ตอน 1

วิธวินท์ เตชะอัครา (วาโย)

KING OF GJB

กำลังศึกษา : คณะอัญมณี สาขาธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ (ปี 2)

ทายาท AKR Jewelry

งานอดิเรก : ออกแบบเครื่องประดับ

บุคลิก : เจ้าชู้ ขี้เล่น กวนมากกก นิ่งบ้างกับคนไม่รู้จัก

“ลิซเรียนที่อื่นก็ได้นะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้น พร้อมกับแววตาที่จ้องมาเหมือนรู้ทันว่าฉันกำลังคิดอะไร หลังจากนั่งอ่านประวัติของใครคนหนึ่งที่ฉันคุ้นเคย ผ่านหน้าเพจ Facebook ของเหล่าแฟนคลับ Nightshade แก๊งค์เทพเจ้าประจำมหาลัยที่ลิซ่า น้องสาวฝาแฝดของฉันตั้งใจว่าจะกลับไปเรียนให้ได้หลังจบ High School จากที่นี่

‘เฮียพายุ’ กับ ‘เฮียวาโย’

2 ใน 5 สมาชิก Nightshade คือรุ่นพี่กลุ่มเดียวกันกับพวกฉัน ที่นับจากวันนั้น..วันที่พวกเขาเรียนจบและย้ายกลับไปไทย เราก็ไม่เคยได้เจอกันแบบตัวเป็นๆ มาปีนึงได้แล้ว มากสุดก็คุยกันใน Line Group บ้าง ไม่ก็ตามกด Like รูป หรือ status ใน IG, Facebook กันก็แค่นั้น

“...ไม่เป็นไร”

ฉันตอบลิซไปแล้วพับจอ Notebook ปิดลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาในห้อง ลากกระเป๋าเตรียมเก็บของเงียบๆ แล้วลิซก็เดินตามเข้ามา

“โรสโอเคจริงๆ ใช่มั้ย? ลิซรู้มันนานแล้ว แต่ลิซว่าโรสดู....”

“(- -) (_ _)”

แววตาที่ดูกังวลกับท่าทางขี้เกรงใจถูกส่งมาให้ฉันตามสไตล์น้องสาวขี้เป็นห่วงที่มีมาเสมอ ฉันเลยพยักหน้าตอบกลับไปและส่งยิ้มไปให้เพื่อให้ลิซคลายกังวล แม้ในใจมันจะหน่วงๆ ภาพวันนั้น เสียงนั้น จะแล่นอยู่ในหัวซ้ำๆ ทุกวันก็เถอะ

“บอกว่าไม่เป็นไรไง ไม่รีบเก็บของ ตกเครื่องอดกลับไทยไม่รู้ด้วยนะ”

ฉันแกล้งพูดให้ลิซตื่นเต้นไปงั้น เพราะรู้ว่าถ้าไม่ตัดบท ลิซมันต้องดึงดราม่าแน่ๆ ก็ยัยนี่เล่นทำหน้าตาแบบนี้ แล้วก็พูดประโยคนี้ซ้ำๆ มาเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้งตั้งแต่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปเรียนที่นั่นอ่ะ

“งื้อออ งั้น..เค้าไปก่อนนะ เค้าไปเก็บของก่อน เดี๋ยวไม่ทัน~”

แล้วก็เป็นไปตามที่คิดเป๊ะ พอได้ฟังลิซมันก็รีบวิ่งออกจากห้องฉันไปเลยไอ้ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยเมื่อกี๊หายเกลี้ยง เรื่องกระโตกกระตากจนบางทีไม่ค่อยจะมีสติต้องยกให้เลยจริงๆ เพราะแบบนี้นี่ไงถึงปล่อยให้ไปคนเดียวไม่ได้ แม้ว่าสุดท้ายการกลับไทยของฉันมันจะไม่เป็นผลดีกับใจตัวเองสักเท่าไหร่..

ย้อนกลับ 1 ปีก่อน…

พิธีจบการศึกษา High School

ตึก ตึก ตึก..

“โรสๆ เดี๋ยวโรส...!”

ฉันหันกลับไปตามเสียงเรียกของใครคนหนึ่งในชุดครุยพะรุงพะรังที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับเรียกชื่อฉันดังลั่นจนคนบรรดาแขกในงานต่างก็หันไปมอง

“ว่าไงพี่ ใจเย็นดิเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป”

พอเห็นว่าเป็น ‘พี่ริว’ รุ่นพี่ที่รู้จักกันวิ่งเข้ามาแล้วหยุดตรงหน้าฉันแบบหอบๆ ฉันเลยเอ่ยปากแซวออกไป แล้วเขาก็หลุดยิ้มออกมาแบบขำๆ

“หึ.. ถ่ายรูปกัน เรานี่มันหาตัวยากฉิบ”

“หาเจอก็บ้าแล้วพี่ โรสเพิ่งมาเหยียบที่นี่ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มาๆ กล้องไหนพ่อซุปตาร์?”

ฉันตอบกลับไปแล้วหันไปหาช่างภาพของพี่ริวที่วิ่งตามมาอีก 3-4 คนได้ ไม่รู้จะเล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้น แล้วพวกเขาก็รัวชัตเตอร์แข่งกันใหญ่เลย เรียกว่ายิ้มกันจนเมื่อยปากกว่าจะยอมหยุด

แชะ! แชะ! แชะ!

“อ่ะ พี่ให้”

แล้วอยู่ๆ พี่ริวก็ยื่นกุหลาบช่อใหญ่มาให้ฉัน แถมยังคว้ามงกุฎดอกไม้ในมือช่างภาพคนหนึ่งมาใส่ให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงที่ดูตั้งใจ

“คบกันมั้ย?”

“หื้ม..” พอได้ฟังแบบนั้นฉันก็ออกอาการแปลกใจ และเลิกคิ้วสงสัยออกไปจนพี่ริวถึงกับประหม่าขึ้นมาทันที

“คือพี่..แอบชอบเรามานานแล้วว่ะ -////-”

พี่ริวพูดออกมาตามสไตล์ห้าวๆ ของเขาที่เรามักจะคุยกันแบบนี้เสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันคิดเกินเลยกับพี่ริวไปมากกว่านั้น

“พี่ริวคือโรส...”

หมับ! พรึ่บ!

“เพื่อนยืนรอมัวแต่มาอ่อยผู้ชาย!”

ฉันยังพูดไม่ทันจบ ร่างของฉันก็ปลิวไปตามแรงดึงจนตัวเซ ก่อนที่เจ้าของมือนั้นจะพูดขึ้นมาเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยแววตาไม่พอใจออกมาจนเห็นได้ชัด แล้วแค่แว๊บเดียวเท่านั้น..แววตาคู่นั้นก็ปรับกลับไปเป็นเรียบเฉยตามสีหน้าของเขา

“เบาดิเฮีย เจ็บ!” ฉันบ่นอุบอิบออกไป พอมือใหญ่ของเฮียโยกำข้อมือฉันกระชากเอาๆ แล้วเขาก็ตอบกลับมา

“ไอ้พายรอถ่ายรูป”

“เฮียก็ไปก่อนดิ อีกแป๊บเดี๋ยวโรสตามไป”

พอหันไปเห็นพี่ริวยืนทำหน้านิ่งๆ อย่างรอคำตอบ ฉันเลยบอกเฮียโยแล้วกำลังจะเดินกลับไปหาพี่ริว แต่เฮียก็มาคว้าแขนฉันไว้อีก แถมยังส่งเสียงเข้มออกมาเหมือนไม่พอใจ

“ต้องไปเดี๋ยวนี้!”

“แต่โรสยังคุยธุระไม่...”

“มีผัวละ”

ฉันกำลังจะอธิบาย แต่อยู่ๆ เฮียโยก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับหันไปหาพี่ริวด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่รู้ไปโกรธใครมา เล่นเอาพี่ริวอึ้งกิมกี่มองฉันด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อทันที ที่จริง..อย่าว่าแต่พี่ริวเลย ฉันเองก็ตกใจในคำพูดเฮียเหมือนกัน

“ห๊ะ?!”

“ยัยนี่มีผัวแล้ว รู้เรื่องนะ!” เฮียโยพูดออกไปเสียงดังลั่นจนรอบข้างหันมอง แล้วลากฉันออกจากวงล้อมของคนที่เดินซอกแซกไปมาแบบไม่สนใจอะไร

“ไอ้เฮียบ้า พูดบ้าไรเนี่ย”

ฉันถามออกไปแบบเดาใจเฮียไม่ถูก มีผัวแล้วเนี่ยนะ? ตั้งแต่โตมายังไม่เคยเสียเวอร์จิ้นให้ใครเลยนะเว้ย! จะไปเอาผัวตัวเป็นๆ ที่ไหนมาฟะ -.-?

แล้วไอ้ท่าทางหงุดหงิดของเฮียที่ดูยังไงก็ไม่ใช่แค่รอฉันถ่ายรูปเนี่ยคืออะไร? เพราะถัดออกไปบรรดาสาวๆ ในสต็อคของเขาก็ยืนออกันอยู่ตั้งมากมายจะเลือกถ่ายกับใครไปก่อนก็ได้ไง เมาแดดป้ะวะเฮียเนี่ย?!

“...ชอบไอ้ริว?”

พอลากฉันมาได้สักพัก เฮียโยก็หยุดเดินตรงช่องใต้บันได แล้วหันมาจ้องหน้าฉัน ถามออกมาแบบไม่พอใจ

“ชอบไม่ชอบแล้วจะทำไม?”

ฉันตอบคำถามเฮียกลับไปแบบงงๆ ปกติเราก็ไม่ค่อยพูดกันดีๆ เท่าไหร่อยู่แล้ว ออกแนวจะเป็นคู่กัดกันมากกว่าด้วยซ้ำ

“ไม่เห็นจะเท่ตรงไหน”

เฮียโยมองฉันนิดหน่อยแล้วหันหนี ก่อนจะพูดลอยๆ แล้วทำหน้าไม่สนใจ พร้อมกับขยับชุดครุยให้เข้าที่เข้าทางแบบลวกๆ ฉันเลยแย้งกลับไป

“โห พี่ริวนี่ขวัญใจสาวๆ เลยเหอะ”

ฉันพูดแล้วเอื้อมมือไปช่วยจัดชุดครุยให้ แล้วก็เอามือปัดคราบเลอะๆ บนชุดออกแบบไม่ต้องเดา คราบแป้ง คราบรองพื้นขนาดนี้ แสดงความยินดีกันท่าไหนไม่รู้ดิ ถ้าขืนให้เฮียทำต่อได้เละกว่าเดิมน่ะสิ คนอะไรไม่มีระเบียบเลยสักนิด! แล้วพอได้ยินฉันพูดแบบนั้น เขาก็ส่งสายตาเซ็งๆ กับน้ำเสียงแบบเดิมกลับมา

“น่ารำคาญฉิบหาย”

“หรอ หมายถึงตัวเองรึไง?”

เฮียพูดจบฉันก็สวนกลับไป แล้วแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสงสัย ถามจริงไปกินไรผิดมา พาลจัด! หรืออากาศมันร้อน ชุดครุยมันแน่นไปใช่มั้ย?

ป๊อก!

“หมั่นไส้!” แล้วเฮียโยก็เอามือมาเขกหัวฉันเบาๆ ไปที แต่ก็ยังทำหน้าบึ้งอยู่แบบนั้น ฉันเลยโวยวายกลับไปบ้าง

“เฮ้ย แกล้งอยู่ได้ ไหนอ่ะเฮียพายรอถ่ายรูป?”

พอฉันหันซ้ายหันขวามองหาเฮียพาย อยู่ๆ เฮียโยก็เอามือมาคว้ามงกุฎดอกไม้บนหัวฉันไป แล้วโยนมันลงถังขยะที่อยู่โคตรไกลแบบแม่นพอดีเป๊ะ

พรึ่บ! ตึง!

“อะไรของเฮีย พี่ริวอุตส่าห์ให้มา”

ฉันขมวดคิ้วบ่นออกไปอย่างเริ่มจะเซ็งๆ กับไอ้ท่าทางพาลๆ ของคนตรงหน้าละ แต่เขากลับมองมาเฉยๆ แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร แถมยังชี้ไปที่ซุ้มขายมงกุฎดอกไม้ที่อยู่ไกลๆ พร้อมกับพูดออกมา

“อยากได้ไปเลือกเอาใหม่ ซื้อให้”

“เพื่อ? มันก็ไม่เหมือนกันอยู่ดีมั้ย” ฉันตอบกลับไป แล้วมองไปที่ซุ้มนั้นนิดหน่อย ไม่ใช่มงกุฎดอกไม้ที่ไม่เหมือนกัน แต่หมายถึงความตั้งใจของคนให้ไง..ที่มันต่างกัน

“ทำไม เสียดายที่โยนของมันทิ้ง?” เฮียโยจ้องหน้าฉันแล้วถามออกมา ฉันเลยพยักหน้าตอบไปตรงๆ

“(- -) (_ _) ก็..ประมาณนั้น” แล้วเขาก็ยิ่งทำหน้าไม่พอใจออกมา

“สรุปชอบมัน?”

“ไม่ได้ชอ...”

พรึ่บบบ!

ไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉันกับเฮีย แถมยังตั้งใจกระแทกไหล่ฉันจนเซถอยออกมานิดหน่อย แล้วจีบปากจีบคอพูดกับเฮีย เกาะแขนเขาเป็นปลิง ก่อนจะเอาหน้าอกหน้าใจถูๆ ไถๆ ไปมาอย่างน่าละอายไม่ยอมหยุด

“รุ่นพี่..อยู่นี่เอง ลิลลี่รอนานแล้วนะคะ”

ถึงน้ำเสียงจะแอ๊บแบ๊วมากมายขนาดนั้น แต่เซ้นส์ผู้หญิงด้วยกันฉันมองก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มันงูพิษชัดๆ! เฮียนี่ก็แปลก ตาบอดรึไง? หรือเน้นใหญ่อย่างเดียวก็ไม่รู้!

“เอ่อ..แหะๆ ลิลลี่ ไปรอตรงนู้นก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ตามไปนะ”

หึ.. ชัดเลย! โดนอ้อนนิดอ้อนหน่อยเสียงเฮียนี่หวานขึ้นมาเชียว แล้วผู้หญิงคนนั้นก็มุดหน้าลงไปซบเฮียจนรองพื้นติดชุดครุยเฮียเป็นเทือก เออ! เพิ่งปัดรอยเก่าออกไปเมื่อกี๊ ให้ตาย!

“งื้อออ แน่ใจนะคะว่าไม่ได้หนีมากกใครอ่ะ”

เสียงหวานออดอ้อนถูกส่งไปให้เฮีย แต่สายตาอาฆาตเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อถูกส่งมาให้ฉัน เฮียแม่งก็เอาแต่ฟินกับสัมผัสแนบแน่นนั่นอยู่ได้ เอามือลูบหัวยัยนั่นแถมทำหน้าเคลิ้มออกมาจนน่าหงุดหงิด -.-!

“แน่สิคะ ไม่เอาสิ ไม่ดื้อนะคะ รอแป๊บเดียวนะ”

พอเฮียเจรจา ผู้หญิงคนนั้นก็พยักหน้าออกมาอย่างจำยอมแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ก่อนจะออกแรงดันตัวเฮียให้ถอยหลังชนผนังแล้วพุ่งตามเข้าไปอย่างรีบร้อน

พลั่กกก! พรึ่บ!

“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นขอลิลลี่ Kiss ทีสิคะ นะๆ”

“เดี๋ยวลิลลี่ พี่ว่า...อืมมม”

พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็โน้มคอเฮียโยลงมาจูบทันทีโดยไม่รอฟังว่าเฮียจะพูดอะไร จนฉันที่ยืนมองเหตุการณ์นี้ถึงกับหันหน้าหนี คือมันก็เคยมีให้เห็นบ้างตามงานปาร์ตี้ และทุกทีฉันจะเป็นฝ่ายเลี่ยงออกไป แต่แบบที่ชัดตำตา แถมมายืนขวางทางไม่ให้ฉันออกได้แบบนี้ มันไม่มากเกินไปหรอสำหรับฉันที่ชอ....

“อื้อ..รุ่นพี่~”

หึ! ถ้าแค่ผู้หญิงคนนั้นจูบเขาฝ่ายเดียว ฉันก็คงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่เหมือนตอนนี้เฮียโยเองก็เคลิ้มตามไป จูบตอบจนยัยนั่นถึงกับหลุดครางออกมา แถมยังรุกเข้าไปแบบรวดเร็วและร้อนแรงขึ้นจนฉันที่ยืนดูมันถึงกับ....

พรึ่บบบ! พลั่กกก!

ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีฉันก็ออกแรงกระชากสองคนนี้ออกจากกันจนกระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว ก่อนจะตะคอกออกไปเสียงดังลั่นจนเราทุกคนต่างก็เงียบไปตามๆ กัน

“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”

ตอน 2

“ให้เกียรติครุยที่ใส่หน่อยดีป้ะ?! ไม่งั้นก็ถอดแล้วเอากันใต้บันไดไปเลยไป!!!”

พอจับสองคนนั้นแยกออกจากกัน ฉันก็เดินผ่ากลางออกมาอย่างหัวเสีย แล้วผู้หญิงที่โดนฉันขัดโมเม้นต์ฟินๆ นั่นก็คว้าแขนฉันกระชากถอยกลับไป ก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับฉันและจ้องมาเหมือนจะเอาเรื่อง

หมับ!

“นี่แก!”

“ทำไม?!” ฉันถามออกไปอย่างอารมณ์เสียไม่ต่างกัน แล้วหันไปจ้องหน้าเฮียโยแบบโคตรหงุดหงิด เฮียเลยเดินเข้ามาจับแขนผู้หญิงคนนี้ออกและส่งเสียงเข้มออกมา

“ลิลลี่!”

“ก็มัน...”

“ไปรอข้างนอก!”

ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไร เฮียโยก็พูดออกมาเสียงเรียบ จากที่ผู้หญิงคนนี้ทำท่าจะหัวร้อนใส่ฉันเลยกลายเป็นหงอยใส่เฮียไปซะงั้น หึ! นี่แหละนะมารยาหญิง

“ก็ได้ค่ะ”

พูดจบยัยนี่ก็เดินหนีไป แต่ก็ไม่วายจะมองตาขวางใส่ฉันจนสุดสายตา นี่แค่จูบนะ ถ้าเกิดได้กันใต้บันไดแล้วฉันไปขัดขึ้นมา ไม่โดนกระชากหัวไปโขกราวบันไดแบบนับตามจำนวนขั้นเลยรึไง หน้าไม่อาย!

ฉันมองยัยลิลลี่อะไรนั่นเดินพ้นไปจนสุดทางเดิน แล้วพอหันกลับมาก็เจอกับเฮียโยที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างใช้ความคิด

“มองไม?!”

เห็นเฮียมองมาแบบนั้นฉันเลยตะคอกออกไป กล้าทำได้ไงวะ เห็นหน้าเฮียแล้วอยากจับทุ่มลงพื้น คนบ้าไรแค่หน้าตาธรรมดาก็น่าใช้กำลังด้วยซะจริง!

“เราแม่งดุฉิบหาย T.T”

เฮียโยพูดออกมาแล้วทำหน้าสลดลงเล็กๆ ส่งมาให้ฉัน แต่ถามว่าฉันเชื่อแอคติ้งนี้ของเฮียมั้ย? ขอตอบแบบไม่ต้องคิด ...ไม่เลย!

“ไม่ต้องสร้างภาพได้มั้ย” พูดจบฉันก็ก้าวขาจะเดินหนี แต่เฮียโยก็เอื้อมมือมาคว้าแขนฉันไว้อีก

หมับ!

“จะไปไหน?” เขาเลิกคิ้วเล็กๆ ถามออกมา ฉันเลยตอบกลับไปแบบเซ็งๆ ไม่รู้จะอยู่ทำไม..

“ไปหาเฮียพาย หาเฮียบีท” ได้ยินแบบนั้นเฮียก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วถามกลับมาใหม่

“ไปหาพวกมันทำไม” ..เอ้า เฮียโยสติดีป่าวอ่ะ -_-?!

“Congrats ไง”

พอได้ฟังเฮียก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ฉันเลยก้าวขาจะเดินต่อแล้วเฮียก็เข้ามาขวางไว้ อะไรอีกล่ะ?!

พรึ่บบบ!

“งั้น Congrats เฮียก่อนดิ เฮียก็จบนี่ไง”

พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ชุดครุยที่โคตรจะเลอะรองพื้นของยัยลิลลี่อะไรนั่นของตัวเอง ก่อนจะทำท่าปัดๆ มันลวกๆ จนยิ่งเลอะเข้าไปใหญ่ เหอะ! บอกละไงให้ทำเองยิ่งเละ

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

“ไร้สาระ! ก็ไปพร้อมกันดิ” ฉันพูดไปแล้วเอื้อมมือไปปัดชุดครุยเลอะๆ ของเขาไป แล้วเฮียโยก็มองมาแถมยังทำหน้างอใส่

“ไม่ เราเจอเฮียก่อน ต้องบอกเฮียก่อนดิ”

เออนะ..เอาเข้าไป เฮียโยจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนกดดันให้ฉันตามใจ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจพูดมันออกไปตามใจเขาจนได้นั่นแหละ

“อืม Congrats นะเฮีย พอใจละนะ..ป่ะ”

พอพูดจบประโยคฉันก็เดินหนี แต่เฮียก็เอื้อมแขนมาคล้องคอฉันไว้ ก่อนจะลากกลับไปหาเขาอีกทีอยู่ดี แล้วจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับไปหยุดตรงหน้าเขามันเลยเหมือนเฮียกำลังกอดฉันไว้ ซึ่งเราใกล้กันมากจนใจฉันมันดันสั่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยไง...

“ตั้งใจหน่อยดิ เฮียจบทั้งทีเลยนะเว้ย”

แขนข้างหนึ่งของเฮียกำลังคล้องคอฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ถูกส่งมายีผมฉันเบาๆ อย่างได้ใจ พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบของเขาที่ฉันจับใจความแทบไม่ได้เพราะไอ้การกระทำของเฮียมันดันทำฉันหูอื้อไปแบบฉับพลัน

“ตั้งใจ..แบบเฮียเมื่อกี๊?”

ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างใจคิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา เฮียโยมีผู้หญิงมากมาย การเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมันทำให้ฉันเห็นภาพพวกนั้นจนชิน ไม่ว่าเฮียจะทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร ที่ผ่านมาแม้จะพยายามจะไม่สนใจ แต่วันนี้..ตอนนี้. ทำไมลึกๆ ฉันโคตรกระวนกระวายจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย

“อันนั้นไม่นับดิ โดนรุกแบบไม่ตั้งตัวอย่างงี้ ก็ต้องมีเคลิ้มบ้าง >////<”

เฮียพูดออกมาแบบไม่ใส่ใจแถมยังแอบทำหน้าฟินอย่างไม่สำนึก แต่ฉันที่เป็นคนฟัง พอได้ยินมันก็กลับเดือดเนื้อร้อนใจจนโพล่งออกไปอย่างไม่ทันระวัง

“เฮียแม่งใจง่าย!”

พอคิดได้ว่าปากมันดันเผลอพูดไปแบบนั้น ฉันก็หันหน้าหนี แล้วเฮียก็เลื่อนมือมาบีบแก้มฉันจนหน้าบู้บี้ไปในทันที

“เรานี่มันปากร้าย”

“งื้อออ อ่อย! (ปล่อย) ”

ฉันพูดพร้อมกับสะบัดหน้าเบาๆ หลบมือเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมมันหน่วงๆ ทุกทีเลยวะ เวลาเฮียทำเหมือนไม่มีอะไร เหมือนไม่สะทกสะท้าน ไม่สำนึก ..ไม่สนใจ

“เอาใหม่ Congrats เฮียใหม่ดิ๊.. เร็ว”

เฮียโยยอมปล่อยมือจากแก้มฉัน แล้วเลื่อนมาบีบจมูกเบาๆ แทนก่อนจะออกคำสั่ง ฉันเลยถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วก็พูดออกไปช้าๆ อย่างเอือมๆ

“ยินดีด้วย ประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้ว...”

“โรส พูดเพราะๆ” แล้วเฮียก็ส่งเสียงดุออกมาเบาๆ อีก ฉันเลยเบะปากตอบกลับไปสั้นๆ จนเฮียขำออกมาในท่าทางแบบนั้น

“...ค่ะ!”

“หึ.. ครับ ขอบคุณนะ ^_^” เฮียโยส่งยิ้มหวานกลับมาแบบร่าเริงเกินเรื่องจนฉันหมั่นไส้ เลยพูดต่อแล้วเหล่ตามองเขาแบบเหน็บๆ กลับไป

“อย่าดื้อให้มันมากนัก แล้วก็อย่าพลาดทำใครท้องก่อนเรียนจบล่ะ ยิ่งแรดๆ อยู่!”

ป๊อก!

พูดจบฉันก็ใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองดีดหน้าผากเฮียไปที แล้วรีบผละออกจากวงแขนของเฮีย ส่วนเฮียก็ทำหน้ามุ่ยร้องโอดโอยออกมา แล้วเลื่อนมือหนาไปลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ หลายที

“โอ๊ย เฮียเจ็บนะเว้ย!”

“สมน้ำหน้า!” ยิ่งเห็นท่าทางเจ็บจริงของเฮีย ฉันยิ่งสะใจ แต่โอดโอยได้ไม่เท่าไหร่หูตาเขาก็แพรวพราวขึ้นมาอีกละ

“ไหนมากอดทีดิ๊ ^_^”

“.....”

พอเฮียพูดมาแบบนั้นฉันก็ชะงักไปและจ้องหน้าเขานิ่ง แล้วเฮียก็มองมาด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะยกแขนขึ้นทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไป แต่ฉันมุดหนีวงแขนนั้นจนเขาโวยวายและเดินตามมาเหมือนตั้งใจจะกอดให้ได้ ซึ่งมันอันตรายต่อใจฉันมากไปก็เลยต้องหนีแบบนี้นี่ไง

“อะไร กอดหน่อยไม่ได้ไง เร็วๆ”

“ไม่ดะ...”

พรึ่บบบ!

ฉันยังพูดไม่ทันจบ เฮียโยก็อาศัยจังหวะที่ฉันแปลกใจในท่าทางของเขา พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่นมาก แถมยังไม่ยอมขยับไปไหน ทำให้ตอนนี้เราได้แต่ยืนนิ่งๆ แบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่ขยับฉันก็ขยับไม่ได้เลย เพราะเฮียตัวใหญ่เบ้อเร่อเลยน่ะสิ!

“อื้อ อึดอัด -////-”

ฉันบ่นออกไปทั้งที่หน้าเริ่มออกร้อนขึ้นมา แต่จะให้เฮียเห็นอาการที่เป็นตอนนี้มันก็ไม่ได้ไง ก็ฉันน่ะ..ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกที่มีตอนนี้อ่ะ!

“รีบตามไปล่ะไอ้แสบของเฮีย”

เฮียโยพูดออกมาแล้วเลื่อนมือมายีผมฉันเบาๆ อีกครั้ง ทำไมถึงชอบทำแบบนี้นักนะ มันดูเหมือนเขากำลังเอ็นดูฉัน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยสักนิด!

“ไม่ไป ไม่อยากเจอ”

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ในใจฉันทั้งยิ้มและกรี๊ดออกไปในคำพูดของเขาซ้ำๆ บางที..คนเราก็ต้องปากแข็งบ้าง ถ้ามันจะรักษาความลับบางอย่างที่มีเอาไว้ไม่ให้มันถูกเปิดเผยออกไปให้ใครรู้

“เฮียต้องคิดถึงเราแน่เลยว่ะ”

เฮียโยยังคงพูด..คำพูดธรรมดาของเขา ที่ในทางกลับกันมันชวนให้ฉันดิ้นตายในใจซ้ำๆอยู่แบบนั้น แล้วก็เหมือนเดิมคือฉัน…

“คิดถึงบ้าไร ไร้สาระ -////-”

“ดูแลตัวเองด้วย ห่วง..”

ยิ่งนานไปคำพูดพวกนั้นกับอ้อมกอดนี้ยิ่งชวนให้ฉันเผลอไผลไปกับมันจนเกือบจะลืมตัว ฉันเลยเลือกตัดบทไปแล้วพยายามจะผละออกแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

“จะดราม่าทำไมเนี่ย”

พรึ่บ! พรึ่บบบ!

“ไม่ได้ดราม่าเว้ย ห่วงจริง..”

เฮียโยดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และครั้งนี้มันแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าจนฉันเริ่มใจเต้นแรง แต่ยังต้องกลบเกลื่อนไอ้ความหวั่นไหวพวกนั้นด้วยคำพูดที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กว่าพูดออกไปต้องตั้งสติแล้วตั้งสติอีก

“ห่วงมากขนาดนั้นเลย -////-?”

“เออดิ แยกกันแล้วจะเถียงกับใครวะ”

เฮียโยบ่นอุบอิบออกมาอย่างเอาแต่ใจ เขาจะรู้มั้ยว่าคำพูดธรรมดาพวกนั้นมันกระทบความรู้สึกฉันเข้าจังๆ จนเกือบจะพูดบางอย่างออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

“งั้นซ้ำชั้นอีกปีเอามั้ย?”

อีกคำถามที่ฉันต้องกลั้นใจพูดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ยังเป็นปกติ แล้วเฮียก็ตอบมาแบบกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“เออน่าสน”

“บ้ารึไง ปล่อยได้ยังอึดอัด” ฉันบ่นๆ ออกไป แล้วส่งเสียงท้วงเล็กๆ เฮียเองก็ส่ายหัวออกมา

“ยัง.. เป็นผู้หญิงอ่ะระวังตัวด้วย”

เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันได้ฟังคำพูดพวกนี้ ทั้งเฮียโยและเฮียคนอื่นก็พูดอะไรแบบนี้จนฟังซะเบื่อ

“ระวังตัวจากใคร ผู้ชายเหี้ยๆ แบบเฮี...”

“เฮ้ยแรงไป! ที่พูดนี่เข้าใจมั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบเฮียโยก็พูดสวนออกมา แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น ถึงทุกเฮียจะพูดเหมือนห่วงพวกฉัน แต่ไอ้ความอันตรายจากผู้ชายที่ว่า.. มันก็เข้าตัวพวกเขาทั้งนั้นอะนะ ซึ่งฉันชินละ

“อื้ม รู้แล้ว -////-”

ฉันตอบเฮียโยกลับไป แล้วเฮียก็เงียบไปแป๊บหนึ่งแต่ก็ยังกอดฉันไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ฉันเองก็ใช้โอกาสนี้ซึมซับไอ้ความรู้สึกที่มีจากสัมผัสของเขาเงียบๆ ท่ามกลางคำพูดมากมายที่ยังหาจังหวะพูดมันออกไปไม่ได้

“ตัวนิ่มฉิบหาย เฮียปล่อยเรารอดไปได้ไงวะ -_-”

“ให้ตาย! นี่น้องถูกมั้ย จะเคลมกันเองให้ได้?” พอได้ยินคำพูดที่โคตรจะกวนปนหื่นไม่รู้กาลเทศะของเฮีย ฉันเลยพูดออกไปแบบเอือมๆ

หึ.. ใช่.. ‘น้อง’ ไง ฉันน่ะมันควรเป็นแค่นี้ก็พอแล้วไง เป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่ว่าจะพูดอะไร..ก็ไปไม่พ้นตัวสักที

“ฮ่ะๆ” เฮียโยหลุดขำออกมาในคำพูดที่ฉันโต้ตอบออกไป แล้วเขาก็เงียบไปอีก เงียบ..จนเราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเลยด้วยซ้ำ

“ปล่อยเหอะเฮีย เลิกแกล้งสักที! >////<”

สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายทักท้วงออกไปอีกครั้ง แต่เหมือนว่าเขาก็ยังไม่ยอม และส่งเสียงยียวนเหมือนตั้งใจจะแกล้งกันอยู่แบบนั้นกลับมา

“ไม่เลิกเว้ย ยืนเฉยๆ ไป เดี๋ยวกอดเอง”

เฮียโยพูดออกมาแบบทีเล่นทีจริงจนฉันแยกแยะไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร เลยแกล้งพูดออกไปแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

“รำคาญว่ะเฮีย >////<”

“แล้วไง..ก็ช่างดิ”

หึ.. นี่คงเป็นอีกครั้งที่ฉันหลุดยิ้มกับความรั้นของร่างสูงที่กอดฉันไว้นิ่งๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ร่างสูงของเฮีย.. ที่แม้จะกวนกันแค่ไหนก็คอยปกป้องฉันจากใครต่อใครเสมอ :)

“โทษนะฮะไอ้คู่จิ้น”

พรึ่บบบ!

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เฮียพายก็เดินเข้ามา ทำให้ฉันกับเฮียโยผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ

“ไอ้ห่า ตกใจหมด!”

เฮียโยหันไปหาเฮียพายแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าดุๆ เฮียพายเองก็มองมานิ่งๆ ก่อนจะชี้ออกไปข้างนอกที่พอพวกฉันชะเง้อไปมองก็เห็นว่าบรรดาสาวๆ ของเฮียโยกำลังเขม่นกันให้วุ่นวาย แล้วเฮียพายก็ทำหน้าเอือมๆ ออกมา

“ไปเคลียร์ดิ๊ วุ่นวายสัส”

พอเห็นแบบนั้นเฮียโยถึงกับถอนหายใจ แล้วบ่นออกมาแบบเซ็งๆ ซึ่งฉันก็รับฟังมันนิ่งๆ เพราะอย่างที่บอก..มันชิน

“มากันทำไมเยอะแยะวะ” พูดจบเฮียโยก็เดินแยกออกไป แล้วพอเฮียโยเดินพ้นไปปุ๊บ เฮียพายก็หันมาหาฉันปั๊บ

“…ไรเฮีย?”

ฉันถามออกไปอย่างรู้ทัน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเฮียน่าจะอยากพูดอะไร ถึงวันๆนึงเขาจะพูดน้อยมาก แต่การรู้จักกันมาสักพักมันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจเฮียพายผ่านแววตา ไม่ใช่สีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น

“ร้อนไง? หน้าแดง”

เฮียพายพูดออกมาสั้นๆ แต่แววตาโคตรกวน ซึ่งนี่แหละคือบุคลิกที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ของเขา ฉันเลยตอบกลับไปแบบไม่สนใจแล้วก้าวขาจะเดินหนี

“ยุ่ง -////-”

“หึ.. จะบอกมันเมื่อไหร่?”

กึก!

ฉันเดินผ่านหน้าเฮียพายมาแค่สองก้าวเท่านั้น แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเพราะได้ยินคำถามที่ไม่เข้าใจความหมาย เลยถามกลับไป

“บอกอะไร”

พรึ่บบบ!

แล้วเฮียพายก็คว้าสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ฉันใช้เวลาตามหาอยู่นานเป็นอาทิตย์ออกมา ก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ฉันที่ก็รีบคว้ามันทันทีอย่างไม่รีรออะไร

“เฮียไปเอามาจากไหน O_O?!”

ฉันพูดออกไปหน้าตาตื่นและรีบเปิดดูเนื้อหาในนั้นว่ามันยังอยู่ครบมั้ย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหน้าไหนหลุดรอดออกไป

“ลิซยืม Text ไปแล้วหยิบติดมา”

เฮียพายตอบกลับมาสั้นๆ แต่จากคำพูดก่อนหน้านั้นแปลว่าเขาต้องอ่านเนื้อหาข้างในนี้แล้วแน่ๆ.. นั่นแปลว่าความลับของฉันมันไม่ได้รู้แค่ฉันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

“รับปากได้มั้ยว่าเฮียจะไม่...”

“ไม่บอก มันจะรู้มั้ย?”

ไม่รอให้ฉันพูดจบ เฮียพายพูดออกมาอย่างรู้ทันและมองมาที่ฉันอย่างเตือนสติ ฉันเลยถอนหายใจออกและก้มหน้ามองข้อความมากมายในสมุดบันทึกอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

“.....”

“คิดให้ดี.. ไม่มีเวลาแล้วไม่ใช่รึไง”

ฉันพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่เฮียพายกำลังจะสื่อ เพราะเฮียโยจะกลับไทยพรุ่งนี้ ฉันเลยเหลือเวลาแค่คืนนี้... พูด...สิ่งที่ก็ไม่รู้ว่ามัน...ควรจะพูดมั้ย

นี่ฉัน..ควรพูดออกไปให้เขารับรู้มั้ย?

ตอน 3

- AFTER PARTY -

“จบแล้วโว้ยยย~”

เฮียโยตะโกนออกมาท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังลั่นในบ้านของเขา ที่นี่ตอนนี้มีฉัน ลิซ เฮียพาย เฮียบีท และเหล่ารุ่นพี่ที่จบพร้อมกัน รวมถึงบรรดาสาวๆ ที่แต่ละคนหิ้วมานัวเนียยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

“ดีใจเหมือนได้ใบปริญญา” ฉันพูดเหน็บเฮียไปขำๆ แล้วเขาก็หันมาทำหน้าเหมือนคาดโทษกัน

“มานั่งนี่”

เฮียโยจ้องหน้าฉันอย่างออกคำสั่งแล้วชี้นิ้วไปตรงที่ว่างบนโซฟาข้างเขา ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมด แต่ฉันเลือกที่จะส่ายหัว ทำหน้ากวนๆ ตอบกลับไปอย่างท้าทาย

“ไม่!”

“รักไอ้พายมันมากไง๊?”

แล้วเฮียโยก็ทำหน้าเซ็งๆ พอโดนฉันขัดใจ ฉันเลยแกล้งขยับเข้าไปใกล้เฮียพายที่นั่งอยู่ข้างกัน เอียงหัวทำท่าจะไปซบไหล่เฮียพายขำๆ ก่อนจะพูดออกไป

“ใช่.. รักมากกว่าใครในนี้เลย”

“ใช่?”

พอฉันพูดแบบนั้น เฮียพายก็เลิกคิ้วถามออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน ฉันเลยถลึงตาใส่เขา กลัวเฮียจะหลุดเรื่องนั้นออกมา แล้วเฮียก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มเงียบๆ คนเดียว

“เฮียนี่มัน...”

ฟุ้บ!

จังหวะที่ฉันกำลังเขม่นเฮียพาย อยู่ๆ เฮียโยก็ลุกพรวดจากโซฟาฝั่งตรงข้าม แล้วเดินมาทิ้งตัวตรงที่ว่างข้างฉันที่นั่งอยู่ข้างเฮียพายทันที ฉันเลยหันไปหาเขาแบบงงๆ คือปกติก็นั่งด้วยกันไม่คิดไร แต่ตอนนี้ฉันมีคดีที่ซ่อนไว้ไง กลัวใจตัวเอง -.-

“จะมานั่งเบียดกันทำไมเนี่ยเฮีย” ฉันบ่นกลบเกลื่อนออกไป แล้วเฮียโยก็เลื่อนแขนมาโอบไหล่ฉันไว้ ก่อนจะพูดออกมา

“อยากรักไอ้พายบ้าง โอ๋~ ไอ้เพื่อน”

ผลัวะ!

“หื้ม O[]O?”

พูดจบเฮียโยก็ใช้มือจากแขนข้างที่โอบฉันไว้ตบเข้าที่หัวเฮียพายอย่างแรง จนลิซที่นั่งถัดออกไปทำตาโต เอิ่ม..เคยบอกไปยังว่ายัยนี่ไม่ชอบความรุนแรง ส่วนเฮียพายพอโดนแบบนั้นก็ถึงกับส่ายหัวแล้วพูดออกมาแบบเซ็งๆ

“เหี้ยจริงๆ”

แล้วฉันก็ใช้จังหวะที่พวกเขากำลังเคืองกันลุกพรวดออกจากโซฟาจะหนีไปนั่งกับลิซ แต่เฮียโยก็เอื้อมแขนมาคว้าเอวฉันกดให้นั่งลงที่เดิมอย่างรู้ทัน

พรึ่บบบ! ฟุ้บ!

“เพื่อ?” ฉันหันไปเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ แล้วเฮียโยก็ลอยหน้าลอยหน้าตอบกลับมา

“เป็นไม้กันหมาให้หน่อย เดี๋ยวมันตบเฮียคืนจะทำไง”

“หึ..” พอเฮียโยพูดแบบนั้น เฮียพายก็หลุดขำในลำคอออกมา ฉันเลยหันไปมองค้อนใส่เฮียพายอีกที แล้วเขาก็ทำเฉยหันหนีไปหาลิซแทน

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ เฮียบีทที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่เยื้องออกไปก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แถมทำท่ายกมือขึ้นมาแล้วขำยกใหญ่

“โว้วๆ รอดูเค้าได้กันครับ ”

แล้วจากนั้นรุ่นพี่คนอื่นๆ ก็มองมาที่ฉันกับเฮียโยด้วยเหมือนกัน ก่อนที่พวกเขาจะพร้อมใจกันพยักหน้ากันรัวๆ และยกมือขึ้นไปตามๆ กัน

“ด้วยครับ ”

“+1 เลยครับ ”

“พนันเลยฮะ”

“เอ่อ.. ได้กันคืออะไรหรอคะ -.-?”

“แป่ว...”

ฉันกับเฮียโยรับฟังคำพูดพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะโดนแซวกันจนชิน แล้วคำพูดของทุกคนก็ถูกเบรคไว้ด้วยเสียงลิซที่ทำหน้ามึนๆ และมองไปรอบๆ แบบงงๆ เออน้องฉัน..มันใช่เวลามั้ย หลังไมค์ก็ได้เว้ย -_-!

“ลิซ!”

ฉันส่งเสียงเข้มออกไปปรามลิซที่มักจะออกอาการซื่อบื้อจนทุกคนพากันส่ายหัว คือถ้าคนฟังไม่ใช่พวกเฮียๆ ชะตาน้องฉันจะเป็นไงนะ จะโดนหลอกไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ป้ะ เฮ่อออออ!

“งื้อออ โรสอย่าดุนะ ก็ลิซไม่รู้”

พอฉันส่งสายตาตำหนิออกไปเบาๆ ลิซก็เลิ่กลั่กขึ้นมา แล้วรีบลุกพรวดพราดเข้ามาหาฉันเพราะกลัวฉันโกรธพร้อมกับถือแก้วน้ำหวานสีแดงในมือ แต่เพราะยัยนี่รีบร้อนเดินเข้ามาทำให้ขาไปขัดกับมุมโต๊ะที่วางอยู่ตรงกลาง และ...

พรึ่บบบ!

“O[]O”

ร่างเล็กของลิซเสียหลักจะหน้าทิ่มลงไปแต่เฮียพายคว้าไว้ได้ทันจนลิซเซถอยกลับไปนั่งตักเขา แต่แก้วน้ำหวานในมือที่ลิซถือมาลอยลิ่วผ่านหน้าฉันที่เห็นเหตุการณ์และหลบมันได้พอดีไปกระเด็นเลอะเทอะใส่เฮียโยที่ไม่ทันระวังจนเปียกโชกในพริบตา

ซ่าาาาา!

“O[]O ฮะ..เฮียโย ลิซ..”

“หยุดอยู่ตรงนั้น ไอ้เด็กบื้อ -_-” ลิซทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาเฮียโย แต่เฮียส่งเสียงดุออกไปจนลิซหน้าเสีย เหอะ..ให้ตายน้องฉัน! ให้! ตาย!

“งื้อออ ลิซขอโทษค่าาา T.T เฮียพายด้วยนะลิซขอโทษษษ _/_”

ใบหน้ามึนๆ อึนๆ ของลิซเริ่มทำหน้าไม่ถูก และเบะปากออกมาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ พร้อมกับลุกพรวดพราดออกจากตักเฮียพายและยกมือไหว้เฮียโยกับเฮียพายซ้ำไปซ้ำมา

พรึ่บบบ!

แล้วอยู่ๆ เฮียโยในสภาพโคตรเละก็ถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกทันที จนลิซอึ้ง อ้าปากค้าง และเอามือปิดตาก้มหน้าหนีไปอีก ไอ้ลิซ -_-!

“เฮีย มาถอดไรตรงนี้เล่า -////-”

เอาจริงอย่าว่าแต่ลิซเลย ฉันที่นั่งอยู่ข้างเขาพอเหลือบไปมองไอ้ Six Pack ที่โคตรจะแน่นและเป็นลอนสวยนั่นก็ประหม่าอยู่เหมือนกันเลยส่งเสียงดุเขาออกไป แต่เฮียโยไม่ได้สนใจคำพูดอะไรของฉันสักนิด แถมยังโยนเสื้อเขามาให้ฉันแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย

พรึ่บบบ!

“เอาไปซัก”

“ลิซทำก็ให้มันซักดิ”

พอเฮียบอกมาแบบนั้น ฉันก็สวนกลับไปแบบทันควัน แล้วตั้งท่าจะโยนเสื้อเฮียไปให้ลิซที่นั่งปิดตาไม่สนใจโลกแทน แล้วเขาก็คว้ามือฉันไว้

หมับ!

“เป็นพี่ก็ซักให้น้อง”

เฮียพูดออกมาเสียงเรียบ แล้วคว้าแขนฉันดึงให้ลุกขึ้น ก่อนจะเดินลากฉันออกจากโซฟาแบบรีบร้อนท่ามกลางสายตาของบรรดาเฮียๆ ที่มองมาแต่ไม่ได้พูดอะไร

“เดี๋ยวเฮีย จะไปไหน?” ฉันเอ่ยปากถามเจ้าของแผ่นหลังที่เอาแต่เดินลิ่วๆ นำฉันไปแบบไม่รู้จุดหมาย แล้วเฮียก็ตอบกลับมาเสียงเรียบก่อนจะเงียบไป..

“ซักเสื้อ”

“ห๊ะ! ตอนนี้เนี่ยนะ? เฮียบ้าหรอ?!” พอได้ฟังคำตอบจากเฮียที่มันโคตรจะเอาแต่ใจ ฉันเลยโวยวายออกไปแต่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับมา

สักพักเฮียโยก็พาฉันมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของเขาก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป แล้วชี้ทางไปห้องน้ำให้ ฉันเลยหันไปเบะปากใส่ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำมาล้างคราบน้ำหวานบนเสื้ออย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ ทุกทีเลอะนิดเลอะหน่อยเห็นทิ้งเลยไม่ใช่รึไง คราวนี้เกิดงกอะไรขึ้นมา ประหลาด!

ฉันใช้เวลาซักเสื้อเฮียอยู่สักพักก็เดินออกไป แล้วก็เจอกับเฮียที่กำลังยืนเลือกเสื้อในตู้อยู่แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร

“ยังเลือกไม่ได้อีกหรอ -///-?”

นี่ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะสาบานได้ -///- แค่สงสัยว่าการที่เฮียยืนเปลือยท่อนบนเลือกเสื้ออย่างสบายใจท่ามกลางแอร์เย็นจัดแบบนี้ ถามจริง..เขาไม่หนาวบ้างรึไง?

“ใส่ตัวไหนดี”

เฮียโยละสายตามาเหลือบมองฉันนิดหน่อยแล้วพูดออกมา ก่อนจะเลือกเสื้อต่อ ฉันเลยตอบๆ ไปและหันหน้าหนีเพราะยิ่งจ้องนาน หน้าฉันมันก็ยิ่งร้อนผ่าวเข้าไปใหญ่ แถมอยู่ๆ ใจก็ดันเต้นแรง แต่สาบานได้.. ฉัน.. ไม่ได้คิดอะไร มันเป็นไปเอง -////-

“สักทีเหอะเฮีย ไม่ได้ไปเดินแฟชั่นวีค”

“อืม เราว่าดำหรือขาว” เฮียโยพยักหน้าแล้วเลือกหยิบเสื้อในตู้ออกมา ก่อนที่ทั้งฉันและเขาจะพูดออกไปพร้อมกัน

“ขาว / ขาว” ..แล้วเฮียก็กระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจและพูดต่อ

“หึ.. แขนยาวหรือแขนสั้น” เขาส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถาม แล้วเราก็พูดออกมาพร้อมกันอีก

“ยาว / ยาว”

“เฮียรู้แล้วจะถามทำไม -.-?” พอความเห็นเรามันตรงกันฉันเลยถามออกไป แล้วเฮียก็เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ

“อยู่ได้จริงใช่มั้ย?” แววตาที่มองมาของเฮีย ฉันพอจะดูออกแหละว่ามันมีความห่วงใย แต่..อย่าทำแบบนั้นจะได้มั้ย ก็มัน...

“อยู่ได้ อารมณ์ไหน?”

ฉันเลือกทำเป็นไม่สนใจ และหันหน้าหนี เพราะไม่อยากหวั่นไหวในความเป็นห่วงเป็นใยของเขา แล้วเฮียก็พูดออกมาพร้อมกับหยิบเสื้อไปใส่

“ก็จะไปแล้วไง..” เขาพูดออกมาเสียงเรียบเหมือนไม่สนใจอะไร แต่ฉันที่ได้ฟังก็ยิ่งนึกคำพูดของเฮียพายที่ยิ่งย้ำว่ามันไม่มีเวลาแล้วไง ไม่มีแล้วจริงๆ...

“อืม” ฉันพยักหน้าตอบกลับไป พอดีกับที่เฮียเปลี่ยนเสื้อเสร็จพอดี

“ป่ะ เสร็จละ” แล้วเขาก็หันมาพยักหน้าให้ก่อนเดินนำออกไป แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวเฮียก็นิ่งไปและหันกลับมา

กึก..

“หื้ม?” ฉันมองเขาด้วยแววตาสงสัย แล้วเฮียก็พูดออกมาและเดินย้อนกลับที่หัวเตียงข้างในห้อง

“แป๊บ”

แล้วเฮียโยก็เดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบกล่องบางอย่างออกมาและเอากล่องนั้นมายื่นให้ฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

“เนื่องใน...โอกาส?”

“อยากให้”

เฮียโยตอบกลับมา ฉันเลยรับไว้และค่อยๆ เปิดกล่องดู ก่อนจะพบกับสร้อยข้อมือที่มีลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆ เหมือนกับชื่อฉันเป๊ะ ฉันเลยแซวเขาแบบกวนๆ ออกไป แต่ในใจก็งงๆ ที่อยู่ๆ เขาก็นึกอยากจะให้มันกับฉันขึ้นมา

“อีกเส้นเป็นดอกลิลลี่รึไง?”

ไม่รู้ทำไมถึงพูดไปแบบนั้นเหมือนกัน คงเพราะเขาชอบสะสมเครื่องประดับล่ะมั้ง ฉันเลยเดาว่าเขาก็คงจะเลือกซื้อเครื่องประดับนู่นนี่นั่นให้ผู้หญิงมากมายของเขาเหมือนกัน แถมคนล่าสุดใต้บันไดนั่นก็ชื่อนี้นี่นา

..แต่เดี๋ยวดิ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นซะหน่อย ทำไมต้องเอาตัวเองไปจัดอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยนะ -_-!

“มีเส้นนี้เส้นเดียว”

เฮียโยพูดขัดฉันที่กำลังถกเถียงกับตัวเองออกมา พอได้ยินแบบนั้น ยอมรับว่า..ก็แอบดีใจ ไม่ดิ ที่จริงไม่แอบหรอก ฉันดีใจ.. เลยพยักหน้าและตอบกลับเขาไป พร้อมกับก้มมองมันอีกทีและรู้สึกดีขึ้นมามากมายอย่างบอกไม่ถูก -////-

“สวยดี”

ฉันค่อยๆ หยิบสร้อยข้อมือในกล่องออกมาและมองมันชัดๆ อย่างช้าๆ แล้วเฮียก็เลื่อนมือหนาของเขาเข้ามายีหัวฉันสองสามทีก่อนจะยิ้มร่า

“หึ..แหงดิ เฮียดีไซน์เอง”

หื้ม..? จริงๆ ก็พอรู้นะว่าเขาชอบออกแบบเครื่องประดับหน้าตาแปลกๆ ไปเรื่อยเพราะมันเป็นธุรกิจที่บ้าน แต่เท่าที่เคยถาม เฮียบอกแค่ทำมันเล่นๆ ไม่ใช่รึไง ถ้าถึงกับดีไซน์เองและสั่งทำออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้แบบนี้.. จะถือว่าฉันได้สร้อยข้อมือแบบ Limited Edition ที่ไม่มีใครมีได้มั้ยนะ :)

“ฝีมือใช้ได้เลยนะเฮียเนี่ย ^_^”

ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ความจริงมันเลยคำว่าใช้ได้ไปไกลมาก สร้อยข้อมือเส้นนี้มันสวยมาก แถมมันยังมีความหมายมากมายที่ทำให้ฉันอดใจสั่นไม่ได้พอรู้ว่าตัวเองจะได้เป็นเจ้าของมัน

“มา..ใส่ให้ ทำหายมีเรื่องแน่”

เฮียโยพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่สำหรับฉันมันโคตรดีต่อใจ เขาแบมือมาขอสร้อยข้อมือจากฉัน ฉันเลยทำหน้าขรึมแล้วส่งมันไปให้ ทั้งที่หัวใจตอนนี้มันโคตรจะเต้นแรงจนกลัวว่าเสียงนี้จะหลุดรอดออกไป >////< แล้วเฮียก็ค่อยๆ ใส่มันที่ข้อมือข้างซ้ายของฉันอย่างตั้งใจ..

“ป่ะ”

พอใส่เสร็จเฮียก็เดินนำฉันไป ฉันเลยใช้จังหวะที่เขาเดินพ้นไป หลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างระบายความรู้สึกที่มันเอ่อล้นข้างใน แล้วรีบหุบยิ้มก่อนจะเดินตามไปคว้าแขนเฮียเอาไว้ แล้วตัดสินใจทำบางอย่างออกไปในเสี้ยวนาที

หมับ!

“ว่างะ...”

“โรสชอบเฮีย”

“.......”

สิ้นสุดคำพูดของฉัน ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ และพอเสียงรอบตัวมันยิ่งเงียบเท่าไหร่ เสียงใจของฉันมันก็ยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น.. เสียงนี้มันชัดขึ้นจนฉันเริ่มประหม่า ส่วนเฮียก็มองมาด้วยท่าทางที่ดูนิ่งไปอย่างพิจารณา

เราต่างจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบแบบนั้นอยู่สักพัก จนเฮียเป็นฝ่ายดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ นั่นทำให้ฉันโล่งใจที่อย่างน้อยปฏิกิริยาที่โต้ตอบกลับมามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย..

พรึ่บบบ!

แต่สุดท้าย.. เฮียก็พูดออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไร้เยื่อใยจนฉันที่อยู่ในอ้อมกอดเขาพอได้ฟังมันก็ถึงกับตัวชา และรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่พังทลายลงในพริบตา

“ตัดใจ…”

“.....”

“เป็นอย่างที่เคยเป็นมันดีแล้ว”

“.....”

“เชื่อเฮีย...”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

NightZ [IV] UNFAITHFUL

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED