“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”
พอจับสองคนนั้นแยกออกจากกัน ฉันก็เดินผ่ากลางออกมาอย่างหัวเสีย แล้วผู้หญิงที่โดนฉันขัดโมเม้นต์ฟินๆ นั่นก็คว้าแขนฉันกระชากถอยกลับไป ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับฉันและจ้องมาเหมือนจะเอาเรื่อง
หมับ!
“นี่แก!”
“ทำไม?!” ฉันถามออกไปอย่างอารมณ์เสียไม่ต่างกัน แล้วหันไปจ้องหน้าเฮียโยแบบโคตรหงุดหงิด เฮียเลยเดินเข้ามาจับแขนผู้หญิงคนนี้ออกและส่งเสียงเข้มออกมา
“ลิลลี่!”
“ก็มัน...”
“ไปรอข้างนอก!”
ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไร เฮียโยก็พูดออกมาเสียงเรียบ จากที่ผู้หญิงคนนี้ทำท่าจะหัวร้อนใส่ฉันเลยกลายเป็นหงอยใส่เฮียไปซะงั้น หึ! นี่แหละนะมารยาหญิง
“ก็ได้ค่ะ”
พูดจบยัยนี่ก็เดินหนีไป แต่ก็ไม่วายจะมองตาขวางใส่ฉันจนสุดสายตา นี่แค่จูบนะ ถ้าเกิดได้กันใต้บันไดแล้วฉันไปขัดขึ้นมา ไม่โดนกระชากหัวไปโขกราวบันไดแบบนับตามจำนวนขั้นเลยรึไง หน้าไม่อาย!
ฉันมองยัยลิลลี่อะไรนั่นเดินพ้นไปจนสุดทางเดิน แล้วพอหันกลับมาก็เจอกับเฮียโยที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างใช้ความคิด
“มองไม?!”
เห็นเฮียมองมาแบบนั้นฉันเลยตะคอกออกไป กล้าทำได้ไงวะ เห็นหน้าเฮียแล้วอยากจับทุ่มลงพื้น คนบ้าไรแค่หน้าตาธรรมดาก็น่าใช้กำลังด้วยซะจริง!
“เราแม่งดุฉิบหาย T.T”
เฮียโยพูดออกมาแล้วทำหน้าสลดลงเล็กๆ ส่งมาให้ฉัน แต่ถามว่าฉันเชื่อแอคติ้งนี้ของเฮียมั้ย? ขอตอบแบบไม่ต้องคิด ...ไม่เลย!
“ไม่ต้องสร้างภาพได้มั้ย” พูดจบฉันก็ก้าวขาจะเดินหนี แต่เฮียโยก็เอื้อมมือมาคว้าแขนฉันไว้อีก
หมับ!
“จะไปไหน?” เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ถามออกมา ฉันเลยตอบกลับไปแบบเซ็งๆ ไม่รู้จะอยู่ทำไม..
“ไปหาเฮียพาย หาเฮียบีท” ได้ยินแบบนั้นเฮียก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วถามกลับมาใหม่
“ไปหาพวกมันทำไม” ..เอ้า เฮียโยสติดีป่าวอ่ะ -_-?!
“Congrats ไง”
พอได้ฟังเฮียก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ฉันเลยก้าวขาจะเดินต่อแล้วเฮียก็เข้ามาขวางไว้ อะไรอีกล่ะ?!
พรึ่บบบ!
“งั้น Congrats เฮียก่อนดิ เฮียก็จบนี่ไง”
พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ชุดครุยที่โคตรจะเลอะรองพื้นของยัยลิลลี่อะไรนั่นของตัวเอง ก่อนจะทำท่าปัดๆ มันลวกๆ จนยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ เหอะ! บอกละไงให้ทำเองยิ่งเละ
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
“ไร้สาระ! ก็ไปพร้อมกันดิ” ฉันพูดไปแล้วเอื้อมมือไปปัดชุดครุยเลอะๆ ของเขาไป แล้วเฮียโยก็มองมาแถมยังทำหน้างอใส่
“ไม่ เราเจอเฮียก่อน ต้องบอกเฮียก่อนดิ”
เออนะ..เอาเข้าไป เฮียโยจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนกดดันให้ฉันตามใจ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกไปตามใจเขาจนได้นั่นแหละ
“อืม Congrats นะเฮีย พอใจละนะ..ป่ะ”
พอพูดจบประโยคฉันก็เดินหนี แต่เฮียก็เอื้อมแขนมาคล้องคอฉันไว้ ก่อนจะลากกลับไปหาเขาอีกทีอยู่ดี แล้วจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับไปหยุดตรงหน้าเขามันเลยเหมือนเฮียกำลังกอดฉันไว้ ซึ่งเราใกล้กันมากจนใจฉันมันดันสั่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยไง...
“ตั้งใจหน่อยดิ เฮียจบทั้งทีเลยนะเว้ย”
แขนข้างหนึ่งของเฮียกำลังคล้องคอฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ถูกส่งมายีผมฉันเบาๆ อย่างได้ใจ พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ฉันจับใจความแทบไม่ได้เพราะไอ้การกระทำของเฮียมันดันทำฉันหูอื้อไปแบบฉับพลัน
“ตั้งใจ..แบบเฮียเมื่อกี๊?”
ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างใจคิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เฮียโยมีผู้หญิงมากมาย การเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมันทำให้ฉันเห็นภาพพวกนั้นจนชิน ไม่ว่าเฮียจะทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ที่ผ่านมาแม้จะพยายามจะไม่สนใจ แต่วันนี้..ตอนนี้. ทำไมลึกๆ ฉันโคตรกระวนกระวายจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
“อันนั้นไม่นับดิ โดนรุกแบบไม่ตั้งตัวอย่างงี้ ก็ต้องมีเคลิ้มบ้าง >////<”
เฮียพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจแถมยังแอบทำหน้าฟินอย่างไม่สำนึก แต่ฉันที่เป็นคนฟัง พอได้ยินมันก็กลับเดือดเนื้อร้อนใจจนโพล่งออกไปอย่างไม่ทันระวัง
“เฮียแม่งใจง่าย!”
พอคิดได้ว่าปากมันดันเผลอพูดไปแบบนั้น ฉันก็หันหน้าหนี แล้วเฮียก็เลื่อนมือมาบีบแก้มฉันจนหน้าบู้บี้ไปในทันที
“เรานี่มันปากร้าย”
“งื้อออ อ่อย! (ปล่อย) ”
ฉันพูดพร้อมกับสะบัดหน้าเบาๆ หลบมือเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมมันหน่วงๆ ทุกทีเลยวะ เวลาเฮียทำเหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไม่สำนึก ..ไม่สนใจ
“เอาใหม่ Congrats เฮียใหม่ดิ๊.. เร็ว”
เฮียโยยอมปล่อยมือจากแก้มฉัน แล้วเลื่อนมาบีบจมูกเบาๆ แทนก่อนจะออกคำสั่ง ฉันเลยถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วก็พูดออกไปช้าๆ อย่างเอือมๆ
“ยินดีด้วย ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว...”
“โรส พูดเพราะๆ” แล้วเฮียก็ส่งเสียงดุออกมาเบาๆ อีก ฉันเลยเบะปากตอบกลับไปสั้นๆ จนเฮียขำออกมาในท่าทางแบบนั้น
“...ค่ะ!”
“หึ.. ครับ ขอบคุณนะ ^_^” เฮียโยส่งยิ้มหวานกลับมาแบบร่าเริงเกินเรื่องจนฉันหมั่นไส้ เลยพูดต่อแล้วเหล่ตามองเขาแบบเหน็บๆ กลับไป
“อย่าดื้อให้มันมากนัก แล้วก็อย่าพลาดทำใครท้องก่อนเรียนจบล่ะ ยิ่งแรดๆ อยู่!”
ป๊อก!
พูดจบฉันก็ใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองดีดหน้าผากเฮียไปที แล้วรีบผละออกจากวงแขนของเฮีย ส่วนเฮียก็ทำหน้ามุ่ยร้องโอดโอยออกมา แล้วเลื่อนมือหนาไปลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ หลายที
“โอ๊ย เฮียเจ็บนะเว้ย!”
“สมน้ำหน้า!” ยิ่งเห็นท่าทางเจ็บจริงของเฮีย ฉันยิ่งสะใจ แต่โอดโอยได้ไม่เท่าไหร่หูตาเขาก็แพรวพราวขึ้นมาอีกละ
“ไหนมากอดทีดิ๊ ^_^”
“.....”
พอเฮียพูดมาแบบนั้นฉันก็ชะงักไปและจ้องหน้าเขานิ่ง แล้วเฮียก็มองมาด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะยกแขนขึ้นทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไป แต่ฉันมุดหนีวงแขนนั้นจนเขาโวยวายและเดินตามมาเหมือนตั้งใจจะกอดให้ได้ ซึ่งมันอันตรายต่อใจฉันมากไปก็เลยต้องหนีแบบนี้นี่ไง
“อะไร กอดหน่อยไม่ได้ไง เร็วๆ”
“ไม่ดะ...”
พรึ่บบบ!
ฉันยังพูดไม่ทันจบ เฮียโยก็อาศัยจังหวะที่ฉันแปลกใจในท่าทางของเขา พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่นมาก แถมยังไม่ยอมขยับไปไหน ทำให้ตอนนี้เราได้แต่ยืนนิ่งๆ แบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่ขยับฉันก็ขยับไม่ได้เลย เพราะเฮียตัวใหญ่เบ้อเร่อเลยน่ะสิ!
“อื้อ อึดอัด -////-”
ฉันบ่นออกไปทั้งที่หน้าเริ่มออกร้อนขึ้นมา แต่จะให้เฮียเห็นอาการที่เป็นตอนนี้มันก็ไม่ได้ไง ก็ฉันน่ะ..ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกที่มีตอนนี้อ่ะ!
“รีบตามไปล่ะไอ้แสบของเฮีย”
เฮียโยพูดออกมาแล้วเลื่อนมือมายีผมฉันเบาๆ อีกครั้ง ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ มันดูเหมือนเขากำลังเอ็นดูฉัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยสักนิด!
“ไม่ไป ไม่อยากเจอ”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจฉันทั้งยิ้มและกรี๊ดออกไปในคำพูดของเขาซ้ำๆ บางที..คนเราก็ต้องปากแข็งบ้าง ถ้ามันจะรักษาความลับบางอย่างที่มีเอาไว้ไม่ให้มันถูกเปิดเผยออกไปให้ใครรู้
“เฮียต้องคิดถึงเราแน่เลยว่ะ”
เฮียโยยังคงพูด..คำพูดธรรมดาของเขา ที่ในทางกลับกันมันชวนให้ฉันดิ้นตายในใจซ้ำๆอยู่แบบนั้น แล้วก็เหมือนเดิมคือฉัน…
“คิดถึงบ้าไร ไร้สาระ -////-”
“ดูแลตัวเองด้วย ห่วง..”
ยิ่งนานไปคำพูดพวกนั้นกับอ้อมกอดนี้ยิ่งชวนให้ฉันเผลอไผลไปกับมันจนเกือบจะลืมตัว ฉันเลยเลือกตัดบทไปแล้วพยายามจะผละออกแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี
“จะดราม่าทำไมเนี่ย”
พรึ่บ! พรึ่บบบ!
“ไม่ได้ดราม่าเว้ย ห่วงจริง..”
เฮียโยดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และครั้งนี้มันแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าจนฉันเริ่มใจเต้นแรง แต่ยังต้องกลบเกลื่อนไอ้ความหวั่นไหวพวกนั้นด้วยคำพูดที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กว่าพูดออกไปต้องตั้งสติแล้วตั้งสติอีก
“ห่วงมากขนาดนั้นเลย -////-?”
“เออดิ แยกกันแล้วจะเถียงกับใครวะ”
เฮียโยบ่นอุบอิบออกมาอย่างเอาแต่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคำพูดธรรมดาพวกนั้นมันกระทบความรู้สึกฉันเข้าจังๆ จนเกือบจะพูดบางอย่างออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“งั้นซ้ำชั้นอีกปีเอามั้ย?”
อีกคำถามที่ฉันต้องกลั้นใจพูดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ยังเป็นปกติ แล้วเฮียก็ตอบมาแบบกวนๆ ตามสไตล์ของเขา
“เออน่าสน”
“บ้ารึไง ปล่อยได้ยังอึดอัด” ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วส่งเสียงท้วงเล็กๆ เฮียเองก็ส่ายหัวออกมา
“ยัง.. เป็นผู้หญิงอ่ะระวังตัวด้วย”
เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันได้ฟังคำพูดพวกนี้ ทั้งเฮียโยและเฮียคนอื่นก็พูดอะไรแบบนี้จนฟังซะเบื่อ
“ระวังตัวจากใคร ผู้ชายเหี้ยๆ แบบเฮี...”
“เฮ้ยแรงไป! ที่พูดนี่เข้าใจมั้ย?”
ไม่รอให้ฉันพูดจบเฮียโยก็พูดสวนออกมา แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น ถึงทุกเฮียจะพูดเหมือนห่วงพวกฉัน แต่ไอ้ความอันตรายจากผู้ชายที่ว่า.. มันก็เข้าตัวพวกเขาทั้งนั้นอะนะ ซึ่งฉันชินละ
“อื้ม รู้แล้ว -////-”
ฉันตอบเฮียโยกลับไป แล้วเฮียก็เงียบไปแป๊บหนึ่งแต่ก็ยังกอดฉันไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ฉันเองก็ใช้โอกาสนี้ซึมซับไอ้ความรู้สึกที่มีจากสัมผัสของเขาเงียบๆ ท่ามกลางคำพูดมากมายที่ยังหาจังหวะพูดมันออกไปไม่ได้
“ตัวนิ่มฉิบหาย เฮียปล่อยเรารอดไปได้ไงวะ -_-”
“ให้ตาย! นี่น้องถูกมั้ย จะเคลมกันเองให้ได้?” พอได้ยินคำพูดที่โคตรจะกวนปนหื่นไม่รู้กาลเทศะของเฮีย ฉันเลยพูดออกไปแบบเอือมๆ
หึ.. ใช่.. ‘น้อง’ ไง ฉันน่ะมันควรเป็นแค่นี้ก็พอแล้วไง เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่ว่าจะพูดอะไร..ก็ไปไม่พ้นตัวสักที
“ฮ่ะๆ” เฮียโยหลุดขำออกมาในคำพูดที่ฉันโต้ตอบออกไป แล้วเขาก็เงียบไปอีก เงียบ..จนเราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
“ปล่อยเหอะเฮีย เลิกแกล้งสักที! >////<”
สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายทักท้วงออกไปอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาก็ยังไม่ยอม และส่งเสียงยียวนเหมือนตั้งใจจะแกล้งกันอยู่แบบนั้นกลับมา
“ไม่เลิกเว้ย ยืนเฉยๆ ไป เดี๋ยวกอดเอง”
เฮียโยพูดออกมาแบบทีเล่นทีจริงจนฉันแยกแยะไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร เลยแกล้งพูดออกไปแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ
“รำคาญว่ะเฮีย >////<”
“แล้วไง..ก็ช่างดิ”
หึ.. นี่คงเป็นอีกครั้งที่ฉันหลุดยิ้มกับความรั้นของร่างสูงที่กอดฉันไว้นิ่งๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ร่างสูงของเฮีย.. ที่แม้จะกวนกันแค่ไหนก็คอยปกป้องฉันจากใครต่อใครเสมอ :)
“โทษนะฮะไอ้คู่จิ้น”
พรึ่บบบ!
ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เฮียพายก็เดินเข้ามา ทำให้ฉันกับเฮียโยผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ
“ไอ้ห่า ตกใจหมด!”
เฮียโยหันไปหาเฮียพายแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าดุๆ เฮียพายเองก็มองมานิ่งๆ ก่อนจะชี้ออกไปข้างนอกที่พอพวกฉันชะเง้อไปมองก็เห็นว่าบรรดาสาวๆ ของเฮียโยกำลังเขม่นกันให้วุ่นวาย แล้วเฮียพายก็ทำหน้าเอือมๆ ออกมา
“ไปเคลียร์ดิ๊ วุ่นวายสัส”
พอเห็นแบบนั้นเฮียโยถึงกับถอนหายใจ แล้วบ่นออกมาแบบเซ็งๆ ซึ่งฉันก็รับฟังมันนิ่งๆ เพราะอย่างที่บอก..มันชิน
“มากันทำไมเยอะแยะวะ” พูดจบเฮียโยก็เดินแยกออกไป แล้วพอเฮียโยเดินพ้นไปปุ๊บ เฮียพายก็หันมาหาฉันปั๊บ
“…ไรเฮีย?”
ฉันถามออกไปอย่างรู้ทัน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเฮียน่าจะอยากพูดอะไร ถึงวันๆนึงเขาจะพูดน้อยมาก แต่การรู้จักกันมาสักพักมันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจเฮียพายผ่านแววตา ไม่ใช่สีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น
“ร้อนไง? หน้าแดง”
เฮียพายพูดออกมาสั้นๆ แต่แววตาโคตรกวน ซึ่งนี่แหละคือบุคลิกที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ของเขา ฉันเลยตอบกลับไปแบบไม่สนใจแล้วก้าวขาจะเดินหนี
“ยุ่ง -////-”
“หึ.. จะบอกมันเมื่อไหร่?”
กึก!
ฉันเดินผ่านหน้าเฮียพายมาแค่สองก้าวเท่านั้น แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเพราะได้ยินคำถามที่ไม่เข้าใจความหมาย เลยถามกลับไป
“บอกอะไร”
พรึ่บบบ!
แล้วเฮียพายก็คว้าสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ฉันใช้เวลาตามหาอยู่นานเป็นอาทิตย์ออกมา ก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ฉันที่ก็รีบคว้ามันทันทีอย่างไม่รีรออะไร
“เฮียไปเอามาจากไหน O_O?!”
ฉันพูดออกไปหน้าตาตื่นและรีบเปิดดูเนื้อหาในนั้นว่ามันยังอยู่ครบมั้ย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน้าไหนหลุดรอดออกไป
“ลิซยืม Text ไปแล้วหยิบติดมา”
เฮียพายตอบกลับมาสั้นๆ แต่จากคำพูดก่อนหน้านั้นแปลว่าเขาต้องอ่านเนื้อหาข้างในนี้แล้วแน่ๆ.. นั่นแปลว่าความลับของฉันมันไม่ได้รู้แค่ฉันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
“รับปากได้มั้ยว่าเฮียจะไม่...”
“ไม่บอก มันจะรู้มั้ย?”
ไม่รอให้ฉันพูดจบ เฮียพายพูดออกมาอย่างรู้ทันและมองมาที่ฉันอย่างเตือนสติ ฉันเลยถอนหายใจออกและก้มหน้ามองข้อความมากมายในสมุดบันทึกอย่างไม่รู้จะพูดอะไร
“.....”
“คิดให้ดี.. ไม่มีเวลาแล้วไม่ใช่รึไง”
ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เฮียพายกำลังจะสื่อ เพราะเฮียโยจะกลับไทยพรุ่งนี้ ฉันเลยเหลือเวลาแค่คืนนี้... พูด...สิ่งที่ก็ไม่รู้ว่ามัน...ควรจะพูดมั้ย
นี่ฉัน..ควรพูดออกไปให้เขารับรู้มั้ย?
- AFTER PARTY -
“จบแล้วโว้ยยย~”
เฮียโยตะโกนออกมาท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังลั่นในบ้านของเขา ที่นี่ตอนนี้มีฉัน ลิซ เฮียพาย เฮียบีท และเหล่ารุ่นพี่ที่จบพร้อมกัน รวมถึงบรรดาสาวๆ ที่แต่ละคนหิ้วมานัวเนียยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
“ดีใจเหมือนได้ใบปริญญา” ฉันพูดเหน็บเฮียไปขำๆ แล้วเขาก็หันมาทำหน้าเหมือนคาดโทษกัน
“มานั่งนี่”
เฮียโยจ้องหน้าฉันอย่างออกคำสั่งแล้วชี้นิ้วไปตรงที่ว่างบนโซฟาข้างเขา ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมด แต่ฉันเลือกที่จะส่ายหัว ทำหน้ากวนๆ ตอบกลับไปอย่างท้าทาย
“ไม่!”
“รักไอ้พายมันมากไง๊?”
แล้วเฮียโยก็ทำหน้าเซ็งๆ พอโดนฉันขัดใจ ฉันเลยแกล้งขยับเข้าไปใกล้เฮียพายที่นั่งอยู่ข้างกัน เอียงหัวทำท่าจะไปซบไหล่เฮียพายขำๆ ก่อนจะพูดออกไป
“ใช่.. รักมากกว่าใครในนี้เลย”
“ใช่?”
พอฉันพูดแบบนั้น เฮียพายก็เลิกคิ้วถามออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน ฉันเลยถลึงตาใส่เขา กลัวเฮียจะหลุดเรื่องนั้นออกมา แล้วเฮียก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มเงียบๆ คนเดียว
“เฮียนี่มัน...”
ฟุ้บ!
จังหวะที่ฉันกำลังเขม่นเฮียพาย อยู่ๆ เฮียโยก็ลุกพรวดจากโซฟาฝั่งตรงข้าม แล้วเดินมาทิ้งตัวตรงที่ว่างข้างฉันที่นั่งอยู่ข้างเฮียพายทันที ฉันเลยหันไปหาเขาแบบงงๆ คือปกติก็นั่งด้วยกันไม่คิดไร แต่ตอนนี้ฉันมีคดีที่ซ่อนไว้ไง กลัวใจตัวเอง -.-
“จะมานั่งเบียดกันทำไมเนี่ยเฮีย” ฉันบ่นกลบเกลื่อนออกไป แล้วเฮียโยก็เลื่อนแขนมาโอบไหล่ฉันไว้ ก่อนจะพูดออกมา
“อยากรักไอ้พายบ้าง โอ๋~ ไอ้เพื่อน”
ผลัวะ!
“หื้ม O[]O?”
พูดจบเฮียโยก็ใช้มือจากแขนข้างที่โอบฉันไว้ตบเข้าที่หัวเฮียพายอย่างแรง จนลิซที่นั่งถัดออกไปทำตาโต เอิ่ม..เคยบอกไปยังว่ายัยนี่ไม่ชอบความรุนแรง ส่วนเฮียพายพอโดนแบบนั้นก็ถึงกับส่ายหัวแล้วพูดออกมาแบบเซ็งๆ
“เหี้ยจริงๆ”
แล้วฉันก็ใช้จังหวะที่พวกเขากำลังเคืองกันลุกพรวดออกจากโซฟาจะหนีไปนั่งกับลิซ แต่เฮียโยก็เอื้อมแขนมาคว้าเอวฉันกดให้นั่งลงที่เดิมอย่างรู้ทัน
พรึ่บบบ! ฟุ้บ!
“เพื่อ?” ฉันหันไปเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ แล้วเฮียโยก็ลอยหน้าลอยหน้าตอบกลับมา
“เป็นไม้กันหมาให้หน่อย เดี๋ยวมันตบเฮียคืนจะทำไง”
“หึ..” พอเฮียโยพูดแบบนั้น เฮียพายก็หลุดขำในลำคอออกมา ฉันเลยหันไปมองค้อนใส่เฮียพายอีกที แล้วเขาก็ทำเฉยหันหนีไปหาลิซแทน
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ เฮียบีทที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่เยื้องออกไปก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แถมทำท่ายกมือขึ้นมาแล้วขำยกใหญ่
“โว้วๆ รอดูเค้าได้กันครับ ”
แล้วจากนั้นรุ่นพี่คนอื่นๆ ก็มองมาที่ฉันกับเฮียโยด้วยเหมือนกัน ก่อนที่พวกเขาจะพร้อมใจกันพยักหน้ากันรัวๆ และยกมือขึ้นไปตามๆ กัน
“ด้วยครับ ”
“+1 เลยครับ ”
“พนันเลยฮะ”
“เอ่อ.. ได้กันคืออะไรหรอคะ -.-?”
“แป่ว...”
ฉันกับเฮียโยรับฟังคำพูดพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะโดนแซวกันจนชิน แล้วคำพูดของทุกคนก็ถูกเบรคไว้ด้วยเสียงลิซที่ทำหน้ามึนๆ และมองไปรอบๆ แบบงงๆ เออน้องฉัน..มันใช่เวลามั้ย หลังไมค์ก็ได้เว้ย -_-!
“ลิซ!”
ฉันส่งเสียงเข้มออกไปปรามลิซที่มักจะออกอาการซื่อบื้อจนทุกคนพากันส่ายหัว คือถ้าคนฟังไม่ใช่พวกเฮียๆ ชะตาน้องฉันจะเป็นไงนะ จะโดนหลอกไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ป้ะ เฮ่อออออ!
“งื้อออ โรสอย่าดุนะ ก็ลิซไม่รู้”
พอฉันส่งสายตาตำหนิออกไปเบาๆ ลิซก็เลิ่กลั่กขึ้นมา แล้วรีบลุกพรวดพราดเข้ามาหาฉันเพราะกลัวฉันโกรธพร้อมกับถือแก้วน้ำหวานสีแดงในมือ แต่เพราะยัยนี่รีบร้อนเดินเข้ามาทำให้ขาไปขัดกับมุมโต๊ะที่วางอยู่ตรงกลาง และ...
พรึ่บบบ!
“O[]O”
ร่างเล็กของลิซเสียหลักจะหน้าทิ่มลงไปแต่เฮียพายคว้าไว้ได้ทันจนลิซเซถอยกลับไปนั่งตักเขา แต่แก้วน้ำหวานในมือที่ลิซถือมาลอยลิ่วผ่านหน้าฉันที่เห็นเหตุการณ์และหลบมันได้พอดีไปกระเด็นเลอะเทอะใส่เฮียโยที่ไม่ทันระวังจนเปียกโชกในพริบตา
ซ่าาาาา!
“O[]O ฮะ..เฮียโย ลิซ..”
“หยุดอยู่ตรงนั้น ไอ้เด็กบื้อ -_-” ลิซทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาเฮียโย แต่เฮียส่งเสียงดุออกไปจนลิซหน้าเสีย เหอะ..ให้ตายน้องฉัน! ให้! ตาย!
“งื้อออ ลิซขอโทษค่าาา T.T เฮียพายด้วยนะลิซขอโทษษษ _/_”
ใบหน้ามึนๆ อึนๆ ของลิซเริ่มทำหน้าไม่ถูก และเบะปากออกมาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ พร้อมกับลุกพรวดพราดออกจากตักเฮียพายและยกมือไหว้เฮียโยกับเฮียพายซ้ำไปซ้ำมา
พรึ่บบบ!
แล้วอยู่ๆ เฮียโยในสภาพโคตรเละก็ถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกทันที จนลิซอึ้ง อ้าปากค้าง และเอามือปิดตาก้มหน้าหนีไปอีก ไอ้ลิซ -_-!
“เฮีย มาถอดไรตรงนี้เล่า -////-”
เอาจริงอย่าว่าแต่ลิซเลย ฉันที่นั่งอยู่ข้างเขาพอเหลือบไปมองไอ้ Six Pack ที่โคตรจะแน่นและเป็นลอนสวยนั่นก็ประหม่าอยู่เหมือนกันเลยส่งเสียงดุเขาออกไป แต่เฮียโยไม่ได้สนใจคำพูดอะไรของฉันสักนิด แถมยังโยนเสื้อเขามาให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย
พรึ่บบบ!
“เอาไปซัก”
“ลิซทำก็ให้มันซักดิ”
พอเฮียบอกมาแบบนั้น ฉันก็สวนกลับไปแบบทันควัน แล้วตั้งท่าจะโยนเสื้อเฮียไปให้ลิซที่นั่งปิดตาไม่สนใจโลกแทน แล้วเขาก็คว้ามือฉันไว้
หมับ!
“เป็นพี่ก็ซักให้น้อง”
เฮียพูดออกมาเสียงเรียบ แล้วคว้าแขนฉันดึงให้ลุกขึ้น ก่อนจะเดินลากฉันออกจากโซฟาแบบรีบร้อนท่ามกลางสายตาของบรรดาเฮียๆ ที่มองมาแต่ไม่ได้พูดอะไร
“เดี๋ยวเฮีย จะไปไหน?” ฉันเอ่ยปากถามเจ้าของแผ่นหลังที่เอาแต่เดินลิ่วๆ นำฉันไปแบบไม่รู้จุดหมาย แล้วเฮียก็ตอบกลับมาเสียงเรียบก่อนจะเงียบไป..
“ซักเสื้อ”
“ห๊ะ! ตอนนี้เนี่ยนะ? เฮียบ้าหรอ?!” พอได้ฟังคำตอบจากเฮียที่มันโคตรจะเอาแต่ใจ ฉันเลยโวยวายออกไปแต่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับมา
สักพักเฮียโยก็พาฉันมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของเขาก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป แล้วชี้ทางไปห้องน้ำให้ ฉันเลยหันไปเบะปากใส่ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำมาล้างคราบน้ำหวานบนเสื้ออย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ ทุกทีเลอะนิดเลอะหน่อยเห็นทิ้งเลยไม่ใช่รึไง คราวนี้เกิดงกอะไรขึ้นมา ประหลาด!
ฉันใช้เวลาซักเสื้อเฮียอยู่สักพักก็เดินออกไป แล้วก็เจอกับเฮียที่กำลังยืนเลือกเสื้อในตู้อยู่แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร
“ยังเลือกไม่ได้อีกหรอ -///-?”
นี่ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะสาบานได้ -///- แค่สงสัยว่าการที่เฮียยืนเปลือยท่อนบนเลือกเสื้ออย่างสบายใจท่ามกลางแอร์เย็นจัดแบบนี้ ถามจริง..เขาไม่หนาวบ้างรึไง?
“ใส่ตัวไหนดี”
เฮียโยละสายตามาเหลือบมองฉันนิดหน่อยแล้วพูดออกมา ก่อนจะเลือกเสื้อต่อ ฉันเลยตอบๆ ไปและหันหน้าหนีเพราะยิ่งจ้องนาน หน้าฉันมันก็ยิ่งร้อนผ่าวเข้าไปใหญ่ แถมอยู่ๆ ใจก็ดันเต้นแรง แต่สาบานได้.. ฉัน.. ไม่ได้คิดอะไร มันเป็นไปเอง -////-
“สักทีเหอะเฮีย ไม่ได้ไปเดินแฟชั่นวีค”
“อืม เราว่าดำหรือขาว” เฮียโยพยักหน้าแล้วเลือกหยิบเสื้อในตู้ออกมา ก่อนที่ทั้งฉันและเขาจะพูดออกไปพร้อมกัน
“ขาว / ขาว” ..แล้วเฮียก็กระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจและพูดต่อ
“หึ.. แขนยาวหรือแขนสั้น” เขาส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถาม แล้วเราก็พูดออกมาพร้อมกันอีก
“ยาว / ยาว”
“เฮียรู้แล้วจะถามทำไม -.-?” พอความเห็นเรามันตรงกันฉันเลยถามออกไป แล้วเฮียก็เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ
“อยู่ได้จริงใช่มั้ย?” แววตาที่มองมาของเฮีย ฉันพอจะดูออกแหละว่ามันมีความห่วงใย แต่..อย่าทำแบบนั้นจะได้มั้ย ก็มัน...
“อยู่ได้ อารมณ์ไหน?”
ฉันเลือกทำเป็นไม่สนใจ และหันหน้าหนี เพราะไม่อยากหวั่นไหวในความเป็นห่วงเป็นใยของเขา แล้วเฮียก็พูดออกมาพร้อมกับหยิบเสื้อไปใส่
“ก็จะไปแล้วไง..” เขาพูดออกมาเสียงเรียบเหมือนไม่สนใจอะไร แต่ฉันที่ได้ฟังก็ยิ่งนึกคำพูดของเฮียพายที่ยิ่งย้ำว่ามันไม่มีเวลาแล้วไง ไม่มีแล้วจริงๆ...
“อืม” ฉันพยักหน้าตอบกลับไป พอดีกับที่เฮียเปลี่ยนเสื้อเสร็จพอดี
“ป่ะ เสร็จละ” แล้วเขาก็หันมาพยักหน้าให้ก่อนเดินนำออกไป แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวเฮียก็นิ่งไปและหันกลับมา
กึก..
“หื้ม?” ฉันมองเขาด้วยแววตาสงสัย แล้วเฮียก็พูดออกมาและเดินย้อนกลับที่หัวเตียงข้างในห้อง
“แป๊บ”
แล้วเฮียโยก็เดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบกล่องบางอย่างออกมาและเอากล่องนั้นมายื่นให้ฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
“เนื่องใน...โอกาส?”
“อยากให้”
เฮียโยตอบกลับมา ฉันเลยรับไว้และค่อยๆ เปิดกล่องดู ก่อนจะพบกับสร้อยข้อมือที่มีลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆ เหมือนกับชื่อฉันเป๊ะ ฉันเลยแซวเขาแบบกวนๆ ออกไป แต่ในใจก็งงๆ ที่อยู่ๆ เขาก็นึกอยากจะให้มันกับฉันขึ้นมา
“อีกเส้นเป็นดอกลิลลี่รึไง?”
ไม่รู้ทำไมถึงพูดไปแบบนั้นเหมือนกัน คงเพราะเขาชอบสะสมเครื่องประดับล่ะมั้ง ฉันเลยเดาว่าเขาก็คงจะเลือกซื้อเครื่องประดับนู่นนี่นั่นให้ผู้หญิงมากมายของเขาเหมือนกัน แถมคนล่าสุดใต้บันไดนั่นก็ชื่อนี้นี่นา
..แต่เดี๋ยวดิ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นซะหน่อย ทำไมต้องเอาตัวเองไปจัดอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยนะ -_-!
“มีเส้นนี้เส้นเดียว”
เฮียโยพูดขัดฉันที่กำลังถกเถียงกับตัวเองออกมา พอได้ยินแบบนั้น ยอมรับว่า..ก็แอบดีใจ ไม่ดิ ที่จริงไม่แอบหรอก ฉันดีใจ.. เลยพยักหน้าและตอบกลับเขาไป พร้อมกับก้มมองมันอีกทีและรู้สึกดีขึ้นมามากมายอย่างบอกไม่ถูก -////-
“สวยดี”
ฉันค่อยๆ หยิบสร้อยข้อมือในกล่องออกมาและมองมันชัดๆ อย่างช้าๆ แล้วเฮียก็เลื่อนมือหนาของเขาเข้ามายีหัวฉันสองสามทีก่อนจะยิ้มร่า
“หึ..แหงดิ เฮียดีไซน์เอง”
หื้ม..? จริงๆ ก็พอรู้นะว่าเขาชอบออกแบบเครื่องประดับหน้าตาแปลกๆ ไปเรื่อยเพราะมันเป็นธุรกิจที่บ้าน แต่เท่าที่เคยถาม เฮียบอกแค่ทำมันเล่นๆ ไม่ใช่รึไง ถ้าถึงกับดีไซน์เองและสั่งทำออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้แบบนี้.. จะถือว่าฉันได้สร้อยข้อมือแบบ Limited Edition ที่ไม่มีใครมีได้มั้ยนะ :)
“ฝีมือใช้ได้เลยนะเฮียเนี่ย ^_^”
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ความจริงมันเลยคำว่าใช้ได้ไปไกลมาก สร้อยข้อมือเส้นนี้มันสวยมาก แถมมันยังมีความหมายมากมายที่ทำให้ฉันอดใจสั่นไม่ได้พอรู้ว่าตัวเองจะได้เป็นเจ้าของมัน
“มา..ใส่ให้ ทำหายมีเรื่องแน่”
เฮียโยพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่สำหรับฉันมันโคตรดีต่อใจ เขาแบมือมาขอสร้อยข้อมือจากฉัน ฉันเลยทำหน้าขรึมแล้วส่งมันไปให้ ทั้งที่หัวใจตอนนี้มันโคตรจะเต้นแรงจนกลัวว่าเสียงนี้จะหลุดรอดออกไป >////< แล้วเฮียก็ค่อยๆ ใส่มันที่ข้อมือข้างซ้ายของฉันอย่างตั้งใจ..
“ป่ะ”
พอใส่เสร็จเฮียก็เดินนำฉันไป ฉันเลยใช้จังหวะที่เขาเดินพ้นไป หลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างระบายความรู้สึกที่มันเอ่อล้นข้างใน แล้วรีบหุบยิ้มก่อนจะเดินตามไปคว้าแขนเฮียเอาไว้ แล้วตัดสินใจทำบางอย่างออกไปในเสี้ยวนาที
หมับ!
“ว่างะ...”
“โรสชอบเฮีย”
“.......”
สิ้นสุดคำพูดของฉัน ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ และพอเสียงรอบตัวมันยิ่งเงียบเท่าไหร่ เสียงใจของฉันมันก็ยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น.. เสียงนี้มันชัดขึ้นจนฉันเริ่มประหม่า ส่วนเฮียก็มองมาด้วยท่าทางที่ดูนิ่งไปอย่างพิจารณา
เราต่างจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบแบบนั้นอยู่สักพัก จนเฮียเป็นฝ่ายดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ นั่นทำให้ฉันโล่งใจที่อย่างน้อยปฏิกิริยาที่โต้ตอบกลับมามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย..
พรึ่บบบ!
แต่สุดท้าย.. เฮียก็พูดออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไร้เยื่อใยจนฉันที่อยู่ในอ้อมกอดเขาพอได้ฟังมันก็ถึงกับตัวชา และรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่พังทลายลงในพริบตา
“ตัดใจ…”
“.....”
“เป็นอย่างที่เคยเป็นมันดีแล้ว”
“.....”
“เชื่อเฮีย...”