ตอน 2

จั้นถิงยังคงนิ่งเฉยต่อการยั่วยุของเหยียนเป่ย และได้ตอบกลับไปว่า “งั้นขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับคุณเหยียนเป่ยด้วยนะ!”

เมื่อมองจากข้างนอก ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ทั้งสองคนเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกันแน่

เมื่อเหยียนเป่ยได้ยินคำตอบของจั้นถิง เขาได้แต่ยิ้มโดยไม่ได้พูดโต้ตอบอะไร

เนื่องจากพวกเขาไม่มีอะไรจะคุยกันมากนัก พวกเขาจึงต่างแยกออกไปพบปะกับแขกคนอื่น ๆ

ยี่ซูลากชิงเหอไปยังมุม ๆ หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือของเธอออก เธอจ้องชิงเหอด้วยสายตาที่เย็นชา และได้ถามเธอว่า “เธอกลับมาที่เมืองหวยทำไม?”

ชิงเหอลูบข้อมือเบา ๆ และอธิบายว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับมาหรอกนะ พี่ยี่ซู แต่เป็นเพราะว่าท่านเหยี่ยนเป่ย เขาให้ฉันไปงานเลี้ยงกับเขา ฉันไม่มีทางเลือก ก็เลยต้องตามมา”

‘ฮึ! ฉันจะไม่กลับมาได้อย่างไร ถ้าฉันไม่กลับมา ฉันคงถูกตราหน้าว่าเป็นอีฆาตกรไปตลอดชาติแน่ ๆ ’ ชิงเหอต้องการที่จะปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ ทำให้เธอทำได้เพียงแค่คิดกับตัวเองเท่านั้น การกลับมาที่เมืองหวยอย่างกระทันหันของเธอทำให้หลายคนคาดไม่ถึง ตอนนี้ชิงเหอต้องทำให้ยี่ซูเลิกสงสัยในตัวเธอ เพื่อที่จะได้จัดการกับเธอได้ง่ายขึ้น

แม้น้ำเสียงของชิงเหอจะดูอ่อนโยน แต่ความขี้ขลาดบนใบหน้าของเธอนั้นได้หายไปนานแล้ว ยี่ซูไม่ทันได้สังเกตเห็นสิ่งนี้ เนื่องจากเธอกำลังจดจ่ออยู่กับสาเหตุว่า ทำไมจู่ ๆ ชิงเหอถึงกลับมา

“เธอเป็นใบ้ไปแล้ว ไม่ใช่เหรอ พูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ยี่ซูถาม

ซ่งชิงเหอตอบด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยลิปสติกสีแดงว่า “ใช่ แต่ฉันบังเอิญไปเจอกับหมอที่สามารถรักษาฉันได้ พี่ว่าฉันโชคดีหรือเปล่า?”

หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี ชิงเหอที่ควรจะดูอ่อนแอลงหรือแม้กระทั่งใกล้ตาย แต่การแต่งตัวและการแต่งหน้าของเธอดูช่างขัดกับสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น

“ฉันกับจั้นถิงกำลังจะหมั้นกันในเร็ว ๆ นี้ ฉันแนะนำให้เธอลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเธอซะ ไม่อย่างนั้นเธอได้หายไปจากเมืองหวยตลอดกาลแน่” คำพูดของถังยี่ซูบ่งบอกได้ถึงการข่มขู่อย่างชัดเจน

‘พวกเขากำลังจะหมั้นกันงั้นเหรอ...’ จากมุมที่ยี่ซูมองไม่เห็น ชิงเหอได้กำหมัดแน่นจนเล็บที่เพิ่งทำมาก็ได้จิกลงไปบนมือของเธอ แต่สีหน้าของเธอยังคงเหมือนเดิม “พี่ยี่ซู อย่าได้กังวลไปเลย ฉันกับคุณจั้นถิง เราหย่ากันตั้งนานแล้ว ฉันไม่เพ้อถึงเขาอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรในเมืองหวยแล้ว ฉันจะรีบไปจากที่นี่ทันที”

ถังยี่ซูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ดี ถือว่าเธอยังรู้สถานะของตัวเองนะ ถ้าเสร็จธุระแล้ว ก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ นี่เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของฉัน และฉันก็ไม่ต้อนรับเธอ!”

“ได้! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ชิงเหอตอบโดยไม่ลังเล

สักพักก็ได้มีหญิงสาวไฮโซหลายคนที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน เข้ามาล้อมชิงเหอเอาไว้ ผู้หญิงคนหนึ่งได้พูดดูถูกเธอว่า “โถ ซ่งชิงเหอ! เธอต้องการจะจับ ท่านเหยียนเป่ยเหรอ?”

“ในความคิดของฉันนะ ท่านเหยียนเป่ยก็แค่ต้องการจะเล่นสนุกกับเธอ ผู้ชายที่มาดผู้ดีหล่อเหลาอย่างเขาจะไปชอบคนที่เคยเป็นภรรยาของคนอื่นได้ยังไง?”

“พูดอีกก็ถูกอีก! ซ่งชิงเหอ ฆาตกรอย่างเธอแต่งตัวสวยไปจะมีประโยชน์อะไร?” คราวนี้ ผู้หญิงในชุดราตรีสีฟ้าได้เดินเข้ามาหาชิงเหอและบีบไปที่คางของเธอ เพื่อบังคับให้เธอมองตาของหล่อน “ฉันแนะนำให้แกอยู่ให้ห่างจาก คุณจั้นถิงและท่านเหยียนเป่ย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นังแพศยาอย่างแกไม่คู่ควรแม้กระทั่งจะฝันถึงผู้ชายแบบพวกเขาด้วยซ้ำ!”

ทันทีที่พวกเขาสบตากัน ชิงเหอก็จำผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอได้ เธอคือฉินซิงหยู่ สาวน้อยคนสนิทของยี่ซู และเป็นลูกสาวคนสุดท้องของหัวหน้าตระกูลฉิน

ชิงเหอไม่พูดอะไร และฟังพวกเขาพ่นคำดูถูกใส่เธออย่างเงียบ ๆ

เมื่อเห็นว่าชิงเหอไม่ตอบโต้ ซิงหยู่จึงเดินเข้าไปใกล้เธออีกสองก้าว และพูดยั่วยุเธออีก “แกก็รู้ว่า ท่านเหยียนเป่ย เป็นศัตรูคู่อาฆาตของคุณจั้นถิง ถึงอย่างนั้น แกก็ยังกล้าที่จะไปทำตัวแรดกับท่านเหยียนเป่ยอีกเหรอ? ช่างไร้ยางอายสิ้นดี เธอทำอย่างนี้ เพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจจากท่านประธานสีใช่หรือเปล่าล่ะ?”

แต่ก่อนที่ซ่งชิงเหอจะทันได้ตอบ ฉินซิงหยู่ผู้ซึ่งอิจฉาที่เธอสวยและไร้เหตุผล จึงง้างมือขึ้นและเตรียมตบไปที่ใบหน้าของเธอ “นังร่าน! เธอชอบแกล้งทำตัวน่าสงสาร เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน... โอ๊ย!”

ก่อนที่มือของฉินซิงหยู่จะทันได้กระทบลงไปที่หน้าของเธอ ซ่งชิงเหอก็คว้ามันไว้ได้ทันและจับหัวของซิงหยู่โขกเข้ากับกำแพงอย่างจัง แม้จะไม่ได้แรงมากแต่ก็ไม่ได้เบาจนซิงหยู่ไม่รู้สึกอะไร เสียงตบที่ถูกคาดหวังเอาไว้จึงไม่เกิดขึ้น และมันถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของฉินซิงหยู่

หลาย ๆ คนรวมถึงถังยี่ซูต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากเชื่อเลยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้จะเป็นฝีมือของซ่งชิงเหอ

หลังจากที่หัวแข็ง ๆ ของฉินซิงหยู่กระแทกเข้ากับผนัง เธอเจ็บปวดมากจนต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นกลับมา

ซ่งชิงเหอใช้โอกาสนี้เอาท่อนแขนกดลงไปที่คอของฉินซิงหยู่และหัวเราะดังลั่น “ผู้หญิงไม่ควรใช้กำลัง แต่ควรใช้เหตุผล เธอจะตบฉันต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ กลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้ว่าเธอไร้การศึกษาเหรอคะ คุณฉิน?”

ซ่งชิงเหอไม่ต้องการเสียเวลาและพลังงานกับฉินซิงหยู่ไปมากกว่านี้ เธอเป็นเหมือนพวกปลาซิวปลาสร้อย ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเธอ

ใครจะมาพูดว่าร้ายเธออย่างไรเธอก็ยอม แต่ถ้าจะมีใครมาแตะต้องเธอ เธอคงทนอยู่เฉยไม่ได้

ถังยี่ซูเป็นคนแรกที่ได้สติ ถังยี่ซูอาศัยความเป็นลูกพี่ลูกน้องของซ่งชิงเหอและเป็นคู่หมั้นของสีจั้นถิง เธอดุซ่งชิงเหอด้วยเสียงเบา ๆ ว่า “ปล่อยซิงหยู่ได้แล้ว!”

เมื่อได้ยินเสียงของเธอ ซ่งชิงเหอก็ได้หัวเราะในใจ ที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อเตือนถังยี่ซู เธอยังไม่ปล่อยฉินซิงหยู่ในทันทีที่ถังยี่ซูขอ และเตือนฉินซิงหยู่ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกว่า “นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอพยายามจะแตะต้องฉัน!”

สีหน้าของถังยี่ซูดูแย่ลง เมื่อรู้ว่าซ่งชิงเหอไม่สนใจเธอ คราวนี้มันดูจะมากเกินไปแล้ว! “ปล่อยซิงหยู่เดี๋ยวนี้!” ถังยี่ซูพูดอีกรอบ

ในขณะนั้น ฉินซิงหยู่ได้ฟื้นจากอาการช็อกของเธอ อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดบนหน้าผากของเธอกลับยิ่งทำให้เธอโกรธมากยิ่งขึ้น ขณะที่เธอยังคงถูกกดไว้กับกำแพง เธอพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผล “ชิงเหอ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้แกต้องเสียใจ!” เธอตะโกนออกมา

หลังจากฟังเสียงเห่าของเธอแล้ว ชิงเหอก็ได้ปล่อยเธอ และเช็ดมือของตัวเองราวกับว่าเธอเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรกไป “แล้วฉันจะรอ!”

ทันทีที่เธอเป็นอิสระ ซิงหยู่ก็รีบไปหลบข้างหลังถังยี่ซู เธอใช้มือปิดหน้าผากที่มีรอยฟกช้ำของเธอ และพูดว่า “พี่ยี่ซู ดูสิ่งที่อีชิงเหอทำกับฉันสิ นี่มันเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของพี่นะ แต่อีชิงเหอมาเพื่อสร้างปัญหาให้พี่ เรียกรปภ.ให้ไล่เธอออกไปเดี๋ยวนี้!”

ชิงเหอจัดทรงผมที่เรียบร้อยอยู่แล้วของเธอ และบอกพวกเขาว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

เหตุผลเดียวที่เธอมาที่งานปาร์ตี้ก็เพื่อให้ผู้คนในเมืองหวยรู้ว่า ชิงเหอกลับมาแล้ว และแถมเธอยังสบายดีอีกด้วย

คนที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดในเมืองหวยกว่าครึ่งเข้าร่วมงานวันเกิดของยี่ซู เธอเป็นผู้หญิงที่โด่งดังที่สุดในเมือง เห็นได้ชัดว่า ชิงเหอได้บรรลุเป้าหมายของเธอแล้ว แล้วเธอจะอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่ออะไร? เธอรีบเดินไปที่ทางออกทันทีหลังจากนั้น

เมื่อสังเกตว่าเธอกำลังจะจากไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซิงหยู่ไม่ต้องการปล่อยให้เธอไปง่าย ๆ “ซ่งชิงเหอ หยุดเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเทียบกับความโกรธของฉินซิงหยู่ ยี่ซูดูนิ่งสงบอย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่เธอพยายามปรามคนสนิทของเธอ “ซิงหยู่ ใจเย็น ๆ ก่อน!” ถังยี่ซูรู้ว่าการกลับมาของชิงเหอไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด เธอต้องมีจุดมุ่งหมายอย่างแน่นอน

อันที่จริงยี่ซูคิดมาเสมอว่า ชิงเหอค่อนข้างเจ้าเล่ห์ ไม่อย่างนั้นเธอจะเอาชนะพี่สาวของเธอทั้งสองคน และแต่งงานกับจั้นถิงได้อย่างไร?

ยี่ซูตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสืบหาจุดมุ่งหมายของชิงเหอ เธอกำลังจะหมั้นกับจั้นถิงในเร็ว ๆ นี้ และไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อนหน้านั้น

หลังจากที่ซ่งชิงเหอเดินออกจากโรงแรม เธอก็ขึ้นรถหรูสีดำรุ่นพิเศษ เธอนั่งเบาะหลัง ถอดรองเท้าส้นสูง หลับตาและเอนหลังพิงกับเบาะ จมดิ่งอยู่ในความคิดของเธอ

คนร่างสูง ๆ ในใจของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้เจอกันหลายปี เขามีความเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์ขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน

ในไม่ช้า ชิงเหอก็ลืมตาขึ้นและสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป เอื้อมมือไปหยิบบุหรี่และไฟแช็คจากช่องเก็บของในรถของเหยียนเป่ย เธอจุดบุหรี่อย่างชำนาญ แล้วเปิดกระจกลงเพื่อเป่าควันออกไป

ควันบุหรี่ลอยไปกับสายลมข้างนอกตัวรถ ทุกท่วงท่าของผู้หญิงคนนี้ช่างดูสง่างาม

ในความเงียบงันนั้น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น มันคือสายจากเหยียนเป่ย

ตอน 3

ชิงเหอสไลด์หน้าจอรับสายที่โทรมา “ฉันอยู่บนรถคุณแล้ว”

“โอเค” บทสนทนาของทั้งคู่จบลงแค่นั้น

ชิงเหอวางสาย ก่อนโยนโทรศัพท์ไปตรงเบาะข้าง ๆ ปลายบุหรี่ของเธอเรืองแสงสีแดงสดตัดกับความมืดในตัวรถ เธอจ้องไปที่โรงแรมและจมดิ่งอยู่ในความคิดของเธอ

จั้นถิงดูรับมือยากขึ้นทุกที เธอกำลังครุ่นคิดว่าวิธีไหนจะได้ผลมากกว่ากัน จะใช้ไม้แข็งหรือไม้อ่อน?

ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจใช้ทั้งสองวิธีเพื่อเอาชนะใจเขา

เพียงเวลาไม่นาน ก็มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเข้ามายังลานจอดรถ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงพร้อมด้วยลูกน้องกำลังเดินไปยังรถยนต์ของพวกเขา

รถของจั้นถิงจอดอยู่ใกล้ ๆ กันนี้เอง รถฮาร์คิมรุ่นลิมิเต็ดสีดำราคาหลายสิบล้านที่ผลิตและพัฒนาขึ้นมาโดยจิ่งซิน กรุ๊ป เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วในงานอินเตอร์เนชันนอล มอเตอร์ โชว์ เธอเอนตัวพิงเบาะขณะที่จ้องมองพวกเขาผ่านกระจกที่ลดตัวลง ท่ามกลางควันบุหรี่ เธอกำลังจ้องมองเสิ่นเหยียนเป่ยล่ำลาจั้นถิงอยู่

หลังจากที่รถฮาร์คิมแล่นออกไป ผู้ช่วยของเหยียนเป่ยก็ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ ก่อนขับไปรับเสิ่นเหยียนเป่ยที่ยืนรออยู่

ผู้ช่วยลงไปเปิดประตูให้เขา พอขึ้นมาในรถ เสิ่นเหยียนเป่ยชำเลืองมองซ่งชิงเหอ “แผลบนหน้าคุณฉินใช่ฝีมือเธอหรือเปล่า?” เขาถาม แต่น้ำเสียงกลับบ่งบอกว่ารู้คำตอบดีอยู่แล้ว

หญิงสาวมองบุหรี่ที่ค่อย ๆ ดับลง เธอไม่ได้ปฏิเสธ “ใช่ ฝีมือฉันเอง”

“ปกติคุณไม่ทำแบบนี้นี่”

เธอเข้าใจความหมายที่เหยียนเป่ยต้องการจะสื่อ สิ่งที่ทำกับหล่อนเหมือนจะเบาเกินไป “แค่เตือนเองน่า” เธออธิบาย หากฉินซิงหยู่มาทำให้เธอโกรธอีก คราวหน้าเธอไม่ยั้งมือแน่

‘ซิงหยู่คิดอะไรอยู่นะ มาสั่งให้ฉันอยู่ห่าง ๆ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงงั้นเหรอ

ตลกจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มีหน้ามาออกคำสั่งฉัน ทำตัววางก้ามเกินตัวไปแล้วนะ ฉินซิงหยู่!’ ชิงเหอหรี่ตาลง

ความเงียบเข้าครอบงำในรถอีกครั้ง หลังจากมาถึงโรงแรมที่ชิงเหอพักอยู่ ผู้ช่วยก็หยุดรถ หญิงสาวเดินลงจากรถไป เหยียนเป่ยลดกระจกลงมาพูดว่า “ตอนนี้ทุกคนในเมืองหวยรู้เรื่องที่คุณกลับมาแล้ว ผมยังเหลืองานที่ต้องสะสางอีกมาก ที่เหลือคุณจัดการเอาเองแล้วกัน โชคดีนะ”

ชิงเหอทัดผมไปด้านหลังก่อนยกมือขึ้นมาโบกให้เขาโดยไม่หันหลังกลับมา “เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะ”

เธอดูมีชีวิตชีวากว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ

เหยียนเป่ยไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากรอชิงเหอเดินเข้าโรงแรมระดับสี่ดาว เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยออกรถ

คืนนี้เป็นคืนแรกที่ชิงเหอกลับมายังเมืองหวย เธอได้เช็คอินห้องพักในโรงแรมนี้ไว้ก่อนแล้ว ห้องพักที่มีขนาดห้องกว่า 50 ตารางเมตร ราคาเกือบ 2500 ต่อคืน เธอจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก หากเธอตัดสินใจอยู่ต่อยาว ๆ

ชิงเหอวางแผนจะอยู่เมืองนี้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด การเข้าพักโรงแรมที่มีทั้งรูมเซอร์วิสและบริการซักอบรีด ดีกว่าไปเช่าห้องพักที่ต้องจ้างพนักงานทำความสะอาดชั่วคราวเป็นไหน ๆ

หลังจากเช็ดผิวหน้าทำความสะอาดล้างเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว ชิงเหอรินเหล้าใส่แก้วให้ตัวเอง ก่อนมานั่งลงหลังหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส ยามมองลงไปเห็นวิวยามค่ำคืนของเมืองหวย เธอก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง

‘เมืองหวยที่รัก ซ่งชิงเหอกลับมาแล้ว! ดื่ม!’

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชิงเหอเปลี่ยนจากชุดราตรีมาสวมเสื้อผ้าแนวสตรีท และออกมาจากโรงแรม

ช่วงเดือนสิงหาคมเช่นนี้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ชิงเหอออกจากโรงแรมราว ๆ สามทุ่ม คนอื่น ๆ คงจะกำลังเตรียมตัวเข้านอน ไม่ก็หลับสนิทอยู่ในบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ

หลังจากจ่ายค่าโดยสาร ชิงเหอมายืนอยู่ที่หน้าประตูวิลล่าหลังโต เธอวางมือบนลูกกรงทองสัมฤทธิ์ มองเข้าไปยังตัววิลล่าและลานหน้าด้านหน้า

วิลล่าสูงสามชั้นดูใหม่เอี่ยมเหมือนเมื่อหกปีที่แล้ว คงเพราะบริเวณนั้นได้รับการดูแลอย่างดี ใบไม้ปลิวร่วงอยู่โดยรอบ ลานไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ต้นไม้และพุ่มไม้ถูกตัดแต่งดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในตัวบ้านยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เหมือนในภาพความทรงจำของเธอ ถึงอย่างนั้น ภายในบ้านกลับปิดไฟมืด เหมือนไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต

ชิงเหอมองขึ้นไปยังหน้าต่างบานหนึ่งอยู่หลายนาที ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขโทรออก “สวัสดีค่ะ ลุงโจว นี่ฉันเองนะคะ” เธอพูดทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย

ลุงโจวเคยทำงานให้คุณปู่ของจั้นถิง ก่อนที่จะมาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของเขา เขาเห็นจั้นถิงมาตั้งแต่เล็ก ๆ และยังซื่อสัตย์กับตระกูลสีมาทั้งชีวิต

หลังได้ยินเสียงของชิงเหอ ลุงโจวก็เงียบไปพักหนึ่ง “สวัสดีครับ คุณชิงเหอ”

ชิงเหอกล่าวต่ออย่างไม่อ้อมค้อม “ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าประตูจิ่นสิ้ววิลล่า ขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมคะ? ขอบคุณล่วงหน้านะคะลุงโจว” ทัศนคติของเธอที่มีต่อพ่อบ้านเฒ่าเต็มไปด้วยความเคารพเช่นแต่ก่อน ทว่าน้ำเสียงของเธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เสียงของเธอดูแตกต่างออกไป แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

คำตอบของลุงโจวกลับไม่ใช่แบบที่หญิงสาวหวังไว้ “ขอโทษด้วยครับคุณชิงเหอ แต่ผมต้องขอถาม คุณจั้นถิงก่อน คุณก็รู้นิสัยของเขาดี”

“ค่ะ ฉันรู้” เธอพูดอย่างเศร้า ๆ

ณ จิ่งซิน กรุ๊ป

ห้องทำงานของซีอีโอบริษัทมีพื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตร พร้อมการประดับตกแต่งที่หรูหรา มีโต๊ะไม้สีเทาเข้มที่ซ่อนอุปกรณ์ไฮเทคไว้มากมายตั้งอยู่ใต้หน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส

จั้นถิงนั่งทำงานอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสั่งตัดเข้ารูป ใส่แว่นตาป้องกันรังสีบลูเรย์ ดวงตากำลังจดจ่อกับเอกสารในมือ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้า จั้นถิงก็เอื้อมมือไปรับสายนั้น “มีอะไรเหรอ ลุงโจว?”

“สวัสดีครับ คุณจั้นถิง” หลังทักทายผู้เป็นนายเสร็จ พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ก็เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เพียงสามนาทีผ่านไป ชิงเหอก็ได้รับคำตอบ “คุณชิงเหอครับ คุณจั้นถิงบอกว่า คุณมันไม่มีค่าพอ!”

ด้วยความเป็นมืออาชีพ ลุงโจวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ส่งต่อข้อความจากสีจั้นถิงถึงซ่งชิงเหอ

‘เขาบอกว่าฉันไม่มีค่าพอ! ตลกเป็นบ้า!’

ชิงเหอยิ้มอย่างขมขื่น “อย่างไงก็ขอบคุณนะคะ ลุงโจว”

หญิงสาวคิดว่าลุงโจวจะวางสายไปในทันที กลับกันลุงโจวเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณไม่ควรกลับมาที่นี่อีกแล้วนะครับ คุณชิงเหอ”

ประโยคนั้นทำให้ซ่งชิงเหอถึงกับพูดไม่ออก

เธอรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เธอกลับมา แต่เธอไม่คาดคิดว่า แม้แต่พ่อบ้านจะมีทัศนคติเช่นเดียวกันนี้กับเธอ

ชิงเหอยืนยังคงยืนอยู่หน้าประตู จ้องมองไปที่ห้องหนึ่งบนชั้นสอง

เดิมทีห้องนั้นเป็นห้องนอนใหญ่ของเธอกับจั้นถิง หลังจากที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ จั้นถิงก็ขึ้นไปนอนห้องนั้นเพียงไม่กี่ครั้ง เธอจึงใช้เวลาอยู่ในห้องกับลูกชายของเธอเป็นส่วนใหญ่

‘ลูกชายของแม่...’ พอคิดถึงเรื่องนั้นใบหน้าของชิงเหอก็เต็มไปด้วยน้ำตา ใช่แล้ว สถานที่แห่งนี้เคยเป็นดั่งสวรรค์ของเธอ แต่ก็เคยทำให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็นในเวลาเดียวกัน

“แม่” เสียงที่อ่อนหวานสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำของชิงเหอ เสียงเรียกแม่ของลูกชายซึ่งอายุเพียงไม่กี่เดือนของเธอ สร้างความประหลาดใจให้กับเธอไม่น้อย

เฉิงเฉิงยังเด็กนัก ยังเพิ่งเริ่มหัดพูดคำว่าแม่ เขารู้วิธีพูดว่า “พ่อ” ด้วย แต่เขาคุ้นเคยกับคำว่า “แม่” มากกว่า เพราะชิงเหอเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดคอยเฝ้าเลี้ยงดู

ตอนนั้นจั้นถิงเพิ่งเข้าฮุบกิจการของจิ่งซิน กรุ๊ป เขายุ่งมาก ทำให้มีเวลานอนเพียงวันละสามถึงสี่ชั่วโมง นอกจากนี้ การแต่งงานของทั้งคู่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก จั้นถิงจึงไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้เห็น ถ้าเธอโชคดี เขาอาจกลับมาบ้างเดือนละครั้ง

ใบหน้าน้อย ๆ ของเฉิงเฉิงแวบเข้ามาในความทรงจำของชิงเหอ เสียงหัวเราะที่น่ารักของเขาดังก้องครั้งแล้วครั้งเล่า

‘เฉิงเฉิง ลูกน้อยของแม่...’ เฉิงเฉิงอายุเพียงห้าเดือนในขณะนั้น ก่อนเขาจะมีโอกาสใช้ชีวิตภายนอกรั้วนี้ เขากลับต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ต้องนอนหนาวเหน็บอยู่ในหลุมศพมากว่าหกปี

น้ำตาอาบใบสองแก้มของซ่งชิงเหอ หัวใจที่เจ็บปวดราวกับกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยกรงเล็บที่มองไม่เห็นของมารร้าย ทุกครั้งที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอจะรู้สึกราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจ

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง วันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น เมืองค่อย ๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา คนทำงานตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก พวกเขาทานอาหารเช้า แต่งตัว และออกไปทำงาน พลเมืองสูงอายุต่างมารวมตัวกันออกกำลังกายในสวนสาธารณะของชุมชน ฝึกไทเก๊ก หรือเต้นรำกันเป็นกลุ่ม พ่อแม่ค่อย ๆ ปลุกลูก ๆ ให้ตื่นด้วยน้ำเสียงอันนุ่มละมุน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนในท้ายที่สุด เด็ก ๆ มัวแต่ยุ่งกับการทานอาหารมื้อแรกของวัน และการเตรียมตัวไปโรงเรียน

หลังจากหลับไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงดี สีจั้นถิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดระหว่างทางไปยิม มีข้อความหนึ่งจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ คุณชิงเหอ ยืนรออยู่หน้าจิ่นสิ้ววิลล่าทั้งคืนเลยครับ”

หลังอ่านข้อความจบ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์อันใดทั้งสิ้น เขากดเข้าไปเช็คว่ามีข้อความสำคัญกว่านี้อีกหรือไม่

หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก จั้นถิงได้รับอีกหนึ่งข้อความจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ เจ้าหน้าที่สุสานเราไปเจอ คุณชิงเหอที่นั่น ผมคิดว่าท่านอาจจะอยากทราบไว้”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED