“เปล่าสักหน่อย” ซูลี่สีหน้าจริงจัง “ฉันคิดมาแล้ว ความรักมันก็เหมือนกับผีนั่นแหละ เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลิกไล่ตามได้แล้ว”
“อีกอย่าง พวกเราขยันทำงานขนาดนี้ ก็เพื่อหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เพื่อได้รับอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่หรือไง ตอนนี้มีทางลัดแล้ว ทำไมฉันถึงจะไม่เลือกเดินล่ะ”
ลู่จิ้ง “... ทำไมรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ”
ซูลี่ยิ้มแย้ม “เพราะความจริงมันเป็นแบบนี้”
...
ตอนค่ำ เหอชู่หมิงใช้โทรศัพท์ของคนอื่นโทรไปหาซูลี่ ด่าซูลี่ว่าเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม
หลังจากวางสายก็เปลี่ยนเบอร์ เธอล็อคไปก็หลายเบอร์ จนเธอตัดสินใจปิดเครื่องไปซะดื้อ ๆ
วันรุ่งขึ้น ซูลี่เปิดเครื่องขึ้นมาก็มีข้อความเด้งเข้ามามากมาย
ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้อความที่เหอชู่หมิงส่งมา คำด่าต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าคำอะไรก็ล้วนแล้วแต่พรั่งพรูออกมา
ไทม์ไลน์ระเบิดทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่เหอชู่หมิงปล่อยข่าวว่าซูลี่เสริมหน้าอกมา ด่าว่าเธอบ้าผู้ชายแต่ยังแสร้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์..
สรุปก็คือ มีแต่คำพูดหยาบคายไม่น่าฟังทั้งนั้น
ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีเหตุผลของมัน
สวรรค์อยากจะให้เธอได้รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ชายสารเลวเร็ว ๆ ดังนั้นถึงได้ให้เธอได้เห็นภาพเหตุการณ์นั้น
เธอโทรศัพท์ไปหาซูเว่ยอัน ตอบตกลงข้อเสนอของเขา
สองพ่อลูกมายังคฤหาสน์ของตระกูลโม่ ไม่เจอกับโม่สิงหย่วน พ่อแม่ของเขาเป็นคนออกหน้ามาต้อนรับแทน
เมื่อรู้ว่าซูลี่เต็มใจแต่งงานกับโม่สิงหย่วน พวกเขาก็ไม่สามารถเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้
ซูลี่มีเพียงแค่คำขอเดียวเท่านั้น ก็คือจดทะเบียนสมรสกันก่อน
เหตุผลที่เธอให้ คือมันต้องถูกกฎหมาย
ส่วนเรื่องงานแต่งงาน เธอไม่ต้องการ
แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่คัดค้ายอยู่แล้ว กลัวว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานด้วยซ้ำ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องตรงกัน พ่อโม่เชิญเจ้าหน้าที่เทศบาลมาดำเนินการจดทะเบียนสมรสที่บ้านโดยตรง
ในเวลานี้เอง ซูลี่ก็เห็นโม่สิงหย่วน... ในรูปภาพแล้ว
ผู้ชายที่อยู่ในรูปเป็นเหมือนกับที่ลู่จิ้งบอกเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลา โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ลุ่มลึกมีจิตวิญญาณ ราวกับสามารถล่อลวงคนได้
ผู้ชายที่ดีเลิศขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เธอก็ไม่มีทางได้ครอบครองอย่างแน่นอน
ทะเบียยสมรสยื่นมาอยู่ตรงหน้าของซูลี่ เธอเชยชมมันอย่างละเอียด ถึงแม้จะเป็นรูปถ่ายที่แต่งขึ้น แต่ก็พอแก้ขัดไปได้
แม่โม่หยิบบัตรธนาคารออกมายื่นมาให้กับซูลี่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดงานแต่งงาน แต่สินสอดทองหมั้นก็จัดเตรียมไว้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังให้เงินใช้จ่ายกับเธออีกก้อนด้วย
สรุปก็คือใจกว้างมาก จำนวนตัวเลขมากจนซูลี่รู้สึกว่าบัตรใบนี้มันหนักมาก
เธอไม่ได้ปฏิเสธ รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ
เธอมองไปที่ทะเบียนสมรสอีกครั้ง สายตาหยุดอยู่ที่คำว่า [โม่สิงหย่วน] ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่ผู้ชายคนนี้รู้ว่าพ่อแม่ของเขา “ขาย” เขา แล้วจะมีความรู้สึกยังไง
...
หลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลโม่ด้วยกันกับพ่อ พ่อก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกดีอกดีใจมาก
“ตระกูลโม่ให้ผลประโยชน์พ่อมาไม่น้อยสินะ”
ซูเว่ยอันชะงักไปทันที สีหน้าอึดอัด “แกกำลังพูดอะไร”
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว” ซูลี่หยุดมองเขา “ถ้าไม่ได้มีผลประโยชน์ พ่อก็คงไม่คิดถึงฉัน”
สีหน้าของซูเว่ยอันอึดอัดอยู่ไม่น้อย “อาลี่...”
ซูลี่ยกมือขึ้น ไม่อยากฟังคำพูดที่สวยหรูพวกนั้นของเขา
เธอเดินตรงไปข้างหน้า ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย “นี่เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไป เลิกติดต่อกันอีก”
......
เมื่อลู่จิ้งรู้ว่าเธอแต่งงานกับโม่สิงหย่วนแล้วจริง ๆ ก็เดินวนไปวนมาอยู่กับที่
น่าเสียดาย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเสียใจแล้ว
“พ่อของเธอนี่ร้ายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นกับดักแล้วยังจะผลักเธอลงไปอีก เธอเองก็โง่ ทำไมถึงต้องไปจดทะเบียนสมรสเร็วขนาดนี้ด้วย” ถ้าเขาทรมานเธอจริง ๆ เธอยังไม่ได้จดทะเบียนก็ยังหนีไปได้อยู่ แต่เธอจดทะเบียนสมรสก่อนแบบนี้ ถ้าเขาฆ่าเธอขึ้นมาเธอหนีไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี”
ลู่จิ้งทั้งกระวนกระวายทั้งโมโหทั้งเป็นกังวล ตาแดงก่ำไปหมด
เพื่อนสนิทโกรธ แต่ซูลี่ปลอบประโลมลู่จิ้งด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน “จดทะเบียนสมรสไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้คิดที่จะไปปรากฏตัวต่อหน้าเขา”
ลู่จิ้งจ้องมองเธอ
ดวงตาของซูลี่เจ้าเล่ห์ ถึงแม้ว่าความคิดมันจะโหดร้ายไปหน่อย แต่มันก็เป็นความจริง
“เธอบอกว่าเขามีชีวิตอยู่ไม่ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าไม่ใช่เหรอ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน หลบซ่อนไปก่อน รอให้เขาไม่ไหวแล้ว ฉันก็ค่อยโผล่หน้าออกไป”
ซูลี่คิดเอาไว้อย่างสวยหรู แต่ความจริงนั้นกลับโหดร้าย
คำพูดนี้พูดได้ไม่กี่วันเท่านั้น ก็มีคนมาหาเธอแล้ว
“คุณโม่ต้องการเจอกับภรรยาของเขา”
ฤดูหนาวที่เย็นยะเยือก สายลมหนาวจนเข้ากระดูก
ความอบอุ่นภายในรถตู้ไม่สามารถทำให้หัวใจที่เย็นเฉียบของซูลี่อบอุ่นได้เลย
ไม่ว่าจะยังไงเธอก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย
มาคิดดูอีกที มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว เขาจะมาไม้ไหนได้?
ซูลี่สงบสติอารมณ์ ส่งข้อความไปหาลู่จิ้ง ให้เธอใจเย็น
รถมาจอดอยู่ตรงสโมสรบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของไนท์ซิตี้
คนขับรถเปิดประตูรถ การกระทำเคารพนอบน้อม แต่ท่าทีกลับไร้ซึ่งความเคารพนับถืออย่างสิ้นเชิง
ซูลี่ลงมาจากรถ ผู้ชายเดินอยู่ข้างหน้า
เดินผ่านทางเดินที่โอ่อ่าหรูหรา มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่อยู่ในสุด ประตูใหญ่สองบานถูกเปิดออก ผู้ชายคนนั้นถอยไปอยู่ด้านข้าง “คุณโม่ คนมาแล้วครับ”
พูดจบ ก็ส่งสัญญาณให้เธอเข้าไป
ซูลี่ราวกับลูกศรที่ขึ้นคันธนู หันหลังกลับไม่ทันแล้ว
เธอก้าวเข้าไปอย่างมั่นอกมั่นใจ ด้วยความคิดที่ว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว
ประตูด้านหลังปิดลง
พื้นที่ปิดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด อากาศเริ่มเบาบางลง วินาทีนี้หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นพิเศษ
กวาดสายตามองออกไป มีคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาข้างใน
เขานั่งไขว่ห้าง เอนพิงบนโซฟาหนังแท้ เนื่องจากอยู่ค่อนข้างไกล จึงมองไม่ค่อยชัดนัก
ไฟสีแดงจากบุหรี่กระพริบอยู่ภายในห้องที่มืดสลัว ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งจาง ๆ อยู่ในอากาศ
ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไป เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
เขาไม่ขึ้นกล้อง
ตัวจริงดูดีกว่าในรูปถ่าย มีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่แตกต่างคือ สีหน้าของเขาดูซีดเผือดกว่าในรูป
คอเสื้อสีดำเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงลูกกระเดือกและไหปลาร้าที่แสนเซกซี่
อาการป่วยทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาซีดเซียวดูไม่แข็งกร้าวอย่างแปลก ๆ
แต่สีหน้าของเขาค่อนข้างดี เหมือนคนป่วยใกล้ตายเสียที่ไหน
ลำพังแค่ใบหน้านี้ ก็สามารถทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยอยากจะมีลูกกับเขาแล้ว
หลังจากเดินเข้าไปใกล้ ซูลี่ถึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังถือทะเบียนสมรสอยู่ในมือ
ใช่ ทะเบียนสมรสถูกแม่ของเขาเอาไปในตอนนั้น
หลังจากที่จดทะเบียนสมรสให้กับลูกชายเสร็จ แน่นอนว่าต้องบอกให้เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
เธออยากจะหลบ แลดูจะเพ้อฟันไป
“ไม่เคยได้ยินเรื่องคนตายเพราะเงินบ้างเหรอ?” โม่สิงหย่วนจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าคนนี้
ผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาได้ในเวลาแบบนี้ เห็นแก่เงินเท่านั้น
ซูลี่รู้ดีว่าหลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว คำพูดนี้ก็กำลังย้ำเตือนว่าเธอจะตายเพราะเงิน
เลยตัดสินใจถึงไหนถึงกัน ยกยิ้มที่มุมปาก ดูมีเสน่ห์เย้ายวน “ทำไม ไม่คิดว่าฉันชอบคุณ ที่แต่งานกับคุณเพราะปรารถนามานานแล้วบ้างเหรอ?
โม่สิงหย่วนบีบบุหรี่แน่น
วางแผนมานาน.. มีคนแบบนี้อยู่จริง แต่เวลาแบบนี้ไม่น่าจะมี
โม่สิงหย่วนมองแวบเดียวก็มองคำพูดจอมปลอมและรอยยิ้มที่ปลอมเปลือกของซูลี่ได้ทันที
เขาดับบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ นิ้วมือที่เรียวยาวกวักไปหาเธอ
ซูลี่กลืนน้ำลายเบา ๆ เธอเข้าไปใกล้อีกนิด
โม่สิงหย่วนวางขาลง นั่งตัวตรง ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของซูลี่เอาไว้ ออกแรงดึงเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด
ซูลี่ถูกกระชากจนไม่ทันได้ตั้งตัว คนทั้งคนล้มเข้าไปอยู่บนตัวของเขา ก่อนจะถูกเขาดันขึ้นมานั่ง
วินาทีนั้น มือของเขาก็แนบไปที่เอวของเธอ
ถึงแม้ว่าจะสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่เอาไว้ แต่บริเวณที่ถูกเขากดก็รู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลยสักนิด เขาใช้ทะเบียนสมรสเชยคางของเธอขึ้นมา ดวงตาที่ลุ่มลึกแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “ชอบผมงั้นเหรอ?”
หัวใจของซูลี่เต้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าสงบนิ่ง ขอบใบทะเบียนสมรสบาดคางของเธอทำให้รู้สึกอึดอัด สุดท้ายก็ทำเป็นใจดีสู้เสือหันไปสบตากับเขา “ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานในไนท์ซิตี้ น่าจะชื่นชมคุณกันหมดเลยสินะ”
“เหอะ”
โม่สิงหย่วนส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากในลำคอ “คุณไม่กลัวตายเหรอ?”
“กลัว”
โม่สิงหย่วนเลิกคิ้ว
ซูลี่สีหน้าจริงจัง “จะช้าจะเร็วยังไงก็ต้องตายอยู่ดี การที่ได้เป็นสามีภรรยากับคนที่ชอบก่อนตาย ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ”
มีคำสี่คำผุดขึ้นมาในหัวสมองของโม่สิงหย่วน:แต่งเรื่องน้ำเน่า
เขาออกแรงผลักเธอออกไป จากนั้นก็ปัดขาที่เธอนั่งเมื่อตะกี้นี้ รังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“หย่า”
ซูลี่ยืนอย่างมั่นคง หลังจากเห็นทะเบียนสมรสที่ถูกเขาโยนทิ้งไปด้านข้าง เธอนิ่งมาก “หย่ามีระยะเวลาให้ทบทวนหนึ่งเดือน”