"ตื่นได้แล้วนังหนู" เสียงใคร ใบฟางขมวดคิ้วแน่นอย่างหงุดหงิด จะเรียกทำไมคนจะนอน นางพลิกตัวเพื่อซุกใต้หมอนอย่างเคยตัวเมื่อถูกปลุกจากการที่ยังนอนไม่เต็มอิ่ม
"หากเจ้ายังไม่ลุก ข้าจะส่งเจ้าไปเสียตอนนี้เลย" ส่งไปไหน ใบฟางเด้งลุกพรวดขึ้นมา เธอถูกยิงตายไปแล้วหากจำไม่ผิด แล้วตาแก่ตรงหน้านี่คือใคร รอบข้างที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้คือที่ไหน
เธอเบิกตากว้างอย่างตระหนก หรือเธอจะได้ขึ้นสวรรค์ จะเป็นไปได้ยังไง ทำชั่วมามากเสียขนาดนั้น
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เจ้าตายไปแล้ว ที่นี่ก็มิใช่สวรรค์ แต่เป็นข้าเทพโชคชะตาที่เจ้าสาปแช่งดึงวิญญาณของเจ้ามา ข้าจะให้เจ้าไปเกิดในที่ใหม่ ให้เจ้าได้มีชีวิตอีกครั้ง ข้าจะคอยดูว่าครั้งนี้เจ้าจะเลือกทางเดินเช่นไร" ใบฟางขมวดคิ้วแน่นอย่างครุ่นคิด ก็คงจะดีกว่าไปใช้บาปในนรกมั้ง
กล่าวจบเทพชะตาก็โบกมือหนึ่งครั้ง ใบฟางรู้สึกตัวอีกครั้งก็เจ็บปวดช่วงล่าง เธอรู้สึกถึงแรงกดทับที่ทาบลงมาที่ตัว สัญชาตญาณทำให้เธอต้องดิ้นรนหนี มือหนาคว้าเอวของเธอไว้ กล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง
"อีกประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น" เธอกัดริมฝีปากแน่น เพื่อข่มความเจ็บที่ทรมาน จากความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นห้วงอารมณ์ที่แปลกใหม่ จะเรียกสุขสมก็คงจะได้ ชีวิตก่อนของเธอยังไม่เคยได้มีแฟนหรือหลับนอนกับบุรุษมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าที่นางโดนกระทำอยู่ตอนนี้คืออะไร
บัดซบ ความคิดแรกที่อยากจะตะโกนออกมา แต่ร่างนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะกล่าวว่าโดนวางยาก็คงจะใช่ เธอไม่อาจขัดขืนได้ ได้แต่ปล่อยให้บุรุษผู้นั้นกระทำย่ำยีจนกว่าจะจบ แม้แต่ตายังลืมไม่ขึ้นหากรับรู้ว่ามันผู้นี้เป็นใคร นางสาบานจะเอาความอับอายครั้งนี้คิดแน่นอน
เธอปวดหัวจนอยากจะกรีดร้องออกมา มือเรียวยกขึ้นดึงทึ้งผมของตนเองเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดลง แต่มือหนากับรวบมือของเธอขึ้นยึดไว้เหนือศีรษะ เสียงด่าที่เบาออกจากริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อ
"What the f*ck" แม้เสียงจะเบาราวยุงบิน บุรุษผู้นั้นก็ยังคงได้ยิน แต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
ใบฟางรู้สึกตัวอีกครั้งฟ้าก็สว่างเสียแล้ว ข้างกายของเธอไม่มีใครอยู่ ในห้องมีเพียงแต่เธอเท่านั้น หากไม่มีร่องรอยทั้งทั้งตัวและความเจ็บปวดที่เพียงขยับน้ำตาก็ซึมแล้ว เธอคงคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝันที่แสนจะขนลุกเท่านั้น
ความทรงจำของร่างเดิมทำให้รู้ว่า เจ้าของร่างชื่อ เยี่ยนฟาง คุณหนูใหญ่จวนท่านเจ้าเมือง อายุ สิบหกหนาว บิดาของนางคือเยี่ยนหวง ท่านเจ้าเมืองหานตง อยู่ห่างจากเมืองหลวงนับพันลี้ มารดาของนางเป็นฮูหยินเอก จางลี่จิ่น แต่ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อตอนที่เยี่ยนฟางอายุได้ห้าหนาว ตอนนี้ฮูหยินรองโม่โฉวขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกแทน โม่โฉวมีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อ เยี่ยนซิน อายุสิบห้าหนาว
เมื่อสิ้นมารดา บิดาก็ไม่สนใจเรือนหลัง เพราะคิดเพียงอยากจะมีบุตรชายไว้สืบสกุลจึงมีอนุอีกมากมาย แต่พยายามเนิ่นนานก็ยังไม่มีอนุคนใดตั้งครรภ์เสียที โม่โฉวที่เห็นฮูหยินรองได้ตั้งครรภ์อีกครั้ง และเยี่ยนหวงก็หวังให้ครรภ์นี้เป็นชายอย่างยิ่ง ถึงกลับยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้นางไปครอบครองทันทีที่ตั้งครรภ์
เยี่ยนฟางจึงถูกส่งมาให้อยู่เรือนท้ายจวน นิสัยที่ไม่สู้คนของนาง ถึงจะเป็นบุตรีสายเอกแต่ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติกับนางราวกับคนไร้ตัวตน มีเพียงแม่นมจางของท่านแม่นางเท่านั้นที่ดูแลนาง แต่เมื่อสามวันที่แล้วแม่นมจางป่วยหนักทำให้นางถูกเยี่ยนซินหลอกวางยาส่งขึ้นเตียงของบุรุษใดก็ไม่อาจทราบได้
ที่เยี่ยนซินทำเช่นนี้ เพราะนางต้องการหมั้นหมายแทนเยี่ยนฟาง ตระกูลคหบดีใหญ่ในเมืองหานตง อย่างตระกูลกู้ คุณชายกู้หลิวหยาง ที่เพียบพร้อมด้วยรูป และความสามารถ อายุเพียงยี่สิบหนาวก็ได้เป็นถึงซิ่วไฉแล้ว ใครจะไม่อยากได้ในตัวเขา แต่ติดที่มีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับเยี่ยนฟางตั้งแต่เด็ก และทั้งคู่ยังพึงใจต่อกันอีกด้วย
เสียงโวยวายหน้าเรือนดังขึ้น ใบฟางในร่างของเยี่ยนฟางแสยะยิ้มที่มุมปาก งิ้วโรงใหญ่คงมาแล้ว นางลุกอย่างรวดเร็วเพื่อทำลายหลักฐาน และแต่งตัวเสียใหม่ เมื่อเสียงพังประตูเข้ามานางก็นั่งลงที่ก้าวอี้ริมหน้าต่างในห้องเรียบร้อยแล้ว
เยี่ยนซินเดินเข้ามากวาดสายตาหาบุรุษที่นางให้คนไปจับตัวมาเมื่อคืนทั้งทั้งเรือนก็ไม่พบ สายตาจึงหันไปจ้องจับผิดที่ตัวของเยี่ยนฟางแทน
"สตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า นำบุรุษไปซ่อนไว้ที่ใด" เยี่ยนฟางเลิกคิ้วมอง
"เจ้าเห็นหรือไม่เล่าว่าในเรือนข้ามีบุรุษผู้ใดอยู่" เยี่ยนซินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถึงไม่เจออย่างไรวันนี้นางต้องไล่เยี่ยนฟางออกจากจวนให้ได้
"บ่าวไพร่ล้วนเห็นกันทั่วว่าเจ้านัดบุรุษมาพบที่เรือน"
"อ้ออออ แล้วไหนเล่าบุรุษที่เจ้าว่า" เยี่ยนซินโมโหแทบขาดสติ นางให้คนเฝ้าไว้แล้วแท้ๆ ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่มีผู้ใดที่ออกไปจากเรือนของเยี่ยนฟางเลยสักคน แล้วบุรุษที่นางพามาจะหายไปได้อย่างไร
"เรื่องนี้รอท่านพ่อมาจัดการ เจ้าไม่มีทางรอดแน่" เยี่ยนซินเดินกระทืบเท้าออกไป
ใบฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้นางต้องคิดวิธีที่จะเอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน นางเริ่มสำรวจเรือนที่นางพักอยู่ หากบอกคนภายนอกว่าเป็นคุณหนูใครจะเชื่อ ของใช้เสื้อผ้าล้วนแล้วแต่เหมือนบ่าวไพร่ไม่ผิด นางอยากจะรู้ว่าบิดาของร่างนี้รู้หรือไม่ว่าบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพนี้
กำไลเหอเถียนที่นางโจรกรรมมาเมื่อภพที่แล้วมาอยู่บนข้อมือนางได้อย่างไร ใบฟางขมวดคิ้วอย่างสงสัย หรือจะเป็นดั่งเช่นที่นิยายทั่วไปบอก เป็นพื้นที่เก็บของ หรือมิติส่วนตัว นางจึงเพ็งจิตเพื่อเข้าไปในมิติแต่มันไม่ใช่อย่างที่นางคิด นางจึงลองแต่สิ่งของแล้วพูดว่าเก็บ ปรากฏว่าของนั้นหายไป เมื่อบอกว่านำออกมา ของที่เก็บเข้าไปก็ออกมาด้านนอก
อย่างน้อยนางก็มีของดีติดตัวมา ไม่เสียแรงที่เสี่ยงตายไปนำออกมา ตอนที่นางดีใจอยู่นั่น เสียงด้านนอกก็ดังขึ้นอีกแล้ว พร้อมบ่าวสตรีร่างใหญ่มาจับตัวนางออกไปยังเรือนส่วนหน้า นางมิได้ขัดขืนแต่อย่างใดปล่อยให้บ่าวทั้งสองพานางออกไป
บุรุษอายุสี่สิบหนาว นั่งหน้าดำคล้ำจ้องมองนางตลอดเวลา ด้านข้างมาสตรีวัยสามสิบกว่านั่งลูบท้องของตน สองคนนี้คงเป็นบิดากับแม่เลี่ยงของนาง เพราะเยี่ยนซินยืนอยู่ด้านข้างสตรีนางนั้น
เยี่ยนซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทั้งสองฟังพร้อมใส่สีตีไข่ลงไปด้วย เยี่ยนฟางเพียงนั่งคุกเข่าฟังเรื่องเล่าเท่านั้น นางมิได้พูดสิ่งได้แย้งขึ้นมาสักนิด
"นังลูกเนรคุณ มีสิ่งใดจะพูดอีกหรือไม่" เยี่ยนหวงตวาดเสียงดัง จนบ่าวไพร่หดคอตัวสั่น แม้แต่เยี่ยนซินยังนึกหวาดกลัวโทสะของบิดา
"หากลูกพูดสิ่งใดไป ท่านพ่อจะเชื่อข้าหรือไม่ หากท่านพ่อเชื่อในสิ่งที่น้องรองพูดข้าก็มิมีสิ่งใดจะกล่าว" เยี่ยนฟางเพิ่งตื่นขึ้นมาก็เจอเรื่องบัดซบยังจะต้องมาคิดหาข้อแก้ต่าง นางค้านที่จะทำ หากจะลงโทษก็ทำเลย หรือจะไล่นางออกก็ยินดี แต่แค้นนี้นางจะคืนให้เยี่ยนซินจนจำนางไม่ลืมแน่นอน
เยี่ยนหวงที่ได้ยินเช่นนั้นก็โมโหจนหนวดกระตุก พอมองหน้าบุตรสาวที่ตนไม่สนใจตั้งแต่มารดานางสิ้นก็ละอายใจ เขากับมารดาของเยี่ยนฟางรักใคร่กันตั้งแต่เด็ก หากไม่ได้เป็นเพราะโม่โฉวที่ใช้มารยาล่อลวงเขาจนหลงมัวเมาไปช่วงหนึ่ง มารดาของเยี่ยนฟางคงไม่ตรอมใจ และตอนนี้บุตรสาวคนของตนคงไม่เป็นเช่นนี้
แต่หากเป็นจริงดั่งเยี่ยนซินบอกกล่าว ชื่อเสียงของจวนเจ้าเมืองก็คงรักษาไว้มิได้ สัญญาหมั้นหมายระหว่างตระกูลกู้ก็คงจบสิ้นอีกด้วย บุตรเขยที่อนาคตไกลเช่นกู้หลิวหยางตนไม่อยากจะให้หลุดมือไป เพียงเปลี่ยนตัวเจ้าสาวคงรักษาหน้าเขาไว้ได้ อีกอย่างตระกูลกู้ยังคงต้องพึงบารมีของจวนเจ้าเมืองคงไม่กล้าปฏิเสธ
ตระกูลจางของพ่อตาก็เสื่อมถอยไปแล้วหากจะตัดลูกอกตัญญูเช่นเยี่ยนฟางทิ้งก็คงมิเป็นไร เมื่อคิดได้ดังนั้น เยี่ยนหวงจึงทำการตัดชื่อของเยี่ยนฟางออกจากตระกูล แล้วขับออกไปอยู่ยังเรือนของจางลี่จิ่นที่เป็นสินเดิมของนางทันที
"ข้าขอสินเดิมของมารดาข้าทั้งหมด คงมิมากเกินไปกระมังท่านเจ้าเมือง" ในเมื่อตัดขาดนางแล้วคงไม่ต้องพูดดีกันอีก โม่โฉวคิ้วกระตุก นางมิอยากให้สินเดิมของลี่จิ่นกับเยี่ยนฟาง
ถึงจวนเจ้าเมืองจะมีหน้าตาแต่ทว่าเงินในคลังก็มิได้มากมายเช่นที่คนภายนอกคิด นางอยากจะเก็บสินเดิมไว้ให้บุตรสาวของนาง เพราะตัวนางมาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ทุกวันนี้ก็อาศัยหน้าตาและมารยาที่ออดอ้อนเยี่ยนหวงจนหลงโง่งม
แต่เยี่ยนหวงที่ยังคงมีความละอายต่อจางลี่จินจึงยอมคายสินเดิมของนางออกมาให้บุตรสาวอย่างเยี่ยนฟางเป็นความเมตตาสุดท้าย สินเดิมของจางลี่จิ่นถูกขนเข้ามาในเรือนเล็กของเยี่ยนฟางจนแน่นขนัด แม่นมจางที่อาการดีขึ้นก็ลุกขึ้นมาช่วยตรวจนับทั้งน้ำตา
แม่นมจางร้องไห้กล่าวสาปแช่งสองแม่ลูกที่วางแผนชั่วครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเกลียดชัง นางร้องจนเยี่ยนฟางสงสารต้องลุกไปปลอบลูบหลังให้นางสงบ ในเมื่อแม่นมจางคือคนที่ดีที่สุดของร่างนี้ ต่อไปนางก็จะดูแลเขาเป็นอย่างดี
เยี่ยนฟางเมื่อไม่เห็นบ่าวจากเรือนอื่นอยู่ที่เรือนของนางแล้ว นางจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าใหม่จนดูน่าเกลียดเกินกว่าที่คนจะกล้าจ้องมองก็ออกไปภายนอกจวน ในเมื่อนางจะไปแล้วก็ต้องให้ของขวัญคนในจวนทิ้งไว้เสียหน่อย
นางจ่ายเงินให้ขอทานสี่ห้าคนเพื่อไปซื้อยาตามที่นางต้องการ เมื่อได้ของทั้งหมดก็กลับเข้าเรือนของตนเองอย่างเงียบๆ แม่นมจางที่เตรียมของลงหีบเรียบร้อยแล้วก็กลับห้องไปพักผ่อน เพื่อเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ เยี่ยนฟางจึงมีเวลาจัดการกับยาที่นางได้มา
เยี่ยนฟางอาศัยความทรงจำเดิมแต่งกายในชุดบุรุษสีดำที่นางซื้อติดมือมาด้วยเร้นกายไปทางเรือนของเยี่ยนซิน นางรมควันยาสลบเข้าไปในเรือนทิ้งไว้แล้วไปยังเรือนของโม่โฉวต่อ นางทำเช่นเดียวกันแล้วกลับมาที่เรือนของเยี่ยนซิน ยาของนางกว่าจะหมดฤทธิ์ก็พรุ่งนี้ถึงตอนนั้นจะกล่าวโทษนางก็คงจะหาหลักฐานไม่ได้เสียแล้ว
เยี่ยนฟางกลับมาถึงเรือนของเยี่ยนซินนางก็เทผงสมุนไพรที่ทำให้คันไปทั่วทั้งตัวของเยี่ยนซิน นางถอดเสื้อผ้าเยี่ยนซินออกเพื่อให้ผงสมุนไพรโดนผิวโดยตรง คนหลับเวลาคันก็ต้องเกาตัวเองอยู่ดี พอรู้ตัวว่าเกาจนได้เลือดนางก็อยากจะรอฟังเสียงร้องของเยี่ยนซินเสียแล้ว เยี่ยนฟางเทยาไปก็แสยะยิ้มอย่างน่ากลัวไปด้วย อยากออกเรือนก็ลองใช้หน้าตาที่มีแต่แผลเป็นออกไปด้วย นางอยากจะรู้ว่าตระกูลกู้ยังจะกล้าแต่งเข้าเรือนหรือไม่
เมื่อเรียบร้อยก็กลับไปที่เรือนของโม่โฉว นางไม่ใช่วิธีเดียวกันกับเยี่ยนซิน นางเพียงจะมาขอแบ่งทรัพย์สินที่โม่โฉวสะสมไว้ก็เท่านั้น จะไปทั้งทีก็ต้องแบ่งไปให้สมกับที่คนพวกนี้ริบเงินเดือนร่างเก่าเสียหน่อย
ในคลังสมบัติของโม่โฉวทรัพย์สินที่ได้มาจากการรับสินบนลับหลังเยี่ยนหวงนั้นมีมากมายเหลือเกิน นางอาศัยลมข้างหมอนคอยเบาหูให้เยี่ยนหวงช่วยผลักดันคนเข้ารับตำแหน่งส่วนสินบนที่นางรับมาก็เก็บไว้ในคลังของนางแทน เยี่ยนฟางยังใจดีไม่กวาดไปเสียทั้งหมด ตั๋วเงินนับหมื่นตำลึง ทองคำอีกหลายหีบ นางไม่พลาดอยู่แล้ว หากโม่โฉวรู้ว่าทองกับตั๋วเงินหายไปจะโวยวายให้ใครฟังได้แค่คิดก็อยากจะหัวเราะเสียแล้ว
นางกลับเรือนไปนอนพักด้วยความสุขใจ เรื่องเลวร้ายจะเกิดก็หลังจากนี้ต่างหาก ในเมื่อเยี่ยนฟางคนเดิมนางก็อยู่อย่างสงบแต่เป็นนางสองคนแม่ลูกเองที่อยากจะแย่งชิงวาสนาของคนอื่นจนทำให้เยี่ยนฟางตายลงจากยาที่พวกนางวาง จิตใจที่อ่อนแอ ร่างกายที่บอบบางเยี่ยนฟางคนเดอมจึงชิงตายไปเสียก่อนเป็นนางที่เข้ามาแทนพอดีที่โดนย่ำยี หากเป็นเยี่ยนฟางคนเดิมคงได้ผูกคอตายหนีความอับอายแน่
เช้าวันรุ่งขึ้นรถม้าสามคันที่ท่านเจ้าเมืองมีเมตตาจัดหามาให้ก็ยกของขึ้นจนแล้วเสร็จพร้อมออกเดินทาง เยี่ยนฟางหันไปมองจวนเจ้าเมืองครั้งสุดท้าย อาจจะเป็นเพราะมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ทำให้นึกถึงมารดาเจ้าของร่างที่งดงาม อ่อนหวาน แต่แล้วยังไง ความงามที่มีก็ไม่อาจดึงใจสามีให้รักตนเพียงคนเดียวได้
นางถอนหายใจแล้วขึ้นรถม้าไป เยี่ยนฟางได้หน้าตาที่งดงามมาจากมารดาถึงแปดส่วนอีกสองส่วนเป็นของบิดาไร้ค่าที่มอบให้นาง นางจึงเป็นสาวงามที่ชวนให้คนได้พบล้วนลุ่มหลง กู้หลิวหยางก็เช่นกัน แต่บุรุษคนใดจะยอมรับสตรีที่แปดเปื้อนได้ลง ต่อให้รักมั่นปานใด แต่ในยุคนี้ก็ถือเรื่องนี้เป็นใหญ่ นางไม่โดนจับถ่วงน้ำก็ถือเป็นบุญแล้ว
ยิ่งคิดยิ่งแค้นเทพชะตาส่งนางมาก็พบเหตุการณ์เช่นนี้ สู้ให้นางไปชดใช้กรรมแล้วไปเกิดใหม่เสียยังจะดีกว่า หลังจากที่เยี่ยนฟางออกจากจวนไปไม่นาน เสียงกรีดร้องของเรือนเยี่ยนซินก็ดังไปทั่วจวน บ่าวไพร่ล้วนวิ่งกันให้วุ่น โม่โฉวที่ตกใจเสียงร้องของบุตรสาวก็รีบไปที่เรือนของเยี่ยนซิน
ภาพที่นางเห็นทำให้โม่โฉวลมแทบจับ เนื้อตัวของเยี่ยนซินไม่มีส่วนไหนที่เหลือดีเลย นางเกาจนเลือดออกทุกจุดดูน่าหวาดกลัว ใบหน้ามีแต่รอยเล็บ เพราะความรักสวยรักงามทำให้นางไว้เล็บยาว หมอที่มารักษาล้วนแต่ส่ายหน้า บาดแผลทั้งหมดคงทิ้งรอยแผลเป็นให้นางเจ็บปวดใจเสียแล้ว
หมอสามคนที่ถูกเชิญมาล้วนแล้วแต่ให้คำยืนยันเช่นเดียวกันว่า นางแพ้สมุนไพรที่ผสมในน้ำแช่ตัว เยี่ยนฟางได้เทยาของนางลงไปในสมุนไพรแช่ตัวของเยี่ยนฟางด้วยแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้แยกแยะก็คงแยกไม่ออกมาคือสมุนไพรตัวใด เยี่ยนซินเพิ่งได้สมุนไพรแช่ตัวมาจากมารดาของนางเรื่องนี้จะโทษมารดาก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก
ท่านหมอจึงแจ้งเพียงว่าผิวของนางบอบบางเกินไปจึงแพ้ได้ง่ายกว่าคนอื่น หากเยี่ยนฟางมาได้ยินคงหัวเราะจนฟันร่วง นางก็อยากจะให้โม่โฉวได้ลองใช้สมุนไพรแช่ตัวเช่นกัน
เยี่ยนฟางเดินทางไปเมืองหานโจว ห่างจากเมืองหานตงสามร้อยลี้ ขบวนของนางถือว่าเดินทางไม่ช้าหรือเร็วเกินไปสิบวันก็มาถึงเรือนของท่านแม่นาง จางลี่จิ่นมีเรือนในสินเดิมสามที่ด้วยกัน แต่เยี่ยนฟางเลือกที่หานโจวเพราะทิวทัศน์ที่งดงามตามคำบอกเล่าของแม่นมจาง
แล้วก็ไม่ได้ทำให้นางผิดหวังบ้านนอกตัวเมืองที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย รายล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำ ตามที่นางเคยเห็นในภาพวาดที่งานประมูลในภพของนาง เท่านี้เพียงพอแล้วสำหรับนาง รายได้ที่ต้องหาค่อยคิดที่หลังว่าจะทำเช่นไร ตอนนี้ขอดื่มด่ำธรรมชาติก่อน
เมื่อคนขับรถม้าลงของเสร็จก็เดินทางกลับทันที เยี่ยนฟางยังใจกว้างยัดเงินให้อีกคนละห้าตำลึง เพราะระหว่างทางที่มาทุกคนไม่ทำให้นางลำบากใจเลยสักนิดแม้จะเป็นเพียงคุณหนูที่โดนขับไล่ออกจากตระกูล อาจจะเป็นเพราะตอนที่มารดาของร่างเดิมยังอยู่ไม่เคยกดขี่ทาสในเรือนเลยสักครั้ง
แม่นมมองบ้านแล้วน้ำตาก็พานจะไหล เยี่ยนฟางเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ แม้นางจะเป็นบ่าวแต่มิเคยได้รับความลำบาก เมื่อต้องประสบโชคร้ายคงยังทำใจยอมรับไม่ได้ ทั้งคู่เก็บกวาดเรือนให้พออยู่ได้ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางเข้าเมืองเพื่อหาช่างซ่อมเรือนและหาซื้อทาสเพิ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้นเยี่ยนฟางเช่าเกวียนจากในหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง เรือนของนางอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงสองเค่อเท่านั้น นางไปติดต่อช่างซ่อมเรือนก่อน เมื่อนัดแนะเวลาไปดูเรือนเรียบร้อยก็ไปโรงค้าทาส เรื่องเช่นนี้เยี่ยนฟางให้แม่นมจัดการ เงินที่นางหยิบมาจากคลังของโม่โฉวนั้นเพียงพอให้นางใช้ชีวิตไปได้ทั้งชีวิต
แต่นางไม่ยอมจะอยู่เฉยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องคิดสักนิดว่าตนต้องทำสิ่งใดดี หากจะให้ออกปล้นก็ดูจะไม่เข้าท่า นางไม่อยากใช้ชีวิตหลบซ่อนอีกแล้ว เมื่อได้ชีวิตใหม่ชาตินี้ก็ขออยู่อย่างคนธรรมดาก็แล้วกัน
บ่าวที่แม่นมเลือกนั้นมีทั้งพ่อบ้าน สาวใช้ข้างกายสองคน บ่าวทำความสะอาดและทำอาหารสามคน คนขับรถม้าและคนสวนอีกสองคน เยี่ยนฟางตรวจดูแต่ละคนก็นับถือสายตาของแม่นมจางที่มองคนได้ทะลุปรุโปร่ง ทั้งหมดเป็นบ่าวในตระกูลใหญ่มาก่อน แต่ได้นับโทษบ่าวทั้งหมดจึงถูกส่งตัวให้เป็นทาสต่อ