ตอน 2

“ฉัน…”ออทัมน์ตอบพลางทำตาโต ตอนนี้เธอดูช่างไร้เดียงสา

ก่อนที่เธอจะพูดจบ ชาร์ลส์ก็ขัดจังหวะและสั่งว่า “อีวอนน์ ฉันรับเธอมาเป็นภรรยาของฉันเพียงเพื่อเอาใจคุณปู่ของฉันเท่านั้น ถ้าเธอคิดจะนอนกับฉันเพื่อทำให้สถานะที่เป็นคุณนายของเธอมั่นคงขึ้นล่ะก็ เธอก็ควรเลิกคิดแบบนั้นซะ อย่าฝันไปเลย”

‘ฉันเลือกอีวอนน์จากผู้สมัครหลายพันคนด้วยเหตุผลสำคัญเพียงสองประการ อย่างแรก เป็นที่ร่ำลือกันว่าอีวอนน์เป็นสาวน้อยที่ถูกตามใจที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย สาวที่แสนไร้เดียงสาและโง่เขลาถูกล้อเลียนอยู่เสมอ ประการที่สอง เหยื่อเฮลลูวาเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ไซม่อนออร์ติซผู้แสนเจ้าเล่ห์พึงพอใจได้ นอกจากนั้นออร์ติซกรุ๊ปก็ไม่อาจคุกคามฉันได้

แต่ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น? อีวอนน์ก็พยายามยั่วยวนฉันด้วยความงามของเธอ โดยเสนอร่างกายกึ่งเปลือยของเธอ ทันทีที่ฉันกลับถึงบ้าน ไม่น่าเชื่อเลยที่พวกเขาบอกว่าเธอโง่และไร้เดียงสา!

เห็นได้ชัดว่า เธอรู้วิธีที่จะยั่วยวนฉันโดยใช้ร่างกายของเธอเป็นเหยื่อล่อ’

อันที่จริง ออทัมน์อยากพูดกับชาร์ลส์เรื่องข้อตกลงใจจะขาด เธอจึงสงบสติอารมณ์ตัวเองลง แต่เมื่อได้ยินดังนั้น เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อชาร์ลส์ดูหมิ่นความตั้งใจของเธอด้วยวิจารณญาณอันแสนโง่เขลาของเขา

เธอลุกขึ้นจากเตียง และยืนหลังตรง เธอมองชาร์ลส์ด้วยความกล้าหาญในดวงตาของเธอ ดวงตาสีเข้มของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังดูหมิ่นเธอ

ออทัมน์โกรธจนถึงที่สุด

“คุณชาร์ลส์ คุณมีราเชลคนสวยที่เป็นแฟนอยู่ข้าง ๆ ฉันรู้ดีว่าคนรูปร่างหน้าตาธรรมดาอย่างฉัน อย่างไรก็ไม่ดีพอสำหรับคุณ”ออทัมน์ยิ้มเยาะ

“ฉันรู้ตัวดีพอ ฉันถึงไม่เคยหวังว่าจะได้รับความรักจากคุณ ฉันแค่หวังว่าคุณจะเมตตาฉันสักนิดและช่วยเซ็นชื่อในนี้ให้ฉันทีก็พอ” ออทัมน์กำผ้าเช็ดตัวไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งส่วนมืออีกมือหนึ่งหยิบแฟ้มออกจากกระเป๋าของเธอ จากนั้นเธอก็ยื่นเอกสารให้ชาร์ลส์ดู

“คุณชาร์ลส์คะ ฉันก็แค่คนธรรมดาที่ไม่สำคัญคนหนึ่ง คุณต้องการให้ฉันแต่งงานกับคุณฉันก็ทำแล้ว ฉันรู้ว่าฉันเป็นเพียงสิ่งที่คุณเอามาหลอกลวงคนอื่น แต่ได้โปรดปล่อยฉันไปเมื่อคุณไม่ต้องการฉันได้ไหม? ฉันจะซาบซึ้งในความกรุณาของคุณ” ออทัมน์พูดอย่างจริงใจ ไม่มีการเยาะเย้ยหรือเสแสร้งในน้ำเสียงของเธอ

ชาร์ลส์รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับสิ่งที่เธอพูด

ในข้อตกลงใบนั้นมีเพียงสองประโยค มีเนื้อหาเขียนไว้ว่า

ข้อแรก:ฝ่ายก.(ชาร์ลส์เทย์เลอร์)จะช่วยให้ออร์ติซกรุ๊ปผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

ข้อสอง:ฝ่ายก.และฝ่ายข.จะต้องไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม

ออทัมน์ได้เซ็นชื่อฝ่ายข.แล้ว ชาร์ลส์พบว่าลายเซ็นของเธอเป็นเส้นเดียวและเป็นธรรมชาติ หมึกกระจายตัวได้ดีดั่งเมฆหรือควัน

ลายเซ็นมักจะสื่อถึงรูปลักษณ์ของคนได้ เธอคงจะเป็นคนอ่อนโยนและมั่นคงแน่ ๆ เลย

“คุณชาร์ลส์ เชิญลงชื่อได้เลยค่ะ”ออทัมน์พูดขณะยื่นปากกาให้

เขายังคงตกใจ ยังคงคิดว่าเธอกำลังเล่นกลกับเขาแน่

เดิมที เขายังรู้สึกผิดที่ใช้อีวอนน์เป็นเครื่องมือ และที่เขากลับมาก็เคลียร์กับเธอ ยังไงเขาไม่มีวันยอมรับเธอได้ เพราะฉะนั้น ต่อไปเขาจะพยายามชดเชยให้เธอที่ไม่รักเธอ แต่ข้อตกลงนี้ทำให้เขาสับสนเกินไป

“คุณวางแผนอะไรอยู่”

“คุณชาร์ลส!” ออทัมน์ตะโกนใส่เขาแทนคำตอบ เธอคิดว่า'ทำไมคุณจึงหยิ่งยโสกับฉันนัก? ฉันไม่ได้มีแผนการอะไรสักหน่อยเลย อันที่จริง ฉันไม่ต้องการที่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณด้วยซ้ำ ดังนั้นข้อตกลงนี้ คุณเข้าใจไหม?’

“คุณคงได้พบผู้คนมานับไม่ถ้วนในชีวิตของคุณ คงไม่ยากที่คุณจะประเมินว่าฉันกำลังหลอกคุณหรือเปล่า? อีกอย่าง คุณก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลยถ้าคุณเซ็นต์ชื่อในข้อตกลงนี้ ไม่ใช่เหรอ?”

ชาร์ลส์ยังคงจ้องออทัมน์อย่างไม่กระพริบตา ดวงตาที่ไร้เดียงสาของเธอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้มีแผนการอะไร จากนั้น เขาก็เพิ่มเงื่อนไขใหม่ข้อหนึ่งในสัญญา เขากล่าวว่า“ผมจะเซ็นต์ชื่อถ้าคุณทำตามข้อนี้ได้”

ออทัมน์เหลือบมองข้อที่ชาร์ลส์เขียนไว้ ‘ฝ่ายข.อีวอนน์ออร์ติซต้องประพฤติตัวเสมือนเป็นภรรยาที่ดีตามที่ฝ่ายก.แสวงหาในเมื่อที่ต้องการ’

ชาร์ลส์ไม่ได้เซ็นชื่อจนกระทั่งออทัมน์พยักหน้าเมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

ออทัมน์โล่งใจที่เห็นเขาเซ็นชื่อใต้ชื่อของเขา เธอรีบดึงข้อตกลงก่อนที่ชาร์ลส์จะเปลี่ยนใจ คิดในใจว่าจะต้องหาโอกาศเอาข้อตกลงนี้ใส่ไว้ในกรอบ

เธอจดจ่ออยู่กับข้อตกลงเกินกว่าจะสังเกตเห็นว่าผ้าเช็ดตัวที่คลุมเธออยู่หล่นลงไปกองอยู่ที่พื้น

แวงตาของชาร์ลส์ดูหมองหม่นและว่างเปล่า

ดวงตาของเธอดูสดใสและเปล่งประกายราวกับดวงดาว ขนตายาวของเธอพลิ้วไหว ผิวที่ไร้ที่ติของเธอมีสีเนื้ออ่อน และมีรอยแดงเล็กน้อยริมฝีปากของเธอบอบบางราวกับกลีบกุหลาบ

จนทำให้ชาร์ลส์ค่อนข้างหมกมุ่นอยู่กับร่างกายของเธอ

รูปร่างของเธอ…ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน!

ใบหน้าของเธอดูสดใสเช่นนั้น แต่กลับมีส่วนโค้งส่วนเว้าที่สมบูรณ์แบบ รวมปทุมถันและบั้นท้ายอันอวบอิ่มแบบ มันแซบมาก! ทั้งยังผิวของเธอนุ่มและดูชุ่มชื้่น

ชาร์ลส์มิอาจละสายตาไปจากเธอได้

ไม่นานออทัมน์ก็รู้ตัวว่าเธอกำลังเผยร่างเปลือยเปล่าต่อหน้าชาร์ลส์อยู่ แต่ก็สายไปแล้ว ทันใดนั้น ความเงียบอันน่าอับอายปกคลุมทั่วห้อง เธอเงยหน้าขึ้นและมองหาชาร์ลส์ เมื่อเธอรู้ว่าเขากำลังจ้องมองมาที่เธอ เธอหน้าแดงและรีบหยิบผ้าเช็ดตัวจากพื้นมาคลุมตัวเธอทันที เธอรู้สึกอับอายมาก

เธอคิดว่า'เขาจะคิดว่าฉันจงใจทำผ้าเช็ดตัวหล่นเพื่อหลอกล่อเขาหรือเปล่า'

เธอมองดูชาร์ลส์ที่ยืนอยู่ข้างเธอด้วยความเขินอาย แต่เขาดูสงบนิ่ง เขาทำหน้าหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เธออดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย

เธอมักจะคิดว่าตัวเองไม่มีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบหรือแม้แต่บั้นท้ายอันอวบอิ่มแบบอยู่เสมอ เธอไม่เคยมั่นใจกับหุ่นของเธอเลย แต่ปฏิกิริยาของชาร์ลส์กลับทำให้ผิดหวังมากกว่าเดิมเสียอีก

น่าเศร้าที่เธอไม่เคยรู้ว่าชาร์ลส์พยายามห้ามใจให้ไม่แสดงความรู้สึกของเขาออกมามากแค่ไหน เขาไม่อยากเสียการควบคุมต่อหน้าเด็กสาวคนนี้

แต่เขาก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความผิดหวังที่แสดงออกมาจากดวงตาของเธอได้

ชาร์ลส์ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกับราเชลในช่วงสองปีที่อยู่ด้วยกันเลย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะนอนบนเตียงเดียวกันเขาก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอย่างสมบูรณ์แบบเสมอมา อีกอย่างจำนวนครั้งที่พวกเขาพักค้างคืนด้วยกัน จริง ๆ ก็เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

เขาคิดว่าราเชลเป็นคนที่รู้จักเขาดีที่สุดคนหนึ่ง เธอมักเข้าใจตัวเขาเสมอ เขาจึงไม่อยากพรากพรหมจรรย์ของเธอก่อนแต่งงาน

ซึ่งถือว่าเป็นการเคารพเธอและเคารพความรักที่พวกเขามีต่อกัน

ชาร์ลส์ยังคงจ้องมองออทัมน์แม้ว่าความคิดของเขาจะยังคงกลับไปหาราเชล

ออทัมน์ทนการจ้องมองของเขาไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงพูดว่า“คุณชาร์ลส์ ดึกมากแล้ว ฉันว่าคุณควรไปพักผ่อนได้แล้ว”

เธอเน้นที่คำว่า“ไป”อย่างหนักแน่น

ออทัมน์แสดงความรู้สึกของเธอให้ชาร์ลส์ได้รู้อย่างชัดเจน เพราะเธอไม่ต้องการนอนในห้องเดียวกับชาร์ลส์ เธอจึงย้ำเขาให้กลับออกไป

เมื่อได้ยินดังนั้น ชาร์ลส์จึงตื่นจากภวังค์ อันที่จริง ในใจเขายังไม่เต็มใจจะไป แต่เขาก็พนักหน้า และกลับไปที่ห้องอ่านหนังสือทันที เขาแทบจะต้านทานแรงกระตุ้นที่จะจูบและกอดออทั่มน์ไว้ไม่อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะร้องกรีดเบา ๆ จากนั้น เขาก็ไปอาบน้ำเย็นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่มีทางอื่นใดที่จะดับไฟปรารถนาของเขาที่ลุกโชนขึ้นมาแล้วได้เลย หลายปีแล้วที่เขาไม่รู้สึกถึงไฟปรารถนาแห่งความเสน่หาที่ควบคุมไม่ได้ แม้ขณะที่ราเชลหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของเขาก็ตาม

เช้าวันรุ่งขึ้นออทัมน์ตื่นขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก อันย้ำเตือนว่าเธอแต่งงานแล้วและใช้คำนำหน้าว่านาง เธอมีนามสกุลว่าเทย์เลอร์อย่างที่ทุกคนอิจฉา แต่ลึก ๆ แล้วเธอรู้ว่า สถานะของเธอจะถูกแทนที่โดยราเชลแฟนสาวของชาร์ลส์ไม่ช้าก็เร็ว

เธอหยุดเพื่อไปงานแต่งงานของอีวอนน์เป็นเวลาสามวัน แต่ตอนนี้เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว

หลังจากล้างหน้าล้างตาแล้ว เธอออกจากห้อง และเห็นชาร์ลส์นั่งอยู่ที่ห้องอาหาร

พิธีแต่งงานเมื่อวานนี้วุ่นวายมาก ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไม่เห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ ในห้องแสงสลัวเมื่อคืนนี้ จนกระทั่งบัดนี้ถึงได้มีโอกาสที่เธอได้แอบมองดูเขาจากหัวจรดเท้า

เธอต้องยอมรับว่าเธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่หล่อเหลาจนเธอแทบจะหยุดหายใจ

ตอน 3

ชุดสูทสีดำที่เข้ารูป เผยให้เห็นร่างอันกำยำของเขา ใบหน้าที่คมคายบวกกับผิวที่ขาวสะอาดสะอ้าน ทำให้เธอละสายตาจากเขาไม่ได้เลย

“เลิกมองฉันซักทีได้แล้ว? มากินข้าวสิ” ชาร์ลส์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างรู้ทัน และเขาไม่หันไปสบตาเธอแม้แต่น้อย

ออร์ทัมหน้าแดงไปด้วยความเขินอาย เธอหลบสายตาเขาในทันที แล้วเสแสร้งแกล้งมองที่อื่น เธอเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้านซ้ายของเขาอย่าเงียบ ๆ

บนโต๊ะหรูสีขาวนั้นเต็มไปด้วยอาหารที่หรูหรามากมายหลากชนิด แต่ไม่ทันไรออร์ทัมก็รู้สึกอิ่มหลังจากทานโจ๊กไปแค่หนึ่งชามเท่านั้น ขณะที่เธอกำลังวางชามและช้อนลงอย่างเงียบ ๆ เธอแอบชำเลืองตาไปมองทางด้านขวาแล้วเธอก็พบว่าชาร์ลส์กำลังขมวดคิ้วจ้องมองเธออยู่ “ทำไมต้องตื่นแต่เช้า ทำไมไม่นอนเยอะ ๆ ”ชาร์ลส์ถาม

“ไม่แล้วค่ะฉันไม่ง่วงแล้ว” ออร์ทัมส่ายหัวของเธอพลางตอบเขา แล้วยังคงหลบสายตาที่มองจ้องมาที่เธออยู่ เธอเองรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปที่ชัดเจนของชาร์ลส์ ท่าทีของเขาแทบจะกลายเป็นคนละคนกับเมื่อวานนี้ เธอเองก็ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นเขาในมุมนี้เช่นกัน แม้ว่าเขาจะยังทำตัวเหินห่างและพยายามไม่สุงสิงกับเธอมากนัก แต่เขาก็สุภาพและอ่อนโยนกับเธอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เธอเลยตัดสินใจที่จะพูดกับเขาดี ๆ “ฉันขอลาพักร้อนมาสามวันแล้ว วันนี้ต้องกลับไปทำงานแล้วค่ะ“

“ทำงานเหรอ?“ ชาร์ลส์รู้สึกสับสนกับสิ่งที่เขาได้ยิน เขาจ้องมองเธอที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะจากข้อมูลที่เขาให้สายลับสืบมา มันไม่มีบอกว่าคุณหนูที่ไม่เอางานเอาการ อยู่กินมีสุขอย่างกับเจ้าหญิงคนนี้ ยังมีงานต้องทำด้วย

“ใช่สิ ทำงาน!” เธอพูดพลางหันไปมองนาฬิกาอย่างเร่งรีบ แล้วไม่ได้สังเกตเห็นความสงสัยของชาร์ลส์ “จะสายแล้ว ฉันต้องไปแล้ว”เธอพูดพลางใส่รองเท้าอย่างทุลักทุเลแล้วจะดันประตูออกไปข้างนอก

“เดี๋ยวก่อน”ชาร์ลส์ไม่รอช้าทำท่าจะคว้าเธอเอาไว้ ชาร์ลส์ยืนขึ้น ติดกระดุมสูทเข้ารูปด้วยนิ้วเรียวยาวของเขา แล้วบอกเธอว่า “ ฉันก็จะไปทำงานด้วย ยังไงเราก็จะไปทางเดียวกันพอดี เดี่ยวฉันไปส่งคุณที่ออฟฟิศเอง”เขาตอบพลางจัดสูทของเขาให้เข้าที่แล้วหันไปหยิบกระเป๋าหนังของเขาขึ้นมาด้วยเช่นกัน

ทางเดียวกันเหรอ?ออร์ทัมครุ่นคิดในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ทำงานของเธอนั้นอยู่ที่ไหน รู้ได้ยังไงว่าเป็นทางเดียวกัน? แล้วเขาจะไปส่งยังไง?

ในหัวของเธอนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาเองก็ยังยืนกรานที่จะไปส่งเธอให้ได้ เธอขึ้นรถอย่างปฎิเสธไม่ได้แล้วบอกที่อยู่ให้กับเขา จากนั้นเธอก็หลับตาเอนตัวลงบนที่นั่งอย่างผ่อนคลาย

ชาร์ลส์หันไปมองร่างบางข้าง ๆ เขาด้วยสายตานิ่งเฉยไม่พูดหรือถามอะไรต่อ แต่ภายในหัวของเขา ความคิดหลายอย่างกลับไม่หยุดแล่นเปรียบเช่นเดียวกับรถคันนี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาเองก็ไม่แน่ใจ

ที่อยู่ที่ออร์ทัมบอกกับเขามานั้น เป็นบริษัทโฆษณาที่มีชื่อเสียงมากในเมื่องอีลานบูนั่น ถึงแม้ว่าบริษัทของเธอจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ก็กำลังพัฒนาอย่างเร็ว อนาคตจะเติบโตเป็นใหญ่ก็ไม่แน่

แต่เท่าที่เขารู้มานั้นบริษัทนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวออร์ติซ เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมลูกสาวของตระกูลออร์ติชถึงได้ทำงานที่นั่น?

พอดีบริษัทของเขากำลังจะมีความร่วมมือกับบริษัทนั้น และเขาก็อยากใช้โอกาสนี้ตรวจดูว่าผู้หญิงคนนี้กำลังเล่นอะไรอยู่

ออร์ทัมตื่นมาในขณะที่ใกล้จะถึงที่ทำงานของเธอพอดี เธอขอให้เขาจอดรถที่ตรงหัวมุมถนนแทนที่จะจอดตรงหน้าออฟฟิศ

เพราะออร์ทัมเกรงว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเพื่อนร่วมงานของเธอผ่านมาเห็นเธอลงจากรถลิมูซีนคันนี้

ชาร์ลส์ไม่ได้พูดอะไร และจอดรถตามที่เธอบอก เธอลงจากรถอย่างอารมณ์ดี ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในตัวอาคาร เธอยังไม่ลืมหันหลังโบกมือลาเขาด้วย

ชาร์ลส์เองก็แอบหลุดขำกับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่ชาร์ลส์เห็นใครบางคนไปทำงานอย่างมีความสุขขนาดนี้

เพราะวันหยุดยาวตั้งสามวัน ทำให้เธอเริ่มขี้เกียจทำงานขึ้นมาเล็กน้อย เธอให้กำลังใจตัวเองก่อนเดินเข้าไปในบริษัท

แม้ว่าตอนนี้ เธอเป็นหนึ่งในตระกูลเทย์เลอร์แล้ว ชีวิตเธอมีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเธอก็ยังจะสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันทิ้งงานของเธอเด็ดขาด ซึ่งมันเป็นหนทางเดียวที่สามารถทำให้เธอมีรายได้และมีความรู้สึกมั่นคง ทั้งหมดทั้งมวลนั้น อย่างน้อยก็เพื่อใช้จ่ายค่ารักษาที่มหาศาล ให้กับคุณย่าที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล

“อุ๊ย ออทั่มน์ กลับมาสักที!” ไรอัน อดัมส์ ผู้จัดการของบริษัท วิ่งเข้ามาทักทายอย่างร่าเริงทันทีที่ออร์ทัมเดินเข้ามาในบริษัท เมื่อสามปีที่แล้วออทั่มน์เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ตอนนี้เธอก็ได้พัฒนาเป็นผู้วางแผนโฆษณาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของบริษัท

เธอไม่ใช่คนที่มีการศึกษาสูงที่สุด และไม่ใช่คนที่เชื่อฟังที่สุดในบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายตอนนี้ออร์ทัมนั้น ก็เป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถมากที่สุดของไรอันอย่างแน่นอน

ออร์ทัมตกตะลึงเมื่อเห็นชายตรงหน้าเธอ หนวดเคราขึ้นปกคลุมใบหน้าทำให้เขาดูไม่มีสง่าราศีเอาเสียเลย ผ่านไปเพียงแค่สามวันเองนะ ไรอันดูเหนื่อยล้าและทรมานเป็นอย่างมาก

ไรอันเอื้อมมาจับมือเธอและขอร้องกับเธออย่างจริงใจว่า“ออร์ทัม คราวนี้คุณต้องช่วยผมนะ“

จากการเล่าเรื่องที่ตะกุกตะกักของเขา สุดท้ายออร์ทัมถึงเข้าใจได้ว่า เขากำลังจะต้องรับมือกับโปรเจ็คใหญ่ ในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ถึงแม้ทั้งบริษัทจะแก้ไขแผนมามากถึงห้าครั้ง แต่ลูกค้าก็ยังไม่พอใจกับแผนได้ที่ได้ไปสักที ทุกคนในบริษัทรู้สึกท้อและคนที่หงุดหงิดที่สุดก็คงเป็นไรอัน

บริษัทของเขาก่อตั้งขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องประสบกับความล้มเหลวครั้งใหญ่

“ลูกค้าเจ้าไหน มันเรื่องเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” ออร์ทัมถึงกับขมวดคิ้วกับสิ่งที่ไรอันบอก

“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ? พวกเขาก็คือไชนน์นิ่งอินเทอร์ไพรส์นั่น...” ไรอันถอนหายใจ และหันมาพูดกับเธอต่อ “งานฉลองครบรอบปีจะจัดขึ้นในวันที่8เดือนหน้า และให้เราทำแผนจัดปาร์ตี้ไวน์ให้ด้วย”

“ ไชนน์นิ่ง อินเทอร์ไพรส์ งั้นเหรอ ?” นั่นไม่ใช่บริษัทของชาร์ลส์หรอกเหรอ?

“พวกเขาบอกเหรอที่จะจัดเป็นปาร์ตี้ไวน์?” ออร์ทัมถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

บริษัทส่วนใหญ่เลือกที่จะเฉลิมฉลองวันครบรอบในลักษณะนี้ เนื่องจากว่าเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันทั่วไปไปในการเฉลิมฉลอง อีกอย่างการพาพนักงานมาเลี้ยงมื้อค่ำที่หรูหรา ก็เป็นการตอบแทนพนักงานที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่เธอกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ เมื่อเธอนึกจินตนาการถึงชาร์ลส์ที่อยู่ในชุดสูท ชนแก้วกันกับพนักงานของเขากลุ่มแล้วกลุ่มเล่าในงานนั้น

นั่นเป็นเหตุผลที่เธอถามคำถามนี้ขึ้นมา

“เดี๋ยว ไม่นะ. พวกเขาไม่ได้บอก” ไรอันพึ่งนึกขึ้นได้ พวกเขาเพิ่งขอแผนงานฉลองเลี้ยงบริษัท แต่พวกเขาไม่ได้บอกว่าต้องเป็นงานเลี้ยงไวน์

“เอาล่ะ ส่งเอกสารของบริษัททั้งหมดมาให้ฉัน แล้วฉันจะลองดู” ไรอันกล่าวขอบคุณเธออย่างจริงใจเป็นพันครั้ง หากนักวางแผนที่เก่งกาจที่สุดอย่างเธอก็ไม่สามารถทำได้ล่ะก็ เขาต้องขาดทุนในงานนี้แน่ ๆ

จากนั้น ออร์ทัมก็หมกมุ่นอยู่กับงานเลี้ยงนี้งานเดียวทั้งวัน เธอยุ่งวุ่นวายมากจนลืมกินข้าวกลางวัน สุดท้ายเวนดี้ก็เป็นโทรมาเตือน

จะบอกว่าเตือนก็ไม่ใช่ เหมือนเป็นการทวงหนี้มากกว่า

“ออร์ทัม เธอได้กินข้าวแล้วหรือยัง?” เวนดี้ถามอย่างเสเสร้งแกล้งแสดงดั่งแม่ที่เป็นห่วงลูก

ถ้าเธอไม่ได้บังคับออร์ทัมให้แต่งงานกับชาร์ลส์เมื่อวานนี้ ออร์ทัมคงเชื่อใจและซาบซึ้งในความห่วงใยนี้ แต่ตอนนี้...

เธอสูญเสียความรักและเคารพต่อเวนดี้ไปทั้งหมด

“เก็บเอาไว้เถอะค่ะ มีอะไรก็พูดตรง ๆ เลย ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่กับงาน”

“อะไรนะ?” เวนดี้ตะโกนถามต่อ "เธอไปทำงานวันรุ่งขึ้นหลังจากงานแต่งอย่างนั้นเหรอ?”

“แล้วไงละ?” ออร์ทัมเย้ยหยัน “เธอคิดว่าชาร์ลส์จะเอาเงินของเขามาให้ฉันเหรอ?

“ตอนนี้คุณเป็นภรรยาเขาแล้ว เขาไม่ควรทำอย่างนั้นหรือ...” เวนดี้บ่นพึมพำอยู่คนเดียว แต่ออร์ทัมไม่มีเวลามากพอที่จะฟังเรื่องไร้สาระของเธอต่อ เธอจึงตัดสินใจ ขัดจังหวะขึ้นมา “สรุปมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไม่งั้นฉันจะวางสายแล้วนะ”

“เดี๋ยว รอก่อน ...” เวนดี้บอกก่อนที่จะโดนตัดสาย ในความเป็นจริง เวนดี้เองก็ไม่ได้สนใจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของออร์ทัมแม้แต่นิด สิ่งที่เธออยากรู้นั้นก็คือคำสัญญาของชาร์ลต่อหล่อนมากกว่า “ออร์ทัม ตอนนี้เธอก็แต่งงานกับเขาแล้ว เธอช่วยถามลูกเขยของฉันเรื่องสัญญาของเขาให้หน่อยสิ เมื่อไหร่เขาจะทำตามสัญญากันสักทีนะ? คุณย่าของเธอ... กำลังรอค่ารักษาพยาบาลอีกฉบับอยู่ ...”

ออร์ทัมกำนิ้วของเธอแน่นจนมันกลายเป็นสีขาว เธอพยายามอย่างมาก ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ของเธอให้ไม่อาละวาดใส่เวนดี้ “ไว้ใจฉันเถอะ คนอย่างฉันไม่มีทางผิดคำพูดแน่นอน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณย่าของฉัน ฉันสาบานว่าฉันจะทำลายทุกสิ่งที่เป็นของคุณอย่างแน่นอน จำไว้แล้วกัน”ออทั่มน์กัดฟันพูดอย่างโกรธเคือง

เวนดี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ประจบประแจง “อย่ากังวลเรื่องของเธอเลย ยังไงซะ เธอก็เป็นแม่สามีของฉันเหมือนกัน...”

ออร์ทัมตัดสินใจที่จะตัดบทกับเธอ ก่อนที่เธอจะระงับอารมณ์ของตนเองไม่ได้แล้วพลั้งทำอะไรไปเกินกว่าเรื่อง

เธอเองก็เคยฝันเอาไว้ว่าความผูกพันในครอบครัวของเธอจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เธออยากมีครอบครัวในฝันแบบคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับไม่หวังอะไรอีกแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED