ตอน 2

ใบฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้นางต้องคิดวิธีที่จะเอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน นางเริ่มสำรวจเรือนที่นางพักอยู่ หากบอกคนภายนอกว่าเป็นคุณหนูใครจะเชื่อ ของใช้เสื้อผ้าล้วนแล้วแต่เหมือนบ่าวไพร่ไม่ผิด นางอยากจะรู้ว่าบิดาของร่างนี้รู้หรือไม่ว่าบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพนี้

กำไลเหอเถียนที่นางโจรกรรมมาเมื่อภพที่แล้วมาอยู่บนข้อมือนางได้อย่างไร ใบฟางขมวดคิ้วอย่างสงสัย หรือจะเป็นดั่งเช่นที่นิยายทั่วไปบอก เป็นพื้นที่เก็บของ หรือมิติส่วนตัว นางจึงเพ็งจิตเพื่อเข้าไปในมิติแต่มันไม่ใช่อย่างที่นางคิด นางจึงลองแต่สิ่งของแล้วพูดว่าเก็บ ปรากฏว่าของนั้นหายไป เมื่อบอกว่านำออกมา ของที่เก็บเข้าไปก็ออกมาด้านนอก

อย่างน้อยนางก็มีของดีติดตัวมา ไม่เสียแรงที่เสี่ยงตายไปนำออกมา ตอนที่นางดีใจอยู่นั่น เสียงด้านนอกก็ดังขึ้นอีกแล้ว พร้อมบ่าวสตรีร่างใหญ่มาจับตัวนางออกไปยังเรือนส่วนหน้า นางมิได้ขัดขืนแต่อย่างใดปล่อยให้บ่าวทั้งสองพานางออกไป

บุรุษอายุสี่สิบหนาว นั่งหน้าดำคล้ำจ้องมองนางตลอดเวลา ด้านข้างมาสตรีวัยสามสิบกว่านั่งลูบท้องของตน สองคนนี้คงเป็นบิดากับแม่เลี่ยงของนาง เพราะเยี่ยนซินยืนอยู่ด้านข้างสตรีนางนั้น

เยี่ยนซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทั้งสองฟังพร้อมใส่สีตีไข่ลงไปด้วย เยี่ยนฟางเพียงนั่งคุกเข่าฟังเรื่องเล่าเท่านั้น นางมิได้พูดสิ่งได้แย้งขึ้นมาสักนิด

"นังลูกเนรคุณ มีสิ่งใดจะพูดอีกหรือไม่" เยี่ยนหวงตวาดเสียงดัง จนบ่าวไพร่หดคอตัวสั่น แม้แต่เยี่ยนซินยังนึกหวาดกลัวโทสะของบิดา

"หากลูกพูดสิ่งใดไป ท่านพ่อจะเชื่อข้าหรือไม่ หากท่านพ่อเชื่อในสิ่งที่น้องรองพูดข้าก็มิมีสิ่งใดจะกล่าว" เยี่ยนฟางเพิ่งตื่นขึ้นมาก็เจอเรื่องบัดซบยังจะต้องมาคิดหาข้อแก้ต่าง นางค้านที่จะทำ หากจะลงโทษก็ทำเลย หรือจะไล่นางออกก็ยินดี แต่แค้นนี้นางจะคืนให้เยี่ยนซินจนจำนางไม่ลืมแน่นอน

เยี่ยนหวงที่ได้ยินเช่นนั้นก็โมโหจนหนวดกระตุก พอมองหน้าบุตรสาวที่ตนไม่สนใจตั้งแต่มารดานางสิ้นก็ละอายใจ เขากับมารดาของเยี่ยนฟางรักใคร่กันตั้งแต่เด็ก หากไม่ได้เป็นเพราะโม่โฉวที่ใช้มารยาล่อลวงเขาจนหลงมัวเมาไปช่วงหนึ่ง มารดาของเยี่ยนฟางคงไม่ตรอมใจ และตอนนี้บุตรสาวคนของตนคงไม่เป็นเช่นนี้

แต่หากเป็นจริงดั่งเยี่ยนซินบอกกล่าว ชื่อเสียงของจวนเจ้าเมืองก็คงรักษาไว้มิได้ สัญญาหมั้นหมายระหว่างตระกูลกู้ก็คงจบสิ้นอีกด้วย บุตรเขยที่อนาคตไกลเช่นกู้หลิวหยางตนไม่อยากจะให้หลุดมือไป เพียงเปลี่ยนตัวเจ้าสาวคงรักษาหน้าเขาไว้ได้ อีกอย่างตระกูลกู้ยังคงต้องพึงบารมีของจวนเจ้าเมืองคงไม่กล้าปฏิเสธ

ตระกูลจางของพ่อตาก็เสื่อมถอยไปแล้วหากจะตัดลูกอกตัญญูเช่นเยี่ยนฟางทิ้งก็คงมิเป็นไร เมื่อคิดได้ดังนั้น เยี่ยนหวงจึงทำการตัดชื่อของเยี่ยนฟางออกจากตระกูล แล้วขับออกไปอยู่ยังเรือนของจางลี่จิ่นที่เป็นสินเดิมของนางทันที

"ข้าขอสินเดิมของมารดาข้าทั้งหมด คงมิมากเกินไปกระมังท่านเจ้าเมือง" ในเมื่อตัดขาดนางแล้วคงไม่ต้องพูดดีกันอีก โม่โฉวคิ้วกระตุก นางมิอยากให้สินเดิมของลี่จิ่นกับเยี่ยนฟาง

ถึงจวนเจ้าเมืองจะมีหน้าตาแต่ทว่าเงินในคลังก็มิได้มากมายเช่นที่คนภายนอกคิด นางอยากจะเก็บสินเดิมไว้ให้บุตรสาวของนาง เพราะตัวนางมาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ทุกวันนี้ก็อาศัยหน้าตาและมารยาที่ออดอ้อนเยี่ยนหวงจนหลงโง่งม

แต่เยี่ยนหวงที่ยังคงมีความละอายต่อจางลี่จินจึงยอมคายสินเดิมของนางออกมาให้บุตรสาวอย่างเยี่ยนฟางเป็นความเมตตาสุดท้าย สินเดิมของจางลี่จิ่นถูกขนเข้ามาในเรือนเล็กของเยี่ยนฟางจนแน่นขนัด แม่นมจางที่อาการดีขึ้นก็ลุกขึ้นมาช่วยตรวจนับทั้งน้ำตา

แม่นมจางร้องไห้กล่าวสาปแช่งสองแม่ลูกที่วางแผนชั่วครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเกลียดชัง นางร้องจนเยี่ยนฟางสงสารต้องลุกไปปลอบลูบหลังให้นางสงบ ในเมื่อแม่นมจางคือคนที่ดีที่สุดของร่างนี้ ต่อไปนางก็จะดูแลเขาเป็นอย่างดี

เยี่ยนฟางเมื่อไม่เห็นบ่าวจากเรือนอื่นอยู่ที่เรือนของนางแล้ว นางจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าใหม่จนดูน่าเกลียดเกินกว่าที่คนจะกล้าจ้องมองก็ออกไปภายนอกจวน ในเมื่อนางจะไปแล้วก็ต้องให้ของขวัญคนในจวนทิ้งไว้เสียหน่อย 

นางจ่ายเงินให้ขอทานสี่ห้าคนเพื่อไปซื้อยาตามที่นางต้องการ เมื่อได้ของทั้งหมดก็กลับเข้าเรือนของตนเองอย่างเงียบๆ แม่นมจางที่เตรียมของลงหีบเรียบร้อยแล้วก็กลับห้องไปพักผ่อน เพื่อเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ เยี่ยนฟางจึงมีเวลาจัดการกับยาที่นางได้มา 

เยี่ยนฟางอาศัยความทรงจำเดิมแต่งกายในชุดบุรุษสีดำที่นางซื้อติดมือมาด้วยเร้นกายไปทางเรือนของเยี่ยนซิน นางรมควันยาสลบเข้าไปในเรือนทิ้งไว้แล้วไปยังเรือนของโม่โฉวต่อ นางทำเช่นเดียวกันแล้วกลับมาที่เรือนของเยี่ยนซิน ยาของนางกว่าจะหมดฤทธิ์ก็พรุ่งนี้ถึงตอนนั้นจะกล่าวโทษนางก็คงจะหาหลักฐานไม่ได้เสียแล้ว

เยี่ยนฟางกลับมาถึงเรือนของเยี่ยนซินนางก็เทผงสมุนไพรที่ทำให้คันไปทั่วทั้งตัวของเยี่ยนซิน นางถอดเสื้อผ้าเยี่ยนซินออกเพื่อให้ผงสมุนไพรโดนผิวโดยตรง คนหลับเวลาคันก็ต้องเกาตัวเองอยู่ดี พอรู้ตัวว่าเกาจนได้เลือดนางก็อยากจะรอฟังเสียงร้องของเยี่ยนซินเสียแล้ว เยี่ยนฟางเทยาไปก็แสยะยิ้มอย่างน่ากลัวไปด้วย อยากออกเรือนก็ลองใช้หน้าตาที่มีแต่แผลเป็นออกไปด้วย นางอยากจะรู้ว่าตระกูลกู้ยังจะกล้าแต่งเข้าเรือนหรือไม่

ตอน 3

เมื่อเรียบร้อยก็กลับไปที่เรือนของโม่โฉว นางไม่ใช่วิธีเดียวกันกับเยี่ยนซิน นางเพียงจะมาขอแบ่งทรัพย์สินที่โม่โฉวสะสมไว้ก็เท่านั้น จะไปทั้งทีก็ต้องแบ่งไปให้สมกับที่คนพวกนี้ริบเงินเดือนร่างเก่าเสียหน่อย

ในคลังสมบัติของโม่โฉวทรัพย์สินที่ได้มาจากการรับสินบนลับหลังเยี่ยนหวงนั้นมีมากมายเหลือเกิน นางอาศัยลมข้างหมอนคอยเบาหูให้เยี่ยนหวงช่วยผลักดันคนเข้ารับตำแหน่งส่วนสินบนที่นางรับมาก็เก็บไว้ในคลังของนางแทน เยี่ยนฟางยังใจดีไม่กวาดไปเสียทั้งหมด ตั๋วเงินนับหมื่นตำลึง ทองคำอีกหลายหีบ นางไม่พลาดอยู่แล้ว หากโม่โฉวรู้ว่าทองกับตั๋วเงินหายไปจะโวยวายให้ใครฟังได้แค่คิดก็อยากจะหัวเราะเสียแล้ว 

นางกลับเรือนไปนอนพักด้วยความสุขใจ เรื่องเลวร้ายจะเกิดก็หลังจากนี้ต่างหาก ในเมื่อเยี่ยนฟางคนเดิมนางก็อยู่อย่างสงบแต่เป็นนางสองคนแม่ลูกเองที่อยากจะแย่งชิงวาสนาของคนอื่นจนทำให้เยี่ยนฟางตายลงจากยาที่พวกนางวาง จิตใจที่อ่อนแอ ร่างกายที่บอบบางเยี่ยนฟางคนเดอมจึงชิงตายไปเสียก่อนเป็นนางที่เข้ามาแทนพอดีที่โดนย่ำยี หากเป็นเยี่ยนฟางคนเดิมคงได้ผูกคอตายหนีความอับอายแน่

เช้าวันรุ่งขึ้นรถม้าสามคันที่ท่านเจ้าเมืองมีเมตตาจัดหามาให้ก็ยกของขึ้นจนแล้วเสร็จพร้อมออกเดินทาง เยี่ยนฟางหันไปมองจวนเจ้าเมืองครั้งสุดท้าย อาจจะเป็นเพราะมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ทำให้นึกถึงมารดาเจ้าของร่างที่งดงาม อ่อนหวาน แต่แล้วยังไง ความงามที่มีก็ไม่อาจดึงใจสามีให้รักตนเพียงคนเดียวได้

นางถอนหายใจแล้วขึ้นรถม้าไป เยี่ยนฟางได้หน้าตาที่งดงามมาจากมารดาถึงแปดส่วนอีกสองส่วนเป็นของบิดาไร้ค่าที่มอบให้นาง นางจึงเป็นสาวงามที่ชวนให้คนได้พบล้วนลุ่มหลง กู้หลิวหยางก็เช่นกัน แต่บุรุษคนใดจะยอมรับสตรีที่แปดเปื้อนได้ลง ต่อให้รักมั่นปานใด แต่ในยุคนี้ก็ถือเรื่องนี้เป็นใหญ่ นางไม่โดนจับถ่วงน้ำก็ถือเป็นบุญแล้ว 

ยิ่งคิดยิ่งแค้นเทพชะตาส่งนางมาก็พบเหตุการณ์เช่นนี้ สู้ให้นางไปชดใช้กรรมแล้วไปเกิดใหม่เสียยังจะดีกว่า หลังจากที่เยี่ยนฟางออกจากจวนไปไม่นาน เสียงกรีดร้องของเรือนเยี่ยนซินก็ดังไปทั่วจวน บ่าวไพร่ล้วนวิ่งกันให้วุ่น โม่โฉวที่ตกใจเสียงร้องของบุตรสาวก็รีบไปที่เรือนของเยี่ยนซิน

ภาพที่นางเห็นทำให้โม่โฉวลมแทบจับ เนื้อตัวของเยี่ยนซินไม่มีส่วนไหนที่เหลือดีเลย นางเกาจนเลือดออกทุกจุดดูน่าหวาดกลัว ใบหน้ามีแต่รอยเล็บ เพราะความรักสวยรักงามทำให้นางไว้เล็บยาว หมอที่มารักษาล้วนแต่ส่ายหน้า บาดแผลทั้งหมดคงทิ้งรอยแผลเป็นให้นางเจ็บปวดใจเสียแล้ว

หมอสามคนที่ถูกเชิญมาล้วนแล้วแต่ให้คำยืนยันเช่นเดียวกันว่า นางแพ้สมุนไพรที่ผสมในน้ำแช่ตัว เยี่ยนฟางได้เทยาของนางลงไปในสมุนไพรแช่ตัวของเยี่ยนฟางด้วยแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้แยกแยะก็คงแยกไม่ออกมาคือสมุนไพรตัวใด เยี่ยนซินเพิ่งได้สมุนไพรแช่ตัวมาจากมารดาของนางเรื่องนี้จะโทษมารดาก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก

ท่านหมอจึงแจ้งเพียงว่าผิวของนางบอบบางเกินไปจึงแพ้ได้ง่ายกว่าคนอื่น หากเยี่ยนฟางมาได้ยินคงหัวเราะจนฟันร่วง นางก็อยากจะให้โม่โฉวได้ลองใช้สมุนไพรแช่ตัวเช่นกัน

เยี่ยนฟางเดินทางไปเมืองหานโจว ห่างจากเมืองหานตงสามร้อยลี้ ขบวนของนางถือว่าเดินทางไม่ช้าหรือเร็วเกินไปสิบวันก็มาถึงเรือนของท่านแม่นาง จางลี่จิ่นมีเรือนในสินเดิมสามที่ด้วยกัน แต่เยี่ยนฟางเลือกที่หานโจวเพราะทิวทัศน์ที่งดงามตามคำบอกเล่าของแม่นมจาง 

แล้วก็ไม่ได้ทำให้นางผิดหวังบ้านนอกตัวเมืองที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย รายล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำ ตามที่นางเคยเห็นในภาพวาดที่งานประมูลในภพของนาง เท่านี้เพียงพอแล้วสำหรับนาง รายได้ที่ต้องหาค่อยคิดที่หลังว่าจะทำเช่นไร ตอนนี้ขอดื่มด่ำธรรมชาติก่อน

เมื่อคนขับรถม้าลงของเสร็จก็เดินทางกลับทันที เยี่ยนฟางยังใจกว้างยัดเงินให้อีกคนละห้าตำลึง เพราะระหว่างทางที่มาทุกคนไม่ทำให้นางลำบากใจเลยสักนิดแม้จะเป็นเพียงคุณหนูที่โดนขับไล่ออกจากตระกูล อาจจะเป็นเพราะตอนที่มารดาของร่างเดิมยังอยู่ไม่เคยกดขี่ทาสในเรือนเลยสักครั้ง

แม่นมมองบ้านแล้วน้ำตาก็พานจะไหล เยี่ยนฟางเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ แม้นางจะเป็นบ่าวแต่มิเคยได้รับความลำบาก เมื่อต้องประสบโชคร้ายคงยังทำใจยอมรับไม่ได้ ทั้งคู่เก็บกวาดเรือนให้พออยู่ได้ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางเข้าเมืองเพื่อหาช่างซ่อมเรือนและหาซื้อทาสเพิ่ม

เช้าวันรุ่งขึ้นเยี่ยนฟางเช่าเกวียนจากในหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง เรือนของนางอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงสองเค่อเท่านั้น นางไปติดต่อช่างซ่อมเรือนก่อน เมื่อนัดแนะเวลาไปดูเรือนเรียบร้อยก็ไปโรงค้าทาส เรื่องเช่นนี้เยี่ยนฟางให้แม่นมจัดการ เงินที่นางหยิบมาจากคลังของโม่โฉวนั้นเพียงพอให้นางใช้ชีวิตไปได้ทั้งชีวิต

แต่นางไม่ยอมจะอยู่เฉยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องคิดสักนิดว่าตนต้องทำสิ่งใดดี หากจะให้ออกปล้นก็ดูจะไม่เข้าท่า นางไม่อยากใช้ชีวิตหลบซ่อนอีกแล้ว เมื่อได้ชีวิตใหม่ชาตินี้ก็ขออยู่อย่างคนธรรมดาก็แล้วกัน

บ่าวที่แม่นมเลือกนั้นมีทั้งพ่อบ้าน สาวใช้ข้างกายสองคน บ่าวทำความสะอาดและทำอาหารสามคน คนขับรถม้าและคนสวนอีกสองคน เยี่ยนฟางตรวจดูแต่ละคนก็นับถือสายตาของแม่นมจางที่มองคนได้ทะลุปรุโปร่ง ทั้งหมดเป็นบ่าวในตระกูลใหญ่มาก่อน แต่ได้นับโทษบ่าวทั้งหมดจึงถูกส่งตัวให้เป็นทาสต่อ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED