‘อีวอนน์ออร์ติซหนีงานแต่ง!’ งานแต่งแห่งศตวรรษตามที่สื่อได้ประโคมข่าวไว้ แต่ตอนนี้มันอาจกลายเป็นเรื่องตลก!
ออทั่มน์ ไมเยอร์ส กำลังส่องกระจกอยู่ เท้าของเธอทั้งสองกำลังเหยียบย่ำอยู่บนชุดแต่งงานที่วางราบอยู่กับพื้นอย่างโกรธเคือง ‘ทำไม’ ทำไมถึงต้องเป็นฉันที่มาแก้ปัญหาที่อีวอนน์ก่อเอาไว้ด้วย!
“เอาเลย! ฉันมีให้เธอเหยียบอีกเพียบ ถ้าเธอไม่หมดแรงไปเสียก่อนน่ะนะ” เวนดี้ ไมเยอร์ส แม่ของออทั่มน์มองเธออย่างไม่แยแส
เมื่อได้ยินดังนั้น ออทั่มน์อยู่นิ่งเงียบ และถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใจของเธอราวกับถูกฉีกไปเป็นเสี่ยง ๆ “โรงพยาบาลมาทวงค่ารักษาของคุณย่าแล้ว ถ้าอยากจะให้หนูแต่งงานกับ ชาร์ลส์ เทย์เลอร์ แทนอีวอนน์ล่ะก็ รีบโอนเงินมาซะ!”
เวนดี้ฉีกยิ้มแจ่มใสพลางหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรออก “ดิลอน ช่วยจัดการเรื่องโรงพยาบาลให้ฉันทีสิ”
หลังจากวางสาย เวนดี้ก็เข้าไปดูออทั่มน์ เวนดี้รู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นเธออยู่ในชุดแต่งงานที่ดูธรรมดาเกินไป เธอขมวดคิ้วและเดินตรงเข้าไปหาออทั่มน์พร้อมกับกรรไกรในมือ
เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางยกกรรไกรไปยังออทั่มน์ “อย่ามองฉันอย่างนั้น!” “เธอจะมาโทษฉันไม่ได้หรอกนะ ถึงแม้เธอจะออกมาจะท้องของฉันก็เถอะ เวลาที่ฉันมองหน้าเธอทีไร ก็ทำให้ฉันอดนึกถึงพ่อที่ไร้ความสามารถของเธอไม่ได้ โลกนี้มันโหดร้าย มีแต่คนที่นึกถึงแต่ตัวเองเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้”
หลังจากพูดจบ กรรไกรของเวนดี้ก็ไปโดนที่แขนเสื้อของออทั่มน์ ทำให้เกิดเป็นรูขนาดใหญ่
เธอหันไปตะโกนด่าพนักงานข้างนอก “มัวทำอะไรกันอยู่น่ะ ไม่เห็นชุดของเธอขาดเหรอ? หาใหม่ให้เธอสิ!” “อีวอนน์ ลูกสาวเราไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปหรอกนะ เธอต้องได้ชุดแต่งงานที่ดีที่สุด”
ออทั่มน์สูดจมูก นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เวนดี้ยอมรับว่าเธอเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่ง แต่เธอก็รู้สึกหดหู่ใจในทันทีราวกับโดนน้ำเย็นราดหัว เมื่อเวนดี้บอกว่าอีวอนน์เป็นลูกสาวสุดที่รักของเธอ และเธอเป็นเพียงตัวแทนเท่านั้น!
ออทั่มน์กัดริมฝีปากของเธอ และแสยะยิ้มพูด“พ่อของฉันเป็นผู้ชายไร้ความสามารถจริง ไม่งั้นคงไม่คว้าผู้หญิงสำส่อนอย่างคุณมาเป็นภรรยา ฉันจะคอยดูว่าจะมีผู้หญิงคนอื่นมายั่วยวนคุณลุงออร์ติซเหมือนที่คุณเคยทำหรือเปล่า!”
“หุบปาก! เธอกล้าดียังไง” เวนดี้สบถออกมาด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นและกำลังจะตบหน้าออทั่มน์ แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่สวยงามบวกกับการแต่งหน้าอย่างไร้ที่ตินั้น ทำให้เธอยั้งมือเอาไว้ได้ “เอาล่ะ ฉันจะไม่ต่อปากต่อคำกับเธอในวันนี้หรอก เพราะฉะนั้นเธอช่วยทำตัวดี ๆ แล้วไปเข้าพิธีแต่งงานกับชาร์ลส์ซะ!” “แล้วจำเอาไว้ด้วยว่าอย่าทำให้ตระกูลออร์ดิซและอีวอนน์ขายหน้าล่ะ” เวนดี้สั่งอย่างเคร่งขรึม
ออทั่มน์ยิ้มมุมปากด้วยท่าทีเย็นชา
ชาร์ลส์ ? ชายที่หลายใจ ยุ่งกับผู้หญิงไปนับไม่ถ้วน จนทำให้ทุกคนในสังคมรู้หมดนั้นเหรอ คนอย่างเขาทั้งรวยล้นฟ้า ทั้งมีอำนาจ มีแต่ผู้หญิงคอยเสนอตัว เขาสามารถเลือกใครสักคนก็ได้มาแต่งงาน แล้วทำไมถึงต้องเป็นผู้หญิงอย่างอีวอนน์ด้วยนะ! ออทั่มน์รู้สึกแปลกใจ
“ยังไงก็ต้องให้งานแต่งนี้จบลงด้วยดี ถึงแม้ชาร์ลส์จะไม่ใช่ผู้ขายที่เธอเลือกเอง แต่ว่าเขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่มีฐานะมีหน้ามีตาทางสังคม แม่ต้องขอโทษเธอด้วย แต่เชื่อเถอะจากนี้ไปเธอจะร่ำรวยและมีเกียรติอยู่ไม่น้อย ถือซะว่าเป็นการตอบแทนจากแม่ที่ช่วยในเรื่องนี้แล้วกันนะออทั่มน์”
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ดังนั้น ความรู้สึกทั้งหมดที่ออทัมน์เก็บเอาไว้เป็นเวลานานก็เอ่อล้นออกมาในรูปแบบของน้ำตา น้ำตาของเธอรื่นอยู่โดยรอบของดวงตา แต่แล้วก็ควบคุมไม่ได้ น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่หยุด ผู้หญิงที่โหดเหี้ยมถึงขนาดทอดทิ้งลูกในไส้ตัวเองได้เป็นอะไรไปซะล่ะ!เธอคิดกับตัวเอง
ออทั่มน์จับชุดแต่งไว้ในมืออย่างแน่น แต่แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ตกลง ฉันจะแต่งงานกับเขา! ฉันสัญญาว่าฉันจะแต่งงานกับชาร์ลส์ในนามของอีวอนน์ แต่... จากนี้ไปความเป็นแม่ลูกของเราขาดกัน คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งในชีวิตของฉันอีก นอกจากนี้ ถ้าคุณย่าของฉันเป็นอะไรไปแม้แต่นิดล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยคุณแน่!”
“ตราบใดที่เธอยอมแต่งงานกับชาร์ลส์ ฉันจะทำทุกอย่างที่เธอต้องการ”
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เวนดี้ให้ความอาทรกับออทั่มน์มากขนาดนี้ คราวนี้เธอยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับการขายออทั่มน์ให้กับชาร์ลส์ เมื่ออีกหลายปีต่อจากนี้ หากออทั่มน์นึกย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ก็ได้แต่อุทานว่าช่างไม่แน่นอนจริง ๆ เดิมทีที่เธอคิดว่าการแต่งงานนี้จะทำให้ชีวิตเธอพังล้มเหลว แต่ในที่สุด มันกลับกลายเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้เธอ ที่คอยดูแลปกป้องเธอไว้เสมอ เธอไม่เคยคาดหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นกับเธอ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
“งานแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น เร็วเข้าเจ้าสาว!”
พิธีแต่งงานได้เริ่มขึ้นตามกำหนด ชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่อง พรหมแดง ดอกไม้สด พร้อมด้วยแขกรับเชิญผู้ทรงเกียรติ งานแต่งงานนั้นสวยงามยิ่งใหญ่ดูหรูหราราวกับเทพนิยาย ทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามสมดั่งผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่ออทั่มน์กลับไม่รู้สึกยินดีกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด
แม้ว่าจะเป็นงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ แต่เธอกลับไม่เคยได้เห็นหน้าสามีมาก่อนเลย แขกที่มาร่วมงานต่างก็ส่งยิ้มมา แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันเหมือนพวกเขายิ้มให้เพื่อคอยดูเรื่องตลกที่กำลังจะเกิดขึ้นเสียมากกว่า
แม้ว่าในระหว่างพิธีแต่งงานตั้งแต่ต้นจนจบ ชาร์ลส์จะจับมือของเธอแน่น แต่เขาไม่ได้พูดกับเธอเลยสักประโยคเดียว จนพิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาก็สะบัดมือของเธอออกอย่างรวดเร็ว และพูดว่า “คุณกลับไปก่อน ฉันยังมีธุระต่อ”
เขาให้เธอกลับไปกับคนขับรถของเขา ในระหว่างทาง ด้วยความสงสัยของออทั่มน์ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามคนขับรถว่าชาร์ลส์ไปไหนแล้ว ดูเหมือนชาร์ลส์ไม่ได้คิดที่จะปิดบังอะไรออทั่มน์ ดังนั้น คนขับรถของเขาจึงตอบกลับอย่างเฉยเมยว่า “ลิลลี่ วิลล่า”
“ลิลลี่ วิลล่า?” มีข่าวลือว่า ‘ราเชล เทิร์นเนอร์’ ดาราสาวอาศัยอยู่ในลิลลี่ วิลล่า ที่ว่านี้ ออทั่มน์ยิ้มอ่อน ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ว่า สามีของเธอคบกับ ดาราสาวราเชลจะเป็นความจริง แล้วตอนนี้สองคนนั้นคงกำลังกอดกันปลอบใจอยู่ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ในเมื่อเขามีชู้อยู่ เขาคงไม่ปฏิเสธข้อเสนอของเธอเป็นแน่
ออทั่มน์รอชาร์ลส์ในห้องหออยู่เป็นเวลานาน ห้องที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก แต่ออทั่มน์กลับไม่ได้รู้สึกเสน่หาใด ๆ เลย
เธอคิดว่าชาร์ลส์คงจะไม่กลับมาที่นี่ในคืนนี้ เธอจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
เธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานาน เพราะเธอเหนื่อยมากทั้งร่างกายและจิตใจ อีกอย่าง ในวันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ด้วยบรรยากาศนี้เธอจึงจะได้สงบสติค่อย ๆ คิด
เมื่ออุณภูมิสูงขึ้น กระจกในห้องน้ำโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและควัน ทำให้จิตใจของออทั่มน์นั้นสับสนวุ่นวายไปด้วย
ทั้งเรื่องของ เวนดี้ อีวอนน์ ราเชล และชาร์ลส์ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ต่างก็ติดอยู่ในสมองของเธอ
ยิ่งคิดมากเข้าไปเท่าไร ก็ยิ่งรู้้สึกอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น
เธอปิดก๊อกน้ำ จากนั้นก็ห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าขนหนูผืนบาง เธอใช้ผ้าขนหนูอีกผืนเช็ดผมให้แห้ง เมื่อเธอออกมาจาห้องน้ำ เธอก็เห็นชาร์ลส์นั่งอยู่บนเตียงกลางห้อง
ห้องนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเท่านั้นที่ยังสว่างอยู่ แต่ความมืดในห้องก็สู้ความมืดเย็นชาใบหน้าของชาร์ลส์ไม่ได้
ในช่วงชีวิตกว่ายี่สิบปีของออทั่มน์ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ด้วยทั้งตัวมีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ห่อพันร่างกายเอาไว้
เมื่อเห็นชาร์ลส์ เธอรีบหันหลังเพื่อที่จะกลับไปยังห้องแต่งตัวเพื่อใส่เสื้อ แต่ยังเดินไม่ถึงสองก้าว ชาร์ลส์ก็คว้าตัวเธอเอาไว้ เขาจับเธอโยนลงบนเตียง “ดูเหมือนเธอรีบรอนที่อยากใช้เวลาในคืนวันวิวาห์กับฉันสินะ?” ชาร์ลส์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ออทั่มน์มีเพียงผ้าเช็ดตัวคลุม น้ำจากปลายผมที่เปียกหยดลงบนร่างกายของเธอ แม้ว่าเธอจะเช็ดเครื่องสำอางค์ออกไปหมดแล้ว แต่ใบหน้าของเธอก็สวยหมดจดจนยากที่ชาร์ลส์จะละสายตาได้
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของครีมอาบน้ำ มันคือครีมที่เขาใช้ประจำ กลิ่นที่คุ้นเคยของเขาออกมาจากรางกายของออทั่มน์ มันช่างเย้ายวนเขาเหลือเกิน
แต่ทันใดนั้น ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของราเชลก็ลอยเข้ามา ทำให้เขาก็ตั้งสติกลับ
เขากับราเชลคบกันมาเป็นเวลาสองปีแล้ว เขาจะไม่มีวันทำในสิ่งที่ทำให้เธอผิดหวัง
“ฉัน…”ออทัมน์ตอบพลางทำตาโต ตอนนี้เธอดูช่างไร้เดียงสา
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ชาร์ลส์ก็ขัดจังหวะและสั่งว่า “อีวอนน์ ฉันรับเธอมาเป็นภรรยาของฉันเพียงเพื่อเอาใจคุณปู่ของฉันเท่านั้น ถ้าเธอคิดจะนอนกับฉันเพื่อทำให้สถานะที่เป็นคุณนายของเธอมั่นคงขึ้นล่ะก็ เธอก็ควรเลิกคิดแบบนั้นซะ อย่าฝันไปเลย”
‘ฉันเลือกอีวอนน์จากผู้สมัครหลายพันคนด้วยเหตุผลสำคัญเพียงสองประการ อย่างแรก เป็นที่ร่ำลือกันว่าอีวอนน์เป็นสาวน้อยที่ถูกตามใจที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย สาวที่แสนไร้เดียงสาและโง่เขลาถูกล้อเลียนอยู่เสมอ ประการที่สอง เหยื่อเฮลลูวาเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ไซม่อนออร์ติซผู้แสนเจ้าเล่ห์พึงพอใจได้ นอกจากนั้นออร์ติซกรุ๊ปก็ไม่อาจคุกคามฉันได้
แต่ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น? อีวอนน์ก็พยายามยั่วยวนฉันด้วยความงามของเธอ โดยเสนอร่างกายกึ่งเปลือยของเธอ ทันทีที่ฉันกลับถึงบ้าน ไม่น่าเชื่อเลยที่พวกเขาบอกว่าเธอโง่และไร้เดียงสา!
เห็นได้ชัดว่า เธอรู้วิธีที่จะยั่วยวนฉันโดยใช้ร่างกายของเธอเป็นเหยื่อล่อ’
อันที่จริง ออทัมน์อยากพูดกับชาร์ลส์เรื่องข้อตกลงใจจะขาด เธอจึงสงบสติอารมณ์ตัวเองลง แต่เมื่อได้ยินดังนั้น เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อชาร์ลส์ดูหมิ่นความตั้งใจของเธอด้วยวิจารณญาณอันแสนโง่เขลาของเขา
เธอลุกขึ้นจากเตียง และยืนหลังตรง เธอมองชาร์ลส์ด้วยความกล้าหาญในดวงตาของเธอ ดวงตาสีเข้มของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังดูหมิ่นเธอ
ออทัมน์โกรธจนถึงที่สุด
“คุณชาร์ลส์ คุณมีราเชลคนสวยที่เป็นแฟนอยู่ข้าง ๆ ฉันรู้ดีว่าคนรูปร่างหน้าตาธรรมดาอย่างฉัน อย่างไรก็ไม่ดีพอสำหรับคุณ”ออทัมน์ยิ้มเยาะ
“ฉันรู้ตัวดีพอ ฉันถึงไม่เคยหวังว่าจะได้รับความรักจากคุณ ฉันแค่หวังว่าคุณจะเมตตาฉันสักนิดและช่วยเซ็นชื่อในนี้ให้ฉันทีก็พอ” ออทัมน์กำผ้าเช็ดตัวไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งส่วนมืออีกมือหนึ่งหยิบแฟ้มออกจากกระเป๋าของเธอ จากนั้นเธอก็ยื่นเอกสารให้ชาร์ลส์ดู
“คุณชาร์ลส์คะ ฉันก็แค่คนธรรมดาที่ไม่สำคัญคนหนึ่ง คุณต้องการให้ฉันแต่งงานกับคุณฉันก็ทำแล้ว ฉันรู้ว่าฉันเป็นเพียงสิ่งที่คุณเอามาหลอกลวงคนอื่น แต่ได้โปรดปล่อยฉันไปเมื่อคุณไม่ต้องการฉันได้ไหม? ฉันจะซาบซึ้งในความกรุณาของคุณ” ออทัมน์พูดอย่างจริงใจ ไม่มีการเยาะเย้ยหรือเสแสร้งในน้ำเสียงของเธอ
ชาร์ลส์รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับสิ่งที่เธอพูด
ในข้อตกลงใบนั้นมีเพียงสองประโยค มีเนื้อหาเขียนไว้ว่า
ข้อแรก:ฝ่ายก.(ชาร์ลส์เทย์เลอร์)จะช่วยให้ออร์ติซกรุ๊ปผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้
ข้อสอง:ฝ่ายก.และฝ่ายข.จะต้องไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม
ออทัมน์ได้เซ็นชื่อฝ่ายข.แล้ว ชาร์ลส์พบว่าลายเซ็นของเธอเป็นเส้นเดียวและเป็นธรรมชาติ หมึกกระจายตัวได้ดีดั่งเมฆหรือควัน
ลายเซ็นมักจะสื่อถึงรูปลักษณ์ของคนได้ เธอคงจะเป็นคนอ่อนโยนและมั่นคงแน่ ๆ เลย
“คุณชาร์ลส์ เชิญลงชื่อได้เลยค่ะ”ออทัมน์พูดขณะยื่นปากกาให้
เขายังคงตกใจ ยังคงคิดว่าเธอกำลังเล่นกลกับเขาแน่
เดิมที เขายังรู้สึกผิดที่ใช้อีวอนน์เป็นเครื่องมือ และที่เขากลับมาก็เคลียร์กับเธอ ยังไงเขาไม่มีวันยอมรับเธอได้ เพราะฉะนั้น ต่อไปเขาจะพยายามชดเชยให้เธอที่ไม่รักเธอ แต่ข้อตกลงนี้ทำให้เขาสับสนเกินไป
“คุณวางแผนอะไรอยู่”
“คุณชาร์ลส!” ออทัมน์ตะโกนใส่เขาแทนคำตอบ เธอคิดว่า'ทำไมคุณจึงหยิ่งยโสกับฉันนัก? ฉันไม่ได้มีแผนการอะไรสักหน่อยเลย อันที่จริง ฉันไม่ต้องการที่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณด้วยซ้ำ ดังนั้นข้อตกลงนี้ คุณเข้าใจไหม?’
“คุณคงได้พบผู้คนมานับไม่ถ้วนในชีวิตของคุณ คงไม่ยากที่คุณจะประเมินว่าฉันกำลังหลอกคุณหรือเปล่า? อีกอย่าง คุณก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลยถ้าคุณเซ็นต์ชื่อในข้อตกลงนี้ ไม่ใช่เหรอ?”
ชาร์ลส์ยังคงจ้องออทัมน์อย่างไม่กระพริบตา ดวงตาที่ไร้เดียงสาของเธอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้มีแผนการอะไร จากนั้น เขาก็เพิ่มเงื่อนไขใหม่ข้อหนึ่งในสัญญา เขากล่าวว่า“ผมจะเซ็นต์ชื่อถ้าคุณทำตามข้อนี้ได้”
ออทัมน์เหลือบมองข้อที่ชาร์ลส์เขียนไว้ ‘ฝ่ายข.อีวอนน์ออร์ติซต้องประพฤติตัวเสมือนเป็นภรรยาที่ดีตามที่ฝ่ายก.แสวงหาในเมื่อที่ต้องการ’
ชาร์ลส์ไม่ได้เซ็นชื่อจนกระทั่งออทัมน์พยักหน้าเมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว
ออทัมน์โล่งใจที่เห็นเขาเซ็นชื่อใต้ชื่อของเขา เธอรีบดึงข้อตกลงก่อนที่ชาร์ลส์จะเปลี่ยนใจ คิดในใจว่าจะต้องหาโอกาศเอาข้อตกลงนี้ใส่ไว้ในกรอบ
เธอจดจ่ออยู่กับข้อตกลงเกินกว่าจะสังเกตเห็นว่าผ้าเช็ดตัวที่คลุมเธออยู่หล่นลงไปกองอยู่ที่พื้น
แวงตาของชาร์ลส์ดูหมองหม่นและว่างเปล่า
ดวงตาของเธอดูสดใสและเปล่งประกายราวกับดวงดาว ขนตายาวของเธอพลิ้วไหว ผิวที่ไร้ที่ติของเธอมีสีเนื้ออ่อน และมีรอยแดงเล็กน้อยริมฝีปากของเธอบอบบางราวกับกลีบกุหลาบ
จนทำให้ชาร์ลส์ค่อนข้างหมกมุ่นอยู่กับร่างกายของเธอ
รูปร่างของเธอ…ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน!
ใบหน้าของเธอดูสดใสเช่นนั้น แต่กลับมีส่วนโค้งส่วนเว้าที่สมบูรณ์แบบ รวมปทุมถันและบั้นท้ายอันอวบอิ่มแบบ มันแซบมาก! ทั้งยังผิวของเธอนุ่มและดูชุ่มชื้่น
ชาร์ลส์มิอาจละสายตาไปจากเธอได้
ไม่นานออทัมน์ก็รู้ตัวว่าเธอกำลังเผยร่างเปลือยเปล่าต่อหน้าชาร์ลส์อยู่ แต่ก็สายไปแล้ว ทันใดนั้น ความเงียบอันน่าอับอายปกคลุมทั่วห้อง เธอเงยหน้าขึ้นและมองหาชาร์ลส์ เมื่อเธอรู้ว่าเขากำลังจ้องมองมาที่เธอ เธอหน้าแดงและรีบหยิบผ้าเช็ดตัวจากพื้นมาคลุมตัวเธอทันที เธอรู้สึกอับอายมาก
เธอคิดว่า'เขาจะคิดว่าฉันจงใจทำผ้าเช็ดตัวหล่นเพื่อหลอกล่อเขาหรือเปล่า'
เธอมองดูชาร์ลส์ที่ยืนอยู่ข้างเธอด้วยความเขินอาย แต่เขาดูสงบนิ่ง เขาทำหน้าหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธออดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย
เธอมักจะคิดว่าตัวเองไม่มีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบหรือแม้แต่บั้นท้ายอันอวบอิ่มแบบอยู่เสมอ เธอไม่เคยมั่นใจกับหุ่นของเธอเลย แต่ปฏิกิริยาของชาร์ลส์กลับทำให้ผิดหวังมากกว่าเดิมเสียอีก
น่าเศร้าที่เธอไม่เคยรู้ว่าชาร์ลส์พยายามห้ามใจให้ไม่แสดงความรู้สึกของเขาออกมามากแค่ไหน เขาไม่อยากเสียการควบคุมต่อหน้าเด็กสาวคนนี้
แต่เขาก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความผิดหวังที่แสดงออกมาจากดวงตาของเธอได้
ชาร์ลส์ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกับราเชลในช่วงสองปีที่อยู่ด้วยกันเลย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะนอนบนเตียงเดียวกันเขาก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอย่างสมบูรณ์แบบเสมอมา อีกอย่างจำนวนครั้งที่พวกเขาพักค้างคืนด้วยกัน จริง ๆ ก็เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
เขาคิดว่าราเชลเป็นคนที่รู้จักเขาดีที่สุดคนหนึ่ง เธอมักเข้าใจตัวเขาเสมอ เขาจึงไม่อยากพรากพรหมจรรย์ของเธอก่อนแต่งงาน
ซึ่งถือว่าเป็นการเคารพเธอและเคารพความรักที่พวกเขามีต่อกัน
ชาร์ลส์ยังคงจ้องมองออทัมน์แม้ว่าความคิดของเขาจะยังคงกลับไปหาราเชล
ออทัมน์ทนการจ้องมองของเขาไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงพูดว่า“คุณชาร์ลส์ ดึกมากแล้ว ฉันว่าคุณควรไปพักผ่อนได้แล้ว”
เธอเน้นที่คำว่า“ไป”อย่างหนักแน่น
ออทัมน์แสดงความรู้สึกของเธอให้ชาร์ลส์ได้รู้อย่างชัดเจน เพราะเธอไม่ต้องการนอนในห้องเดียวกับชาร์ลส์ เธอจึงย้ำเขาให้กลับออกไป
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาร์ลส์จึงตื่นจากภวังค์ อันที่จริง ในใจเขายังไม่เต็มใจจะไป แต่เขาก็พนักหน้า และกลับไปที่ห้องอ่านหนังสือทันที เขาแทบจะต้านทานแรงกระตุ้นที่จะจูบและกอดออทั่มน์ไว้ไม่อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะร้องกรีดเบา ๆ จากนั้น เขาก็ไปอาบน้ำเย็นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่มีทางอื่นใดที่จะดับไฟปรารถนาของเขาที่ลุกโชนขึ้นมาแล้วได้เลย หลายปีแล้วที่เขาไม่รู้สึกถึงไฟปรารถนาแห่งความเสน่หาที่ควบคุมไม่ได้ แม้ขณะที่ราเชลหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของเขาก็ตาม
เช้าวันรุ่งขึ้นออทัมน์ตื่นขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก อันย้ำเตือนว่าเธอแต่งงานแล้วและใช้คำนำหน้าว่านาง เธอมีนามสกุลว่าเทย์เลอร์อย่างที่ทุกคนอิจฉา แต่ลึก ๆ แล้วเธอรู้ว่า สถานะของเธอจะถูกแทนที่โดยราเชลแฟนสาวของชาร์ลส์ไม่ช้าก็เร็ว
เธอหยุดเพื่อไปงานแต่งงานของอีวอนน์เป็นเวลาสามวัน แต่ตอนนี้เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว
หลังจากล้างหน้าล้างตาแล้ว เธอออกจากห้อง และเห็นชาร์ลส์นั่งอยู่ที่ห้องอาหาร
พิธีแต่งงานเมื่อวานนี้วุ่นวายมาก ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไม่เห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ ในห้องแสงสลัวเมื่อคืนนี้ จนกระทั่งบัดนี้ถึงได้มีโอกาสที่เธอได้แอบมองดูเขาจากหัวจรดเท้า
เธอต้องยอมรับว่าเธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่หล่อเหลาจนเธอแทบจะหยุดหายใจ
ชุดสูทสีดำที่เข้ารูป เผยให้เห็นร่างอันกำยำของเขา ใบหน้าที่คมคายบวกกับผิวที่ขาวสะอาดสะอ้าน ทำให้เธอละสายตาจากเขาไม่ได้เลย
“เลิกมองฉันซักทีได้แล้ว? มากินข้าวสิ” ชาร์ลส์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างรู้ทัน และเขาไม่หันไปสบตาเธอแม้แต่น้อย
ออร์ทัมหน้าแดงไปด้วยความเขินอาย เธอหลบสายตาเขาในทันที แล้วเสแสร้งแกล้งมองที่อื่น เธอเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้านซ้ายของเขาอย่าเงียบ ๆ
บนโต๊ะหรูสีขาวนั้นเต็มไปด้วยอาหารที่หรูหรามากมายหลากชนิด แต่ไม่ทันไรออร์ทัมก็รู้สึกอิ่มหลังจากทานโจ๊กไปแค่หนึ่งชามเท่านั้น ขณะที่เธอกำลังวางชามและช้อนลงอย่างเงียบ ๆ เธอแอบชำเลืองตาไปมองทางด้านขวาแล้วเธอก็พบว่าชาร์ลส์กำลังขมวดคิ้วจ้องมองเธออยู่ “ทำไมต้องตื่นแต่เช้า ทำไมไม่นอนเยอะ ๆ ”ชาร์ลส์ถาม
“ไม่แล้วค่ะฉันไม่ง่วงแล้ว” ออร์ทัมส่ายหัวของเธอพลางตอบเขา แล้วยังคงหลบสายตาที่มองจ้องมาที่เธออยู่ เธอเองรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปที่ชัดเจนของชาร์ลส์ ท่าทีของเขาแทบจะกลายเป็นคนละคนกับเมื่อวานนี้ เธอเองก็ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นเขาในมุมนี้เช่นกัน แม้ว่าเขาจะยังทำตัวเหินห่างและพยายามไม่สุงสิงกับเธอมากนัก แต่เขาก็สุภาพและอ่อนโยนกับเธอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เธอเลยตัดสินใจที่จะพูดกับเขาดี ๆ “ฉันขอลาพักร้อนมาสามวันแล้ว วันนี้ต้องกลับไปทำงานแล้วค่ะ“
“ทำงานเหรอ?“ ชาร์ลส์รู้สึกสับสนกับสิ่งที่เขาได้ยิน เขาจ้องมองเธอที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะจากข้อมูลที่เขาให้สายลับสืบมา มันไม่มีบอกว่าคุณหนูที่ไม่เอางานเอาการ อยู่กินมีสุขอย่างกับเจ้าหญิงคนนี้ ยังมีงานต้องทำด้วย
“ใช่สิ ทำงาน!” เธอพูดพลางหันไปมองนาฬิกาอย่างเร่งรีบ แล้วไม่ได้สังเกตเห็นความสงสัยของชาร์ลส์ “จะสายแล้ว ฉันต้องไปแล้ว”เธอพูดพลางใส่รองเท้าอย่างทุลักทุเลแล้วจะดันประตูออกไปข้างนอก
“เดี๋ยวก่อน”ชาร์ลส์ไม่รอช้าทำท่าจะคว้าเธอเอาไว้ ชาร์ลส์ยืนขึ้น ติดกระดุมสูทเข้ารูปด้วยนิ้วเรียวยาวของเขา แล้วบอกเธอว่า “ ฉันก็จะไปทำงานด้วย ยังไงเราก็จะไปทางเดียวกันพอดี เดี่ยวฉันไปส่งคุณที่ออฟฟิศเอง”เขาตอบพลางจัดสูทของเขาให้เข้าที่แล้วหันไปหยิบกระเป๋าหนังของเขาขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ทางเดียวกันเหรอ?ออร์ทัมครุ่นคิดในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ทำงานของเธอนั้นอยู่ที่ไหน รู้ได้ยังไงว่าเป็นทางเดียวกัน? แล้วเขาจะไปส่งยังไง?
ในหัวของเธอนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาเองก็ยังยืนกรานที่จะไปส่งเธอให้ได้ เธอขึ้นรถอย่างปฎิเสธไม่ได้แล้วบอกที่อยู่ให้กับเขา จากนั้นเธอก็หลับตาเอนตัวลงบนที่นั่งอย่างผ่อนคลาย
ชาร์ลส์หันไปมองร่างบางข้าง ๆ เขาด้วยสายตานิ่งเฉยไม่พูดหรือถามอะไรต่อ แต่ภายในหัวของเขา ความคิดหลายอย่างกลับไม่หยุดแล่นเปรียบเช่นเดียวกับรถคันนี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาเองก็ไม่แน่ใจ
ที่อยู่ที่ออร์ทัมบอกกับเขามานั้น เป็นบริษัทโฆษณาที่มีชื่อเสียงมากในเมื่องอีลานบูนั่น ถึงแม้ว่าบริษัทของเธอจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ก็กำลังพัฒนาอย่างเร็ว อนาคตจะเติบโตเป็นใหญ่ก็ไม่แน่
แต่เท่าที่เขารู้มานั้นบริษัทนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวออร์ติซ เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมลูกสาวของตระกูลออร์ติชถึงได้ทำงานที่นั่น?
พอดีบริษัทของเขากำลังจะมีความร่วมมือกับบริษัทนั้น และเขาก็อยากใช้โอกาสนี้ตรวจดูว่าผู้หญิงคนนี้กำลังเล่นอะไรอยู่
ออร์ทัมตื่นมาในขณะที่ใกล้จะถึงที่ทำงานของเธอพอดี เธอขอให้เขาจอดรถที่ตรงหัวมุมถนนแทนที่จะจอดตรงหน้าออฟฟิศ
เพราะออร์ทัมเกรงว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเพื่อนร่วมงานของเธอผ่านมาเห็นเธอลงจากรถลิมูซีนคันนี้
ชาร์ลส์ไม่ได้พูดอะไร และจอดรถตามที่เธอบอก เธอลงจากรถอย่างอารมณ์ดี ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในตัวอาคาร เธอยังไม่ลืมหันหลังโบกมือลาเขาด้วย
ชาร์ลส์เองก็แอบหลุดขำกับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่ชาร์ลส์เห็นใครบางคนไปทำงานอย่างมีความสุขขนาดนี้
เพราะวันหยุดยาวตั้งสามวัน ทำให้เธอเริ่มขี้เกียจทำงานขึ้นมาเล็กน้อย เธอให้กำลังใจตัวเองก่อนเดินเข้าไปในบริษัท
แม้ว่าตอนนี้ เธอเป็นหนึ่งในตระกูลเทย์เลอร์แล้ว ชีวิตเธอมีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเธอก็ยังจะสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันทิ้งงานของเธอเด็ดขาด ซึ่งมันเป็นหนทางเดียวที่สามารถทำให้เธอมีรายได้และมีความรู้สึกมั่นคง ทั้งหมดทั้งมวลนั้น อย่างน้อยก็เพื่อใช้จ่ายค่ารักษาที่มหาศาล ให้กับคุณย่าที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล
“อุ๊ย ออทั่มน์ กลับมาสักที!” ไรอัน อดัมส์ ผู้จัดการของบริษัท วิ่งเข้ามาทักทายอย่างร่าเริงทันทีที่ออร์ทัมเดินเข้ามาในบริษัท เมื่อสามปีที่แล้วออทั่มน์เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ตอนนี้เธอก็ได้พัฒนาเป็นผู้วางแผนโฆษณาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของบริษัท
เธอไม่ใช่คนที่มีการศึกษาสูงที่สุด และไม่ใช่คนที่เชื่อฟังที่สุดในบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายตอนนี้ออร์ทัมนั้น ก็เป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถมากที่สุดของไรอันอย่างแน่นอน
ออร์ทัมตกตะลึงเมื่อเห็นชายตรงหน้าเธอ หนวดเคราขึ้นปกคลุมใบหน้าทำให้เขาดูไม่มีสง่าราศีเอาเสียเลย ผ่านไปเพียงแค่สามวันเองนะ ไรอันดูเหนื่อยล้าและทรมานเป็นอย่างมาก
ไรอันเอื้อมมาจับมือเธอและขอร้องกับเธออย่างจริงใจว่า“ออร์ทัม คราวนี้คุณต้องช่วยผมนะ“
จากการเล่าเรื่องที่ตะกุกตะกักของเขา สุดท้ายออร์ทัมถึงเข้าใจได้ว่า เขากำลังจะต้องรับมือกับโปรเจ็คใหญ่ ในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ถึงแม้ทั้งบริษัทจะแก้ไขแผนมามากถึงห้าครั้ง แต่ลูกค้าก็ยังไม่พอใจกับแผนได้ที่ได้ไปสักที ทุกคนในบริษัทรู้สึกท้อและคนที่หงุดหงิดที่สุดก็คงเป็นไรอัน
บริษัทของเขาก่อตั้งขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องประสบกับความล้มเหลวครั้งใหญ่
“ลูกค้าเจ้าไหน มันเรื่องเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” ออร์ทัมถึงกับขมวดคิ้วกับสิ่งที่ไรอันบอก
“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ? พวกเขาก็คือไชนน์นิ่งอินเทอร์ไพรส์นั่น...” ไรอันถอนหายใจ และหันมาพูดกับเธอต่อ “งานฉลองครบรอบปีจะจัดขึ้นในวันที่8เดือนหน้า และให้เราทำแผนจัดปาร์ตี้ไวน์ให้ด้วย”
“ ไชนน์นิ่ง อินเทอร์ไพรส์ งั้นเหรอ ?” นั่นไม่ใช่บริษัทของชาร์ลส์หรอกเหรอ?
“พวกเขาบอกเหรอที่จะจัดเป็นปาร์ตี้ไวน์?” ออร์ทัมถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
บริษัทส่วนใหญ่เลือกที่จะเฉลิมฉลองวันครบรอบในลักษณะนี้ เนื่องจากว่าเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันทั่วไปไปในการเฉลิมฉลอง อีกอย่างการพาพนักงานมาเลี้ยงมื้อค่ำที่หรูหรา ก็เป็นการตอบแทนพนักงานที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่เธอกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ เมื่อเธอนึกจินตนาการถึงชาร์ลส์ที่อยู่ในชุดสูท ชนแก้วกันกับพนักงานของเขากลุ่มแล้วกลุ่มเล่าในงานนั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่เธอถามคำถามนี้ขึ้นมา
“เดี๋ยว ไม่นะ. พวกเขาไม่ได้บอก” ไรอันพึ่งนึกขึ้นได้ พวกเขาเพิ่งขอแผนงานฉลองเลี้ยงบริษัท แต่พวกเขาไม่ได้บอกว่าต้องเป็นงานเลี้ยงไวน์
“เอาล่ะ ส่งเอกสารของบริษัททั้งหมดมาให้ฉัน แล้วฉันจะลองดู” ไรอันกล่าวขอบคุณเธออย่างจริงใจเป็นพันครั้ง หากนักวางแผนที่เก่งกาจที่สุดอย่างเธอก็ไม่สามารถทำได้ล่ะก็ เขาต้องขาดทุนในงานนี้แน่ ๆ
จากนั้น ออร์ทัมก็หมกมุ่นอยู่กับงานเลี้ยงนี้งานเดียวทั้งวัน เธอยุ่งวุ่นวายมากจนลืมกินข้าวกลางวัน สุดท้ายเวนดี้ก็เป็นโทรมาเตือน
จะบอกว่าเตือนก็ไม่ใช่ เหมือนเป็นการทวงหนี้มากกว่า
“ออร์ทัม เธอได้กินข้าวแล้วหรือยัง?” เวนดี้ถามอย่างเสเสร้งแกล้งแสดงดั่งแม่ที่เป็นห่วงลูก
ถ้าเธอไม่ได้บังคับออร์ทัมให้แต่งงานกับชาร์ลส์เมื่อวานนี้ ออร์ทัมคงเชื่อใจและซาบซึ้งในความห่วงใยนี้ แต่ตอนนี้...
เธอสูญเสียความรักและเคารพต่อเวนดี้ไปทั้งหมด
“เก็บเอาไว้เถอะค่ะ มีอะไรก็พูดตรง ๆ เลย ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่กับงาน”
“อะไรนะ?” เวนดี้ตะโกนถามต่อ "เธอไปทำงานวันรุ่งขึ้นหลังจากงานแต่งอย่างนั้นเหรอ?”
“แล้วไงละ?” ออร์ทัมเย้ยหยัน “เธอคิดว่าชาร์ลส์จะเอาเงินของเขามาให้ฉันเหรอ?
“ตอนนี้คุณเป็นภรรยาเขาแล้ว เขาไม่ควรทำอย่างนั้นหรือ...” เวนดี้บ่นพึมพำอยู่คนเดียว แต่ออร์ทัมไม่มีเวลามากพอที่จะฟังเรื่องไร้สาระของเธอต่อ เธอจึงตัดสินใจ ขัดจังหวะขึ้นมา “สรุปมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไม่งั้นฉันจะวางสายแล้วนะ”
“เดี๋ยว รอก่อน ...” เวนดี้บอกก่อนที่จะโดนตัดสาย ในความเป็นจริง เวนดี้เองก็ไม่ได้สนใจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของออร์ทัมแม้แต่นิด สิ่งที่เธออยากรู้นั้นก็คือคำสัญญาของชาร์ลต่อหล่อนมากกว่า “ออร์ทัม ตอนนี้เธอก็แต่งงานกับเขาแล้ว เธอช่วยถามลูกเขยของฉันเรื่องสัญญาของเขาให้หน่อยสิ เมื่อไหร่เขาจะทำตามสัญญากันสักทีนะ? คุณย่าของเธอ... กำลังรอค่ารักษาพยาบาลอีกฉบับอยู่ ...”
ออร์ทัมกำนิ้วของเธอแน่นจนมันกลายเป็นสีขาว เธอพยายามอย่างมาก ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ของเธอให้ไม่อาละวาดใส่เวนดี้ “ไว้ใจฉันเถอะ คนอย่างฉันไม่มีทางผิดคำพูดแน่นอน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณย่าของฉัน ฉันสาบานว่าฉันจะทำลายทุกสิ่งที่เป็นของคุณอย่างแน่นอน จำไว้แล้วกัน”ออทั่มน์กัดฟันพูดอย่างโกรธเคือง
เวนดี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ประจบประแจง “อย่ากังวลเรื่องของเธอเลย ยังไงซะ เธอก็เป็นแม่สามีของฉันเหมือนกัน...”
ออร์ทัมตัดสินใจที่จะตัดบทกับเธอ ก่อนที่เธอจะระงับอารมณ์ของตนเองไม่ได้แล้วพลั้งทำอะไรไปเกินกว่าเรื่อง
เธอเองก็เคยฝันเอาไว้ว่าความผูกพันในครอบครัวของเธอจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เธออยากมีครอบครัวในฝันแบบคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับไม่หวังอะไรอีกแล้ว