ภาพปกนิยาย รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

8.5 / 10.0
วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิผู้เป็นสามีกลับคิดพรากมันไปให้แก่ภัสสร น้องสาวที่ฉันเคยเชื่อใจที่สุด เขาอ้างว่าอยากให้พักผ่อนทว่ากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิที่รู้ดีว่าฉันแพ้รุนแรงให้เป็นของขวัญวันเกิด ก่อนจะละทิ้งฉันไปดูแลน้องสาวที่แสร้งเจ็บป่วย ในคืนที่ความจริงปรากฏ นภัสสรโทรมาเยาะเย้ยว่าความรักที่ผ่านมาคือเรื่องลวงโลก ภัทรแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอเท่านั้น แม้แต่การที่ฉันต้องเสียลูกไปก็ล้วนเป็นแผนการอันชั่วร้ายของทั้งคู่ เมื่อถูกผลักจนไร้ทางเดิน ฉันจึงตัดสินใจจัดฉากจบชีวิตตนเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุณ พร้อมส่งอีเมลแฉหลักฐานความระยำทั้งหมดให้สามีได้รับรู้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนฉันจะไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำอีกต่อไป
เรื่องย่อ รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้
วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิผู้เป็นสามีกลับคิดพรากมันไปให้แก่ภัสสร น้องสาวที่ฉันเคยเชื่อใจที่สุด เขาอ้างว่าอยากให้พักผ่อนทว่ากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิที่รู้ดีว่าฉันแพ้รุนแรงให้เป็นของขวัญวันเกิด ก่อนจะละทิ้งฉันไปดูแลน้องสาวที่แสร้งเจ็บป่วย ในคืนที่ความจริงปรากฏ นภัสสรโทรมาเยาะเย้ยว่าความรักที่ผ่านมาคือเรื่องลวงโลก ภัทรแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอเท่านั้น แม้แต่การที่ฉันต้องเสียลูกไปก็ล้วนเป็นแผนการอันชั่วร้ายของทั้งคู่ เมื่อถูกผลักจนไร้ทางเดิน ฉันจึงตัดสินใจจัดฉากจบชีวิตตนเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุณ พร้อมส่งอีเมลแฉหลักฐานความระยำทั้งหมดให้สามีได้รับรู้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนฉันจะไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำอีกต่อไป
อ่านเพิ่มเติม

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้ ตอนที่ 1

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

อ่านต่อ

สารบัญของ รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เมื่อเพชรหอมตัดสินใจบอกข่าวเรื่องการตั้งครรภ์กับราซิเอลโล่ ชายผู้เป็นรักแท้ที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างให้ กลับต้องเผชิญกับความเย็นชาและคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ เขาปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างรัดกุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของเธออย่างเลือดเย็น คำยืนยันที่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาทำให้เพชรหอมต้องหอบเอาความบอบช้ำและหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดกลับสู่เมืองไทยเพียงลำพัง โดยที่ชายหนุ่มผู้ทระนงในความรอบคอบของตนไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ความผิดพลาดที่เขาเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็นพันธะผูกพันที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต
ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
เมื่อสาวผู้รักในทรัพย์สินและแก้วแหวนเงินทองเป็นชีวิตจิตใจ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดป่วนที่เธอไม่คาดคิด แม้ใจหนึ่งจะชื่นชอบสิ่งของมีค่ามากเพียงใด แต่อีกใจกลับพยายามปฏิเสธและหลบหนีจากผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญมาให้ไม่หยุดหย่อน ยิ่งเธอพยายามถอยห่างและมองหาทางหนีทีไล่มากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรุกหนักด้วยการขนสมบัติมาเปย์ให้ชนิดที่ว่ากองพะเนินเทินทึกราวกับรถสิบล้อ การต่อสู้ระหว่างความต้องการอิสระกับความเย้ายวนของสิ่งของล้ำค่าจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการรุกรานด้วยความรวยที่ยากจะต้านทานไหว เธอจะสามารถรักษาจุดยืนเดิมไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะต้องยอมสยบให้กับการเปย์ระดับมหาศาลในครั้งนี้
ภาพปกนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน เพลย์บอยหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสวัย 35 ปี ผู้มีชีวิตเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ ต้องมาเผชิญหน้ากับสายป่าน สาวน้อยวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแสบซ่าและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แอลตันจะหวงความโสดและมีอดีตฝังใจจนไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แต่ความดื้อรั้นและใจเด็ดของสายป่านกลับทำให้เสือร้ายที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาทุกวงการต้องปั่นป่วน งานนี้ความสัมพันธ์สุดชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อสาวแสบพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสยบเขี้ยวเล็บหนุ่มเจ้าสำราญให้กลายเป็นหมาหงอย เรื่องราวความรักฉบับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบจะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ภาพปกนิยาย ให้รักโอบกอด Let love embrace
8.1
มัทนาตัดสินใจทิ้งงานวิวาห์และหนีความช้ำใจมาพักผ่อนที่เกาะอันเงียบสงบ หลังจับได้ว่าแอนดี้คู่หมั้นหนุ่มทำเรื่องที่เธอรับไม่ได้ในคืนก่อนแต่งงาน จนได้พบกับกรรฐา นายหัวหนุ่มปากร้ายที่เป็นไลฟ์การ์ดประจำเกาะ ทั้งคู่ต่างมีบาดแผลในใจคล้ายกันจึงเกิดความเห็นอกเห็นใจและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว ทว่าความสงบก็พังทลายลงเมื่อเอศรานักสืบเอกชนและเพื่อนเก่าของกรรฐาได้แกะรอยตามหาเธอจนพบ พร้อมการปรากฏตัวของแอนดี้และรินทร์ที่ตามมายังเกาะอัณยาเพื่อหวังทวงคืนหัวใจ มัทนาจึงต้องเผชิญกับรักเก่าที่ยังตามหลอกหลอนและรักใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางปมในอดีตที่ย้อนกลับมาสร้างความวุ่นวายอีกครั้ง
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.