ตอน 1

ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็เห็นร่างของคนสองคนกำลังนอนทับกันอยู่บนโซฟา หัวสมองของซูลี่ระเบิดออกทันที

ระหว่างทางเธอจินตนาการว่าเธอโผล่ไปที่บ้านของเหอชู่หมิง บอกกับเขาว่าในที่สุดก็ยุติความสัมพันธ์ระยะไกลตลอดเวลาสองปีแล้วสักที เขาจะต้องดีอกดีใจอย่างแน่นอน

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ภาพที่เห็นกลับเป็นภาพที่เกินกว่าจะรับไหวขนาดนี้

เธอกำหมัด คนที่อยู่บนโซฟากำลังดื่มด่ำจนไม่สังเกตเห็นเธอ

เธอพยายามอดกลั้นความรู้สึกขยะแขยงเอาไว้ หยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดโหมดบันทึกวิดีโอ

ตอนที่พวกเขาเปลี่ยนท่านั้น ในที่สุดผู้หญิงก็เหลือบมาเห็นซูลี่ เธอตกใจจนกรีดร้องออกมาทันที

เหอชู่หมิงเองก็ตกใจเหมือนกัน รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว แอบซ่อนผู้หญิงเอาไว้ข้างหลังของตัวเองทันที

“คุณกลับมาได้ยังไง คุณทำอะไร?”

ซูลี่ตาแดงก่ำ ”ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้ แน่นอนว่าฉันต้องบันทึกเอาไว้โพสต์ลงไปในไทม์ไลน์สักหน่อยน่ะสิ”

เหอชู่หมิงได้ยินแบบนี้ก็ไม่สนใจผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังแล้ว ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วลงไปขอร้องอ้อนวอนขอโอกาสกับซูลี่ที่พื้นทันที

“ถ้าคุณก้าวมาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะโพสต์ลงไปในไทม์ไลน์ทันที” ซูลี่พูดขู่

เหอชู่หมิงไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเดินตรงไปข้างหน้าต่อ

ซูลี่เปิดเข้าไปในไทม์ไลน์ทันที

เหอชู่หมิงรู้สึกช็อกตกใจ

ผู้หญิงที่อ่อนโยนว่านอนสอนง่ายมาตลอดกลับทำเรื่องที่ร้ายกาจได้ขนาดนี้!

“ซูลี่ อยากตายหรือไง!” เหอชู่หมิงโกรธจนเส้นเลือดปูดนูนออกมาจากหน้าผาก แทบอยากจะฆ่าซูลี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ

ซูลี่หยิบโทรศัพท์ออกมา หมายเลข 110 ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอแล้ว “ฉันแจ้งตำรวจแล้ว”

เหอชู่หมิงเบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออก “เธอ...”

เมื่อเห็นว่าซูลี่ไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ท่าทางโหดเหี้ยมไร้ความเมตตา เหอชู่หมิงก็ชี้ไปหาเธอทันที “ดี เธอนี่มันร้ายจริง ๆ!”

แววตาของซูลี่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น “สองปีที่ผ่านมา ฉันถือซะว่าฉันตาบอดก็แล้วกัน ไม่สิ ฉันควรจะบอกว่าเพราะคุณมันชั่วต่างหาก”

...

ซูลี่ออกมาจากบ้านของเหอชู่หมิง จากนั้นก็ไปยังบ้านของลู่จิ้งที่เพื่อนสนิท

อยู่ที่บ้านของลู่จิ้งมาห้าวัน ลู่จิ้งด่าทอสาปแช่งเหอชู่หมิงตลอดทั้งห้าวัน

เช้าวันนี้เธอเห็นซูลี่กำลังดูโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ที่หดหู่ จึงเดินตรงเข้าไปโอบเธอเอาไว้ “ผู้ชายเลว ๆ ไม่คุ้มให้เธอเสียน้ำตาเลยสักนิด”

ซูลี่ส่ายหน้า “ฉันไม่ได้เสียใจตั้งนานแล้ว เพียงแค่ลังเลกับเรื่องแต่งงานที่ซูเว่ยอันเตรียมให้กับฉันเท่านั้น”

“อะไรนะ?”

พ่อของซูลี่เตรียมเรื่องแต่งงานให้กับเธอ เอาแต่โน้มน้าวให้เธอกลับมาพูดคุยกัน

บอกว่าฐานะทางบ้านของฝ่ายชายดีมาก แถมคนก็ทั้งสูงทั้งหล่อ แล้วก็เป็นลูกชายคนเดียวอีก

ตราบใดที่เธอตกลงแต่งงานด้วย ตระกูลของฝ่ายชายก็จะให้สินสอดทองหมั้นเจ็ดหลัก ถ้าตั้งท้องภายในสองเดือน ก็จะได้เงินอีกห้าร้อยล้าน หากให้กำเนิดลูกสักคน ก็จะกลายเป็นนายหญิงของตระกูล มีทรัพย์สินมากมายนับไม่ถ้วน

ลู่จิ้งได้ยินแบบนี้ก็ตบมือทันที ก่อนจะหัวเราะเยาะเย้ย “นี่น่าจะเป็นเจตนาของแม่เลี้ยงนั่นของเธอสินะ” ถ้ามีเรื่องที่ดีงามขนาดนี้จริง ๆ ทำไมเธอถึงไม่ให้ลูกสาวของตัวเองไปแต่งงานแทนล่ะ มันคือกับดักชัด ๆ ”

“เธอรู้เรื่องราวภายในเหรอ?”

“พูดมาแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่มีเรื่องสำคัญบางเรื่องที่ไม่ได้บอกเธอ”

“หืม”

ลู่จิ้งพูดขึ้น “คนคนนั้นชื่อโม่สิงหย่วน มีเงินทองมีหน้าตามีอำนาจอิทธิพลจริง ๆ เมื่อก่อนผู้หญิงของไนท์ซิตี้ต่างก็อยากจะแต่งงานกับเขาทั้งนั้น ต่อให้ไม่ได้แต่งงานขอแค่ได้หลับนอนสักครั้งก็ยังดี

“โม่สิงหย่วน...” ซูลี่พึมพำชื่อนี้ “รู้สึกคุ้น ๆ นิดหน่อย”

ลู่จิ้งสบถอย่างแผ่วเบา “คนของไนท์ซิตี้ต่างก็คุ้นกับชื่อนี้กันทั้งนั้นแหละ”

ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “ปีที่แล้วมีการเปิดเผยว่าเขาป่วยหนัก มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ได้ยินมาว่าตอนแรกเขามีแฟน หลังจากที่รู้เรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะหนีไปต่างประเทศแล้ว”

“พูดตามตรง คนที่ใกล้ตายแล้ว แต่งงานกับเขาก็ไม่ต่างอะไรจากแต่งงานกับคนตาย”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง น่าเวทนาจริง ๆ

ลู่จิ้งเบะปาก “พอมีแม่เลี้ยง พ่อแท้ ๆ ก็เหมือนไม่มี คำนี้มันจริงที่สุด แม่เลี้ยงคนนั้นของเธอต้องการให้เธอแต่งงานไปเป็นแม่ม่าย”

“หลังจากที่เขาตายไปแล้วก็แต่งงานใหม่ได้”

ลู่จิ้งเบิกตากว้าง “เดี๋ยวนะ นี่เธอคิดจริงเหรอเนี่ย ผู้ชายคนนั้นป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ตอนนี้สภาพจะขี้เหร่ขนาดไหนกัน อีกอย่างไปแต่งงานกับคนเขาในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ก็เท่ากับต้องการมีผู้สืบสกุลเอาไว้ก่อนตายไม่ใช่หรือไง”

“คนแบบนี้มันวิปริตจะตาย!”

ซูลี่พูดเบา ๆ “แต่ให้เยอะนะ!”

“...”

“อีกอย่าง พอเขาตายไป ฉันก็จะได้สืบทอดมรดกของเขาต่อด้วย” สีหน้าของซูลี่เรียบเฉย “ถึงตอนนั้นก็จะมีเงินมีอิสระ คนมากมายต่างก็อิจฉากันทั้งนั้น”

ลู่จิ้งถลึงตาโตด้วยความตกใจ “เธอเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม?”

ตอน 2

“เปล่าสักหน่อย” ซูลี่สีหน้าจริงจัง “ฉันคิดมาแล้ว ความรักมันก็เหมือนกับผีนั่นแหละ เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลิกไล่ตามได้แล้ว”

“อีกอย่าง พวกเราขยันทำงานขนาดนี้ ก็เพื่อหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เพื่อได้รับอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่หรือไง ตอนนี้มีทางลัดแล้ว ทำไมฉันถึงจะไม่เลือกเดินล่ะ”

ลู่จิ้ง “... ทำไมรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ”

ซูลี่ยิ้มแย้ม “เพราะความจริงมันเป็นแบบนี้”

...

ตอนค่ำ เหอชู่หมิงใช้โทรศัพท์ของคนอื่นโทรไปหาซูลี่ ด่าซูลี่ว่าเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม

หลังจากวางสายก็เปลี่ยนเบอร์ เธอล็อคไปก็หลายเบอร์ จนเธอตัดสินใจปิดเครื่องไปซะดื้อ ๆ

วันรุ่งขึ้น ซูลี่เปิดเครื่องขึ้นมาก็มีข้อความเด้งเข้ามามากมาย

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้อความที่เหอชู่หมิงส่งมา คำด่าต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าคำอะไรก็ล้วนแล้วแต่พรั่งพรูออกมา

ไทม์ไลน์ระเบิดทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่เหอชู่หมิงปล่อยข่าวว่าซูลี่เสริมหน้าอกมา ด่าว่าเธอบ้าผู้ชายแต่ยังแสร้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์..

สรุปก็คือ มีแต่คำพูดหยาบคายไม่น่าฟังทั้งนั้น

ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีเหตุผลของมัน

สวรรค์อยากจะให้เธอได้รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ชายสารเลวเร็ว ๆ ดังนั้นถึงได้ให้เธอได้เห็นภาพเหตุการณ์นั้น

เธอโทรศัพท์ไปหาซูเว่ยอัน ตอบตกลงข้อเสนอของเขา

สองพ่อลูกมายังคฤหาสน์ของตระกูลโม่ ไม่เจอกับโม่สิงหย่วน พ่อแม่ของเขาเป็นคนออกหน้ามาต้อนรับแทน

เมื่อรู้ว่าซูลี่เต็มใจแต่งงานกับโม่สิงหย่วน พวกเขาก็ไม่สามารถเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้

ซูลี่มีเพียงแค่คำขอเดียวเท่านั้น ก็คือจดทะเบียนสมรสกันก่อน

เหตุผลที่เธอให้ คือมันต้องถูกกฎหมาย

ส่วนเรื่องงานแต่งงาน เธอไม่ต้องการ

แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่คัดค้ายอยู่แล้ว กลัวว่าเธอจะไม่ยอมแต่งงานด้วยซ้ำ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องตรงกัน พ่อโม่เชิญเจ้าหน้าที่เทศบาลมาดำเนินการจดทะเบียนสมรสที่บ้านโดยตรง

ในเวลานี้เอง ซูลี่ก็เห็นโม่สิงหย่วน... ในรูปภาพแล้ว

ผู้ชายที่อยู่ในรูปเป็นเหมือนกับที่ลู่จิ้งบอกเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลา โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ลุ่มลึกมีจิตวิญญาณ ราวกับสามารถล่อลวงคนได้

ผู้ชายที่ดีเลิศขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เธอก็ไม่มีทางได้ครอบครองอย่างแน่นอน

ทะเบียยสมรสยื่นมาอยู่ตรงหน้าของซูลี่ เธอเชยชมมันอย่างละเอียด ถึงแม้จะเป็นรูปถ่ายที่แต่งขึ้น แต่ก็พอแก้ขัดไปได้

แม่โม่หยิบบัตรธนาคารออกมายื่นมาให้กับซูลี่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดงานแต่งงาน แต่สินสอดทองหมั้นก็จัดเตรียมไว้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังให้เงินใช้จ่ายกับเธออีกก้อนด้วย

สรุปก็คือใจกว้างมาก จำนวนตัวเลขมากจนซูลี่รู้สึกว่าบัตรใบนี้มันหนักมาก

เธอไม่ได้ปฏิเสธ รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ

เธอมองไปที่ทะเบียนสมรสอีกครั้ง สายตาหยุดอยู่ที่คำว่า [โม่สิงหย่วน] ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่ผู้ชายคนนี้รู้ว่าพ่อแม่ของเขา “ขาย” เขา แล้วจะมีความรู้สึกยังไง

...

หลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลโม่ด้วยกันกับพ่อ พ่อก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกดีอกดีใจมาก

“ตระกูลโม่ให้ผลประโยชน์พ่อมาไม่น้อยสินะ”

ซูเว่ยอันชะงักไปทันที สีหน้าอึดอัด “แกกำลังพูดอะไร”

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว” ซูลี่หยุดมองเขา “ถ้าไม่ได้มีผลประโยชน์ พ่อก็คงไม่คิดถึงฉัน”

สีหน้าของซูเว่ยอันอึดอัดอยู่ไม่น้อย “อาลี่...”

ซูลี่ยกมือขึ้น ไม่อยากฟังคำพูดที่สวยหรูพวกนั้นของเขา

เธอเดินตรงไปข้างหน้า ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย “นี่เป็นครั้งสุดท้าย ต่อไป เลิกติดต่อกันอีก”

......

เมื่อลู่จิ้งรู้ว่าเธอแต่งงานกับโม่สิงหย่วนแล้วจริง ๆ ก็เดินวนไปวนมาอยู่กับที่

น่าเสียดาย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเสียใจแล้ว

“พ่อของเธอนี่ร้ายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นกับดักแล้วยังจะผลักเธอลงไปอีก เธอเองก็โง่ ทำไมถึงต้องไปจดทะเบียนสมรสเร็วขนาดนี้ด้วย” ถ้าเขาทรมานเธอจริง ๆ เธอยังไม่ได้จดทะเบียนก็ยังหนีไปได้อยู่ แต่เธอจดทะเบียนสมรสก่อนแบบนี้ ถ้าเขาฆ่าเธอขึ้นมาเธอหนีไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี”

ลู่จิ้งทั้งกระวนกระวายทั้งโมโหทั้งเป็นกังวล ตาแดงก่ำไปหมด

เพื่อนสนิทโกรธ แต่ซูลี่ปลอบประโลมลู่จิ้งด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน “จดทะเบียนสมรสไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้คิดที่จะไปปรากฏตัวต่อหน้าเขา”

ลู่จิ้งจ้องมองเธอ

ดวงตาของซูลี่เจ้าเล่ห์ ถึงแม้ว่าความคิดมันจะโหดร้ายไปหน่อย แต่มันก็เป็นความจริง

“เธอบอกว่าเขามีชีวิตอยู่ไม่ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าไม่ใช่เหรอ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน หลบซ่อนไปก่อน รอให้เขาไม่ไหวแล้ว ฉันก็ค่อยโผล่หน้าออกไป”

ซูลี่คิดเอาไว้อย่างสวยหรู แต่ความจริงนั้นกลับโหดร้าย

คำพูดนี้พูดได้ไม่กี่วันเท่านั้น ก็มีคนมาหาเธอแล้ว

“คุณโม่ต้องการเจอกับภรรยาของเขา”

ตอน 3

ฤดูหนาวที่เย็นยะเยือก สายลมหนาวจนเข้ากระดูก

ความอบอุ่นภายในรถตู้ไม่สามารถทำให้หัวใจที่เย็นเฉียบของซูลี่อบอุ่นได้เลย

ไม่ว่าจะยังไงเธอก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย

มาคิดดูอีกที มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว เขาจะมาไม้ไหนได้?

ซูลี่สงบสติอารมณ์ ส่งข้อความไปหาลู่จิ้ง ให้เธอใจเย็น

รถมาจอดอยู่ตรงสโมสรบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของไนท์ซิตี้

คนขับรถเปิดประตูรถ การกระทำเคารพนอบน้อม แต่ท่าทีกลับไร้ซึ่งความเคารพนับถืออย่างสิ้นเชิง

ซูลี่ลงมาจากรถ ผู้ชายเดินอยู่ข้างหน้า

เดินผ่านทางเดินที่โอ่อ่าหรูหรา มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่อยู่ในสุด ประตูใหญ่สองบานถูกเปิดออก ผู้ชายคนนั้นถอยไปอยู่ด้านข้าง “คุณโม่ คนมาแล้วครับ”

พูดจบ ก็ส่งสัญญาณให้เธอเข้าไป

ซูลี่ราวกับลูกศรที่ขึ้นคันธนู หันหลังกลับไม่ทันแล้ว

เธอก้าวเข้าไปอย่างมั่นอกมั่นใจ ด้วยความคิดที่ว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว

ประตูด้านหลังปิดลง

พื้นที่ปิดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด อากาศเริ่มเบาบางลง วินาทีนี้หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นพิเศษ

กวาดสายตามองออกไป มีคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาข้างใน

เขานั่งไขว่ห้าง เอนพิงบนโซฟาหนังแท้ เนื่องจากอยู่ค่อนข้างไกล จึงมองไม่ค่อยชัดนัก

ไฟสีแดงจากบุหรี่กระพริบอยู่ภายในห้องที่มืดสลัว ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งจาง ๆ อยู่ในอากาศ

ซูลี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไป เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

เขาไม่ขึ้นกล้อง

ตัวจริงดูดีกว่าในรูปถ่าย มีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่แตกต่างคือ สีหน้าของเขาดูซีดเผือดกว่าในรูป

คอเสื้อสีดำเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงลูกกระเดือกและไหปลาร้าที่แสนเซกซี่

อาการป่วยทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาซีดเซียวดูไม่แข็งกร้าวอย่างแปลก ๆ

แต่สีหน้าของเขาค่อนข้างดี เหมือนคนป่วยใกล้ตายเสียที่ไหน

ลำพังแค่ใบหน้านี้ ก็สามารถทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยอยากจะมีลูกกับเขาแล้ว

หลังจากเดินเข้าไปใกล้ ซูลี่ถึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังถือทะเบียนสมรสอยู่ในมือ

ใช่ ทะเบียนสมรสถูกแม่ของเขาเอาไปในตอนนั้น

หลังจากที่จดทะเบียนสมรสให้กับลูกชายเสร็จ แน่นอนว่าต้องบอกให้เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

เธออยากจะหลบ แลดูจะเพ้อฟันไป

“ไม่เคยได้ยินเรื่องคนตายเพราะเงินบ้างเหรอ?” โม่สิงหย่วนจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าคนนี้

ผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาได้ในเวลาแบบนี้ เห็นแก่เงินเท่านั้น

ซูลี่รู้ดีว่าหลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว คำพูดนี้ก็กำลังย้ำเตือนว่าเธอจะตายเพราะเงิน

เลยตัดสินใจถึงไหนถึงกัน ยกยิ้มที่มุมปาก ดูมีเสน่ห์เย้ายวน “ทำไม ไม่คิดว่าฉันชอบคุณ ที่แต่งานกับคุณเพราะปรารถนามานานแล้วบ้างเหรอ?

โม่สิงหย่วนบีบบุหรี่แน่น

วางแผนมานาน.. มีคนแบบนี้อยู่จริง แต่เวลาแบบนี้ไม่น่าจะมี

โม่สิงหย่วนมองแวบเดียวก็มองคำพูดจอมปลอมและรอยยิ้มที่ปลอมเปลือกของซูลี่ได้ทันที

เขาดับบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ นิ้วมือที่เรียวยาวกวักไปหาเธอ

ซูลี่กลืนน้ำลายเบา ๆ เธอเข้าไปใกล้อีกนิด

โม่สิงหย่วนวางขาลง นั่งตัวตรง ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของซูลี่เอาไว้ ออกแรงดึงเธอเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

ซูลี่ถูกกระชากจนไม่ทันได้ตั้งตัว คนทั้งคนล้มเข้าไปอยู่บนตัวของเขา ก่อนจะถูกเขาดันขึ้นมานั่ง

วินาทีนั้น มือของเขาก็แนบไปที่เอวของเธอ

ถึงแม้ว่าจะสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่เอาไว้ แต่บริเวณที่ถูกเขากดก็รู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย

ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลยสักนิด เขาใช้ทะเบียนสมรสเชยคางของเธอขึ้นมา ดวงตาที่ลุ่มลึกแฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “ชอบผมงั้นเหรอ?”

หัวใจของซูลี่เต้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าสงบนิ่ง ขอบใบทะเบียนสมรสบาดคางของเธอทำให้รู้สึกอึดอัด สุดท้ายก็ทำเป็นใจดีสู้เสือหันไปสบตากับเขา “ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานในไนท์ซิตี้ น่าจะชื่นชมคุณกันหมดเลยสินะ”

“เหอะ”

โม่สิงหย่วนส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากในลำคอ “คุณไม่กลัวตายเหรอ?”

“กลัว”

โม่สิงหย่วนเลิกคิ้ว

ซูลี่สีหน้าจริงจัง “จะช้าจะเร็วยังไงก็ต้องตายอยู่ดี การที่ได้เป็นสามีภรรยากับคนที่ชอบก่อนตาย ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ”

มีคำสี่คำผุดขึ้นมาในหัวสมองของโม่สิงหย่วน:แต่งเรื่องน้ำเน่า

เขาออกแรงผลักเธอออกไป จากนั้นก็ปัดขาที่เธอนั่งเมื่อตะกี้นี้ รังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

“หย่า”

ซูลี่ยืนอย่างมั่นคง หลังจากเห็นทะเบียนสมรสที่ถูกเขาโยนทิ้งไปด้านข้าง เธอนิ่งมาก “หย่ามีระยะเวลาให้ทบทวนหนึ่งเดือน”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED