- โกดัง คลองเตย -
"ไทค์"
" ... "
"ไอ้ไทค์"
" ... "
"ไอ้ไทเลอ!"
เพี้ยะ!
ไทเลอหน้าทิ่มจนหน้าผากกว้างแทบโขกไปกับหัวเข่าของตัวเองเมื่อถูกเฮนรี่ตบเข้าที่ท้ายทอยของตัวเองเต็มแรง มือหนาจับที่ท้ายทอยก่อนตวัดสายตาไปมองเฮนรี่ที่ยืนกอดอกปากคาบบุหรี่ปล่อยควันขาวคละคลุ้งออกมาจนแทบจะไม่เห็นใบหน้าของตัวเอง
"เป็นเหี้ยอะไรเนี่ย ตบหัวกูทำไม"
"มึงอะเป็นเหี้ยไร กูเห็นนั่งดมมือมานานละ ไปจับอะไรมา"
"เรื่องของกู"
ไทเลอแสร้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนก่อนจะเดินไปเช็กของที่อยู่ในความดูแลของตัวเองจนเต็มลัง เมื่อเขาเดินพ้นสายตาของเฮนรี่ โคล โนอาห์ และออสติน เขารีบหลบหลังกำแพงปูนยืนเอาหลังพิงกำแพงก้มมองมือตัวเองแล้วอมยิ้มราวกับคนบ้า
'เอ่อ พี่ไทค์คะปล่อยมือนิ้งได้แล้วค่ะ'
'ขอโทษครับ พี่ไม่รู้ว่าต้องจับหรือต้องทำยังไง พอดีพี่ไม่ค่อยรู้เรื่องธรรมเนียมไทยสักเท่าไหร่'
'อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ แล้วนี่พี่จะไปไหนต่อไหมคะ เจสซี่กำลังจะมาถึงแล้ว'
'เดี๋ยวพี่ไปทำงานครับ'
'อ่อ ค่ะ งั้นนิ้งไปก่อนนะคะ ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะ'
'พี่ไปส่งที่รถนะ'
'ขอบคุณค่ะ'
ระหว่างที่เดินไปส่งคะนิ้งที่รถไทเลอก็เดินแก่วงมือนิดหน่อยแค่ให้พอโดนมือเธอเพียงเท่านั้น อันที่จริงอยากอยู่กับเธอให้มันนานกว่านี้มาเฟียหนุ่มแอบอมยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วลอบมองใบหน้าใสของหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆ กันโดยที่คนที่ถูกแอบมองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
มาเฟียหนุ่มจับกระเป๋ากางเกงของตัวเอง พลางจับกระเป๋าเสื้อแล้วหมุนตัวไปมา เขาหันมองหน้าคะนิ้งโดยที่คะนิ้งที่เห็นสิ่งผิดปกติก็หันกลับมามองเขาเหมือนกัน
'นิ้งครับ'
'คะ'
'คะ ... คือ โทรศัพท์พี่หาย พี่ขอยืมโทรศัพท์นิ้งได้ไหม'
'ได้ค่ะ นี่ค่ะ'
คะนิ้งรีบยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าของไทเลอ โดยที่มาเฟียหนุ่มรีบรับมันมาอย่างร้อนรนกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไปแล้วกดโทรออก
'ฮัลโหล คือผมเป็นเจ้าของเครื่องผมทำโทรศัพท์ตก ไม่ทราบว่าคุณเก็บได้ที่ไหนครับ'
'โอเคครับ เดี๋ยวผมไปรับโทรศัพท์คืน ขอบคุณมากครับ'
ไทเลอยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้คะนิ้งเขาขอบคุณเธอแล้วเดินไปส่งเธอจนถึงรถโดยที่คนตัวเล็กคงไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เดินหัวใจของเขามันเต้นแรงขนาดไหน ที่เต้นแรงเพราะใกล้เธอเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนมันคือกลัวเธอจับได้ต่างหาก
'ให้นิ้งไปรับโทรศัพท์คืนเป็นเพื่อนไหมคะ'
เป็นเพื่อนเหรอ หึ เปลี่ยนเป็นผัวแทนได้ไหม
'ไม่เป็นไรครับพี่จัดการเอง ขับรถดีๆ นะ' ไทเลอส่งยิ้มที่เขาคิดว่าตัวเขาเองหล่อที่สุดแล้วไปให้หญิงสาว โดยที่คะนิ้งก็ยิ้มตอบกลับมา มันยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มหัวใจเต้นรัว คนบ้าอะไรวะ น่ารักฉิบหาย อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัวไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น
'เดี๋ยวพี่ได้โทรศัพท์คืน แล้วจะโทรไปขอบคุณนะครับ'
'ไม่เป็นไรค่ะ นิ้งไปนะคะ'
คะนิ้งปิดประตูรถเบาๆ แล้วโบกมือให้กับไทเลอก่อนจะขับรถออกมาอย่างปกติ แต่คนมองนี่สิหัวใจแทบจะหยุดเต้น ให้ตายเถอะวันนี้เขาหาเรื่องคุยกับเธอได้อีกแล้ว แล้วที่สำคัญ
ไทเลอยกยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังกดบันทึกเบอร์ของหญิงสาวทันที
'Darling'
"มึงมาอู้อะไรตรงนี้เนี่ย เป็นเหี้ยอะไรนักหนาวะเดี๋ยวนั่งดมมือ เดี๋ยวยืนยิ้มคนเดียว มึงดูดยามาปะเนี่ย"
"เดี๋ยวกูถีบ กูแค่ขายไม่ได้เสพไอฉิบหาย จะไปไหนก็ไปเลยกูจะทำงาน"
เฮนรี่ที่แอบเห็นไทเลอยืนยิ้มเหมอลอยอยู่คนเดียวมาพักใหญ่ๆ เขารีบเดินมาหาเพื่อนแซวสักหน่อยไทเลอต้องมีอะไรดีๆ แล้วไม่เล่าให้เขาฟังแน่ๆ
"เฮ้ย เดี่ยวดิมีอะไรดีๆ ก็เล่าให้เพื่อนฟังบ้าง อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวมันอึดอัดรู้เปล่า"
"กูไม่อึดอัดอะไปไกลๆ จะเช็กของ"
.
.
.
- T.Club –
คะนิ้งมาถึงก่อนเจสสิกา ตามมาด้วยจัสมิน ตาหวาน และเฌอแตมป์ วันนี้เจสสิกาต้องรอออสตินทำงานเธอจึงชวนเพื่อนๆ ออกมานั่งฟังเพลงเล่นแก้เบื่อ
"มาคนแรกเลยนะยะ" เฌอแตมป์แซวคะนิ้งที่นั่งอัปรูปลงโซเชียลระหว่างรอเพื่อนๆ มาถึง
"แน่นอนฉันเป็นคนตรงต่อเวลา"
"ยัยเจสยังไม่มาเหรอ" ตาหวานกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่เห็นเจสสิกาเธอจึงถามขึ้น
"สายทุกที มาช้าตลอด" จัสมินบ่นเข้าให้ทำให้เพื่อนๆ ที่เหลือต่างส่ายหน้าให้กับความขี้บ่นของเธอไม่นานนักคนที่ทุกคนรอคอยก็เดินเข้ามาในชุดเดรสรัดรูปสีดำ
"จัดเต็มเลยนะ ไหนบอกแค่มาฟังเพลงไงดูสิฉันใส่ชุดบ้านๆ มาเนี่ย"
จัสมินหมุนตัวไปมา ก่อนจะยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟให้เดินมาหาแล้วสั่งเครื่องดื่มประจำกลุ่มออกมา ระหว่างที่กำลังนั่งชิวๆ ทุกคนต่างก็ชอบถ่ายรูปแล้วอัปลงโซเชียลกันทั้งนั้นโดยเฉพาะคะนิ้งที่มักจะทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว
ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~
เบอร์โทรศัพท์แสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยขึ้นบนหน้าจอมือถือของหญิงสาว คะนิ้งเดินเลี่ยงออกมาจากที่โต๊ะแล้วกดรับสายโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
"คะ"
(นิ้งพี่ไทค์นะครับ)
"อ๋อค่ะ พี่มีอะไรรึเปล่าคะ"
(พี่แค่จะโทรมาบอกว่าพี่ได้รับโทรศัพท์คืนแล้วนะครับ)
"อ๋อ ค่ะดีใจด้วยนะคะ"
(เอ่อ ครับ งั้น .. พรุ่งนี้เจอกันนะ)
"ค่ะ หะ! เดี๋ยวๆ เจอกันอะไรคะ โหลๆ พี่ไทค์"
ไทเลอกดวางสายทันทีที่พูดจบเขายืนกำมือถือแน่นแล้วเป่าลมออกจากปากเบาๆ อย่างโล่งอกก่อนจะทำการแอดเฟรนในแอพพลิเคชั่นแช็ตชายหนุ่มกดเปิดอินสตาแกรมของคะนิ้งขึ้นมาดูเห็นเธอลงรูปที่กำลังสนุกอยู่กับเพื่อนๆ อยู่ในคลับ เขาพยายามขยายรูปดูหลายต่อหลายครั้ง อยากเห็นหน้าเธอชัด อยากมองหน้าเธอนานๆ
ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~
'Darling'
คะนิ้งโทรกลับมาหาไทเลอเพราะเมื่อครู่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องไทเลอก็วางสายไปแล้ว เธอยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปกับเขาหรือไม่ไป แต่นี่เขาก็ไม่ยอมรับสายเธอเลย ไม่ว่าเธอจะโทรไปกี่ครัง ก็ไม่มีวี่แววว่าไทเลอจะรับสายเธอเลยสักนิด
ไทเลอยืนมองแสงสว่างหน้าจอติดแล้วก็ดับ ติดแล้วก็ดับหลายต่อหลายครั้ง ใจจริงอยากจะรับใจจะขาด แต่เขากลัวว่าหากรับสายเธอ เธอก็จะปฏิเสธไม่ไปกับเขา เขาจึงทำได้แค่ยืนมองหน้าจอโทรศัพท์ติดแสงสว่างแล้วดับไปหลายต่อหลายครั้ง
"ไอ้พี่ไทค์ วางสายแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไปดาวอังคารเลยรึไง แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าเขานัดฉันที่ไหนเนี่ย"
- เช้าวันต่อมา เพนท์เฮาส์ไทเลอ –
ไทเลอกดโทรศัพท์เข้าแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรม กดไปที่โพรไฟล์ของคะนิ้ง วันนี้คะนิ้งยังไม่อัปอะไรลงโซเชียลเขาจึงรีบเดินไปที่หน้ากระจกในห้องแต่งตัวของตัวเอง
มาเฟียหนุ่มถอดเสื้อยืดสีดำออกแล้วหยิบเสื้ิอเชิ้ตสีดำมาใส่แทน เขามองดูตัวเองอีกทียังไม่พอใจถอดเสื้อเชิ้ตสีดำออกแล้วหยิบเสื้อโปโลสีดำมาใส่แทน ก่อนจะยืนท้าวสะเอวอยู่หน้ากระจก
"ชีวิตกูไม่คิดจะมีเสื้อสีอื่นใส่บ้างเหรอวะ"
บ่นกับตัวเองก่อนจะถอดเสื้อโปโลสีดำออกแล้วใส่เสื้อยืดตัวเดิม เขามองดูกางเกงยีนตัวสวยรัดรูปของตัวเองแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบสีขาวออกมาใส่ ไทเลอเสยผมลวกๆ ลงเจลใส่ผมก่อนจัดแต่งทรงให้ดูเท่
แว่นกันแดดราคาแพงนี่ขาดไม่ได้เลย เขาต้องเอามันขึ้นมาเหน็บไว้ที่คอเสื้อ ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นดมพิสูจน์กลิ่นตัวของตัวเอง
"ไม่เหม็น แต่! ฉีดน้ำหอมหน่อยแล้วกัน"
ไทเลอหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวของเขาขึ้นมา Chanel Allure Homme sport แล้วฉีดเข้าตัวเองเพียงแค่นี้ก็คงทำให้เธอประทับใจได้ มาเฟียหนุ่มเดินผ่านหน้าตู้รองเท้าหยิบกุญแจรถยนต์คันหรูออกมาก่อนจะวางไว้ที่เดิมแล้วหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์แทน แต่แล้วก็วางเอาไว้ที่เดิมแล้วหยิบกุญแจรถคันหรูออกมาเหมือนเดิม
ไทเลอกดโทรศัพท์หาคะนิ้งรอสายเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานจากปลายสายมาเฟียหนุ่มยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเพียงแค่ได้ยินเสียงของเธอเขาก็ยิ้มจนหุบไม่ได้แล้ว
(ฮัลโหลค่ะ พี่ไทค์)
" ... "
(พี่ไทค์ได้ยินนิ้งไหมคะ)
" ... " ไทเลอมัวแต่ฟังเสียงหวานของคะนิ้งจนลืมตอบปลายสายไป เขาเพิ่งมาได้สติเอาก็ตอนที่คะนิ้งกดวางสายไปแล้ว
"อ้าวเห้ย! ยังไม่ได้พูดเลยวางแล้ว ปั๊ดโถ่!"
ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~
เขากำลังจะกดเบอร์โทรออกไปหาคะนิ้งอีกครั้ง ครั้งนี้เขาจะตั้งสติให้มั่น แต่ทว่าโทรศัพท์ของเขาก็มีสายเรียกเข้า เข้ามาก่อนหน้าจอแสดงชื่อของคนที่โทรเข้ามา ทำให้คนที่ยืนมองสายเรียกเข้าอยู่นั้นยืนยิ้มราวกับคนบ้า
'Darling'
"ครับ" หัวใจแกร่งมันเต้นแรงอย่างตื่นเต้น ก่อนจะตอบปลายสายออกไปโดยที่คนปลายสายก็พูดขึ้นมาเช่นกัน
(พี่จะให้นิ้งไปเจอที่ไหนคะ)
"ขอโทษที เมื่อครู่โทรศัพท์พี่มันไม่ค่อยได้ยิน เดี๋ยวพี่ไปรับนิ้งที่คอนโดครับ อีกสิบห้านาทีถึง"
(ทำไมเร็วจังละคะ)
"นิ้งมีธุระที่ไหนรึเปล่าครับ"
(เปล่าค่ะ นิ้งยังไม่ได้เตรียมตัวเลย)
"ไม่เป็นไรครับไม่ต้องรีบ เจอกันนะครับ"
(พี่รู้จักคอนดะ ... !)
ไทเลอกดวางสายในตอนที่คะนิ้งกำลังจะพูดขึ้น หัวใจมันเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก ไอ้บ้าเอ่ยมึงจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้นะเว้ยไอ้ไทค์ อายครูไม่รู้วิชาอายภรรยาไม่มีบุตร แต่เขายังไม่ใช่ภรรยามึงนะเว้ย แต่เดี๋ยวก็เป็นปะวะ
ไทเลอสะบัดความคิดที่ตีกันบนหัวไปมาก่อนจะเดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี อ่ะ! เกือบลืมไปเขาต้องโทรหาตัวช่วยก่อนไม่งั้นจะมีข้ออ้างไปหาคะนิ้งได้ยังไง
มึงนี่เป็นมาเฟียที่ฉลาดที่สุดในโลกแล้วนะเนี่ย
.
.
.
- คอนโดคะนิ้ง –
Porsche 718 Spyder คันหรูสีดำจอดอยู่ใต้ตึกคอนโดของคะนิ้ง หญิงสาวเดินลงมาด้วยชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำเธอทำหน้ามุ่ยคิ้วชนกันเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคยยืนพิงรถยนต์คันหรูราคาหลักสิบล้าน แต่ที่ต้องหน้ามุ่ยเพราะในอ้อมกอดของเขามีเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังแนบพวงแก้มป่องไปกับแผงอกแกร่งของตัวเองอย่างออดอ้อน
"พี่ไทค์คะ"
ไทเลอหันหน้ามาสบตากับหญิงสาว เขาใช้สายตามองสำรวจเรือนร่างอรชรของเธอแล้วหัวใจก็เต้นแรง บางทีเขาคิดว่าเขาควรไปหาหมอดีกว่าพาเธอไปทานอาหาร
"พาจีน่ามาทำไมเหรอคะ"
"จีน่าอยากมาหานิ้งน่ะ ขึ้นรถสิครับแดดร้อน"
"หืมม ให้นิ้งขึ้นรถแดดร้อน แต่พี่เปิดประทุนเนี่ยนะ"
"เดี๋ยวพี่ปิดครับ ขึ้นรถเร็ว"
คะนิ้งเดินเข้าไปใกล้มาเฟียหนุ่มก่อนจะโน้มใบหน้าก้มลงหอมแก้มป่องของหลานสาวตัวเองที่หลับใหลอยู่กับแผงอกแกร่งของไทเลอ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าความใกล้ชิดแบบนี้มันทำให้ใครบางคนแทบจะไร้เรี่ยวแรงอุ้มหลาน
จมูกโด่งของไทเลอสูดดมกลิ่นหอมของเธอราวกับอยากจะจดจำกลิ่นนี้ไว้ สัมผัสแนบชิดจากเธอที่มีให้จีน่ามันส่งผลมาให้เขาด้วย เห็นทีต้องมีรางวัลใหญ่ให้กับสาวน้อยจีน่าคนนี้เสียแล้ว
"ขอโทษค่ะ"
คะนิ้งยืนนิ่งหันหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองใกล้ชิดกับไทเลอมากเกินไป หญิงสาวแย่งจีน่ามาอุ้มเองก่อนจะเปิดประตูรถยนต์คันหรูถือวิสาสะเข้าไปนั่งก่อนเจ้าของรถเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"เราจะไปไหนกันคะ"
" ... " เออวะ! จะไปไหนวะ ลืมคิดมา ไทเลอนิ่งทำหน้าเครียดไม่ยอมตอบคะนิ้ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากพูด แต่เพราะว่าเขาไม่รู้จะตอบเธออย่างไร ก็ลืมคิดไปว่าจะไปไหนเขาแค่อยากเจอ ถึงจะไม่ได้คบกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้มองได้ใกล้ชิดเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว
"งั้นเราไปคาเฟ่แถวนครปฐมกันดีไหมคะ มีร้านนึงบรรยากาศดีมากทานข้าวกลางนาได้ด้วยนะคะ"
"เอาสิ"
คะนิ้งยิ้มอย่างดีใจเธอกระชับอ้อมแขนของตัวเองแน่นเพราะน้องจีน่ายังไม่ลืมตาตื่นไทเลอที่ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนเฝ้าแอบมองใบหน้าของเธอเสมอ หากเขาได้ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านี้ก็คงดี หากเขาได้แนบชิดร่างกายเธอก็คงดี หากดวงตาคู่นั้นจ้องมองเพียงแค่เขาก็คงดี
"พี่ไทค์ออกมาแบบนี้ แฟนไม่ว่าเหรอคะ"
"พี่ไม่คบใครครับ"
"ทำไมละคะ มีความหลังฝังใจที่บอกใครไม่ได้เหรอคะ"
"พี่เป็นมาเฟีย นิ้งก็รู้ ไม่มีใครอยากมาเสี่ยงกับพี่หรอกครับ อาชีพของพี่มันอันตราย"
"บางทีอาจจะมีคนอยากลองเสี่ยงกับพี่ก็ได้นะคะ"
คะนิ้งนิ่งไปเมื่อเผลอพูดอะไรออกมาที่มันไม่ควร เธอหันหน้าออกไปทางกระจกหัวใจดวงน้อยมันเต้นแรง กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดว่าเธออ่อยเขา เธอเพียงแค่อยากจะชวนเขาคุยก็เท่านั้น
ไทเลอที่ได้ยินคำตอบจากปากของคะนิ้งเขาหันมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่หันหน้าไปทางอื่นทันที แม้มองจากตรงนี้จะเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้ากับใบหูแดงๆ มันก็อดทำให้ไทเลอคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเขิน มาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปากแม้ว่าภายในใจของเขาตอนนี้มันกำลังกระโดดโลดเต้นราวกับถูกหวยก็ตาม ไทเลอกัดกลีบปากล่างของตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปหมายจะจับมือของเธอเอาไว้แต่เมื่อใกล้จะสัมผัสถูกมือเธอเขาก็ชักมือกลับแล้วพ่นลมหายใจออกทางปากเบาๆ
ใจกล้าๆ หน่อย อย่าใจตุ๊ดดิวะไอ้ไทค์