ตอน 1

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

ตอน 2

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันปรากฏตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวนิทรรศการศิลปะ 'วิมานศิลป์' ในชุดราตรีสีดำสนิท ใบหน้าของฉันถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครจับได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใน

ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ มองมาที่ฉันด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย

"ที่รัก... คุณมาได้ยังไง" เขาถาม พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้

"ทำไมฉันจะมาไม่ได้คะ" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "นี่คืองานของ 'วิมานศิลป์' แกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมากับมือนะคะ"

เขาฝืนยิ้ม

"ผมแค่คิดว่าคุณคงจะเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อคืนนะ" เขาพูด

"ไม่เลยค่ะ ฉันสบายดี" ฉันมองเลยไปด้านหลังของเขา เห็นนภัสสรกำลังยืนยิ้มหวานให้กับแขกเหรื่อในงาน

"จริงสิ ที่รัก" ภัทรวุฒิกระซิบเบาๆ "ผมว่าคุณไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานด้านในมากนักหรอกนะครับ ให้คุณภัสรเขาดูแลไปก็พอ คุณเพิ่งหายเหนื่อยมานะ"

คำพูดของเขายังคงทิ่มแทงหัวใจของฉันเหมือนเดิม

แต่ตอนนี้มันไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดอีกแล้ว

มันกลับทำให้ฉันรู้สึกเย็นชามากขึ้นไปอีก

ฉันยิ้ม

"ฉันเข้าใจค่ะ" ฉันตอบ "แต่ในฐานะภรรยาเจ้าของแกลเลอรี ฉันก็ควรจะให้เกียรติแขกเหรื่อในงานบ้างจริงไหมคะ"

ภัทรวุฒิมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ฉันเดินเข้าไปในงาน ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราอลังการ เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ แขกเหรื่อแต่งกายด้วยชุดราตรีที่สวยงาม เดินไปมาพร้อมกับจิบไวน์และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ฉันเดินผ่านผู้คนมากมาย แต่เหมือนฉันกำลังเดินอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง

โลกที่ฉันไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้อีกแล้ว

"คุณณิณคะ!" เสียงสดใสของนภัสสรดังขึ้นจากด้านหลัง

ฉันหันไปมอง เธอเดินเข้ามาหาฉันในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ

"คุณณิณมาแล้วเหรอคะ นัสคิดว่าคุณณิณจะไม่มาซะอีก" เธอพูด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ทำไมฉันจะไม่มาล่ะนัส" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "นี่คืองานของฉันนะ"

รอยยิ้มของนภัสสรดูแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง

"นัสดีใจนะคะที่คุณณิณมา" เธอพูด "คุณณิณดูเหมือนจะสบายดีขึ้นแล้วนะคะ"

"ฉันสบายดีมานานแล้วล่ะนัส" ฉันตอบ "แล้วดูเหมือนคุณภัทรวุฒิจะดูแลงานได้ดีมากเลยนะคะ"

สายตาของฉันจงใจมองไปยังผลงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่บนผนัง มันเป็นผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ฉันเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยผลักดันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

โครงการ "แสงแห่งอนาคต"

โครงการที่ฉันริเริ่มขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงฝีมือ

แต่ตอนนี้... ทุกอย่างกลับกลายเป็นผลงานของนภัสสรไปหมดแล้ว

"อ๋อ โครงการ 'แสงแห่งอนาคต' นี่น่ะเหรอคะ" นภัสสรพูด "นัสรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยนะคะที่ได้มาสานต่องานดีๆ ของคุณณิณ"

คำว่า "สานต่อ" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

นี่มันไม่ใช่การสานต่อ แต่มันคือการขโมยไปทั้งดุ้น

ฉันรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ในอก

แต่ฉันก็พยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้

"โครงการนี้ฉันวางแผนไว้ละเอียดมากเลยนะนัส" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "หวังว่าเธอคงจะทำมันออกมาได้ดีนะคะ"

นภัสสรยิ้มหวาน

"แน่นอนค่ะคุณณิณ นัสจะทำมันให้ดีที่สุดเลยค่ะ" เธอตอบ "คุณณิณไม่ต้องห่วงนะคะ นัสจะดูแล 'วิมานศิลป์' ให้ดีที่สุดเลยค่ะ เหมือนที่นัสเคยดูแลคุณณิณมาตลอดนั่นแหละค่ะ"

ฉันรู้สึกเหมือนเส้นเลือดในสมองจะขาดผึง

"เธอพูดอะไรน่ะนัส" ฉันถาม เสียงของฉันเริ่มสั่นเครือ

"อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณณิณ" นภัสสรรีบตอบ "แค่รู้สึกดีใจที่ในที่สุดคุณณิณก็ได้พักผ่อนสักทีนะคะ"

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของนภัสสร มันเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและความสะใจ

เธอรู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

"ฉันว่าเธอคงจะเข้าใจผิดอะไรไปบางอย่างแล้วล่ะนัส" ฉันพูด "ฉันยังไม่ได้คิดที่จะพักผ่อนเลยนะ"

"คุณณิณคะ..." นภัสสรพูด แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

นภัสสรเซถลาลงไปกับพื้น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง

"โอ๊ย!" เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "คุณณิณ... ทำไมถึงผลักนัสแบบนี้คะ"

เสียงของเธอทำให้แขกเหรื่อในงานหันมามองทุกคน

ฉันยืนนิ่งราวกับถูกสาป

"นัส เธอพูดอะไรน่ะ" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

"คุณณิณผลักนัสนะคะ" เธอพูด น้ำตาไหลพราก "นัสเจ็บนะคะ"

ภัทรวุฒิรีบวิ่งเข้ามาหาเราสองคน

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ" เขาถาม สีหน้าตกใจ

"คุณณิณผลักนัสค่ะภัทร" นภัสสรตอบ เสียงสะอื้น

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธ

"ที่รัก... คุณทำอะไรลงไป" เขาถาม เสียงของเขาเย็นชาจนฉันรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง

ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ฉันมองไปยังนภัสสร เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของเธอ

เธอตั้งใจจะทำลายฉัน

"ภัทร..." ฉันพยายามพูดอีกครั้ง

"ที่รักเงียบไปก่อนเถอะครับ" เขาตัดบท "ตอนนี้คุณภัสรสำคัญกว่านะ"

เขาหันไปประคองนภัสสรขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

"คุณภัสรเป็นอะไรมากไหมครับ" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงอย่างแท้จริง

"นัสไม่เป็นไรค่ะภัทร" นภัสสรตอบ "แต่นัสสงสารคุณณิณนะคะ คุณณิณดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายเลยนะคะ"

คำพูดของเธอยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

"ที่รัก... ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะทำแบบนี้" เขาพูด "คุณทำให้ผมผิดหวังมากนะ"

ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา

"คุณผิดหวังในตัวฉันเหรอคะภัทร" ฉันถาม "แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันผิดหวังในตัวคุณมากแค่ไหน"

"ที่รักพูดอะไรน่ะ" เขาถาม สีหน้าสับสน

"โครงการ 'แสงแห่งอนาคต' คุณคิดว่ามันเป็นของนัสจริงๆ เหรอคะ" ฉันถาม "คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอภัทร"

ภัทรวุฒิเงียบไป

"คุณณิณพูดอะไรน่ะคะ" นภัสสรแทรกขึ้นมา "นัสไม่เข้าใจเลยค่ะ"

"เธอไม่ต้องเข้าใจหรอกนัส" ฉันตอบ "เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย"

"ที่รัก..." ภัทรวุฒิเรียกชื่อฉันอีกครั้ง

"คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอคะว่าคุณกับนัสร่วมมือกันขโมยโครงการของฉันไป" ฉันพูด เสียงของฉันสั่นเครือ "คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าคุณสองคนแอบคบกันมานานแค่ไหนแล้ว"

ภัทรวุฒิหน้าซีดเผือด

"ที่รัก... คุณพูดอะไรน่ะ" เขาถาม เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

"ฉันพูดความจริงไงคะภัทร" ฉันตอบ "ความจริงที่พวกคุณสองคนพยายามจะซ่อนเอาไว้"

นภัสสรมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

"คุณณิณคะ คุณกำลังใส่ร้ายนัสนะคะ" เธอพูด "นัสไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ"

ฉันหัวเราะเยาะ

"เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอนัส" ฉันถาม "เธอคิดว่าฉันจะโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

ภัทรวุฒิมองหน้าฉันสลับกับนภัสสร

"ที่รัก... ผมขอโทษ" เขาพูด เสียงของเขาอ่อนลง "ผม..."

"คุณไม่มีอะไรต้องขอโทษฉันหรอกค่ะภัทร" ฉันตอบ "เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว"

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

ฉันเคยรักผู้ชายคนนี้มากที่สุดในชีวิต

แต่ตอนนี้ฉันเกลียดเขามากที่สุดในโลก

"ที่รัก... คุณเป็นอะไรไป" ภัทรวุฒิพยายามจะเข้ามาจับมือฉัน

ฉันสะบัดมือออก

"อย่ามาแตะต้องฉัน" ฉันพูด "ฉันรังเกียจคุณ"

คำพูดของฉันทำให้ภัทรวุฒิหน้าซีดเผือด

"คุณภัสรคะ คุณโอเคไหมครับ" ภัทรวุฒิหันไปถามนภัสสร "ผมว่าเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่านะครับ"

นภัสสรมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ

"นัสไม่เป็นไรค่ะภัทร" เธอตอบ "แต่คุณณิณดูเหมือนจะไม่สบายจริงๆ นะคะ"

ภัทรวุฒิหันมามองฉัน

"ที่รัก... ผมว่าคุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่านะครับ" เขาพูด "คุณดูไม่ค่อยสบายเลยนะ"

ฉันยิ้มเยาะ

"คุณเป็นห่วงฉันเหรอคะภัทร" ฉันถาม "หรือคุณแค่ไม่อยากให้ฉันสร้างปัญหาให้กับคุณอีก"

"ที่รัก... คุณพูดอะไรน่ะ" เขาถาม สีหน้าไม่พอใจ

"ฉันไม่เป็นไรค่ะภัทร" ฉันตอบ "ฉันแข็งแรงดี แล้วก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างในสิ่งที่ฉันอยากจะทำ"

"ที่รัก ผมว่าคุณ..."

"ภัทรวุฒิ" ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดัง "ฉันอยากจะขอคุณอีกเรื่องหนึ่ง"

เขาเงียบไป

"ในวันเกิดของฉัน... ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉัน" ฉันพูด "แค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็พยักหน้า

"ได้สิครับที่รัก เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ"

ฉันยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา

ฉันรู้ดีว่านี่คือคำสัญญาที่เขาจะไม่มีวันรักษา

และมันจะทำให้ฉันเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก

ตอน 3

พัณณิณ (Pannin)POV

รถยนต์หรูเคลื่อนตัวไปตามถนนเลียบชายหาด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ฉันนั่งมองวิวทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลออกไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มแดงที่สาดส่องลงมาบนผิวน้ำ

ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ เอื้อมมือมาจับมือของฉันเบาๆ

"ที่รัก... คุณเงียบจังเลยนะวันนี้" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยน

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่บีบมือของเขาเบาๆ

"พรุ่งนี้ก็วันเกิดของคุณแล้วนะ" เขาพูด "ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะครับ"

ฉันจำได้ว่าเขาเคยพูดแบบนี้เมื่อคืนนี้

สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้ง

มันเป็นสิ่งที่จะยิ่งย้ำเตือนฉันถึงความเจ็บปวดที่เขาเคยทำไว้กับฉัน

"ภัทร... ฉันอยากมีลูกกับคุณ" ฉันพูดออกไปอย่างกะทันหัน

คำพูดของฉันทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

"ที่รัก... ผมว่าเรายังไม่รีบร้อนหรอกนะครับ" เขาตอบ "ตอนนี้เรามีกันแค่สองคนก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันหันไปมองเขา

"คุณไม่เคยอยากมีลูกกับฉันเลยใช่ไหมคะภัทร" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

เขาหลบสายตา

"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับที่รัก ผมแค่... ผมแค่อยากให้เรามีความสุขกันไปนานๆ ก่อนนะ" เขาพูด "เรื่องลูกเอาไว้ก่อนเถอะครับ"

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง

ฉันเคยท้อง

ครั้งหนึ่งฉันเคยท้องลูกของภัทรวุฒิ

ฉันจำได้ว่าฉันตื่นเต้นมากแค่ไหนในวันนั้น ฉันรีบไปซื้อชุดเด็กเล็กๆ น่ารักๆ เตรียมห้องนอนให้ลูกของเราอย่างมีความสุข

แต่แล้ว... ฉันก็แท้งลูก

ในคืนนั้น ภัทรวุฒิไม่อยู่ข้างๆ ฉัน เขาไปอยู่กับนภัสสรที่แกล้งป่วย

ฉันต้องนอนจมกองเลือดอยู่คนเดียวในคืนที่สำคัญที่สุดของชีวิต

โทรศัพท์ของภัทรวุฒิดังขึ้น เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคยทำให้ฉันรู้สึกใจหาย

นภัสสร

"ผมขอโทษนะครับที่รัก ผมต้องรับโทรศัพท์หน่อยนะ" เขาพูด แล้วกดรับสาย

ฉันหันกลับไปมองวิวทะเลอีกครั้ง

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

"ครับคุณภัสร เป็นอะไรไปครับ" เสียงของภัทรวุฒิอ่อนโยนลงทันทีที่เขาพูดกับนภัสสร

ฉันได้ยินเสียงของนภัสสรพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันฟังไม่ชัด

"คุณภัสรเป็นลมเหรอครับ" ภัทรวุฒิถาม "ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เขาหันมามองฉัน

"ที่รัก... ผมขอโทษนะครับ ผมต้องไปหาคุณภัสรก่อนนะ" เขาพูด "เธอเป็นลมไปน่ะครับ ผมเป็นห่วงเธอมากนะ"

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น

"ไปเถอะค่ะภัทร" ฉันตอบ "ฉันเข้าใจ"

"คุณโกรธผมเหรอครับที่รัก" เขาถาม

"ไม่เลยค่ะ" ฉันตอบ "ฉันไม่เคยโกรธคุณเลยนะภัทร"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "งั้นผมไปก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับที่รัก"

เขาจูบฉันที่หน้าผาก แล้วรีบลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฉันไว้เพียงลำพังเหมือนเดิม

ฉันนั่งอยู่ในรถคนเดียว มองดูรถของภัทรวุฒิขับออกไปจนลับสายตา

มือของฉันสั่นเทา

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูอินสตาแกรมของนภัสสร

รูปภาพใหม่เพิ่งถูกโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

เป็นรูปมือของนภัสสรกำลังจับมือของภัทรวุฒิอยู่บนเตียงคนไข้

"ขอบคุณนะคะที่รักที่อยู่ข้างนัสเสมอ" คำบรรยายใต้ภาพเขียนไว้

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนเจ็บปวด

นภัสสรไม่ได้ป่วย

เธอแค่แกล้งป่วยเพื่อดึงภัทรวุฒิไปจากฉัน

แล้วภัทรวุฒิก็ไปหาเธอจริงๆ

ฉันกดโทรออกไปหาภัทรวุฒิ

โทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ง แต่ไม่มีคนรับ

ฉันกดโทรออกอีกครั้ง

คราวนี้มีคนรับสาย แต่ไม่ใช่เสียงของภัทรวุฒิ

"สวัสดีค่ะ" เสียงหวานหูของนภัสสรดังขึ้น "มีอะไรเหรอคะคุณณิณ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งเกาะอยู่ในลำคอ

"ภัทรวุฒิอยู่ไหน" ฉันถาม เสียงแหบแห้ง

นภัสสรหัวเราะเบาๆ

"ภัทรกำลังดูแลนัสอยู่น่ะค่ะ" เธอตอบ "คุณณิณมีอะไรเหรอคะ"

"เธอแกล้งป่วยใช่ไหมนัส" ฉันถาม

เสียงหัวเราะของนภัสสรดังขึ้นอีกครั้ง

"ทำไมนัสต้องแกล้งป่วยด้วยล่ะคะ" เธอตอบ "ภัทรรักนัสมากนะคะคุณณิณ"

"เธอโกหก" ฉันพูด "เธอรู้ดีว่าภัทรรักฉัน"

"คุณณิณขา" นภัสสรพูด "คุณณิณยังไม่รู้ความจริงอีกเหรอคะ"

"ความจริงอะไร" ฉันถาม

"ภัทรไม่เคยรักคุณณิณเลยนะคะ" เธอตอบ "ภัทรแค่หลอกใช้คุณณิณเป็นเครื่องมือปกป้องนัสต่างหากล่ะคะ"

คำพูดของนภัสสรทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า

"เธอพูดอะไรน่ะ" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

"ภัทรรักนัสมาตั้งแต่แรกแล้วนะคะ" นภัสสรพูด "เขาแต่งงานกับคุณณิณก็แค่เพราะว่าคุณณิณเป็นน้องสาวบุญธรรมของนัส ที่พ่อของภัทรอนุมัติให้เข้ามาอยู่ในตระกูลคุ้มวงษ์ได้ง่ายๆ เพื่อปกป้องนัสไม่ให้ถูกรังแกไงคะ"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดมันเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกทั้งเพ

"แล้วลูกของเราล่ะ" ฉันถาม "ลูกของเรา..."

"อ๋อ... เด็กคนนั้นเหรอคะ" นภัสสรหัวเราะ "นัสเป็นคนบอกให้ภัทรอย่าเพิ่งมีลูกกับคุณณิณน่ะค่ะ เพราะตอนนั้นนัสกำลังจะเข้าไปบริหาร 'วิมานศิลป์' พอดี นัสไม่อยากให้คุณณิณมีลูกแล้วมารบกวนเรื่องงานน่ะค่ะ"

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

"เธอ... เธอเป็นปีศาจ" ฉันพูด "เธอรู้เรื่องลูกของฉันเหรอ"

"แน่นอนค่ะคุณณิณ" นภัสสรตอบ "นัสรู้ทุกเรื่องแหละค่ะ"

ฉันทรุดตัวลงกับเบาะรถ น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยเจ็บปวดมาตลอดมันเป็นความจริงทั้งหมด

และคนที่ฉันรักที่สุดก็คือคนที่ทรยศฉันมากที่สุด

ฉันกดวางสายโทรศัพท์

มือของฉันสั่นเทา

ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉันจริงๆ

ฉันขับรถยนต์ลงไปที่ท่าเรือส่วนตัวของตระกูลคุ้มวงษ์ มันเป็นเรือยอชต์ลำใหญ่ที่ภัทรวุฒิซื้อให้ฉันเป็นของขวัญเมื่อปีที่แล้ว

ฉันเดินขึ้นไปบนเรือ

สายตาของฉันจ้องมองไปยังทะเลที่มืดมิด

"ภัทรวุฒิ... นายจะต้องชดใช้ในสิ่งที่นายได้ทำไว้กับฉัน" ฉันพูดกับตัวเอง เสียงของฉันสั่นเครือ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความในอีเมลอย่างรวดเร็ว

ถึง: ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์

เรื่อง: ความจริง

คุณคงไม่คิดว่าผมจะทำแบบนี้ใช่ไหม? ทั้งหมดนี้มันคือความจริงที่ผมซ่อนเอาไว้ตลอดมา นี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการรู้ เพื่อให้คุณได้รู้ว่าคุณได้ทำอะไรลงไป

ไฟล์แนบอีเมลของฉันประกอบด้วย:

1. ภาพถ่ายของเอกสารการโอนหุ้น 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร พร้อมลายเซ็นของคุณ

2. ไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างคุณกับนภัสสร เกี่ยวกับการวางแผนขโมยโครงการ 'แสงแห่งอนาคต' ของฉัน

3. เอกสารทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าฉันเคยตั้งครรภ์และแท้งลูกเมื่อหลายเดือนก่อน

4. ไฟล์เสียงบันทึกบทสนทนาระหว่างฉันกับนภัสสรเมื่อครู่นี้ ที่เธอยอมรับทุกอย่าง

ฉันกดตั้งเวลาส่งอีเมล

ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า อีเมลฉบับนี้จะถูกส่งไปถึงภัทรวุฒิ

ฉันทำทุกอย่างเสร็จแล้ว

ฉันเดินไปที่ท้ายเรือ มองไปยังทะเลที่มืดมิด

ฉันหยิบปืนพกขนาดเล็กขึ้นมา ปลดเซฟตี้ออก

ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่จุดควบคุมการเดินเรือของเรือยอชต์

"ลาก่อนภัทรวุฒิ" ฉันพูดเสียงแผ่วเบา "ลาก่อนชีวิตที่เลวร้ายของฉัน"

ฉันเหนี่ยวไกปืน

เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียว

ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาล ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ กำลังเดินออกมาจากห้องของนภัสสร ใบหน้าของเขาดูโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

"คุณภัสรเป็นยังไงบ้างครับ" พยาบาลถาม

"ดีขึ้นมากแล้วครับ" ภัทรวุฒิตอบ "ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะ"

"เดี๋ยวก่อนสิคะภัทร" นภัสสรรีบเดินออกมาจากห้อง "คุณจะรีบไปไหนคะ"

"ผมต้องกลับไปหาที่รักน่ะครับ" ภัทรวุฒิตอบ "วันนี้วันเกิดของเธอ ผมสัญญาไว้ว่าจะอยู่กับเธอนะ"

"แต่ว่า..." นภัสสรพยายามจะพูด

"ไม่ต้องห่วงนะครับคุณภัสร เดี๋ยวผมกลับมาดูแลคุณใหม่นะ" ภัทรวุฒิพูด แล้วรีบเดินออกไป

เขาเดินไปที่ลานจอดรถ กำลังจะเปิดประตูรถ

"คุณภัทรคะ!" เสียงพยาบาลคนเดิมวิ่งตามมาด้วยความตื่นตระหนก

ภัทรวุฒิหันกลับไปมอง

"มีอะไรเหรอครับ" เขาถาม

"เกิดอุบัติเหตุเรือยอชต์ระเบิดค่ะ" พยาบาลพูด "มีคนบอกว่า... คุณพัณณิณ... อยู่บนเรือลำนั้นค่ะ"

โลกทั้งใบของภัทรวุฒิหยุดหมุน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED