เสียงครึกครื้นของผู้คนเต็มไปด้วยความยินดีกันอย่างถ้วนหน้า กลิ่นหอมโรยรื่นจากมวลดอกไม้นานาพรรณ ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ คบไฟถูกจุดให้มีแสงสว่างไปโดยรอบและภายในประดับด้วยโคมไฟมากมายไปทุกจุดประหนึ่งว่ากำลังมีงานมงคลถูกจัดขึ้นในค่ำคืนนี้
ภายในห้องขนาดใหญ่ประดับด้วยขนมและผลไม้มงคลมากมาย วางอยู่บนโต๊ะ ทั่วห้องข้าวของทุกอย่างล้วนเป็นสีแดงด้วยกันทั้งสิ้น ในขณะที่บนเตียงนอนปรากฏหญิงสาวนางหนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพัง โฉมสะคราญสวมชุดเจ้าสาวสีขาวพร้อมถือพัดปิดบังใบหน้าเอาไว้ นางกำลังรอเจ้าบ่าวเข้ามาภายในห้องหอเพื่อร่วมคืนหฤหรรษ์ด้วยกัน
โคมไฟในห้องหอเริ่มหรี่ลงอย่างช้าๆ พร้อมความมืดมิดเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบ จนทำให้เจ้าสาวในชุดขาวเริ่มขยับกายไปมาพร้อมวางพัดที่กำลังถืออยู่ในมือลง
“แสงจากโคมไฟกำลังมอดดับลงแล้วหรือนี่ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดแล้วหนอ”เจ้าสาวรำพึงออกมาเบาๆ พร้อมลุกขึ้นยืนพลางก้าวตรงไปยังโคมไฟที่ถูกจุดเอาไว้ทันที
แท่งเทียนอันใหม่ถูกนำมาจุดแทนที่ของเดิม ทันทีที่เทียนแท่งใหม่ถูกจุดขึ้นกลิ่นหอมจากไฟที่ลุกติดพร้อมให้แสงสว่างไปทั่วห้องกลับคืนมาอีกครั้ง มาพร้อมกลิ่นหอมประหลาดที่พวยพุ่งออกมาจากแท่งเทียนอันนั้น
“หอมจัง! แปลกจริงเชียวทำไมเทียนแท่งนี้จึงมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องแบบนี้นะ”เจ้าสาวโฉมงามรำพึงออกมาเบาๆ พลางหันหลังก้าวเดินกลับไปยังเตียงนอนตามเดิม
แปะ! โลหิตสีแดงฉานหยดลงบนพื้นห้องทันที เป็นเหตุให้ร่างระหงของเจ้าสาวหยุดชะงักงันไปโดยพลัน
“เลือด!เลือดจากที่ไหนจึงได้หยดลงบนพื้นเช่นนี้”เจ้าสาวโฉมสะคราญกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ
แปะ!แปะ! โลหิตหยดลงบนพื้นอีกครั้งและครานี้หยาดโลหิตสีแดงสดตกกระทบตัวชุดเจ้าสาวจนเปรอะเปื้อนไปหมด พร้อมมือเรียวสวยยกขึ้นจับบนใบหน้าเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำไหลออกทางดวงตาของนาง พลางใช้นิ้วเรียวแตะหยาดน้ำดังกล่าวที่กำลังไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายอยู่ในขณะนั้น
“เลือด!”เจ้าสาวโฉมสะคราญกล่าวออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
เมื่อหยาดน้ำที่ไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอในขณะนี้เป็นโลหิตที่ไหลออกจากตัวของนางนั้นเอง และทั่วดวงหน้างามในยามนี้ โลหิตแดงฉานกำลังหลั่งไหลทะลักออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง หู จมูกและปากจนมีแต่เลือดเต็มไปหมด ด้วยผลของพิษร้ายแรงที่ได้รับเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจนเปิดจุดทวารทั้ง 7 ทันที ร่างงามยืนโงนเงนไปมาก่อนจะทรุดฮวบลงไปกับพื้นทันที
ตุบ!!! ร่างเจ้าสาวในชุดขาวล้มลงไปนอนกับพื้นทั้งยืนขาดใจตายไปโดยพลัน ในสภาพดวงตาเบิกกว้าง ทั่วทั้งดวงหน้างามเต็มไปด้วยหยาดโลหิตไหลนอง นางสิ้นใจตายไปโดยไม่รู้ตัว และมิรู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใดที่ลงมืออย่างเลือดเย็นกับเจ้าสาวตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรแม้แต่น้อย
ทว่ากลับต้องมาสังเวยชีวิตของตนในคืนวันแต่งงานและในขณะที่นางกำลังเข้าหอเสียด้วย โดยที่เจ้าบ่าวก็มิล่วงรู้เลยว่าเจ้าสาวของตนในขณะนี้สิ้นชีพอยู่ภายในห้องหอดังกล่าวไปเสียแล้ว นางจากไปอย่างไม่มีวันกลับและมิอาจหวนคืนมาได้อีกเลย
ภายในห้องหอดังกล่าวมีเพียงร่างอันไร้วิญญาณของเจ้าสาวนอนนิ่งตาเบิกค้างเอาไว้อยู่เช่นนั้น ก่อนจะปรากฏเงาเลือนรางของดวงวิญญาณเจ้าสาวกำลังยืนมองร่างของนางด้วยความงุนงง
“นะ...นี่...นี่ข้า...ข้าตายแล้วอย่างนั้นเหรอ...ไม่จริงใช่ไหม..ไม่จริงใช่ไหม”ดวงวิญญาณกล่าวออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
กรี๊ดดดดด!!!! เสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณเจ้าสาวผู้อาภัพดังโหยหวนขึ้นมาทันทีในโลกของคนตาย
“ท่านแม่ทัพช่วยข้าด้วย! ท่านพี่ช่วยข้าด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย..ข้ายังไม่อยากตาย!!!!
โปรดติดตาม นางครวญรอรักพันปี เล่มจบ เร็วๆ นี้
“อัยยะ! อะไรกันวะเนี่ย...จบแบบนี้อย่างนั้นเหรอ! โอ๊ยตาย! ปัดโธ่เว้ยนึกว่าเล่มเดียวจบ..ใครบอกให้ซื้อมาแค่นี้! ฉันบอกให้พวกแกซื้อมาให้ครบจบทุกภาคและทุกเล่มไม่ใช่เหรอ!!!”เสียงโวยวายอย่างไม่สบอารมณ์ของหญิงสาวนางหนึ่ง พร้อมหันกลับไปมองร่างชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะกวาดสายตาไปหยุดที่คนหัวแถว
“อาหัว!”หญิงสาวเรียกชื่อลูกน้องของเธอดังก้อง
เฮือก!!! ร่างสันทัดสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อเสียงเรียกชื่อของตนดังออกมาจากปากของหญิงสาวนางนั้น
“ฉันให้ไปรับหนังสือที่สั่งซื้อนางครวญรอรักพันปี มาให้หมดทุกเล่มไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมีแค่ 9 เล่ม เล่มจบหายไปไหน!”เสียงตวาดเอ็ดอึงดังไปทั่วห้อง เล่นเอาคนถูกถามขนลุกขนพองไปตามๆ กัน
“โธ่! หัวหน้า...อาหัวพยายามไปเข้าแถวซื้อนิยายชุดนี้มาให้ตั้งแต่ตี 5 พอร้านเปิดก็รีบเข้าไปรับหนังสือที่สั่งเอาไว้ตามคำสั่งทุกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ลูกค้าที่สั่งซื้อจะได้เหมือนหัวหน้าหมดทุกคน เพราะเล่มจบกำลังตีพิมพ์อยู่ยังไม่เสร็จเลยครับ”
ลูกน้องนามว่าอาหัวรายงานหัวหน้าของตนซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวนามว่าไป๋หลันฮวาของเจ้าพ่อไป๋โหย่งอี้ เจ้าพ่อใหญ่ผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดคุมแก๊งสามพยัคฆ์แดนมังกรจากแผ่นดินจีน
“อะไรนะ! มีแบบนี้ด้ว นิยายเรื่องนี้ทางญี่ปุ่นซื้อลิขสิทธิ์จากหวังอีโหม่วมาขอตีพิมพ์ในประเทศนี้แล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เขียนจบแล้วด้วย ทำไมถึงไม่จัดพิมพ์แบบรวดเดียวจบด้วยว้า มันจะขยักเล่มจบเอาไว้หาทำพระแสงดาบคาบแก้วเพื่ออะไรกัน!เดี๋ยวแม่บุกไปยิงทิ้งทั้งสำนักพิมพ์เลยให้ตายสิ!”มาเฟียสาวเจ้าอารมณ์สบถออกมาเป็นการใหญ่
“หัวหน้าก็ใจเย็นหน่อยเถอะครับ..ได้ยินข่าวว่าทางญี่ปุ่นพอได้ลิขสิทธิ์มาก็เร่งตีพิมพ์แบบหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียวเห็นว่าตีพิมพ์ทั้งแบบภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่นเลยนะครับ ว่าแต่ทำไมหัวหน้าถึงติดนิยายเรื่องนี้นักละ เรื่องอื่นๆ ไม่เห็นว่าจะติดมากมายถึงขนาดนี้เลย..นี่ถ้าอ่านตำราเรียนได้เหมือนอ่านนิยายหัวหน้าใหญ่ดีใจตายเลย”อาหัวถามกลับไปด้วยความอยากรู้
และจากคำถามดังกล่าวทำให้ดวงตาคู่สวยของเจ้านายสาวซึ่งเพิ่งจะมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้นถลึงออกมาแทบจะถลนออกมานอกเบ้าทันที เจ้านายคนสวยคุณหนูไป๋หลันฮวาคนงามของแก๊งสามพยัคฆ์
ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเจ้าพ่อจากจีนแผ่นดินใหญ่ถูกส่งมาเรียนต่อในระดับในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมจากฮ่องกง และไป๋หลันฮวามีหน้าที่ดูแลควบคุมแก๊งยากูซ่าซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสามพยัคฆ์ให้กับพ่อของเธอไปพร้อมกัน
“เรื่องของฉันเว้ย! จะอยากรู้ไปทำไมกัน...ก็อ่านนิยายแล้วมันสนุกและทำให้ลุ้นทุกตอนเลย ตรงกันข้ามกับตำราเรียนแค่หยิบก็ง่วงแล้ว! อีกอย่างที่อ่านก็เพราะว่าเขียนมาจากตำนานโบราณที่พาดพิงถึงสกุลไป๋ทางแผ่นดินจีนของฉันอย่างไงเล่า”
ครั้นลูกน้องคนสนิทได้ยินเช่นนั้นถึงกับบางอ้อขึ้นมาทันใด
“อ่อ..ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง ทำไมหัวหน้าไม่อ่านตำนานโบราณนี้จากหอสมุดพงศาวดารจีนเลยละครับ มาอ่านแบบนิยายทำไมกัน ตำนานแม่ทัพไร้พ่ายของราชวงศ์โจวในสมัยโบราณ เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าขานต่อๆ กันมาเลยนะครับ มีทั้งด้านเรื่องการกอบกู้บัลลังก์คืนจากคนเป็นอา การสู้รบแย่งชิงเพื่อปกป้องดินแดน รวมไปถึงความรักแปลกประหลาดของแม่ทัพไร้พ่ายผู้นั้นด้วย”อาหัวอธิบายกลับไป
และนั้นทำให้ไป๋หลันฮวาถึงกับนั่งมองหน้าลูกน้องคนสนิทเขม็งเลยทีเดียว
“เฮ้ย!อาหัวนายก็รู้เรื่องตำนานแม่ทัพไร้พ่ายด้วยเหรอ ทำไมถึงไม่เล่าให้ฉันฟังปล่อยให้เสียเงินซื้อนิยายมานั่งอ่านทำไมตั้ง 9 เล่ม 10 เล่มแบบนี้กันห๊ะ!!!”หญิงสาวโวยวายกลับไปอีกคำรบ
“อ๋อย!ก็หัวหน้าไม่ถามอาหัวก็เลยไม่รู้ อันที่จริงรายละเอียดของแม่ทัพผู้นี้ในพงศาวดารจีนเอ่ยถึงพอสมควร แต่จะเป็นเรื่องกลยุทธ์ในการทำศึกสงครามที่แปลกแหวกแนว และการชิงราชบัลลังก์ของพระองค์กลับคืน แต่ถ้าไปอ่านในตำนานโบราณละก็จะมีการกล่าวถึงเรื่องลับๆ ของท่านแม่ทัพหรือถ้าเรียกให้ถูกต้องก็คือ เรื่องนินทาที่คนสมัยนั้นเขาเล่าขานกันต่อๆ มาว่ากันว่าพี่แกจ๊าบมากเลยนะหัวหน้า”กล่าวพลางยกหัวแม่นิ้วโป้งชูขึ้นมาทันที
“จ๊าบแบบไหน...เล่าให้ฟังหน่อยดิ”หญิงสาวรบเร้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับมา
“เออ..”จู่ๆ อาหัวก็ยืนนิ่งค้างไปเสียดื้อๆ อย่างมิรู้สาเหตุท่ามกลางความงงงันของนายหญิง
“เอ้า! ยืนเซ่ออะไรอยู่เนี่ยไม่รู้หรือไงว่ากำลังตั้งใจฟังอยู่ เป็นอะไรอาหัวแกกวนประสาทฉันใช่ไหม!”เธอถามกลับอย่างเอาเรื่องเลยทีเดียว
ในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“เออ...ปกติอาหัวจำตำนานเรื่องนี้ได้นะแต่ทำไมจู่ๆ ถึงลืมได้ก็ไม่รู้ นึกไม่ออกเสียขึ้นมาดื้อๆ เลยหัวหน้า”อาหัวตอบกลับไปตามความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับตน
“หา! อาหัว!แกตั้งใจกวนประสาทฉันนี่หว่า”ไป๋หลันฮวากล่าวพร้อมลุกขึ้นยืนเงื้อฝ่ามือขึ้นทันที
ผัวะ!ผัวะ! ฝ่ามือพิฆาตสะบัดลงหัวเหม่งของลูกน้องคนสนิทด้วยความหมั่นไส้
“อมพะนำดีนักตบแม่งสักสองที คราวนี้นึกออกหรือยังห๊ะ!”หญิงสาวคำรามใส่ลูกน้องไม่เลิกรา
ก๊อก!ก๊อก!ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่นอกห้องเป็นสัญญาณขออนุญาต ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมร่างอวบอิ่มของสตรีสาวนางหนึ่งก้าวเข้ามาภายใน พลางมองชายฉกรรจ์ที่มีถึงห้าคนอยู่ภายในห้องแต่งตัวของนักแสดงนำด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะคุณหลันฮวา เสียงเอะอะดังออกไปถึงข้างนอกเลย พวกเราได้ยินก็เลยรีบเข้ามาดูแล”หญิงสาวคนดังกล่าวเอ่ยถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง
และนั้นทำให้แม่มาเฟียสาวต้องแปลงร่างกลายเป็นสตรีสาวทรงเสน่ห์ขึ้นมาโดยพลัน
“อ่อ..ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีว่าผู้จัดการและทีมงานของหลันฮวาเถียงกันเรื่องคิวงานที่รับไว้ก็เท่านั้นเอง ว่าแต่จะลงมือถ่ายทำหรือยังคะ”หญิงสาวถามกลับไปด้วยความอยากรู้
ใบหน้าอวบอิ่มของผู้ช่วยกำกับแย้มยิ้มออกมาครั้นได้ยินเช่นนั้น
“กำลังจะเข้ามาบอกเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงเตรียมตัวเข้าฉากได้เลยนะคะ ทางกองถ่ายเตรียมพร้อมลงมือถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่องแล้ว”
หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันเมื่อได้รับคำตอบดังกล่าวกลับมา
“ถ่ายทำฉากนี้เสร็จก็ปิดกล้องแล้วละสิ หลันฮวาคงคิดถึงพวกคุณแย่เลย ร่วมงานกันตั้งห้าเดือน ไม่ได้เจอกันแล้ว”แม่มาเฟียสาวทรงเสน่ห์กล่าวออกมาเบาๆ
“ใครบอกว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกละคะ ซีรีย์เรื่องต่อไปมีชื่อของคุณเป็นนักแสดงนำที่บริษัทฯ เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์บทประพันธ์เรื่องดังมาจากคุณหวังอีโหม่ว ถ้าแคสติ้งนักแสดงผ่านก็คงจะลงมือถ่ายทำอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและสถานที่ถ่ายทำคือประเทศจีนทั้งเรื่องเลยละคะ”
“จริงเหรอเนี่ย!ซีรีย์เรื่องต่อไปเป็นบทประพันธ์ของอาจารย์หวังอีโหม่ว อย่างนั้นเหรอคะ”หญิงสาวถามกลับไป
ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันเป็นการยืนยันคำพูดของเธอ ก่อนจะได้ยินแม่มาเฟียสาวในคราบดาราถามกลับมา
“แล้วบทประพันธ์อะไรเหรอคะที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์จากคุณหวัง”เธอถามกลับไปด้วยความอยากรู้
ผู้ช่วยวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นสาวสวยทรงเสน่ห์อยากรู้อยากเห็นเช่นนั้น
“บริษัทของเราได้ลิขสิทธิ์บทประพันธ์ของอาจารย์หวัง เรื่องนางครวญรอรักพันปีค่ะ”
และนั้นทำให้ไป๋หลันฮวาเบิกดวงตากลมโตขึ้นมาทันใดครั้นได้ยินชื่อบทประพันธ์ดังกล่าว
“นางครวญรอรักพันปีอย่างนั้นเหรอคะ!!!”แม่สาวน้อยเอ่ยออกมาทันที ด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะมีรายชื่อเป็นหนึ่งในนักแสดงนำบทประพันธ์เรื่องดัง ที่มีการแปลหลายภาษาและตีพิมพ์วางขายในหลายประเทศ
“ใช่แล้วค่ะ ส่วนจะแคสได้บทไหนไปก็ต้องอยู่ที่ฝีมือของนักแสดงแต่ละคนแล้วละค่ะว่าจะมีความสามารถช่วงชิงบทไหนไปได้”ผู้ช่วยผู้กำกับกล่าวพร้อมเหลือบสายตาไปทางโต๊ะกลางซึ่งมีหนังสือวางตั้งสูงอยู่หลายเล่ม เพียงแค่เห็นหน้าปกก็ล่วงรู้แล้วว่าเรื่องอะไร”
“คุณหลันฮวาอ่านบทประพันธ์เรื่องนี้ของคุณหวังเสียด้วยเป็นแฟนหนังสือตัวยงเลยนะเนี่ย”
ใบหน้าสวยเซ็กซี่ยกยิ้มออกมาเล็กน้อย
“พอดีว่าเรื่องนี้อาจารย์หวังเขียนได้น่าติดตามและสนุกมาก ทิ้งปมทุกตอนอ่านแล้วเพิ่มรอยหยักในสมองให้คิดตามดีค่ะ อีกอย่างผีในเรื่องก็หลอนดีจริงๆ เลย”หญิงสาวตอบกลับไป
“อ่อ..แล้วคุณหลันฮวาคิดว่าอยากจะเล่นบทไหนมากที่สุดคะ”ผู้ช่วยคนดังกล่าวถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“ก็ต้องเป็นผีฮูหยินท่านแม่ทัพสิคะ! ออกมาทุกฉากทุกตอน ทั้งดุทั้งเฮี้ยนตัวเดินเรื่องเลยนะนั่น”ไป๋หลันฮวาตอบกลับไปโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
“เข้าใจเลือกบทเด่นเสียด้วย คุณเลือกเล่นบทผีฮูหยินท่านแม่ทัพไร้พ่ายแทนที่จะเลือกบทนางเอกของเรื่อง ตาถึงมากเลยทีเดียว”ผู้ช่วยกำกับกล่าวชมตรงไปตรงมา
“ก็...ก็คิดว่าตัวละครนี้มีสีสันและแสดงอารมณ์เยอะกว่าใคร ไม่ได้ตาถึงอะไรหรอกค่ะ”
ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มออกมาบางๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น
“เอาละค่ะคุณหลันฮวาเตรียมตัวด้วยนะคะใกล้จะถึงเวลา เดี๋ยวพี่ขอตัวไปดูนักแสดงคนอื่นๆ ก่อน”กล่าวพร้อมส่งยิ้มให้พลางหันหลังกลับก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวของแม่มาเฟียสาวโดยมีสายตาของลูกน้องหนุ่มวัยฉกรรจ์ทั้งห้าในคราบทีมงานผู้จัดการส่วนตัวของหัวหน้าแก๊งของตน
“โอโห่หัวหน้าตกลงจะรับเล่นซีรีย์เรื่องยาวจริงๆ อย่างนั้นเหรอครับ มันจะไม่เบียดบังเวลาในการทำงานของแก๊งเราไปจนหมดอย่างนั้นเหรอ”อาหัวแสดงความคิดเห็นของตนออกมาทันใด
โป๊ก!!! หญิงสาวเขกศีรษะมันวาวลูกน้องคนสนิทลงไปอย่างแรง
“เจ้าโง่เอ๊ย!”หญิงสาวเอ็ดลูกน้องของเธอกลับไปเสียงขรมเล่นเอาลูกน้องที่เหลือต่างพากันก้มหน้านิ่งทันที
“วันๆ ฉันทำอะไรบ้างในแก๊ง นอกจากนั่งนับเงินที่ส่งมาแล้วก็หลบตำรวจ อีกอย่างอาชีพนี้ทำให้ฉันไม่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของพวกตำรวจสากล ไม่เคยมีใครล่วงรู้ว่าหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์คุมญี่ปุ่นคือฉัน! รู้แต่ว่าเป็นผู้หญิงก็พอแล้ว จะได้ไปไหนมาไหนไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แต่กลายเป็นคนดังเข้ามาแทนที่มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้สิหัวหน้าแกก็ปลอดภัยไม่ถูกพวกตำรวจก่อกวน ทีนี้เข้าใจกันหรือยัง!!!”หญิงสาวเอ็ดบรรดาลูกน้องลอดไรฟันออกมาเบาๆ
ทันใดนั้นเอง
“หัวหน้า!หัวหน้าครับหัวหน้า!!!”เสียงของลูกน้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของหญิงสาว
“มีอะไร! โหวกเหวกโวยวายมาตั้งแต่หน้าประตูทำอย่างกับว่ามีใครตายอย่างนั้นแหละ!เบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไงเดี๋ยวคนอื่นก็รู้หรอกว่าฉันเป็นอะไร!”เธอคำรามเสียงต่ำในลำคอกลับไป
คำกล่าวของหัวหน้าแก๊งสาววัยแรกรุ่น ทำให้ลูกน้องที่เพิ่งวิ่งมาบอกข่าวนั้นต้องรีบก้มหน้ามองพื้นทันใด พร้อมชี้ไปที่มือถือส่วนตัวของเธอ
“หัวหน้าปิดเครื่องอย่างนั้นเหรอครับ ตอนนี้มีข่าวด่วนจากทางเซี่ยงไฮ้ ทางนั้นติดต่อหัวหน้าไม่ได้ก็เลยโทรเข้ามาที่เบอร์ของผม รีบเปิดเครื่องเถอะครับเกิดเรื่องกับหัวหน้าใหญ่แล้ว”ลูกน้องคนดังกล่าวบอกกลับไป
“อะไรนะ!”หญิงสาวกล่าวออกมาได้เพียงแค่นั้นเธอหมุนตัวคว้างอย่างรวดเร็วพร้อมคว้าโทรศัพท์มือถือของเธอรีบเปิดเครื่องทันที
และทันทีที่ระบบมือถือพร้อมทำงานปลายนิ้วรีบกดหมายเลขปลายทางตรงไปที่เซี่ยงไฮ้ทันใด พลางยืนรอสายอย่างใจจดใจจ่อและทันทีที่ปลายสายรับ
“ฉันหลันฮวาพูดมีอะไร! เกิดเรื่องอะไรกับพ่อ!”เธอกรอกเสียงถามไปตามสายอย่างรวดเร็วก่อนจะได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับมา
“หัวหน้าใหญ่เสียชีวิตแล้วคุณหนู รีบกลับเซี่ยงไฮ้โดยด่วนเลยครับ”
“ห๊ะ!”เธออุทานออกมาทันทีครั้นได้ยินเช่นนั้น
ตุบ!!! โทรศัพท์มือถือหลุดร่วงลงจากมือของเธอโดยพลันครั้นได้ยินคำตอบจากปลายสายบอกกลับมา
“พ่อตายแล้วอย่างนั้นเหรอ!”ไป๋หลันฮวายืนพึมพำเสียงเบาด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน เมื่อหัวหน้าใหญ่ของแก๊งค์สามพยัคฆ์ไป๋โหย่งอี๋ บิดาของเธอเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วนเช่นนี้
สนามบินนานาชาติต้าชิง
บริเวณผู้โดยสารขาออก
สนามบินปักกิ่ง ต้าซิง (Beijing Daxing International Airport) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 700,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐานโอลิมปิก เกือบ 100 สนาม มีรันเวย์ทั้งหมด 7 รันเวย์ ช่วยรองรับปริมาณเครื่องบินได้ 620,000 เที่ยว ต่อปี สนามบินแห่งใหม่นี้ ถูกออกแบบตามท่าทางสยายปีกของนกฟีนิกซ์ จากฝีมือสถาปนิกหญิงผู้ล่วงลับอย่าง Zaha Hadid แต่ด้วยรูปทรงอาคาร 5 แฉก คล้ายปลาดาว สื่อจีนจึงเรียกขานกันว่า “สนามบินปลาดาว”
ส่วนภายในอาคารผู้โดยสารนั้น มีการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น การเช็คอินด้วยตนเอง การเช็คอินสัมภาระด้วยตนเอง การใช้ระบบสแกนใบหน้า เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
รวมถึงอุปกรณ์ระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อติดตามสัมภาระของผู้โดยสารได้อย่างเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ นั่นหมายความว่า ผู้โดยสารไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่เช็คอินไปจนถึงขึ้นเครื่อง
และผู้โดยสารสามารถเดินทางจากใจกลางนครหลวงปักกิ่ง สู่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ด้วยรถไฟความเร็วสูง (Daxing Airport Express) ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยความเร็วรถไฟ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นการย่นระยะเวลาการเดินทางอันยาวนานเหลือเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น
ร่างระหงของไป๋หลันฮวาบุตรสาวของหัวหน้าแก๊งมาเฟียไป๋โหย่งอี้ เจ้าพ่อใหญ่คุมแก๊งสามพยัคฆ์แดนมังกรหรืออีกชื่อในทางสากลนั่นก็คือ Chinese Triad เป็นองค์กรมาเฟียลับอยู่ในญี่ปุ่น ฮ่องกงและจีน เป็นหนึ่งในแก๊งมาเฟียใหญ่ซึ่งทางการสหรัฐขึ้นบัญชีเอาไว้ ด้วยแก๊งมาเฟียนี้รับจ้างพาคนผิดกฎหมายเดินทางเข้าสหรัฐ ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 แสนคน
นอกจากนี้ มาเฟียจีนแก๊งนี้ยังถนัดการพิมพ์ธนบัตรปลอมอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานการก๊อปเกรดเออันลือชื่อแนบเนียนและยากที่จะจับได้ จึงทำให้ธนบัตรปลอมระบาดเข้าประเทศสหรัฐเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังค้ายาเสพติด ฟอกเงิน ลอบวางเพลิง ฆาตกรรมและการค้ามนุษย์
ร่างระหงดังกล่าวกำลังเดินออกมาจากประตูขาออกของผู้โดยสาร ใบหน้ารูปไข่สวมแว่นกันแดดสีดำทะมึนรับกับชุดสูทสากลสีดำสนิทเข้ารูปและกางเกงยีนสีดำสวมรองเท้าบูทสั้นสีดำ กำลังเดินตรงมาหาชายฉกรรจ์ร่างสันทัดซึ่งสวมสูทสากลสุดเนี๊ยบมายืนรอเธออยู่ในขณะนี้
และทันทีที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนดังกล่าวนามว่าหวังเหล่ย
“มาเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะแก ไม่คาดคิดว่าจะมีเที่ยวบินมาจากญี่ปุ่นช่วงเช้าเพราะเท่าที่เช็คดูแล้วที่นั่งเต็มทุกไฟท์เลยทีเดียวไม่ใช่เหรอ”
ใบหน้าภายใต้แว่นกันแดดยกยิ้มออกมาเล็กน้อยครั้นได้ยินเช่นนั้น
“ก็ไม่มีอะไรมากแค่ให้พรรคพวกหาตั๋วเครื่องบินมาปักกิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ มีเพื่อนดีก็แบบนี้แหละ แล้วพ่อเป็นอย่างไงบ้างเตรียมงานไปถึงไหนแล้ว”
“งานศพของนายใหญ่จัดเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว เสียแต่ว่าคุณนายรองแม่เลี้ยงของแกเข้ามาวุ่นวายตลอด มิหนำซ้ำยังอ้างสิทธิในการเป็นภรรยาเข้ามาก้าวก่ายทุกอย่าง แม่นั่นอ้างว่าในฐานะภรรยาและแม่ของคุณชายใหญ่เริ่นเจินที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าของแก๊งสามพยัคฆ์ต่อไป”หวังเหล่ยรีบฟ้องทันที
หญิงสาวแสยะยิ้มเหยียดตรงมุมปากออกมาทันใดครั้นได้ยินเช่นนั้น
“มันก็น่าจะทำให้คนแบบเยี่ยนหรานคิดเช่นนั้นอยู่หรอก ก็พ่อเล่นไม่ยอมบอกว่าใครจะขึ้นมาคุมแก๊งต่อไป เป็นใครก็ต้องคิดว่าไป๋เริ่นเจินลูกชายเพียงคนเดียวของไป๋โหย่งอี้ หัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์จะต้องขึ้นคุมแทน”
“อั่ยยะหลันฮวา ไอ้คนขี้โรคแบบนั้นสามวันดีสี่วันไข้จะขึ้นมาคุมแก๊งของเราที่มีคนมากมายตั้งหลายหมื่นคนแบบนั้นได้อย่างไง มันไม่ใช่เฉพาะในญี่ปุ่นและฮ่องกงแต่ยังในจีนอีกที่เป็นสมาชิกในแก๊ง ลำพังในญี่ปุ่นและฮ่องกงสนับสนุนแกให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง จะต้องไปกลัวทางเซี่ยงไฮ้ทำไมกันวะ”หวังเหล่ยเอ่ยแย้งขึ้นมา
“แล้วนายคิดว่าสมาชิกในแก๊งของทางเซี่ยงไฮ้จะยอมรับฉันอย่างนั้นเหรอ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แสนจะบอบบางในสายตาของสมาชิกแก๊งทางนั้น พวกเขาไม่ได้คิดว่าฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อเลยนะ”เธอตอบกลับไปพลางก้าวเดินนำหน้าออกไปจากบริเวณดังกล่าว
“แต่ทุกวันนี้แกก็คุมแก๊งให้นายใหญ่ทางญี่ปุ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าอะไรก็จัดการแทนหมดทุกอย่างนับตั้งแต่บินไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมิหนำซ้ำตั้งแต่ไปอยู่ที่นั่นนอกจากจะคอยดูแลแก๊งทางนั้นให้แล้ว จากรายได้ที่ต่ำสุดกลับมาอยู่ในอันดับสูงสุดขนาดในฮ่องกงหรือแม้แต่ทางเซี่ยงไฮ้ยังสู้ไม่ได้เลย เพียงเท่านี้ไม่สามารถยืนยันได้อีกอย่างนั้นเหรอว่าแกมีคุณสมบัติเหมาะที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง”
“ก็นั่นเป็นความคิดของนายเองเท่านั้น แก๊งทางเซี่ยงไฮ้จะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่าเล่า! อีกอย่างที่รายได้ทางญี่ปุ่นสูงสุดกว่าฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้เพราะฉันมีนโยบายประนีประนอมกับคู่ค้าด้วยกัน นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบความรุนแรง อีกอย่างความคิดที่จะมาเป็นหัวหน้าแก๊งไม่เคยมีอยู่ในหัวฉันเลยนะเว้ย”หญิงสาวตอบกลับไปเสียงสูงพร้อมหันไปจ้องใบหน้าลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอเขม็ง จนทำให้อีกฝ่ายต้องสงบปากสงบคำลงโดยพลัน
“มีแต่แกนั้นแหละที่รู้สึกแบบนั้น นี่ถ้าเริ่นเจินมันรู้ละก็คงดีใจตายชัก ที่หมดคู่แข่งไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าใหญ่สามพยัคฆ์แดนมังกร”หวังเหล่ยบ่นพึมพำออกมาทันที
“จะมาเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนฉันทำไมกัน นี่ก็คิดเอาไว้ว่าวันที่จะประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคุมแก๊งสามพยัคฆ์ฉันจะขอถอนตัวไม่เข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มาจากทางญี่ปุ่น คราวนี้ก็เหลือแค่นายกับเริ่นเจินที่สมาชิกพรรคต้องตัดสินใจ”
“แต่คนที่ฉันยอมก้มหัวให้เป็นหัวหน้าใหญ่แก๊งสามพยัคฆ์มีแต่แกเท่านั้นนะเสี่ยวหลันฮวา ในเมื่อเป็นลูกสาวแท้ๆ ของหัวหน้าทำไมไม่สืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป แกจะยอมให้เริ่นเจินที่ไม่ได้มีสายเลือดของหัวหน้าขึ้นมาคุมแก๊งแทนอย่างนั้นเหรอวะ”
และนั่นทำให้ไป๋หลันฮวาถึงกับยืนนิ่งงันไปชั่วขณะทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
เฮ้อ!!! เธอถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“ฉันไม่อยากเดินตามรอยพ่อ! ไม่อยากเป็นมาเฟียหรือยากูซ่าหรือจะเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่อะไรทั้งนั้น! อยากเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยู่อย่างสงบๆ ไม่ต้องคอยถูกทางการตามล่าหมายหัวหรือถูกออกประกาศหมายจับไปทั่วโลก นายเห็นชีวิตของพ่อฉันไหม ต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ตลอดเวลาถ้าไม่ใช่คู่อริตรงกันข้ามก็เป็นคนของรัฐบาลเชิญตัวไปกว่าจะกลับออกมาได้ บอกตรงๆ ไม่อยากเป็นแบบนั้นวะ”หญิงสาวพูดออกไปตามความรู้สึกของเธอ
ถ้อยเจรจาดังกล่าวทำให้หวังเหล่ยหัวหน้าแก๊งทางฮ่องกงยืนนิ่งฟังอย่างเงียบๆ เมื่อสิ่งที่เธอพูดล้วนเป็นความจริงทุกอย่าง ก่อนจะได้ยินเสียงไป๋หลันฮวาเอ่ยขึ้นมาอีกครา
“เอาเป็นว่าเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ ค่อยว่ากันตามสถานการณ์ต่อไปเพราะยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นและเรารออยู่”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีครั้นได้ยินเพื่อนร่วมแก๊งกล่าวออกมาเช่นนั้น
“หมายความว่าอย่างไง แกคิดว่าเริ่นเจินจะเล่นไม่ซื่อเหรอ”ชายหนุ่มถามกลับไป
“นายเชื่อเถอะว่าฉันจะต้องถูกไอ้พี่ใหญ่บ้าอำนาจนั้นรับน้องแน่ๆ ทันทีที่เหยียบถึงเซี่ยงไฮ้ ท่าทีขี้โรคแต่เนื้อแท้ไม่ใช่ขี้ๆ เลยนะจะบอกให้ คุณชายใหญ่ที่เคยขี้โรคไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว ถึงฉันจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องการสืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อแต่ก็สอดรู้สอดเห็นจนรู้ความเคลื่อนไหวทุกเรื่องนะเว้ย และฉันก็เชื่อว่าที่พ่อจากไปกะทันหันมันไม่ใช่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างสุดวิสัย”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
ห๊ะ! เสียงลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งเอ่ยออกมา
“นี่แกกำลังหมายความว่า อุบัติเหตุรถคว่ำจนทำให้นายใหญ่เสียชีวิตไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอย่างนั้นเหรอ”หวังเหล่ยถามกลับไปเพื่อความมั่นใจ
“นายติดตามพ่อฉันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ ย่อมรู้ดีกว่าใครเพื่อนว่าพ่อรอบคอบมากแค่ไหนเวลาขับขี่รถบนท้องถนน และคนที่ชอบความเร็วถึงขนาดนั้นไม่เคยมีประวัติขับรถชนสักครั้งเดียว แต่จู่ๆ กลับหลับในจนรถพลิกคว่ำทำให้ตัวเองตาย! มันไม่ใช่แน่นอน!ไม่ใช่แน่ๆ”หญิงสาวกล่าวลอดไรฟันออกมา
และนั่นทำให้ลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งที่กำลังครุ่นคิดตามถึงกับตาสว่างขึ้นมาทันที
“แกกำลังจะบอกว่าเริ่นเจินอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของนายใหญ่อย่างนั้นใช่ไหม”
แทนการตอบรับมาเฟียสาวคนสวยพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกัน
“ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่คือสิ่งที่ไป๋เริ่นเจินต้องการมากที่สุด แต่เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นลูกติดท้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อย่อมไม่มีสิทธิที่จะขึ้นมาคุมแก๊งนี้ได้ ถ้าอยากเป็นใหญ่ต้องกำจัดใครก่อนละถึงจะได้สิ่งที่ตัวเองหวัง”หญิงสาวกล่าวออกไป
และนั่นทำให้ลูกน้องคนสนิทของอดีตหัวหน้าแก๊งยืนนิ่งงันไปชั่วขณะครั้นได้ยินเช่นนั้น
“นี่แกรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเริ่นเจินไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของนายใหญ่”หวังเหล่ยเอ่ยถามกลับไป
“แล้วนายคิดว่าเริ่นเจินจะรู้หรือเปล่าว่านายรู้ความลับของเขา”หญิงสาวกล่าวพร้อมใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกลูกน้องคนสนิทของพ่อเธอ
“คิดว่าไม่นะเพราะฉันอยู่ดูแลแก๊งทางฮ่องกง ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับแก๊งทางเซี่ยงไฮ้แต่ก็แปลกใจที่นายใหญ่กลับบอกเรื่องความลับนี้ให้ฟังเมื่อสองปีที่แล้ว”
และนั่นทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ ครั้นได้ยินเช่นนั้น
“ฉันก็ได้ยินจากปากของพ่อบอกเรื่องนี้เมื่อสองปีก่อนตอนฉันจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเช่นกัน และพ่อให้เหตุผลว่าที่เอ่ยความลับนี้ให้รู้เพราะถ้าหากพ่อจากไปอย่างกะทันหัน คนที่คุมแก๊งทั้งสามประเทศจะต้องล่วงรู้ดีว่าสมควรให้ใครขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งแทน ตามคุณสมบัติของการสืบทอดทางสายเลือด หรือคุณสมบัติที่มาจากการยอมรับจากสมาชิกในแก๊ง”
“และนี้คือสาเหตุว่าทำไมช่วงสามปีหลังนายใหญ่จึงไปคุมแก๊งที่เซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง แล้วปล่อยให้พวกเราสองคนคุมแก๊งที่ฮ่องกงและญี่ปุ่น นั่นเป็นเพราะเจ้าเริ่นเจินต้องการฮุบแก๊งทางเซี่ยงไฮ้เอาไว้ทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ”เสียงของลูกน้องคนสนิทเอ่ยแทรกขึ้น
ไป๋หลันฮวายิ้มออกมาบางๆ เมื่อลูกน้องเก่าของพ่อเธอคาดการณ์ออกมาได้ดั่งที่เธอคิด พลางเชิดหน้าขึ้นสูงพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก
“รีบเดินทางต่อกันเถอะ ต้องนั่งเครื่องไปลงที่เซี่ยงไฮ้อีกป่านนี้พี่ใหญ่กำมะลอและแม่ของเขากำลังรอฉันให้ไปเคารพศพพ่ออย่างใจจดใจจ่อจะแย่แล้ว”หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินนำหน้าไปยังทิศทางซึ่งจะต้องเข้าไปยังเกตเพื่อนั่งเครื่องไปลงที่เมืองเซี่ยงไฮ้
“ดะ..เดี๋ยว..เดี๋ยวหลันฮวา!ถ้าพวกเราไปที่เซี่ยงไฮ้แบบนี้จะไม่เข้าแผนของเริ่นเจินอย่างนั้นเหรอ”หวังเหล่ยเอ่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“แน่นอน!”เธอกล่าวพร้อมหยักไหล่ไหวไปมาพร้อมเอ่ยตอบกลับไป
“เฮ้ย! ทำไมแกพูดแบบนั้นละวะ”หวังเหล่ยโวยวายออกมาทันใด
“ถ้านายกลัวตายมากก็ไม่ต้องไป!ฉันไปเองเว้ย!”หญิงสาวพูดตัดบทพร้อมเดินนำหน้าอาดๆ ไปแต่เพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงร้องเรียกคนทางด้านหลัง
“โธ่...หลันฮวานี่จริงจังนะ!กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน!จะบินไปทั้งๆ ที่ไม่เตรียมรับมืออะไรเลยอย่างนั้นเหรอ ในเมื่อหัวหน้าแก๊งของญี่ปุ่นและฮ่องกงเดินทางมาถึงเซี่ยงไฮ้พร้อมกันแบบนี้ เท่ากับว่าไปติดกับเริ่นเจินที่กำลังขุดล่อเอาไว้ชัดๆ ตายนะเว้ยตาย! เข้าใจคำว่าตายไหมวะ!!!”
“เออ!เข้าใจว่าไปแล้วถ้าไม่ตายก็รอดมีแค่สองอย่างเท่านั้นละ..จะโวยวายไปทำไมก็รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอก”เธอตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระเลยสักนิด
“เอ้า!นี่ตอบง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ..ถามจริงเถอะ ใจลึกๆ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”หวังเหล่ยคาดคั้นเอาคำตอบด้วยความสงสัยในท่าทีดังกล่าวของหญิงสาว
“ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าเริ่นเจินจะใช้แผนอะไรกำจัดเราสองคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งคุมฮ่องกงกับญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้นะสิ เล่นตามน้ำไปก่อน แต่ใครจะบ้าจี้ตายตามแผนของมันกันเล่า ส่วนจะวางแผนซ้อนอย่างไงต่อไปเดี๋ยวจะบอก แต่ตอนนี้นายสั่งลูกน้องในฮ่องกงและไต้หวันเดินทางไปที่เซี่ยงไฮ้แล้วใช่ไหม
หวังเหล่ยพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันพร้อมเอ่ยตอบกลับไป
“อือ! ลูกน้องเพียบ!อุ่นใจได้เลย”
ไป๋หลันฮวายกยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความพอใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปต่อกันได้แล้ว”หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินนำหน้าออกไป
ทันใดนั้นเอง
โครม!!!! จู่ๆ ประหนึ่งราวกับว่ามีสิ่งใดพุ่งชนร่างระหงของหญิงสาวเข้าให้อย่างจัง จนเธอล้มลงไปกับพื้นพร้อมกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังกระเด็นออกไปไกล ท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิท
“หลันฮวา!!!”หวังเหล่ยร้องเรียกชื่อเพื่อนสาวออกมาทันใด
“เฮ้ยใครวะ!วิ่งชนซะมึนไปเลย”หญิงสาวนั่งบ่นพึมพำ ก่อนจะหันกลับไปมองร่างของหญิงชราที่กำลังพยายามยันกายของนางให้ลุกจากพื้น
“โอโห่!นี่เราอ่อนแอถึงขนาดหญิงชราชนทีเดียวถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นเลยเหรอวะเนี่ย”ไป๋หลันฮวาบ่นพึมพำให้กับตัวเองด้วยความแปลกใจ พลางจ้องหญิงชราตรงหน้าเขม็ง
“เป็นอะไรหรือเปล่า”หวังเหล่ยรีบเข้ามาประคองร่างของเพื่อนสาว
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก รีบไปดูคุณยายแกก่อนเถอะ คงจะล้มไปกับพื้นอย่างแรงเลยนะ”เธอบอกพร้อมรีบลุกขึ้นยืนพลางตรงเข้าไปประคองร่างหญิงชราที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสามารถชนร่างของเธอจนกระเด็นและล้มฟุบไปกับพื้นได้
“คุณยายเป็นอะไรไหม!เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”หญิงสาวถามกลับไปตามสไตล์สาวห้าวในแบบฉบับของเธอ
ข้างฝ่ายหญิงชราวัยเกือบเจ็ดสิบปี ที่ถูกชายหนุ่มหญิงสาวช่วยกันประคองขึ้นมานั้นนางพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กันเมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้น
“ยายไม่เป็นไรแม่หนู..พ่อหนุ่ม ขอบใจมากนะที่ช่วยคนแก่”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจเป็นการใหญ่
“คุณยายจะรีบไปไหนเหรอ ท่าทางรีบร้อนมากเลย..อีกอย่างแรงเยอะมากด้วยชนกันเมื่อครู่ที่ผ่านมา รู้อะไรไหมหนูล้มลงไปนั่งกับพื้นเลยนะคุณยาย”หญิงสาวถามกลับไปด้วยความแคลงใจ
“อ่อ...ยายจะรีบกลับบ้าน พอดีจำเวลาผิดนี่เครื่องก็จวนจะออกแล้ว ต้องรีบไปแล้ว!ต้องรีบแล้ว!ขอบใจมากนะแม่หนูจากนี้ไปขอให้โชคดี ได้พบกับคนที่เขากำลังรออยู่นะ”หญิงชรากล่าวขอบอกขอบใจพร้อมอวยพรในคราเดียวกัน
ก่อนจะรีบวิ่งจากไปอย่างรีบร้อนท่ามกลางความแปลกใจของชายหนุ่มหญิงสาว
“คุณยายคนนี้ทำไมท่าทางแปลกจังเลยวะหรือนายว่าไง”ไป๋หลันฮวาหันไปถามเพื่อนสนิท ก่อนจะหยุดชะงักครั้นหันกลับมามองหญิงชราคนดังกล่าวอีกครั้งแต่จู่ๆ ก็หายไปจากสายตาเพียงชั่วพริบตา
“เฮ้ย!อะไรจะเดินเร็วขนาดนั้น นั่นมันเส้นทางตรงไปอย่างเดียวไม่มีห้องน้ำหรือร้านค้าหรือช็อปอะไรที่พอจะให้แวะเข้ากลางทางได้เลยนี่หว่า แล้วหายไปได้อย่างไงกัน นายเห็นคุณยายคนนั้นเดินหายไปตรงไหนไหม”เธอถามเพื่อนร่วมแก๊ง สายตายังคงจับจ้องอยู่แต่ทางเดินตรงหน้าไม่วางตา
“ฉันก็ไม่ได้มองอยู่ตลอดเวลา เมื่อกี้พอถามกลับมาก็มัวแต่ยืนฟังแก ไม่รู้ว่าเดินหายไปตั้งแต่เมื่อไรเหมือนกัน”กล่าวพร้อมกวาดสายตาไปทั่วบริเวณก่อนจะเดินตรงไปทางขวาพร้อมก้มลงเก็บกระเป๋าเป้ให้เพื่อนสาว และกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาพร้อมกันพลางเดินถือกลับมา
“เอ้า!...กระเป๋าเป้ของแกกระเด็นไปซะไกลไลย”กล่าวพร้อมยื่นส่งให้เพื่อนสาวพร้อมกระเป๋าขนาดย่อมอีกใบ
ในขณะที่อีกฝ่ายยื่นมือไปรับไว้แบบงงๆ เพราะจำได้ว่า กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายหลังมาด้วยนั้นไม่ได้กระเด็นตกไปไกลถึงเพียงนั้นเสียเมื่อไรกันเล่า
“แต่ฉันจำได้ว่ากระเป๋าเป้มันตกอยู่ใกล้ตัวฉันนะเว้ย ไม่ได้กระเด็นไปไกลถึงขนาดนั้น อีกอย่างกระเป๋าใบนี้ก็ไม่ใช่ของฉันด้วย”หญิงสาวตอบกลับไป
“อ้าวเหรอ! แต่เมื่อกี้ฉันก็เห็นคุณยายสะพายกระเป๋าที่เหมือนกับใบนี้เปี๊ยบเลย ถ้ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแล้วจะเป็นของใครกันในเมื่อคุณยายคนนั้นเขาก็มีแบบเดียวกัน”หวังเหล่ยบอกกลับไป
“จริงเหรอ! ทำไมเป็นแบบนั้นว้า”หญิงสาวกล่าวด้วยความงุนงงระคนสงสัย พลางเอื้อมมือไปรับกระเป๋าอีกใบที่อยู่มือของหวังเหล่ยก่อนจะเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายใน
“อะไรกันนี่!อร้ายยยย!!!”ไป๋หลันฮวากล่าวออกมาทันใดพร้อมส่งเสียงกรีดร้องออกมา ครั้นเห็นข้าวของภายในกระเป๋าดังกล่าว
“เฮ้ย!ร้องทำไม.เกิดอะไรขึ้น!”หวังเหล่ยถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“ของในกระเป๋านี้ไม่ใช่ของฉันก็จริง!แต่มันดันมีของที่ฉันอยากได้คือเจ้าสิ่งนี้!”หญิงสาวกล่าวพร้อมยกหนังสือนิยายที่ยังไม่ทันแกะซีลและหนังสือเล่มหนาแลดูเก่าแก่เสียนี่กระไรออกมาจากระเป๋าดังกล่าวโดยพลัน
“อะไรของแกวะเสี่ยวหลัน เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่ากระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของคุณยายคนนั้น เมื่อกี้ยังเห็นยืนมึนๆอึนๆอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันมาบอกว่ามีของที่อยากได้อยู่ในกระเป๋าใบนี้ แล้วนี่อะไรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งเสียงวี้ดว้ายอยู่ได้ เสียชื่อหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หมด ถ้าจะประสาทแน่ๆ”หวังเหล่ยบ่นพึมพำให้เพื่อนสาว
“ความสุขของฉันเว้ย! นายไม่ต้องมายุ่ง มันก็ต้องมีโมเม้นท์ของชอบส่วนตัวกันบ้างแหละ จะให้ควงปืน ควงมีดตีหน้ายักษ์อยู่ตลอดเวลาหรือไง ว่าแต่หนังสือเล่มนี่ทำไมเก่าจัง”กล่าวพร้อมจับหนังสือนิยายเล่มโปรดยัดเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม แต่หันกลับมาให้ความสนใจหนังสือโบราณเล่มที่อยู่ในมือดังกล่าว
ท่ามกลางสายตาของหวังเหล่ยที่ยืนมองเพื่อนสนิทกำลังให้ความสนใจหนังสือโบราณตรงหน้า
“นี่ใจคอจะไม่ไปวิ่งตามคุณยายคนนั้นเพื่อเอากระเป๋าไปคืนแกอย่างนั้นหรือไง ถึงยืนใจเย็นอ่านหนังสืออยู่ได้ ถามจริงมีอะไรน่าสนใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”ชายหนุ่มถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“แล้วนายรู้อย่างนั้นเหรอว่าคุณยายเดินทางไปไหน ฉันไม่ใช่เทพเซียนนะเว้ย! จะได้มีญาณทิพย์หรือตาทิพย์ที่ล่วงรู้ว่าใครจะไปที่ไหนอะไรอย่างไงหรืออย่างไร แต่ที่แน่ๆ กระเป๋าใบนี้มีนิยายเล่มจบที่ฉันจะได้เอาไปไว้อ่านเล่นบนเครื่องบินค่าเวลาตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่งได้แล้วกว่าจะถึงเซี่ยงไฮ้ กระเป๋าใบนี้น่าสนใจเป็นบ้าเลยวะ”หญิงสาวตอบกลับไป
“ถึงขนาดนั้นเชียวรึ!”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมยืนมองเพื่อนสาวแก๊งเดียวกันพลางส่ายหน้าไปมาติดๆ กัน
“ดูไปก่อนแล้วกันจะไปหากาแฟกิน ท่าทางคงอยากรู้อยากเห็นและอยากอ่านละสิท่า แกมันพวกหนอนหนังสือบ้าอ่านนิยายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว..จะเอาด้วยไหม”ชายหนุ่มเอ่ยถามกลับไป
“เอาคาปูชิโนและก็เอสเพรสโซ่เข้มๆ มาให้ด้วยอย่างละหนึ่งแก้ว แค่นั้นแหละ”หญิงสาวตอบกลับไป
“อือ...ตามนั้น..โธแม่คุณตาค้างกันพอดีเล่นกินสองแก้วพร้อมกันแบบนี้”หวังเหล่ยกล่าวพร้อมหันกลับไปสำรวจบริเวณโดยรอบเพื่อมองหาร้านกาแฟที่คอยให้บริการอยู่ภายในท่าอากาศยานดังกล่าว
ในขณะที่ไป๋หลันฮวา กำลังพลิกหน้าหนังสือที่อยู่ในมือของเธอขณะนี้ด้วยเพราะมีบางอย่างทำให้เธอสนใจ
“ตำนานแม่ทัพไร้พ่าย! ว้าว...หนังสือเล่มนี้เป็นตำนานโบราณที่ฉันอยากอ่านอยู่พอดีเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่ต้องดิ้นรนไปถึงหอสมุดแห่งชาติก็ดันมาเจอหนังสือที่ต้องการจะอ่านด้วยความบังเอิญ ไหนๆ ดูสิ ในนี้เขียน..เขียนว่า บริเวณทะเลทรายพระจันทร์เสี้ยว ตะ...”หญิงสาวกล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้นพลันต้องหยุดชะงักลง
เมื่อมีบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากหนังสือตกมาอยู่ในมือของหญิงสาวในขณะนี้
“นี่มันอะไรกัน คล้ายกระดูกสัตว์เลย..ไม่ใช่สิเหมือนกระดองเต่าต่างหาก มีคำจารึกเอาไว้ด้วยอักษรจีนเก่าสมัยโบราณหรืออักษรจีนใหม่นะ”
หญิงสาวพูดพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงไปมาจนสามารถเห็นจารึกที่อยู่ในกระดองเต่าได้อย่างชัดเจน พร้อมค่อยๆ อ่านจารึกที่เขียนด้วยอักษรโบราณราว 3000 ปีก่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน นำชีวิตอันไกลโพ้นห้วนคืนสู่ดินแดนหลังกาล ทันทีที่ไป๋หลันฮวาอ่านจารึกโบราณจากกระดองเต่านั้นออกมา กลุ่มควันขาวมิรู้มาจากแห่งหนใดปรากฏขึ้นมาโดยพลัน ล่องลอยมาจากที่ใดก็มิอาจรู้ได้เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยที่สาวเจ้ามิได้เงยหน้าขึ้นมามองบริเวณรอบกายของเธอแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง
พรึ่บ!!! ร่างระหงของหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์หายวับไปกับตาพร้อมเป้ที่เธอกอดเอาไว้แนบอกและกระเป๋าใบน้อยที่ถืออยู่ในมือ หญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังพานพบกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์มิอาจพิสูจน์ได้อยู่ในขณะนี้
ทันทีที่เธอได้สัมผัสกับหนังสือโบราณที่มีกระดองเต่าจารึกคาถาศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 3000 ปีก่อน นำเธอหวนคืนสู่แผ่นดินต้าโจวในอดีตกาลโดยมิรู้ตัว