ตอน 2

“มาแล้ว!” เจเนตที่เงียบไปนานก็ตื่นตัว เมื่อได้ยินสัญญาณจาก อาร์เชอร์

เจเนต ซบใบหน้าแนบอกของอาร์เชอร์ เพื่อที่เธอจะได้ลอบมองคนที่พวกเธอมานั่งเฝ้ารออยู่สองชั่วโมงกว่า ‘สวย’ คำนิยามแรกที่เจเนตให้กับ ผู้หญิงในชุดเดรสเข้ารูปสีดำ และถ้ามองให้ดีเธอคนนั้นสวมบอดี้สูทแนบเรือนกายอีกชั้นอยู่ด้านใน แม้ในที่สว่างน้อยมากต้องสังเกตอย่างมากถึงจะเห็นได้และแน่นอนว่าคนธรรมดาไม่อาจรู้ได้ แต่สำหรับเจเนตที่ช่ำชองเรื่องแบบนี้มองออกว่าเธอคนนี้ไม่ธรรมดาดวงตาแน่วแน่ เด็ดเดี่ยวมาก แม้เธอจะพยายามปิดและคอยยิ้มหว่านเสน่ห์ตลอดเวลาก็ตาม

“เป็นผู้หญิงไทยที่สวยมากคนหนึ่ง แต่แฝงความไม่ธรรมดาไว้อย่างน่ากลัวเลย” ความคิดเห็นของเจเนตสร้างรอยยิ้มให้กับอาร์เชอร์และเขากระซิบเบาๆที่ข้างหูเจเนตว่า...

“ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้หรอก ที่จะครอบครองหัวใจทั้งดวงของเจ้านายได้”

! “เธอเป็น เป็นคนรักของคุณเอ็ดเวิร์ด อย่างนั้นเหรอ?”

“ตอนนี้เหรอ...ความรู้สึกที่เจ้านายมีให้เธอยังมีอยู่แน่ๆ แต่สถานะยังใช่หรือไม่ก็ต้องดูกันต่อไป...”

“ข่าวที่ได้ยินมาก็แน่ชัดแล้วสินะ! ว่าเธอคนนี้ทิ้งเจ้านายของพวกเรา และเธอก็ต้องรับโทษทัณฑ์ใช่มั้ย?”

อาร์เชอร์ไม่ตอบแต่ยิ้มเล็กๆตามสไตล์ “เอาเป็นว่าเรามีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็พออย่ามากกว่าที่สั่งเท่านั้นก็พอ...เจเนตเธอควรเรียนรู้เรื่องนี้ไว้เจ้านายแต่ละคนมีลักษณะและคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าตอนนี้เจ้านายใหม่ของเธอเน้นเผยด้านมืดของมนุษย์ออกมาใช้เสียส่วนใหญ่ในช่วงนี้”

เจเนตรับฟังเงียบๆ อย่างไรแล้วเธอก็ต้องรับฟังสิ่งที่คู่หูที่ทำงานกับเจ้านายคนใหม่มาก่อน แบบนั้นเรียกว่าฉลาดอยู่...“แล้วคราวนี้เอาไงต่อ

ตอนนี้เธอไปนั่งที่โซฟาตัวเดี่ยว เหมือนเธอกำลังรอใครบางคนอยู่...”

“ดูต่อไปและคอยรายงาน” อาร์เชอร์สั่งการ ตามที่ได้รับคำสั่งมาอีกทอดจากใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่อีกฟากที่ไม่อาจมองเห็นคนที่เจเนตกำลังรายงานสดในตอนนี้ได้ รวมถึงอาร์เชอร์ที่จะไม่หันไปมองเลย เพราะแบบนั้นเขาจะโดนจับพิรุธได้ เจ้านายเตือนย้ำมากเพราะคุณน้ำใสไม่ธรรมดา เธอไวต่อความรู้สึกของสายตาถ้าหากถูกจับจ้องและมองอยู่

ซึ่งตอนนี้เอ็ดเวิร์ด เจ้านายของคู่หูที่แสร้งทำเป็นคู่รักกำลังข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ ไม่ให้ลุกจากที่นั่งอยู่ไปกระชากน้ำใสและลากกลับไปตอนนี้ เขาได้ยินทุกคำของเจเนต เพราะอาร์เชอร์ติดลำโพงเล็กๆที่สัญญาณส่งตรงมาที่หูฟังในหูเขา ซึ่งอาร์เชอร์เองก็มีหนึ่งอันในหูเช่นกัน เพื่อฟังและรับคำสั่งจากเขาอีกทอดโดยที่เจเนตไม่รู้เรื่องนี้เลยซึ่งเธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้ คำสนทนาของสองคนนั้นเขาได้ยินทุกคำ ‘คนรักของคุณเอ็ดเวิร์ด’ ‘ความรู้สึกยังมีแน่’ ‘รับโทษทัณฑ์’ คำเหล่านี้เอ็ดเวิร์ดคิดซ้ำไปซ้ำมา แต่...

“มีผู้ชายหน้าตาดีดูไม่ธรรมดา เข้ามานั่งข้างๆเธอแล้ว” ...

“คุณผู้หญิง คุณมาจริงๆด้วยสินะ” น้ำใสยิ้มในแบบที่ไม่ใช่ตัวตนของเธอให้กับไซม่อน

“โรส เรียกฉันว่าโรสเถอะคะ” น้ำใสบอกชื่อที่เคยเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเธอมาก่อนองค์กรลับจะตั้งชื่อดอกไม้ให้กับเด็กๆในการดูแล ชื่อจะถูกเปลี่ยนไปใช้กับเด็กใหม่ก็ต่อเมื่อเจ้าของชื่อคนปัจจุบันไม่มีลมหายใจแล้ว ซึ่ง น้ำใสก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่เท่าไหร่ของชื่อดอกไม้ชนิดนี้ โรส [Rose]

น้ำใสเจอไซม่อนแบบสร้างสถานการณ์ว่าบังเอิญ แต่บางอย่างบอกว่าเขาคนนี้ไม่ธรรมดา ดวงตาเขาแย้มยิ้มตลอดเวลา แต่กลับทำให้เธอรู้สึกได้ว่าคนคนนี้เจ้าเล่ห์มาก ขนาดลูกน้องก็ยังไม่ธรรมดาแล้วเจ้านายจะขนาดไหน

พั่บ! มือถึงเสียด้วย ไอ้คนเจ้าเล่ห์คนนี้

! น้ำใสเก็บอาการเล็กน้อย เมื่อขาท่อนบนของเธอถูกทาบทับด้วยฝ่ามือของไซม่อนอย่างลองเชิงและฉวยโอกาสในเวลาเดียวกัน แต่เธอก็ยังนิ่งสงบโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังค่อยๆสุมไฟทีละนิดในความรู้สึกของผู้ชายอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในมุมมืดทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้เห็นภาพนั้น แต่เจเนตที่ถูกสั่งไว้ให้รายงานการเคลื่อนไหวทุกอย่างอย่างละเอียดแม้แต่เธอกระพริบตากี่ครั้งเจเนตก็ต้องรายกงานสดตามที่เห็นออกไปอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

เอ็ดเวิร์ดยังนิ่งอยู่ที่เดิม แม้เขาจะไม่ใช่คนไทยและไม่ได้เติบโตมาในประเทศไทย แต่คนที่เลี้ยงเขาที่เขารักเหมือนแม่ท่านเป็นคนไทยเขาจึงซึมซับประเพณีไทยไว้อย่างท่วมท้น ไม่เว้นแต่ความรักนวลสงวนตัวของผู้หญิงไทยที่ดี น้ำใสเธอเป็นคนไทยและเธอเป็นผู้หญิงของเขา แม้เธอจะจากไปแบบไม่บอกกล่าว แค่ทิ้งข้อความสั้นๆว่า ‘เราไม่ใช่คู่กัน’ และเขาไม่ยอมรับการกระทำนั้นของเธอ นั่นก็หมายความว่าเธอก็ยังเป็นผู้หญิงของเขาอยู่ และตระกูลที่เลี้ยงเขามาถือคติประจำใจของตระกูลว่า ‘ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ’

น้ำใสไม่อาจรู้ตัวว่าขณะนี้ระเบิดเวลาได้เริ่มทำงานแล้ว ความอดทนที่มีขีดจำกัดของเอ็ดเวิร์ดกำลังจะหมดลงไปทุกๆวินาทีที่ผ่านไปตามคำรายงานของเจเนตที่มีมาเข้าหูของเขาอยู่เรื่อยๆ

“เครื่องดื่มของคุณผู้หญิงครับ” น้ำใสได้จังหวะขยับตัวอย่างธรรมชาติ หยิบแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานเอามาเสิร์ฟ

“ฉันยกให้คุณค่ะ” น้ำใสยื่นแก้วที่ใส่วอดก้าส่งให้ไซม่อนซึ่งเขาก็รับไปพร้อมรอยยิ้ม แม้มือข้างนั้นจะถือแก้วไว้ เขาก็ยังเหลือมือว่างอีกข้าง แต่เขาก็ไม่อาจที่จะเอาไปวางบนท่อนขาของน้ำใสได้ใหม่ เพราะแบบนั้นมันดูจงใจเกิน

งามกว่าที่จะทำได้ เขาจึงขยับตัวหันหน้าเข้าใกล้น้ำใสอีกครั้ง

ตอน 3

“คุณยกเครื่องดื่มให้ผม แล้วคุณจะดื่มอะไร” น้ำใสจึงกวักมือเรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มของตนใหม่

“ผมใช้ไม่ได้เลยจริงๆ หน้าที่นี้ควรเป็นของผม”

“จะใครก็ไม่เห็นสำคัญตรงไหน ผลสรุปก็ออกมาเหมือนกันว่า เราสองคนก็ได้ดื่มด้วยกันอยู่ดีค่ะ”

“มีใครเคยบอกคุณมั้ยว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยมาก” น้ำใสหัวเราะออกมาอย่างมีมารยา

“ถ้าฉันสวยอย่างที่คุณว่าจริงๆ ทำไมจนป่านนี้แล้วฉันยังไม่มีใครสักคนมารักเลยละคะ” น้ำใสเปิดทางทำตามแผนที่วางไว้ เธอจะเริ่มค้นหาคนโดยการเข้าหาไซม่อนคนนี้ให้ได้ เพราะมันต้องรู้ว่าหลานของเธออยู่ที่ไหน

“คุณล้อเล่นใช่มั้ย ผู้หญิงสวยๆแบบคุณไม่น่าต้องโดดเดี่ยวเลย”

“ฉันเศร้าใจเหลือเกิน เพราะถ้าผู้ชายทุกคนที่พบเจอฉันและคิดแบบคุณกันหมด ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นที่ฉันจะยังไม่มีใคร...” ไซม่อนยิ้มแสร้งอย่างพึงพอใจออกมา

“น่าประทับใจอย่างมาก งั้นเรามาสานสัมพันธ์กันไว้ดีมั้ยครับ”

“ไม่ค่ะ” ไซม่อนเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้ตกใจและไม่รู้สึกไม่พึงพอใจสักนิดกับการปฎิเสธ “คุณไซม่อนจะมาขอสานสัมพันธ์กับฉันทั้งๆที่คุณเองก็มีใครอยู่แล้วอย่างงั้นเหรอคะ”

“มีใคร คุณหมายถึงผู้หญิงของผม ฮาฮาฮา...ผมไม่ซิงค์ แต่ผมโสดครับ” น้ำใสยิ้มขบขันอย่างมีจริตน้อยๆ โดยที่สายตาไม่ละไปจากดวงตาสีฟ้าครามของเขาเลย และนั่นทำให้เธอรู้ตัวว่าเธอชอบผู้ชายนัยน์ตาสีเทามากกว่า

น้ำใสไม่แสดงความเห็นใดๆออกไป เธอกลับกล่าวขอตัวไปห้องน้ำเพื่อเปิดโอกาสให้กับไซม่อนทำบางอย่างกับเครื่องดื่มของเธอ รู้ว่ามันเสี่ยงแต่เธอต้องเข้าไปในพื้นที่ของไซม่อนเพื่อค้นหาข้อมูลให้ได้ ให้เขาเอ่ยปากชวนและเธอตกลงมันดูง่ายและจงใจเกินไป แต่เธอจะค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่ได้ เวลายืดออกไป ‘ซานต้า’ ก็เสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ เธอถึงจะต้องใช้วิธีนี้เพื่อญาติตามสายเลือดที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อน คำร้องขอสุดท้าย “โรส โปรดช่วยลูกสาวฉันด้วย” คำสุดท้ายของหญิงสาวนามว่าจัสมิน

น้ำใสไม่รู้ตัวเลยว่าชายในมุมมืดได้เคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน เขาลุกและเดินไปยังทิศทางที่น้ำใสเดินไป เธอไม่ได้ไปห้องน้ำแต่เธอกลับเดินหลบไปอีกมุม และแอบมองว่าไซม่อนจะใส่อะไรในเครื่องดื่มของเธอที่กำลังจะมาเสิร์ฟ เพราะถ้าเขาใส่เธอแค่ได้กลิ่นก็พอจะเดาได้ว่ามันจะออกฤทธิ์แบบไหน หลังจากนั้นก็ต้องฝีมือล้วนๆ ในการลวงตาไซม่อนว่าเธอดื่มมันไป

“อื้ม” น้ำใสร้องออกมาเล็กน้อย เมื่อจู่ๆมีมือเย็นเฉียบจากทางด้านหลังแบบที่เธอไม่รู้ตัวสักนิด เข้าปิดปากกลบเสียงร้องของเธอไว้ กลิ่น ไออุ่น และบางอย่างของเจ้าของมือเย็นนั้นทำให้น้ำใสไม่ตอบโต้กลับไปทันทีเมื่อเจ้าของมือในมุมมืดด้านหลังเธอคือเขา ‘เอ็ดเวิร์ด’ ที่จู่ๆเขาก็มาปรากฎตัวหลังจากที่เธอหนีหายจากเขามานานสามเดือนแล้ว เขาตามหาเธออย่างงั้นเหรอแม้จะดีใจจนแทบจะอยากกระโดดกอดเขาแต่นั่นก็เป็นการปิดฉากทุกอย่างที่เธออุตส่าห์เสียสละและทิ้งมา เธอทิ้งเขามาแล้ว ทำไมนะ! เขาถึงมาโผล่อยู่ตรงนี้ได้...

“อยากลองของใหม่ที่แตกต่างอย่างงั้นเหรอ” น้ำใสนิ่งงัน แต่เธอไม่โกรธเอ็ดเวิร์ดเลยสักนิด เขาคงรู้เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ของเธอแล้ว ฟังจากน้ำเสียงที่มันแฝงความหึงไว้ไม่น้อยเลย เธอไม่ได้หันกลับไปมองเขา แต่พยายามแกะมือของเขาที่ทาบทับบนหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่งออกและเธอยังแยกแยะสมาธิให้ไม่คลาดสายตาที่ยังจับจ้องไปที่โต๊ะที่ไซม่อน

“ถ้าใช่ ฉันตอบคุณแล้ว เชิญคุณกลับไปในที่ของตนซะ!” น้ำใสเสียงเรียบไร้ความรู้สึก ไม่ง่ายสำหรับเธอที่จะทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับคนที่เธอยอมตายแทนได้

เอ็ดเวิร์ดขบกรามแน่น เมื่อรับรู้ถึงความเย็นชาที่ร่างเพรียวส่งตรงมาให้เขา การถูกปฎิเสธเขาเคยได้รับมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นอนาสตาเซียไม่เย็นชากับเขาแบบนี้ต้องขอชื่นชมน้ำใสว่าเธอทำได้ดีมากและกล้าหาญมากแบบไม่ถูกทางนัก แต่เอาเถอะเขาบอกกับตัวเองแล้วว่าเขาจะไม่แพ้ง่ายๆ หลังจากที่สืบตามข่าวเธอมานานสามเดือนแล้ววันนี้เขาได้พบเธอแล้ว การเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดด้วยกันทั้งสองฝ่าย เขาก็ได้แต่ภาวนาว่าเธอจะไม่ดื้อรั้นจนทำให้เขาเอาจริงหรือโกรธเธอหนักกว่าที่เป็นอยู่

อื้ม! น้ำใสร้องเสียงในคอเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเอ็ดเวิร์ดจะจากไปทันทีกับคำพูดไร้เยื่อใยนั้น แต่เขากลับกระชากดึงร่างเธอแนบชิดเบียดแน่นกับร่างกายด้านหน้าของเขาและเขาไม่ทำแค่นั้น ใบหูของเธอกลับถูกเขาขบกัดเม้มไว้อย่างท้าทาย

น้ำใสไม่ต่อต้าน แต่เธออดทนต่อความรู้สึกที่กำลังกระเจิดกระเจิง เคราหนวดที่มากและหนาขึ้นของเขาสัมผัสผิวบอบบางอ่อนนุ่มของเธอ แน่นอนว่าตอนนี้เธอต้องต่อสู้กับสองสิ่งในเวลาเดียวกัน สายตาไม่อาจละไปจากไซม่อนที่ตอนนี้เขาทำแล้วจริงๆ เขาใส่บางอย่างในแก้วของเธอกับร่างกายที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่ถูกเร่งเร้าจากปลายลิ้นจมูกและริมฝีปากหยักของเขาเอ็ดเวิร์ดที่รัก

“ไม่รู้จักที่จะโต และยอมรับความจริงเสียเลย!” เสียงกระชากบ่งบอกว่าคนพูดรู้สึกรำคาญกับสิ่งที่เกิดขึ้น

! เอ็ดเวิร์ดหยุดชะงักเมื่อน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระต่อการกระทำของเขาดังออกมา เขากะว่าจะปลอบประโลมเธอก่อนที่จะเจรจากัน แต่ทำไมผลกลับออกมาเป็นแบบนี้ไปละเนี่ย ก็รู้อยู่ว่าเธอกำลังทำอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเย็นชากับเขาเลยนี่น่า

น้ำใสรับรู้กระแสความเกร็งและความเคร่งเครียดมาจากร่างกำยำด้าน

หลังได้ในทันทีแต่สายตาและใบหน้าของเธอก็ไม่ละไปจากภาพตรงหน้าที่เธอกำลังสนใจอยู่ตอนนี้ ‘ไซม่อน'

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED