่ทัพไร้พ่ายคนชื่นชมทั้งแผ่นดิน"
"องค์หญิงเองก็น่าชื่นชม"
อ้ายฉิงจับน้ำเสียงชื่อชนยกย่องของ จิวอันได้อย่างดี
"ข้า แค่เพียงเห็นว่าเจ้ายอมให้พวกนางดูแคลน แค่เพียงใบหน้าของเจ้าต่างจากพวกนาง ทั้งที่เจ้าเองไม่เคยคิดร้ายกับพวกนางก่อน เอาอย่างนี้วันพรุ่งนี้ไปที่ตำหนักข้าเรามาคิดหาวิธีรักษาบาดแผลที่ใบหน้าเจ้าข้าจะให้หมอหลวงมาช่วยดูบาดแผลของเจ้า"
อ้ายฉิงเลิกคิ้วสูง
"องค์หญิงไม่ต้องลำบากอ้ายฉิงอยู่แบบนี้จนชินแล้ว"
"ไม่ได้สิ ต้องลองดูเสียหน่อยอีกอย่างเจ้าไม่เคยไปมาหาสู่พวกเราเสด็จแม่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเจ้าบ่นถึงเจ้าบ่อยๆ "
อ้ายฉิงยิ้มกับมิตรภาพของจิวอัน
จวนปาหวางอ๋อง
ร่างสูงยืนหันหลังมองไม้ดัดด้วยอาการครุ่นคิด ใบหน้าหล่อเหลาที่คิ้วขมวดเข้าหากัน
"ท่านอ๋อง ปลอดภัยหรือไม่"
องครักษ์ประสานมือด้วยความนอบน้อม
"อืม ปลอดภัยดี เฉิงอู๋อ๋องสงสัยข้าหรือไม่"
หวางปาหยางอ๋องเอ่ยปาก
"คนของเราบอกว่า ท่านอ๋องเฉิงอู๋นำกำลังค้นหาตัวคนร้ายทั่วทั้งจวน"
"ฮึ ฮึ ฮึ เฉิงอู๋อ๋องรอบคอบยิ่งแล้ว คราวนี้ไม่พบหลักฐานสำคัญเอาผิดเขาได้แต่อย่างน้อยเราก็ถือว่าสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว"
ไม่สิอย่างน้อยก็พบหญิงงาม เขาเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่อาจข่มตาหลับใหลได้หลับตาลงครั้งใดในใจมีแต่ใบหน้างดงามราวเทพีสวรรค์ของนางลอยวนเวียนในห้วงมโนสำนึก
"เจ้าเคยได้พบชายารองของเฉิงอู๋บ้างหรือไม่"
เอ่ยปากถามองครักษ์ข้างกายนางกวานชิง
"ท่านอ๋องคงหมายถึงชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องเฉิงอู๋ ข้าน้อยเคยพบนางครั้งหนึ่งใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่ง แต่กิริยางดงามอ่อนหวาน"
หวางปาหยางอมยิ้ม
"ทำไมข้าเห็นว่านางงดงามดังเทพีสวรรค์"
ชิงกวานขมวดคิ้ว
"นั่นอาจเป็นเพราะท่านอ๋องกับนางมีวาสนาต่อกัน แต่ก็อีกนั่นแหละนางเป็นชายาเฉิงอู๋อ๋อง"
"แย่งชิง…."
ชิงกวานเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจแย่งชิงหญิงอัปลักษณ์ทั้งๆ ที่มีหญิงงามมากมายพร้อมจะทอดกายปาหยางอ๋องคิดอะไรอยู่