ตอน 2

สนามบินนานาชาติต้าชิง

บริเวณผู้โดยสารขาออก

           สนามบินปักกิ่ง ต้าซิง (Beijing Daxing International Airport) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 700,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐานโอลิมปิก เกือบ 100 สนาม มีรันเวย์ทั้งหมด 7 รันเวย์ ช่วยรองรับปริมาณเครื่องบินได้ 620,000 เที่ยว ต่อปี สนามบินแห่งใหม่นี้ ถูกออกแบบตามท่าทางสยายปีกของนกฟีนิกซ์ จากฝีมือสถาปนิกหญิงผู้ล่วงลับอย่าง Zaha Hadid แต่ด้วยรูปทรงอาคาร 5 แฉก คล้ายปลาดาว สื่อจีนจึงเรียกขานกันว่า “สนามบินปลาดาว”

           ส่วนภายในอาคารผู้โดยสารนั้น มีการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น การเช็คอินด้วยตนเอง การเช็คอินสัมภาระด้วยตนเอง การใช้ระบบสแกนใบหน้า เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

รวมถึงอุปกรณ์ระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อติดตามสัมภาระของผู้โดยสารได้อย่างเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ นั่นหมายความว่า ผู้โดยสารไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่เช็คอินไปจนถึงขึ้นเครื่อง

           และผู้โดยสารสามารถเดินทางจากใจกลางนครหลวงปักกิ่ง สู่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ด้วยรถไฟความเร็วสูง (Daxing Airport Express) ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยความเร็วรถไฟ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นการย่นระยะเวลาการเดินทางอันยาวนานเหลือเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น

           ร่างระหงของไป๋หลันฮวาบุตรสาวของหัวหน้าแก๊งมาเฟียไป๋โหย่งอี้ เจ้าพ่อใหญ่คุมแก๊งสามพยัคฆ์แดนมังกรหรืออีกชื่อในทางสากลนั่นก็คือ Chinese Triad เป็นองค์กรมาเฟียลับอยู่ในญี่ปุ่น ฮ่องกงและจีน เป็นหนึ่งในแก๊งมาเฟียใหญ่ซึ่งทางการสหรัฐขึ้นบัญชีเอาไว้ ด้วยแก๊งมาเฟียนี้รับจ้างพาคนผิดกฎหมายเดินทางเข้าสหรัฐ ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 แสนคน

นอกจากนี้ มาเฟียจีนแก๊งนี้ยังถนัดการพิมพ์ธนบัตรปลอมอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานการก๊อปเกรดเออันลือชื่อแนบเนียนและยากที่จะจับได้ จึงทำให้ธนบัตรปลอมระบาดเข้าประเทศสหรัฐเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังค้ายาเสพติด ฟอกเงิน ลอบวางเพลิง ฆาตกรรมและการค้ามนุษย์

ร่างระหงดังกล่าวกำลังเดินออกมาจากประตูขาออกของผู้โดยสาร ใบหน้ารูปไข่สวมแว่นกันแดดสีดำทะมึนรับกับชุดสูทสากลสีดำสนิทเข้ารูปและกางเกงยีนสีดำสวมรองเท้าบูทสั้นสีดำ กำลังเดินตรงมาหาชายฉกรรจ์ร่างสันทัดซึ่งสวมสูทสากลสุดเนี๊ยบมายืนรอเธออยู่ในขณะนี้

           และทันทีที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนดังกล่าวนามว่าหวังเหล่ย

           “มาเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะแก ไม่คาดคิดว่าจะมีเที่ยวบินมาจากญี่ปุ่นช่วงเช้าเพราะเท่าที่เช็คดูแล้วที่นั่งเต็มทุกไฟท์เลยทีเดียวไม่ใช่เหรอ”

           ใบหน้าภายใต้แว่นกันแดดยกยิ้มออกมาเล็กน้อยครั้นได้ยินเช่นนั้น

           “ก็ไม่มีอะไรมากแค่ให้พรรคพวกหาตั๋วเครื่องบินมาปักกิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ มีเพื่อนดีก็แบบนี้แหละ แล้วพ่อเป็นอย่างไงบ้างเตรียมงานไปถึงไหนแล้ว”

           “งานศพของนายใหญ่จัดเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว เสียแต่ว่าคุณนายรองแม่เลี้ยงของแกเข้ามาวุ่นวายตลอด มิหนำซ้ำยังอ้างสิทธิในการเป็นภรรยาเข้ามาก้าวก่ายทุกอย่าง แม่นั่นอ้างว่าในฐานะภรรยาและแม่ของคุณชายใหญ่เริ่นเจินที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าของแก๊งสามพยัคฆ์ต่อไป”หวังเหล่ยรีบฟ้องทันที

           หญิงสาวแสยะยิ้มเหยียดตรงมุมปากออกมาทันใดครั้นได้ยินเช่นนั้น

           “มันก็น่าจะทำให้คนแบบเยี่ยนหรานคิดเช่นนั้นอยู่หรอก ก็พ่อเล่นไม่ยอมบอกว่าใครจะขึ้นมาคุมแก๊งต่อไป เป็นใครก็ต้องคิดว่าไป๋เริ่นเจินลูกชายเพียงคนเดียวของไป๋โหย่งอี้ หัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์จะต้องขึ้นคุมแทน”

           “อั่ยยะหลันฮวา ไอ้คนขี้โรคแบบนั้นสามวันดีสี่วันไข้จะขึ้นมาคุมแก๊งของเราที่มีคนมากมายตั้งหลายหมื่นคนแบบนั้นได้อย่างไง มันไม่ใช่เฉพาะในญี่ปุ่นและฮ่องกงแต่ยังในจีนอีกที่เป็นสมาชิกในแก๊ง ลำพังในญี่ปุ่นและฮ่องกงสนับสนุนแกให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง จะต้องไปกลัวทางเซี่ยงไฮ้ทำไมกันวะ”หวังเหล่ยเอ่ยแย้งขึ้นมา

           “แล้วนายคิดว่าสมาชิกในแก๊งของทางเซี่ยงไฮ้จะยอมรับฉันอย่างนั้นเหรอ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แสนจะบอบบางในสายตาของสมาชิกแก๊งทางนั้น พวกเขาไม่ได้คิดว่าฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อเลยนะ”เธอตอบกลับไปพลางก้าวเดินนำหน้าออกไปจากบริเวณดังกล่าว

           “แต่ทุกวันนี้แกก็คุมแก๊งให้นายใหญ่ทางญี่ปุ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าอะไรก็จัดการแทนหมดทุกอย่างนับตั้งแต่บินไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมิหนำซ้ำตั้งแต่ไปอยู่ที่นั่นนอกจากจะคอยดูแลแก๊งทางนั้นให้แล้ว จากรายได้ที่ต่ำสุดกลับมาอยู่ในอันดับสูงสุดขนาดในฮ่องกงหรือแม้แต่ทางเซี่ยงไฮ้ยังสู้ไม่ได้เลย เพียงเท่านี้ไม่สามารถยืนยันได้อีกอย่างนั้นเหรอว่าแกมีคุณสมบัติเหมาะที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง”

           “ก็นั่นเป็นความคิดของนายเองเท่านั้น แก๊งทางเซี่ยงไฮ้จะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่าเล่า! อีกอย่างที่รายได้ทางญี่ปุ่นสูงสุดกว่าฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้เพราะฉันมีนโยบายประนีประนอมกับคู่ค้าด้วยกัน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบความรุนแรง อีกอย่างความคิดที่จะมาเป็นหัวหน้าแก๊งไม่เคยมีอยู่ในหัวฉันเลยนะเว้ย”หญิงสาวตอบกลับไปเสียงสูงพร้อมหันไปจ้องใบหน้าลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอเขม็ง จนทำให้อีกฝ่ายต้องสงบปากสงบคำลงโดยพลัน

           “มีแต่แกนั้นแหละที่รู้สึกแบบนั้น นี่ถ้าเริ่นเจินมันรู้ละก็คงดีใจตายชัก ที่หมดคู่แข่งไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าใหญ่สามพยัคฆ์แดนมังกร”หวังเหล่ยบ่นพึมพำออกมาทันที

           “จะมาเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนฉันทำไมกัน นี่ก็คิดเอาไว้ว่าวันที่จะประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคุมแก๊งสามพยัคฆ์ฉันจะขอถอนตัวไม่เข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มาจากทางญี่ปุ่น คราวนี้ก็เหลือแค่นายกับเริ่นเจินที่สมาชิกพรรคต้องตัดสินใจ”

           “แต่คนที่ฉันยอมก้มหัวให้เป็นหัวหน้าใหญ่แก๊งสามพยัคฆ์มีแต่แกเท่านั้นนะเสี่ยวหลันฮวา ในเมื่อเป็นลูกสาวแท้ๆ ของหัวหน้าทำไมไม่สืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป แกจะยอมให้เริ่นเจินที่ไม่ได้มีสายเลือดของหัวหน้าขึ้นมาคุมแก๊งแทนอย่างนั้นเหรอวะ”

           และนั่นทำให้ไป๋หลันฮวาถึงกับยืนนิ่งงันไปชั่วขณะทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

           เฮ้อ!!! เธอถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

           “ฉันไม่อยากเดินตามรอยพ่อ! ไม่อยากเป็นมาเฟียหรือยากูซ่าหรือจะเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่อะไรทั้งนั้น! อยากเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยู่อย่างสงบๆ ไม่ต้องคอยถูกทางการตามล่าหมายหัวหรือถูกออกประกาศหมายจับไปทั่วโลก นายเห็นชีวิตของพ่อฉันไหม ต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ตลอดเวลาถ้าไม่ใช่คู่อริตรงกันข้ามก็เป็นคนของรัฐบาลเชิญตัวไปกว่าจะกลับออกมาได้ บอกตรงๆ ไม่อยากเป็นแบบนั้นวะ”หญิงสาวพูดออกไปตามความรู้สึกของเธอ

ถ้อยเจรจาดังกล่าวทำให้หวังเหล่ยหัวหน้าแก๊งทางฮ่องกงยืนนิ่งฟังอย่างเงียบๆ เมื่อสิ่งที่เธอพูดล้วนเป็นความจริงทุกอย่าง ก่อนจะได้ยินเสียงไป๋หลันฮวาเอ่ยขึ้นมาอีกครา

“เอาเป็นว่าเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ ค่อยว่ากันตามสถานการณ์ต่อไปเพราะยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นและเรารออยู่”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีครั้นได้ยินเพื่อนร่วมแก๊งกล่าวออกมาเช่นนั้น

“หมายความว่าอย่างไง แกคิดว่าเริ่นเจินจะเล่นไม่ซื่อเหรอ”ชายหนุ่มถามกลับไป

           “นายเชื่อเถอะว่าฉันจะต้องถูกไอ้พี่ใหญ่บ้าอำนาจนั้นรับน้องแน่ๆ ทันทีที่เหยียบถึงเซี่ยงไฮ้ ท่าทีขี้โรคแต่เนื้อแท้ไม่ใช่ขี้ๆ เลยนะจะบอกให้ คุณชายใหญ่ที่เคยขี้โรคไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว ถึงฉันจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องการสืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อแต่ก็สอดรู้สอดเห็นจนรู้ความเคลื่อนไหวทุกเรื่องนะเว้ย และฉันก็เชื่อว่าที่พ่อจากไปกะทันหันมันไม่ใช่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างสุดวิสัย”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ

           ห๊ะ! เสียงลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งเอ่ยออกมา

“นี่แกกำลังหมายความว่า อุบัติเหตุรถคว่ำจนทำให้นายใหญ่เสียชีวิตไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอย่างนั้นเหรอ”หวังเหล่ยถามกลับไปเพื่อความมั่นใจ

           “นายติดตามพ่อฉันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ ย่อมรู้ดีกว่าใครเพื่อนว่าพ่อรอบคอบมากแค่ไหนเวลาขับขี่รถบนท้องถนน และคนที่ชอบความเร็วถึงขนาดนั้นไม่เคยมีประวัติขับรถชนสักครั้งเดียว แต่จู่ๆ กลับหลับในจนรถพลิกคว่ำทำให้ตัวเองตาย! มันไม่ใช่แน่นอน!ไม่ใช่แน่ๆ”หญิงสาวกล่าวลอดไรฟันออกมา

           และนั่นทำให้ลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งที่กำลังครุ่นคิดตามถึงกับตาสว่างขึ้นมาทันที

           “แกกำลังจะบอกว่าเริ่นเจินอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของนายใหญ่อย่างนั้นใช่ไหม”

           แทนการตอบรับมาเฟียสาวคนสวยพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกัน

“ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่คือสิ่งที่ไป๋เริ่นเจินต้องการมากที่สุด แต่เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นลูกติดท้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อย่อมไม่มีสิทธิที่จะขึ้นมาคุมแก๊งนี้ได้ ถ้าอยากเป็นใหญ่ต้องกำจัดใครก่อนละถึงจะได้สิ่งที่ตัวเองหวัง”หญิงสาวกล่าวออกไป

           และนั่นทำให้ลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งยืนนิ่งงันไปชั่วขณะครั้นได้ยินเช่นนั้น

           “นี่แกรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเริ่นเจินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของนายใหญ่”หวังเหล่ยเอ่ยถามกลับไป

           “แล้วนายคิดว่าเริ่นเจินจะรู้หรือเปล่าว่านายรู้ความลับของเขา”หญิงสาวกล่าวพร้อมใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอ

           “คิดว่าไม่นะเพราะฉันอยู่ดูแลแก๊งทางฮ่องกง ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับแก๊งทางเซี่ยงไฮ้แต่ก็แปลกใจที่นายใหญ่กลับบอกเรื่องความลับนี้ให้ฟังเมื่อสองปีที่แล้ว”

           และนั่นทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ ครั้นได้ยินเช่นนั้น

           “ฉันก็ได้ยินจากปากของพ่อบอกเรื่องนี้เมื่อสองปีก่อนตอนฉันจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเช่นกัน และพ่อให้เหตุผลว่าที่เอ่ยความลับนี้ให้รู้เพราะถ้าหากพ่อจากไปอย่างกะทันหัน คนที่คุมแก๊งทั้งสามประเทศจะต้องล่วงรู้ดีว่าสมควรให้ใครขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งแทน ตามคุณสมบัติของการสืบทอดทางสายเลือด หรือคุณสมบัติที่มาจากการยอมรับจากสมาชิกในแก๊ง”

           “และนี้คือสาเหตุว่าทำไมช่วงสามปีหลังนายใหญ่จึงไปคุมแก๊งที่เซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง แล้วปล่อยให้พวกเราสองคนคุมแก๊งที่ฮ่องกงและญี่ปุ่น นั่นเป็นเพราะเจ้าเริ่นเจินต้องการฮุบแก๊งทางเซี่ยงไฮ้เอาไว้ทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ”เสียงของลูกน้องคนสนิทเอ่ยแทรกขึ้น

           ไป๋หลันฮวายิ้มออกมาบางๆ เมื่อลูกน้องเก่าของพ่อเธอคาดการณ์ออกมาได้ดั่งที่เธอคิด พลางเชิดหน้าขึ้นสูงพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก

           “รีบเดินทางต่อกันเถอะ ต้องนั่งเครื่องไปลงที่เซี่ยงไฮ้อีกป่านนี้พี่ใหญ่กำมะลอและแม่ของเขากำลังรอฉันให้ไปเคารพศพพ่ออย่างใจจดใจจ่อจะแย่แล้ว”หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินนำหน้าไปยังทิศทางซึ่งจะต้องเข้าไปยังเกตเพื่อนั่งเครื่องไปลงที่เมืองเซี่ยงไฮ้

           “ดะ..เดี๋ยว..เดี๋ยวหลันฮวา!ถ้าพวกเราไปที่เซี่ยงไฮ้แบบนี้จะไม่เข้าแผนของเริ่นเจินอย่างนั้นเหรอ”หวังเหล่ยเอ่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้

           “แน่นอน!”เธอกล่าวพร้อมหยักไหล่ไหวไปมาพร้อมเอ่ยตอบกลับไป

           “เฮ้ย! ทำไมแกพูดแบบนั้นละวะ”หวังเหล่ยโวยวายออกมาทันใด

           “ถ้านายกลัวตายมากก็ไม่ต้องไป!ฉันไปเองเว้ย!”หญิงสาวพูดตัดบทพร้อมเดินนำหน้าอาดๆ ไปแต่เพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงร้องเรียกคนทางด้านหลัง

           “โธ่...หลันฮวานี่จริงจังนะ!กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน!จะบินไปทั้งๆ ที่ไม่เตรียมรับมืออะไรเลยอย่างนั้นเหรอ ในเมื่อหัวหน้าแก๊งของญี่ปุ่นและฮ่องกงเดินทางมาถึงเซี่ยงไฮ้พร้อมกันแบบนี้ เท่ากับว่าไปติดกับเริ่นเจินที่กำลังขุดล่อเอาไว้ชัดๆ ตายนะเว้ยตาย! เข้าใจคำว่าตายไหมวะ!!!”

           “เออ!เข้าใจว่าไปแล้วถ้าไม่ตายก็รอดมีแค่สองอย่างเท่านั้นละ..จะโวยวายไปทำไมก็รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอก”เธอตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระเลยสักนิด

           “เอ้า!นี่ตอบง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ..ถามจริงเถอะ ใจลึกๆ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”หวังเหล่ยคาดคั้นเอาคำตอบด้วยความสงสัยในท่าทีดังกล่าวของหญิงสาว

           “ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าเริ่นเจินจะใช้แผนอะไรกำจัดเราสองคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งคุมฮ่องกงกับญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้นะสิ เล่นตามน้ำไปก่อน แต่ใครจะบ้าจี้ตายตามแผนของมันกันเล่า ส่วนจะวางแผนซ้อนอย่างไงต่อไปเดี๋ยวจะบอก แต่ตอนนี้นายสั่งลูกน้องในฮ่องกงและไต้หวันเดินทางไปที่เซี่ยงไฮ้แล้วใช่ไหม

           หวังเหล่ยพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันพร้อมเอ่ยตอบกลับไป

           “อือ! ลูกน้องเพียบ!อุ่นใจได้เลย”

           ไป๋หลันฮวายกยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความพอใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

           “ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปต่อกันได้แล้ว”หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินนำหน้าออกไป

           ทันใดนั้นเอง

           โครม!!!! จู่ๆ ประหนึ่งราวกับว่ามีสิ่งใดพุ่งชนร่างระหงของหญิงสาวเข้าให้อย่างจัง จนเธอล้มลงไปกับพื้นพร้อมกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังกระเด็นออกไปไกล ท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิท

           “หลันฮวา!!!”หวังเหล่ยร้องเรียกชื่อเพื่อนสาวออกมาทันใด

ตอน 3

“เฮ้ยใครวะ!วิ่งชนซะมึนไปเลย”หญิงสาวนั่งบ่นพึมพำ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างของหญิงชราที่กำลังพยายามยันกายของนางให้ลุกจากพื้น

           “โอโห่!นี่เราอ่อนแอถึงขนาดหญิงชราชนทีเดียวถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นเลยเหรอวะเนี่ย”ไป๋หลันฮวาบ่นพึมพำให้กับตัวเองด้วยความแปลกใจ พลางจ้องหญิงชราตรงหน้าเขม็ง

           “เป็นอะไรหรือเปล่า”หวังเหล่ยรีบเข้ามาประคองร่างของเพื่อนสาว

           “ฉันไม่เป็นอะไรหรอก รีบไปดูคุณยายแกก่อนเถอะ คงจะล้มไปกับพื้นอย่างแรงเลยนะ”เธอบอกพร้อมรีบลุกขึ้นยืนพลางตรงเข้าไปประคองร่างหญิงชราที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสามารถชนร่างของเธอจนกระเด็นและล้มฟุบไปกับพื้นได้

           “คุณยายเป็นอะไรไหม!เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”หญิงสาวถามกลับไปตามสไตล์สาวห้าวในแบบฉบับของเธอ

           ข้างฝ่ายหญิงชราวัยเกือบเจ็ดสิบปี ที่ถูกชายหนุ่มหญิงสาวช่วยกันประคองขึ้นมานั้นนางพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กันเมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้น

           “ยายไม่เป็นไรแม่หนู..พ่อหนุ่ม ขอบใจมากนะที่ช่วยคนแก่”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจเป็นการใหญ่

           “คุณยายจะรีบไปไหนเหรอ ท่าทางรีบร้อนมากเลย..อีกอย่างแรงเยอะมากด้วยชนกันเมื่อครู่ที่ผ่านมา รู้อะไรไหมหนูล้มลงไปนั่งกับพื้นเลยนะคุณยาย”หญิงสาวถามกลับไปด้วยความแคลงใจ

           “อ่อ...ยายจะรีบกลับบ้าน พอดีจำเวลาผิดนี่เครื่องก็จวนจะออกแล้ว ต้องรีบไปแล้ว!ต้องรีบแล้ว!ขอบใจมากนะแม่หนูจากนี้ไปขอให้โชคดี ได้พบกับคนที่เขากำลังรออยู่นะ”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจพร้อมอวยพรในคราเดียวกัน

ก่อนจะรีบวิ่งจากไปอย่างรีบร้อนท่ามกลางความแปลกใจของชายหนุ่มหญิงสาว

           “คุณยายคนนี้ทำไมท่าทางแปลกจังเลยวะหรือนายว่าไง”ไป๋หลันฮวาหันไปถามเพื่อนสนิท ก่อนจะหยุดชะงักครั้นหันกลับมามองหญิงชราคนดังกล่าวอีกครั้งแต่จู่ๆ ก็หายไปจากสายตาเพียงชั่วพริบตา

           “เฮ้ย!อะไรจะเดินเร็วขนาดนั้น นั่นมันเส้นทางตรงไปอย่างเดียวไม่มีห้องน้ำหรือร้านค้าหรือช็อปอะไรที่พอจะให้แวะเข้ากลางทางได้เลยนี่หว่า แล้วหายไปได้อย่างไงกัน นายเห็นคุณยายคนนั้นเดินหายไปตรงไหนไหม”เธอถามเพื่อนร่วมแก๊ง สายตายังคงจับจ้องอยู่แต่ทางเดินตรงหน้าไม่วางตา

           “ฉันก็ไม่ได้มองอยู่ตลอดเวลา เมื่อกี้พอถามกลับมาก็มัวแต่ยืนฟังแก ไม่รู้ว่าเดินหายไปตั้งแต่เมื่อไรเหมือนกัน”กล่าวพร้อมกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก่อนจะเดินตรงไปทางขวาพร้อมก้มลงเก็บกระเป๋าเป้ให้เพื่อนสาว และกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาพร้อมกันพลางเดินถือกลับมา

           “เอ้า!...กระเป๋าเป้ของแกกระเด็นไปซะไกลไลย”กล่าวพร้อมยื่นส่งให้เพื่อนสาวพร้อมกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบ

           ในขณะที่อีกฝ่ายยื่นมือไปรับไว้แบบงงๆ เพราะจำได้ว่า กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายหลังมาด้วยนั้นไม่ได้กระเด็นตกไปไกลถึงเพียงนั้นเสียเมื่อไรกันเล่า

           “แต่ฉันจำได้ว่ากระเป๋าเป้มันตกอยู่ใกล้ตัวฉันนะเว้ย ไม่ได้กระเด็นไปไกลถึงขนาดนั้น อีกอย่างกระเป๋าใบนี้ก็ไม่ใช่ของฉันด้วย”หญิงสาวตอบกลับไป

           “อ้าวเหรอ! แต่เมื่อกี้ฉันก็เห็นคุณยายสะพายกระเป๋าที่เหมือนกับใบนี้เปี๊ยบเลย ถ้ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแล้วจะเป็นของใครกันในเมื่อคุณยายคนนั้นเขาก็มีแบบเดียวกัน”หวังเหล่ยบอกกลับไป

           “จริงเหรอ! ทำไมเป็นแบบนั้นว้า”หญิงสาวกล่าวด้วยความงุนงงระคนสงสัย พลางเอื้อมมือไปรับกระเป๋าอีกใบที่อยู่มือของหวังเหล่ยก่อนจะเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายใน

           “อะไรกันนี่!อร้ายยยย!!!”ไป๋หลันฮวากล่าวออกมาทันใดพร้อมส่งเสียงกรีดร้องออกมา ครั้นเห็นข้าวของภายในกระเป๋าดังกล่าว

           “เฮ้ย!ร้องทำไม.เกิดอะไรขึ้น!”หวังเหล่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้

           “ของในกระเป๋านี้ไม่ใช่ของฉันก็จริง!แต่มันดันมีของที่ฉันอยากได้คือเจ้าสิ่งนี้!”หญิงสาวกล่าวพร้อมยกหนังสือนิยายที่ยังไม่ทันแกะซีลและหนังสือเล่มหนาแลดูเก่าแก่เสียนี่กระไรออกมาจากระเป๋าดังกล่าวโดยพลัน

           “อะไรของแกวะเสี่ยวหลัน เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของคุณยายคนนั้น เมื่อกี้ยังเห็นยืนมึนๆอึนๆอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันมาบอกว่ามีของที่อยากได้อยู่ในกระเป๋าใบนี้ แล้วนี่อะไรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งเสียงวี้ดว้ายอยู่ได้ เสียชื่อหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หมด ถ้าจะประสาทแน่ๆ”หวังเหล่ยบ่นพึมพำให้เพื่อนสาว

           “ความสุขของฉันเว้ย! นายไม่ต้องมายุ่ง มันก็ต้องมีโมเม้นท์ของชอบส่วนตัวกันบ้างแหละ จะให้ควงปืน ควงมีดตีหน้ายักษ์อยู่ตลอดเวลาหรือไง ว่าแต่หนังสือเล่มนี่ทำไมเก่าจัง”กล่าวพร้อมจับหนังสือนิยายเล่มโปรดยัดเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม แต่หันกลับมาให้ความสนใจหนังสือโบราณเล่มที่อยู่ในมือดังกล่าว

           ท่ามกลางสายตาของหวังเหล่ยที่ยืนมองเพื่อนสนิทกำลังให้ความสนใจหนังสือโบราณตรงหน้า

           “นี่ใจคอจะไม่ไปวิ่งตามคุณยายคนนั้นเพื่อเอากระเป๋าไปคืนแกอย่างนั้นหรือไง ถึงยืนใจเย็นอ่านหนังสืออยู่ได้ ถามจริงมีอะไรน่าสนใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”ชายหนุ่มถามกลับไปด้วยความอยากรู้

           “แล้วนายรู้อย่างนั้นเหรอว่าคุณยายเดินทางไปไหน ฉันไม่ใช่เทพเซียนนะเว้ย! จะได้มีญาณทิพย์หรือตาทิพย์ที่ล่วงรู้ว่าใครจะไปที่ไหนอะไรอย่างไงหรืออย่างไร แต่ที่แน่ๆ กระเป๋าใบนี้มีนิยายเล่มจบที่ฉันจะได้เอาไปไว้อ่านเล่นบนเครื่องบินค่าเวลาตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่งได้แล้วกว่าจะถึงเซี่ยงไฮ้ กระเป๋าใบนี้น่าสนใจเป็นบ้าเลยวะ”หญิงสาวตอบกลับไป

           “ถึงขนาดนั้นเชียวรึ!”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมยืนมองเพื่อนสาวแก๊งเดียวกันพลางส่ายหน้าไปมาติดๆ กัน

           “ดูไปก่อนแล้วกันจะไปหากาแฟกิน ท่าทางคงอยากรู้อยากเห็นและอยากอ่านละสิท่า แกมันพวกหนอนหนังสือบ้าอ่านนิยายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว..จะเอาด้วยไหม”ชายหนุ่มเอ่ยถามกลับไป

           “เอาคาปูชิโนและก็เอสเพรสโซ่เข้มๆ มาให้ด้วยอย่างละหนึ่งแก้ว แค่นั้นแหละ”หญิงสาวตอบกลับไป

           “อือ...ตามนั้น..โธแม่คุณตาค้างกันพอดีเล่นกินสองแก้วพร้อมกันแบบนี้”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมหันกลับไปสำรวจบริเวณโดยรอบเพื่อมองหาร้านกาแฟที่คอยให้บริการอยู่ภายในท่าอากาศยานดังกล่าว

           ในขณะที่ไป๋หลันฮวา กำลังพลิกหน้าหนังสือที่อยู่ในมือของเธอขณะนี้ด้วยเพราะมีบางอย่างทำให้เธอสนใจ

           “ตำนานแม่ทัพไร้พ่าย! ว้าว...หนังสือเล่มนี้เป็นตำนานโบราณที่ฉันอยากอ่านอยู่พอดีเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่ต้องดิ้นรนไปถึงหอสมุดแห่งชาติก็ดันมาเจอหนังสือที่ต้องการจะอ่านด้วยความบังเอิญ ไหนๆ ดูสิ ในนี้เขียน..เขียนว่า บริเวณทะเลทรายพระจันทร์เสี้ยว ตะ...”หญิงสาวกล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้นพลันต้องหยุดชะงักลง

           เมื่อมีบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากหนังสือตกมาอยู่ในมือของหญิงสาวในขณะนี้

           “นี่มันอะไรกัน คล้ายกระดูกสัตว์เลย..ไม่ใช่สิเหมือนกระดองเต่าต่างหาก มีคำจารึกเอาไว้ด้วยอักษรจีนเก่าสมัยโบราณหรืออักษรจีนใหม่นะ”

หญิงสาวพูดพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงไปมาจนสามารถเห็นจารึกที่อยู่ในกระดองเต่าได้อย่างชัดเจน พร้อมค่อยๆ อ่านจารึกที่เขียนด้วยอักษรโบราณราว 3000 ปีก่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์

           กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน นำชีวิตอันไกลโพ้นห้วนคืนสู่ดินแดนหลังกาล ทันทีที่ไป๋หลันฮวาอ่านจารึกโบราณจากกระดองเต่านั้นออกมา กลุ่มควันขาวมิรู้มาจากแห่งหนใดปรากฏขึ้นมาโดยพลัน ล่องลอยมาจากที่ใดก็มิอาจรู้ได้เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยที่สาวเจ้ามิได้เงยหน้าขึ้นมามองบริเวณรอบกายของเธอแม้แต่น้อย

           ทันใดนั้นเอง

           พรึ่บ!!! ร่างระหงของหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หายวับไปกับตาพร้อมเป้ที่เธอกอดเอาไว้แนบอกและกระเป๋าใบน้อยที่ถืออยู่ในมือ หญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังพานพบกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์มิอาจพิสูจน์ได้อยู่ในขณะนี้

ทันทีที่เธอได้สัมผัสกับหนังสือโบราณที่มีกระดองเต่าจารึกคาถาศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 3000 ปีก่อน นำเธอหวนคืนสู่แผ่นดินต้าโจวในอดีตกาลโดยมิรู้ตัว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED